( END ) 7SINS/iKON ϟ LUST&WRATH ▫ #junhwan #doubleb

ตอนที่ 6 : ⍫ moody

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    17 พ.ค. 58




7SINS PJ.

LUST & WRATH

CHAPTER 04 : MOODY

 

 

คาบบ่ายเต็มไปด้วยความน่าเบื่อ

ตอนนี้บ่ายสาม จุนฮเวเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะก่อนจะยกมือขึ้นมาขยี้ตาเบาๆ อาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าห้องยังคงสอนต่อไปตามหน้าที่ หากแต่เนื้อหาของเรื่องนั้นไม่ได้เข้ามาในหัวของเขาเลยซักนิด

นิ้วเรียวลูบไปตามสันดั้งของตัวเองพร้อมกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นมา ทั้งๆที่มันก็เป็นแค่พลาสเตอร์ปิดแผลธรรมดาๆแท้ๆ แต่ทำไมเวลาสัมผัสโดนถึงรู้สึกหวิวๆในใจและมวลในช่องท้องแปลกๆ

เพียงแค่คิดแบบนั้นคิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากัน จุนฮเวถอนหายใจฟึดฟัดเพราะใบหน้าของรุ่นพี่ตัวเตี้ยที่ชอบมาก่อกวนลอยเข้ามาในหัวอีกแล้ว ไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารอยยิ้มนั่นตรึงอยู่ในใจและยากที่จะลืม

คงเป็นเพราะว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีใครยิ้มให้เขาเลยล่ะมั้ง เพราะแต่ละคนที่เดินผ่านก็มักจะหลบสายตาแล้วก็ทำทีหวาดระแวงตลอด ทำอย่างกับเขาเป็นปีศาจที่แสนร้ายกาจอย่างนั้นล่ะ

ทั้งๆที่ความจริงแล้วจุนฮเวก็แค่เด็กเกรด 10 ธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น แค่พอมีคนมาหาเรื่องแล้วเตะต่อยชนะทุกรอบนี่มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยรึยังไง

ตอนเด็กๆก็เคยคิดอยากจะมีเพื่อนกับเขานะ แต่เข้ากับใครไม่ได้ตลอด เพราะบางคนก็กลัวเกินไปจนหลีกทางออกไปเอง จนตอนนี้ก็ชินซะแล้วที่ต้องอยู่คนเดียว ขนาดพี่น้องพ่อเดียวกันยังไม่สนใจกันเลย จะให้คนอื่นมาสนก็คงยาก

นั่นไม่ใช่ความน้อยใจหรอก แต่สิ่งที่จุกอยู่ในอกนี่มันคืออะไรกัน?

ความคิดที่สับสนอยู่ในใจทำให้เขาเกิดความหงุดหงิดใจอีกครั้ง จุนฮเวถอนหายใจออกมาแรงๆก่อนจะทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง มือหนายกขึ้นมาเท้าคางเอาไว้แล้วจ้องมองลงไปยังสนาม ก่อนที่คิ้วทั้งสองข้างจะต้องเลิกขึ้นเมื่อจังหวะนั้นเขาเห็นคนตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังเล่นบาสเก็ตบอลอยู่พอดี

“หึ” ร่างสูงแค่นหัวเราะ

เพียงมองแค่นี้ก็รู้แล้วว่านั่นคือรุ่นพี่จอมจุ้นที่เป็นคนแปะพลาสเตอร์ให้กับเขาเอง จุนฮเวนั่งมองอย่างนึกขัน เพราะเขาคิดว่าเตี้ยๆแบบนั้นไม่น่าจะเล่นบาสไปได้สวยนักหรอก

นั่นไง..

ชู้ตก็ไม่ลงห่วง

แล้วมันก็ทำให้จุนฮเวหัวเราะออกมาอีกหน รู้ตัวอีกทีเขาก็นั่งจ้องอยู่แบบนั้น ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความง่วงมันจางหายไป ทั้งๆที่เมื่อกี๊เขาคิดจะฟุบหน้าลงไปหลับต่อด้วยซ้ำ

จินฮวานชู้ตบาสลงบ้างไม่ลงบ้าง พอตอนไหนชู้ตลงก็ทำท่าดีใจใหญ่ ส่วนตอนที่ชู้ตไม่ลงก็หันไปทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อนที่หน้าขาวๆและตัวสูงกว่า จากนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะด้วยกัน

“เหอะ” จุนฮเวแค่นหัวเราะออกมาอีกครั้งก่อนจะส่ายหน้า เขายังคงจดจ้องอยู่ที่ร่างเล็กต่อไปเรื่อยๆไม่ได้สนข้อมูลที่อาจารย์อธิบายลงบนกระดานเลยด้วยซ้ำ

ทำตัวเหมือนเด็กทั้งๆที่เรียนอยู่เกรด 12 แล้วแท้ๆ แล้วนั่น.. ทำไมต้องใส่กางเกงขาสั้นขนาดนั้นด้วย

คาบพลศึกษาของโรงเรียนทุกคนจะต้องเปลี่ยนไปใส่ชุดพละ ซึ่งมันก็มีให้เลือกทั้งกางเกงขาสั้นแล้วก็ขายาว แต่ทำไมพี่เตี้ยนั่นต้องเลือกใส่ขาสั้นด้วยวะ

ร่างสูงจิปากออกมาด้วยความขัดใจ คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันมุ่นเมื่อเห็นขาขาวๆของอีกฝ่าย เขาอยู่ไกลขนาดนี้ยังรู้เลยว่ามันขาวขนาดไหน แล้วคนอื่นที่อยู่ใกล้ๆล่ะ คงสะท้อนเข้าตาเลยสินะ

โว้ะ

น่าหงุดหงิด

ยิ่งตอนที่เห็นจินฮวานจะเซล้มแล้วมีเพื่อนอีกคนเข้ามาพยุงเอาไว้ จุนฮเวก็ยิ่งหงุดหงิด

ร่างสูงพ่นลมหายใจฮึดฮัดออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากแต่สายตาก็ยังละไปจากตรงนั้นไม่ได้อยู่ดี จุนฮเวนั่งทอดสายตาไปยังท้องสนามจนหมดคาบ ก่อนที่เจ้าตัวจะผุดลุกออกจากที่นั่งแล้วกระทืบเท้าตึงตังเดินออกไปจากห้อง

ท่ามกลางความมึนงงของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น..

   

LUST & WRATH

 

ฮันบินถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย เพราะทันทีที่ออดเลิกเรียนดังขึ้นเขาก็เห็นร่างสูงยืนล้วงกระเป๋าพิงเสารออยู่ที่หน้าห้องแล้ว

เป็นเพราะห้องเรียนมีทางเข้าแค่ทางเดียวจึงไม่มีสิทธิ์หลบหลีกไปทางอื่น แถมจีวอนยังจ้องมาอยู่ตลอด ภายนัยน์ตาคมเข้มเหมือนอยากจะสื่อให้เขารู้ว่าหนียังไงก็ไม่มีทางรอด แถมเรื่องในตอนกลางวันนั่นก็ยังทำให้ปวดประสาทมากขึ้นอีกด้วย

อยากกินยานอนหลับแล้วหายไปจริงๆ

หลังจากที่ประตูลิฟต์เปิดออกแล้วเขาเจอกับยูคยอมแบบจะจะ จีวอนก็แค่นยิ้มแล้วส่งแขนขึ้นมาโอบไหล่หน้าตาเฉย แน่นอนว่าการกระทำแบบนั้นมันทำให้ยูคยอมชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจก่อนจะรีบก้าวเข้ามาหา

ทั้งคู่ปะทะฝีปากกันก่อนที่ยูคยอมเดินเข้ามาผลักจีวอนให้ถอยออกไปห่างๆ แต่มีหรือที่คนดื้อดึงอย่างจีวอนจะยอมทำตาม แถมไม่พอยังผลักคืนอย่างแรงเสียด้วย เพราะแบบนั้นมันจึงเกิดเป็นการกระทบกระทั่งกันอยู่ที่หน้าห้องเรียน

ทีแรกอาจารย์ผู้สอนทำทีจะเข้ามาห้าม แต่พอเห็นสีหน้าเอาเรื่องของจีวอนก็ไม่มีใครกล้ายุ่งกันทั้งนั้น ฮันบินเหมือนคนจนตรอก ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่ปัญหา ตอนที่เขาดันร่างของจีวอนเอาไว้ ยูคยอมก็ไม่พอใจแล้วเข้ามากระชากออกไป แต่พอยูคยอมแตะตัวของเขาเพียงน้อยนิด จีวอนก็พุ่งเข้ามาหาเตรียมจะมีเรื่องกันอยู่แล้ว

โชคดีที่จู่ๆผอ. โรงเรียนก็ปรากฎตัวออกมาพอดี..

สาเหตุเป็นเพราะเมื่อคืนจีวอนไม่กลับบ้าน พอโผล่หน้ามาที่โรงเรียนก็เลยมีคนไปรายงานให้ทราบ

จีวอนถูกคนเป็นพ่อสั่งให้เดินตามไปเพราะมีเรื่องจะเคลียร์ด้วย นั่นทำให้เขาได้คุยกับยูคยอมเล็กน้อยก่อนจะเข้าเรียน ซึ่งการที่หายไปทั้งคืนกับอีกครึ่งวันแบบนี้ก็ต้องทำให้ร่างสูงไม่พอใจแน่ๆอยู่แล้ว พอบอกว่าอยู่กับจีวอนจนไม่ได้รับโทรศัพท์ก็ยิ่งเป็นประเด็นถกเถียงมากขั้นไปอีก

อาจารย์ทำทีรำคาญพวกเขาสองคนที่เถียงกันไม่เลิกจึงเอ่ยปากไล่ยูคยอมให้กลับห้องไปเรียน ส่วนเขาเองไม่โดนด่าอะไรมากนักเพราะทั้งโรงเรียนรู้กันอยู่แล้วว่าเป็นอะไรกับจีวอน

ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่นะ..

แต่บางคนก็ทำท่าทางหมั่นไส้ ส่วนบางคนก็ไม่กล้ายุ่งกับเขาไปเลย

“จะกลับบ้านเลยไหม?” จีวอนถามเสียงเบาพร้อมกับยืดกายขึ้นมายืนตรงๆ หากแต่กลิ่นบุหรี่ที่ลอยมาตามลมก็ทำให้ฮันบินต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอีกครั้งพร้อมกับกันไปมองด้วยความไม่เข้าใจ

“สูบบุหรี่อีกแล้ว?”

“สรุปว่าห่วงกันจริงๆ?”

ฮันบินถึงกับถอนหายใจออกมายาวๆเมื่อได้ยินแต่คำตอบเดิมๆ ดวงตาดำขลับกลอกขึ้นไปมองด้านบนก่อนจะส่ายหน้าแล้วหันหลังเตรียมจะเดินหนี แต่ริมฝีปากก็อดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเบาๆ

“อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ”

“ถ้าบอกว่าห่วงคำเดียวฉันก็จะเลิก” ขายาวก้าวเดินตามไปประชิดก่อนจะดึงแขนบางให้หันมาหา หากแต่ฮันบินก็รีบสะบัดออกด้วยความรวดเร็ว

“นายบอกจะเลิกตั้งนานแล้วจีวอน แต่นายไม่เคยทำตามที่พูดได้เลย ซักเรื่องเดียวก็ไม่เคย” ริมฝีปากบางเฉียบเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ตาคู่สวยจ้องเสี้ยวหน้าคมไม่ยอมละ

น้ำเสียงเรียบๆนั้นเหมือนกับหมัดหนักๆที่กระแทกเข้าไปกลางหน้า ทำเอาจีวอนจุกไม่น้อย แต่คนตัวสูงก็เลือกที่จะเงยหน้าขึ้นไปหัวเราะเพื่อกลบเกลื่อนความหน่วงในใจที่เกิดขึ้น

ฮันบินส่ายหน้าด้วยความระอา เขาหันหลังกลับแล้วเตรียมที่จะเดินหนีอีกครั้งเพราะคิดว่าไม่มีประโยชน์อะไรถ้าจะต่อความยาวสาวความยืดกับคนที่ไม่รู้สึกผิด

“แล้วไม่คิดจะให้โอกาสกันเหรอ?”

ถ้าไม่ติดว่าจะได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยประโยคนั้นออกมาเบาๆ

เพียงเบาๆแต่กลับฉุดให้ขาทั้งสองข้างหยุดเดิน เขาไม่รู้หรอกว่าจีวอนกำลังทำหน้ายังไงอยู่ หากแต่ภายในน้ำเสียงที่เอ่ยออกมามันกลับแฝงไปด้วยความ ขอร้อง ที่มากซะจนทำให้ใจสั่น

ฮันบินกัดปากของตัวเองแรงๆ อยากให้ความเจ็บที่เกิดขึ้นดึงสติที่กำลังหลุดลอยให้กลับคืนมา เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ทำไมเพียงแค่นี้รอบตัวก็เต็มไปด้วยความเงียบ

..เงียบเสียจนได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นแรง

“หืม ไม่คิดถึงกัน?”

จีวอนเอ่ยถามออกไปอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเงียบไป คำพูดนั้นทำให้ฮันบินเลือกที่จะหลับตาลงแน่น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแล้วพยายามไล่เก็บความรู้สึกที่กำลังแตกกระจายกลับเข้าไปในกล่องอีกหน

กล่องแห่งความทรงจำที่ไม่สมควรจะเปิด

ตะกอนในใจที่นอนนิ่งอยู่เป็นเวลานานก็ไม่ควรแตกกระจายขึ้นมาเหมือนกัน

“พี่ฮันบิน”

จนกระทั่งเสียงทุ้มของยูคยอมดังเข้ามาในหูฮันบินถึงได้ลืมตาขึ้น เขาลอบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพราะมันช่วยทำให้ความเกร็งเมื่อครู่หายไปบ้าง ก่อนจะต้องรู้สึกหน่วงๆในท้องอีกครั้งเมื่อได้ยินจีวอนพ่นลมหายใจออกมาอย่างฮึดฮัด

ยูคยอมมองเลยไปด้านหลังก่อนจะรีบเดินเข้ามาใกล้ มือหนาจับไหล่ของฮันบินแล้วดึงให้ไปยืนอยู่หลังของตัวเองพร้อมกันนั้นก็จ้องหน้าของจีวอนแบบไม่กลัว

“ตอนกลางวันมึงโชคดีที่พ่อกูมา”

“...”

“..แต่ถ้ายังทำหน้ากวนตีนไม่เลิก มึงก็อาจจะไม่ได้โชคดีแบบนั้น” จีวอนพูดเสียงเรียบก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ หากแต่สายตานั้นไม่ได้มีความล้อเล่นอยู่เลยซักนิด

ปกติมีคนเข้ามายุ่มย่ามกับฮันบินมันก็น่าโมโหอยู่แล้ว แต่นี่ยุ่งไม่พอยังมาทำหน้าหยามเขาอีก คิดว่าตัวเองเป็นใครใหญ่มากจากไหนถึงกล้ามาเทียบบารมีของลูกชายเศรษฐีที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศ

แค่นี้มันก็วัดกันได้แล้วว่าไอ้ยูคยอมอะไรนี่ไม่เจียม

“โทษทีครับพี่..” ยูคยอมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ริมฝีปากระบายรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะถ่อม นั่นทำให้จีวอนคลายใบหน้าตึงๆลงเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วกดสายตามองต่ำอย่างผู้ที่เหนือกว่า

ถ้าไม่ติดว่าประโยคถัดมาจะทำให้ความโกรธพุ่งเข้ามาในใจของเขาอีกหน

“..แต่ผมไม่ใช่พวกหดหัวหลบอยู่หลังพ่อของตัวเอง”

“มึง!

“จีวอน!!

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นไวมากจนตั้งตัวไม่ทัน จีวอนพุ่งเข้าไปหายูคยอมด้วยแรงโทสะ มือหนากำแน่นเตรียมปล่อยหมัดหนักๆเข้าที่ใบหน้าคม ซึ่งยูคยอมเองก็ยืนอยู่ที่เดิมไม่ได้มีการขยับหนีไปไหนทั้งนั้น

โชคดีที่ฮันบินวิ่งเข้ามาแทรกเอาไว้ได้ทันเสียก่อน แขนเรียวสวมกอดจีวอนเอาไว้แล้วออกแรงดันไม่ให้เข้ามาใกล้กับยูคยอมได้ แน่นอนว่าจีวอนขัดขืน ด้วยความที่ปกติแรงเยอะกว่าจึงทำให้ฮันบินไม่สามารถต้านทานอะไรได้ หากแต่จีวอนก็ยอมหยุดตัวเองเพราะไม่อยากทำให้คนตรงหน้าต้องเจ็บ

“ปล่อย”

“อย่ามีเรื่องกันตรงนี้”

“มันกวนส้นตีน” มือหนาชี้ไปยังยูคยอมที่อยู่ด้านหลัง เรียกให้คนตัวสูงแค่นหัวเราะก่อนจะกลอกตาไปมองทางอื่นแล้วส่งมือมาจับไหล่ของฮันบินให้ถอยกลับไปด้านหลัง

“อย่ามาจับคนของกู” จีวอนรีบปัดออกแล้วดึงฮันบินกลับมาอีกทาง การกระทำแบบนั้นทำให้ยูคยอมขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะพ่นลมออกมาจากจมูกแบบแรงๆด้วยความไม่พอใจ

“ตอนนี้พี่ฮันบินไม่ใช่คนของพี่แล้ว ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอครับ?”

“ไม่รู้เรื่องก็อย่าเสือกมาปากดีใส่กู”

“จีวอน!” ฮันบินตะโกนลั่นเมื่อจีวอนทำท่าจะพุ่งเข้าหายูคยอมอีกหน ฟันคมขบกันจนสันกรามขึ้นนูน นัยน์ตาวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธ ราวกับว่าจะพังทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าให้ราบเป็นหน้ากลองได้

ฮันบินจิปากเบาๆด้วยความขัดใจก่อนจะหันไปหายูคยอมแล้วมองด้วยสายตาที่บอกว่าให้หลบไปก่อน อย่าทำอะไรให้กลายเป็นเรื่องใหญ่เลย แต่ยูคยอมกลับส่วนหน้าแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“พี่เป็นแฟนผมนะ ถ้าพี่ไม่ไปผมก็ไม่ไป”

“ยูคยอม..”

“ฮันบินไม่เคยเป็นแฟนมึง แล้วก็จะไม่มีวันเป็นด้วยไอ้สั..”

“จีวอนพอก่อนได้ไหม!” ฮันบินตะโกนแทรก ทำให้จีวอนเบนสายตากลับมามองแวบหนึ่งก่อนจะตวัดกลับไปมองที่ยูคยอมอีกหนอย่างผู้เหนือกว่า ริมฝีปากหยักยกยิ้มก่อนจะเกริ่นออกมาเสียงเบา

“ทำไม? จำเรื่องเมื่อคืนที่เราสองคน..”

“ถ้านายพูดมั่วๆอีกฉันจะย้ายไปอยู่กับพ่อนะ!

คำพูดนั้นทำให้จีวอนเงียบไป ฮันบินจ้องใบหน้าคมนั้นด้วยแววตาจริงจัง ไม่ได้บ่งบอกว่าล้อเล่นเลยซักนิด แน่นอนว่ามันทำให้ภายในใจของร่างสูงกระตุกวูบไปพักหนึ่ง

คำว่าไปอยู่กับพ่อนั่นหมายถึงย้ายไปอยู่ต่างประเทศโดยถาวรสินะ..

“คิดว่าหนีฉันพ้นรึไง?”

“ที่นี่พ่อนายอาจจะมีอำนาจมากที่สุดในประเทศ.. แต่อย่าลืมว่าที่อื่นมันไม่ใช่อย่างนั้น”

จีวอนกำมือแน่นจนกายสั่น ความโกรธในใจยิ่งปะทุออกมาเรื่อยๆเมื่อมองเลยไปด้านหลังแล้วเห็นว่ายูคยอมแค่นยิ้มอย่างผู้ชนะ มันเป็นรอยยิ้มที่ทำเหมือนตัวเองเหนือกว่า นี่คงจะคิดว่ามีฮันบินคุ้มกะลาหัวอยู่แล้วเขาจะไม่กล้าทำอะไรสินะ

“เราเลิกกันแล้วจีวอน”

“ไม่”

“เราเลิกกันแล้ว เรื่องของเรามันจบไปแล้ว” ฮันบินพูดช้าๆและชัดๆ สองขาถอยออกไปด้านหลังเรื่อยๆ หากแต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้าแล้วพูดปฏิเสธ

“ฉันไม่เลิก” สายตาที่มองมาแฝงไปด้วยความเจ็บลึกๆ คำพูดของฮันบินเหมือนมีดแหลมๆที่กรีดลงมากลางใจ รู้สึกจุกเพราะโดนตัดเยื่อไย ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนโดนเหยียบหน้า เพราะเสียงหัวเราะเบาๆของยูคยอมนั้นลอยเข้ามาในหู

แบบนี้มันหยามกันโคตรๆ

“ปล่อยฉันไปได้แล้วจีวอน เรื่องของเรามันจบแล้วจริงๆ”

“ฮันบิน.. ฉัน”

“พอได้แล้ว”  

สิ้นสุดประโยคนั้นฮันบินก็หันหลังให้กับอีกฝ่าย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อข่มสติและข่มใจไม่ให้สั่นไหวมากไปกว่านี้ ที่ข้างในมันเจ็บจี๊ดๆเหมือนกับโดนเข็มแทงเมื่อเห็นว่าสายตาที่จีวอนมองมานั้นปวดร้าวกว่าที่คิด

เป็นสายตาที่ไม่นึกว่าจะได้เห็นจากลูกชายของตระกูลซงที่แข็งแกร่ง จีวอนไม่เคยมองมาแบบนั้น เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านออกมา มันทำให้รู้สึกเป็นห่วงจับใจและอยากเข้าไปกอดไว้แน่นๆ

แต่ไม่ได้..

บอกตัวเองว่าเรื่องทุกอย่างจบก็คือจบ ในเมื่อคิดจะหันหลังหนีก็ไม่ควรใจอ่อน ถ้าไม่อย่างนั้นที่พร่ำบอกตัวเองมาตลอดช่วงปิดเทอมว่าให้ ลืม มันก็คงสูญเปล่า

 

โครม!!

 

ลับหลังที่ฮันบินเดินจากไปก็มีเสียงพังข้าวของดังก้องไปทั่ว  โต๊ะเรียนภายในห้องถูกถีบจนกระเด็นกระดอนไปคนละทาง จีวอนหอบหายใจแรงเพราะความโกรธ เลือดขึ้นหน้าจนแดงก่ำไปหมดก่อนจะพ่นลมหายใจฮึดฮัด

มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดตามแขนนูนขึ้นมา ก่อนจะต่อยเข้ากับกำแพงอย่างแรง ในหัวจินตนาการภาพไปแล้วว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือไอ้คิมยูคยอมบ้าอะไรนั่น เลือดในกายร้อนรุ่มราวกับภูเขาไฟที่กำลังจะระเบิดออกมา กำปั้นหนักกระแทกเข้ากับกำแพงไม่ยั้งจนข้อนิ้วถลอกและปริแตก

เท้าหนักๆทั้งเตะทั้งถีบโต๊ะจนล้มระเนระนาด จับเหวี่ยงไปให้ไกลราวกับมันเป็นสิ่งที่น่ารำคาญ ปากสบถถ้อยคำหยาบคาย มือหนาผละออกมากุมขมับของตัวเองเอาไว้ก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งอยู่กับพื้นห้อง

กายหนาสั่นเทิ้มเมื่อความโกรธที่มีแปรผันเป็นหยดน้ำตา ภายในหัวปั่นป่วนจนแทบแยกไม่ออกว่าเขาร้องไห้เพราะเสียใจหรือเจ็บใจมากกว่ากัน

ฮันบิน..

จะเอาแบบนี้ใช่ไหม เป็นแบบนี้มีความสุขใช่ไหม

บุหรี่มวลยาวถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อพร้อมทั้งไฟแช็ก จีวอนใช้ริมฝีปากบางเฉียบคาบมันเอาไว้ก่อนจะจุดไฟที่ตรงปลาย ไม่ได้สนใจบาดแผลที่ตรงข้อมือแต่อย่างใด

เปลวไฟสีแดงเผาไหม้และหดเข้าไปตามแรงสูบ จีวอนดูดเอาควันเข้าไปเต็มปอดก่อนจะหลับตาแล้วเอนหลังพิงกับกำแพงห้อง ทอดสายตามองโต๊ะเรียนที่ล้มระเนระนาดพลางพ่นควันออกมาทางปลายจมูก

เขากะว่าจะให้สารนิโคตินที่อยู่ภายในมันช่วยขลับความเครียดในหัวออกไปได้บ้าง แต่นั่นมันก็เล็กน้อยถ้าเทียบกับความปวดร้าวที่สุมกันอยู่ในใจ

ที่ก้อนเนื้อด้านซ้ายยังคงเจ็บแปลบ หัวสมองนึกไปถึงไหนต่อไหนแล้วว่าป่านนี้ฮันบินจะไปทำอะไรกับไอ้เวรยูคยอมนั่น

แค่เพียงคิดเขาก็โมโหขึ้นมาอีกครั้ง อยากจะทำอะไรซักอย่าง แต่อยู่ในจุดที่ไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย หวงทั้งๆที่ไม่มีสิทธิ์ พอคิดว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ภายในใจมันก็เจ็บแปลบมากกว่าเดิมหลายเท่า

“แม่ง..”

จีวอนสบถเสียงเบาก่อนจะหยิบบุหรี่ออกมาจ้องมอง เขาสูบไปได้ไม่ถึงครึ่งมวลด้วยซ้ำ แต่เพราะว่าไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไรต่อแล้วจึงตัดสินใจจี้มันลงมายังข้อมือเพื่อดับ

ไฟร้อนๆเผาทำลายชั้นผิวหนังจนเห็นเนื้อสีชมพูที่อยู่ภายใน สายตาคมจ้องมองอยู่ที่ตรงรอยแผลนั้นก่อนจะไล้ปลายนิ้วลูบไปเบาๆแล้วโยนบุหรี่ในมือไปให้ไกล

ความแสบที่เกิดขึ้นเมื่อกี๊..

ยังไม่เจ็บเท่าตอนที่โดนฮันบินเมินเลยด้วยซ้ำ

LUST & WRATH

 

“รถน่ะ ถ้ามันโดนทุบอีกฉันจะไม่ซ่อมไม่ซื้อให้แกใหม่แล้วนะ”

ประโยคที่พ่อบอกกันเมื่อตอนเช้าดังก้องเข้ามาในหู

จุนฮเวถึงกับต้องยกมือขึ้นมากุมขมับเมื่อเดินกลับมายังรถแล้วพบว่ามันนอนแอ้งแม้งล้มอยู่ตรงพื้น รอบๆมีแต่รอยขูดขีดเต็มไปหมด กระจกมองข้างหลุดตกกระเด็นไปไกล ส่วนตรงไฟท้ายก็แตกยับ นี่ยังไม่นับบังโคนรถที่พังจนไม่เหลือสภาพนั่นอีก

ร่างสูงทรุดตัวลงไปนั่งอยู่ตรงแถวฟุตบาท เหลือบหันไปมองรอบตัวหมายจะหาไอ้พวกมือดีที่มาหาเรื่องก่อนจะต้องถอนหายใจออกมาหนักๆเพราะไม่มีใครแล้ว มือหนาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อก่อนจะจ้องมองอยู่แบบนั้นซักพัก

ถ้าโทรไปบอกพ่อ ต้องโดนด่าแน่

จุนฮเวกลอกตาขึ้นไปมองด้านบน กับอีแค่จอดรถทิ้งไว้แล้วเข้าไปซื้อบุหรี่แป๊บเดียวแท้ๆ หรือเขาอาจจะใช้เวลานานไปหน่อย เพราะสายตาเหลือบไปเห็นพลาสเตอร์ที่วางเรียงกันอยู่ตรงเคาน์เตอร์คิดเงินพอดี

คำพูดของรุ่นพี่เตี้ยลอยเข้ามาในหัว ไอ้ที่บอกว่าพลาสเตอร์ไม่ควรติดเกิน 12 ชั่วโมงอะไรนั่นน่ะ เป็นสาเหตุทำให้ร่างสูงชะล่าใจอยู่นาน จุนฮเวยืนเลือกพลาสเตอร์ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวเพราะมันมีแต่ลายกิ๊กก๊อกอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด

ไม่เหมาะที่จะเอามาแปะอยู่บนหน้าเขาเลยซักนิด

แต่สุดท้ายก็ยอมเลือกไอ้ที่มันเป็นลายหมีมาก่อน คือคิดว่าดีที่สุดแล้วเพราะนอกนั้นมีแต่กระต่าย แมว นก แล้วก็เป็ดสีเหลือง มันน่าเกลียดเกิดกว่าจะพอรับไหว

ใครจะไปรู้ว่าถ้าออกมานอกร้านอีกทีจะเจอรถของตัวเองกลายเป็นเศษเหล็ก (อีกแล้ว) ล่ะ

“แม่ง..” ร่างสูงสบถออกมาเสียงเบาก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้าไปไว้ในกระเป๋า ความหงุดหงิดใจทำให้หัวคิ้วทั้งสองข้างขมวดชนเข้าหากันจนแทบผูกกันเป็นปม

ขี้เกียจมีปัญหากับพ่อชิบ

ควรจะทำยังไง โทรเรียกรถขยะมาลากมันไปทิ้งยังดีกว่ารึเปล่า แต่ถ้าทำแบบนั้นแล้วเขาจะเอารถไหนมาใช้อีก? ในโรงจอดมีสปอร์ตไบค์อยู่หลายคันก็จริง แต่ทุกคันก็ล้วนผ่านการโดนทำร้ายมาแล้วทั้งนั้น หลังจากซ่อมเสร็จมันก็ใช่ว่าจะเหมือนเดิมก็เลยจอดทิ้งไว้เฉยๆ ถ้ารถมันไม่ดีก็ไม่อยากขับ แล้วอีกอย่าง.. ถ้าเกิดอยู่ๆเปลี่ยนรถใหม่พ่อก็ต้องเอะใจอยู่ดี เพราะปกติแล้วพ่อรู้ว่าเขาจะขับรถคันเดิมตลอดจนกว่ามันจะโดนทุบนี่ล่ะ

ยุ่งยาก .. เรื่องยุ่งยากนี่แม่งน่าเบื่อที่สุด

“อ้าว..”

ก่อนที่จุนฮเวจะต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเมื่อได้ยินเสียงเรียกของใครบางคน คิ้วที่ขมวดกันอยู่เมื่อครู่คลายออกเล็กน้อยส่วนนัยน์ตาคมเข้มก็ฉายประกายความสงสัยเมื่อพบกับรุ่นพี่เจ้าปัญหายืนอยู่ตรงหน้าอีกหน

อีกละ ชอบโผล่มาตอนหลังมีปัญหาทุกที

“ทำไมนั่งอยู่ตรงนั้น?” จินฮวานเอ่ยถามเสียงเบา คำถามนั้นทำให้จุนฮเวแค่นหัวเราะก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันอีกรอบด้วยความหงุดหงิด

“เห็นไหมว่าสภาพรถเป็นยังไง?”

“ก็..อื้อ” คนตัวเล็กกว่าผงกหัวลงเป็นจังหวะ แต่แล้วก็หันมาหาจุนฮเวอีกหนพร้อมกับคำถามเดิม “แล้วไปนั่งอยู่ตรงนั้นทำไม?”

“โว้ะ” จุนฮเวสบถเสียงค่อยก่อนจะยืดตัวลุกขึ้นยืน ตาคมจ้องมองอย่างหาเรื่องเพราะเขาไม่เคยเจอใครกวนประสาทขนาดนี้มาก่อน

แต่ตามหลักการแล้ว เขาคิดว่ารุ่นพี่ตรงหน้านี่ควรจะกลัวสิ ทำไมถึงได้ยืนอยู่เฉยๆแล้วทำหน้างงแบบนั้น ถ้าเป็นคนอื่นก็วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว

“จะโมโหทำไม?” จินฮวานถามกลั้วหัวเราะ

“ก็ยั่วโมโหทำไม?”

“ไม่ได้ยั่วโมโห ก็สงสัยว่าทำไมนั่งอยู่ตรงนั้น ทำเหมือนเด็กหลงทางกลับบ้านไม่ได้เลย ไม่โทรเรียกคนขับรถมารับล่ะ? บ้านก็รวย..”

คำอธิบายนั้นทำให้คนตัวสูงขมวดคิ้วเข้าหากันอีกครั้ง แต่ก็ไม่มากเท่าเดิมแล้วเพราะประโยคหลังสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้แกล้งกวนประสาท

จุนฮเวถอนหายใจออกมายาวๆ มือหนายกขึ้นมาขยี้หัวก่อนจะต้องชะงักไปเมื่ออีกคนส่งมือมาจับแขนเอาไว้แล้วดึงไปดู

“เฮ้ย!

“อะไรเล่า ตกใจหมด” จินฮวานเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับย่นคิ้วเข้าหากัน เขาถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อเห็นว่าตามฝ่ามือนั้นมีแต่รอยแผล ที่ตรงหน้าก็ไม่หาย ทำตัวอย่างกับไปรบมาอย่างนั้นล่ะ

นี่สินะ ลูกชายคนที่ขึ้นชื่อเรื่องชกต่อยกับชาวบ้าน

“ยุ่งจริง” ก่อนที่จุนฮเวจะเป็นฝ่ายชักมือกลับไป สัมผัสอุ่นร้อนจากมือเล็กยังคงตรึงอยู่ตรงฝ่ามือจนเขาต้องกำเอาไว้แน่น พร้อมทั้งความรู้สึกแปลกใหม่ที่แทรกเข้ามาในใจ

ยังไม่เคยโดนใครจับมือเลยซักที

“โทรเรียกคนที่บ้านมาเอารถกลับไปสิ จะไม่กลับบ้านเหรอ” จินฮวานเลือกที่จะมองข้ามคำพูดนั้นก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย แต่มันกลับทำให้บนใบหน้าคมฉายแววหงุดหงิดอีกหน นั่นทำให้เขาต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความไม่เข้าใจ

แต่อีกใจนึงก็นึกขำ คนอะไรทำตัวอย่างกับผู้หญิงเวลามีประจำเดือน จุนฮเวเหมือนเด็กที่ตามอารมณ์ไม่ถูก เมื่อกี๊ตอนที่จับมือเขาเห็นแวบนึงที่อีกฝ่ายทำหน้าตกใจ ก่อนจะรีบขมวดคิ้วเข้าหากันเหมือนเดิมแล้วชักกลับไป ทิ้งเอาไว้ให้เห็นแค่ความแดงตรงใบหูทั้งสองข้าง

เขินเหรอ?

น่าตลกดีจริงๆ

“ไม่โทร กลับบ้านไปได้แล้ว” จุนฮเวเอ่ยปากไล่ มือหนายกขึ้นขยี้หัวของตัวเองอีกหน พอคิดถึงเรื่องที่จะต้องโดนพ่อด่าแล้วก็หงุดหงิดจนอยากจะเตะรถให้ฟังๆไปเลย ไหนๆก็จะต้องโดนอยู่แล้ว แต่ลองมานึกดูอีกทีมันก็เป็นความคิดที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

จุนฮเวถอนหายใจก่อนจะเอนหลังพิงกับรถเอาไว้ ความจริงเขาไม่ได้กลัวพ่อหรอก แค่ตอนบ่นมันน่ารำคาญชะมัด พ่อชอบบอกว่าเขาใช้รถอย่างกับทิชชู่ ได้มาไม่กี่วันก็พัง ถึงแม้จะมีเงินเยอะมากขนาดไหนแต่ก็อยากให้รักษาของมากกว่านี้

โว้ะ ถ้าพกรถเหน็บติดเอวไปได้ทุกที่นี่ก็จะทำแล้ว ใครบอกว่าไม่รักษา จอดอยู่เฉยๆก็มีคนมาทุบมันเอง ใช่ความผิดของเขาไหมล่ะ

“กลัวพ่อด่าเหรอ?”

“ไม่ได้กลัว”

“เหรอ ทำเหมือนกลัวเลย”

“อย่ากวนประสาทจะได้ไหม” จุนฮเวพูดเสียงเรียบ สายตานั้นจ้องมองอย่างเอาเรื่องบ่งบอกว่าเขาไม่ใช่เพื่อนเล่นที่จะมายอกย้อนได้ จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งไปที่เดิม

“ฮะๆ” แต่จินฮวานก็หัวเราะออกมาอยู่ดี

รอยยิ้มที่เปื้อนอยู่บนหน้า ดวงตาเรียวเล็กที่หรี่ลงจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอีกครั้ง ความโหวงแทรกเข้ามาอย่างรวดเร็วจนจุนฮเวเผลอยกมือขึ้นมาวางทาบตรงอกแล้วกดเอาไว้ ส่วนอีกใจก็โมโห ไม่เข้าใจว่าจะตลกอะไรนักหนาหัวเราะอยู่ได้

“ปกติพ่อดุมากรึเปล่า?” จินฮวานถามต่อ แถมไม่พอยังเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆอีกต่างหาก การกระทำนั้นเรียกให้จุนฮเวหันไปมองด้วยสายตาไม่พอใจ แต่ร่างเล็กกลับเลิกคิ้วขึ้นและทำหน้าแบบงงๆ “อะไร เมื่อยขาบ้างไม่ได้รึไงล่ะ?”

“หึ”

“ถามไม่ได้เหรอ แค่อยากรู้ว่าเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศดูแลลูกยังไงน่ะ” จินฮวานพูดต่ออีกหน สายตากลมมนยังคงจ้องอยู่ที่เสี้ยวหน้าคม ส่วนคำถามนั้นก็ทำให้จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างใช้ความคิด

พ่อดูแลลูกยังไงน่ะเหรอ?

ต้องถามว่านิยามของคำว่า ดูแล คืออะไรมากกว่า ทุกวันนี้ก็แค่กินข้าวด้วยกันตอนเช้าเงียบๆ ถ้าวันไหนมีเรื่องไม่ดีๆพ่อก็จะบ่นให้ฟัง จากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้าย พ่อไปทำงาน ส่วนเขาและพี่น้องคนอื่นๆก็พากันไปเรียน ตกเย็นก็แยกกันทานอาหารแล้วก็เข้านอน

คำว่าดูแลในความหมายของพ่อ.. คงหมายถึงเอาเงินซื้อของให้ทุกอย่าง แล้วก็คอยใช้เส้นสายช่วยไม่ให้เขาโดนส่งไปอยู่โรงเรียนดัดสันดานล่ะมั้ง

“แต่ฉันว่าพ่อนายไม่น่าจะดุหรอก ถ้าไม่อย่างนั้นนายก็คงไม่มีเรื่องบ่อยขนาดนี้”

“แล้วมายุ่งกับพ่อของคนอื่นทำไม?” จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันในขณะที่หันไปถาม มือหนาล้วงเข้าไปหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อพร้อมกับไฟแช็กก่อนจะทำการจุดสูบหน้าตาเฉย

“ก็ไม่ดุ แต่ขี้บ่นโคตร” ก่อนจะพึมพำตอบออกมาเสียงเบา

จินฮวานมองการกระทำนั้นแบบงงๆก่อนจะยกยิ้มให้กับความโลกส่วนตัวสูงของอีกฝ่าย ถึงจะชอบทำหน้าตาเหวี่ยงใส่ก็เถอะ แต่พอถามดีๆก็ตอบเป็นเหมือนกันนี่

ไม่เห็นจะน่ากลัว

“ถ้าทำรถเสียก็จะโดนบ่นสินะ”

“อือ รำคาญ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ทำตัวดีๆสิ จะได้ไม่โดนบ่น”

ประโยคข้างต้นเรียกให้จุนฮเวหันขวับไปมอง คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันอีกครั้งเพราะรู้สึกเหมือนโดนสั่งสอน แต่พอสายตาสบเข้ากับอีกคนเขากลับเอ่ยปากด่าอะไรออกไปไม่ออก เพราะมันไม่มีท่าทีล้อเล่น แถมไอ้สิ่งที่อีกฝ่ายทำเหมือนอยากจะสื่อออกมานั่นอีก

มันคืออะไร?

ห่วงใยเหรอ?

ตลก ไม่รู้จักกันจะมาวุ่นวายทำไม ขนาดแม่ของเขายังกลัวที่จะเข้าใกล้เลย ทุกวันนี้แทบไม่ได้ยุ่งกับแม่ด้วยซ้ำ แม่ยังคงทำงานเป็นเลขาของพ่อและอาศัยอยู่ที่คอนโดใกล้ๆกับบริษัท ทุกครั้งที่จุนฮเวแวะไปหาพ่อเพื่อที่จะขอรถหรือขอเงินเขาก็จะเดินผ่านหน้าแม่ไปแบบเฉยๆ

ไร้ซึ่งคำทักทาย เพราะแม่ไม่กล้ามองหน้าเขาด้วยซ้ำไป

บางทีก็อยากจะรู้ว่าตัวเองหน้าตาน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ? ส่งกระจกดูก็ว่าไม่นะ แต่ทำไมคนอื่นถึงไม่กล้าเข้าใกล้ก็ไม่รู้เหมือนกัน

ชีวิตแห่งความโดดเดี่ยว

มันเป็นแบบนี้ล่ะ

“คนขับรถของฉันมาแล้ว กลับด้วยกันไหม? เดี๋ยวไปส่งก็ได้”

เสียงเล็กที่ดังเข้ามาในหูทำให้จุนฮเวดึงสติกลับมาได้ ดวงตาคมเข้มหลับลงและเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงจ้องมองมาที่ตัวเอง ฟันคมขบสันกรามอย่างใช้ความคิด เขารู้สึกหงุดหงิดแล้วที่อยู่ๆก็มีใครไม่รู้มาเข้าหามากขนาดนี้

ต้องการอะไรกันแน่

“หืม กลับด้วยกันไหม?”

“ยุ่งเรื่องของชาวบ้านแบบนี้ทุกคนเลยรึเปล่า?” ความสับสนที่เกิดขึ้นทำให้เขาถามออกไปแบบเหวี่ยงๆ มันทำให้จินฮวานสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆอีกฝ่ายก็โมโห แต่ก็ยังทำใจดีสู้เสือแล้วคลี่ยิ้มบางตอบกลับไปให้

“เปล่านะ แค่อยากรู้จักนาย

ทำพูดนั้นทำให้คนตัวสูงชะงักไป จุนฮเวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนจะพ่นออกมาแรงๆแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอีกครั้ง บุหรี่มวลยาวถูกเขวี้ยงลงกับพื้นพร้อมทั้งใช้ปลายเท้าขยี้อย่างแรง ภายในใจสั่นระรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนกับอีแค่คำว่า อยากรู้จัก

เกิดมาชาตินึงเพิ่งจะเคยได้ยินนี่ล่ะ

“คุณหนู!!

ก่อนที่ความสนใจจะถูกเบนไปยังเสียงของคนที่เดินตรงเข้ามา จุนฮเวขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจ้องมองมายังเขาด้วยสายตาที่ไม่วางใจนัก ดูจากการแต่งกายที่คล้ายๆกับบอดี้การ์ดของพ่อก็ทำให้พอเข้าใจว่าเป็นคนจากบ้านของรุ่นพี่จอมจุ้นสินะ

“คุณหนูเป็นอะไรรึเปล่าครับ แล้ว..” อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนก่อนจะเว้นจังหวะเมื่อหันมามอง

จุนฮเวแค่นหัวเราะเมื่อสัมผัสได้ว่านี่ก็เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่ไม่ไว้ว่างใจคนอย่างเขา แล้วก็คงไม่อยากให้คุณหนูตัวเล็กของบ้านมายุ่งวุ่นวายอีกด้วยสินะ

ร่างสูงยืดกายลุกขึ้นจนเต็มความสูงก่อนจะก้าวขาเตรียมเดินเลี่ยงไปอีกทาง ในเมื่อถ้าไม่อยากให้ยุ่งก็จะไม่ยุ่ง ถ้าไม่ติดว่ามีแรงฉุดตรงข้อมือมารั้งเอาไว้เสียก่อนเขาก็คงจะไม่ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว

“คุณหนู!

“ผมขอยืมรถละกันนะครับ พอดีมีธุระที่ต้องไปทำ ถ้ายังไงเจอกันที่บ้านก็ได้ครับ” จินฮวานหันไปบอกทั้งๆที่มือยังไม่ปล่อยออกจากแขนของจุนฮเว

“แต่..”

“วันนี้คุณพ่อไม่กลับบ้าน ไม่มีใครรู้เรื่องนี้หรอกครับ” มือบางแบออกตรงหน้าแล้วกระดิกนิ้วเพื่อเป็นสัญญาณให้อีกคนส่งกุญแจรถมาให้ คนขับรถมองหน้าของจินฮวานสลับกับจุนฮเวไปมาชั่วขณะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วยอมวางกุญแจรถบนมือขาวๆนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะมันคือคำสั่ง

“ดูแลตัวเองด้วยนะครับ”

“ผมไม่ใช่เด็กแล้ว” พูดจบแขนก็ออกแรงรั้งข้อแขนของจุนฮเวไปที่รถ ร่างสูงเองก็เดินตามไปแบบไม่ได้แย้งอะไร สาเหตุเป็นเพราะยังคงงงอยู่ด้วยล่ะมั้ง

จุนฮเวทอดสายตามองคนตรงหน้าอย่างใช้ความคิด ก่อนจะหลุบลงต่ำเลื่อนลงไปมองมือขาวๆที่ยังจับตรงแขนของเขาไม่ปล่อย ความอุ่นนั้นแทรกเข้ามาและแผ่กระจายไปถึงในใจ เรียกให้ก้อนเนื้อด้านซ้ายสั่นไหวขึ้นมาอีกหน

“ขับรถยนต์เป็นรึเปล่า?” จินฮวานหันมาถาม ทำเอาคนที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองปรับสีหน้าแทบไม่ทัน

จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะเป็นฝ่ายคว้ากุญแจรถจากมือเล็กนั้นมาถือไว้แล้วเดินหนีไปยังฝั่งคนขับ

“นี่ ขับเป็นจริงเหรอ เดี๋ยวฉันขับก็ได้นะ..”

“พูดมาก” จุนฮเวมองตาขวางๆเมื่ออีกฝ่ายถามทันทีที่เข้ามานั่งในรถ มือหนาจัดการเสียบกุญแจเข้าไปแล้วสตาร์ทเครื่องอย่างไม่รอช้า

ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเขาขับรถยนต์ไม่เป็น ไอ่เป็นน่ะมันก็เป็น แต่คิดว่ามอเตอร์ไซค์มันคล่องตัวกว่า แถมเวลามีเรื่องยังตอบโต้กลับไปได้อีกด้วย

“ก็แล้วถ้าขับรถยนต์ได้แบบนี้ ทำไมไม่เอารถยนต์ไปโรงเรียนล่ะ?” จินฮวานพูดต่อเมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปข้างหน้า เขาไม่อยากให้ความเงียบปกคลุมโดยรอบมากเกินไป ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งก็ต้องการทำความรู้จักกับอีกฝ่ายด้วย

“ไม่ยุ่งซักเรื่องได้มะ?”

“ก็แค่อยากรู้ไง มอไซค์มันอันตรายนะ”

“แล้ว?” จุนฮเวถามเหมือนขอไปที สายตาคมยังคงจ้องอยู่ที่ถนนตรงหน้า ไม่ได้คิดจะหันไปมองคนข้างๆเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าประโยคถัดมาจะทำให้ใจของเขากระตุกไป

“แม่ฉันเสียเพราะไอ้รถคันใหญ่ๆเหมือนนายนี่แหละ”

ถ้าเป็นประโยคบอกเล่าแบบอื่นจุนฮเวอาจจะตอกกลับไปแล้วว่า ไม่ได้ถาม หากแต่น้ำเสียงของอีกคนที่เศร้าลงก็ทำให้เขาขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดใจ

ยิ่งในตอนที่เหลือบไปเห็นว่าหน้าเนียนนั้นสลดลงด้วยอีก ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะหงุดหงิดทำไม แต่เขาคิดว่าสำหรับจินฮวานแล้ว บนใบหน้านั้นควรจะมีแต่รอยยิ้มมากกว่า

“เสียใจด้วย” ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่ได้เหวี่ยงเหมือนแต่ก่อน

“มันผ่านมานานแล้วอะ ช่างเถอะ แต่นายก็น่าจะเปลี่ยนมาขับรถยนต์นะ มันปลอดภัยกว่า ยิ่งมีพวกดักรุมทำร้ายด้วย”

“ถ้าคนมันจะตาย ขับรถไหนก็ตายทั้งนั้น”

“แต่รถยนต์มันเหล็กหุ้มเนื้อ มอไซค์มันเนื้อหุ้มเหล็กนะ โอกาสตายใครๆก็มีทั้งนั้น แต่ถ้าป้องกันไว้ก่อนก็ดีกว่าไม่ใช่เหรอ?”

“พูดมากจริง” จุนฮเวบอกเสียงเบาในขณะที่ขับรถไปเรื่อยๆ คำพูดนั้นทำให้จินฮวานถึงกับเม้มปากแล้วก็เอนหลังพิงกับเบาะ ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างเพราะรู้ดีว่าไม่ควรพูดอะไรอีกต่อไป

ทำไมเข้าหายากจัง คนบ้าอะไรวะ

เขาก็แค่เป็นห่วง.. ในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น

มันติดนิสัยไปแล้ว เป็นเพราะฝังใจจากเรื่องแม่ก็เลยชอบพูดเตือนเวลาเห็นคนขับสปอร์ตไบค์คันใหญ่ๆ ด้วยความที่เครื่องมันแรงกว่า ขับได้ไวกว่า โอกาสที่จะประสบอุบัติเหตุก็สูงตามไปด้วย

เมื่อก่อนแม่ของเขาก็ทำงานอยู่ในองค์กร SIS เหมือนกับพ่อ แม่เป็นคนลุยๆ เวลาไปทำงานสืบคดีชอบขับสปอร์ตไบค์ไปคนเดียวด้วยเหตุผลที่ว่า มันคล่องตัวดี

โอเค เขาไม่เถียงหรอก มันก็คล่องตัวกว่าจริงๆนั่นล่ะ แต่สิ่งที่ช่วยให้ทำงานสะดวกยิ่งขึ้นนั้นกลับพรากชีวิตของแม่ไปตลอดกาล ตั้งแต่นั้นมาจินฮวานก็ไม่ค่อยอยากให้คนใกล้ตัวหรือคนรู้จักขับรถแบบนี้เท่าไหร่นัก

แต่สำหรับจุนฮเวแล้ว คงไม่นับเขาเป็นคนรู้จักหรอกมั้ง

รถเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆท่ามกลางความเงียบ ร่างเล็กรู้สึกตกตะลึงไม่น้อยเมื่อเห็นว่าตอนนี้ขับเข้ามายังสถานที่ที่ไม่คุ้นตา เขาเพิ่งย้ายมาใหม่จึงยังไม่ค่อยได้มาแถบนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นย่านของคนรวยที่ยกระดับตัวเองสูงขึ้นมาอีก สังเกตจากไฟตรงข้างถนนที่ได้รับการตกแต่งเป็นอย่างดี ไม่เหมือนกับถนนอีกเส้นที่เพิ่งขับผ่านมา

“พ่อนายคุมย่านนี้เหรอ?” อดที่จะถามออกไปไม่ได้เพราะว่าอยากได้ข้อมูลใหม่

จุนฮเวปรายตามองก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่เพียงแค่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับร่างเล็ก คิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยจุนฮเวก็ไม่ได้เมินกัน

“บ้านนายก็เลยอยู่แถวนี้ว่างั้น?”

“เปล่า”

“อ้าว แล้ว..”

กำลังจะถามต่อว่าพามาที่ไหน แต่ริมฝีปากบางก็ชะงักไว้ก่อนเพราะจุนฮเวหักรถเข้าไปยังบริษัทใหญ่ที่ติดป้ายแกะสลักหินอ่อนอยู่ด้านหน้าว่า SONG GROUP

การตกแต่งภายนอกที่หรูหราและดูมีระดับทำให้เขาถึงกับร้องโห จินฮวานกวาดสายตามองไปรอบๆราวกับเด็กที่เพิ่งได้มายังสถานที่แปลกใหม่เป็นครั้งแรก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือบริษัทใหญ่ของพ่อจุนฮเวแน่ๆ

“ไม่กลับบ้านเหรอ?”

“อือ มาหาพ่อ”

“ถ้าอย่างนั้นนาย..”

“รออยู่นี่ล่ะ”

ยังไม่ทันที่จินฮวานจะได้เอ่ยปากถามอะไรจุนฮเวก็เปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปเสียก่อน ริมฝีปากบางที่อ้าค้างไว้เม้มเข้าหากันพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความงงงวย ก็ถ้ามาหาพ่อถึงที่ทำงานแบบนี้ก็ควรกลับบ้านไปพร้อมกับพ่อเลยสิ จะให้เขารอทำไมกัน?

แต่ว่า..ถ้าจะให้ขับรถกลับบ้านไปคนเดียวก็คงไปไม่ถูก เพราะแถบนี้เขายังไม่เคยมาเลยด้วยซ้ำ

ร่างเล็กเอนหลังพิงกับเบาะก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ตาเรียวเหลือบหันไปมองยังเบาะของคนขับที่มีจุนฮเวนั่งอยู่เมื่อครู่จากนั้นก็ส่ายหน้าน้อยๆเพราะความเหนื่อย

คนบ้าอะไรเข้าหายากไม่พอยังเดาใจไม่ถูกอีก นี่ก็ไม่บอกซักคำว่าจะไปให้ ให้รอทำไม แล้วแบบนี้ถ้ามียามมาไล่เขาจะตอบว่าอะไรดีล่ะ?

จุนฮเวนะจุนฮเว

กูจุนฮเว! ฮึ่ย

LUST & WRATH

 

ขายาวก้าวเดินไปตามทาง นับเป็นเรื่องน่าแปลกใจของพนักงานที่นี่มากเมื่อลูกชายคนที่ 6 ของประธานบริษัทเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาด้านใน

ใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยรอยแผลบวกกับพลาสเตอร์ขนาดพอดีที่ติดอยู่ตรงกลางสันจมูกไม่ได้ทำให้สเน่ห์ที่มีนั้นลดน้อยลงไปเลยซักนิด หากแต่ทุกคนก็พร้อมใจกันหลีกทางให้ในตอนที่จุนฮเวเดินผ่าน

ร่างสูงขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุด มุ่งตรงไปยังห้องของประธานบริษัทอย่างไม่รอช้าเพราะไม่อยากให้คนที่อยู่ในรถต้องรอนาน

กายสูงโปร่งเรียกเสียงซุบซิบจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี ทุกคนล้วนให้ความสนใจไม่เว้นแต่เลขาคนสนิทที่นั่งเคลียร์เอกสารอยู่หน้าห้อง

หรือคนที่เป็นแม่ของเขาเอง

“จ..จุนฮเว” ตาเรียวสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นลูกชายเพียงคงเดียวยืนอยู่ตรงหน้า บาดแผลและรอยบอบช้ำทุกอย่างทำให้เธออยากส่งมือไปลูบไล้แล้วถามเบาๆว่าเจ็บหรือไม่ แต่สายตาที่มองมานิ่งๆนั้นก็ทำให้เธอเลือกที่จะข่มความอยากรู้นั้นไว้แล้วส่งยิ้มบางๆให้แทน

คงเป็นเพราะไม่ได้เจอหน้ากันเลย ตั้งแต่เล็กจนโตจุนฮเวอยู่ในความดูแลของผู้เป็นพ่อมาตลอด และด้วยนิสัยที่สันโดดไม่ชอบยุ่งกับชาวบ้านก็ทำให้น้อยครั้งนักที่จะมีโอกาสได้คุยกัน

“ผมมาหาพ่อ” ริมฝีปากบางเฉียบเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ภายในใจสร้างกำแพงขึ้นมากันตัวเองไว้เมื่อเห็นสายตาที่คนเป็นแม่มองมาอย่างหวาดหวั่น

ทำอย่างกับเขาไม่ใช่ลูก กับคนอื่นแม่ยังไม่มองด้วยสายตาแบบนี้เลย

“ตอนนี้คุณพ่อกำลังประชุมอยู่ ลูกมีเรื่องอะไรเหร.. ด..เดี๋ยว จุนฮเว”

พูดยังไม่ทันขาดคำร่างสูงก็มุ่งหน้าไปยังห้องประชุมด้วยความรวดเร็ว หญิงสาวผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะรีบวิ่งตามไปห้าม แต่จุนฮเวก็ไวกว่า พอมาถึงก็พบว่าเด็กหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากลอบถอนหายใจ

การประชุมอันเคร่งเครียดหยุดชะงักเมื่อมีผู้บุกรุก อิลกุกที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อเห็นลูกชายคนรองยืนมองมาด้วยสายตานิ่งๆ ก่อนที่ฝ่ามือหยาบกร้านจะยกขึ้นมาเป็นสัญญาณว่าให้พักการประชุมเอาไว้ชั่วครู่ทุกคนจึงพร้อมใจกันเดินออกไปก่อน ให้ความเป็นส่วนตัวแก่ประธานและลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

“ลมอะไรหอบมาที่นี่ แล้วรู้ไหมว่าเปิดประตูเข้ามาแบบนี้มันไร้มารยาท”

“ผมขอรถหน่อยดิ”

จุนฮเวไม่ได้สนใจคำติติงเหล่านั้นเพราะไม่มีเวลามากนัก ขายาวก้าวเข้าไปหาในขณะเดียวกันคนเป็นพ่อก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย ยิ่งเห็นบาดแผลบนใบหน้าและรอยแตกที่มือก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

“อีกแล้ว? เดือนนี้ฉันซื้อรถใหม่ให้แกกี่คันแล้วจุนฮเว”

“ถ้าเป็นรถยนต์ยังไม่ได้ให้นะ”

“...”

“ใช่ไหมล่ะ?”

“จะเปลี่ยนไปขับรถยนต์เหมือนพี่แกแล้ว?” อิลกุกถามซ้ำด้วยความไม่มั่นใจ คนเป็นพ่องงเล็กน้อยเมื่อเด็กหนุ่มขอในสิ่งที่แปลกไปจากเดิม

“อือ มีคนบอกให้เปลี่ยน”

ทั้งๆที่คนเป็นพ่ออย่างเขาก็เคยบอกให้ขับรถยนต์เพราะมันปลอดภัยกว่า แต่จุนฮเวก็ไม่ยอมฟังแถมยังค้านเสียงแข็ง จนในที่สุดก็ต้องยอมตามใจซื้อสปอร์ตไบค์ให้เรื่อยๆ แล้วคนที่บอกนี่คือใครกัน.. ทำไมถึงได้ทำให้ลูกยอมเปลี่ยนใจ

“หาใบขับขี่รถยนต์ให้ด้วยนะ ไปละ”

พูดจบร่างสูงก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งให้คนเป็นพ่อขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความงงงวย

ใครกันที่เปลี่ยนจุนฮเวได้แบบนี้

 

 

100%
#จุนฮเวขี้โมโห
โคตรซึน 5555555555555555555555555555555555555


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,735 ความคิดเห็น

  1. #2733 min-nalinee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 13:14
    โคตรซึนจริง555555555
    #2,733
    0
  2. #2721 GIN...⚡ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 15:26
    โอ๊ยยยยขำอ่ะ อิจุนนนนนนนน
    #2,721
    0
  3. #2702 kukuhye (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 03:03
    ส่องกระจกดูก็ว่าตัวเองหน้าไม่โหดน่ะ จย้าาาาา 5555555555555555555555555
    #2,702
    0
  4. #2701 kukuhye (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 03:01
    ช่วยด้วยนะคะ พาร์ทจุนฮเว แบบขำไม่ไหวล่ะ ขำทุกการกระทำของนาง 5555555555555555555555555
    #2,701
    0
  5. #2690 icevalentine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 21:15
    สงสารบ๊อบบบบ ดบบ ดราม่ามากเลย
    #2,690
    0
  6. #2686 @S_CB (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 23:51
    ยัยคนซึนนน 555555555555555
    #2,686
    0
  7. #2676 K987654321 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 02:42
    ว้ายยฮันบินใจแข็งไม่ยอมกลับไปหาจีวอน นี่กระโดดข้ามเรือมาจุนฮวานแล่ว ฮื่อเขิน
    #2,676
    0
  8. #2672 Mheejin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2559 / 03:05
    เด็กซึนนนน จู่ๆก็ใจร้อนจะเปลี่ยนรถเฉยอะะะะ น่ารักกกกกกก
    #2,672
    0
  9. #2658 SoSpay (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 19:27
    ทำไมเราเขิลล่ะ??
    #2,658
    0
  10. #2656 aiidjdoeo727 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2559 / 20:26
    บร้าาาาาาา
    #2,656
    0
  11. #2638 choopp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 10:24
    เน่โคตาซึนอ่ะพี่จีนานดูรุกไปเลย 555555555
    #2,638
    0
  12. #2618 Chyptong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 13:28
    ซึนไปอีกกก เชื่อฟังพี่เค้าดีจังเลยน้าาา 555555 น่ารักกกก
    #2,618
    0
  13. #2311 Jinnypitch (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 09:59
    เขิลมั้ยละ บางที
    #2,311
    0
  14. #2167 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 19:27
    น่ารักอ่ะะะะะะะะะะะ เขินนนนนนนนอ่ะ
    #2,167
    0
  15. #2125 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 06:25
    จุนเน่ คนซึนนนน บ้า น่ารักก งื้อ โง้ย ฟินระเบิดตัว
    #2,125
    0
  16. #2077 9nawKIHAE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 23:45
    โฮยยยย จุนฮเวน่ารักมากกกอ่ะ
    สรุปที่ขี้โมโหเพราะ ไม่ค่อยได้รับความเอาใจใส่นี่เอง
    ใครๆก็หวาดกลัวเพราะหน้าดุ โธ่ น่าสงสารจังเลยลูกหมาน้อยเอ้ยยยย
    เจอจินฮวานอ่อนโยนใส่ ไปไม่เป็นเลยใช้มั้ย อิอิ น่าย้ากกกกกกกก
    ในส่วนของจีวอนนั้น...น่าสงสารเขานะคะ ฮันบินใจแข็งมาก
    สรุปแกไปทำอะไรไว้ฟร่ะะะ ทำไมฮันบินถึงทนไม่ไหว ไม่ยอมใจอ่อนขนาดนั้น 
    #2,077
    0
  17. #1823 HoneyBabby (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:40
    งึ้ยย พี่จินพูดแปปเดียวเอง เปลี่ยนรถเลย เชื่อฟังว่สที่ดีมากเลย ฮรืออออ แกแอบเขินอ่ะเด้!! 555
    #1,823
    0
  18. #1628 gxisimp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 06:17
    ฮือน่ารักมากกรี๊ดดดดดดดดดน้องเน่~~~
    #1,628
    0
  19. #1625 beariese (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 20:44
    โอ้ยเน่ซึนน่ารักมาก55555555555
    #1,625
    0
  20. #1500 SYMJDH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2558 / 00:34
    เน่น่ารักมาก ซึนๆอึนๆ
    #1,500
    0
  21. #1441 MilkiiZ19 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2558 / 18:02
    เน่น่ารักกกก จะเอาาาา ฮืออออ
    #1,441
    0
  22. #1391 @pcyshd.o. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 21:13
    เน่น่ารักกกกกกกกกกก ซึนชห
    #1,391
    0
  23. #1376 Nminisize (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 13:13
    ถ้าเน่จะน่ารักขนาดนี้นะ -///- 
    #1,376
    0
  24. #1319 คายองจูวว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2558 / 00:36
    งุ้ยยยยยย ชอบคู่นี้ตังเงยยย จุนฮเวน่าร้ากกกก ซึนขั้นสุดดด
    #1,319
    0
  25. #1314 「 L I G H T 」 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2558 / 14:03
    เหยยยย เน่น่ารักอะะะะะ พ่อคนซึนเอ้ย
    #1,314
    0