( END ) 7SINS/iKON ϟ LUST&WRATH ▫ #junhwan #doubleb

ตอนที่ 20 : ⍫ protect

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    5 มี.ค. 59



7SINS PJ.

LUST & WRATH

CHAPTER 17 : PROTECT

 

 

 

ตาคมจ้องมองอยู่ที่ใบหน้าของคนตัวเล็กอยู่เป็นเวลานาน จุนฮเวนั่งนิ่ง แม้ว่าจะมีอาหารอยู่บนโต๊ะมากมายขนาดไหนแต่เขาก็ไม่คิดที่จะตักมันขึ้นมาทาน เด็กหนุ่มเอาแต่มองที่ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อนั่น ตัดสลับไปมากับภาพเมื่อคืนที่มันแล่นเข้ามาในหัว พอคิดได้แบบนี้หัวคิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากัน

...ความอุ่นร้อนที่ตรงริมฝีปากยังไม่จางหายไป

จุนฮเวส่งลิ้นออกมาเลียริมฝีปากของตัวเองเพื่อไล่ความรู้สึกประหลาดๆ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆราวกับคนที่กำลังหงุดหงิด

น่ารำคาญไปหมดทุกสิ่ง

ตอนนี้มีแต่คำถามอะไรก็ไม่รู้ลอยอยู่เต็มหัวของเขาไปหมด ทั้งคำพูดและการกระทำที่จินฮวานทำมันเหมือนเป็นการปั่นหัวเขาเล่นยังไงอย่างงั้น อยากจะถามออกไปตรงๆแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี สุดท้ายเลยมีแต่ความคาใจ เมื่อคืนก็นอนไม่หลับ แถมตื่นเช้ามาก็ยังกินข้าวไม่ลงอีก แบบนี้มันแย่ชะมัด

“เป็นอะไรน่ะ?” แน่นอนว่าเสียงถอนหายใจแรงๆนั่นทำให้คนที่กำลังตักข้าวต้มกินอยู่ต้องเงินหน้าขึ้นมามอง จินฮวานเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นว่าจุนฮเวกลอกตา แถมเมื่อมองที่จานข้าวของอีกฝ่ายมันก็ยังไม่พร่องไปซักนิดเลยด้วย

อารมณ์เสียอะไรอีกล่ะ?

“ไม่หิวเหรอ?”

“ยุ่ง”

“อ้าว ฉันถามดีๆ นายเป็นอะไรทำไมต้องหงุดหงิดแต่เช้า” มือบางละออกจากช้อนก่อนจะยืดตัวขึ้นมอง สายตานั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วง เพียงแค่ได้เห็นก็ทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นแรงขึ้นมาได้ง่ายๆ อีกทั้งจินฮวานยังเอียงคอด้วยความสงสัยอีกต่างหาก

น่าหงุดหงิด น่าหงุดหงิดที่สุด ทำไมต้องทำหน้าตาแบบนั้นด้วยนะ

มัน..

มองแล้วมันน่าหงุดหงิดจริงๆเลย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็หยุดมองไม่ได้ซักที

“ฉันรู้นะว่านายมีคำถามอยู่ในสมองเยอะแยะไปหมดแต่นายไม่ยอมพูดออกมา ทำไมปากหนักจังล่ะ มีอะไรอยากถามก็ถามสิ” คนช่างจ้อถามต่อไม่หยุดก่อนจะยกน้ำส้มขึ้นมาจิบ เขาคิดว่าการที่นั่งจ้องหน้าอีกฝ่ายเรื่อยๆนั้นจะเป็นการกดดันเกินไป จินฮวานพยายามทำให้ทุกอย่างผ่อนคลายลงเพราะเขาก็พอจะเดาออกว่าคนตรงหน้ามีนิสัยอย่างไร

ทำตัวเป็นนางเอกที่โดนขโมยจูบไปได้ ให้เดาว่าเรื่องที่หงุดหงิดอยู่จะต้องเป็นเรื่องนี้แน่ๆเลย นึกแล้วมันก็น่าขัน.. แต่ถ้าอย่างนั้นเขาก็ยังมองว่าจุนฮเวน่ะเป็นเด็กน่ารัก

อ่า.. ลูกเศรษฐีตระกูลซงทำให้เขารู้สึกสนุกตลอดเวลาเลยสินะ

“เหมือนว่าเรายังรู้จักกันไม่เยอะเลย เล่นถามตอบกันไหมล่ะ?”

“อะไร?” จุนฮเวขมวดคิ้วเมื่อจินฮวานคิดหาอะไรแปลกๆมาให้เขาเล่นอีกแล้ว สายตาที่มองนั้นเต็มไปด้วยความไม่ไว้ใจเพราะอยู่ๆร่างเล็กก็ยิ้มสนุกขึ้นมาหน้าตาเฉย

“อย่าทำหน้าระแวงสิ ก็แค่ถามตอบเอง เราจะผลัดกันถามคนละหนึ่งคำถาม ถ้าไม่อยากตอบก็ได้นะ แต่นายจะต้องทำตามที่ฉันสั่งหนึ่งอย่างโดยไม่มีข้อแม้ ตกลงไหมล่ะ”

ร่างสูงเงียบไปซักพักพอได้ยินคำกล่าวนั้น จุนฮเวกำลังประมวลผลในสมองอยู่ว่าเขาควรจะตกปากรับคำหรือไม่ ใจหนึ่งก็ระแวงว่าจินฮวานจะเล่นอะไรแผลงๆรึเปล่า แต่อีกใจก็อยากเล่นเพราะอยากจะรู้ว่ามันจะเป็นยังไง จะเจอคำถามแบบไหน

แล้วเขา.. ก็อยากจะถามในสิ่งที่คาใจออกไปเหมือนกัน

“ชอบจูบคนอื่นไปเรื่อยรึไง?”

เมื่อคิดได้แบบนั้นคนตัวสูงก็เอ่ยคำถามออกไปแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง เรียกให้จินฮวานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะเบาๆอย่างร่าเริง

“นั่นถือว่าเป็นการตกลงเล่นแล้วใช่ไหม?”

“ตอบก่อนถาม”

“ใจเย็นๆสิ จริงจังจังเลยนะอันนั้นไม่ใช่คำถามของฉันซักหน่อย.. แต่อืม.. ก็ไม่นะ ฉันจะไปจูบคนอื่นไปเรื่อยได้ยังไงเล่า”

จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อพบว่าคำตอบของจินฮวานนั้นกำกวมกว่าที่คิด แน่นอนว่าคนใจร้อนแบบเขาต้องรู้สึกไม่พอใจอยู่แล้ว

“...จูบได้แค่คนที่ชอบเท่านั้นแหละ”

หารู้ไม่ว่าประโยคต่อมาจะทำให้มือหนาที่กำเข้าหากันแน่นนั้นค่อยๆคลายออกจากกัน พร้อมทั้งความร้อนมากมายที่ไหลมากระจุกอยู่ตรงแก้มและใบหูด้วยความรวดเร็ว จุนฮเวหน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อรู้ว่าอาการประหลาดเริ่มจะคุกคามเขาอีกรอบแล้ว เด็กหนุ่มจำต้องกระแอมไอเบาๆเพื่อไล่ความรู้สึกโหวงๆที่เกิดขึ้นให้หายไปก่อนจะทำทียกน้ำขึ้นมาจิบ

“แล้วนายล่ะ นายไม่เคยแอบชอบใครบ้างเหรอ?” จินฮวานถามต่อหลังจากที่เขาแอบยิ้มอยู่ได้ซักพัก ความจริงอยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเอาไว้จริงๆ

เจ้าตัวคงจะไม่รู้ว่าป่านนี้ทั้งแก้มทั้งหูมันแดงแจ๋ไปหมดแล้ว อีกทั้งคิ้วยังขมวดเข้าหากันมากกว่าเดิมจนดูน่าตลก แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ได้รู้ว่าจุนฮเวไม่ได้โหดแบบที่คิดเลยซักนิด

“ตาฉันถามแล้วนะ ตอบสิ” ร่างเล็กเอ่ยเร่งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไป เรียกให้จุนฮเวจิปากเบาๆก่อนจะค่อยๆส่ายหน้าเพื่อเป็นคำตอบ

“แล้วมีเพื่อนสนิทไหม?”

“ขี้โกง”

“อ่า.. ขอโทษ ต้องตานายถามสินะ” มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาป้องระดับตัวเพื่อยอมแพ้ ก่อนที่จินฮวานจะตักข้าวกินต่อในขณะที่รอให้จุนฮเวเป็นฝ่ายคิดคำถามต่อไป

“มายุ่งทำไม?”

ก่อนที่ร่างเล็กจะต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อไม่มั่นใจว่านั่นคือคำถามหรือไม่ ข้อเสียของจุนฮเวดูเหมือนจะมีเพียงอย่างเดียวก็คือชอบพูดอะไรสั้นๆจนจับใจความไม่ได้นี่ล่ะ พอถามซ้ำว่าหมายความว่ายังไงกันแน่ก็มักจะโดนสายตาขวางๆมองมาแบบไม่พอใจตลอด

แต่ก็นะ.. ดูเหมือนว่าเด็กขี้โมโหคนนี้จะเล่นของใส่เขาล่ะมั้ง เพราะถึงอย่างนั้นจินฮวานก็ไม่เคยรำคาญ อยู่ด้วยกันไปนานๆก็เหมือนจะชินไปเอง สุดท้ายเขาก็ทำความเข้าใจด้วยตัวเองได้แถมยังมองว่ามันตลกดีเหมือนกัน

“หมายถึงฉันยุ่งกับนายทำไมใช่ไหม? ก็ไม่รู้สิ.. ทีแรกเราเจอกันเพราะฉันหลงทาง ฉันเข้าไปถามทางนายแต่นายก็ไม่ตอบ ก็ยอมรับว่าตอนนั้นกลัวนะ แล้วก็คิดว่านายแปลกๆ แต่พอนายยอมเดินไปส่งกันความคิดของฉันก็เปลี่ยนไปอะ ฉันว่านายน่ารักดี”

..น่ารัก..

เป็นอีกคำที่ทำให้จุนฮเวรู้สึกจั๊กจี้ในใจ เขาไม่ชอบคำนี้เสียเลย เพราะคิดว่ามันไม่เหมาะกับบุคลิกที่เป็นอยู่ยังไงก็ไม่รู้ ตามปกติคนมักจะบอกว่าเขาน่ากลัว โหด ขรึม เพิ่งจะเจอไอ้พี่เตี้ยนี่แหละมามองว่าน่ารัก แล้วแบบนี้จะให้ชินได้ยังไง

“คำถามของฉันยังเหมือนเดิมนะ นายมีเพื่อนสนิทไหม?”

“ไม่”

จินฮวานพยักหน้าลง จากนั้นก็จ้องหน้าอีกฝ่ายต่อในระหว่างที่รอคำถามใหม่ ส่วนจุนฮเวเองก็กำลังลังเลอยู่ในใจว่าจะถามอะไรออกไปดี

อย่างที่บอกไปตอนแรกว่าเขามีคำถามที่อยากรู้เยอะแยะไปหมด แต่ติดอยู่ที่ปากนี่แหละที่มันไม่กล้าขยับเอ่ย

“แฟนน่ะ..”

ร่างสูงชะงักไม่พูดต่อ ทำเอาจินฮวานที่กำลังรอลุ้นถึงกับต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ ก่อนจะส่งยิ้มบางๆให้เป็นเชิงว่า อยากรู้อะไรก็ถามออกมาเถอะ เพราะเขาเองก็อยากรู้จักจุนฮเวให้มากขึ้นเหมือนกัน

ดูจากตรงนี้แล้ว.. แท้จริงจุนฮเวก็เป็นแค่เด็กม.ปลายที่ขี้อายจนไม่กล้ามีมนุษยสัมพันธ์กับผู้อื่น พอทำตัวไม่ถูกก็จะเลือกทำหน้าบึ้งไว้ก่อน แล้วการที่ไม่ค่อยได้พูดกับใครจึงทำให้ติดการพูดห้วนๆมา สาเหตุนี้อาจจะทำให้โดนหาเรื่องเป็นประจำก็ได้

“...มันเป็นยังไง?”

ก่อนที่คำถามนั้นจะเรียกให้สติของจินฮวานกลับคืนไป เจ้าตัวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อไม่เข้าใจในสิ่งที่จุนฮเวถามออกมา แต่พอลองนำประโยคหลังไปรวมกับประโยคแรกเขาก็ไปถึงบางอ้อ

“แฟนน่ะเหรอ..”

“...”

“ก็คือคนสองคนที่คบกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีปัญหาก็ต้องพยายามช่วย ต้องดูแลกันเวลาที่เจ็บไข้ อยู่ข้างกันเสมอ ถึงจะทะเลาะกันแต่ก็ไม่เลิกรักกัน อะไรประมาณนี้ล่ะมั้ง ..นายไม่เคยมีแฟนเหรอ?”

จุนฮเวส่ายหน้าให้กับคำถามนั้น เอาจริงๆ คนแบบเขาแค่เพื่อนสนิทยังไม่มีเลย นับประสาอะไรกับแฟน แล้วอีกอย่าง..

“จะรู้ได้ไงว่ารัก”

นั่นแหละที่เป็นปัญหา ทุกวันนี้เขาไม่เคยเข้าใจอารมณ์ต่างๆที่คนอื่นพูดกันเลย ไม่ว่าจะเป็นรัก ชอบ หลง อะไรก็นึกไม่ออกว่ามันเป็นยังไง ดูเหมือนสิ่งที่เคยสัมผัสตั้งแต่เกิดมาจะมีแต่ โกรธ โมโห แล้วก็หงุดหงิดซะเป็นส่วนใหญ่

“อืม.. เรื่องนี้มันก็พูดยากนะ มันต้องใช้เวลาด้วย ความรักถึงจะค่อยก่อตัวขึ้นช้าๆ แต่ส่วนมากคนที่เขารักกันก็จะอยากเห็นหน้ากันตลอดเวลา อยากคุยด้วย อยากกอด อยากหอม อยากทำทุกอย่างร่วมกัน เวลาที่ไม่เห็นหน้าก็คิดถึง แค่ได้คุยโทรศัพท์ได้ยินเสียงก็มีความสุขแล้ว.. น่าจะประมาณนี้ล่ะมั้ง”

เพียงแค่ได้ยินคำตอบจุนฮเวก็จมดิ่งอยู่กับคำพูดนั้น ความรู้สึกที่อยากจะเห็นหน้าของอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา.. เอาจริงๆเขาก็รู้สึกนะ ถึงขั้นที่ว่ากลับจากโรงเรียนแล้วเข้าไปส่องดูเฟสบุ๊กก่อนนอนทุกคืน แม้ว่าจินฮวานจะไม่ได้อัพรูปบ่อยนักแต่ถึงจะเป็นรูปเดิมๆเขาก็มองได้ไม่มีเบื่อ

ไอ้เรื่องที่อยากคุยด้วย.. มันก็อยากคุยนะ แต่เขาอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวมากกว่านี้ถ้าอยากจะถามอะไรออกไป ตอนนี้ยังไม่เก่งเรื่องสนทนานัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เคยรำคาญเวลาที่อีกฝ่ายพูดจ้อ ถึงแม้เขาจะแสร้งทำเป็นหงุดหงิดอยู่บ่อยครั้งแต่หูก็ฟังทุกคำที่ปล่อยออกมาจากริมฝีปากบางนั่น

ส่วนเรื่องอยากกอด อยากหอม.. อันนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เพียงแค่คิดแบบนั้นในท้องก็ปั่นป่วน หมู่ผีเสื้อที่สงบลงไปแล้วกลับแตกฮือและบินว่อนไปทั่วท้องอีกรอบจนต้องกระแอมไอเบาๆเพื่อข่มให้มันอยู่นิ่ง

จะบ้าเหรอ..

เขาเนี่ยนะรู้สึกรัก..

มันเป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง..

ในหัวของเขามีแต่คำว่า เป็นไปไม่ได้ ลอยอยู่เต็มไปหมด จุนฮเวจ้องหน้าของอีกฝ่าย ในขณะที่จินฮวานเองก็จ้องตอบเช่นกัน นัยน์ตาของทั้งคู่สื่ออะไรบางอย่างที่อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการสื่ออะไรกับตัวเอง

“อยากรู้ไหมล่ะว่าการมีแฟนเป็นยังไง?” จินฮวานเอ่ยถามต่อ คำถามนั้นเรียกให้จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เขาเลือกที่จะไม่ถามอะไรออกไป ส่วนจินฮวานก็หัวเราะออกมาเบบาๆแล้วยกมือขึ้นมาถูจมูก

“เขินเหมือนกันนะเนี่ย ยังไม่เคยพูดแบบนี้กับใครเลย แต่ก็นะ..”

“...”

“เป็นแฟนกับฉันไหมล่ะ จะได้รู้ว่าคนเป็นแฟนกันเขาต้องทำอะไรบ้าง”

 

LUST & WRATH


40%

มุ้งมิ้งกันอย่างกับว่าไม่ได้มีคนตายและน้องชายไม่ได้จะกำลังติดคุก

55555555555555555555555555555

#จุนฮเวขี้โมโห




 

บนเกาะเชจูเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นๆอีกมากมาย จินฮวานหันไปมองรอบๆตัวด้วยความแปลกใจหลังจากที่เขาลงมาชั้นล่างแล้วเจอแบบนี้ บรรยากาศกดดันอะไรบางอย่างทำให้เขาขยับเข้าไปใกล้คนที่ยืนอยู่ข้างๆได้อย่างง่ายๆ

จุนฮเวเหลือบตามองคนตัวเล็กก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ชในขณะที่สองขาเองก็เดินตามทางไปเรื่อยๆโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา

แต่สายตาก็แอบมองที่ใบหน้าเนียนนั้นอยู่เป็นระยะๆ..

 

เป็นแฟนกับฉันไหมล่ะ?

นี่ ฉันกำลังขอนายเป็นแฟนอยู่นะ เงียบแบบนี้ได้ยังไงกัน นายจะปล่อยให้ฉันอกหักเหรอ?

 

ประโยคสนทนาในตอนเช้าเขายังจำได้ดี มันยังวนเวียนอยู่ในหัวมาจนถึงตอนนี้ แน่นอนว่าจุนฮเวไม่ตอบ ทั้งๆที่ในใจมันสั่นไหวราวกับมีเฮอริเคนลูกใหญ่พัดกระหน่ำอยู่ภายใน เขาหน้าร้อนไปหมด เพียงแค่คิดว่าจะต้องเป็นแฟนกับคนตรงหน้ามันก็พูดอะไรไม่ออกแล้ว ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเจอ แล้วก็ไม่เคยคิดด้วยว่าตัวเองจะพบเจอกับโมเมนท์อะไรแบบนี้ แถมจินฮวานยังคาดคั้นด้วยสายตาที่หวังคำตอบอย่างยิ่งอีกต่างหาก

ร่างเล็กทั้งมองหน้าเขา ทั้งยิ้มให้เขา..

ณ เวลานั้นหัวสมองมันสับสนมากจนทำอะไรไม่ถูก อะไรหลายๆอย่างพัดพาให้ภาพเก่าๆหวนคืนกลับมา ไม่ว่าจะเป็นวันทีเจอกันครั้งแรก ตอนที่จินฮวานแปะพลาสเตอร์ให้ หรือแม้กระทั่งตอนที่อีกฝ่ายเอาดอกไม้มาชนกับตัวเขาแล้วบอกว่า..

 

แต่ถึงจะเย็นชา..

‘… ฉันก็ชอบมัน

 

แม่เจ้า!

แค่คิดหน้าของเขาก็ร้อนมากขึ้นจนต้องเดินหนีเข้าไปในห้อง จุนฮเวปิดประตูแล้วล็อก ก่อนจะขังตัวเองเอาไว้ในนั้น ร่างสูงเอนหลังพิงกับประตูแล้วสูดลมหายเข้าปอดลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ใครจะไปรู้ว่าจินฮวานจะวิ่งตามมา

มือบางเคาะที่ประตูเบาๆก่อนจะเอ่ยเรียกเขา จินฮวานกดใบหน้าแนบกับประตู ในขณะที่แผ่นหลังของจุนฮเวก็ยังพิงอยู่ที่เดิม

ทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงแค่ประตูกั้น หัวใจของจุนฮเวเต้นแรงจนแทบไม่ได้พัก แค่รู้ว่าจินฮวานอยู่ข้างนอกนั้นเขาก็ทำตัวไม่ถูกแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันกลับ..

 

ถ้านายไม่ตอบแปลว่าตกลงนะ ฉันจะทึกทักเอาเอง

เด็กบ้า ทำไมถึงได้ขี้อายขนาดนี้เล่า

 

บ้าชิบ

คำพูดนั้นทำให้จุนฮเวหมกตัวอยู่ในห้วงร่วมสองชั่วโมงกว่าๆ กว่าจะออกมาจากห้องได้ก็ตอนที่โดนเรียกจะให้กลับ จนถึงตอนนี้จุนฮเวก็ยังไม่ปริปากพูดอะไรกับจินฮวานเลยซักคำ เขาทำเพียงเอาลิ้นดุนแก้มในขณะที่เดินไปเรื่อยๆ

..แล้วก็แอบมองเป็นพักๆก็เท่านั้น

“นี่ นายว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”

ก่อนที่ร่างสูงจะสะดุ้งเมื่ออยู่ๆคนตรงหน้าก็เงยขึ้นมามอง จุนฮเวรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ก่อนจะยกมือขึ้นมาปิดปาก แสร้งทำเป็นกระแอมไอเบาๆเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกร้อนตรงหน้า จากนั้นค่อยก้มลงไปมองร่างเล็กอีกครั้ง

“คนพวกนั้นทำไมมากันเต็มเกาะเลย มีอะไรร้ายแรงรึเปล่านะ..”

“ชอบจุ้นจริงๆ”

“ก็อยากรู้นี่ หรือเขาจะมาจัดการไอ้พวกแก๊งที่หาเรื่องนายกันล่ะ”

จินฮวานเชิดริมฝีปากอย่างงอนๆในตอนแรก แต่ประโยคหลังกลับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ ก่อนจะรีบจับแขนของจุนฮเวแล้วชี้มือไปตรงที่ที่มีคนออกันอยู่เยอะๆเมื่อเห็นว่ามีคนเข็นเตียงพยาบาลออกมา

..ดูเผินๆอาจจะเป็นเตียงธรรมดาๆ แต่ถ้ามองดีๆกลับมีผ้าคลุ่มหน้าของคนที่อยู่บนนั้นเอาไว้

“มีคนตายเหรอ?” ร่างเล็กเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ ในขณะที่จุนฮเวเองก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเช่นกัน

ดูจากเหตุการณ์ที่ผนวกๆกันทั้งหมดก็น่าจะเป็นแบบนั้น เด็กนักเรียนหลายคนที่อยู่บริเวณรอบๆต่างก็พากันปิดปากด้วยความใจหาย ก่อนจะกระซิบนินทากันไปตามระเบียบ

แต่ถ้าพักอยู่โรงแรมนั้น..

แปลว่าเป็นเด็กเกรด 10 เหรอ?

“อย่าไปยุ่งเลย”

จุนฮเวบอกเสียงเบาในขณะที่ตามคมยังไม่หยุดจ้องจากตรงนั้น สัญชาติญาณแห่งความระมัดระวังทำให้มือหนาเลื่อนขึ้นโอบไหล่ของร่างเล็กเอาไว้อย่างไม่รู้ตัว ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นมายังไงก็เถอะ

“ไปสนามบิน”

จินฮวานถึงกับเลิกคิ้วขึ้นเมื่อแขนข้างนั้นยังไม่ปล่อยออกจากไหล่ของเขา จุนฮเวโอบร่างเล็กให้เดินมาจนถึงรถที่จอดรอไว้ ก่อนที่เจ้าตัวจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป เขาจึงรีบกระชากแขนกลับแล้วขมวดคิ้วเข้าหากันตามแบบฉบับ.. ที่ทำตอนเวลาเขินเท่านั้น

จินฮวานแอบยิ้มให้กับท่าทางของอีกฝ่าย ครั้งนี้เขาไม่อยากจะเอ่ยแซวอะไรออกไปเพราะกลัวจะทำให้เด็กหนุ่มไม่กล้าทำอะไรแบบนี้เป็นหนที่สอง ร่างเล็กทำเพียงหัวเราะในใจอย่างลำพัง ก่อนจะก้าวนำเข้าไปยังรถ

จุนฮเวพยายามปรับอารมณ์ให้เป็นปกติด้วยการพ่นลมหายใจออกมายาวๆ ร่างสูงยกมือขึ้นขยี้หัวของตัวเองแรงๆ ความจริงอยากจะต่อยกำแพงหรืออะไรซักอย่างเพื่อทำโทษตัวเองที่สติล่องลอย ยิ่งในตอนที่ได้กลิ่นน้ำหอมของจินฮวานติดอยู่ตรงแขนเสื้อตัวเองนี่อีก

บ้าชะมัด..

“นายจะยืนอีกนานไหม เดี๋ยวก็ตกเครื่องหรอก”

ก่อนที่คนตัวสูงจะหลุดออกจาภวังค์เมื่อพบว่าใบหน้าเนียนโผล่ออกมาทักทาย คำพูดนั้นเรียกให้จุนฮเวแยกเขี้ยว ก่อนจะรีบก้าวขึ้นไปบนรถด้วยความรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นก็เลือกที่จะหลบสายตาด้วยการหันไปมองนอกกระจก

ฉับพลันสายตาคมก็ได้ปะทะเข้ากับรถพยายาลที่เคลื่อนผ่านมาทางนี้อีกครั้ง ฉุกเอาความสงสัยที่มีให้เพิ่มทวีมากขึ้น จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจ ลางสังหรณ์บางอย่างทำให้ข้างในรู้สึกหวิวๆอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ใครกันที่ตายบนเกาะ...

คงไม่ใช่คนใกล้ตัวหรอกนะ

 

LUST & WRATH

 

เป็นเพราะมีเรื่องน่าสลดเกิดขึ้นในช่วงเข้าจึงทำให้พิธีส่งตัวนักเรียนซงถูกยกเลิกไป อาจารย์ทุกคนรีบพานักเรียนขึ้นเครื่องบินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ปกครองเองก็เริ่มที่จะโวยวายเรื่องมาตรการความปลอดภัยของโรงเรียนแล้วด้วย พ่อแม่ของหลายๆคนถึงกับรีบโทรมาหาบุตรหลานแล้วบอกว่าจะส่งเรือมารับกลับเองถ้าหากทางทางอาจารย์ไม่ทำอะไรให้เร็วกว่านี้

..เหมือนจะเป็นช่วงขาลงของโรงเรียนซง

ไม่สิ..

ของตระกูลเลยมากกว่ามั้ง

 

เด็กที่ตายชื่อยูคยอม เป็นเพื่อนกับคุณหนูชานอู

ตายจริง แต่คุณหนูชานอูเพิ่งจะมาที่เกาะนี้.. เอ้ะ เห็นว่าตอนแรกมาเพื่อคุยธุระกับเพื่อนคนนี้ด้วย หรือว่าจะทะเลาะกันจน..

 

บทสนทนาข้างต้นจบลงเมื่อแอร์โฮสเตสทั้งสองคนเห็นว่าจุนฮเวเดินมาข้างหลัง ทั้งคู่รีบก้มหน้าหลบตาก่อนจะผายมือเชิญให้อีกฝ่ายเดินไปทางที่นั่ง ความวิตกกังวลฉายอยู่บนใบหน้าอย่างชัดเจนจนจุนฮเวสัมผัสได้

ความจริงเขาก็ไม่ชอบให้ใครนินทาแบบนี้หรอก แต่ดูเหมือนว่าประเด็นที่ได้ยินนั้นจะเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่าหลายเท่าจุนฮเวจึงไม่ได้ติดใจที่จะเอาความอะไร

ร่างสูงเดินไปนั่งที่นั่งแล้วทิ้งตัวลงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเครียด นึกเจ็บใจนักที่ลางสังหรณ์ของตัวเองมันแม่นยำจนน่าใจหาย เพียงแค่เขารู้เรื่องว่าคนที่ตายคือ คิม ยูคยอมคนนั้น มันก็อดที่จะห่วงไอ้น้องเล็กสุดไม่ได้จริงๆ ป่านนี้สภาพจิตใจจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้

พี่คนที่ห้าก็บาดเจ็บ น้องคนที่เจ็ดก็เพื่อนตาย ต่อไปใครจะมีปัญหาอะไรอีกไหม?

“นี่ ไม่เป็นไรนะ?”

เสียงเล็กที่ดังขึ้นเรียกให้จุนฮเวหันไปมองก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขาพบว่าจินฮวานมองมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงอย่างมากล้น

แน่นอนว่าจุนฮเวไม่รู้เลยว่าร่างเล็กแอบสังเกตมาตั้งแต่เดินขึ้นเครื่องแล้ว ยิ่งรู้มาว่าอีกฝ่ายมีโรคประจำตัวนั่นก็คือ โรคกลัวเครื่องบิน ก็ยิ่งทำให้อดที่จะอยู่เฉยๆไม่ได้

จุนฮเวหน้าซีดเผือดขนาดนั้น แถมคิ้วยังขมวดเข้าหากันราวกับว่าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา พอเห็นแล้วมันก็รู้สึกว่าน่าเอ็นดูมากจริงๆ

“ไหวไหม ไม่กี่ชั่วโมงเอง?”

จุนฮเวทำหน้างงในตอนที่ได้ยินคำถาม ทำเอาจินฮวานต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยเช่นกัน ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆแล้วมองไปยังมือหนานั้น

“ถ้านายไม่รังเกียจน่ะนะ”

“อะไร?”

“นี่ไง” ร่างเล็กตัดสินใจวางมือทาบลงบนฝ่ามือใหญ่นั่น ก่อนจะสอดประสานนิ้วทั้งห้าเข้าด้วยกันแล้วจับเอาไว้แน่น ทีแรกจุนฮเวกะจะชักมือออกด้วยความตกใจ แต่อะไรบางอย่างกลับทำให้ตัวแข็งทื่อจนขยับไม่ได้

ปกติแล้วมือนี่จะมีแต่คนกลัวเพราะมันเอาไว้ต่อยหน้าคนเท่านั้น แต่วันนี้มีคนกล้าจับมันแล้ว

“จับมือฉันไว้ก็ได้ บนเครื่องบินมันไม่น่ากลัวหรอก”

ก่อนที่ประโยคข้างต้นจะทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นมาได้ง่ายๆ จุนฮเวแทบกลั้นหายใจในตอนที่พบว่าสายตาคู่นั้นเต็มไปด้วย ความจริง ราวกับอยากจะบอกให้รู้ว่าไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้นถ้าจับมือกันไว้แบบนี้

ตลกจริงๆ

ทำไมคนตัวใหญ่ๆแบบเขาต้องให้คนตัวเล็กจิ๋วแบบนี้มาปกป้องด้วยก็ไม่รู้

 

LUST & WRATH


75%




 

"ครับ เราสองคนเคยคบกัน ก่อนหน้านั้นเรา.. จบกันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ"

"มีการทำร้ายร่างกาย?"

"ไม่ครับ แต่เขา.. คือ.. เขาเหมือนจะไม่ยอมเลิก  ปัญหาก็เลยอยู่ที่ตรงนี้ครับ"

"สาเหตุที่เลิกกันล่ะ"

ฮันบินเม้มริมฝีปากก่อนจะเหลือบสายตาหันไปมองคนที่อยู่บนเตียง ตอนนี้ในใจมันหวิวไปหมด ในใจมันหนักอึ้งแต่เท้าของเขากลับชาจนไม่สามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้กำลังแตะอยู่บนพื้น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความจริง แต่คนจากกรมตำรวจที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้เขาต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นและทำใจให้ได้

ยูคยอมตายแล้ว..

เขาไม่สามารถเอ่ยถามอะไรได้มากนักเพราะตอนนี้คดีความยังไม่สมบูรณ์ แต่จากที่ได้ฟังคร่าวๆก็คือแม่บ้านพบศพของยูคยอมนอนจมกองเลือดอยู่กลางห้องภายในเช้าวันนี้ ข้างตัวมีอาวุธปืนตกอยู่ อีกทั้งยังสวมที่เก็บเสียงเอาไว้เป็นอย่างดี

ตำรวจสันนิษฐานว่านี่อาจจะเป็นคดีอำพรางฆ่า เพราะคนที่ฆ่าตัวตายไม่น่าจะมีเวลาสวมใส่ที่เก็บเสียงแบบนั้นได้ อีกทั้งยังไม่พบจดหมายลาใดๆ ซึ่งมันก็ทำให้คิดได้ว่าผู้ตายอาจจะโดนฆาตกรรมจริงๆ

เรื่องมัน.. ชักจะไปกันใหญ่แล้ว

ทันทีที่ฮันบินรู้ข่าวมันก็แทบจุกจนพูดไม่ออก เขาไม่ชอบการสูญเสียเลยจริงๆ แม้ว่าบทสรุปของเขากับยูคยอมนั้นจะจบแบบไม่สวยงามมากนัก แต่ตามประสาคนที่เคยคุยกันและใช้ชีวิตร่วมกันพักหนึ่งมันก็รู้สึกเศร้าไม่น้อยเลยทีเดียว

เกิดอะไรขึ้นกับนายกันนะ..

ทำไม.. เรื่องทุกอย่างถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้?

"ว่าไง สาเหตุที่เลิกกัน?"

"เพราะฮันบินเป็นแฟนของผม"

ก่อนที่เสียงทุ้มใหญ่จะเอ่ยแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ จีวอนที่นอนอยู่บนเตียงตอบด้วยแววตาที่ไม่พอใจนัก เขารู้สึกหงุดหงิดที่ทางตำรวจเอาแต่ถามซอกแซกราวกับว่าฮันบินนั้นเป็นผู้ร้าย ทั้งๆที่เรื่องแบบนี้มันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ

กับมดหรือยุงฮันบินยังไม่คิดที่จะฆ่าเลย แล้วนี่คนนะ.. คนๆหนึ่ง ฮันบินจะไปทำลงได้ยังไงกัน

"เคยมีเรื่องเบาะแว้งกันไหมครับ คุณจีวอน"

"มี แต่ตอนนี้ผมเดี้ยง คงไปฆ่าใครไม่ได้" ไม่ว่าเปล่าจีวอนยังดึงผ้าห่มที่คลุมขาออก แล้วนั่นก็ทำให้ทางตำรวจต้องรีบโค้งหัวลงเพื่อทำการขอโทษแทบจะทันที

"ฮันบินอยู่กับผมตลอดเวลา เขาไม่ใจแข็งพอจะฆ่าไอ้งั่งนั่นหรอก" จีวอนพูดต่อ ในขณะเดียวกันมือบางของคนข้างๆก็ส่งมาวางไว้บนหน้าขาเพื่อปลอบให้เขาใจเย็นลง

บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด มันเงียบเสียจนได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้นับได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร ยอมรับว่าแม้กระทั่งคนที่เกลียดขี้หน้ายูคยอมแบบเข้าไส้อย่างจีวอนก็ยังอดที่จะช็อกไม่ได้

เขาไม่เคยคิดหรอกว่าเด็กเกรด 10 อย่างยูคยอมจะมาจบชีวิตด้วยเรื่องแค่นี้ เพราะเท่าที่ดูแล้วมันก็ไม่ใช่เด็กที่ปอดแหกอะไร ถึงขนาดกล้ามาท้าเขาแข่งรถและปะทะฝีปากในหลายๆครั้งได้แบบนั้นแท้ๆ

แต่ก็นะ..

หรือจะไปทำอะไรไว้จนต้องหนีความผิด?

จีวอนคิดว่านี่คงไม่ใช่การฆาตกรรม เพราะยังไงเขาก็เชื่อมั่นในเรื่องระบบการรักษาความปลอดภัยที่ซงมี ทุกครั้งที่พาเด็กออกนอกสถานที่เรียกได้ว่าไม่เคยมีปัญหาเลยซักหน  ไม่เคยมีใครได้รับบาดเจ็บจากการเดินทาง ..ยกเว้นจุนฮเวที่ชอบไปเดินเตร็ดเตร่คนเดียวแบบไร้คนควบคุมจนโดนพวกอันธพาลหาเรื่องเข้าให้

"ผมต้องขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือครับ" 

จีวอนพยักหน้าลงในตอนที่ตำรวจทั้งสองนายโค้งลาเขา ก่อนที่ร่างกายกำยำจะเดินออกไปทางประตู หากแต่ความเงียบที่มีในตอนแรกกลับไม่ได้ตามนายตำรวจออกไปด้วย ในทางกลับกันมันอาจจะมากกว่าเดิมเสียอีกเพราะแทบไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย

ทั้งคู่นั่งอยู่นิ่งๆในที่ของตัวเอง ต่างคนต่างคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาว่าเคยได้ทำอะไรร่วมกับยูคยอมบ้าง ความอึดอัดและตกใจที่ยังคั่งค้างเรียกให้หยาดน้ำใสๆเอ่อคลอที่เบ้าตาคู่สวยของฮันบินได้เป็นอย่างดี

"ขอโทษนะ ฉัน.."

"ร้องเถอะ นายมันขี้แย" จีวอนตอบทั้งๆที่ไม่หันไปมอง แม้บนใบหน้าจะแฝงไปด้วยความหงุดหงิด แต่ถึงอย่างนั้นลำแขนแกร่งก็ส่งไปโอบร่างเล็กเอาไว้แล้วรั้งเข้ามาซบที่ตรงไหล่

"ฉันแค่ ฉันแค่... ไม่ชอบความสูญเสีย" เสียงของฮันบินสั่นเครือไปหมด พร้อมกันนั้นน้ำหยดใสๆหยดแล้วหยดเล่าก็ค่อยๆไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง

"อืม ฉันก็ไม่ชอบที่นายร้องไห้เพราะมัน"

"ฉัน.. ฉันขอโทษ" ร่างเล็กพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อกลั้นความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ เขาแคร์จีวอนมากกว่าใครๆ แต่ตอนนี้ยอมรับว่าถ้าจะไม่ให้เศร้าเรื่องยูคยอมเลยมันก็คงจะทำได้ยากเช่นกัน

"ร้องเหอะ ฉันไม่ได้ว่าอะไร"

"แต่นาย.."

"มันจะได้ตายตาหลับ ถ้ารู้ว่านายก็เสียใจ"

"บ๊อบ.."

"ฉันเกลียดมันจริงๆ ขนาดตายไปแล้วยังสร้างความเดือดร้อนให้นายแบบนี้" สีหน้าของเขายังคงเรียบนิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นมือหนาก็ประคองแก้มของฮันบินเอาไว้แล้วใช้หัวแม่มือค่อยๆซับน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบา

ฮันบินหลับตาลงก่อนจะปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาอีกระลอก ริมฝีปากของเขาสั่นเครือเป็นอย่างมากจนจีวอนตัดสินใจประทับจูบลงไปเบาๆเพื่อคลายอาการนั้น

"ฉันไม่รู้ว่าควรทำยังไง ฉันต้องไปหาพ่อกับแม่ของยูคยอมไหม?" กายบางถามพร้อมกับลืมตาขึ้น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันก่อนจะสูดจมูกเบาๆเพื่อไล่ความรู้สึกทั้งหมดให้จางหายไป

"ค่อยเจอกันในงานเถอะ"

"พวกเขาเกลียดฉันแน่"

"นายไม่ได้ทำ" จีวอนวางมือลงบนกลุ่มผมนิ่มนั้นก่อนจะลูบเบาๆเพื่อปลอบประโลม

ตอนนี้ในใจของเขากำลังนับเลขหนึ่งถึงร้อย มันทั้งหงุดหงิดและน่าโมโหที่เห็นน้ำตาของร่างเล็กซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยากจะตะโกนบอกไอ้เด็กยูคยอมอะไรนั่นว่าวิธีการที่มันทำได้สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นไปทั่วเลยรู้บ้างไหม

เขาไม่มีวันเลิกเกลียดคนพรรค์นั้นได้แน่ แต่ก็นะ..

ชาติหน้าไม่อยากจะพบเจอกันอีกแล้ว ยังไงก็ขออโหสิกรรมให้ทั้งหมดเลยก็แล้วกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่มันทำไว้เขาจะถือซะว่ามันเป็นแค่เหตุการณ์ซวยๆเหตุการณ์หนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

"ฉันไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้เลย.."

"ไม่มีใครคิด"

"บ๊อบ..มันต้องเกี่ยวกับฉันแน่ เขาอาจจะฆ่าตัวตายเพราะ.."

"ถ้ามันฆ่าตัวตายเพราะนายบอกเลิก นั่นเป็นปัญหาของมัน ไม่ใช่ของนาย" จีวอนเอ่ยสวน น้ำเสียงและแววตาที่มองนั้นจริงจังจนฮันบินสะอึกไป แต่ไม่ได้เป็นเพราะว่าเขากลัวจีวอนหรอก.. ในทางกลับกันก็รู้สึกอบอุ่นมากกว่า เพราะตอนนี้รู้ได้ว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น.. จีวอนก็พร้อมที่จะอยู่ข้างๆเขาเสมอ

"..."

"เราไม่รู้หรอกว่าคนที่ฆ่าตัวตายมันคิดอะไรอยู่ แต่ถ้านั่นเป็นทางเลือกที่มันตัดสินใจแล้ว นายก็เคารพการตัดสินใจของมันเถอะ"

ริมฝีปากบางเม้มแน่น แม้จะน่าใจหายมากก็จริงเพราะที่ผ่านมาเขาคิดอยู่เสมอว่าทุกปัญหามีทางแก้ เราต้องอดทนกับมันจนกระทั่งถึงช่วงเวลาที่ทุเลาลง ไม่ใช่หนีความจริงด้วยการดับชีวิตตัวเองแบบนี้ แต่ก็นะ..

สำหรับบางคน เขาอาจจะทนรับเรื่องอะไรหลายๆอย่างไม่ไหวแล้วจริงๆ

"น้องของนาย.." คิดแล้วก็นึกถึงชานอูขึ้นมาฮันบินจึงเอ่ยออกไป คำพูดนั้นเรียกให้จีวอนเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ ก่อนจะนึกได้ว่าจริงสิ..

หมอนั่นเป็นเพื่อนสนิทของชานอู

"ก่อนหน้านั้นพวกมันทะเลาะกันไหม? เรื่องของเรา"  จีวอนรีบถาม น้ำเสียงดูร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดอีกทั้งบนใบหน้ายังแสดงออกถึงความเป็นห่วง

"ก็มีนะ ที่สนามบิน แต่ไม่ได้รุนแรงอะไรมากหรอกมั้ง.."

"มันเจอคำถามโง่ๆจากตำรวจเหมือนที่ฉันเจอแน่"

มือของจีวอนกำแน่นเมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่เขาตกเป็นจำเลยว่าฆ่าจีมิน..

ทุกคำถามที่สาดเทเข้ามาในใจ เหมือนตอกย้ำลงบนแผลสดๆที่เพิ่งจะได้รับเมื่อรู้ว่าเพื่อนที่รักที่สุดได้จากโลกนี้ไปแล้ว ราวกับว่าความเสียใจของเขาถูกมองข้ามเพราะทุกคนตราหน้าว่าเป็นคนลงมือทำด้วยตัวเอง อีกทั้งนักข่าวยังสนใจแค่ว่าวันนี้จะได้คำพูดอะไรเด็ดๆจากเขาไปพาดหัวข่าวหรือไม่ ไม่ได้คิดเลยว่าข่าวที่ตัวเองลงไปนั้นจะมีมูลความจริงมากแค่ไหน ขอแค่เรียกเรตติ้งจากคนดูได้แบบนั้นก็คงจะพอแล้วสินะ

ตลกร้ายสิ้นดี

ทำไมเขาจะต้องฆ่าเพื่อนสนิทของตัวเองด้วย แล้วถ้าเขาฆ่า.. ทำไมเขาต้องร้องไห้ เหตุผลที่ทางตำรวจคิดว่าร้องไห้เพราะกลัวความผิดนั้นมันงี่เง่าสิ้นดี

จนถึงตอนนี้เขาก็ยังเสียใจ ที่ไม่สามารถย้อนวันวานกลับไปคุยกันได้เหมือนเดิมแล้ว แถมยัง..ทะเลาะกันก่อนจากอีกต่างหาก

เขาไม่อยากให้ชานอูรู้สึกแบบนั้น

"โทรหาไหม?" ฮันบินว่าพลางวางโทรศัพท์เอาไว้บนตักของอีกฝ่าย แต่จีวอนกลับมองมันซักพักแล้วส่ายหน้าช้าๆเพื่อปฏิเสธ

"บอกพยาบาลเอารถเข็นไฟฟ้ามาเถอะ"

"นายจะ.."

"ฉันต้องไปหามัน"

"นายไหวเหรอบ๊อบ ฉันว่าแค่โทรไป.."

"ตอนนี้มีแค่ฉันที่เข้าใจความรู้สึกของมัน ฉันคงจะต้องไปเจอมัน" 

เบ้าตาของฮันบินร้อนผ่าวอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าร้อนใจของจีวอน ถึงแม้ที่ผ่านมาพี่น้องบ้านนี้จะแสดงท่าทีรังเกียจและไม่ลงรอยกันบ่อยๆ แต่จากที่อยู่ด้วยกันมานานพอสมควร เขาก็สัมผัสได้อย่างเลือนลางว่ามันมีเส้นแห่งความ 'เป็นห่วง' โอบรอบร่างกายของพวกเขาทั้งเจ็ดคนเอาไว้อยู่

แม้จะเมินกันขนาดไหนแต่เวลาที่มีปัญหาก็ไม่เคยทำเป็นไม่สนใจ ขนาดเวลาเจอข่าวจุนฮเวมีเรื่องกับชาวบ้าน เขายังแอบได้ยินจีวอนบ่นออกมาบ่อยๆว่า มีเรื่องอีกแล้วมันน่ะ น่าเบื่อจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นตาก็จ้องดูข่าวจนจบ เพื่อที่จะรอดูว่าน้องชายของตัวเองได้รับบาดเจ็บรึเปล่า หรือแม้กระทั่งตอนที่จีวอนเข้าโรงพยาบาลทุกคนเองก็ให้ความสนใจ

"ความรู้สึกที่เพื่อนตายแล้วโดนใส่ร้ายว่าเป็นคนทำน่ะ ฉัน.."

"บ๊อบ.."

"..เข้าใจมันอย่างดีเลยล่ะ"

"ฉันจะให้คนเตรียมรถให้นะ กลับบ้านใช่ไหม?"

ใบหน้าคมหยักลงพร้อมๆกับฮันบินที่ลุกเดินออกไปด้านนอก ก่อนที่กายสูงจะเอนหลังลงไปพิงกับเตียงแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างเหนื่อยอ่อน

ทำไมช่วงนี้ปัญหามันถึงได้เยอะเหลือเกิน..

หวังว่ามันจะค่อยๆจบลงไปทีละเรื่องโดยเร็วก็แล้วกัน



ครบ100แล้วครับ 

จริงๆคนตระกูลซงก็รักกันน้า เรารู้ว่าทุกคนอยากให้เรื่องมันแฮปปี้แล้ว อดใจรอก่อนนะฟ้าหลังฝนมันจะสวยเสมอ แล้ว have py แน่ๆ โอ้ย5555555555555555555555 

ปล. ใครต้องการเปลี่ยนที่อยู่ในการจัดส่งหนังสืออย่าลืมส่งเมลไปบอกแนนนะครับ killerz.nz@gmail.com เมลนี้เท่านั้นนะ แนนเป็นคนดูแลเรื่องข้อมูลที่อยู่ อดใจรออีกไม่นานจะได้ของละนะทุกคนน อย่าลืมตรวจเช็คให้ดีนะงับเดี๋ยวของจะตีกลับน้า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,735 ความคิดเห็น

  1. #2728 bambam_pim (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 15:05
    อ่ะขอบวกกับความคิดเห็นล่าสุด จุนฮวานน่าร้ากกกกกกกกก
    #2,728
    0
  2. #2698 icevalentine (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 กันยายน 2560 / 22:22
    โอ้ยยยยดราม่า ลุ้นๆแต่จุนฮวานถูกสร้างมาเพื่อเบรคดราม่าทุกอย่าง
    #2,698
    0
  3. #2650 choopp (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 13:39
    คยอมเจาะถังน้ำมันเบรกของพี่บ๊อบป่ะถามจริง ความมิ้งของคู่แน่ขำแรก 5555555
    #2,650
    0
  4. #2508 Jhw'  (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 22:36
    ฆ่าตัวตายเพราะเป็นคนเจาะถังน้ำมันเบรครถบาบิป่าว กดดันเลยฆ่าตัวตายอะ อย่าโยนขี้ให้ชนูของเจ้นะ -..- ตายแล้วยังสร้างปัญหาไว้อีกนะยูคอ่าาาาาา อินจัด 55555555555
    #2,508
    0
  5. #2225 Hwang Glice (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 22:27
    กริ้สสสส พบ๊อบหล่อแรงงงง
    #2,225
    0
  6. #2208 mclub (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 16:08
    ว่าด้วยเรื่องส่งของน่ะ...
    มีที่รวบรวมไว้ไหมว่า ใครที่อยู่ไร จัดส่งหรือยัง ไรงี้
    #2,208
    2
    • #2208-1 nor 'nanz(จากตอนที่ 20)
      22 มีนาคม 2559 / 23:48
      แฟนเพจแนนค่ะ https://www.facebook.com/nornankiller/?ref=hl
      #2208-1
    • #2208-2 nor 'nanz(จากตอนที่ 20)
      22 มีนาคม 2559 / 23:50
      แฟนเพจแนนค่ะ https://www.facebook.com/nornankiller/?ref=hl
      #2208-2
  7. #2160 WIFE_ENGINEER (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 08:57
    งื้ออออ ตวามจริงคืออะไร
    #2,160
    0
  8. #2159 CttTmo (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มีนาคม 2559 / 07:52
    ตั้งแต่อ่านมาชอบบ๊อบตอนนี้สุดอะ นายหล่อมาก T T ตรักูลนี้เกลียดกันขนาดไหนยังไงก็ห่วงกันอะ มิตรภาพพี่น้อง ฮือออออออออ

    เราไม่เชื่อหรอกว่ายูคฆ่าตัวตาย ชนูก็ไม่ได้ทำแน่นอน มันต้องมีใครซักคนอะ ใครฆ่ายูคของเจ้!!! T T
    #2,159
    0
  9. #2158 9nawKIHAE (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 22:07
    ว่าแล้ว พี่น้องบ้านนี้ก็เป็นห่วงเป็นใยกันเป็นเน้ออออ ไม่ได้เกลียดกันซะหน่อย
    อยากรู้ สรุปยูคฆ่าตัวตายจริงเหรอ หรือใครอยู่เบื้องหลังอีกนะ
    ซวยสุดคือน้องชานอู น่าสงสารรร
    #2,158
    0
  10. #2157 Mae Kanyapak (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 21:53
    บ๊อบนายแมนมาก ????????
    #2,157
    0
  11. #2156 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มีนาคม 2559 / 18:05
    แฮป ปี้ แน่ๆ5555555555555555
    แง้จีวอนน่ารักนะ ห่วงชนูด้วย
    บินไม่ต้องคิดมากนะลูก ไม่ใช่ความผิดหนู :(
    #2,156
    0
  12. #2154 แฟนฮันบิน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 21:54
    อ่าาาาา ไรต์มาต่อเร็วๆน๊าาาาา

    ..

    จุนเน่อ่าาาา จะใจแข็งไปไหนเนี่ยยย
    #2,154
    0
  13. #2153 beariese (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 18:28
    สัมผัสได้ถึงความน่ารักของจุนฮเว ฮือออ ชอบบบบบ
    #2,153
    0
  14. #2150 Nminisize (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 18:12
    บ็อบเท่ห์มากๆหล่อเลย ขอให้อย่าพีคหักมุมเป็นชนูทำน่ะ ส่วนจุนจินก็555555-//- อิเน่แกจะทำขรึมไปไหน
    #2,150
    0
  15. #2149 Popne (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 17:59
    py นี้ py อะไรรรรร 55555
    #2,149
    0
  16. #2147 MilkiiZ19 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 03:07
    โอ้ยยยย อีเน่คนกาก กากมากๆ แล้วอีพี่บ็อบโคตรแมนเลยพี่ เอาใจไปเลยค่ะ เลิฟมากกกก
    #2,147
    0
  17. #2146 hymnz. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 02:19
    โอ้ยยย ตอนนี้บ๊อบบี้โคตรหล่อจริงๆ ;-;
    #2,146
    0
  18. #2145 aonhararuya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 00:20
    โหยยย คำพูดของบาบิแต่ละประโยคนี่ช่างสะใจกูจริงๆ แม่งคนจริงว่ะ
    #2,145
    0
  19. #2143 FanFic (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 12:05
    ชานอูของหม่ามี้ โอ้ยยยยย เป็นห่วงอ่า
    #2,143
    0
  20. #2142 NoNoSung_19 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 10:22
    จินฮวานรุกหนักจริงๆค่ะ จุนฮเวดูเคะเลย 555555555
    #2,142
    0
  21. #2141 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 08:48
    กรี้ดคู่จุนจินต่อไป จุนฮเวนี่ออกอาการสาวน้อยแรกรักมากค่ะ โอ้ยย มีอย่างที่ไหนเค้าขอเป็นแฟนละวิ่งหนีเข้าห้อง ถ้าเราเป็นพี่จินนี่ขำตายเลย นึกภาพผชตัวใหญ่หน้าแดงวิ่งหนีเข้าห้องโอ้ย เน่ นี่เคะใช่มั้ย พี่จีนานนี่คนจริง 5555555 ส่วนคู่ดบบ อะไรๆก้ดีขึ้นแล้ว ดูต่อไป
    #2,141
    0
  22. #2119 Lsmild (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 04:08
    เราว่าพี่น้องบ้านนี้ก็รักกันแหละ แต่แสดงออกไม่เป็น? ชนูไม่ได้ทำใช่มั้ย ชนูเป็นเด็กดี คงไม่ทะเลาะแล้วฆ่ากันหรอก
    #2,119
    0
  23. #2116 Nicenight (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 00:00
    จริงๆแล้วทุกคนรักกัน ห่วงกันมากแต่ไม่แสดงออก เป็นบ้านที่น่ารักมากอ่ะ ยูคยอมคงฆ่าตัวตายสินะหรือมีปมอะไรอีก
    #2,116
    0
  24. #2114 ปงจี้ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 23:25
    ชอบความรักของพี่น้องทั้ง7จัง
    #2,114
    0
  25. #2109 BxHb (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 21:01
    พี่บ๊อบบบบบบบ ไม่นึกว่าคนเคยเลวแบบแกจะรักน้องขนาดนี้
    #2,109
    0