( END ) 7SINS/iKON ϟ LUST&WRATH ▫ #junhwan #doubleb

ตอนที่ 5 : ⍫ napkin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    24 ก.ย. 58

     

7SINS PJ.

LUST & WRATH

CHAPTER 03 : NAPKIN

 

 

ก็ใครจะไปรู้ว่าคนหน้าโหดคนนั้นจะเป็นลูกชายของผอ.ซง อิลกุก..

จินฮวานถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขายืนอยู่หน้ากระจกมาเป็นเวลานาน ทอดสายตามองชุดนักเรียนอยู่แบบนั้นซักพักแล้วก็ถอนหายใจออกมาอีกรอบ

ไม่อยากจะเชื่อว่าเมื่อวานเด็กที่ชื่อจุนฮเวอะไรนั่นเดินมาส่งเขาที่รถจริงๆ การที่เพิ่งย้ายมาอยู่ประเทศนี้ใหม่ๆทำให้จินฮวานกลายเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เมื่อก่อนเขารู้แค่ว่าที่เกาหลีมีเศรษฐีติดอันดับโลกชื่อซง อิลกุกอยู่ด้วยก็แค่นั้น ไม่ได้สนใจอะไรต่อ เลยไม่รู้ว่าอิลกุกมีลูกทั้งหมดเจ็ดคน

ซึ่งแต่ละคนก็ค่อนข้างอันตรายทั้งนั้น

เมื่อวานคนขับรถตกใจไม่น้อยที่เห็นเขามากับจุนฮเว ยิ่งมารู้ทีหลังว่าเขาไม่รู้เรื่องของจุนฮเวมาก่อนเลยก็ยิ่งเป็นห่วง แถมไม่พอยังไปเล่าให้แม่บ้านฟังอีกต่างหาก ทีนี้ล่ะเป็นปัญหาใหญ่

ปกติแล้วจินฮวานจะมีแม่บ้านคนสนิทคอยดูแล จะได้ช่วยเหลือในเรื่องต่างๆเพราะว่าเพิ่งกลับมาอยู่ที่นี่แล้วพ่อก็ติดงานบ่อยๆเลยไม่ค่อยได้พาไปไหน

ปัญหาคือแกเป็นคนขี้กังวล ขี้ระแวง แล้วก็ค่อนข้างคิดในแง่ลบ..

พอรู้ว่าจินฮวานไปพัวพันกับจุนฮเวเท่านั้นแหละ.. บ้านน่ะเกือบแตก ป้าแม่บ้านเอาแต่พูดคำเดิมซ้ำๆ กรอกหูอยู่เกือบทั้งคืนว่าจุนฮเวน่ะน่ากลัว ความจริงการนินทาลูกชายเศรษฐีซงผู้มีอิทธิพลไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก เพราะน่ากลัวกันทั้งบ้านนั่นแหละ คล้ายๆกับพวกมาเฟียอะไรแบบนั้นเลย แต่ก็อยากให้เขาระวังตัวไว้

จินฮวานไม่ได้ฟังอะไรมากนัก ก็ป้าเล่นเล่าตั้งแต่ประวัติของลูกชายคนแรกมาจนถึงคนสุดท้าย มันไม่มีอะไรน่าสนใจเพราะไม่ได้รู้จัก ถึงจะอยู่ชั้นเดียวกันแต่ก็ไม่มีใครอยู่ห้องเดียวกับเขาซักคน ระหว่างนั้นเขาก็ไล่หาข้อมูลเกี่ยวกับจุนฮเวในแท็บเล็ตพลางพยักหน้าเป็นช่วงๆเวลาที่ป้าแกอธิบายให้ฟัง

ก็รู้สึกอึ้งไม่น้อยที่พอเซิร์ทชื่อของ กู จุนฮเว เข้าไปในเน็ตแล้วพบแต่หัวข้อข่าวทะเลาะวิวาทเต็มไปหมด

ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมหน้าถึงมีแต่แผลแบบนั้น พอรู้แบบนี้เขาก็ไม่ควรยุ่งด้วยหรอก เจอกันสองครั้งคือเกินพอ

แต่ก็นะ..

สิ่งที่ยังค้างอยู่ในใจนี่มันคืออะไร?

ผิดทาง

คำพูดที่จุนฮเวบอกกันเมื่อวานลอยเข้ามาในหัว มันเป็นคำสั้นๆที่ไม่ได้พิเศษอะไร แต่เป็นเพราะคำนี้แหละทำให้เขาหาทางมาลานจอดได้ แถมไม่พอยังมาส่งกันอีก แม้ว่าท่าทางจะดูไม่ค่อยเต็มใจแต่ก็ส่งจนถึงที่ ก็เลยทำให้นึกค้านในใจว่าความจริงแล้วจุนฮเวอาจจะไม่ใช่คนเลวขนาดนั้น

ถ้าเลวจะเดินมาส่งเขาเหรอ? นั่นก็ถือว่ามีน้ำใจไม่น้อยเลยนะ

“เฮ้อ..” จินฮวานถอนหายใจรอบที่ร้อยก่อนจะเดินลงไปยังชั้นล่าง  มุ่งหน้าไปยังรถเลย ไม่คิดจะทานข้าวเช้าเพราะการที่ต้องนั่งคนเดียวตรงโต๊ะที่แสนยาวเหยียดนั้นพาลจะทำให้กินไม่ลง

จินฮวานอยู่หมู่บ้านที่อยู่ห่างจากโรงเรียนซงพอสมควร แต่ก็ไม่ได้ไกลอะไรมากนัก หมู่บ้านที่เขาอยู่ก็ถือว่าเป็นหมู่บ้านของคนรวย แต่ละหลังมีเนื้อที่สามถึงสี่ไร่ขึ้นไป หลังของเขาก็เช่นกัน

..แต่ก็ไม่แน่ใจว่าที่ทุกวันนี้บ้านมันดูกว้างมากเป็นเพราะจำนวนคนที่อาศัยอยู่มันน้อยเกินไปรึเปล่า

จินฮวานอาศัยอยู่กับพ่อ หัวหน้าแม่บ้าน คนขับรถ คนสวน แล้วก็ยังมีสาวใช้อีกสองสามคน ทุกคนมีห้องพักขนาดพอดีอยู่ด้านหลัง ใกล้ๆกับสระว่ายน้ำ จะเข้ามาทำงานในบ้านใหญ่ก็แค่ตอนเช้าถึงเย็นเท่านั้น ส่วนใหญ่แล้วพ่อก็ไม่ค่อยเข้าบ้านเพราะติดงานตลอด บางทีก็ต้องออกไปเก็บคดีนอกพื้นที่ นั่นก็แปลว่าไอ่บ้านหลังใหญ่นี่มีเขาอยู่แค่คนเดียว

รู้สึกเหงาจนชินกับมันไปซะแล้ว

“ถ้าวันนี้คุณหนูหาผมไม่เจอ ให้ผมเอารถไปจอดที่หน้าโรงเรียนไหมครับ?” คนขับรถถามพร้อมมองผ่านกระจกหลังอย่างเป็นห่วง จินฮวานรู้ดีว่าอีกฝ่ายคงกลัวเขาจะไปวุ่นวายกับเด็กที่ชื่อจุนฮเวอะไรนั่นอีกล่ะสิถึงได้ถามออกมาแบบนี้

ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้นก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ

“ไม่เป็นไรครับ หน้าโรงเรียนมันไม่ค่อยมีที่จอดหรอก ยังไงก็ขับเข้าไปรอที่ลานจอดรถนั่นล่ะ ผมไปถูกแล้ว”

คนขับรถมีท่าทางลำบากใจแต่ก็ไม่ได้แย้งอะไรกลับมา

จินฮวานมองออกไปนอกหน้าต่าง ในหัวยังมีแต่เรื่องของจุนฮเวไม่หยุด เป็นเพราะว่าเขาดื้อรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เคยได้ยินคำพูดที่ว่า ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ไหมล่ะ?

พอคนบอกว่าจุนฮเวไม่น่ายุ่งด้วยมันก็หยุดนึกถึงไม่ได้ พาลทำให้อยากรู้เรื่องเกี่ยวกับอีกคนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเหตุผลที่ว่าทำไมชอบมีเรื่องชกต่อย ทำไมถึงไม่มีรูปถ่าย ทำไมถึงต้องทำหน้าหงุดหงิดขนาดนี้ มีเรื่องอะไรทุกข์ใจนักหนา

พูดง่ายๆก็คือเขาอยากรู้ว่าภายในจิตใจที่ปิดกั้นตัวเองจากคนอื่นนั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ท่าทางเย็นชาที่แสดงออกมา..

..บางทีก็อยากลองค้นหาดูเหมือนกัน

เฮ้อ ไร้สาระ

มันเป็นแค่ความคิดไร้สาระที่ฝุดเข้ามาในหัว จินฮวานถอนหายใจอีกหนแล้วสะบัดหน้าเพื่อไล่ความฟุ้งซ่าน ยังไงซะวันนี้จุนฮเวก็คงไม่มายุ่งกับเขาหรอก ทำท่ารำคาญและเบื่อหน่ายถึงขนาดนั้นแล้ว เรียนอยู่คนละชั้น โอกาสเจอกันก็ยาก เขาเองก็ไม่คิดจะไปที่ลานจอดรถมอเตอร์ไซค์อีกหรอก

..ก็คงต่างคนต่างอยู่นั่นแหละ

“ขอบคุณที่มาส่งนะครับ”  จินฮวานบอกคนขับรถจากนั้นก็ถือกระเป๋าเดินลงไป

โรงเรียนซงตอนเช้าเริ่มมีนักเรียนประปราย หลายคนมองมาที่จินฮวานเพราะไม่คุ้นหน้ามาก่อน อย่างที่เคยบอกไปว่าที่นี่มีการคัดเลือกนักเรียนอย่างเข้มงวด ต้องมีคุณสมบัติที่รวยและมีมันสมองที่ฉลาดพอสมควรอะไรทำนองนั้น ทำให้จำนวนเด็กในโรงเรียนมีไม่เยอะนัก แต่ละห้องก็มีแค่ 20-30 คนเอง จึงไม่แปลกถ้าคนอื่นๆจะรู้ได้ว่าใครเป็นเด็กใหม่

สองขาเดินมาหยุดอยู่ที่รูปปั้นอาร์เทมิส สัญลักษณ์ประจำตึกเกรด 12

ห้อง A B C จะอยู่ชั้นสาม ส่วนห้อง D E F จะอยู่ชั้นสอง ชั้นสี่ของทุกตึกแบ่งเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ เอาไว้ประกอบกิจกรรมต่างๆของสายชั้น ส่วนชั้นห้าก็จะเป็นดาดฟ้า ทุกตึกในโรงเรียนถูกออกแบบคล้ายๆกัน เน้นประติมากรรมเหมือนในนิยายกรีกที่เคยอ่านเจอในหนังสือ

จินฮวานเลือกที่จะเดินขึ้นบันไดเพราะห้องของเขาอยู่ชั้นสองใกล้แค่นี้เอง ตรงลิฟต์มีคนเยอะเกินไป ขี้เกียจรอ ถือว่าได้ออกกำลังกายตอนเช้าเลยก็แล้วกัน

พอมาถึงห้องก็พบกับแทฮยอนที่นั่งฟุบโต๊ะอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ใส่สูทอยู่ด้วย จินฮวานเดินเข้าไปที่โต๊ะของตัวเองซึ่งอยู่ข้างกันแล้วดึงเก้าอี้ออกมาอย่างแผ่วเบาเพราะไม่อยากรบกวนคนที่กำลังนอน

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทำเบาไม่พอ เพราะเพียงขยับเล็กน้อยแทฮยอนก็เงยหน้าขึ้นมามอง

ดวงตาตี่ๆแทบลืมไม่ขึ้น บ่งบอกว่าอีกฝ่ายง่วงมากขนาดไหน แทฮยอนย่นคิ้วเข้าหากันเพราะแสงจากรอบตัวกระทบโดนตามากเกินไป ก่อนที่เจ้าตัวจะอ้าปากหาวแล้วยกแขนบิดขี้เกียจ ซักพักก็ดึงหูฟังที่เสียบอยู่ตรงหูทั้งสองข้างออก

“เมื่อคืนไม่ได้นอนเหรอ?” จินฮวานเอ่ยทักก่อน

จากที่ได้คุยกันพอสมควรก็ทำให้ไม่ค่อยเกร็งแล้วล่ะ ทั้งคู่แลกไลน์แลกเฟซกันด้วย ทำให้เมื่อวานเขาเห็นว่าแทฮยอนขึ้นสเตตัสไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บางทีอาจจะมีเรื่องเครียดอยู่ก็ได้ ในฐานะเพื่อนใหม่ก็นึกเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย

“อือ มีเรื่องให้คิดเยอะอะ แล้วก็โดน..” แทฮยอนเว้นจังหวะไป ใบหน้าขาวหันไปมองโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วจิ้มนิ้วลงที่ปุ่มปิดเสียงก่อนจะหันมาหาจินฮวานอีกหน “โดนป่วน”

“หืม?”

“นั่นแหละ ฉันโดนก่อกวน ไม่สิ.. ไม่เรียกว่าโดนก่อกวนหรอกแค่มีคนมาวุ่นวายนิดหน่อยอะ”

จินฮวานหัวเราะแล้วพยักหน้าในขณะที่ฟัง ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจที่แทฮยอนพูดเท่าไหร่เพราะอีกฝ่ายดูเบลอๆ แต่เขาก็พอจะมองออกว่าตอนนี้แทฮยอนกำลังทุกข์ใจ

“เฮ้อแล้วก็.. ฮงซอกน่ะ ยังไม่มาเลย” พูดถึงตรงนี้น้ำเสียงนั่นก็อ่อนลง

แทฮยอนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วก้มหน้านิ่ง ความซึมที่เห็นได้ชัดทำให้จินฮวานรีบส่งมือไปบีบตรงหัวไหล่เบาๆเพื่อให้กำลังใจ

แทฮยอนบอกเขาเมื่อวานว่าตัวเองเป็นแฟนกับคนที่ชื่อฮงซอกอะไรนั่น เห็นบอกว่าอยู่ห้อง E ข้างกันนี่แหละ เมื่อตอนเย็นแทฮยอนก็ขอตัวไปหาแฟนพวกเขาก็เลยไม่ได้คุยอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก แต่ทำไมเช้านี้ถึงซึมขนาดนี้ได้?

“หายไปตั้งแต่เย็นเมื่อวานแล้ว โทรหาก็ไม่รับสาย ตอนนี้ก็ยังไม่มาเลย ฉันเป็นห่วง กลัวว่าจะเป็นอะไรไป” แทฮยอนเล่าต่อพร้อมถอนหายใจ แก้มทั้งสองข้างพองออก ส่วนจินฮวานก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความงง

“หมายถึง แฟนนายหายไปไม่ติดต่อมาเลยเหรอ?”

“อื้อ เมื่อวานฮงซอกบอกให้ฉันไปรอที่ใกล้ๆหน้าโรงเรียนจะได้กลับบ้านพร้อมกัน แต่ไหงเบี้ยวนัดก็ไม่รู้ ฉันโทรหาตั้งแต่เมื่อวานจนตอนนี้ก็ยังไม่รับสาย ไม่โทรกลับ ไม่มีข้อความอะไรส่งมาให้เลย”

พอได้ยินแบบนั้นก็อดที่จะสงสารเพื่อนใหม่ไม่ได้ จินฮวานถอนหายใจตามแล้วลูบหลังเพื่อปลอบประโลม การที่ใครคนหนึ่งหายไปโดยที่เราไม่รู้เนี่ย เขาพอจะเข้าใจว่ามันค้างคาขนาดไหน ยิ่งคนนี้เป็นแฟนแล้วด้วย ก็ต้องกังวลเป็นธรรมดา

“เขาอาจจะยุ่ง เดี๋ยวคงมาโรงเรียนสายๆล่ะมั้ง ยังไงก็อยู่โรงเรียนเดียวกัน ต้องเจอกันอยู่แล้วล่ะ”

“ฉันก็ปลอบใจตัวเองแบบนั้นล่ะ”

จินฮวานยิ้มให้ ก่อนที่เขาจะนึกได้ว่ามีการบ้านหลายข้อที่ทำไม่ได้ ไม่รู้ว่าเมื่อวานเอาแต่คิดถึงเรื่องของจุนฮเวเยอะเกินไปรึเปล่าเลยไม่ค่อยมีสมาธิ แต่เห็นหลายคนบอกว่าแผนการสอนของโรงเรียนซงล้ำหน้าโรงเรียนอื่นไปเยอะอยู่ เขาก็เลยทึกทักไปเองว่าเพราะเป็นเด็กใหม่เลยไม่เข้าใจ

“เอ้อ.. ขอดูการบ้านหน่อยดิ ทำรึยังอะ มีสองสามข้อที่ไม่ได้ทำ” จินฮวานพูดพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ส่วนแทฮยอนที่กำลังจะฟุบลงไปนอนต่อก็หัวเราะเบาๆก่อนจะหยิบสมุดเล่มบางส่งมาให้

“ขอบคุณนะ”

“อือ ไม่รู้ถูกรึเปล่า”

“ไม่เป็นไรอะ ขอแค่ได้ส่ง” 

“ถ้างั้นทำไป ฉันนอนแป๊บนะ ครูมาปลุกด้วย”

พูดจบแทฮยอนก็ฟุบลงไปนอนกับโต๊ะ จินฮวานแอบเห็นว่าที่หน้าจอของโทรศัพท์บนโต๊ะนั้นยังไม่ได้กดวางสาย เขาทำทีจะท้วงแต่ก็เหลือบไปเห็นเวลาที่คุยกันเสียก่อน

จินฮวานถึงกับร้องโหในใจเพราะมันสิบชั่วโมงกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าคุยกับใครเพราะแทฮยอนไม่ได้เมมเบอร์เอาไว้ แล้วไหนบอกว่าแฟนหายไปไง? แปลว่าคนที่คุยนั่นไม่ใช่แฟนอย่างนั้นเหรอ? แต่ถ้าไม่ใช่แฟนทำไมต้องคุยนานขนาดนี้?

โอ๊ย.. แล้วนี่จะจับผิดเพื่อนใหม่ของตัวเองทำไมนะ

จินฮวานสะบัดหัวเพื่อไล่ความฟุ้งซ่าน คิดว่าถ้าแทฮยอนมีเรื่องลำบากใจจริงๆก็คงระบายออกมาเองแหละ ทีเรื่องของฮงซอกยังบอกเลย ตอนนี้เขาอยู่ในสถานะที่ไม่ควรถามอะไรเพราะเพิ่งจะรู้จักกัน เดี๋ยวจะกลายเป็นยุ่งไม่เข้าเรื่องซะมากกว่า

ว่าแล้วก็ก้มลงไปให้ความสนใจงานของตัวเองต่อ มือบางจับปากกาเขียนไปเรื่อยๆ ไล่ทำไปทีละข้อพร้อมทั้งพยายามทำความเข้าใจ ในระหว่างนั้นนักเรียนคนอื่นๆก็ค่อยๆทยอยกันเข้ามาในห้อง ยิ่งคนเยอะเสียงพูดคุยก็เยอะตามไปด้วย หูทั้งสองข้างของเขาได้ยินเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจอยู่ตลอด

มันเป็นแบบนั้นอยู่ซักพัก

..ก่อนที่รอบตัวจะเงียบสลัดราวกับมีใครมาปิดสวิตซ์

จินฮวานละมือออกจากปากกาแล้วหันไปมองรอบตัว เขานึกว่าครูมาแล้วซะอีก ทีแรกกะจะปลุกแทฮยอนแล้วแต่สายตาก็ดันไปสะดุดเข้ากับร่างสูงของใครบางคนที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่หน้าห้องซะก่อน

คนที่ทำให้เขาถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ มือทั้งสองข้างชาวาบจนเผลอปล่อยปากกาลงบนโต๊ะเพราะเห็นว่าตาคมคู่นั้นก็จ้องมาที่ตัวเองเช่นกัน

..กู จุนฮเว

มาทำอะไรที่นี่?

“นี่เด็กใหม่ นายมีเรื่องกับจุนฮเวเหรอ?”

คนที่นั่งอยู่ข้างหน้าหันมาถาม เรียกให้จินฮวานละสายตาจากคนตัวสูงหันไปมอง คำว่าเด็กใหม่นั้นแปลว่าอีกฝ่ายกำลังพูดกับเขาไม่ผิดแน่ๆ แต่ก็ไม่รู้จะตอบยังไง ทำไมจุนฮเวมาโผล่ที่นี่ได้เขายังไม่รู้เลย

จินฮวานส่ายหน้าน้อยๆแล้วฉีกยิ้มแห้งๆ ไอ่ที่คิดเอาไว้ว่าวันนี้คงจะไม่เจอกันนั้นมันผิดสุดๆ ไหงมาอยู่หน้าห้องของเขาเลยวะ

หรือว่าจะมาหาคนอื่น?

“เหรอ แล้วทำไมเขามองมาที่นายตลอดเลยอะ นายไปทำอะไรให้จุนฮเวไม่พอใจรึเปล่า” สายตาหวาดหวั่นประดับอยู่บนใบหน้าของผู้พูดก่อนจะลดระดับเสียงลงแล้วโน้มเข้ามาใกล้ “หมอนั่นน่ากลัวนะ เมื่อวานเพิ่งมีเรื่องที่ลานจอดรถของโรงเรียน เห็นว่าเลือดกระจายเต็มเลย ดีนะที่คนของโรงเรียนทำความสะอาดออกไปหมดแล้ว เมื่อเช้าฉันไปดูไม่เห็นแล้วล่ะ”

จินฮวานเหลือบมองตรงป้ายชื่อ โด คยองซู แล้วรีบจดจำเอาไว้ ส่วนเรื่องที่อีกฝ่ายบอกนั้นก็ทำให้เขาหันกลับไปมองที่จุนฮเวอีกครั้ง

หัวใจกระตุกเหมือนโดนบีบเมื่อพบว่าอีกฝ่ายยังคงมองมา สายตานั่นเหมือนสั่งกรายๆให้เขาเดินออกไปหา บนใบหน้าคมเริ่มหงุดหงิดแล้วเนื่องจากยืนรออยู่นาน แต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดก็คือไอ้พลาสเตอร์ที่แปะอยู่ตรงกลางดั้งนั่นน่ะ

จินฮวานจำได้ว่าเป็นคนแปะให้เอง

ผ่านไปวันหนึ่งแล้วทำไมยังไม่เอาออกอีก

“เฮ้ เด็กใหม่!

“เขาคงมาหาฉันจริงๆ” จินฮวานหันไปมองเมื่อเขาลุกขึ้นแล้วคยองซูส่งมือมาจับแขนไว้ ริมฝีปากบางยิ้มน้อยๆเหมือนอยากจะบอกว่าไม่เป็นไร

จินฮวานเดินออกไปหาจุนฮเวพร้อมกับสายตาของคนทั้งห้องที่มองมาด้วยความสงสัย และแน่นอนว่าเสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้นด้วยเช่นกัน

จุนฮเวยืดกายขึ้นยืนตรง ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเคืองๆ มีอย่างที่ไหนเห็นว่าเขายืนอยู่แล้วทำทีเป็นไม่สนใจ หันไปคุยกับคนอื่นอยู่ได้ ปล่อยให้ยืนรอโคตรนาน เมื่อยขาจะแย่อยู่แล้ว

“เอาไป” เจ้าของใบหน้าเหวี่ยงๆเป็นคนเปิดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เขาบุ้ยปากไปทางกล่องที่วางอยู่บนขอบระเบียงในตอนที่จินฮวานเงยหน้าขึ้นมามอง

ตาเรียวกะพริบถี่ๆด้วยความงงงวยก่อนจะเดินเข้าไปดู

มันเป็นกล่องสีดำที่ติดริบบิ้นสีทองเอาไว้ บนกล่องสลักยี่ห้อของเสื้อผ้าแบรนด์ดังที่ไม่ว่าใครๆก็ต้องรู้จัก เขาเองก็มีชุดของแบรนด์นี้เหมือนกัน แต่ไม่เยอะเพราะราคามันค่อนข้างสูง

แล้วจุนฮเวเอามาให้ทำไม?

“ให้ฉัน?” จินฮวานยกมือขึ้นชี้หน้าของตัวเอง

ท่าทางนั่นทำให้จุนฮเวกลอกตาด้วยความเบื่อหน่าย รู้สึกว่าเมื่อกี๊เขาจะพูดชัดแล้วนะทำไมต้องถามซ้ำด้วยวะ เป็นพวกย้ำคิดย้ำทำรึไง

“แล้วคุยอยู่กับใครล่ะ?”

“อ้าว ก็.. เอามาให้ทำไมอะ?”

“เอามาคืน”

คำตอบนั้นยิ่งทำให้จินฮวานงงมากกว่าเดิม แต่รู้ดีว่าถ้าถามจุนฮเวไปคงไม่ได้คำตอบอะไรอีก คนตัวเล็กตัดสินใจเปิดกล่องตรงหน้าดู ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะพบว่าสิ่งที่อยู่ด้านในคือ

..ผ้าเช็ดหน้าสีขาวนับร้อยผืน

อ้อ เอามาคืนสินะ เพราะเมื่อวานเขาใช้ผ้าของตัวเองซับเลือดให้อีกฝ่าย มันเปื้อนมากจนต้องทิ้งไปเลยเพราะว่าคราบเลือดนั้นซักไม่ออก

แต่จำเป็นต้องคืนเยอะขนาดนี้เลยรึไง ลูกเศรษฐีนี่เวอร์ทุกคนเลยเหรอ?

“เอามาแค่ผืนเดียวก็ได้อะ” จินฮวานหยิบออกมาหนึ่งผืน จากนั้นก็ส่งกล่องคืนให้อีกฝ่าย แต่จุนฮเวก็ทำนหน้าไม่พอใจอีกหน

“เรื่องมากจริง”

เอ้า.. ทำอะไรก็โดนด่าวะ

จินฮวานยกมือขึ้นมาเกาหัวแบบงงๆ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็ผงะแล้วถอยหนีไปหมดเมื่อพบว่าจุนฮเวยืนอยู่ แถมยังมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้ามาใกล้ในบริเวณนี้เลย

น่ากลัวขนาดนั้น?

แต่สิ่งที่จุนฮเวทำนั่นคือการเอาของมาคืนเขานะ ..เอามาคืนทั้งๆที่ไม่ได้ขอ แปลว่าจุนฮเวก็ยังมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบที่ดีอยู่ไม่ใช่เหรอไง?

คนแบบนี้เหรอที่น่ากลัว?

“เก็บไว้ดีๆ เผื่อได้เช็ดให้อีก”

ก่อนที่ประโยคนั้นจะดังออกมาจากปากของคนตรงหน้า จุนฮเวพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็หันหลังเดินหนีไปเลย ทำเอาคนที่กำลังยืนงงอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก

จินฮวานอึกอักหันมองไปรอบๆตัว

ทุกคนล้วนหลบสายตาเขาทั้งนั้น ทำเหมือนกับว่ากำลังกลัวอยู่เหมือนกัน ร่างเล็กกลอกตาแบบเบื่อหน่าย ไม่เข้าใจทั้งคนรอบข้างและ กู จุนฮเว อะไรนั่น ก่อนจะตัดสินใจคว้ากล่องใส่ผ้าเช็ดหน้านั้นมาถือเอาไว้แล้ววิ่งตามร่างสูงไป

“เฮ้ย! นาย!!

โชคดีที่เรียกเพียงเบาๆสองขาก็หยุดเดิน จุนฮเวถอนหายใจแล้วหันไปมองแบบไม่สบอารมณ์ มันน่ารำคาญมาก ทำไมเวลาเขาจะทำอะไรซักอย่างต้องเจอรุ่นพี่ตัวเล็กนี่มาขัดได้ตลอด นับเป็นครั้งที่สามแล้วนะเว้ย

จุนฮเวก้มลงมองเจ้าของใบหน้าหวานที่มาหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยสายตานิ่งๆ จินฮวานมีท่าทีเก้กัง เม้มริมฝีปากอยู่ซักพักก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ

“อาบน้ำไม่ล้างหน้าเหรอ?”

“อะไร?”

ร่างสูงถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่พอใจ นี่เรียกเขาไว้เพื่อจะกวนประสาทอ่อวะ แม่งน่าโมโห

“ถามแค่นี้ไมต้องทำหน้าเหวี่ยงด้วยอะ”

แต่คิ้วทั้งสองข้างก็ค่อยๆคลายออกเมื่อได้ยินประโยคถัดไป จุนฮเวมองหน้าอีกคนไม่ละ ก่อนที่คิ้วของเขาจะกระตุกเพราะเห็นว่าอีกฝ่ายยิ้มให้

จินฮวานหัวเราะออกมาเบาๆจากนั้นก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า เขาหยิบสิ่งหนึ่งออกมาแกะแล้วกระดิกนิ้วเรียกอีกฝ่าย

“ก้มลงมาหน่อย”

“อะไร?”

“ก็เนี่ย จะเปลี่ยนให้” พลาสเตอร์อันเล็กชูขึ้นให้เห็น จุนฮเวทำหน้างงไม่เลิกจนจินฮวานอดไม่ได้ที่จะพ่นลมออกมาเบาๆ “เขาให้แปะไว้ไม่เกิน 12 ชั่วโมง ตื่นมานายก็ควรเปลี่ยนดิ อาบน้ำเสร็จก็เอาทิ้งได้แล้ว มันไม่ชื้นรึไง? หรือว่านายไม่ล้างหน้าตอนอาบน้ำจริงๆ”

คำแขวะนั้นทำให้ร่างสูงจิปาก ถ้าเป็นคนอื่นมาพูดแบบนี้ด้วยเขาต่อยหน้าไปแล้วเถอะ ใครบอกว่าตอนอาบน้ำไม่แกะวะ

นึกย้อนกลับไปเมื่อคืน เขาก็เข้าไปอาบน้ำแบบปกติ ก่อนอาบก็แกะไอ้พลาสเตอร์เจ้าปัญหาอะไรนี่วางไว้หน้ากระจกแล้ว ทีแรกกะจะเอาทิ้งแต่เพราะความรู้สึกแปลกๆอะไรไม่รู้มันเกิดขึ้นมาถึงได้ทิ้งไม่ลง ประจวบเหมาะกับที่เขาเห็นเลือดมันซึมออกมาอีกหนถึงได้เอามาปิดไว้ก่อน

ก็เท่านั้น

“เฮ้ย!” กายสูงสะดุ้งเฮือกแล้วเอี้ยวตัวหนี จุนฮเวยกมือขึ้นมาลูบตรงสันดั้งเมื่อรู้สึกโล่งๆ เป็นเพราะเมื่อกี๊มัวแต่เหม่อจินฮวานเลยถือโอกาสเอื้อมมือขึ้นมาดึงมันออกแบบไม่บอกไม่กล่าว

“ก้มลงมาเร็ว จะถึงเวลาเรียนแล้วเนี่ย ฉันไม่ได้เส้นใหญ่เหมือนนายนะที่เข้าเรียนสายแล้วอาจารย์จะไม่ด่าน่ะ”

เจอแขวะไปอีกหนึ่งดอก

จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วจ้องหน้าจินฮวานอยู่ซักพัก ในใจก็คิดว่าทำไมเขาต้องก้มหัวให้ด้วยวะ ที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครมาสั่งแบบนี้เลยด้วยซ้ำ แล้วไอ้พี่นี่แม่งเป็นใครเนี่ย

“เร็วดิ หรือจะเอาไปติดเอง?”

เขาเอาลิ้นดุนแก้มเมื่อโดนเร่งเร้า จุนฮเวถอนพ่นลมหายใจฮึดฮัด หันหน้าไปมองทางอื่นจากนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันมากขึ้นกว่าเดิม เป็นเพราะว่าไม่อยากทำถึงได้ลีลามาก

..แต่สุดท้ายก็ยอมโน้มหน้าลงไปหาอีกฝ่ายอยู่ดี

จินฮวานหัวเราะออกมาเบาๆให้กับท่าทีนั้น เขาแกะพลาสเตอร์อันใหม่ออกก่อนจะค่อยๆแปะลงไปบนสันจมูกโด่งได้รูป

จุนฮเวหลับตาลงเมื่อปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามจมูกของเขาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆลืมขึ้นมาเมื่ออีกฝ่ายผละออกไปแล้ว

“ก็แค่เนี่ยะ”

จินฮวานเดินไปทิ้งขยะที่อยู่ไม่ไกลแล้ววกกลับมาหาเขาอีกหน

“ไปเรียนละ ตั้งใจเรียนด้วยนะ”

เอ่ยบอกประโยคถัดไปพร้อมกับรอยยิ้ม มือบางยกขึ้นมาโบกแล้วหันหลังเดินขึ้นบันไดไป ปล่อยให้จุนฮเวมองตามไปจนลับสายตา

ร่างสูงพ่นลมหายใจออกมาแรงๆจากนั้นก็ยกมือขึ้นมาลูบหน้า ขาเตะถังขยะที่อยู่ข้างๆ จนมันล้มระเนระนาดด้วยความโมโห คนอะไรวะน่ารำคาญเป็นบ้า ไอ้รอยยิ้มนั่นอีก เห็นแล้วน่าหงุดหงิด

ยังไม่เคยมีใครยิ้มให้เขาเลยนะเว้ย!



 


60%

 

และแล้ววันนี้เขาก็ตื่นบ่าย..

เป็นเพราะว่าเมื่อคืนจีวอนไม่ยอมให้นอน กว่าจะเสร็จไอ้กิจกรรมบ้าบอนั่นก็โดนป่วนจนฟ้าสว่าง

ฮันบินเม้มริมฝีปากแน่นเมื่อส่องกระจกแล้วพบว่าตั้งแต่ไหปลาร้าลงไปมีแต่รอยรักฝากเอาไว้เต็มไปหมด มันเป็นเรื่องน่าเกลียดที่เกิดขึ้น มือบางกำแน่นแล้วพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อไล่ความฟุ้งซ่าน ทั้งหงุดหงิดตัวเองเพราะความจริงเขาก็ไม่อยากยอมรับอีกฝ่าย แต่พอถึงเวลานั้นก็ต้านทานอะไรไม่ได้ทุกที

นึกโกรธตัวเองอยู่เหมือนกันที่เป็นคนใจง่าย ฮันบินไม่ได้อยากเป็นแบบนี้ แต่เหมือนกับว่าสิ่งที่อยู่ภายในใจมันยังตกตะกอนไม่หมด พอโดนสะกิดเล็กน้อยความรู้สึกเดิมๆก็แตกกระจายออกมาอีก

ฮันบินเปรียบเหมือนน้ำที่อยู่ในถัง เขาน่าจะเททุกอย่างทิ้งออกไปให้หมด ตะกอนจะได้หลุดออกไปด้วย แต่ตัวเองไม่มีกำลังมากพอที่จะทำแบบนั้น ..ไม่สิ เรียกว่าใจไม่แข็งพอมากกว่า ทุกวันนี้ยังนึกเสียดายเรื่องราวดีๆที่เคยเกิดขึ้นร่วมกันอยู่เลย

เขากับจีวอนผ่านอะไรกันมาเยอะ

เริ่มตั้งแต่คนที่ไม่รู้จักกัน.. จนกระทั่งได้ทำงานร่วมกันในวันที่ต้องเข้าค่ายเตรียมความพร้อม

ด้วยความที่โรงเรียนซงเคร่งในระบบการเรียนมาก เด็กเกรด 8 ทุกคนที่ต้องการศึกษาต่อในชั้นมัธยมปลายจะต้องเข้าค่ายเตรียมความพร้อมตั้งแต่ตอนนั้นเป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนเต็มๆ

ไม่รู้ว่าใครเล่นตลก แต่ตอนที่ต้องทำงานเป็นคู่เขาดันแจ็กพอตแตกที่ คิม จีวอน พอดี ลูกชายของตระกูลซงที่แสนรวยและหน้าตาดี นิสัยก็เฟรนด์ลี่มากกว่าใครในหมู่พี่น้อง เพราะแบบนั้นคนอื่นๆจึงอยากเข้าหายกเว้นเสียแต่ฮันบินคนนี้

ตอนนั้นมันเกร็งไปหมด แต่โชคก็ยังเข้าข้างอยู่บ้างเพราะจีวอนพูดง่ายกว่าที่คิด ถึงจะเอาแต่ใจไปบ้างในบางครา แต่ถ้าฮันบินจริงจังขึ้นมาอีกฝ่ายก็พร้อมที่จะทำตาม

เวลาผ่านไป ทั้งคู่ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น ฮันบินไปไหนมาไหนกับจีวอนบ่อยๆจนหลายคนเริ่มทัก บางทีก็เอางานของจีวอนมาทำให้ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน สาเหตุเป็นเพราะห่วงนั่นล่ะ ก็จีวอนน่ะชอบจัดปาร์ตี้ตอนกลางคืนจนลืมส่งงานทุกที คะแนนถูกหักจนจะโดนย้ายไปอยู่ห้อง F แล้ว

..นั่นก็ทำให้ข่าวลือสะพัดไปไกลว่าทั้งคู่กำลังคบหากันอยู่

ฮันบินปฏิเสธเรื่อยมาจนกระทั่งขึ้นเกรด 9

เขารู้ดีว่าจีวอนน่ะเจ้าชู้แค่ไหน ถ้าให้คบกันคงไม่ดีแน่ แล้วก็คิดอยู่ตลอดว่าคนอย่างจีวอนน่ะคงไม่หันมาสนใจเขาหรอก ท่าทีที่อีกฝ่ายแสดงออกมาไม่มีทางที่จะคิดว่าชอบกันได้เลย แค่ทุกวันนี้เป็นเพื่อนสนิทกันก็เหนือความคาดหมายมากๆแล้ว แถมเขาเองก็รู้ว่าจีวอนมักเปลี่ยนคู่นอนไม่เลือกหน้าอีกด้วย

..ใครจะไปรู้ว่าวันวาเลนไทน์ในปีนั้นจีวอนจะเอาดอกไม้ช่อใหญ่มาให้ แล้วก็ขอคบด้วยประโยคที่ไร้ซึ่งความหวาน แต่กลับทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด

ขี้เกียจเปลี่ยนคู่นอนแล้ว มาดูแลที

ฮันบินไม่ได้ตอบตกลง เพราะจีวอนสั่งเขาว่าห้ามปฏิเสธ

แต่ถ้าจะให้พูดกันจริงๆ ณ วินาทีนั้นเขาก็ไม่มีคำค้านอยู่ในหัวหรอก ถึงที่ผ่านมาจะคอยย้ำเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่หวั่นไหวไม่ใช่เหรอไง?

ทั้งคู่คบกันเรื่อยมา มีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายแต่ก็ยังผ่านไปด้วยกันได้ จนกระทั่ง..

“ทำไมไม่ออกไปซักที”

ฮันบินสะดุ้งเมื่อมีแขนของใครบางคนสวมกอดจากทางด้านหลัง เขาคงคิดอะไรนานไปหน่อยจึงไม่รู้ว่าจีวอนเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาตอนไหน

กายแกร่งยืนซ้อนทับเขาไว้แล้วเอาคางเกยไหล่ ฮันบินพยายามจะบิดตัวหนีแต่จีวอนก็ดันเข้ามาใกล้ขึ้นจนเขาต้องเท้าแขนไว้กับอ้างล้างหน้า

“นี่.. หยุดนะ”

จมูกโด่งกดไซร้ไปตามท้ายทอย จีวอนกระชับแขนกอดแน่นขึ้นเมื่ออีกฝ่ายขัดขืนหนัก ตาคมหลับลงพร้อมกับสูดเอาความหอมจากเส้นผมและกลิ่นสบู่ที่ติดตามผิวเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะลืมขึ้นมองผ่านกระจก รอยแดงประปรายที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำเอาเจ้าตัวยกยิ้มด้วยความพอใจ

“ถ้าไอ้จืดนั่นเห็น มันจะเลิกกับนายไหม?”

“อย่าพูดมั่วๆจีวอน นายกลับบ้านไปแต่งตัวได้แล้ว” ฮันบินฉวยโอกาสดึงแขนนั่นออกแล้วหันไปผลัก พอมีช่องว่างเขาก็รีบเดินหนีออกจากห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว

แต่ยังไงคนดื้อก็ยังเป็นคนดื้อ

มือหนาคว้าแขนของเขาเอาไว้ก่อนจะดึงเข้าไปหา ใบหน้าคมโน้มเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนที่ผ่อนออกมาแรงๆเพราะความไม่พอใจ

“เมื่อคืนยังเรียกเหมือนเดิมแล้วแท้ๆ ทำไม..”

“นายบังคับฉัน” ฮันบินค้านเสียงแข็ง เขาเองก็ไม่ยอมเช่นกัน

ทั้งคู่จ้องกันอย่างไม่ยอมก่อนที่ฮันบินจะเป็นฝ่ายบิดข้อมือหนี ได้ยินเสียงจีวอนแค่นหัวเราะเบาๆก่อนจะปิดประตูห้องน้ำเสียงดังปัง! สร้างความตกใจให้กับฮันบินไม่น้อย แต่พออยู่ลับหลังก็ต้องลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา

ขายาวเดินไปรอบห้องเพื่อหาโทรศัพท์ เมื่อคืนจำได้ว่าจีวอนโยนมันไปที่ปลายเตียง แต่พอตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่เจอแล้ว ฮันบินลองย่อตัวลงดูใต้เตียง เมื่อหาไม่เจอเขาก็เปิดผ้าห่มพลิกหมอนหาไปเรื่อยๆ

คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเมื่อหายังไงก็หาไม่เจอ ฮันบินมองไปยังบานประตูห้องน้ำก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วส่ายหน้าเพราะความเหนื่อยหน่าย

จากการที่อยู่ด้วยกันมาพอสมควรเขาก็เดาออกว่าจีวอนต้องยึดโทรศัพท์ไปแล้วแน่ๆ

ในเมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องเดินไปแต่งตัวด้วยความจำใจ ฮันบินใช้เวลาอยู่หน้ากระจกซักพักก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังห้องนอนของแม่เพื่อยืมเครื่องสำอางค์มาทากลบแถวรอยที่โผล่พ้นออกมานอกเสื้อ

ตอนนี้บ่ายแล้ว แม่ออกไปทำงานตั้งแต่เช้าโดยที่ไม่ได้เข้าไปปลุกเพราะมีลูกชายของตระกูลซงอยู่ด้วย ถึงแม่จะไม่ค่อยชอบจีวอนก็เถอะ แต่ไม่มีใครอยากมีปัญหากับคนพรรค์นั้นหรอก

ฮันบินมองกระจกด้วยความไม่แน่ใจนัก เขาสำรวจตรงแถวคอของตัวเองอย่างละเอียด เดินเข้าไปใกล้และถอยออกมาเพื่อดูให้แน่ใจว่าไอ้รอยบ้าๆนี่โดนปิดไปจนหมดแล้ว ก่อนจะถอนหายใจยาวๆแล้วเดินลงบันไดไปด้านล่างโดยที่ไม่ได้กลับเข้าไปหาจีวอนอีก

..ไม่รู้เลยซักนิดว่าที่ตรงหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองยังปรากฏเบอร์ของ คิม ยูคยอม เข้ามาแบบไม่หยุดหย่อน

ร่างสูงที่กำลังส่องกระจกอยู่ในห้องน้ำละสายตาไปมองโทรศัพท์เครื่องหรูที่วางอยู่บนฝาชักโครกแบบไม่สบอารมณ์นัก จีวอนยืนมองอยู่แบบนั้นก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันจนกระทั่งสายมันตัดไป

ตัวเลขจำนวนไม่น้อยที่โชว์อยู่บนหน้าจอทำให้เขาหงุดหงิดมากกว่าเดิม ตั้งแต่ตื่นขึ้นมามันก็เป็นแบบนี้ จีวอนตื่นก่อนฮันบินไม่กี่นาที เขาเหลือบเห็นโทรศัพท์ที่นอนนิ่งอยู่ตรงปลายเตียงโชว์ขึ้นว่ามีคนกำลังโทรเข้า โชคดีที่ฮันบินปิดเสียงและปิดสั่นเอาไว้ก่อนหน้านั้นแล้วจึงไม่เป็นการรบกวนแต่อย่างใด

ยูคยอมโทรมาหาฮันบินตั้งแต่เมื่อคืน จนกระทั่งตอนนี้บ่ายโมงแล้วมันก็ยังไม่ลดละ จีวอนแค่นหัวเราะให้กับความตื๊อตอแยก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ เขาความเอาโทรศัพท์มาดู ความจริงอยากจะกดรับด้วยซ้ำแต่ฮันบินบอกเขาว่า ถ้ายุ่งกับยูคยอมก็ไม่ต้องมาคุยกันอีก เพราะแบบนั้นจึงได้แต่มองอย่างไม่สบอารมณ์อยู่แบบนี้

สายโทรศัพท์ตัดไปก่อนจะดังขึ้นมาอีกรอบ

จีวอนสบถคำหยาบคายแล้วเปิดฝาชักโครกขึ้น เขารออยู่แบบนั้นซักพักเพราะความลังเลว่าจะทำมันดีหรือไม่ ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายแล้วแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ

โทรศัพท์เครื่องหรูถูกโยนลงไปในนั้น ก่อนที่จีวอนจะกดน้ำส่งมันลงท่อไปแล้วเดินออกจากไปโดยที่ไม่หันกลับไปมองด้านหลังอีก

ฟังแต่เสียงชักโครกไปเถอะมึง ..เพราะเสียงของฮันบินน่ะ

เป็นของเขาแค่คนเดียว

LUST & WRATH

 

“เอาโทรศัพท์คืนมาได้แล้ว”

“ไม่มี” จีวอนตอบเสียงเรียบเมื่อขับรถมาถึงโรงเรียน เจ้าตัวยืนพิงรถพร้อมกับหยิบตลับบุหรี่ขึ้นมาเปิดออก จำนวนหนึ่งในนั้นถูกหยิบขึ้นมาถือไว้ ฮันบินถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วถอนหายใจออกมาเพราะความเบื่อหน่าย

“ไหนบอกเลิกสูบแล้ว?”

“ห่วงเหรอ?” ริมฝีปากหนาคีบมันในขณะที่ถาม จีวอนยกยิ้มส่วนฮันบินก็กลอกตาขึ้นไปมองด้านบน และเพราะแบบนั้นร่างสูงจึงหัวเราะออกมาเบาๆ

ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะสูบตอนนี้ แต่หยิบออกมาเผื่อ เดี๋ยวแยกกับฮันบินแล้วค่อยจุดมันเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ชอบ

ฮันบินเลือกที่จะไม่ตอบอะไรต่อ มือบางคว้าเอากระเป๋านักเรียนแล้วเดินหนีไปทางตึก เมื่อจีวอนเห็นแบบนั้นจึงเดินตามมา เรียกให้ฮันบินหันไปขมวดคิ้วมอง แต่พออ้าปากจะด่าจีวอนก็ทำหน้าเหรอหราแล้วยักไหล่แบบไม่รู้เรื่อง

“ไม่ได้เดินตามนะ ฉันก็เรียนอยู่ตึกเดียวกับนายไง”

ฮันบินถึงกับกลอกตาไปมองด้านบนแล้วก้าวเดินต่อ เขาไม่รู้ว่าลับหลังนั้นจีวอนแอบยิ้มแบบสนุกสนาน ผิดกับตัวเองที่ในใจมีแต่คำว่าหงุดหงิดลอยเต็มไปหมด

อีกใจนึงก็นึกห่วงยูคยอมด้วย ทั้งคู่คบกันมาซักพักฮันบินจึงรู้ว่ายูคยอมค่อนข้างจะเป็นคนคิดมาก ชอบตื๊อแล้วก็ค่อนข้างก้าวก่าย แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายทำดีและคอยดูแลตลอดในเวลาที่เขาย่ำแย่ ฮันบินจึงรำคาญไม่ลง

ทั้งคู่เดินไปตามทางเงียบๆไม่มีใครพูดอะไรออกมา จีวอนเลือกที่จะทิ้งระยะห่างเอาไว้พอสมควรก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นสูบเพื่อดับความหงุดหงิดที่สุมอยู่ในใจ หากแต่กระแสลมก็พัดเอากลิ่นควันให้ลอยมาปะทะจมูกของคนที่เดินนำได้อยู่ดี

“สูบทำไม?” ฮันบินหันขวับไปมอง พบกับร่างสูงที่พ่นควันออกจากจมูกก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะยกยิ้ม

จีวอนใช้มือข้างหนึ่งโบกให้ควันมันปลิวหายไปก่อนจะเอานิ้วชี้และนิ้วกลางคีบออกจากปาก

“พูดว่าห่วงก็จบแล้วไหม?”

“ไม่ได้ห่วง แต่นี่อยู่ในโรงเรียน ให้เกียรติสถานที่บ้างเหอะ” ฮันบินพูดแค่นั้นแล้วหันหลังเดินต่อ มือบางยกขึ้นมาโบกแถวๆปลายจมูกเพื่อไล่กลิ่นเหม็นให้หายไป ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อสงบอารมณ์

หงุดหงิดไม่น้อยที่เป็นแบบนี้ จีวอนเคยเข้าโรงพยาบาลเพราะปัญหาสุขภาพ กับไอ้เรื่องที่ดื่มแอลกอฮอล์กับสูบบุหรี่จัดนี่แหละ หลังจากนั้นก็สัญญากันแล้วว่าจะเลิก แต่ไหงมาทำอีก แถมไม่พอยังทำต่อหน้าเขาด้วย

ในฐานะคนที่เคยคบกันมาก่อน ถ้าบอกว่าไม่ห่วงก็คงโกหก

แต่ตอนนี้เลิกกันไปแล้วไหมล่ะ ฮันบินสะบัดหน้าแรงๆเพื่อไล่ความฟุ้งซ่าน ความลังเลที่แทรกเข้ามาทำให้เขาสับสน ต้องคอยพยายามบอกตัวเองว่าไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว จีวอนจะทำอะไรก็เรื่องของหมอนั่น ไม่เกี่ยวกับเขาซักหน่อย

ทั้งคู่เดินเข้าไปในลิฟต์ และเมื่อประตูเหล็กปิดเข้าหากันความอึดอัดก็แทรกเข้ามาด้วยความรวดเร็ว จีวอนเอาบุหรี่ทิ้งไปแล้ว แต่กลิ่นที่ติดมานั้นเขาก็ไม่ชอบอยู่ดี

ฮันบินยกมือขึ้นมาปิดจมูก เรียกให้ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นมาก่อนจะกระตุกยิ้มที่ตรงมุมปาก

“ให้ฉันเปลี่ยนไปดูดปากนายแทนก็ได้นะ”

ประโยคที่เอ่ยขึ้นมาลอยๆทำเอาฮันบินต้องหันไปมองตาขวาง เขาเตรียมจะอ้าปากด่าแต่ก็ต้องขอบคุณพระเจ้าที่ประตูลิฟต์เปิดออกเสียก่อน

“พี่ฮันบิน!

พร้อมกับเสียงเรียกของใครบางคนที่ดังมาจากทางด้านหน้า คนที่ทำให้จีวอนถึงกับหน้าตึง ฮันบินรีบหันไปมอง ตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นเพราะไม่คิดว่าคนตัวสูงจะมาดักรอเขาถึงหน้าห้องเรียน

“ยูคยอม..”

 


 


ครบ100%แล้ว
อะไรนะ ใครรอคัท? ไม่ต้องเลย พอก่อน พักก่อน55555555555555555555
ติดแท็ก #จุนฮเวขี้โมโห กับ #7sinsดบบ นะครับผม
ระหว่างรอฟิคอัพไปคุยกับบอทได้น้า บอทน่ารักทุกคนเลย
แล้วก็อย่าลืมตามอ่านให้ครบนะครับเรื่องมันเชื่อมกัน <3 


 




 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,735 ความคิดเห็น

  1. #2732 min-nalinee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 13:05
    เขินจุนฮวานมากมาย
    #2,732
    0
  2. #2689 icevalentine (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กันยายน 2560 / 20:59
    จุนฮวานน่ารักมากกกกกกกก ผิดกับดบบ ร้อนแรงเหลือเกินคู่นี้
    #2,689
    0
  3. #2675 PatChaa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 19:08
    คยอมเอ๊ย พี่เชื่อว่าหนูไม่ได้คิดเกินเลยกับบินนะ อย่าทำให้ผิดหวัง

    บาบิก็ลดความเลือดร้อนลงบ้างนะ เครียดแทน
    #2,675
    0
  4. #2636 choopp (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 02:29
    ความบ๊อบบี้นี้คือแบบโอ้โห้มีความหวงแรง คยอมไม่น่าเลยไม่น่ามายุ่งกับของพี่เขาเลย คู่จุนฮวานนี่อะไรทำไมเน่ดูไม่น่ากลัวไปเลย 5555555 ลงทุนมากมั้ยละผ้าเช็ดหน้าเป็น 100!!!
    #2,636
    0
  5. #2489 Jhw'  (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 22:26
    จุนฮวานน้อยมากเลยอะ อยากอ่านเยอะกว่านี้ฮรื่อออออออ กดเข้ามาอ่านเพราะจุนฮวานอะ เรื่องดำเนินช้ามาก แต่ว่าสนุก 555555
    #2,489
    0
  6. #2166 sweet-vanila-tea (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 18:49
    กรีดดดดดดดดดดด อร้ายยยยยเขิลลล
    #2,166
    0
  7. #2124 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 06:10
    ค่อ คือ คือเรากรี้ดจุนฮวานมาก เผื่อได้เช็ดให้อีก อ้ากกกกก กรี้ดดดดดด ทำไมจุนเน่ทำตัวงี้ บ้าโครตน่ารัก ชอบพี่จีนาน เคมีเข้ากันมาก ส่วนดบบมาแบบหม่นๆ ไม่ชอบนิสัยบาบิเท่าไหร่ ชอบเอาเปรียบคนอื่นนะ คบกับบาบิคือเหนื่อยสุดเเน่ๆ ส่วนจุนฮวานคือดีงาม จริงๆ เสียดายโทรศัพท์//ท่ดๆ
    #2,124
    0
  8. #2074 9nawKIHAE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2559 / 23:00
    จุนเน่มันหงุดหงิดอะไรนักหนา ขรรม มีการเตะถังขยะระบายความเก้อเขิน? 5555555555555
    สงสารฮันบินอ่ะ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยเนอะ ทำไมถึงเลิกกันน้าาา 
    #2,074
    0
  9. #1665 t.t (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มกราคม 2559 / 23:18
    อ่านจุนฮวานแล้วหน้าจุนเน่ลอยมาแบบชัดเจนมากเลยค่ะ

    ชอบมาก ชอบทุกอย่าง ชอบทุกคำบรรยาย ชอบไปหมดเลย

    ชอบพี่จินานด้วย โอยยยย ดีต่อใจจังเลย สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้

    ชอบมากเลยอ่ะ ไม่รู้จะบรรยายยังไงดี 555555555
    #1,665
    0
  10. #1562 ๋Sai J. Park (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 01:24
    ทำไมอ่านคู่จุนฮวานแล้วตลกอ่ะ ตลกจุนฮเว ยังไม่เคยมีใครยิ้มให้เขาเลยนะ โอ๊ยยยยยย ฮามากกกกกกก 5555555555555555555555555555555
    #1,562
    0
  11. #1373 ba-na-na (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2558 / 11:49
    จีวอนเป็นอะไรที้มีเสน่มากอาะพูดเลย กวนๆดีชอบอ่ะเรานึกหน้าบ็อบออกเลย 5555555
    #1,373
    0
  12. #1364 WIFE_ENGINEER (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 18:48
    จุนจินน่ารักว่ะ
    #1,364
    0
  13. #1006 CttTmo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 17:42
    โอ้ย คู่จุนฮวานนนนน จะไม่ไหวแล้วนะ จะไม่ทน ทำไมมันน่ารักมุ้งมิ้งขนาดนี้วะเนี่ย ฮืออออออออออออ ให้ผ้ามาหลายๆผืน จะได้เช็ดให้อีก โอ้มายก้อด แม่ขาาาา หนูฟินตัวจะแตกแล้วค่า
    #1,006
    0
  14. #990 E.L.F_Deuce (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 14:13
    อยากให้สาเหตุของการเลิกกันมากกว่าฉากคัทละอะ 555555 แต่จุนฮวานน่ารักกกก -///-
    #990
    0
  15. วันที่ 29 กันยายน 2558 / 21:37
    ถ้าฮันบินกลับไปคบกับอิบิไม่ได้งั้นเราไปแทนก็ได้นะ สงสัยมากสงสัยแรงงงงงงเลิกกันทำไมมมมมมมม
    #968
    0
  16. #960 ren / nardia (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2558 / 21:27
    จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าคู่ดับเบิ้ลบีเขาเลอกกันตะไมมมมมม แบบมันร้ายแรงจนถึงขั้นกลับไปคบกันไม่ได้เลยเหรอ????? ;3;
    #960
    0
  17. #931 Seven Keangkrai (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 กันยายน 2558 / 01:26
    เดี๋ยวๆเน่เค้าเช็ดให้ผืนเดียวเอากลับมาให้เป็นร้อย ฟอร์มเก่งนะเรา 555555555555 ส่วนบ็อบกับบินนี่โอ้ยยยยเป็นเรานะบินเราจะเลิกกับยูคซะแล้วกลับมาหาบิเหมือนเดิมเพราะมันเร้าใจ 555555555
    #931
    0
  18. #912 believe_preaw (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 20:54
    ตลกจุนฮเว 55555555555
    ผ้าเช็ดหน้าเป็นร้อย.
    แถมยังไม่แกะพลาสเตอร์ออกจากหน้าอีก
    555555555555 ขำแรง.
    แต่เข้าหาจินฮวานแบบนี้ก็น่ารักดีไปอีกแบบ. 

     ปล. ชอบคาแรกเตอร์แบบนี้จริงๆนะ
    #912
    0
  19. #911 believe_preaw (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 20:54
    ตลกจุนฮเว 55555555555
    ผ้าเช็ดหน้าเป็นร้อย.
    แถมยังไม่แกะพลาสเตอร์ออกจากหน้าอีก
    555555555555 ขำแรง.
    แต่เข้าหาจินฮวานแบบนี้ก็น่ารักดีไปอีกแบบ. 

     ปล. ชอบคาแรกเตอร์แบบนี้จริงๆนะ
    #911
    0
  20. #831 fine feel (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 11:20
    เขายิ้มให้แก แกก็โมโหรอจุนฮเวววววววววววว

    555555555555555555555555555

    โอยยยยยยยยยย เหนื่อยใจเลยจุนเน่



    ฮันบิน... ทำไมถึงเลิกกับบ๊อบอ่า มันมีอะไรหรอ

    มันรุนแรงมากจนต้องเลิกเลยหรอ....
    #831
    0
  21. #565 Ikongkwan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2558 / 17:09
    ยอมใจเน่มาก แบดถึงใจมากค่า แต่ทีกะพี่จินนะ งื้อออออ
    #565
    0
  22. #562 ` กวังออมขิ } ●●; (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 20:04
    เน่อ่ะเน้ เน่อ่ะะะะ โอ้ยยย ยอมใจ ทำไมน่ารักโหดๆแบบนี้วะ 55555
    #562
    0
  23. #521 Chamor. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2558 / 01:50
    อยากถามความรู้สึกของจุนเน่จังตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้างคะเขินมากมั้ยเตะถังขยะทำไมมมม 555555555 พี่จินนี่น่ารักมากๆๆๆๆจริงๆ ถ้าจุนเน่จะชอบก็คงไม่แปลกแบบพี่แกดูดูแลเอาใจใส่ดี มนุษย์อย่างจุนเน่ถ้ามีคนดูแลข้างๆแบบนี้น่าจะเข้ากันได้ดี? 555555 ถึงขนาดเอาผ้าเช็คหน้ามาคืนเขาเยอะขนาดนี้ต้องคิดอะไรแน่นแน่ แต่อย่ามีเรื่องบ่อยไปนะเน่สงสารหน้าหล่อๆของตัวเองบ้าง 5555555 ส่วนพี่บ๊อบคือพี่ทิ้งโทรศัพท์แบบนั้นเลยหรอ โอ้ยยยลูกคนรวย5555555 ฮันบินก็ยังดูจะตัดใจจากบ๊อบไม่ได้นะทำไมถึงเลือกที่จะมียูคล่ะ ถึงจะรำคาญแต่ลึกๆเราก็สงสารยูคนะ
    #521
    0
  24. #487 'KUMO❤ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2558 / 19:31
    โอ้ยยยย กรี๊ดมาก จุนเน่ไม่เอาไม่เขินโหดสิลูก เขินทำไมต้องทำลายข้าวของ -..-

    ถังขยะผิดอะไร 55555555555555555555

    โอ้ยเขินมากกก 'เก็บไว้ดีๆ เผื่อได้เช็ดให้อีก' -///////////-

    ชอบตอนพี่จินติดพลาสเตอร์ให้ใหม่มาก โอ้ย เขินบิด
    #487
    0
  25. #476 devil-angle (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 09:33
    โหยยคือแบบชอบสองคู่นี้จริงๆ5555555
    #476
    0