( END ) 7SINS/iKON ϟ LUST&WRATH ▫ #junhwan #doubleb

ตอนที่ 8 : ⍫ change

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    24 มิ.ย. 58


7SINS PJ.

LUST & WRATH

CHAPTER 06 : CHANGE

 

 

ตั้งแต่เมื่อคืนที่เสร็จสิ้นภารกิจนั้น ฮันบินก็ยอมให้จีวอนเข้าไปนอนในห้องด้วยกันดีๆ

มันเป็นค่ำคืนที่แสนวิเศษณ์ จีวอนรู้สึกเยาะเย้ยยูคยอมอยู่ไม่น้อยเพราะดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าฮันบินเป็นของใคร ทั้งคู่คุยกันซักพัก แลกเปลี่ยนเรื่องราวเล็กๆน้อยๆในตอนที่ห่างกัน ถึงแม้จะมีบางครั้งที่ฮันบินทำท่าทางเฉยชาใส่ ราวกับว่ากำแพงที่สร้างขึ้นมาป้องกันตัวเองมันยังแตกออกไปไม่หมด แต่เพียงแค่นี้ก็ทำให้ใจที่เหี่ยวแห้งของจีวอนชื้นขึ้นมาได้บ้าง

หลังจากนั้นก็ต่างคนต่างหลับ

ก่อนที่จีวอนจะตื่นขึ้นมาอีกทีเพราะคนเป็นพ่อโทรเรียก เพราะเมื่อคืนไอ้พี่ซึงยูนมันไปก่อเรื่อง ทำให้พ่อโมโหหนัก สงสัยคงอยากจะเฉ่งลูกทุกๆคนพร้อมกันก็เลยโทรมาสั่งให้เขากลับไปที่บ้าน แต่ฝันไปเถอะ มีหรือคนอย่างจีวอนจะยอมทำตาม

จีวอนตัดสายพ่อทิ้งทั้งๆที่ยังคุยกันไม่จบ ทำการปิดเครื่องหนีแล้วซุกตัวกอดฮันบินต่อก่อนจะผล็อยหลับไปอีกหน

ใครจะไปรู้ว่าตื่นมาอีกทีจะไม่เจอฮันบินแล้ว

ร่างสูงกวาดสายตามองไปรอบๆห้องก่อนจะจิปาก ฮันบินตื่นโดยที่ไม่ปลุกเขา เดินไปที่ห้องน้ำก็ไม่เห็น แต่ชุดนักเรียนหายไปชุดหนึ่ง เดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายคงจะไปโรงเรียนแล้วแน่ๆ

แต่ถึงอย่างนั้นที่ตรงฝ่ามือก็ถูกทำแผลให้อย่างเรียบร้อย จีวอนยกมือขึ้นมาดู มันมีผ้ากอซพันเอาไว้ให้อย่างดี นั่นหมายความว่าฮันบินทำแผลให้เขาแบบเงียบๆก่อนจะออกไปอย่างเงียบๆเช่นกัน

จีวอนยกยิ้มเมื่อเห็นแบบนั้น มือหนายกขึ้นมาขยี้หัวก่อนจะหาวหวอด ไม่จำเป็นต้องตามจี้หรือโกรธเพียงเพราะฮันบินไปโรงเรียนโดยไม่บอก แบบนั้นมันจะเป็นการเอาแต่ใจตัวเองเกินไปเพราะยังไงไปโรงเรียนก็ต้องเจอกันอยู่ดี

เขาตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องน้ำ จีวอนอาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาด พร้อมทั้งแต่งตัวแล้วเดินลงมาชั้นล่าง ก่อนที่สองขาจะต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นใครบางคนยืนเอาโทรศัพท์แนบหูอยู่ที่ตรงห้องรับแขก

หึ

คนที่ทำให้เขาถึงกับสบถคำหยาบในใจก่อนจะกระชับเนกไทแล้วเดินลงบันไดไปต่อ

ไม่มีเหตุผลใดๆที่ทำให้คนอย่างจีวอนต้องลดตัวลงไปคุยด้วย ยูคยอมปรายตาหันมามองด้วยความไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก เรียกให้จีวอนแค่นหัวเราะเบาๆอยู่ในลำคอตอนที่เดินผ่าน เขาคิดจะสงบศึกแบบเงียบๆเพราะอารมณ์ดีจากเรื่องเมื่อคืน ถ้าไม่ติดว่าจะได้ยินประโยคหนึ่งดังออกมาจากปากของร่างสูงเสียก่อน

“เลิกยุ่งกับพี่ฮันบินได้แล้ว”

สองขาหยุดชะงักพร้อมทั้งมือที่กำลังควงกุญแจ จีวอนเอาลิ้นดุนแก้มก่อนจะหันไปหา เขาแค่นหัวเราะออกมาอีกหน ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยินจากนั้นก็แสยะยิ้ม

“มึงคิดว่ามึงกำลังคุยอยู่กับใคร”

“ผมจริงจัง” ยูคยอมยังไม่ละความพยายาม ตาคมจ้องมองหน้าของจีวอนแบบไม่ยอม มือทั้งสองข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋า ใบหน้าเรียบนิ่งไม่หวั่นเกรงแม้คนที่กำลังเจรจาด้วยจะเป็นถึงลูกของเศรษฐีผู้ทรงอำนาจ

“อย่าเสือกเรื่องของกูให้มาก” จีวอนกัดฟันกรอดก่อนจะพูดเสียงต่ำ ทั้งๆที่เขาไม่อยากอารมณ์เสียแท้ๆ แต่กลับต้องมาเจอคนกวนประสาทแบบนี้ รู้ตัวอีกทีเขาก็เผลอกำมือแน่น

“ผมไม่ได้เสือกเรื่องของพี่ แต่ผมเสือกเรื่องของพี่ฮันบิน”

“มึงไม่มีสิทธิ์”

“ผมเป็นแฟนพี่เขา”

“อย่ามโน” จีวอนแค่นหัวเราะพร้อมกับหันไปมองทางอื่น ใบหน้าคมเปื้อนรอยยิ้มขำขันเพราะคำพูดนั้น ก่อนจะเอาลิ้นดุนแก้มแล้วหันมามองด้วยสายตาจริงจัง “มึงคบกับฮันบินมาได้เท่าไหร่ กับกูที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี ถ้า..”

“อย่าเอาเรื่องเวลามาข่มกันเลยครับ ถึงผมจะมาทีหลัง แต่ตลอดระยะเวลาที่คบกันพี่ทำให้พี่ฮันบินมีความสุขได้รึเปล่าล่ะ”

จีวอนกำมือแน่นเพื่อข่มอารมณ์ ฟันคมขบสันกรามจนขึ้นนูน ตอนนี้ความโมโหรุมเร้าจนอยากจะซัดหน้ามันซักเปรี้ยง ทั้งเรื่องที่มันพูดแทรก เรื่องที่มันกล้าลองดี ไหนจะเรื่องหน้าตาที่แสนจะมั่นใจนั่นอีก นี่ไม่รู้ตัวสินะว่ามันทำให้ขากระตุกไปกี่หนแล้ว

“แล้วมึงคิดว่าฮันบินมีความสุขที่คบกับมึงงั้นสิ?”

“อย่างน้อยก็มีมากกว่าตอนอยู่กับพี่”

“หึ” ลิ้นร้อนส่งออกมาเลียริมฝีปากก่อนจะก้าวขาเข้าไปใกล้ จีวอนพยายามนับหนึ่งถึงร้อยในใจเพื่อข่มความโกรธเพราะว่ายังไงที่นี่ก็เป็นบ้านของฮันบิน แล้วเขาก็ไม่อยากเสียเวลามีเรื่องชกต่อย ไหนๆฮันบินก็อุตส่าห์ทำแผลให้แล้ว

ใบหน้าของเขาอยู่ห่างกันยูคยอมเพียงแค่คืบ ทั้งคู่จ้องกันอย่างท้าทายไม่มีใครยอมใคร ก่อนที่จีวอนจะกระตุกยิ้มเยาะแล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง

“แล้วทำไมเมื่อคืนกูถึงได้นอนกอดฮันบินวะ?”

“...”

คำถามนั้นทำให้ยูคยอมเงียบไป ตาคมเสมองผ่านไปทางหัวไหล่ก่อนจะขบกรามแน่นกว่าเดิม เพราะนี่เป็นทั้งประโยคที่อีกฝ่ายใช้แสดงความเหนือกว่า แถมมันยังทำให้ในใจเจ็บแปลบได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เพียงตอนเช้าที่เดินลงมาแล้วไม่เห็นว่าจีวอนนอนอยู่ที่ห้องรับแขก ยูคยอมก็พอจะเดาออกว่าทั้งคู่นอนด้วยกันจริงๆ

“ถ้ามึงไม่เคยเห็นฮันบินเวลามีความสุขจริงๆ ก็อย่าสะเออะพูด” จีวอนพูดพลางเกาคอแล้วหันหน้าไปอีกทาง มือหนากระตุกปกเสื้อของตัวเองลงมา เผยให้เห็นรอยสีแดงกุหลาบเปื้อนอยู่สามสี่จุด ริมฝีปากเรียวกระตุกยิ้มอย่างมีชัยเมื่อเห็นว่ายูคยอมหน้าเจื่อนไป ยิ่งเห็นว่าไหล่ของยูคยอมสั่นเทิ้มจีวอนก็ยิ่งสะใจ

มือสองข้างจัดเนกไทของตัวเองให้เรียบร้อยอีกหนก่อนจะดึงขึ้นมาอยู่ที่คอเหมือนเดิม จีวอนไม่ได้พูดอะไรต่อ ทุกสิ่งทุกอย่างแสดงออกมาทางสีหน้าของเขาหมดแล้วว่าอย่าได้ริอ่านลองดี

ไหล่หนาชนเข้ากับยูคยอมอย่างแรงจนร่างสูงถึงกับเซ จีวอนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าก่อนจะหยิบกุญแจรถออกมาปลดล็อก ไม่นานรถยนต์คันหรูก็เคลื่อนตัวออกไป จีวอนไม่ได้ปรายตาหันไปให้ความสนใจกับยูคยอมที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมด้วยซ้ำ

รอยเมื่อกี๊ที่เห็นทำเอายูคยอมกำมือแน่น ใบหน้าคมเงยขึ้นไปมองตรงเพดานก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อไล่ความจุก

เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้อะไรเลย การที่มีรอยอยู่บนคอแบบนั้น.. ทำให้คิดต่อยอดไปได้ไกลว่าทั้งคู่แอบทำอะไรกันในตอนกลางคืน

แอบทำอะไรกันในระหว่างที่ยูคยอมกำลังหลับ..

มันเป็นความจริงที่ทำให้เจ็บจนชา และไม่สามารถอธิบายได้ว่าตอนนี้ควรจะเริ่มทำอะไรต่อดี ยูคยอมแทบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขาต้องไปโรงเรียน ไอ้วิธีการขับรถที่แสนช่ำชองก็ดูเหมือนจะจำไม่ได้ เขาเลือกที่จะทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนโซฟาแล้วใช้มือบีบขมับให้ความเครียดคลายลง เพราะในหัวมีแต่เรื่องของฮันบินกับจีวอนล่องลอยอยู่เต็มไปหมด

ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บ การที่มีรอยนั่นอยู่บนลำคอของจีวอนก็แปลว่าฮันบินเป็นคนทำ แล้วก็ต้องทำอย่างเต็มใจด้วย เพราะไม่มีใครสามารถบังคับกันได้หรอกใช่ไหมล่ะ?

นั่นแปลว่าสิ่งที่เขากลัวที่สุดมันกำลังจะเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอ?

ไม่ได้..

ทั้งคู่จะกลับไปคบกันไม่ได้ เขาไม่ยอม..

เขาปล่อยฮันบินไปไหนไม่ได้จริงๆ

LUST & WRATH

 

“ทำหน้าไม่โอเคแต่เช้าเลย”

ฮันบินเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงเรียก ก่อนที่คิ้วทั้งสองข้างจะเลิกขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นรุ่นพี่ตัวเล็กที่เจอกันเมื่อวันก่อน ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มให้อย่างเป็นมิตรก่อนจะเขยิบแผ่นงานที่วางไว้ตรงหน้ามาอยู่ข้างๆเพื่อเปิดทางให้จินฮวานมานั่งด้วยกัน

ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนอยู่ที่พาร์เธนอน ทีแรกจินฮวานเอากระเป๋าไปเก็บยังห้องเรียนแล้ว แต่เขาพบว่าแทฮยอนยังไม่มา โทรหาก็ไม่รับสาย ท้องเจ้ากรรมดันร้องเพราะเมื่อเช้าทานอาหารมาไม่พอเนื่องจากขี้เกียจฟังเสียงบ่นของแม่บ้าน จินฮวานจึงตัดสินใจมาหาอะไรทานที่นี่

ดูเหมือนเรื่องที่ คัง ซึงยูน ไปยิงรุ่นพี่ที่มหาลัยจะกลายเป็นประเด็นถกเถียงที่คนทั้งโรงเรียนพากันพูดถึง เพราะในตอนแรกคยองซูก็ถามเขาว่ารู้เรื่องรึเปล่า จนกระทั่งเดินมาที่นี่ก็ยังได้ยินคนซุบซิบอยู่กรายๆ ถึงแม้คนจะไม่ค่อยกล้านักเพราะเป็นถึงลูกเจ้าของโรงเรียน แต่ก็คงจะอดกันไม่ได้

จะว่าไปแล้ว.. ตั้งแต่เมื่อวานก็มีคนอยากถามเรื่องของเขากับจุนฮเวเหมือนกันนั่นล่ะ วันนี้ก็ยังคงได้รับสายตาแปลกๆอยู่ แต่ทุกคนทำเหมือนไม่กล้าแม้กระทั่งเอ่ยชื่อจึงได้แค่เลียบๆเคียงๆ คงกลัวด้วยว่าถ้าถามอะไรออกมาอาจจะเป็นอันตรายแก่ตนเองด้วยล่ะมั้ง

“มาพาร์เธนอนถูกแล้ว แปลว่าเริ่มคุ้นกับโรงเรียนละล่ะสิ” ฮันบินเอ่ยหยอกก่อนจะเก็บแผ่นชีตที่อ่านค้างไว้เมื่อครู่แล้วจิ้มขนมปังกิน

“ก็..นิดหน่อยนะ ยังดีที่พาร์เธนอนมีรถส่ง แต่ถ้าเดินก็ยังแม่นไม่เท่าไหร่” จินฮวานหัวเราะในขณะที่ตอบ มือบางแกะแยมที่อยู่ในห่อแล้วนำออกมาทาขนมปังของตัวเองบ้าง

“อยู่ไปเรื่อยๆก็ชินครับ แต่กว่าจะเดินทั่วคงใช้เวลาเยอะอยู่”

“นั่นสิ กว้างมากเลยที่นี่ ว่าแต่ทำไมนายมาโรงเรียนเช้าจัง?” จินฮวานถามต่อพลางมองซ้ายมองขวา

ตอนนี้ในพาร์เธนอนมีนักเรียนอยู่ประปราย ส่วนมากไม่ค่อยมีใครมาทานอาหารเช้าที่โรงเรียนหรอกเพราะแน่นอนว่าบ้านของแต่ละคนก็รวยๆทั้งนั้น ต้องทานมาจากที่บ้านอยู่แล้ว บรรยากาศจึงเงียบสงบมากกว่าตอนกลางวัน

“ผมรีบหนีออกมาน่ะครับ พี่เองก็เช้าเหมือนกันนั่นล่ะ” ฮันบินตอบแบบขำๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อนึกถึงทั้งสองคนที่ยังอยู่ที่บ้าน

ปล่อยให้อยู่กันเองแบบนั้น.. บ้านของเขาจะพังไหมนะ แต่ก็รู้สึกโล่งที่แอบชิ่งออกมาก่อน เพราะเขาคิดว่าถ้าอยู่ต่อไปจะต้องมีการทะเลาะกันอีกแน่ๆ จีวอนคงไม่ยอมให้เขามาโรงเรียนกับยูคยอม ส่วนยูคยอมเองก็คงไม่ยอมให้เขาไปรถคันเดียวกับจีวอนเช่นกัน

..เลี่ยงออกมาแบบนี้ล่ะดีที่สุดแล้ว

“หนีเหรอ?” คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้านบนในขณะที่ถาม ก่อนจะหัวเราะ “จะว่าไปพี่ก็หนีเหมือนกัน”

“หืม?”

“หนีจากแม่บ้านน่ะ เอาแต่พูดว่าคนของตระกูลซงน่ากลัว เมื่อเช้านายเห็นข่าวไหม?”

ฮันบินร้องอ้อเพราะในขณะที่เขาเดินทางมาโรงเรียนก็ได้ยินเหมือนกัน เรื่องที่ซึงยูนไปทำเอาไว้นั้นกลายเป็นข่าวครึกโครม แต่จะว่าไปแล้วมันก็เป็นอย่างนี้มาตลอด ที่ผ่านมาซึงยูนก็ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งบ่อยไม่แพ้จุนฮเวหรอก บางทีพี่จินฮวานเพิ่งเข้ามาใหม่อาจจะไม่รู้

“ปกติแล้วก็แบบนี้ล่ะครับ เขาเป็นมาเฟียน่ะ เวลาตามทวงเงินจากลูกหนี้ก็ทวงโหดๆตลอด” ฮันบินกล่าวด้วยท่าทางนิ่งๆ ทำเอาจินฮวานถึงกับเลิกคิ้ว

แต่มันก็เป็นความจริง

“เมื่อสองเดือนก่อน ถ้าจำไม่ผิด เขาก็ให้ลูกน้องไปซ้อมคนจนเป็นอัมพาต เห็นว่าทางครอบครัวฝ่ายผู้เสียหายฟ้องร้องพยายามจะให้ศาลช่วย แต่ว่าอย่างงั้นอย่างงี้.. คนใหญ่คนโตในประเทศนี้ก็ล้วนเข้าข้างผอ.ซงทั้งนั้น ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ”

จินฮวานถอนหายใจออกมาแผ่วเบาก่อนจะยกมือขึ้นมาลูบแขน พี่น้องของจุนฮเวนี่น่ากลัวจริงๆ ถึงว่าล่ะ.. จุนฮเวเองก็มีเรื่องออกจะบ่อย ถ้าเป็นคนปกติอาจจะโดนส่งไปดัดสันดานแล้วก็ได้

“แล้วผอ.ซงไม่คิดจะจัดการลูกของตัวเองเลยเหรอ? หมายถึง.. ไม่น่าปล่อยลูกแบบนี้ มันเป็นสิ่งที่ผิดนะ” จินฮวานถามต่อด้วยความใคร่รู้ ส่วนฮันบินก็หัวเราะออกมาเบาๆพร้อมกับส่ายหน้า

“เหมือนอยากจะจัดการแต่ก็ทำไม่สุดซักที คงเพราะงานยุ่งมั้งครับ ถามว่าดุไหม..ก็ดุนะ แต่ลูกไม่กลัวซักคน”

“เหรอ..”

“ไม่สิ ผมว่าเขาดุแค่ตอนแรก แต่สุดท้ายก็ใจอ่อนไม่ลงโทษอะไรอยู่ดีมากกว่า แถมยังช่วยแก้ความผิดให้อีกต่างหาก คนตระกูลซงประวัติใสสะอาดทุกคนครับ แม้จะเป็นข่าวอยู่บ่อยๆก็เถอะ”

จินฮวานพยักหน้าลงด้วยความเข้าใจ นี่คือสาเหตุที่ทำให้จุนฮเวได้รถใหม่เรื่อยๆสินะ

ไม่ดุ..แต่ขี้บ่นโคตร..

เขายังจำคำพูดนี้ได้ดี ถ้าลูกๆทำผิดคงแค่บ่นเฉยๆแต่สุดท้ายก็ไม่กล้าลงโทษอะไร เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ ถึงตอนนี้ก็ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมแต่ละคนถึงเอาแต่ใจตัวเองกันจัง

“ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า.. คนชื่อซึงยูนอะไรนี่จะไม่โดนลงโทษเลยเหรอ? เขายิงคนนะ..”

“ไม่โดนหรอกครับ” ฮันบินส่ายหน้า “ถึงข่าวจะลงว่าซึงยูนต้องบำเพ็ญประโยชน์สองเดือนก็เถอะ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ทำอยู่ดีล่ะ ตามนิสัยนะ”

“น่าหนักใจแทนผอ.ซงเหมือนกันนะ.. เหมือนว่าลูกจะมีปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน”

“ผอ.ซงก็ไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอกครับ ถ้าจะว่าไปแล้ว.. ปมที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผอ.ซงก็เป็นคนผูกมันเองนั่นล่ะ” ฮันบินว่าแบบขำๆก่อนจะรวบส้อมกับมีดเข้าหากันในตอนที่ทานข้าวเสร็จแล้ว

“นายดูรู้เรื่องเกี่ยวกับคนบ้านนี้เยอะจัง แล้วเรามาพูดแบบนี้ไม่เป็นไรเหรอ?”

ฮันบินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามนั้น ลืมไปเสียสนิทว่าจินฮวานไม่รู้ซักหน่อยว่าเขาเคยคบกับจีวอนมาก่อน เพราะปกติคนทั้งโรงเรียนจะรู้กันอยู่แล้ว ขนาดคนนอกบางคนยังรู้เลย เวลาเขาไปซื้อของก็มักจะโดนถามบ่อยๆแถมยังทำท่าเกรงใจกันจนน่าอึดอัด

“ถ้าคนอื่นพูดก็เป็นครับ แต่เขาไม่ทำอะไรผมหรอก” ฮันบินตอบแบบขำๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าจินฮวานทำหน้างง “..ผมเคยคบกับจีวอนน่ะ”

“หือ?”

“ครับ แต่พักหลังมานี้ไม่ค่อยได้คุยกันแล้วล่ะ”

จินฮวานร้องอ้อก่อนจะพยักหน้าลงช้าๆ ดูเหมือนว่าแจ็กพอตจะแตกที่เขาเสียแล้ว ทำไมพระเจ้าต้องโยงเส้นให้เขาได้มารู้จักกับคนที่เคยพัวพันเกี่ยวกับครอบครัวของจุนฮเวแบบนี้ด้วยนะ

ก็ยิ่งทำให้อยากรู้อยากเห็นเรื่องของอีกคนมากขึ้นไปอีก เขารู้สึกว่าตัวเองจะสนใจเรื่องของจุนฮเวมากเกินไปแล้วจริงๆ แต่ดูฮันบินจะรู้เรื่องเกี่ยวกับตระกูลซงเยอะเหมือนกันแฮะ ใจหนึ่งมันก็อยากถามหลายอย่าง แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่าเก็บๆเอาไว้บ้างดีกว่าเพราะยังไม่ได้สนิทกับฮันบินมากขนาดนั้น

“ขอโทษนะ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมเฉยๆน่ะ” ฮันบินรีบส่ายหน้าเมื่ออีกฝ่ายยิ้มเจื่อน “ไม่ต้องกลัวผมด้วยนะ ผมเฉยๆจริงๆ” ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะพอพูดชื่อของจีวอนเขาก็รู้สึกกังวลยังไงก็ไม่รู้

ป่านนี้ที่บ้านจะเป็นยังไงบ้างนะ..

“เฉยจริงเหรอ นายเหมือนคนไม่ค่อยโอเคอะ”

ฮันบินยิ้มให้เมื่อจินฮวานส่งมือมาจับ เอาเข้าจริงๆเขาก็ไม่สามารถเฉยได้อย่างที่พูด ถึงแม้จะพยายามบอกตัวเองให้ปล่อยวางก็เถอะ

แต่ก็นะ..

“ช่างเถอะครับ พอดีช่วงนี้มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยก็เลยเบลอๆน่ะ เดี๋ยวผมขอตัวไปส่งงานก่อนนะ ต้องเอารายชื่อไปให้อาจารย์ที่ห้องปกครองอีก”

“อื้อ ไว้คุยกันนะ”

ฮันบินยิ้มให้ก่อนจะรวบงานทั้งหมดมาถือเอาไว้ โชคดีจริงๆที่ก่อนหน้านั้นเขาตัดสินใจมานั่งทำที่พาร์เธนอนคนเดียวเงียบๆงานก็เลยเสร็จ การที่ได้มีเวลาอยู่กับตัวเองมันก็ดี ทำให้เขาได้ทบทวนสิ่งต่างๆเยอะขึ้น ถึงจะมีเรื่องของจีวอนคอยแทรกเข้ามาเป็นพักๆก็เถอะ

ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับว่าควรจะทำยังไงต่อไป

ณ ตอนนี้เขาไม่สามารถกลับไปคบกับจีวอนได้หรอก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมันยังไม่เคลียร์ ปัญหาคือทำอย่างไรไม่ให้หวั่นไหวต่อลูกตื๊อของ คิม จีวอนคนนั้น แค่เพียงเจอหน้ากันเฉยๆยังพอทำใจหลบเลี่ยงได้ แต่ถ้าจีวอนยังคอยมาหาเขาอยู่ตลอดทั้งวันแบบนี้ กำแพงที่คอยสร้างขึ้นมาก็มีแต่จะพังลงไปเท่านั้น

ทำยังไงดี..

จะปฏิเสธจีวอนออกไปยังไงดีนะ บอกตัวเองว่าต้องใจแข็งแต่ไม่เคยทำได้ซักครั้ง แม้กระทั่งตอนที่คิดเตือนตัวเองว่าจีวอนกำลังจะมี..

“ตื่นแล้วทำไมไม่ปลุกหืม?”

สองขาหยุดชะงักในขณะที่กำลังคิดอะไรไปคนเดียว ฮันบินเอาแต่เหม่อจึงไม่ทันเห็นว่ามีใครบางคนนั่งอยู่บนขอบน้ำพุที่ตั้งอยู่หน้าพาร์เธนอน หัวใจกระตุกวูบไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าเป็นจีวอน ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆในตอนที่เห็นว่ามือหนาข้างนั้นกำลังเปิดไฟแช็กเล่น

“อย่าทำหน้าแบบนั้น ฉันไม่ได้สูบ”

“เรื่องของนาย”

จีวอนกระตุกยิ้มก่อนจะกระโดดลงมายืนอยู่ที่พื้น เขาเก็บไฟแช็กเข้าไปในกระเป๋าก่อนจะเดินตามหลังเมื่อเห็นว่าฮันบินเดินหนีไปอีกทาง สองขายาวก้าวเข้าไปประชิดจากนั้นก็ฉวยโอกาสแย่งชีตในมือมาถือเอาไว้ แน่นอนว่าการกระทำข้างต้นเรียกให้ฮันบินหันไปมองด้วยสายตาที่ไม่พอใจก่อนจะพยายามแย่งคืนมาถือเอง

“นี่!

“ถือให้”

“เอามา”

“อยากถือให้ ทำไมต้องเย็นชา เมื่อก่อนฉันก็ถือของให้นายตั้งเยอะ” จีวอนยักไหล่ บนใบหน้าคมไม่ได้สะทกสะท้านเมื่อเห็นว่าฮันบินพ่นลมหายใจออกมาแรงๆและทำท่ารำคาญตัวเองขนาดไหนกัน

“นั่นมันเมื่อก่อน เอามาได้แล้ว ตอนนี้ฉันจะถือเอง”

“แล้วดีไหม?”

“อะไร?”

“เมื่อก่อนอะดีไหม? หมายถึงตอนที่เริ่มคุยกันแรกๆน่ะ”

คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน ฮันบินไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายถามออกมานัก แต่ถึงอย่างนั้นในหัวก็มีภาพในตอนที่เขาสองคนเริ่มคุยกันแรกๆประดังประเดเข้ามาไม่หยุด

ถ้าถามว่าดีไหม..

จริงๆตอนนั้นก็ดีนะ

เหมือนว่าต่างคนต่างชอบกันอยู่แล้ว ถึงจะบอกคนอื่นว่าเป็นแค่เพื่อน แต่จีวอนก็เอาใจใส่เขามากจริงๆ เวลาจะไปไหนมาไหนก็คอยรับคอยส่ง จีวอนไม่เคยปล่อยให้เขาถือของคนเดียวด้วยเหตุผลตลกๆที่ว่า แค่นายเรียนก็เหนื่อยละ ยังต้องเอาสมองมาทำงานให้ฉันอีก เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ให้นายเหนื่อยกายก็แล้วกัน

ใครจะไปรู้ว่าลูกเศรษฐีเอาแต่ใจจะมีความคิดแบบนี้ ทั้งๆที่เวลาไปไหนมาไหนจีวอนจะมีบอดี้การ์ดเคยถือของให้อยู่ตลอด แล้วตอนนี้มาถือให้เขาเองเนี่ยนะ..

ถ้าบอกว่าไม่ประทับใจก็คงจะโกหก

“อืม” ฮันบินตอบกลับไปแบบสั้นๆ

ทั้งคู่เดินไปด้วยกันจนกระทั่งมองเห็นเทพเจ้าซุสรูปใหญ่ตั้งอยู่กรายๆ ฮันบินฉวยเอางานที่จีวอนถืออยู่มาส่วนหนึ่งแล้วเร่งฝีเท้าเป็นฝ่ายเดินนำไปทางห้องปกครอง เขามอบมันให้กับอาจารย์ตามหน้าที่ก่อนจะเดินกลับไปยังจุดที่ร่างสูงยืนล้วงกระเป๋ารอ

ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ที่ก็ตั้งกว้าง ความจริงเขาน่าจะเดินหนีไปอีกทางได้แล้ว แต่ขามันดันก้าวมาตรงนี้เอง

“นายบอกว่าเมื่อก่อนมันก็ดีใช่ไหม?” จีวอนเป็นฝ่ายเปิดปาก ทำเอาฮันบินขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ

“อะไร?”

“งั้นมาเริ่มกันใหม่”

“...??”

“ฉันชื่อ คิม จีวอน อยู่ห้อง B จะจีบนายใหม่ เข้าใจไหม คิม ฮันบิน”




 

50%


 

“สรุปว่าพี่ก็ยังไม่ลืมมัน?”

ฮันบินถึงกับถอนหายใจเมื่อวันนี้ก็เป็นอีกวันที่ยูคยอมไม่ไปเข้าเรียน

ตั้งแต่คาบแรกยูคยอมก็โดดเรียนมาเฝ้าเขาด้วยเหตุผลที่ว่าชานอูหายไปไหนก็ไม่รู้ไม่เข้าเรียนเหมือนกัน พอบอกให้ไปเรียนได้แล้ว ตัวไม่ได้ติดกันกับชานอูเสียหน่อย ยูคยอมก็ยังยืนกรานคำเดิมว่าอยากเฝ้าฮันบินมากกว่าเพราะไม่อยากให้จีวอนมายุ่งด้วยแล้ว

เรื่องมันก็เพราะเมื่อเช้าเจ้าตัวดันโผล่มาเห็นว่าจีวอนอยู่กับเขาพอดีนั่นล่ะ แน่นอนว่าทั้งจีวอนแล้วก็ยูคยอมมีปากเสียงกันเล็กน้อย ต้องขอบคุณผอ.ซงที่ส่งคนมาเรียกตัวจีวอนไปพบอีกครั้ง ข้อหาที่พังห้องเรียนของเขาเละไม่เป็นท่าเมื่อวาน ในวันนี้ฮันบินจึงต้องย้ายมาเรียนที่ห้องโสตชั่วคราว ปัญหาคือห้องนี้อยู่ใกล้ๆกับตึกเกรด 10 พอดี

นั่นเท่ากับว่ายังไงเขาก็หนียูคยอมไม่พ้น

“นายควรกลับไปเรียนนะ ก่อนที่อาจารย์จะว่า”

“ทำไมพี่ไล่ผมอะ เมื่อคืนพี่ก็ไล่” ยูคยอมเริ่มจะหัวเสีย ใบหน้าคมหงิกงอ ภายนัยน์ตาฉายแววไม่เข้าใจฮันบินเลยซักนิด

“พี่ไม่ได้ไล่ แต่พี่พูดด้วยเหตุผล นายควรจะไปเรียนไม่ใช่มาเฝ้าพี่แบบนี้”

“พอผมไปเรียนพี่ก็จะได้อยู่กับมันงั้นสิ?”

ฮันบินถึงกับจิปากเมื่ออีกฝ่ายเริ่มหาเรื่อง ตอนนี้เป็นช่วงพัก 10 นาที อีกไม่กีนาทีอาจารย์ก็จะมาแล้ว ถ้าเห็นว่ามีเด็กเกรด 10 มานั่งเอ้อระเหยไม่ยอมไปไหนผลร้ายก็จะตกอยู่ที่ยูคยอมเองนั่นแหละ

โรงเรียนซงน่ะ ไม่ได้ใจดีกับเด็กเหมือนที่อื่นหรอกนะ ค่อนข้างเข้มงวดด้วยซ้ำ เนื่องจากต้องรักษาระดับมาตรฐานที่ดีงามให้คงอยู่ เด็กทุกคนจึงไม่สามารถทำอะไรตามใจได้ยังไงล่ะ

“พี่จะไม่พูดซ้ำนะ แต่นายไม่ควรทำตัวแบบนี้ อย่าห่วงพี่มาก ห่วงตัวเองบ้าง..”

“ถ้าผมไม่รักพี่ผมไม่ห่วงหรอก พี่ไล่ผมทีไรพี่ก็ไปอยู่กับมันทุกที เมื่อคืนพี่ก็ไล่ผมไปนอนห้องอื่น แต่สุดท้ายพี่ก็เอามันมานอนด้วย”

“นั่นใช่เรื่องที่ควรจะพูดตอนนี้?” ฮันบินถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเนื่องจากยูคยอมเริ่มจะพูดดังขึ้น เรียกให้แต่ละคนพร้อมใจกันหันมามอง นั่นทำให้ร่างสูงชะงักไป ยูคยอมเสมองไปทางอื่นก่อนจะถอนหายใจเบาๆแล้วกันกลับมาจ้องด้วยแววตาสำนึกผิด

“ขอโทษครับ”

“นายไม่ต้องขอโทษ แต่นายไม่ควรทำให้พี่หนักใจ”

“พี่หนักใจที่มีผม?”

ฮันบินถอนหายใจออกมาอีกหนเมื่อพูดอะไรยูคยอมก็เอาแต่มองในแง่ร้ายไปเสียหมด จากที่เหนื่อยอยู่แล้วยิ่งทำให้รู้สึกแย่มากขึ้น ตอนนี้เขารู้แล้วว่าไม่ควรตอบตกลงคบกับยูคยอมตั้งแต่แรก

อย่าคบใครเพียงเพราะอยากลืมบางคน

ถ้าทำแบบนั้นปัญหามันก็จะถาโถมเข้ามาแบบไม่มีที่สิ้นสุดอย่างนี้

“พี่อย่าลืมนะครับ เรื่องที่พี่จีวอนทำ มัน..”

“อย่าพูดถึงมัน” ฮันบินตัดบททั้งๆที่ยูคยอมยังพูดไม่จบ

เป็นอีกครั้งที่ยูคยอมพยายามขุดเรื่องเดิมๆมาพูดเพื่อให้เขารู้สึกแย่ สาเหตุที่ทำให้กลับไปคบกับจีวอนไม่ได้นั่นเขารู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร ตอกย้ำตัวเองอยู่ทุกวันแล้วก็เจ็บอยู่ทุกวันเพราะเรื่องนี้นี่แหละ ไม่จำเป็นต้องคอยมาย้ำกัน

เพียงแค่คิดหน้าก็ชาๆยังไงไม่รู้

“ถ้าพี่ยังแคร์อยู่ก็แปลว่ายังลืมไม่ได้สินะ”

“แล้วแต่นายจะคิดก็ละกัน พี่ไปเรียนละ”

“เดี๋ยวดิ”

ข้อมือบางถูกดึงเอาไว้ในตอนที่กำลังจะเดินหนี ฮันบินถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อเขาพยายามจะบิดออกแต่ยูคยอมก็กำเอาไว้แน่น แถมไม่พอยังออกแรงดึงเข้าไปหาตัวอีกต่างหาก

“ผมขอโทษ”

“พี่ไม่ได้ว่าอะไร”

“พี่ไม่ได้ว่าแต่พี่ก็ไม่พอใจ ผมรู้ว่าทำแบบนี้พี่เหนื่อย แต่ผมก็น้อยใจเหมือนกัน ผมเป็นแฟนพี่นะ”

ฮันบินเงียบไปอีกครั้ง ริมฝีปากบางเม้มแน่นก่อนจะถอนหายใจออกมา ได้ยินยูคยอมพูดแบบนี้ก็มีแต่จะทำให้เขารู้สึกผิด ถ้าอย่างนั้น..

“เราเลิ..”

“อย่าบอกเลิก” ยูคยอมรีบพูดแทรกขึ้นมาก่อน มือหนากำข้อแขนของเขาแล้วบีบเบาๆเหมือนอยากสื่อให้รู้ว่าอย่าพูดคำนั้นออกมาเด็ดขาด

“เป็นแบบนี้ก็มีแต่นายที่จะเสียใจ นายควรไปเจอคนที่ดีกว่าพี่นะ”  ฮันบินถอนหายใจออกมาเบาๆ นัยน์ตาฉายแววจริงจัง เขามั่นใจกับคำพูดนั้น ไม่อยากให้อนาคตของเด็กคนนึงต้องมาเสียกับเรื่องไร้สาระอะไรแบบนี้อีกแล้ว

“ถ้าพี่ทิ้งผมนั่นแหละผมจะเสียใจ ถ้าไม่อยากให้ผมเสียใจพี่ก็อย่าทิ้งผมสิ”

ทั้งสองคนจ้องตากันอยู่แบบนั้นซักพัก คำพูดที่ยูคยอมเอ่ยออกมาฮันบินสัมผัสได้ว่ามันเจือไปด้วยคำอ้อนวอนและขอร้อง ไม่ว่าใครก็ไม่อยากถูกบอกเลิกทั้งนั้น และอีกอย่าง.. ที่ผ่านมายูคยอมก็ทำดีกับเขามาตลอด

ยูคยอมไม่ได้ทำอะไรผิด เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ควรทำร้ายยูคยอม

ใช่ไหม?

“อื้อ งั้นพี่ไปเรียนก่อนนะ” ฮันบินตัดสินใจสูดลมเข้าปอดแล้วฝืนยิ้มออกมา มันทำให้ยูคยอมใจชื้นขึ้นบ้าง ฝ่ามือหนานั้นค่อยๆคลายออกจากข้อมือของเขาแต่โดยดี ก่อนที่ร่างสูงจะเดินไปนั่งรออยู่ที่หน้าห้องเหมือนเดิม

“ตั้งใจเรียนนะครับ”

ยังไงก็ไม่คิดจะกลับไปเรียนสินะ

เมื่อเหนื่อยการณ์ที่จะพูดฮันบินก็ทำเพียงแค่พยักหน้าเฉยๆ เขาหันหลังกลับแล้วเดินเข้าไปในห้อง ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเดินไปนั่งฟุบโต๊ะแล้วหลับตาลง

ขอให้เรื่องราวอันน่าปวดหัวนี้จบลงเสียที เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรแล้ว.. เขาควรจะแก้ปัญหาที่จุดไหนก่อนดีนะ?

LUST & WRATH

 

ตกเย็น

สรุปแล้ววันนี้แทฮยอนก็ไม่มา

จินฮวานมองเก้าอี้ที่ว่างเปล่าก่อนจะถอนหายใจ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรรึเปล่าโทรหาก็ไม่รับ แต่คิดว่าอาจจะอยู่กับคนที่ชื่อฮงซอกก็ได้ เพราะเขาลองไปถามห้อง E แล้วว่าฮงซอกมาไหม คำตอบที่ได้ก็คือไม่เช่นเดียวกัน

มือบางเก็บหนังสือกับงานทุกอย่างเช้าไปในกระเป๋าก่อนจะเดินออกมาจากห้อง ระหว่างนั้นคนที่เดินผ่านไปผ่านมาก็พากันมองและซุบซิบอะไรกันไปต่างๆนาๆ แต่พอจินฮวานหันไปมองทุกคนก็แสร้งทำเป็นยิ้มให้ซะงั้น

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความงงงวยก่อนจะนึกขัน ประเด็นที่พูดถึงกันคงเป็นเพราะสองวันมานี้เขาเข้าไปพัวพันกับจุนฮเวแน่ๆ มันเป็นเรื่องปกติที่พอจะเข้าใจได้ สัจธรรมของโลกนี้คือไม่มีใครไม่โดนนินทาอยู่แล้ว และเขาก็ไม่ได้เก็บมาซีเรียสหรือคิดมากอะไรเพราะมันน่าตลกดี ทุกคนต่างกลัวจุนฮเวแล้วก็พาลเกรงใจเขาไปด้วย มีหลายคนที่ไม่กล้าเข้ามาคุยเพราะทึกทักไปเองว่าเขาเป็น คนของ กู จุนฮเว ถ้าเข้าใกล้อาจจะมีเรื่องได้

ทีแรกก็ไม่รู้ แต่คยองซูบอกมาอย่างนั้น มันน่าตลกดีใช่ไหมล่ะ เขาเองก็ไม่รู้จะไปแก้ต่างกับใคร จะว่าไปอยู่แบบโดดเดี่ยวอย่างนี้ก็สบายดีเหมือนกัน แต่ถ้าใครเข้ามาถามก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ยอมเล่าความจริงหรอก

จินฮวานเดินลงไปที่ชั้นล่างก่อนจะชะเง้อคอมองไปรอบๆ วันนี้เขาก็บอกให้คนขับรถไปรอที่ลานจอดเหมือนเดิม อย่างที่รู้กันว่าเรื่องทางในโรงเรียนนี้ยังไม่แม่นนัก เพราะแบบนั้นเขาจึงคิดอยู่นานว่าจะเดินไปทางซ้ายหรือขวาดี

“เอ๊ะ..” แต่แล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นใครบางคืนยืนล้วงกระเป๋าพิงอยู่ตรงขอบรูปปั้นอาร์เทมิส จินฮวานเผลอเม้มริมฝีปากจากนั้นก็ยิ้มออกมาเพราะอีกฝ่ายก็มองมายังตัวเองเช่นกัน

การแต่งตัวที่ไม่เรียบร้อยผิดกฎระเบียบบวกกับหน้าตาโหดๆเหมือนอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ ก็มีอยู่แค่คนเดียว

.. กู จุนฮเว

“มาหาใครอะ” พอเห็นแบบนั้นเขาก็ไม่รีรอที่จะเดินเข้าไปหา ทั้งๆที่นักเรียนคนอื่นพากันเขยิบออกห่างแต่จินฮวานเลือกที่จะเข้าใกล้ โดยที่ไม่รู้เลยซักนิดว่าภายใต้ท่าทางที่เรียบนิ่งนั้น มีสิ่งหนึ่งที่กำลังเต้นแรง

น่าหงุดหงิดอีกแล้ว

จุนฮเวพ่นลมหายใจแรงก่อนจะหันไปมองทางด้านข้าง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนเป็นปมพลางยกมือขึ้นมาปิดปาก เด็กหนุ่มกระแอมไอเบาๆเพื่อข่มความรู้สึกที่พลั่งพลูเอาไว้ แต่ดูเหมือนไม่ว่าจะทำอย่างไรใจมันก็เต้นแรงเท่าเดิม ยิ่งสร้างความหงุดหงิดใจให้มากขึ้นอีก

“ไม่ได้มาหาใคร” จุนฮเวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆพร้อมกับหยัดกายยืนตรง สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะมองไปที่ร่างเล็กแบบนิ่งๆ

“เหรอ แล้ว.. มีธุระที่ตึกนี้?”

“ยุ่งจริง ถามทำไม?”

“เอ้า..”

เป็นอีกครั้งที่จินฮวานงงว่าตัวเองทำผิดอะไร เขายกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อก่อนจะบ่นอุบออกมาคนเดียวเพราะรู้ว่าถึงถามไปอีกหนจุนฮเวก็คงไม่ตอบ แต่ตึกเกรด 10 กับเกรด 12 มันห่างกันนะ ด้วยความที่โรงเรียนซงกว้างมาก ทำให้กว่าจะเดินมาถึงก็ใช้เวลาพอสมควร แล้วนี่มายืนพิงรูปปั้นชมวิวเหรอไง?

มาไกลจังเลยเนอะ

แอบแขวะไปในใจคนเดียวก่อนจะส่งยิ้มให้อีกฝ่าย จินฮวานเอ่ยบอกลาจากนั้นก็เลือกที่จะหันหลังแล้วเดินไปอีกทาง ในเมื่อจุนฮเวไม่อยากให้เขายุ่งเขาก็จะไม่ยุ่งก็ได้ เดี๋ยวจะรำคาญซะก่อน

แต่แล้วร่างเล็กก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินฝีเท้าของใครบางคนเดินตามมา

“ตามมาทำไมอะ?”

จุนฮเวนั่นเองที่เดินล้วงกระเป๋าตามแบบห่างๆ จินฮวานขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงงเพราะเมื่อถามแค่นั้นอีกฝ่ายก็ทำหน้าเหวี่ยง คนตัวสูงกว่าจิปากแผ่วเบาจากนั้นก็พ่นลมหายใจออกมาหนักๆ

“ไม่ได้ตาม”

“อ้อ..”

เขาพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะเดินต่อ จินฮวานยกมือขึ้นมาเกาหัวเพราะตอนนี้รู้สึกงงไม่น้อย ก็ไอ้คนที่บอกว่าไม่ได้ตามนั่นน่ะ ป่านนี้ยังเดินล้วงกระเป๋าแล้วก็ตามมาอยู่เลย จินฮวานคอยหันไปมองเป็นระยะๆทำไมจะไม่รู้ แล้วพอหันไปหาก็เจอแต่สายตาขวางๆจนเขาไม่รู้จะชวนคุยอะไรดี

นี่ไม่ใช่นักโทษนะ..

การที่จุนฮเวทำหน้าโหดแล้วเดินตามแบบนี้มันให้ความรู้สึกกดดันเหมือนตัวเองไปทำอะไรผิดมา นี่ก็ไม่รู้ว่าถ้าแกล้งวิ่งหนีไปอีกทางจะโดนคว้าคอกลับมาต่อยไหม

พูดก็พูดเถอะ ความจริงเขาไม่ได้กลัวจุนฮเวขนาดนั้นหรอก แต่เพราะเดาอารมณ์ไม่ถูกก็เลยไม่รู้ว่าควรทำตัวยังไงอีกฝ่ายถึงจะพอใจ แล้วยังมีข่าวของคัง ซึงยูนอีก เอาเป็นว่าปากบอกไม่กลัวแต่ในใจก็มีระแวงกันบ้างล่ะน่า..

“นายจะไปไหนล่ะ ทำไมต้องเดินตาม?” เพราะความอึดอัดทำให้ร่างเล็กตัดสินใจหันไปชวนคุย จินฮวานเดินถอยหลังเพื่อที่จะได้คุยกับอีกฝ่าย แต่พอได้ยินคำว่า ตาม อีกหน ก็ทำให้จุนฮเวหงุดหงิดมากกว่าเดิม ทำเอาคนถามรีบยกมือขึ้นมายอมความแทบไม่ทัน

“โอเค ไม่ถามแล้ว นายไม่ได้ตามฉัน แต่นายกำลังจะไปไหนซักที่ที่เป็นทางนี้ ถูกต้องไหม?”

ร่างสูงยังคงเงียบ จุนฮเวถอนหายใจออกมาเบาๆในขณะที่สองเท้าก็ยังก้าวต่อไป ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรเพราะภายในรูปประโยคนั้นก็มีคำตอบของตัวเองอยู่แล้ว สายตาของเขาจับจ้องอยู่ข้างหลังของจินฮวานอยู่ตลอดเวลา เพราะการเดินอยู่แบบนี้แน่นอนว่าจินฮวานไม่สามารถมองเห็นทางข้างหลังได้

เดี๋ยวก็ชนอย่างอื่นหรอก ดีนะว่าถนนของโรงเรียนมันกว้างและไม่มีสิ่งกีดขวาง

แต่ถ้าสะดุดล้มจะทำยังไง? เดินถอยหลังทำไมวะ?

ยิ่งคิดแบบนั้นจุนฮเวก็ยิ่งหน้างอ มันทำให้จินฮวานทึกทักไปเองว่าอีกฝ่ายคงรำคาญที่เขาถามมาก สุดท้ายแล้วร่างเล็กก็เลือกที่จะยอมแพ้แล้วหันหลังกลับมาเดินดีๆไม่เซ้าซี้ต่อ

คนอะไรวะเดาใจยากโคตรๆ

ทั้งคู่เดินไปตามทางเงียบๆ จุนฮเวยังคงล้วงกระเป๋าแล้วก็เดินต่อไปแบบนั้น เมื่อจินฮวานหยุดอ่านป้ายเขาก็หยุด พอหันไปถามว่าลานจอดรถไปทางไหนก็ไม่ยอมตอบ ไม่รู้ว่าลืมเอาปากมาโรงเรียนด้วยรึว่ายังไง

เอาเป็นว่าจินฮวานเดินหลงอยู่ในโรงเรียนอีกแล้ว เวลาที่แสนยาวนานทำให้จุนฮเวเลือกที่จะดึงบุหรี่ออกมาจากในกระเป๋าเสื้อแล้วจุดสูบ การกระทำนั้นเรียกให้จินฮวานหันไปมองก่อนจะบ่นอุบอิบด้วยความขัดใจ

ดูดบุหรี่ได้แต่ทำไมตอบเขาไม่ได้เล่า..

จินฮวานเดาทางไปเรื่อยก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้หัว เขาพบว่าที่โรงเรียนซงไม่ได้มีแค่ลานจอดรถใหญ่เพียงแห่งเดียว แต่ยังแบ่งยิบย่อยให้คนที่มาทำธุระในแต่ละตึกได้จอดอีกด้วย รู้อย่างนี้สั่งคนขับรถให้ไปรับที่หน้าตึกเกรด 12 เลยก็ดี จะได้ไม่ต้องหาเอาเองอย่างนี้ ไอ้คนที่เดินอยู่ทางด้านหลังนั่นก็ไม่คิดที่จะช่วยอะไรบ้างเลย

บุหรี่หมดไปเป็นมวลที่สองจินฮวานถึงจะหาลานจอดรถเจอ ร่างเล็กหอบแฮ่กๆ ในตอนที่เดินมาถึง เขาหันไปมองจุนฮเวอย่างอดที่จะแปลกใจไม่ได้เพราะไหนเมื่อกี๊บอกไม่ได้ตาม แต่ทำไมถึงมาตรงลานกว้างนี้ด้วยกัน

“ขอบคุณที่เดินมาส่งนะ” แต่แทนที่จะถามอะไรออกไป จินฮวานก็เลือกที่จะขอบคุณมากกว่า เพราะดูจากรูปการณ์แล้วยังไงก็ไม่ได้คำตอบอยู่ดี

“ใครมาส่ง?”

“อ้าวก็.. นายไง”

“ไม่ได้มาส่ง” ร่างสูงขึ้นเสียง ส่วนมือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบกุญแจรถออกมากดปลดล็อก

จินฮวานถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเพราะการกระทำนั้น สายตาหวานมองใบหน้าของจุนฮเวกับรถยนต์สลับไปสลับมาด้วยความงงงวย แล้วไหนบอกว่าไม่ชอบขับรถยนต์?

“เปลี่ยนรถแล้วเหรอ?”

“ยังมั้ง”

จุนฮเวตอบพลางดึงบุหรี่ออกมาจุดสูบอีกมวล ผิดกับจินฮวานที่ค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาเรื่อยๆจนกลายเป็นยิ้มกว้าง เขายืนมองกายสูงที่ยืนดูดบุหรี่อยู่เงียบๆก่อนจะหัวเราะ เรียกให้จุนฮเวหันมาขมวดคิ้วมองพร้อมกับลดมือลง

“ตลกอะไร?”

“ที่ฉันพูดไป นายก็เข้าใจใช่ไหมล่ะว่าเป็นห่วง

จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันอีกครั้งเพราะอยู่ๆใบหน้ามันก็รู้สึกร้อน ริมฝีปากหนาเหวอออก กะจะเถียงแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดี สุดท้ายก็จบลงด้วยการคาบบุหรี่แล้วสูดควันเข้าไปจนเต็มปอด

“ขับรถยนต์ก็ดี ต้องรัดเข็มขัดนริภัยด้วยนะรู้ปะ?”

“ยุ่งอีกละ” ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาทางจมูกเมื่อร่างสูงเอ่ยคำนั้น

แต่แทนที่จินฮวานจะสลดใจกับน้ำเสียงเหวี่ยงๆเขากลับหัวเราะออกมาเบาๆ เพราะรู้ดีว่าจุนฮเวแค่พูดไปอย่างนั้นเอง เมื่อวานก็ว่าเขายุ่งแบบนี้แหละ แต่สุดท้ายก็ยอมฟังเหตุผลที่บอกแล้วก็เอารถยนต์มาโรงเรียนในวันนี้

ความจริงก็เป็นเด็กดีเหมือนกันนะเนี่ย..

ถ้าคนอื่นได้มาเห็นมุมนี้บ้างคงจะเลิกกลัวกันไปเลยสินะ

“โอเค ไม่ยุ่งแล้ว” จินฮวานหัวเราะต่อก่อนจะยกมือขึ้นยอมความ แต่เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ก่อน “เอ้อ.. แล้วก็ขอบคุณนะที่ส่งกางเกงพละไปให้ แต่ส่งมาทำไมตั้งเยอะ ความจริงกางเกงขายาวฉันก็มีอยู่แล้วนะ เพิ่งได้มาจากอาจา..”

“แล้วทำไมไม่ใส่?” ร่างสูงถามทันควัน

“นายเห็นฉันตอนเรียนพละเหรอ?”

คำพูดนั้นทำเอาคนที่กำลังดูดบุหรี่อยู่หยุดชะงัก จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะสองข้างแก้มมันร้อนวาบขึ้นมาอีกครั้ง

น่ารำคาญจริง เป็นคนที่ต้องถามทุกอย่างที่คิดเลยรึไงนะ เขาไม่ได้แอบมองเสียหน่อย ตอนเรียนมันเห็นเองต่างหาก

“พูดมาก”

จินฮวานเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาอีกหน สังเกตจากใบหูที่เริ่มแดงทำให้เขารู้ว่าจุนฮเวต้องยังไม่เคยซื้อของให้ใครแน่ๆ แล้วนี่มาซื้อให้ทั้งผ้าเช็ดหน้าทั้งกางเกงเลย พอรู้แบบนี้ก็ยิ่งทำให้อยากตีสนิทมากขึ้นอีก

เขาอยากรู้จักจุนฮเวให้มากกว่านี้ อยากรู้ว่าทำไมถึงขี้โมโห ทั้งๆที่ลึกๆแล้วเหมือนจะเป็นคนหัวอ่อนด้วยซ้ำไป

หมายถึงไม่ใช่คนอารมณ์ร้อนที่เอาแต่ใจตัวเอง ถ้าบอกด้วยเหตุผลเขาเชื่อว่าจุนฮเวจะยอมทำตามหลายอย่างเลยทีเดียว

“ไปกินข้าวเย็นด้วยกันไหม?” จินฮวานตัดสินใจเอ่ยถามออกไป ทำเอาคนที่กำลังจะส่งมวลบุหรี่เข้าปากหยุดคิด

จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมเอียงคอมอง สายตาคมหรี่มองอย่างจับผิด ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครชวนกินข้าวซักที ไม่สิ.. มีแค่แม่บ้านที่มาชวนตอนเช้าเท่านั้นล่ะ นั่นถือว่าเป็นการชวนรึเปล่า แล้วนี่รุ่นพี่เตี้ยต้องการอะไรจากเขากันวะ?

“หรือนายต้องกลับไปกินข้าวกับพ่อที่บ้านล่ะ ถ้าอย่างนั้นไว้ค่อย..”

“สรุปจะยุ่งไปทุกเรื่องเลยใช่มะ?” จุนฮเวพูดแทรก ความสับสนในใจเริ่มจะทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นมาอีกหนแล้ว ถ้าจะบอกว่าระแวงก็คงไม่แปลก เพราะที่ผ่านมา.. คนที่เข้าหาเขาก็มีแต่จะคิดร้ายทั้งนั้น

“ก็บอกแล้วไงว่าแค่อยากรู้จักนาย”

“รู้เพื่อ?”

“ทำไมอะ ก็ถูกชะตาไง” จินฮวานยักไหล่ด้วยท่าทางชิวๆ แม้เขาจะอธิบายแบบนี้จุนฮเวก็ยังมีสีหน้าไม่เชื่ออยู่ดี

กำแพงที่สร้างขึ้นมาป้องกันตัวเองนั่นหนาจริงๆเลยนะ..

“โอเค ถ้านายไม่สบายใจฉันไม่ยุ่งก็ได้นะ แค่คิดว่าบางทีเราน่าจะเข้ากันได้อะ เพราะฉันเองเพิ่งย้ายมาใหม่ก็ยังไม่มีคนรู้จัก”

“หึ”

“ฉันพูดจริงนะ คิดแค่นั้นแหละ นายไม่ต้องกลัวฉันคิดร้ายต่อนายหรอก บ้านของฉันนายก็เคยไปส่งมาแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นนายสามารถเผาบ้านฉันทั้งหลังได้สบายๆเลยนะน่ะ” จินฮวานพูดแบบติดตลก เขาไม่ทันได้คิดว่ามันจะทำให้บรรยากาศเริ่มมาคุมากขึ้นหรือไม่ แต่พอเห็นหัวคิ้วของร่างสูงค่อยๆคลายออกจากกันก็ทำให้ใจชื้นมากขึ้นกว่าเดิม

“สรุป..ไปไหม?”

จุนฮเวยักไหล่เมื่อร่างเล็กถามซ้ำ มือหนาทิ้งมวลบุหรี่ลงไปที่พื้นก่อนจะใช้เท้าขยี้ๆแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ

แต่เอ้า.. คำตอบก็ไม่ให้ แถมยังหนีเข้าไปในรถก่อนอีก แล้วนี่เขาควรจะทำยังไง?

ร่างเล็กยืนอยู่กับที่เมื่อรถคันใหญ่ยังไม่เคลื่อนออกไปไหน เป็นเพราะรอบด้านติดฟิล์มดำเขาจึงไม่รู้ว่าจุนฮเวกำลังทำหน้ายังไง ก่อนที่กระจกฝั่งตรงข้ามจะเลื่อนลงมา เผยให้เห็นใบหน้าที่แสนหงุดหงิดของคนที่อยู่ด้านใน

“ยืนรอให้อาหารมาเสิร์ฟรึไง?”

“อ..อ้าว สรุปไปเหรอ?”

จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นรอบที่ล้าน แล้วนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ร่างสูงไม่ตอบอะไรกลับมา แถมไม่พอยังเลื่อนกระจกขึ้นด้านบนเหมือนเดิมอีกต่างหาก ทำเอาจินฮวานต้องรีบเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งด้านในอย่างไม่รอช้าเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะหงุดหงิดมากไปกว่านี้

เอ้อนะ.. พออยู่ด้วยกันต้องเดาอารมณ์แทนทุกที นี่ขนาดเพิ่งเจอแค่สามวัน ถ้าคุยกันไปสามเดือนเขาไม่กลายเป็น เชอร์ล็อก โฮมส์ หรือโคนัน ไปเลยรึไง

“อยากไปกินร้านไหนล่ะ นายมีร้านที่เด็ดๆหรือว่าอร่อยๆแนะนำฉันบ้างมะ..” ร่างเล็กหันไปถามต่อเพราะหมายจะชวนคุย ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปสะดุดเข้ากับจอ GPS ที่ติดไว้ตรงหน้ารถ ซึ่งโชว์ร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสอยู่พอดี

อ้าว.. หาตั้งแต่ตอนไหน

หรือว่าที่ขึ้นรถมาก่อนนั้นก็เพื่อ...

แบบนี้เองเหรอ?

.

.

.

เห็นไหมล่ะ เขาบอกแล้วว่าจุนฮเวน่ะเป็นคนน่ารัก J

 

 

 

ครบ100%

#จุนฮเวขี้โมโห #7sinsดบบ
ไปแซวบอทได้เลย
555555555555555555555555555555555555555

ใครทีมยูคหรือทีมจีวอนมั่งงับ บอกกันหน่อยทำไม ' '


 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,735 ความคิดเห็น

  1. #2717 เจ้าหญิง ซวานากิ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 21:33
    ไม่รู้ว่าคนน้องน่ารักหรือคนพี่น่ารักกันแน่5555555
    #2,717
    0
  2. #2716 BaitongSarocha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 12:17
    จีวอนโครตกวนตีน55555555555 เน่น่ารัก-อ่ะ แม่งเอ้ยยยยย
    #2,716
    0
  3. #2707 CloverG (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 00:43
    จุนฮเวโครตน่ารักกกกกกกกก
    #2,707
    0
  4. #2706 Mini_Muay (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 03:10
    โอ้ยยยย จุนฮวานนี่ดีต่อใจ
    #2,706
    0
  5. #2692 icevalentine (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 22:39
    อ่านคู่ดบบและเคียสสสส จุนฮวานน่ารักกกด
    #2,692
    0
  6. #2670 JINWOOBIN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2559 / 07:07
    ทีมจีวอนสุดใจ5555555 จุนเน่น่ารักกกกกกกก
    #2,670
    0
  7. #2640 choopp (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 12:20
    อยู่ทีมจีวอนและทีมส่งยูคกลับบ้านคะ 5555555 เน่คือแบบทำเป็นโมโหซึนก็บอกโด่ววว
    #2,640
    0
  8. #2630 pinkydrop (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2559 / 00:53
    โอ๊ยยยยยย ชอบจุนฮเวมากอ่ะ ยิ่งแบบหน้าตอนโมโหคือเอาจริง ตัวเป็นๆ นางดูเป็นคนยิ้มยาก 555+ ฮันบินนนนเบบี้ขา~ เมนหนูนะคะ ยอมรับซะว่าแกรักการจั๊กกะปืบบบบกะบ๊อบบี้หน้ามึน ฮ่าๆง โอ๊ยยย จินฮวาอีก น่ารักไปไหนนนนน แอร๊ยยยยยยย
    #2,630
    0
  9. #2169 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 21:15
    โอ้ยยยยย น่ารัก อ่ะแกกกกก
    #2,169
    0
  10. #2127 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 06:50
    ทีมจุนฮเวได้มั้ยล่ะ โอ้น ทำเหมือนเด็กเพิ่งจีบกันใหม่ๆเลย น่ารักเป็นบ้า ส่วนยูค ตัดใจนะ สงสารยูค เป็นได้แต่ตัวประกอบ ดบบนี่ร้อนแรงมาก สงสารฮันบิน ชอบนิสัยฮันบินด้วย ถึกทนและเจ้มแข็ง ส่วนพี่จีนานนี่ยังกะแสงสว่าง
    #2,127
    0
  11. #2087 9nawKIHAE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 01:01
    จะบ้าตายยยยยย น้องจุนเน่น่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ทำเป็นเข้มอยู่ได้เนาะ น้องแสดงความรู้สึกไม่เก่ง ยังไงพี่จินก็ช่วยสอนหน่อยเนอะๆๆๆ

    #2,087
    0
  12. #2053 Sendou Nunny (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 22:24
    ทีมบ็อบบี้ค่ะะะ ขอโทษนะยูคแต่นายมาคู่เราดีกว่า.////.
    #2,053
    0
  13. #1897 Mild Apichaya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:35
    คือเน่น่าร้ากกกกกกกกกก แอบสงสารพี่จินนิดหน่อยนะ เหมือนพูดคนเดียวเลย55555
    #1,897
    0
  14. #1712 mainita (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:03
    เน่หนูจะน่ารักเกินไปแล้วว 555555555
    #1,712
    0
  15. #1667 ElZuar (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 09:47
    ไม่ขรรม. จุนเน่555. ซึนมากลูก
    #1,667
    0
  16. #1503 SYMJDH (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 07:29
    เหนื่อยแทนจินฮวานว่ะเอาจริงๆ คือเหมือนพูดคนเดียว 5555 แล้วเด็กรร.นี้เป็นไง หายไปไหนกันหมด
    #1,503
    0
  17. #1443 MilkiiZ19 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2558 / 18:39
    โง่ยยยยย จุนฮเวทำไมน่ารักขนาดนี้ อ่านไปเขียนไป แง? ?
    #1,443
    0
  18. #1378 ba-na-na (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 13:45
    ทีมบ็อบ คะ
    เราชชอบบ็อบเราชอบผู้ชายแบบบ็อบ55555555
    #1,378
    1
    • #1378-1 Biebae . ♥(จากตอนที่ 8)
      15 ธันวาคม 2558 / 17:04
      รู้มั๊ยคะว่าตามคัทจากไหน แง
      #1378-1
  19. #1365 WIFE_ENGINEER (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 19:20
    เราชิปคู่นี้
    #1,365
    0
  20. #1257 xshawty (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 16:30
    ยังยืนยันคำเดิม เน่ซึนชิบบบบบบบบบบบบบ แต่น่ารักอะโอยไม่ทน

    บ๊อบนี่ถึงโหดแต่ตอนจะจีบใหม่นี่ก็ไม่ทน บ๊องบงบ๊อบบี๊อะไร นี่พี่จีวอนคนหล่อพ่อรวย
    #1,257
    0
  21. #1074 milkkmilk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 23:55
    จุนเน่อิสดาเบสสสสสสส
    #1,074
    0
  22. #1014 puntapun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 18:35
    ทีมบ๊อบบบบ
    #1,014
    0
  23. #1009 CttTmo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 18:35
    ดบบ.นี่เครียดหนักมาก หนีมาฟินจึนฮวานละ โอ๊ย ขึ้นรถมาก่อนเพื่อหาร้านอาหาร ฟินแรงงงงง T T / เรายังเลือกทีมไม่ได้ ก็ยังไม่รู้นี่นาว่าเลิกกันทำไม สงสารยูคนะ แต่บ๊อบมันจะเริ่มจีบใหม่ละ ท่าทางเอาเรื่องอยู่ เลือกไม่ด้ายยยย
    #1,009
    0
  24. #997 J.jarjam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 22:08
    โอ้ยยยยยยยยยยยนยอ่านละยิ้มเองอ่ะ
    #997
    0
  25. #993 E.L.F_Deuce (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 15:32
    จ้าาาาาา น่ารักกกกกกกกกกกก
    #993
    0