( END ) 7SINS/iKON ϟ LUST&WRATH ▫ #junhwan #doubleb

ตอนที่ 18 : ⍫ heartbeat

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,845
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    5 ก.พ. 59

7SINS PJ.

LUST & WRATH

CHAPTER 15 : HEARTBEAT

 

 

“ขอบคุณนะ ที่ช่วยพวกเรา”

จินฮวานเอ่ยหลังจากที่พาให้คนตัวสูงนอนลงไปบนเตียงเรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าสภาพของจุนฮเวนั้นดูไม่จืดนัก ระหว่างทางที่เดินมาก็ทำให้ชาวบ้านต่างพากันตกใจ แต่เรื่องที่ดีอย่างหนึ่งก็คือทุกคนพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ ทำให้เขาก็ได้รู้ว่าอย่างน้อยก็ไม่ได้มีแค่คนที่คิดร้ายกับตระกูลซงเสมอไป ดูเหมือนจะมีมากกว่าคนเกลียดซะอีก

คนที่เขาเจอยืนอยู่ริมทะเลนั้นชื่อปรินซ์ เจ้าตัวบอกแบบนั้นในระหว่างที่พากันเดินทางมาที่บ้านของแทฮยองซึ่งเป็นเพื่อนกัน ดูเหมือนทั้งคู่จะนิสัยดีใช้ได้ เพราะพอแทฮยองรู้ว่าจุนฮเวได้รับบาดเจ็บก็รีบเข้ามาช่วยพยุง พอถึงบ้านก็บอกให้จุนฮเวนอนบนเตียงของตัวเองได้เลยทั้งๆที่ตัวเปื้อนขนาดนี้แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แถมยังรีบไปเอาน้ำอุ่นกับผ้าสะอาดมาให้เช็ดแผลอีกต่างหาก

“ไม่เป็นไรหรอกครับ พวกผมยินดีช่วยน่ะ ถือว่าเป็นเกียรติด้วยซ้ำที่ได้ช่วยคนจากตระกูลซงน่ะ” แทฮยองเป็นฝ่ายตอบ เขาดูตื่นเต้นไม่น้อยที่เห็นจุนฮเว สังเกตจากท่าทางที่พยายามจะชะเง้อมองอาการอยู่ตลอด แต่ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ทำเพียงแค่นอนนิ่งๆ

จุนฮเวมีท่าทีสงบ มือทั้งสองข้างประสานกันอยู่บนหน้าอกในขณะที่เปลือกตายังคงปิดสนิท ลมหายใจที่เข้าออกเป็นจังหวะส่งผลให้แผงอกกระเพื่อมขึ้นลงเบาๆ

คงจะเหนื่อยจากเรื่องที่เกิดขึ้นสินะ

“ว่าแต่.. แบบนี้ไม่ต้องแจ้งคนของตระกูลเหรอครับ?” คนที่ชื่อปรินซ์ถามต่อด้วยสีหน้าค่อนข้างกังวล

“ทางนั้นรู้แล้วน่ะ คนที่ช่วยพวกเราออกมาก็คือคนของตระกูลซงนั่นล่ะ แต่เขาไม่ยอมกลับบ้านน่ะสิ” ไม่ว่าเปล่าจินฮวานยังหันไปมองคนต้นเรื่องอีกต่างหาก แต่ถึงแบบนั้นจุนฮเวก็ยังนิ่งเหมือนเดิม จนเจ้าตัวอดไม่ได้ที่จะส่งมือไปทาบเบาๆที่บริเวณหน้าผากเพื่อดูว่ามีไข้หรือเปล่า

“ถ้าอย่างนั้นทำแผลก่อนเถอะครับ อุปกรณ์ทำแผลบ้านผมมีไม่เยอะนัก แต่ถ้าขาดเหลืออะไรสั่งมาได้เลยนะ ผมจะรีบไปซื้อมาให้อย่างเร็วเลย” แทฮยองพูดต่อ ก่อนจะวางกล่องปฐมพยาบาลที่ถือเอาไว้ในตอนแรกลงที่ข้างๆจินฮวาน

“ขอบคุณมากนะ แค่นี้คงพอ จริงๆฉันเตรียมมาด้วยน่ะ แต่อยู่ในกระเป๋าเดินทาง คงจะใช้ของนายทำแผลไปคร่าวๆก่อนแล้วค่อยกลับไปทำที่บ้านพักอีกที” ร่างเล็กยิ้มให้ก่อนจะหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาไว้บนตัก รอยยิ้มที่แสนเป็นมิตรนั้นไม่ได้ทำให้คนในพื้นที่อีกสองคนรู้สึกเกร็งอะไร หนำซ้ำยังรู้สึกประทับใจในตัวของนักเรียนซงมากขึ้นไปอีก จากเดิมที่ชอบอยู่แล้วตอนนี้ก็เลยยิ้มไม่หุบ

“แล้ว.. คนในตระกูลซง.. มาแค่คุณจุนฮเวเหรอครับ?”

ก่อนที่จินฮวานจะต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อจู่ๆปรินซ์ก็ถามขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ แน่นอนว่ามันไม่ได้สร้างความแปลกใจให้เขาเพียงแค่คนเดียว แต่แทฮยองที่ยืนอยู่ข้างๆเองก็หันมาเลิกคิ้วมองด้วยเช่นกัน

“คือ.. ผมแค่อยากจะเห็นคุณชานอูน่ะครับ เลยเสียดายที่เขาไม่มา” สายตาที่งงงวยของทั้งคู่ทำให้คนถามรีบแก้ต่างด้วยความรวดเร็ว ปรินซ์หัวเราะแห้งๆพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกาที่ตรงข้างแก้มที่ใกล้ๆรอยแผลเป็นนั้น แม้จะไม่รู้ว่ามันทำให้ยิ่งมีพิรุธมากขึ้นรึเปล่า แต่อย่างน้อยความสงสัยบนใบหน้าของแทฮยองก็หายไปบ้างแล้ว ส่วนจินฮวานเองก็หัวเราะเบาๆด้วยเช่นกัน

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนั่งเครื่องบินมาก็ไม่เห็นเขานะ”

“อ้อ.. ขอบคุณมากนะครับ”

“ขอโทษด้วยนะครับ พวกเราทุกคนอยากจะเจอคนในตระกูลซงกันทั้งนั้น ขอโทษที่เพื่อนของผมถามมากด้วยนะ” แทฮยองที่ฟังอยู่ก็รีบพูดต่อก่อนจะโค้งเสียยกใหญ่ และเมื่อปรินซ์หันไปมองแบบงงๆเขาก็รีบดันหลังของเพื่อนให้โค้งด้วยเช่นกัน

“ไม่เป็นไรนะ พวกนายอย่าคิดมากขนาดนั้น ถามได้หมดแหละ ถ้าฉันรู้อะไรก็บอกตรงๆ” จินฮวานรีบยกมือขึ้นมาโบกระดับอกเพื่อบ่งบอกว่าตัวเองโอเคจริงๆ แอบแปลกใจเหมือนกันที่ชาวบ้านดูจะเกรงใจคนของซงมากขนาดนี้ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้อยู่ที่เกาหลีเป็นเวลานานด้วย อีกทั้งสภาพแวดล้อมในต่างประเทศที่เขาอยู่ก็ไม่ได้มีการแบ่งชนชั้นอะไรมากมายขนาดนี้ 

แต่จะว่าไปแล้ว.. เขาก็ไม่ได้มีความเกรงกลัวอะไรในตระกูลซงอยู่ดี

ก็ดูคนที่นอนอยู่ตรงนี้สิ.. ไม่เห็นจะมีพิษภัยอะไรเลย

“ถ้าอย่างนั้นผมจะให้พวกคุณอยู่กันอย่างส่วนตัวนะครับ ขาดเหลืออะไรเรียกได้เลย ผมจะรออยู่ข้างนอกนะ” แทฮยองพูดต่อ ก่อนจะรีบดึงเพื่อนสนิทของตัวเองออกไปจากห้องแล้วปิดประตูให้อย่างเสร็จสรรพ ไม่รอให้จินฮวานเอ่ยขอบคุณอะไรต่ออีกทั้งนั้น ร่างเล็กจึงทำได้เพียงอ้าปากหวอ ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วลุกขึ้นไปหยิบผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดๆเพื่อที่จะได้มาเช็ดหน้าให้กับจุนฮเว

“นี่.. หลับเหรอ?” มือบางลูบไปตามหน้าผากของคนที่นอนอยู่พร้อมกับเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา เพียงแค่นั้นก็เรียกให้ดวงตาที่ปิดสนิทอยู่ในตอนแรกค่อยๆลืมขึ้นมามอง ซึ่งมันก็สร้างความแปลกใจให้กับจินฮวานได้ไม่น้อย

“อ้าว นึกว่าหลับ”

“เปล่า” ริมฝีปากหนาตอบสั้นๆก่อนจะหยัดกายลุกขึ้น และถึงแม้ใบหน้านั้นจะเต็มไปด้วยรอยแผลและคราบเลือด แต่จุนฮเวก็ไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดใดๆออกมาเลยซักนิด

“นี่ อย่าเพิ่งลุกสิ เดี๋ยวฉันจะเช็ดหน้าให้นายก่อน” จินฮวานบอกพร้อมกับจับไหล่ของอีกฝ่ายเพื่อบอกให้นอนลง หากแต่จุนฮเวกลับเหลือบมองที่มือข้างนั้น ก่อนจะหันมามองที่ตรงใบหน้าของอีกฝ่ายต่อ

แววตานิ่งๆในตอนแรกเปลี่ยนเป็นไม่พอใจได้เพียงแค่เสี้ยววิ จุนฮเวถอนหายใจออกมาเบาๆพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากัน ซึ่งทีแรกมันก็ทำให้จินฮวานงงไม่น้อยว่าอีกฝ่ายไม่พอใจอะไร หรือเขาจะทำอะไรผิดไป?

แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรไปไกลจู่ๆ มือหนาก็ส่งมาแตะที่ข้างริมฝีปากเบาๆ ความแสบที่เกิดขึ้นทำให้จินฮวานถึงกับนิ่วหนา ปฏิกิริยาของร่างกายเตรียมที่จะเอียงหลบโดยอัตโนมัติถ้าไม่ติดว่ามือหนาเลื่อนไปประคองที่ตรงข้างแก้มเอาไว้แล้วลูบอย่างแผ่วเบา

“เอาตัวเองให้รอดก่อน”

แต่ดูเหมือนคำพูดที่ออกมาจากปากจะไม่ตรงกับความอ่อนโยนที่สื่อออกมาเท่าไหร่นัก จุนฮเวรู้สึกหงุดหงิดเพราะใบหน้าของจินฮวานมีแต่แผลอยู่เต็มไปหมด ที่มุมปากมีคราบเลือดแห้งกรัง อีกทั้งตรงโหนกแก้มยังเป็นรอยช้ำ นี่ยังไม่นับรอยถลอกที่อยู่ตรงคิ้วและแผลเล็กๆเต็มตัวนั่นอีก

เห็นแล้วมันน่ากลับไปกระทืบไอ้พวกนั้นจริงๆ!

“หงุดหงิดเหรอที่เห็นฉันเป็นแผล?”

แต่แล้วประโยคที่ดังออกมาก็ทำให้จุนฮเวถึงกับสะอึก ใบหน้าที่บึ้งตึงอยู่ในตอนแรกดูจะอึ้งไปซักพัก ก่อนที่หัวคิ้วทั้งสองข้างจะขมวดเข้าหากันแล้วรีบผละมือออกด้วยความรวดเร็ว

“อะไร?”

“ก็ถามไง เมื่อกี้นายทำหน้าเหมือนห่วงกันน่ะ” จินฮวานบอกยิ้มๆ แต่นั่นกลับทำให้ร่างสูงยิ่งขมวดคิ้วเข้าหากันมากกว่าเดิม

“มั่ว”

“ถ้างั้นแปลว่าฉันคิดไปเองเหรอ? ที่จริงนายไม่ได้ห่วงกันเลยงั้นสินะ จะได้ปรับความคิดใหม่” ร่างเล็กพูดต่อพร้อมกับยักไหล่ ก่อนจะทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วหันไปดึงกล่องปฐมพยาบาลมาเปิดดูว่าข้างในมีอะไรบ้าง แต่เพียงไม่นานก็ต้องหยุดชะงักการกระทำเพราะมือหนาข้างเดิมส่งมาดึงคางเอาไว้แล้วบังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นไปหา

“เปล่า”

“อะไรคือเปล่า?” จินฮวานเลิกคิ้วขึ้นอีก ทำเอาจุนฮเวถึงกับพ่นลมหายใจออกมาแรงๆแล้วขบสันกรามแน่นอย่างคนกำลังโมโห

ในใจของเขากำลังค้านว่าสิ่งที่จินฮวานพูดออกมามันไม่ใช่ความจริงซักหน่อย แต่ถ้าจะให้ยอมรับว่า ห่วง มันก็รู้สึกหน้าร้อนๆยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน

เขายังไม่แน่ใจเลยด้วยซ้ำว่าไอ้สิ่งที่รู้สึกนี่มันเรียกว่าห่วงได้มั้ย แต่ก็นะ.. ไม่ชอบใจเลยจริงๆเวลาที่หน้าเนียนๆแบบนี้มีรอยฟกช้ำ

“ก็ไม่เห็นต้องคิดเยอะขนาดนั้น แค่ห่วงหรือไม่ห่วงมันพูดง่ายจะตายไป” จินฮวานที่เห็นอีกฝ่ายเงียบอยู่นานเอ่ยพูดขึ้นต่อ ในขณะเดียวกันก็ส่งมือไปจับที่ข้างแก้มของจุนฮเวอย่างแผ่วเบาแล้วใช้หัวแม่มือไล้ไปตามคราบเลือดแห้งกรังที่เปรอะอยู่ตรงข้างแก้ม ส่วนจุนฮเวก็แค่นหัวเราะออกมาเบาๆพอได้ยินแบบนั้น

พูดง่ายเหรอ?

“ง่ายกับทุกคนเลยรึไง?” เขาถามแกมประชด ก่อนจะเอียงหน้าหลบเพื่อให้ฝ่ามือบางนั้นหลุดออกไป

“เปล่า ฉันก็ไม่ได้พูดแบบนี้กับทุกคนนี่”

“...”

“พูดแค่กับคนที่รู้สึก อย่างฉันห่วงนาย ฉันก็บอกว่าห่วงจริงๆ”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยมือหนาออกจากคางเล็กนั้น จุนฮเวจำต้องสูดจมูกแรงๆเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆที่เข้ามาในใจ ในขณะที่ตาคู่คมยังคงจ้องอยู่ที่ใบหน้าเนียนนั่นราวกับคนกำลังจับผิด

ยังไงก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่ดีว่าในโลกนี้จะมีคนที่ห่วงเขาด้วย

ขนาดคนเป็นแม่ยังกลัวและไม่กล้าเข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ พ่อก็เอาแต่ด่า แล้วจินฮวานที่เพิ่งจะรู้จักกันล่ะ?

รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนปั่นหัวเลยให้ตาย

“นายไม่ชอบใช่ไหมล่ะที่เห็นว่าหน้าของฉันเป็นแผล?” จินฮวานพูดต่อ พร้อมกันนั้นมือก็หยิบผ้าหมาดๆที่วางอยู่ข้างตัวในตอนแรกขึ้นมาคลี่ ก่อนจะค่อยๆใช้มันแตะลงไปที่ตรงคราบเลือดข้างแก้มนั้นเบาๆ

“อย่าหนีสิ” เขาพูดซ้ำเมื่อจุนฮเวคิดจะเอียงหน้าหลบ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบที่คิด เขาก็ใช้มืออีกข้างประคองข้างแก้มไว้เพื่อไม่ให้หนีต่อ

คนตัวเล็กค่อยๆเช็ดไปเรื่อยๆอย่างเบามือจนคราบนั้นเริ่มจาง แต่เป็นเพราะจุนฮเวตัวสูงกว่าเขามาก ในตอนที่จะเช็ดแถวๆหน้าผากเขาจึงต้องขยับตัวขึ้นและเขยิบเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม เป็นผลให้คนตัวสูงถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากัน แต่เป็นเพราะมืออีกข้างโดนล็อกเอาไว้แบบนี้จึงขยับหนีไปไหนไม่ได้

“ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกันที่หน้าของนายเป็นแผล ความรู้สึกเดียวกันนั่นแหละ ถึงไม่อยากให้ทะเลาะกับใครไง” ก่อนที่ประโยคเบาๆนั้นจะดังออกมาจากปากของอีกฝ่าย จินฮวานพูดไปเช็ดแผลไป ร่างเล็กเอาแต่สาละวนอยู่แถวๆใบหน้าของเขา จึงไม่ทันได้สังเกตล่ะมั้งว่าตรงใบหูนั้นได้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อๆเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ใช่.. เขาไม่ชอบที่ใบหน้าของจินฮวานเป็นแผล แต่คำพูดนั้น..

“แผลตรงหัวนี่ต้องเย็บนะ ไปหาหมอไหม?”

ความคิดที่มีชะงักไปในตอนที่จินฮวานเปลี่ยนเรื่องคุย ร่างเล็กหันไปวางผ้าขนหนูไว้ที่เดิมก่อนจะหันมายิ้มบางให้ แต่ถึงอย่างนั้นจุนฮเวก็ยังหน้าบึ้งอยู่เหมือนเก่า

เขาจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่มีแต่รอยแผลไม่ต่างจากตัวเอง มีความคิดหลายอย่างวนอยู่ในหัว และเหมือนว่ามันจะแบ่งออกเป็นสองฝั่ง

ฝั่งหนึ่งบอกว่าให้ทำอะไรซักอย่าง แต่อีกฝั่งหนึ่งก็บอกว่าอย่าทำ จุนฮเวขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อตกอยู่ในสภาวะคิดหนัก มือหนากำแน่น ร่างกายแข็งทื่อไปขยับเขยื้อนไปซักพัก แต่พอจ้องหน้าเนียนนั้นไปเรื่อยๆ...

ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเอี้ยวตัวไปหยิบผ้าอีกผืนที่วางอยู่ข้างกันมาถือเอาไว้

โชคดีที่จินฮวานนำมันชุบน้ำและบิดหมาดๆเอาไว้ก่อนแล้ว เพราะขั้นตอนนั้นจุนฮเวคงทำไม่เป็น ก่อนที่เรื่องไม่น่าเชื่อจะเกิดขึ้น เมื่อบุตรชายของตระกูลซงค่อยๆคลี่ผ้าออกแล้วใช้มันเช็ดลงไปที่มุมปากของร่างเล็กให้อย่างแผ่วเบา

 

ตึกตัก..

 

บรรยากาศรอบตัวเงียบไปถนัดตา จินฮวานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยในขณะที่มือข้างนั้นยังคงเช็ดไปเรื่อยๆผิดกับจุนฮเวที่เริ่มจะขมวดคิ้วเข้าหากันมากขึ้น ข้างแก้มของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดง มันลามไปจนถึงหู แถมในหัวยังมีแต่เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงมากราวกับเสียงกลอง

แน่นอนว่าอากาศแบบนี้ทำให้จินฮวานลอบยิ้ม แต่เขาก็รู้กาลเทศะพอว่าไม่ควรเอ่ยแซวอะไรออกไป เพราะอยู่ด้วยกันมาซักพักก็เริ่มจะรู้ว่าจุนฮเวค่อนข้างจะขี้อาย(?) มันคงจะไม่ดีแน่ถ้ายั่วโมโหอีกฝ่ายน่ะ

ร่างเล็กปล่อยให้คนตัวสูงทำตามใจของตัวเองจนกระทั่งเวลาผ่านไปซักพัก รอยเลือดและคราบฝุ่นที่เกาะอยู่ตามใบหน้าได้หายไปแล้ว ทำเอาจุนฮเวถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะโยนผ้าลงไปไว้ที่พื้นอย่างไม่ใส่ใจมันอีกต่อไป

“นี่.. เขาอุตส่าห์ให้เราใช้นะ ทำดีๆหน่อยสิ”

คนแถวนี้ไม่มีแม่บ้านรึไง?

นั่นคือสิ่งที่จุนฮเวแย้งในใจ แต่เขาไม่พูดออกไปหรอก เพราะหลังจากที่คิดได้ว่าตัวเองทำเรื่องบ้าๆอย่างเช่นเช็ดหน้าให้อีกฝ่ายไปหมาดๆ มันก็ทำให้รู้สึกหายใจไม่ออกยังไงก็ไม่รู้ ในท้องก็ปั่นป่วนราวกับมีผีเสื้อหลายล้านตัวบินอยู่ด้านใน

บ้าที่สุด..

อยากหายไปจากตรงนี้จริงๆ

“ขอบคุณนะ”

รู้ตัวอีกทีจินฮวานก็เก็บข้าวของที่มีอยู่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ดูเหมือนว่าเมื่อกี้สติของจุนฮเวจะหลุดออกจากตัวไปชั่วขณะ เขาจึงไม่รู้เลยว่าร่างเล็กลุกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอโผล่กลับมาอีกทีดันโน้มลงมาแค่ตัวเนี่ยนะ

แขนทั้งสองข้างยันเอาไว้กับเตียงในขณะที่โน้มลงมาหาเขา ทำให้ความใกล้มันมีมากขึ้นจนจุนฮเวเผลอเอนตัวออกห่าง ดวงตาที่เคยเรียวคมกลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ซึ่งอาการแบบนี้ก็ทำให้ร่างเล็กหัวเราะออกมาเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ขยับหนีออกไปอยู่ดี

“นายไม่เคยจูบเหรอ?”

ก่อนที่คำถามข้างต้นจะทำให้หัวใจที่สงบไปแล้วกลับมาเต้นแรงได้อีกครั้ง จุนฮเวกลืนน้ำลายลงคอ พอได้ยินคำว่า จูบสายตามันก็เลื่อนลงไปมองที่ริมฝีปากสีชมพูนั่นโดยอัตโนมัติ แถมเขายังเผลอกัดปากของตัวเองเบาๆอีกต่างหาก

อะไรกัน

“ทำไม?”

“ก็นายดูตกใจ ที่ฉันเอาหน้าเข้าไปใกล้” จินฮวานเอ่ยยิ้มๆ ร่างเล็กดูจะสนุกมากนักกับการที่เห็นจุนฮเวทำหน้าแปลกๆ ดูอย่างตอนที่เขาแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากขึ้นนี่สิ ทำเอาคนตัวสูงถึงกับถลึงตาแบบโกรธๆเลยทีเดียว

“ยุ่ง”

“ก็อยากรู้ไง”

“หึ”

“แต่ก็คงไม่เคยจริงๆใช่ไหม นายถึงได้เขินขนาดนี้”

“อย่ามามั่วนิ่ม” ว่าแล้วจุนฮเวก็ขยับตัวออกห่าง ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินตรงไปที่ประตูโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรทั้งนั้น

แน่นอนว่ามันทำให้อีกสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ที่หน้าห้องตกใจพอสมควร ทั้งคู่หันมามองด้วยแววตาตื่นๆก่อนจะลุกขึ้นถามอาการว่าเป็นยังไงบ้าง? โอเครึเปล่า? แต่ก็อย่างที่รู้ๆกันนั่นล่ะ..

..คนอย่างจุนฮเวไม่ตอบหรอก

“ขอบคุณพวกนายมากนะ” มีแต่จินฮวานนี่แหละที่ต้องออกมารับหน้าแทน ร่างเล็กยิ้มแหยๆให้กับทั้งสองคนก่อนจะเข้าไปจับมือและโค้งขอบคุณยกใหญ่

“เขาคงอยากกลับบ้านแล้วล่ะ อย่าถือสาเขาเลยนะ ปกติเขาไม่ค่อยชอบพูดกับใคร แต่จริงๆแล้วเขาใจดีมาก ถ้ายังไงเดี๋ยวฉันจะตอบแทนพวกนายทีหลัง”

“เออคือ.. ไม่เป็นไรหรอกครับ”

“เอาน่า ฉันขอตัวก่อนนะเดี๋ยวจะตามเขาไม่ทัน ขอบคุณมากๆจริงๆปรินซ์ แทฮยองนายก็ด้วยนะ”

จินฮวานรีบพูดให้จบก่อนจะวิ่งตามคนตัวสูงออกไป เห็นหลังอยู่ไวๆใครจะไปรู้ว่าตอนนี้เดินออกไปไกลโขแล้ว

“เฮ้! รอกันก่อนสิ”

ไหนล่ะคนที่โดนรุมซ้อมจนเดินไม่ไหวเมื่อกี้นี้.. ทำไมตอนนี้ถึงได้เดินเร็วขนาดนั้น ก็รู้นะว่าขายาว แต่ทำไมถึงไม่มีอาการเจ็บปวดอะไรเลยนะ นายเป็นหุ่นยนต์เหรอจุนฮเว

แต่ไม่สิ.. หุ่นยนต์ไม่น่าจะเขินได้หรอก

อ้อ หรือนี่จะเป็นพลังแห่งความเขิน ที่ทำให้จุนฮเวรีบเดินมากขนาดนี้ ใครจะไปรู้ล่ะว่าเด็กดื้อหน้าดุที่ชอบมีเรื่องกับชาวบ้านไปวันๆและมีท่าทางแบดบอยขนาดนั้นจะยังไม่เคยมีจูบแรก

แบบนี้มันน่าแกล้งซะจริง..

กู จุนฮเว นายจะต้องเขินไปอีกหลายหนเลยล่ะ! J

 

LUST & WRATH

 

60%

 

ไอ่มิน..

ถ้ามึงเป็นกู... ถึงตอนนี้มึงจะทำยังไง?

ตาเรียวจ้องมองขึ้นไปบนเพดาน ในขณะที่ภาพวันวานเก่าๆก็ย้อนกลับเข้ามาในหัว เพื่อนสนิทที่ชื่อว่าปาร์ค จีมินคนนั้น.. เขายังจำหน้าตาที่แสนจะกวนประสาทนั่นได้เป็นอย่างดี แม้กระทั่งเสียงหัวเราะและรอยยิ้มในตอนที่ไปแฮงก์เอาท์ด้วยกัน มีทั้งความสุขและความเศร้าปะปนกันไป

..ยังไงก็ลืมไม่ลง

จนตอนนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ด้วยว่าอุบัติเหตุในวันนั้นมันเกิดขึ้นได้ยังไง และถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็ไม่อยากให้มันเกิด เขายินดีที่จะเสียเงินมากเท่าไหร่ก็ได้ถ้ามันจะสามารถซื้อปาฏิหาริย์ให้ร่างนั้นมีชีวิตกลับขึ้นมาได้อีกครั้ง

ยิ่งจีมินตายไปในตอนที่ทะเลาะกัน มันก็ยิ่งสร้างปมในใจของเขาให้มากขึ้น ทั้งรู้สึกผิดและอยากขอโทษอยู่ตลอดเวลา ไอ้ปัญหาที่ทะเลาะกันในตอนนั้นก็ยังเคลียร์ไม่จบ ทุกวันเขาต้องใช้ชีวิตอยู่กับความคาใจและเอาแต่ถามคำถามที่ไม่มีคำตอบ แม้จะไม่ได้แสดงออกมาให้ผู้คนเห็นแต่ลึกๆในใจ.. ก็มีแต่เขาเท่านั้นที่จะรู้สึก

ป่านนี้มึงจะเป็นยังไงบ้างวะ..

คำถามในใจยังคงดังออกไป แล้วก็ได้แต่ภาวนาว่าเพื่อนที่รอคอยอยู่บนฟ้าจะได้ยินมัน แต่ก็ไม่แน่บางทีอาจจะไปเกิดใหม่เป็นใครซักคนแล้วล่ะมั้ง..

จีวอนแค่นหัวเราะเบาๆก่อนจะยกมือขึ้นมาบีบตรงขมับ มืออีกข้างก็เลื่อนไปปรับปุ่มที่ข้างเตียงให้มันสูงขึ้น เพราะจากการที่นอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่เป็นเวลานานก็ทำให้เขาเริ่มที่จะเมื่อยแล้วเหมือนกัน

ตอนนี้ร่างกายของเขาก็ถือว่าดีขึ้นมากแล้ว จากการที่พ่อกำชับหมอว่าให้รักษาอย่างสุดความสามารถ ทุ่มเงินเป็นจำนวนมากเพื่อให้เขาหายเป็นปกติได้ไวที่สุด อีกประมาณสองอาทิตย์ก็คงจะกายภาพบำบัดได้แล้ว ที่เหลือก็ได้แต่รอว่าจะจัดการเรื่องต่อจากนี้ยังไง..

..เรื่องงานแต่ง

เขาส่งข้อความไปบอกพ่อแล้วว่าให้ยกเลิกมันไปซะ แต่ดูเหมือนว่าพ่อจะยังไม่ว่างคุยเรื่องนี้เพราะมีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าจะต้องไปจัดการ แม้ว่าจีวอนจะถามตรงๆว่าเรื่องนั้นคืออะไรแต่พ่อก็ไม่ยอมตอบ ยอมรับว่ามันทำให้เขาโมโหนิดๆจนเผลอเขวี้ยงรีโมตโทรทัศน์ลงกับพื้นจนแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็ได้ฮันบินนี่ล่ะที่คอยปลอบจนอารมณ์เย็นลงได้

มันจะต้องไม่มีทางเกิดขึ้น..

เขาไม่มีทางแต่งงานกับผู้หญิงที่ตัวเองไม่ได้รักแน่

แล้วถ้าจะให้พูดกันตรงๆ.. เรื่องคำให้การของจียอนที่บอกกับศาลมันก็ทำให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจอย่างบอกไม่ถูก ยังไงก็รู้สึกแปลกๆอยู่ดีแม้ว่าจะแย้งอะไรไม่ได้ แต่ก็ลองคิดดูสิ.. ว่าถ้าเขาข่มขืนเธอจริงๆ.. เธอจะยังอยากแต่งงานกับผู้ชายที่ข่มขืนตัวเองอยู่อย่างนั้นเหรอ?

ไม่มีผู้หญิงคนไหนในโลกคิดแบบนี้หรอกจริงไหมล่ะ

จีวอนถอนหายใจออกมาเบาๆ เปลือกตาสีเข้มที่จ้องมองไปยังผนังห้องในตอนแรกค่อยๆหลับลงเพราะเริ่มจะล้าจากการที่นั่งคิดอะไรคนเดียวทั้งวัน ได้แต่บอกตัวเองว่าต้องรีบฟื้นฟูสภาพร่างกายของตัวเองให้หายเป็นปกติจะได้จัดการเรื่องราวที่แสนจะยุ่งเหยิงนี่ได้เสียที

 

ครืด..

 

แต่แล้วเสียงเปิดประตูของใครบางคนก็ดังแว่วเข้ามาในโสต เรียกให้จีวอนลืมตาขึ้นแล้วหันไปมองด้วยความแปลกใจ เขาแอบเหลือบดูที่ตรงนาฬิกาก่อนจะย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อพบว่านี่ยังไม่ถึงเวลาที่ฮันบินเลิกเรียนเสียหน่อย

กึก..

กึก..

กึก..

อีกทั้งเสียงส้นรองเท้าที่กระทบกับพื้นยังฟังดูแปลกไปจากทุกที ทำเอาคนที่นั่งอยู่บนเตียงถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง

อะไรบางอย่างทำให้บรรยากาศรอบๆห้องพร้อมใจกันเงียบกริบ มีเพียงเสียงแอร์ที่ลอยมากระทบโสตเพียงเบาๆ หากแต่บรรยากาศอันน่าอึดอัดก็ยังไม่จางหายไป

สายตาของจีวอนจ้องอยู่ตรงมุมของห้องนั้นไม่ยอมละ ก่อนที่ใบหน้าของคนที่ไม่ได้เจอมาเป็นเวลานานจะทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามไม่ได้

“สวัสดีค่ะพี่จีวอน”

จียอน..

เธอ..

เข้ามาได้ยังไง?

 

LUST & WRATH

 

สมุดเล่มบางๆสองเล่มถูกวางลงบนโต๊ะของอาจารย์ประจำวิชา แม้ว่าฮันบินจะสัมผัสได้ถึงสายตาแห่งความไม่พอใจแต่เขาก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มแหยๆส่งกลับไปให้ ก่อนจะโค้งเล็กน้อยแล้วขอตัวออกมาด้านนอก

ร่างเล็กเป่าลมออกจากปากด้วยความโล่งอก แม้จะเจอแบบนี้อยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่ยักจะชินเสียที  ไม่ต้องแปลกใจหรอกว่าทำไมอาจารย์ถึงต้องไม่พอใจเขามากขนาดนั้นด้วย ก็เป็นเพราะสมุดที่นำไปส่งนั้นหนึ่งเล่มเป็นของคิม ฮันบิน และอีกเล่มเป็นของคิม จีวอนน่ะสิ

โอเคมันอาจจะเป็นการกระทำที่ผิด แต่เป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้จีวอนต้องมานั่งทำงานส่งย้อนหลังในตอนที่หายเป็นปกติแล้ว อีกอย่างถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ ยังไงเขาก็ต้องเป็นคนช่วยทำให้เสร็จอยู่ดี สู้เสียทำส่งไปเลยตอนนี้น่าจะดีกว่าพอกเอาไว้เยอะๆแล้วต้องมาปั่นจนมือหงิก

แม้ว่าอาจารย์จะไม่อยากรับงานที่เขาทำให้จีวอนก็เถอะ แต่ด้วยความที่เป็นถึงลูกของเจ้าของโรงเรียนก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ เพราะฉะนั้นความไม่พอใจทุกอย่างจึงมารวมกันอยู่ที่ฮันบินเพียงคนเดียว

แต่ก็ช่างเถอะ..

เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากขนาดนั้น เพราะยังไงอาจารย์ก็ไม่กล้าลงโทษอะไรเขาอยู่ดี

ขาเรียวเดินไปตามทางในขณะที่มืออีกข้างก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูว่ากี่โมงแล้ว เป็นเพราะเขาต้องเสียเวลาเดินไปยังตึกของอาาจารย์และโรงเรียนซงก็ใช่ว่าจะเล็กๆทำให้เลยเวลามานานพอสมควร ด้วยความเป็นห่วงกลัวว่าจีวอนจะรอนานจึงทำให้ร่างเล็กเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ

ระหว่างทางที่กำลังจะเดินไปยังที่จอดรถฮันบินสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและใครอีกหลายคนยืนออกันอยู่ที่บริเวณตึกของเด็กเกรด 10 ในบริเวณนั้นมีเด็กของซงเองหลายคนที่ยืนให้ความสนใจอยู่ด้วยเช่นกัน และนั่นก็ทำให้ขาทั้งสองข้างหยุดดูด้วยอย่างห้ามไม่ได้

เสียงจ๊อกแจ๊กจอแจยังคงดังอยู่ข้างหู คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจเพราะไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทำอะไรที่ซงกันมากมาย ปกติจะเห็นมาแค่ตอนมีเรื่องทะเลาะวิวาทแค่นั้น ซึ่งต้นเหตุหลักๆก็จะเป็นจุนฮเว แต่ตอนนี้จุนฮเวอยู่ที่เกาะเชจูนี่..

“ว่ากันว่า.. ตำรวจมาตามสืบรอยคนที่ทำให้รุ่นพี่จีวอนเกิดอุบัติเหตุ”

ก่อนที่คำพูดของเด็กคนอื่นๆด้านหลังจะทำให้ฮันบินถึงกับสะอึก ใบหน้าเนียนชาวาบทันทีที่ได้ยิน อีกทั้งลำตัวยังแข็งทื่อไปหมด เขาไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองด้วยซ้ำว่าคนด้านหลังนั้นเป็นใคร พนันได้ว่าถ้าเด็กกลุ่มนี้รู้ว่าเป็นเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้ บทสนทนาข้างต้นคงจะต้องจบลงเสียดื้อๆเป็นแน่

“จะบ้าเหรอ.. คนที่ทำให้รุ่นพี่จีวอนเกิดอุบัติเหตุอยู่ที่โรงเรียนเรา?”

“เป็นเด็กเกรด 10 ด้วยล่ะ”

หัวใจของฮันบินเต้นตึกตัก เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆในขณะที่แอบฟัง แม้ว่ามันจะเป็นการกระทำที่ดูจะไร้มารยาทไปเสียหน่อย แต่เขาก็ไม่อาจหยุดได้เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับจีวอนเต็มๆ

หมายความว่ายังไง..

“ตอนไปเข้าห้องน้ำฉันได้ยินพวกเจ้าหน้าที่พูดมา นี่เขากำลังเก็บหลักฐานเกี่ยวกับคนๆนั้น”

“แล้วเขาไม่บอกเหรอว่าใคร? นายไปฟังมาถึงขนาดนี้แล้วเนี่ยนะ”

“ตึกเกรด 10 ทั้งหมดโดนปิด เขาตรวจค้นทุกห้อง ถ้าเขาเจาะจงที่ห้องใดห้องหนึ่งฉันก็คงจะเดาออกแล้วล่ะว่าคนๆนั้นคือใคร แต่นี่ไม่ไง..”

เด็กคนนั้นพูดอย่างไม่ใส่ใจ ตามด้วยเสียงโอดครวญของเพื่อนอีกสามสี่คนที่ดังออกมาเพราะความอยากรู้อยากเห็น

“เอาเป็นว่าถ้าตำรวจสืบได้ว่าใคร ข่าวมันก็แพร่ไปทั่วโรงเรียนเองล่ะ กลับบ้านกันเถอะฉันเหนื่อยจะแย่แล้ว”

“โห่ย แบบนี้ก็คาใจไปทั้งวันเลยดิวะ”

“ไม่อยู่รอดูก่อนอะ? เผื่อจะมีอะไรเด็ดๆไง”

“พวกนายอยู่ไปก็ไม่ได้ช่วยให้ตำรวจเขาทำงานได้ไวขึ้นหรอกน่ะ เกะกะเปล่าๆ”

แล้วพวกเด็กกลุ่มนั้นก็พากันเดินจากไป ทิ้งความคาใจก้อนใหญ่ไว้ให้ฮันบินด้วยอีกคนหนึ่ง ลางสังหรณ์อะไรบางอย่างทำให้เขาคิดไปในแง่ร้าย จนอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าแรงๆสองสามทีเพื่อไล่เรื่องบ้าบอให้ออกไปจากสมอง

ฮันบินสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เขาจะไม่พยายามทำตัวเป็นนักสืบเด็ดขาด แม้ว่าจะอยากรู้ความจริงแค่ไหนแต่นั่นก็ไม่ใช่หน้าที่ของเขา ณ เวลาแบบนี้เขาควรจะไปหาจีวอนที่โรงพยาบาลได้แล้ว

ริมฝีปากบางห่อเข้าหากันก่อนจะเป่าลมออกมาเบาๆเพื่อคลายความกดดัน มือบางเช็ดไปตรงชายเสื้อเพื่อไล่หยาดเหงื่อที่ซึมออกมาในขณะที่ตัดสินใจหันหลังเดินออกมาจากตรงนั้น ดูเหมือนว่าประเด็นที่เด็กคนเมื่อกี๊พูดจะทำให้เกิดเสียงซุบซิบขึ้นมามากมาย ยิ่งบางคนเห็นด้วยว่าเขายืนอยู่ตรงนี้ ก็แปลว่าต้องหนีไม่พ้นคำนินทาว่าร้ายอยู่แล้วสินะ

เมื่อรู้แบบนั้นเขาจึงพยายามไล่ความสงสัยที่มีอยู่ให้ออกไปจากสมองจนหมดสิ้นจากนั้นก็รีบสาวเท้าไปยังลานจอดรถให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 “ขอโทษที่มาช้านะครับ”  ด้วยความที่เขาจะต้องไปหาจีวอนที่โรงพยาบาลทุกวัน จึงมีคนขับรถมาคอยอยู่ที่โรงเรียนในตอนช่วงเย็นอยู่แล้ว ฮันบินโค้งขอโทษไปตามมารยาท ก่อนจะก้าวขึ้นไปบนรถในตอนที่คนขับส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร

แล้วรถคันใหญ่ก็เคลื่อนออกจากโรงเรียนซง ..ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดระยะเวลาที่อยู่บนรถในหัวของเขามีแต่คำพูดของเด็กพวกนั้น แม้ว่าฮันบินจะพยายามถอนหายใจออกมาแรงๆ หรือเสียบหูฟังแล้วเปิดเพลงดังๆ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้ความคาใจมันลดน้อยลงเลยซักนิด

ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เป็นแบบที่เขาคิด..

เพราะถ้าเป็นแบบนั้น มันจะถือว่าเลวร้ายมากจนเขาเองก็ไม่น่าที่จะรับมือไหว

เผลอคิดไปแล้วว่าเด็กที่อยู่เกรดสิบคนนั้นน่ะคือใคร พูดแบบไม่โกหกก็คือชื่อของยูคยอมเด่นหราขึ้นมาในหัวทันทีที่คำบอกใบ้นั้นกล่าวว่าเป็นเด็กเกรด 10 จะมีใครเกลียดจีวอนได้ขนาดนั้นอีก? แต่อีกใจนึงเขาก็แย้งว่าไม่หรอก.. ยูคยอมไม่ได้เป็นคนที่ชั่วร้ายขนาดนั้น

ตั้งแต่ที่รู้จักกันมา.. ด้านดีๆของยูคยอมก็ใช่ว่าจะไม่มี เพราะฉะนั้นเขาก็ได้แต่พยายามสลัดเรื่องบ้าๆนี่ออกไปจากสมอง แล้วรอให้ความจริงมันเปิดเผยเองจะดีกว่า

แต่ถ้าใช่ล่ะ?

ถ้ายูคยอมเป็นคนทำจริงๆแล้วเขาควรจะทำยังไง?

ไม่เอาน่ะฮันบิน.. ตำรวจยังไม่ได้เผยข้อมูลอะไรออกมาซักหน่อย ไม่ควรจะเดาไปเรื่อยเองแบบนี้นะ มันส่งผลร้ายเปล่าๆ

พอเถอะ

“ประทานโทษนะครับคุณฮันบิน”

“...”

“คุณฮันบินครับ”

“ค..ครับ ครับ” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเมื่อจู่ๆก็มีมือหนามาโบกอยู่ตรงระดับสายตา มืออีกข้างรีบดึงหูฟังที่เสียบอยู่ออกแล้วหันไปมองด้วยแววตาตื่นตระหนก ก่อนที่ทุกอย่างจะค่อยๆคลายลงในตอนที่เขาเห็นว่าเป็นคนขับรถคนเดิมไม่ใช่ใครอื่น

“ต้องขออภัยที่ทำให้ตกใจนะครับ ผมแค่จะแจ้งว่าถึงโรงพยาบาลแล้วเท่านั้น”

“อ่อ.. ขอบคุณมากครับ” ฮันบินหัวเราะแห้งๆพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกาแก้มแก้เขิน เป็นเพราะเมื่อครู่เขาเหม่อไปหน่อยจึงทำให้สติทุกอย่างถูกตัดขาดออกจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง

ไม่คิดว่าโรงพยาบาลจะใกล้โรงเรียนถึงขนาดนี้ ความใจลอยมันทำให้คนเราเสียเวลามากเลยจริงๆ

สองขาก้าวไปตามทางอย่างเช่นทุกวัน ก่อนจะยกมือขึ้นมาโบกพัดบริเวณใบหน้าเพื่อให้ความตึงเครียดนั้นจางหายไป เขาพยายามขยับปากและใช้มือทั้งสองข้างนวดแก้มต่อเพราะกลัวว่าจะเผยพิรุธให้จีวอนเห็น

ถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าคนที่ทำให้ตัวเองบาดเจ็บขนาดนี้อยู่ในโรงเรียนซง และอาจจะเป็นคนที่เขาคิดเอาไว้ด้วย.. พนันได้ว่าเจ้าตัวจะต้องไม่ยอมนอนอยู่เฉยๆแน่ๆ

เดี๋ยวจะยิ่งวุ่นวายมากไปกว่านี้..

“พี่อย่าหวังนะ ว่าฉันจะให้เรื่องมันจบง่ายๆ!!

ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนดังออกมาจากห้อง ฮันบินหยุดคิดไปสักพัก ก่อนจะนึกได้ว่าเสียงนั้นดังออกมาจากห้องที่จีวอนอยู่ ตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนสงสัย และเพียงเสี้ยววินาทีขาเรียวก็รีบวิ่งไปทางด้านหน้าเพื่อดูว่าเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่

 

ปึง!!

 

แต่แล้วบานประตูก็เปิดออกก่อน พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าวิ่งออกมา ฮันบินมองไม่ชัดนักว่าเจ้าหล่อนเป็นใคร ความห่วงใยทำให้เขาไม่คิดที่จะหันไปมองด้านหลังเลยด้วยซ้ำ เพราะทันทีที่มือแตะประตูได้ กายผอมบางก็รีบวิ่งเข้าไปหาคนที่อยู่ในห้องก่อน

“บ๊อบ!

เสียงนั้นเรียกให้คนที่นอนอยู่บนเตียงหันมามอง จีวอนมีสีหน้าที่เรียบนิ่ง ผิดกับฮันบินที่ยืนหอบอยู่ตรงข้างเตียง

“ตกใจอะไรหืม?”

“คนนั้น? เขา..”

“จียอน”

คำตอบนั้นทำให้ร่างเล็กถึงกับเงียบ ฮันบินกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ บนใบหน้ายังฉายแววไม่เข้าใจ หากแต่การที่จีวอนไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ แถมยังไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรด้วยก็ทำให้เขาสงบลงได้เล็กน้อย

“เธอมาหานายเหรอ?”

“ใช่ เพราะพ่อของฉันยกเลิกงานแต่ง”

“ได้เหรอ?”

กายสูงยักไหล่ราวกับจะตอบว่า ไม่รู้ ก่อนที่มือข้างนั้นจะส่งมาดึงแขนเรียวให้ขยับเข้าไปใกล้แล้วโอบเอวไว้หลวมๆพร้อมกับลูบหลังเบาๆ

“แปลว่านายทะเลาะกับเธอเมื่อกี๊ เธอไม่ยอมให้ยกเลิกสินะ?” ฮันบินถามต่อก่อนจะเม้มปาก

“ทำหน้าแบบนั้นทำไม?”

“ก็..”

“ยังไงก็ต้องยกเลิก เพราะฉันไม่แต่ง” มือหนาประคองมือขาวๆของฮันบินเอาไว้ ก่อนจะดึงมาจูบเบาๆแล้วเหลือบตาขึ้นมอง

“นายพูดเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆอย่างนั้นล่ะ ทางผู้ใหญ่ว่ายังไง?”

“พ่อยังไม่ติดต่อฉันมาเพราะมีธุระ แต่คิดว่าการที่พ่อบอกจียอนไปแบบนี้ก็แปลว่าเขาพยายามจะช่วยฉัน”

คำว่า ธุระ ในประโยคนั้นสะกิดใจของเด็กหนุ่มเป็นอย่างมาก ฮันบินเกือบจะเอ่ยถามออกไปแล้วว่าธุระอะไร แต่ก็ต้องยั้งใจเอาไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้จีวอนสัมผัสได้ว่าเขามีอะไรปิดบังเอาไว้

บางทีอาจจะกำลังจัดการเรื่องที่โรงเรียนในวันนี้อยู่? แปลว่าเรื่องใหญ่มากจนไม่มีเวลาติดต่อจีวอนเลยเหรอ?

“นี่..”

“ห..หืม” เป็นอีกครั้งที่เขาสะดุ้งในตอนที่โดนเรียก ฮันบินรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติในตอนที่คิดได้ว่าวันนี้ตัวเองเหม่อบ่อยเกินไปแล้ว คิดได้ดังนั้นเขาจึงฉีกยิ้มบางๆให้อีกฝ่ายก่อนจะก้มลงไปมอง แต่แล้วคิ้วทั้งสองข้างก็ต้องเลิกขึ้นด้วยความแปลกใจในตอนที่เห็นว่าบนตักนั้นมีกล่องกำมะหยี่สีดำเล็กๆวางอยู่

"เนื้อคู่ของฉันคงเป็นนายจริงๆนั่นล่ะ”

“หืม..” ฮันบินเอียงคอด้วยความไม่เข้าใจ ในขณะเดียวกันจีวอนก็ใช้มืออีกข้างที่ยังว่างเปิดกล่องนั้นออก ก่อนจะหยิบแหวนสีเงินที่ประดับด้วยเพชรน้ำดีขึ้นมาถือไว้

แสงแวววาวที่ปรากฏออกมาทำเอาฮันบินถึงกับเผยอปากออก เขาตกอยู่ในอาการงงงวย ทั้งไม่เข้าใจอากับกิริยาที่อีกฝ่ายแสดง และยังไม่สามารถตีความประโยคข้างต้นได้อีกด้วย

“เดี๋ยว.. เดี๋ยวสิ” ก่อนจะต้องร้องค้านเมื่อจู่ๆจีวอนก็สวมแหวนวงนั้นเข้ามายังนิ้วนางข้างซ้าย ฮันบินพยายามจะชักมือกลับ แต่จีวอนก็รั้งเอาไว้แล้วดันมันเข้าไปจนสุดข้อได้อย่างง่ายดาย

“จริงๆแหวนนี้พ่อฉันบอกว่าให้จียอนในวันหมั้นน่ะ แต่ขนาดมันไม่พอดีก็เลยต้องเอาไปแก้ ฉันก็ลืมไปแล้ว”

“มันก็ไม่ใช่ของฉันนี่..”

“แต่มันพอดีกับนาย”

มือหนาประคองมือบางนั่นไว้ ก่อนจะดึงมามองใกล้ๆแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปากด้วยความชอบใจ

“ฉันจองนายแล้วนะ”

“บ๊อบ.. นายจะบ้าเหรอ..” แต่ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ เอาเป็นว่าความเครียดในตอนแรกจางหายไปเสียสนิท  แม้กระทั่งสิ่งที่กังวลใจอยู่ก็ปลิวหายไปโดยปริยาย แถมไม่พอยังถูกแทนเข้ามาด้วยความร้อนที่ตรงข้างแก้มแทน ฮันบินพูดเสียงเบาก่อนจะเม้มริมฝีปากเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะยิ้มออกไปซะแล้ว

“ก็จริงนี่ ฉันรักนาย”

“ไอ้บ้านี่นะ.. นายนี่มัน..”

“ฉันไม่ปล่อยนายไปไหนแน่ ฮันบิน”


100%

ลางสังหรณ์ฮันบิน เป๊ะเหมือนผญเรานี่แหละ 555555555555555555555 อย่าลืมอ่านบาปอื่นให้ครบด้วยน้า เรื่องที่อิลกุกไปจัดการ หลักๆก็เรื่องของจุนเน่ที่เกาะเชจูละก็เรื่องของยูคยอมนั้นแหละงับ บอกไว้ตรงนี้เผื่อใครไม่รู้ เผื่อคนงง XD ฝากติดแท็กกับเมนท์ด้วยนะฮับ

#7Sinsดบบ #จุนฮเวขี้โมโห 

ปล. ฟิคขยายเวลาโอนถึงวันที่7นะค้าบ อีก2วันเท่านั้นนะ อย่าพลาดด ♥

     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,735 ความคิดเห็น

  1. #2726 bambam_pim (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 14:38
    ++ กะคิดเห็นล่าสุด 555555 จุนฮวานคือน่ารักอ่ะ โอ้ยเขินว่ะ 555555 เออคือลุ้นว่าเค้าจะจูบกันมั้ย 55555555555555 เขินนนนนน ว้อยยยยยย
    #2,726
    0
  2. #2683 Plasmapheresis (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 22:19
    คืออ่านมาจนตอนนี้คู่ดบบหวานนำมาก ในขณะที่จุนจินหวานสุดคือทำเเผล น่าร้าก
    #2,683
    0
  3. #2648 choopp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 12:50
    อีช่อพี่จีนานรุกรุนแรงมาก 55555555
    #2,648
    0
  4. #2494 Jhw'  (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 20:25
    เค้าว่าคนที่ทุบรถเน่ต้องเป็นแจบอม เพราะเน่ไปใช้บ้านแจบอม 55555555 ต้องงี้แน่ๆ พี่จินจะรุกหราาาาาาา เห้ยยยยย จินจุนได้ม้ะะะะ
    #2,494
    0
  5. #2267 xxireane (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 17:57
    เน่โคตรซึน เปลี่ยนเป็นจินฮเวเถอะ5555555555(หยอกๆ)
    #2,267
    0
  6. #2152 9nawKIHAE (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 มีนาคม 2559 / 18:25
    โอยยย ดบบ.หวานมากกก น้ำตาลจะขึ้นตาาาา
    ปริ๊นซ์ที่ช่วยจุนฮเวกะจินฮวานไว้คือยุนฮยองใช่มั้ยยย มีถามถึงชานอูด้วย ใช่แน่ๆเลย
    #2,152
    0
  7. #2138 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 08:26
    ปริ้นซ์นี่ยุนฮยองชัวร์
    #2,138
    0
  8. #2137 ทำไมต้องจินฮวาน' (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 08:25
    ชะนีโผล่มาแล้ว จุนจินทำไมน่ารักอย่างนี้ นี่อ่านไปแบบจิกหมอนไป คือลุ้น เค้าจะจูบกันมั้ย นี่ถ้าพี่จินไม่ใสเราคงมองว่าจะเข้ามาปอกลอกเน่แล้ว จะว่าไปตอนที่มีเรื่องพี่จินตะโกนว่าจุนเน่ด้วย แบบ อ้ากก ฟินน
    #2,137
    0
  9. #1842 mclub (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:50
    แต่งเลย แต่งเลยแต่งเลย

    ปล.นี่รอเล่มฟิคอยู่นะ รอแบบเป็นเซตด้วย เมื่อไหร่จาจบบบบบบบบ
    รอจนเงินที่โอนไปเป็นปลวกแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,842
    0
  10. #1830 HoneyBabby (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:53
    ปรินซ์นี่ยุนฮยองป้ะ? แทฮยอง ยุนฮยอง? ถามหาชานอูด้วย หึ้ยยย พี่จินเต๊าะอิเน่ 55 ชอบ เขินแทนเน่มาก เด็กผช.หัวรุนแรงแต่อารมณ์โคจรอ่อนไหวเลย น้ารักอ้ะ อยากเห็นเน่ทำให้พี่จินเขินบ้าง งื้ออออ ?///? ดบบ. นี่ก็ม่าตลอด แลดูเป็นคู่ผู้ใหญ่ มีความคิด (?) 5555 nc นี่มาเต็ม ถ้าฮันบินท้องได้ คงมีลูกเป็นโหลแล้วมั้งนั่น ????
    #1,830
    0
  11. #1803 ไฮเตอร์น้อย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:11
    บางทีคนที่ชื่อปรินซ์อาจจะเป็นวิญญาณจีมินที่ฟื้นคืนชีพมาก็ได้นะ! 5555 #ปล่อยอีนี่ไป
    #1,803
    0
  12. #1785 bbabii13_ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 / 08:39
    รีบมาต่อนะคะไม่งั้นจะไปทวงในหวิดดดดดดดดด555สู้สู้นะคะ
    #1,785
    0
  13. #1761 ปุ้กก้าพิม╮(-3-)╭ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:45
    แหวะจองตงจองตัวอะไรหมั่นไส้อ่ะ55555555
    ตอนนี้นี่มีแต่ฟีลกู้ดงื่ออ ดีมั่กๆ (มองข้ามยูคไป)
    #1,761
    0
  14. #1759 CttTmo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:41
    โอ๊ยยยยยยย สรุปนุ้งเน่นี่เคะใช่มั้ยอะ 555555 คือพี่จินรุกแรงมาก
    #1,759
    0
  15. #1742 MilkiiZ19 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:51
    เขินมากมั้ยละจุนเน่ พี่จินรุกเข้าให้55555555
    มีการจองกันแล่วววว บ๊อบร้ายกาจ
    #1,742
    0
  16. #1741 aonhararuya (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 05:27
    กรี้ดดดดดด แม่เจ้า เขาจองกันแล้วแหล่ะ เขินนนนนนนน
    #1,741
    0
  17. #1740 Junno June (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:03
    แอร้ยยยย เค้าจองกันแล้วค่ะแม่ ส่วนคูแรกนั้น...แม้แต่จูบก็ยังไม่ได้เลยค่ะแม่ 55555555555
    #1,740
    0
  18. #1739 hymnz. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:09
    งืออออ จองแล้วนะะะ ;-;
    เขินแรงงง
    รีบๆหายดีไวๆนะพี่บ๊อบ<3
    #1,739
    0
  19. #1738 ba-na-na (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:42
    ถ้าเราเป็นน้องฮันบินเราก็ทำตัวไม่ถูกนะเรื่องยุคอ่า แต่ดบบ.ทำเขินอ่ะ!! ส่วนจุนฮว่นเรานี่ลุ้นมากว่าเมื่อไหร่จะติสกันซะที จุนเน่ไม่เป็นงานเล๊ยเรื่องแบบนี้55555555555
    #1,738
    0
  20. #1737 BxHb (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:01
    กริ๊ดดดดดดด อยากให้บ๊อบขาหายไวๆจังเลย~
    #1,737
    0
  21. #1736 ซงมโน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:10
    แม่คะ หนูอยากได้พี่จีวอนมากๆ ฮื่ออออออออออออออ 
    จองไว้ด้วย โง้ยย น่ารักกกก 
    ลืมเรื่องเครียดของฮันบินไปเลย 
    แพ้ทางพี่จีวอนจริงๆครับบ 
    #1,736
    0
  22. #1735 de joker (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:11
    จองตัวกันที่โรงบาล ดูไม่น่าซึ้งแต่โคตรซึ้งงง ;////;
    #1,735
    0
  23. #1734 hugegirl (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:48
    โฮรว หวานทั้งตอน
    #1,734
    0
  24. #1733 ☂ ดาลิน。 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 10:06
    เขินนนนน
    #1,733
    0
  25. #1732 Jinjin-Jun (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 09:44
    "ฉันจองนายแล้วนะฮันบิน"ปย.นี้พังมากทำคนอ่านพังมากบอกเลยชอบบบบบ
    กรี๊ด!!! เขินพี่บาบิน่าร้ากกกกอ
    #1,732
    0