( END ) 7SINS/iKON ϟ LUST&WRATH ▫ #junhwan #doubleb

ตอนที่ 22 : ⍫ mom

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,632
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    25 เม.ย. 59

     




7SINS PJ.

LUST & WRATH

CHAPTER 19 : MOM

 

 

“งานวันแม่ที่จะถึงนี้ ขอให้นักเรียนทุกคนเดินทางมาโรงเรียนไวกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อที่จะได้เข้าไปร่วมงานด้วยความพร้อมเพรียงกัน สำหรับใครที่ไม่สามารถพาคุณแม่มาร่วมงานได้ อาจารย์ต้องขอความร่วมมือในการไปนั่งร่วมพิธีในที่นั่งที่จัดเอาไว้ให้ด้วยนะ”

ที่นั่งที่อาจารย์หมายถึง.. คงจะเป็นที่นั่งด้านหลังสินะ

เพราะด้านหน้าจะเต็มไปด้วยคู่แม่-ลูกที่นั่งข้างกันและทำพิธีอะไรต่างๆไปตามกำหนดการ ถ้าหากถ่ายภาพออกมาคงจะเป็นอะไรที่สวยงามน่าดูเลยทีเดียว เหมาะสมกับงานวันแม่ที่ต้องนำเสนออะไรแบบนี้

จินฮวานถอนหายใจออกมาอย่างเสียดาย ถ้าแม่อยู่ด้วยในเวลาแบบนี้ก็คงจะดี เขาเองก็อยากมีโมเมนท์ผู้ปกครองมาโรงเรียนด้วยบ้างจัง แต่ถึงจะเป็นวันพ่อก็ตาม พ่อของเขาก็ไม่ว่างที่จะมาร่วมงานอะไรแบบนี้ด้วยหรอก ทุกวันนี้ยังไม่ค่อยจะเจอหน้ากันเลย

“ถ้าอย่างนั้นก็เจอกันสัปดาห์ถัดไปนะ”

อาจารย์พูดเช่นนั้นก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง เป็นเหตุให้นักเรียนทุกคนเก็บข้าวของทุกอย่างลงจากโต๊ะ ก่อนจะเดินไปรับประทานอาหารด้วยพร้อมเพรียงกัน

“ไปกินข้าวไหม?” จินฮวานหันไปถามเพื่อนคิ้วตกอย่างแทฮยอนที่ฟุบหน้าลงไปนอนบนโต๊ะ

เขาพบว่าแทฮยอนเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ชวนคุยก็ไม่ยอมคุย แถมยังไม่ยอมไปทานข้าวกลางวันแม้ว่าเขาจะเอ่ยชวนอยู่ทุกวันก็ตามที นี่ก็ไม่รู้ว่าอยู่บ้านได้กินอะไรบ้างรึเปล่า เพราะดูเหมือนใบหน้านั้นจะตอบๆลงไปแล้ว อีกทั้งยังมีใต้ตาที่บวมคล้ำราวกับคนไม่ได้นอนอีกต่างหาก

กับมินโฮก็ไม่ได้คุยกันแล้ว.. เขาสังเกตเห็นโทรศัพท์ของแทฮยอนที่มันว่างเปล่า และเจ้าตัวเองก็ไม่ได้เอาขึ้นมาเล่น

แต่ถามยังไงอีกฝ่ายก็ไม่บอกเขาอยู่ดี ไม่อยากจะตื๊ออะไรนักเพราะอาจจะเป็นการละลาบละล้วงก็ได้ จินฮวานจึงทำได้แค่เป็นห่วง

“ถ้างั้น อยากได้อะไรก็โทรบอกนะเดี๋ยวซื้อมาฝาก” อย่างเช่นตอนนี้ก็ทำได้แค่ส่งมือไปแตะที่หัวไหล่นั่นเบาๆ ก่อนจะเดินไปขึ้นรถกอล์ฟที่จอดรออยู่แล้วเพื่อไปพาร์เธนอน

มินโฮเองก็เห็นกินข้าวคนเดียวมาหลายวันแล้วเหมือนกันนะ..

ทั้งคู่อาจจะทะเลาะกันก็ได้ ..ไม่สิ

ทะเลาะกันชัวร์เลย..

“รอนานไหม?” ร่างเล็กเอ่ยถามคนตัวสูงที่ยืนอิงรูปปั้นเล่นโทรศัพท์อยู่ตรงทางขึ้น ความเพอร์เฟคที่มีทำให้เขาดูเหมือนกับนายแบบที่กำลังโพสท่าเพื่อถ่ายภาพลงนิตยสารยังไงก็ไม่ปาน

เห็นแบบนี้แล้วมันก็ขำมิใช่น้อย เพราะทันทีที่พูดแบบนั้นอีกฝ่ายก็เงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสายตาที่ไม่พอใจ คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันจนเป็นปมก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ

ถ้าเป็นคนอื่นคงจะคิดว่าจุนฮเวกำลังไม่พอใจแล้วล่ะ แต่สำหรับเขานั่นไม่ใช่

“ใครรอ?”

นั่นไง เชื่อไหมว่าเป็นแบบนี้เหมือนเดิมทุกวัน ทันทีที่พูดจบจุนฮเวก็หันหลังแล้วเดินขึ้นบันไดไปหน้าตาเฉย แต่ถึงปากจะบอกว่าไม่ได้รอก็เถอะ..

คนรอบข้างเขาพูดกันไปแล้วว่าที่ยืนตรงนี้เป็นของ กู จุนฮเว เพราะแบบนั้นจึงไม่มีใครเยื้องกรายเข้ามาในบริเวณนี้ยังไงล่ะ

แต่ถ้าถามถึงความสัมพันธ์ของพวกเขาน่ะเหรอ..

หลังจากวันก่อนโน้นที่จูบกันแล้วจุนฮเวหลบไปอยู่ในห้องน้ำวันนั้น จินฮวานนั่งรออยู่ข้างนอกประมาณ 2 ชั่วโมงจนเขาทนไม่ไหวผล็อยหลับไป ความจริงกะจะไปขอกุญแจสำรองกับแม่บ้านเพื่อเอามาไขเข้าไปแล้วแต่ก็คิดได้ว่านี่ไม่ใช่บ้านของเขา เขาไม่ควรทำอะไรตามใจชอบขนาดนั้น

สรุปว่าวันนั้นจินฮวานนอนค้างที่คฤหาสน์ซง เพราะตื่นมาก็เช้าพอดี แถมเขายังเห็นจุนฮเวมานอนข้างๆอีกต่างหาก ก็ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่ตอนไหนเหมือนกัน

..แต่เขาก็ได้ทำการปลุกด้วยการแอบทำมอร์นิ่งคิสไปหนึ่งหน

ทำแค่เบาๆเอง ใครจะไปคิดว่าจุนฮเวจะตื่นขึ้นมาด้วยความรวดเร็วได้ขนาดนั้น แต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะเขินจนหนีเข้าไปในห้องน้ำอีกหนเขาก็รีบดึงไว้ก่อน จากนั้นก็พูดเย้าหยอกอีกเล็กๆน้อยๆว่าเขินทำไมกัน คนเป็นแฟนกันเขาก็มอร์นิ่งคิสกันทั้งนั้นล่ะ

ให้ตายเถอะ ไม่คิดว่าตัวเองจะใจกล้าหน้าด้านขนาดนี้ แต่สำหรับในเคสแบบจุนฮเวแล้ว.. เขาก็ได้แต่คิดว่าถ้าตัวเองไม่รุกเข้าหาก่อน อีกฝ่ายก็คงจะไม่ลองเข้าหาเขาเช่นกัน แล้วมันก็จะไม่มีอะไรคืบหน้าทั้งนั้น

สรุปว่าตอนนี้อีกฝ่ายยังไม่ยอมรับว่าเขาเป็นแฟนหรอกนะ แม้การกระทำหลายๆอย่างจะทำเหมือนคนเป็นแฟนกันก็ตามที ใจแข็งจริงๆเลย

“มองหน้าแปลกๆทำไม อยากจูบเหรอ?” จินฮวานเอ่ยหยอกในตอนที่เห็นว่าจุนฮเวนั่งมองหน้าเขาระหว่างที่รออาหาร

ช่วงนี้อีกฝ่ายก็เหมือนคนที่เริ่มจัดฟันปกตินั่นล่ะ ต้องทานแต่อาหารอ่อนๆ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเพราะที่ซงเองก็มีเชฟมือดีที่คอยทำอาหารให้นักเรียนทานอยู่แล้ว นี่ยังเป็นลูกเจ้าของโรงเรียนด้วยอีก

“หึ”

แล้วคำถามนั้นก็ทำให้จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะแสร้งทำเป็นยกน้ำขึ้นมาจิบ

มันทำให้จินฮวานอมยิ้มก่อนจะยกน้ำขึ้นมาจิบตามบ้าง เขามักจะหยอกจุนฮเวเล่นแบบนี้บ่อยๆ เพราะทำแล้วพบว่าอีกฝ่ายน่ารักไม่น้อย ลองดูอย่างเช่นตอนนี้สิ.. หูทั้งสองข้างเริ่มจะกลายเป็นสีชมพูแล้ว

มันน่านัก..

“ไม่ได้จูบกันหลายวันแล้วนะ ไม่อยากทำเหรอ”

จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันอีกครั้งในตอนที่จินฮวานเอามือเท้าคางแล้วเอ่ยถาม ก่อนที่ริมฝีปากหนานั่นจะเผยอพูดออกมาเบาๆเป็นคำว่า พูดมาก

ไม่มีเสียงหรอก แต่กลับทำให้จินฮวานหัวเราะออกมาได้อีกครั้ง เวลาที่เขาแกล้งหยอกจุนฮเวบ่อยๆก็มักจะโดนด่าออกมาแบบนี้ ยกตัวอย่างที่เคยได้ยินก็คือ พูดมาก’ ‘หุบปากหรือแม้กระทั่ง ไปไกลๆ แต่ทุกคำล้วนจะไม่มีเสียงออกมาจากปากทั้งสิ้น

คิดเอาเองคนเดียวว่าจุนฮเวคงไม่อยากจะด่าอะไรเขาหรอก แต่เพราะเขานี่แหละที่หาเรื่องแกล้งบ่อยๆ

“โอเคๆ อย่าทำหน้างอสิ เปลี่ยนเรื่องพูดกันดีกว่า”

“ไร?”

“วันแม่น่ะ นายจะพาแม่มาไหม?”

ก่อนที่คำถามนั้นจะทำให้จุนฮเวชะงักไปเล็กน้อย มือหนาที่ถือช้อนเอาไว้และกำลังจะตักข้าวต้มเข้าปากก็วางมันลงไปเหมือนเดิม ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบาๆเพราะไม่คิดว่าจะมีคนพูดถึงแม่ แอบหงุดหงิดนิดๆเวลานึกถึงผู้หญิงคนนั้น แต่ก็พยายามทำใจไม่โมโหเพราะรู้ว่าจินฮวานไม่ได้ทราบถึงความสัมพันธ์ของแม่กับเขามากเท่าไหร่

“ไม่”

จุนฮเวตอบสั้นๆก่อนจะยกน้ำขึ้นมาจิบอีกหนเพราะเริ่มรู้สึกหมดอารมณ์ที่จะกินอะไรแล้ว

“ทำไมล่ะ? จะว่าไปฉันยังไม่เคยเจอแม่นายเลย เห็นแต่ในรูปที่คฤหาสน์”

ตอนจินฮวานไปเยือนที่นั่นเขาก็ได้สำรวจมองยังที่ที่เดินผ่าน เห็นว่าจะมีกรอปรูปขนาดใหญ่ที่ถ่ายบุตรชายทั้ง 7 ซงกับคนเป็นแม่ของพวกเขาแขวนเอาไว้ จะมีแค่มาร์คคนเดียวที่ถ่ายอยู่เดี่ยวๆ เห็นว่ายังไม่ทราบเลยว่าแม่เป็นใคร อันนี้เป็นข้อมูลคร่าวๆที่เขาลองหาเกี่ยวกับตระกูล.. ไม่แน่ใจว่าจะถูกหรือไม่ ส่วนรูปของจุนฮเวก็เป็นหญิงสาวที่ถ่ายกับเด็กวัยกระเตาะ ไม่เหมือนพี่ๆคนอื่นที่ถ่ายใหม่ตอนโตแล้ว

เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ชอบถ่ายรูป นั่นคงเป็นเหตุผลสินะ

“อยากเจอก็ไปที่บริษัท” จุนฮเวตอบห้วนๆก่อนจะก้มลงไปตักข้าวเข้าปากเพื่อฆ่าเวลา หากแต่คำพูดนั้นกลับทำให้จินฮวานเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ

“หือ บริษัทพ่อนายเหรอ?”

“อืม”

“นึกว่าแม่นายอยู่ต่างประเทศเหมือนพี่น้องคนอื่นๆซะอีก”

“เปล่า”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่ไปหาแม่บ่อยๆล่ะ อยู่ใกล้กันแค่นี้เอง”

จุนฮเวขมวดคิ้วมองเขาอีกครั้ง ก่อนจะก้มหน้าลงไปมองชามข้าวต้มแทนและไม่เอ่ยปากอะไรออกมา เพราะพอพูดถึงตรงนี้เขาก็นึกไปถึงสีหน้าของคนเป็นแม่ที่มองด้วยสายตาหวาดระแวงต่อเขาอยู่เสมอ

คิดแล้วมันก็น่าโกรธชะมัด

ไม่สิ.. อาจจะเรียกว่าน้อยใจก็ได้มั้ง แต่ช่างมันเถอะ อารมณ์ไหนก็ไม่ดีทั้งนั้นล่ะ

“นายไม่สนิทกับแม่สินะ”

“เปลี่ยนเรื่องได้ยัง?” จุนฮเวถามอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะหยิบผ้ามาเช็ดปากแล้วรวบช้อนให้เรียบร้อยบ่งบอกว่าเจ้าตัวไม่มีอารมณ์จะกินอะไรอีกต่อไปแล้ว

“เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งโมโห

“...”

“ก็นี่มันใกล้จะถึงวันแม่ ทุกคนล้วนแต่พูดถึงแม่ ฉันก็เลยอยากรู้ไงว่าแม่นายคือใคร นี่ฉันกำลังสนใจในตัวนายอยู่นะเนี่ย”

พอพูดแบบนี้คิ้วที่ขมวดเข้าหากันในตอนแรกก็คลายลง จุนฮเวแค่นหัวเราะหึออกมาจากลำคอก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

สาเหตุก็เป็นเพราะไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่ายเวลาโดนพูดหยอกอะไรแบบนั้น มันทำให้หัวใจของเขามีอาการประหลาดๆทุกที แล้วเขาก็เกลียดเวลาใจของตัวเองเต้นแรงชะมัด

“แม่เกลียด..”

“หืม?”

“ผม”

เด็กหนุ่มเว้นจังหวะไปในตอนที่ไม่รู้จะใช้คำเรียกแทนตัวเองว่ายังไงดี ก่อนที่คำสุดท้ายจะทำให้จินฮวานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ จนเขานึกย้อนกลับไปได้ว่าตั้งแต่ที่รู้จักกันมาจุนฮเวไม่เคยใช้คำเรียกแทนตัวเองเวลาพูดกับเขาเลยด้วยซ้ำ ทุกอย่างมันจะเป็นประโยคที่พูดห้วนๆและจบลงในตัวเสมอ

นี่เป็นครั้งแรกที่จุนฮเวเริ่มจะเล่าเรื่องของตัวเอง อีกทั้งยังเหมือนกับว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนค่อยๆก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่งแล้วด้วย..

พอพูดแบบนี้แล้วเหมือนเด็กมัธยมคนหนึ่งเลย ยังไงคนตรงหน้าก็เด็กกว่าเขาตั้งหลายปี เรียกแทนตัวเองว่าผมเนี่ย.. น่ารักชะมัด

“นายนี่นะ.. ทำไมถึงได้คิดแบบนั้นล่ะ”

แต่ถึงแบบนั้นจินฮวานก็รู้ว่าวินาทีแบบนี้ไม่ควรจะหยอกล้ออะไรออกไป เดี๋ยวมันจะทำให้การพูดเปิดใจต้องล่มไม่เป็นท่า เพราะเขาเองก็สงสัยไม่น้อยว่าทำไมแม่ของจุนฮเวต้องเกลียดเด็กนี่ด้วย

“ก็จริง”

“ไม่หรอก ไม่มีคนเป็นแม่คนไหนที่เกลียดลูกตัวเองหรอกน่า.. นายคิดมากไปรึเปล่า”

“ไม่เชื่อไปเจอ”

เด็กหนุ่มบอกอย่างรำคาญใจก่อนจะกลอกตา ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงต้องคิดว่าคนเป็นแม่จะรักลูกขนาดนั้น ทั้งๆที่ผ่านมาแม่ของเขาไม่เคยแสดงความรักอะไรให้เลยด้วยซ้ำ งานวันแม่ทุกปีเขาก็จะไปนั่งอยู่ในโซนเด็กที่แม่ไม่มาร่วมงานโน่น ส่วนแม่เขาก็แค่มาร่วมงานตามมารยาทเฉยๆ

ไม่มีการมาพูดคุย ไม่มีการมาตามหา

อย่างที่บอกนั่นแหละ แม่ชอบมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวง แม่คงคิดว่าเขาเป็นนักเลงหัวไม้ที่ไล่ตีคนอื่นไปทั่ว

“นี่คือการชวนฉันไปหาแม่แบบอ้อมๆรึเปล่า นายอยากจะเปิดตัวสินะ”

แต่ใบหน้าเหวี่ยงๆของจุนฮเวก็ต้องเปลี่ยนเป็นนิ่งอึ้งเพราะพบว่าจินฮวานเอ่ยประโยคนั้นออกมาด้วยใบหน้ายิ้มๆ มันเป็นการตัดสินใจของร่างเล็กที่ไม่อยากให้บรรยากาศโดยรอบน่าอึดอัดมากจนเกินไป ใครจะไปรู้ว่ามันจะได้ผลซะด้วย

“อะไร?”

“ก็นายชวนฉันไปหาแม่ อยากเปิดตัวแฟนใช่ไหมล่ะ?”

“เพ้อเจ้อ” เด็กหนุ่มพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นยืน

แต่ถึงปากจะบอกว่าเขาเพ้อเจ้อก็เถอะ จะรู้บ้างไหมว่าตอนนี้แก้มของตัวเองกลายเป็นสีชมพูระเรื่อแล้ว แถมหูยังแดงมากขึ้นกว่าเมื่อกี้อีกต่างหาก

“อ้าว จะรีบไปไหนล่ะ” จินฮวานเอ่ยท้วงในตอนที่พบว่าจุนฮเวเดินล้วงกระเป๋าแล้วก้าวออกไปจากที่นี่เลย เดือดร้อนเขาที่ยังกินข้าวไม่หมดต้องทิ้งเอาไว้อย่างนั้นแล้วรีบตามไปด้วยความรวดเร็ว

“เดี๋ยวสิ ทำไมขี้อายแบบนี้นะ”

จุนฮเวนะจุนฮเว หนีเขาตลอดเลย! กี่ครั้งแล้วที่ต้องวิ่งตามเพราะปากพูดไม่คิด แต่เจตนาก็แค่อยากแซวเล่นเฉยๆนี่.. บอกแล้วไงว่าท่าทางแบบนั้นน่ะมันน่ารัก

“นี่ รอด้วยสิ!

แต่ถ้าจะให้มาวิ่งตามทุกรอบแบบนี้ เขาคงจะต้องดูจังหวะจริงๆแล้วว่าเวลาไหนควรเล่นเวลาไหนไม่ควรทำอะไร

ให้มันได้แบบนี้สิ.. เดี๋ยวจะต้องเอาคืนให้สาสมเลย คอยดูนะกูจุนฮเว!

 

LUST & WRATH

  

50%

มีคนถามด้วยยย ว่าทำไมตอนแรกบรรยายว่าบ๊อบไม่มีเพื่อนสนิทเลยซักคน แต่ตอนกลางๆเรื่องดันบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทกับจีมิน

คือ.. ตอนแรกที่บอกว่าเขาน่ะไม่มีเพื่อนสนิทหรอก อะไรทำนองนั้น เราต้องการสื่อว่าในปัจจุบันบ๊อบอยากจะลืมเรื่องของจีมินไปให้หมด ณ ตอนนี้ไม่มีเพื่อนสนิทแล้ว กับจีมินเป็นแค่อดีตเท่านั้น เพราะอย่างที่เห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันค่อนข้างร้ายแรง จนตอนนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้เลย เพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้เจ็บอีกไรงี้บ๊อบก็เลยบอกแบบนั้นงะ ตอนนั้นก็เลิกกับฮันบินแล้วด้วย เลยอยากจะปิดตัวเองไม่สนิทกับใครอีกไรทำนองนี้นะงับ ไม่ได้แต่งผิดนะ 555555555 



LUST & WRATH

 

“จีวอน!!

เสียงของคนเป็นแม่ที่ดังขึ้น เรียกให้คนที่อยู่บนเตียงนอนหันไปมองด้วยความรวดเร็ว รวมทั้งฮันบินที่กำลังเก็บข้าวเช้าที่ทานเสร็จแล้วไปไว้รวมกันเพื่อที่จะรอคนมาเก็บอีกทีด้วยเช่นกัน

เขาพบว่าคนที่เป็นเจ้าของเสียงตะโกนนั่นคือแม่ของจีวอนซึ่งน่าจะอยู่ที่อเมริกา หากแต่ที่โรงเรียนซงมีงานวันแม่ ซึ่งปกติเธอก็จะมาร่วมงานทุกปี จึงไม่น่าแปลกที่ปีนี้บินมาเหมือนเดิม แต่ที่น่าตกใจคือการพุ่งพรวดเข้ามาในห้องแบบไม่บอกนี่ล่ะ

“แม่..”

“ทำไมลูกถึงเป็นแบบนี้ ลูก”

คนเป็นแม่ร้องไห้อย่างหนักเมื่อเห็นว่าขาของจีวอนยังคงใส่เฝือกอยู่ทั้งสองข้าง ความจริงมันใกล้จะถึงกำหนดเอาออกแล้ว จากนั้นก็ต้องกายภาพบำบัดก่อนแล้วค่อยถึงจะหัดเดินได้ เพราะถ้าปล่อยเอาไว้นานกว่านี้กล้ามเนื้ออาจจะลีบจนขาผิดรูป

แม้ว่าจีวอนจะมีท่าทางสบายดี แต่ในหัวอกคนเป็นแม่ก็ไม่ต้องการให้ลูกบาดเจ็บใดทั้งนั้น

“แม่ไปที่บ้านมาแล้วเหรอครับ?”

“ไปมาแล้วไม่เจอลูก พ่อบอกว่าลูกอยู่ที่โรงพยาบาล ทำไมแม่ไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย”

จีวอนจำต้องกอดปลอบคนเป็นแม่เอาไว้เพราะเธอยังคงร้องไห้ไม่ยอมหยุด อีกทั้งยังบ่นพึมพำออกมาด้วยว่าตัวเองเป็นพยาบาลแท้ๆแต่กลับปล่อยให้คนอื่นดูแลลูกแบบนี้ มันใช้ไม่ได้เลยจริงๆ

“พ่อคงปิดข่าวไม่ให้ออกไปนอกประเทศมั้งครับ ตอนนั้นข่าวผมก็เยอะอยู่นะ”

“เจ็บมากมั้ยลูก หื้ม แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?”

“ผมโอเคทุกอย่างแล้วล่ะครับ มีฮันบินคอยดูแลอยู่ตลอด” คนตัวสูงเอ่ยก่อนจะบุ้ยปากไปทางข้างๆ ทำเอาฮันบินที่ยืนเงียบอยู่นานยิ้มแหยๆ ก่อนจะโค้งลงเพื่อทำความเคารพ เขากำลังรอจังหวะอยู่พอดี มันเป็นหน้าที่ที่ต้องโค้งให้อยู่แล้ว หากแต่เมื่อกี้ไม่มีช่องว่างที่จะให้แทรกอะไรได้เลย

“หนูฮันบิน น้าขอบคุณมากนะจ้ะ” แม่ของจีวอนรีบรุดเข้าไปหา ก่อนจะดึงมือบางนั้นมากุมเอาไว้แล้วขอบคุณจากใจจริง

“ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจน่ะ”

“แล้วคุณแม่ของหนูล่ะ วันนี้หนูไม่ไปร่วมงานที่ซง?”

“เดี๋ยวคุณแม่บอกว่าจะแวะมารับที่นี่ครับ เพราะแม่เองก็ยังไม่ได้เยี่ยมจีวอนเลยซักที ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการเดินทาง” ฮันบินตอบแบบยิ้มๆ เพราะยังไงเขาก็ไม่สามารถพลาดการไปร่วมงานที่ซงได้หรอก จึงได้บอกเรื่องนี้กับจีวอนไว้แล้ว

“ผมไม่คิดว่าแม่จะมา แต่ก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะทำให้ได้เจอกันเลยรึเปล่าครับ?” จีวอนเอ่ยแทรกขึ้นมาบ้าง เรียกให้ทั้งสองคนหันมามอง “หมายถึงแม่... เจอกับแม่ของฮันบินน่ะ”

“อ่า.. ตายจริง สภาพของแม่ดูไม่ได้เลย”

ฮันบินหัวเราะก่อนจะเดินไปหยิบทิชชู่มาให้ ตามปกติของผู้หญิงที่ร้องไห้มักจะทำให้เครื่องสำอางเปรอะออกมาอยู่แล้ว มันไม่ได้มากอะไรเพราะแน่นอนว่าระดับแม่ของจีวอนนั้นก็ต้องใช้ของดี หากแต่การร้องไห้อย่างหนักหน่วงก็ไม่มีอะไรต้านทานได้เช่นกัน

“ลูกก็ใจร้าย ไม่คิดจะส่งข่าวหาแม่บ้าง” คนเป็นแม่หันไปมองอย่างตัดพ้อในตอนที่กำจัดส่วนเกินที่เลอะออกมาให้หมดไปแล้ว

“ผมยุ่งๆน่ะครับ ช่วงนั้นมีแต่คดีอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ”

“ไม่ว่างติดต่อแม่เลยเหรอหื้ม?”

“ขอโทษครับ แต่ก็ไม่อยากให้แม่เป็นห่วงด้วยล่ะ ผมก็กะว่าจะหายดีก่อนแม่มาแต่มันก็ไม่ทัน”

คำพูดที่แสนจะน่าเอ็นดูนั้นเรียกให้คนเป็นแม่รุดเข้าไปกอดในทันที เธอคิดถึงลูกจนแทบขาดใจ เพราะแน่นอนว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกาคนเดียวไม่ใช่เรื่องสนุก อีกทั้งเมื่อก่อนอิลกุกยังจะแบ่งเวลาไปหาบ้าง แต่ช่วงนี้เห็นว่ามีงานด่วนที่ต้องจัดการและวุ่นวายกับอะไรหลายอย่างจึงไม่ได้เจอหน้ากันเลย แต่เมื่อกี้ตอนที่นั่งร้องไห้อยู่ที่ห้องรับแขกก็ยังมาปลอบ

ความสัมพันธ์อันน่าวุ่นวายยังคงเป็นเหมือนเดิม ในวันแม่ของซงทุกปีดูเหมือนจะเป็นวันรวมเมียทุกคนของอิลกุกเลยด้วยซ้ำ แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าสบตากับภรรยาตามกฎหมายอย่างจีฮยอน ทุกคนรู้ดีว่าตัวเองควรจะอยู่ตรงไหน ถึงได้ไม่มีปากเสียงกันเกิดขึ้น แค่ไม่พูดจากันเฉยๆ

“แม่ไม่รู้ว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ถ้าไม่อย่างนั้นแม่จะอยู่ที่นี่ยาวไปจนลูกหาย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ แม่ก็ต้องกลับไปที่บ้านสิ มาจมอยู่กับผมน่าเบื่อตายเลย” จีวอนเอ่ยขำๆ แต่คำพูดนั้นกลับทำให้คนเป็นแม่หน้างอ

ความจริงเขาก็สนิทกับแม่นะ แต่ก็ไม่ขนาดน้องเล็กอย่างชานอู นิสัยของเขาก็มักจะเย็นชาตามแบบฉบับลูกผู้ชายที่ไม่ค่อยหวานใส่คนเป็นแม่เท่าไหร่ แต่พอตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ก็พอจะรู้ว่าตัวเองต้องปลอบประโลมยังไง

“แต่แม่เป็นห่วงลูก”

“ฮันบินก็อยู่ครับ ถ้าฮันบินทิ้งผมไปก่อนสิแล้วแม่ค่อยไปจัดการน่ะ” จีวอนหัวเราะออกมาอีกหน เขาเห็นฮันบินหันมาถลึงตาใส่ แต่พอแม่ของจีวอนหันไปมองร่างเล็กก็ยิ้มจนตาหยี

“ไว้ใจผมได้ครับ เดี๋ยวหลังจากกายภาพแล้วก็จะหัดเดินได้ละล่ะ”

“ต้องระวังนะ เพราะถ้าล้มแรงจะทำให้กระดูกหักได้อีก”

“อยู่ในการดูแลของหมอหมดแล้วครับ ผมแทบไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำไป” จีวอนยักไหล่ก่อนจะยกน้ำขึ้นมาจิบ เขาเห็นสายตาของคนเป็นแม่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงและเศร้าสร้อย เมื่อเป็นแบบนั้นจึงใช้มืออีกข้างกุมมือคนเป็นแม่เอาไว้เบาๆ “ผมไม่เป็นไรจริงๆ แม่สบายใจได้เถอะครับ”

“แม่แค่คิดถึงน่ะ.. เราไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยเนอะ”

คำพูดนั้นทำให้จีวอนเงียบไป แน่อนว่าลึกๆในใจเขาก็บอกตัวเองอยู่ตลอดว่าไม่ควรทิ้งให้แม่อยู่คนเดียวที่ต่างประเทศแบบนั้น แต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องเรียนหนังสือที่นี่ก็ทำให้ไม่สามารถขอพ่อบินกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้

“รอผมก่อนนะครับ”

“หืม?” คนเป็นแม่เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ หากแต่บทสนทนาทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักลงในตอนที่ได้ยินเสียงกดออกตรงหน้าห้อง ก่อนที่ใบหน้าอันคุ้นเคยจะโผล่เข้ามาอย่างเงียบเชียบ

“แม่” ฮันบินเดินเข้าไปหาก่อนจะสวมกอดอีกฝ่าย เป็นเพราะช่วงนี้เขาก็วุ่นวายอยู่กับการดูแลจีวอนตลอดเวลาจึงไม่ค่อยได้ใช้เวลากับแม่เท่าไหร่นักเลย

“สวัสดีค่ะ”

“ดิฉันแม่ของจีวอนค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” แม่ของจีวอนรีบโค้งให้ ทั้งคู่ทำความรู้จักกันเป็นครั้งแรก แม้จะได้ฟังเรื่องราวของกันและกันจากปากของทางฝั่งลูกมาบ้างแล้ว แต่พอมาเจอกันตัวเป็นๆแบบนี้ก็อดที่จะเคอะเขินไม่ได้

“เป็นยังไงบ้างจีวอน” แม่ของฮันบินชะเง้อคอเข้ามาถาม เมื่อเห็นดังนั้นฮันบินจึงจูงมือเข้ามาใกล้ๆเตียง

“ดีแล้วล่ะครับ”

“แล้วเรื่องคดี?”

“ผมไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นแล้วล่ะครับ ขอแค่ตอนนี้ตัวเองหายก็พอ”

ทั้งห้องหัวเราะออกมาพร้อมกัน ก่อนที่แม่ของจีวอนจะใช้นิ้วเช็ดไปตามขอบตาอีกครั้ง เพราะไม่ว่าเธอฟังเรื่องของลูกชายทีไรมันก็ยังอดสะเทือนใจได้ไม่หาย

ปีที่แล้วยังสภาพดีๆอยู่เลยแท้ๆ เขาไม่คิดว่าเรื่องร้ายๆจะต้องเกิดกับลูกของตัวเองแบบนี้ ไม่มีแม่คนไหนคิดหรอก

“คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองนะ ตอนแม่ดูข่าวใจหายแทบแย่” แม่ของฮันบินส่งมือมาวางบนไหล่ของเขาเพื่อให้กำลังใจ

“ดิฉันไม่รู้เรื่องของลูกชายเลยด้วยซ้ำค่ะ” ก่อนที่แม่ของจีวอนจะเอ่ยออกมาด้วยหน้าตาเศร้าๆ เมื่อเห็นแบบนั้นแม่ของฮันบินจึงหันไปปลอบด้วยเช่นกัน

“ไม่เอาน่ะครับแม่ ตอนนี้ผมปลอดภัยแล้ว แม่ต้องดีใจสิ” จีวอนตอบพร้อมกับยิ้มบาง ก่อนที่เขาจะกดปรับเตียงให้ขยับสูงขึ้นเพื่อที่จะนั่งหลังตรง

มีอะไรบางอย่างที่คิดเอาไว้ในใจมาหลายคืนแล้ว เขากะจะพูดกับฮันบินสองคนก่อนแต่ดูเหมือนว่าหาโอกาสไม่ได้เลยที เพราะฉะนั้น.. ตอนนี้อยู่กันพร้อมหน้าก็น่าจะพูดได้สินะ

“คือ..”

เพียงเอ่ยออกมาสั้นๆ ทุกคนที่อยู่ภายในห้องก็มุ่งความสนใจมายังจีวอนเพียงคนเดียว เขากระแอมไอหนึ่งครั้งเพื่อควบคุมสติ ก่อนจะมองหน้าคนเป็นแม่ของฮันบินด้วยแววตาจริงจังมากกว่าเดิมหลายเท่านัก

“ผมคิดว่าหลังจากเรียนจบที่โรงเรียนซงแล้ว จะย้ายไปเรียนต่อมหาลัยที่อเมริกาน่ะครับ”

“...”

ทุกคนล้วนอึ้งไปกับคำพูดของอีกฝ่าย แม่ของฮันบินยังคงงงและไม่เข้าใจว่าจีวอนต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ ในขณะที่แม่ของจีวอนยกมือขึ้นมาปิดปาก ส่วนฮันบินเองก็เดินเข้าไปใกล้ๆเตียงเหมือนกัน

“ทำไมไปไกลนักล่ะ”

“ฉันไม่อยากปล่อยแม่อยู่คนเดียว อีกอย่าง.. น่าจะได้หาประสบการณ์ใหม่ๆมากกว่านี้ เพราะพี่คนอื่นๆคงต่อที่มหาลัยซงกันหมด ผมคิดว่าถ้าไปที่อื่นมันคงจะได้เปรียบกว่า”

“ต้องแข่งขันกันขนาดนั้นเลยเหรอ นายเองก็ไม่ได้คิดจะทำงานสายเดียวกับพวกพี่ๆซักหน่อย”

“ฉันแค่คิดว่าไม่อยากจำเจอยู่กับแค่ซงน่ะ”

“แต่มหาวิทยาลัยซงก็ดีนะลูก..” แม่ของจีวอนเอ่ยแย่งขึ้นมาบ้าง นั่นทำให้ร่างสูงส่ายหน้าช้าๆก่อนจะดึงมือแม่และฮันบินมาจับเอาไว้

“แม่จะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวไงครับ แล้ว.. ถ้าผมจะขออนุญาตพาฮันบินไปด้วยล่ะ..” ประโยคแรกจีวอนพูดกับแม่ของตัวเอง ก่อนประโยคที่สองจะหันไปพูดกับแม่ของฮันบินต่อ

แน่นอนว่าเธอมีอาการอ้ำอึ้งไปในคราแรก ก่อนจะหันมามองฮันบินราวกับว่าต้องการให้ลูกตัดสินใจด้วยตัวเอง

“ในหัวอกของคนเป็นแม่ไม่มีใครอยากให้ลูกไปไกลหรอกจ้ะ แต่ถ้าฮันบินต้องการเรียนต่อที่ไหน เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันกว้างไกล แม่ก็ตามใจฮันบินได้ทั้งนั้น” เธอตอบกลับมาตามตรง ก่อนจะเดินมาลูบไหล่ของลูกชายเบาๆราวกับจะบอกว่าให้ตัดสินใจดีๆ

“แม่โอเคเหรอครับ?” ฮันบินถามอย่างไม่แน่ใจนัก

“เดี๋ยวแม่ก็มีงานที่ต้องไปเปิดตัวของใหม่ที่ต่างประเทศเองล่ะ ก็ค่อยเจอกับลูกตอนนั้นก็ได้”

“ผมให้ฮันบินบินกลับมาทุกเดือนได้นะครับ แต่ผมก็อยากให้ฮันบินไปเรียนด้วยกัน อยู่ที่เดียวกับผม” จีวอนบอกไปตามตรง

มันไม่ใช่การบังคับ เพราะสายตานั้นหันไปมองเป็นเชิงขอร้อง เขารู้ตัวเองดีว่าไม่สามารถขาดฮันบินได้ เขาจะไม่ยอมให้ร่างเล็กอยู่ห่างกายเด็ดขาด แล้วอีกอย่าง.. การที่จะไปเรียนยังต่างประเทศมันก็เป็นผลดีต่อพวกเขาทั้งคู่ หลังจากที่นอนคิดไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว ยังไงฮันบินก็เป็นคนเรียนเก่ง ถ้าได้เปิดโลกใหม่ๆคงจะดียิ่งขึ้นไปอีก

“ความจริงผมก็อยากไปครับ ผมเคยมีความคิดที่จะไปเรียนต่างประเทศอยู่นะ..”

“ลูกคิดแบบนี้มานานแล้วเหรอ?”

“การเรียนการสอนของพวกเขาน่าสนใจดีครับ ผมว่าจะหาข้อมูลของเรื่องนี้ตอนเรียนเกรด 12 ถ้าจีวอนไม่ทักขึ้นมาผมก็คงจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าแม่จะโอเครึเปล่า..”

“ถ้าเป็นแบบนั้นแม่ก็สบายใจนะ เพราะถ้าไปอยู่ที่นั่น.. ดิฉันจะฝากลูกไว้ให้คุณช่วยดูแลได้ใช่ไหมคะ” ประโยคหลังแม่ของฮันบินหันไปพูดกับแม่ของจีวอนแบบขำๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะใส่กันแล้วตอบตกลงอย่างไม่มีข้อแม้

“จะดูแลดีเหมือนเป็นลูกของตัวเองเลยค่ะ”

“ก็ลองหาข้อมูลกันดีๆก็แล้วกัน แม่ไม่อยากเสนอแนะอะไรเพราะอาจจะทำให้การตัดสินใจของลูกคลาดเคลื่อนนะ” แม่ของฮันบินบอกอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้ามากอดลูกชายแน่นๆอีกหนึ่งที เธอเดินไปหาจีวอนหลังจากนั้นแล้วลูบไหล่เบาๆอีกหน

“รักษาตัวเองนะ แล้วก็หายไวๆ”

“ขอบคุณมากครับ.. แม่” จีวอนเอ่ยออกไปอย่างไม่มั่นใจ เพราะในตอนแรกที่เขาเลิกกับฮันบินไปก็คิดว่าครอบครัวของอีกฝ่ายจะต้องไม่ชอบตัวเองแน่ๆ แต่พอเห็นรอยยิ้มที่ส่งมาให้ก็ทำให้เขาโล่งไปเปราะหนึ่งแล้วล่ะนะ

ทุกอย่างกำลังดีขึ้นรวมทั้งร่างกายของเขาด้วย

“ขอบคุณนะครับแม่ ว่าแต่.. เราต้องไปที่ซงกันแล้วใช่ไหมเดี๋ยวจะสาย”

“จริงสิ แล้วนี่.. ทั้งสองคนต้องไปไหมคะ?” แม่ของฮันบินถามขึ้น

“ไม่หรอกครับ จีวอนได้รับการยกเว้นน่ะ จะได้ให้เวลาสองแม่ลูกเขาอยู่ด้วยกันแล้วไง เราไปกันเถอะครับแม่เดี๋ยวจะสายนะ” ฮันบินเป็นฝ่ายตอบแทน ก่อนจะดึงคนเป็นแม่ออกไปจากห้อง ระหว่างนั้นเขาหันมายิ้มให้กับจีวอนแล้วขยับปากเป็นคำว่า ตอนเย็นเจอกันนะ ก่อนที่บานประตูจะปิดลง เหลือเพียงความเงียบที่ปลกคลุมเข้ามาโดยรอบ

“คิดดีแล้วเหรอที่จะมาอยู่กับแม่น่ะ?”

“ผมคิดไว้นานแล้วครับ แต่ไม่น่าเชื่อว่าจู่ๆมันก็ลงตัวแบบนี้เลย ทีแรกนึกว่าฮันบินจะไม่ยอมไปด้วยแล้วซะอีก”

“โตขึ้นเยอะเลยนะเราน่ะ เมื่อก่อนเจ้าชู๊เจ้าชู้”

จีวอนโอดครวญใหญ่ ทำเอาคนเป็นแม่หัวเราะออกมาเบาๆก่อนจะหยิบขนมต่างๆนาๆออกมาจากกระเป๋าเพื่อส่งให้ลูกชายทานบำรุงร่างกาย

..แล้วบทสนทนาของแม่ลูกที่ไม่ได้เจอหน้ากันนานก็เริ่มขึ้น ถือว่าเป็นปีที่แปลกใหม่ดีเพราะเมื่อก่อนเวลาไปร่วมกิจกรรมที่ซงก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลยเนื่องจากในงานต้องทำตัวสงบเสงี่ยมอยู่เสมอ

นี่อาจจะเป็นโชคดีในความโชคร้ายก็ได้ ดูเหมือนว่าการที่เขาบาดเจ็บจะทำให้ได้อะไรหลายๆอย่างกลับคืนมา ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องในครอบครัว ทำให้ได้สนิทกับแม่มากขึ้น หรือแม้กระทั่ง.. ได้ฮันบินกลับคืนมา

ถ้าคิดในแง่ดีอะไรมันก็ดีไปหมดทั้งนั้นล่ะ.. มั้ง


100%

เดี๋ยวจบละคับ ฮอลล ลำดับการส่งฟิคดูได้ที่ทวิตเรานะ จากนั้นถ้าส่งแล้วจะอัพเดทลงเพจแนนอีกทีนะค้าบ -/\- 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,735 ความคิดเห็น

  1. #2730 bambam_pim (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 15:25
    บวกกับคอมเม้นล่าสุดอย่างต่อเนื่อง
    #2,730
    0
  2. #2723 GIN...⚡ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 07:56
    ใกล้จบแล้ว แล้วอิจุนเมื่อไหร่จะหยุดกาก
    #2,723
    0
  3. #2652 choopp (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 14:20
    เน่ก็ยังคงกากอย่างต่อเนื่อง แม่ของพี่บ๊อบกับแม่ต๋านี่คือดีอ่ะ
    #2,652
    0
  4. #2484 Parknon_614 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 23:12
    มุ้งมิ้งมากเง้ย คือดี เน่คนกากตะรอดมั้ยเนี่ย55555
    #2,484
    0
  5. #2402 maynnnn (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 08:45
    ทะไมจีวอนนางดูน่ารักมุ้งมิ้งอย่างนี้ ^0^ เรื่องของดบบกำลังไปได้สวย มีแต่สิ่งดีๆเข้ามา ส่วนความกากของอิเน่ ="= ก้ยังคงอยู่เหมือนเดิม เหนื่อยใจแทนพิจินจริงๆ
    #2,402
    0
  6. #2401 LONG TIME AGO (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 20:12
    แม่จีวอนน่ารัก555555555
    คู่ดบบ.ดูแฮปปี้กันจัง ฮืออออ ดีงามมม
    ปล.คือ... จะจบแล้ว แล้ว... ไหนNCจุนจินคะ? //ไมดูหื่น? 555555555555555
    อุส่ารอฉากคัดคู่เน่ จะจบแล้ว เน่จะยังกากอยู่จริงๆหรอ555555555
    #2,401
    0
  7. #2398 iaaooa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 27 เมษายน 2559 / 11:41
    อย่ามั้งดิ อย่ามั้ง คือมันสะดุดตรงมั้งมากๆ แงง
    #2,398
    0
  8. #2397 ซงพิมมิ (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 12:48
    เฮ้ออดับเบิ้ลบีจุนจินแฮปปี้ละ
    รอคู่อื่นนะๆนะคะ;------;
    #2,397
    0
  9. #2396 pangpaapii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 11:43
    เเง่ว จะจบเเล้วจริงหยอออ .3. ชีวิตนี้จะได้อ่าน CUT จุนจินมั้ยเนี้ยยย เน่คนกากกก
    #2,396
    0
  10. #2395 khb_ikon (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 10:39
    คุนแม่น่ารักกก บิแฮปปี้แล้วว านอูหละเปนยังไงงง สงสารรร
    #2,395
    0
  11. #2394 Love Miracle (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 09:36
    คุณแม่น่าร้ากกกกก55555
    #2,394
    0
  12. #2393 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 03:38
    หมั่นไส้บาบินอดๆ ชีวิตนางพ้นดราม่าแล้ว
    #2,393
    0
  13. #2392 pepi_maxy (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 01:23
    โอ้ยย ฮันบินจะกลับไปอยู่กับจีวอนแล้ว กริ้ด กริ้ดดดดด ดิ้นๆ ดิ้นจนให้ได้กันอีกรอบ อุ้ย5555555555555 ดีใจด้วยนะจีวอนคนรักก็กลับมาแล้วต่อไปอะไรๆก็ดีไปเอง เรื่องคนรอบข้างและครอบครัวด้วย :)
    #2,392
    0
  14. #2391 kimkimbii (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 00:08
    จะจบแล้วจริงๆหรอฮือออ รีบมาต่อจนจบนะค้าบบ
    #2,391
    0
  15. #2390 KU67 E63 ME41 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 23:53
    คุณแม่น่ารักกันจังเลยค่ะ

    หายไวไวนะบาบิ
    #2,390
    0
  16. #2389 ba-na-na (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 23:37
    อะไรก็ดูเป็นสีชมพูไปหมดเลย ดบบ. ส่วนเน่เรื่องความรักยังคงความกากเช่นเดิม555555555
    #2,389
    0
  17. #2388 rira2543 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 23:35
    เฮ้ย 5555 จะจบแล้ว? ทำไมรู้สึกเหมือนเพิ่งอ่านได้ครึ่งเรื่อง(?) //โดนตบ จีวอนของเรากลับมาแล้ววววว จุนเน่ก็ยังกากเหมือนเดิม 5555555 พี่จินรีบลุกเลยนะ อดใจรอไม่ไหวแล้วววว มันต้องการมากกกกก ต้องการโมเม้นสองคนนี้จริงๆ คือถ้าไม่มีฉากคัทก็ไม่รู้จะพูดยังไง 55555 ไม่แปลกหรอก ก็เน่เล่นตัวซะขนาดนั้น -..-
    #2,388
    0
  18. #2387 mclub (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 23:09
    โอมมมมมมม จงส่งฟิคมาาาา
    โอมมมมมมม จงส่งฟิคให้ข้า


    #2,387
    0
  19. #2386 VYill Waranya Yorlibutra (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 23:08
    ชาตินี้จะมีโอกาสได้อ่านncจุนฮวานมั้ย ฮือออ
    #2,386
    0
  20. #2385 Nicenight (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 22:47
    จะจบละเหรอเนี่ยใจหายอ่ะ ชอบโปรเจคนี้มากเลย ตอนนี้จีวอนละมุนอ่ะสองคนนี้จะไปเรียนต่อด้วยกันเหรอเนี่ยโห้ยไปสวีทไกลจัง แต่ใจก็ยังอยากให้พี่น้องบ้านนี้ได้แสดงความรักสักครั้งเสี้ยวนึงก็ดีใจ555555555 ขอบคุณไรท์ค่า
    #2,385
    0
  21. #2384 ppiincss (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 22:47
    เขินอ่ะ นี่คือการเปิดตัวกับคุณแม่ใช่ไหมแต่งเลยไหมคะ5555555
    #2,384
    0
  22. #2383 Aor-Aor Vl Sol (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 22:44
    เหลือแต่คู่จุนฮวานยังไม่ลงตัวซะที
    #2,383
    0
  23. #2382 hymnz. (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 22:37
    พอมีคุณแม่ของพี่บ๊อบกับฮบอยู่ด้วยแล้วอบอุ่นมากๆเลย ;-;
    #2,382
    0
  24. #2381 parejn00 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 22:23
    แงงงงงงงงงง ชีวิตดี๊ดีนะบิ 555555 หายไวๆครับ
    #2,381
    0
  25. #2380 Nick.k (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 22:16
    ไปอเมริกานี่หวังแต่งใช่มั้ยคะจีวอนนน
    #2,380
    0