Cafe HoOn

ตอนที่ 1 : Yellow Ribbon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 66
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    21 เม.ย. 58

“ นี่ จินกิ ” ชายในชุดทหารกุมมือคนรักไว้แน่น เพราะวันนี้เขาต้องออกเดินทางไปทำสงครามที่ต่างแดน คนตัวสูงได้แต่มองคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้ ไม่ว่าจะปลอบแค่ไหนก็ไม่หยุดร้อง

“ ถ้าจินกิรอเราได้..ถ้าได้รีบริบบิ้นสีเหลืองจากไอ้จงฮยอนก็เอามาผูกที่นี่นะ..” มินโฮชี้ไปที่ต้นโอ๊คขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ด้านหลังของคนสองคน จินกิพยักหน้ารับรู้ ก่อนที่จะสวมกอดมินโฮเป็นครั้งสุดท้าย แล้วปล่อยให้ร่างสูงเดินออกไปช้าๆ มินโฮไม่ได้หันกลับมามองคนตัวเล็กอีกเลย เพราะเขาคิดว่าถ้าเขามองอยู่อย่างนั้น คงไม่ได้ไปแน่ๆ

ผมเข้าใจนะว่าชายชาติทหารต้องออกไปปกป้องประเทศชาติน่ะนะ แต่นี่มันไปไกลมาก แล้วก็น่ากลัวด้วย ผมไม่อยากให้เขาไปเลยด้วยซ้ำ อยากจะรั้งให้เขาอยู่ที่นี่ แต่มันทำไม่ได้...หน้าที่ก็คือหน้าที่..

ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมินโฮต้องเป็นทหาร  แต่พอถามออกไปก็ถูกตอบกลับมาว่า เป็นผู้ชายน่ะ ปกป้องครอบครัวแล้ว ต้องปกป้องประเทศชาติด้วย ถึงจะถูก มันก็เป็นอย่างนี้ซะทุกครั้งนะสิครับ ผมเลยนึกถึงตอนที่มินโฮเข้ากรมทหารวันแรก คนตัวสูงถือกระเป๋าสีดำสนิท 2 ใบ ข้าวของถูกใส่ไว้ในนี้เยอะมาก (เพราะผมใส่ให้) ผมพยายามถ่วงเวลาให้มินโฮเดินเข้าไปช้าๆครับ บ้างก็แกล้งล้มบ้างอะไรบ้าง แต่ตอนฝึกเขาก็ออกมาเจอผมอยู่ดีแหละ

                                                                                                *

คนตัวสูงกับเพื่อนๆทหารกลุ่มหนึ่งช่วยกันลำเลียงเสบียงอาหาร ข้าวของต่างๆที่ต้องใช้ในการสงครามครั้งใหญ่ ขึ้นบนฝั่งท่าน้ำ แล้วแยกตัวกันเพื่อเตรียมตัวที่จะรับสงครามครั้งนี้  ท่าน้ำที่เคยเหยียบ จะไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวอีกต่อไป...

“ นี่มึงคิดว่าไงวะ ตรงนี้กูพึ่งมากับคีย์เมื่อ 3 เดือนที่แล้วนี่เอง จะกลายเป็นที่ฝังศพแล้วเหรอวะ ” จงฮยอนชี้ลงไปที่แผ่นดินที่เราเหยียบย่ำกันอยู่ข้างล่าง

“ เออ.กูก็ไม่รู้ด้วยนะ..งั้นเดี๋ยวมึงพาน้องคีย์มาใหม่ดิวะ รับรองน้องคีย์แม่งกลัวหัวโกร๋นเลยว่ะ ” ผมนั่งหัวเราะกับเพื่อนๆกลุ่มเดียวกัน คนที่พูดกับผมก่อนหน้านี้คือจงฮยอนครับ เพื่อนสมัยอยู่มัธยมต้นครับ มันหน้าตาดีนะ แต่ผมว่าผมหล่อกว่า

“ อ้าวๆอย่ามัวคุยกันนะครับพี่ชาย รีบๆประจำการครับ ” น้องแทมินไม่ๆต้องบอกว่าพันเอกแทมินนะครับแหม่ ไอ้เด็กเนี่ย มันยังตัวกระเปี๊ยก ขี้แง อ่อนแอ สมัยประถม  ไม่ยักรู้ว่าตอนนี้จะแข็งแรงบึกบึนขนาดนี้..

“ ครับผมมม คุณน้องแทมิน ” อดไม่ได้ครับ ยีหัวเล่นซะเลย เจ้าของกลุ่มผมสีน้ำตาลนุ่มถึงกับน้ามุ่ยแล้วเดินจากไป

ตอนนี้ผมกระชับปืนไรเฟิลไว้แน่น เมื่อข้าศึกมาถึงผมจึงรีบวิ่งไปประจันหน้าข้าศึกพร้อมกับเพื่อนๆ ผมเตรียมใจมาตั้งแต่กรุงโซลแล้วล่ะครับ ถ้ากลับไปไม่ได้ก็ตายแม่งตรงนี้นี่แหละ

ตอนนี้เพื่อนข้างๆผมเริ่มหายไปทีละคนๆแล้วครับ ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ที่เขาเหนือกว่าเรามาก และด้วยกำลังพลที่เราเป็นรองอยู่ในตอนนี้ ทำให้เราเสียจำนวนกำลังพลและว่าที่ตัวผลิตอนาคตของชาติ (?) ไปมาก ผมรีบหลบเข้าบังเกอร์พร้อมกับจงฮยอนไปทันที

“ เฮ้ย เชี่ยจง มึงเอาริ้บบิ้นสีเหลืองกับซองจดหมายนี่ไปส่งให้จินกิหน่อยดิวะ ” ผมยื่นถุงริบบิ้นกับซองจดหมายสีฟ้าที่ตอนนี้ยับยู่ยี่ให้จงฮยอนไป มันไม่ใช่หน่วยรบนะครับ แต่ความสามารถมันมากกว่าชาวบ้านเลยสามารถออกมาจุ้นจ้านได้แบบไม่กลัวตาย

“ เออ !! ได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ ” จงฮยอนเอาของที่ได้รับมายัดเข้ากระเป๋ากางเกง

“ ไม่ได้โว้ยยย !! จดหมายนี้ ยิ่งถึงไวยิ่งดี ” ผมเอากระบอกปืนฟาดเข้าที่หัวเพื่อนหนึ่งที

“ โอ๊ยยย ก็ได้วะ ไปละ จะไปส่งจดหมาย ให้พ่อหนุ่มน้อยย ” จงฮยอนเอามือลูบคางมินโฮด้วยความหมั่นไส้หนึ่งครั้งแล้ววิ่งออกไป

                                                                                                *

เวลาผ่านไป จินกิได้แต่เฝ้าอยู่ที่ท่าน้ำอยู่ทุกวัน เมื่อไหร่คนรักของเขาจะกลับมา มันนานมากแล้ว เขาไม่ได้รับการติดต่อจากคนรักเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่ง...

จินกิเห็นเรือลำเล็กลอยผ่านมา เขาจำได้ดีว่าเรือลำนี้เป็นของเหล่าทหารที่มักจะใช้ส่งหน่วยสื่อสารกลับมาทุกที เรือลำน้ำหยุดอยู่ที่ข้างๆจินกิ ทหารคนหนึ่งเดินลงมาจากเรือลำน้อย ถอดหมวกออกแล้วกล่าวทักทายคนตรงหน้า

“ หวัดดีจินกิ ” คนตัวเล็กยิ้มให้เป็นการตอบกลับไป

“ อื้ม มินโฮเป็นไงมั่ง ” ได้ทีก็ถามถึงคนรักเลยวุ้ย คนหล่อเซ็ง

“ เออ มันสบายดี นี่ไอ้มินฝากจดหมายนี้มาให้ เรายังไม่ได้อ่าน เอาเป็นว่าอ่านเอาเองนะ ” ผมจะไปสวีทกับคิม คิบอมของผมต่อน่ะสิแต่ว่า

“ ไอ้จงฮยอน ธุระแกเสร็จแล้วขึ้นเรือ ไม่ต้องมาเนียนเลยมึง ” อีจุนตบหัวเพื่อนหนึ่งทีแล้วลากจงฮยอนขึ้นเรือไป

“ จงฮยอนนนน บอกมินโฮด้วยนะว่าคิดถึงงง ” จินกิบอกร่างหนาครั้งสุดท้าย จงฮยอนพยักหน้าหนึ่งทีก่อนจะเดินขึ้นเรือไป

“ กูขอแวะไปหาคีย์หน่อยไม่ได้เลยนะมึง ” 3 เดือนแล้วนะครับแม่คุณ มันไม่เคยมีแฟนไม่เข้าใจหรอก 3 เดือนแม่งเหมือน 10 ปี

“ รอไปก่อน เดี๋ยวก็จบแล้ว มึงค่อยกลับมาขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดทีเดียวตอนมึงกลับมา โอเค๊ ” อีจุนมองหน้าเพื่อนพลางยักคิ้วกวนประสาทก่อนจะได้ลูกถีบเวอร์เป็ดไปกิน

                                                                                                *

คนตัวเล็กเปิดอ่านจดหมายทันทีที่ร่างหนาเดินจากไป ในซองจดหมายมีกระดาษขาดๆอยู่ 1 แผ่น เมื่ออ่านแล้ว ทำให้ผู้ชายที่ชื่อว่า ลีจินกิ แทบจะตะโกนลั่นด้วยความดีใจ

 

 

สวัสดีจินกิ เรามินโฮเองนะ..ตอนนี้สงครามที่นี่ใกล้จะจบแล้ว ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะเราก็จะกลับไปหาจินกิให้ได้

ไปทำตามสัญญาของเราให้ได้นะ :)

ตอนนั้นที่เราบอกว่าถ้าได้รับจดหมายฉบับนี้กับริ้บบิ้นสีเหลืองเมื่อไหร่ ให้เอาไปผูกไว้ที่ต้นโอ๊คใช่มั้ย ตอนนี้เราส่งไปให้แล้วนะ ถ้ายังรอเราอยู่ก็ทำตามที่เราบอกซะนะ

                                                                        ไว้เจอกัน ชเว มินโฮ

“จินกิ นั่นลูกจะไปไหน” ผมชะงักนิ่งอยู่กับที่ เมื่อหญิงวัยกลางคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผมเองเรียกชื่อผมขึ้นมา นี่อุตส่าห์ย่องมาเลยนะครับเนี่ย..ขนาดแมวดำที่ผมเคยดูที่มันชื่อ คิตตี้ อุ้งตีนดำ ยังชิดซ้ายเลยนะครับ

“เอ่อ..สวนสาธารณะครับ เดี๋ยวกลับ” ผมยิ้มแห้งๆให้แม่  ก่อนที่จะเดินออกจากบ้าน  แต่ถึงอย่างนั้นก็มีโองการจากสวรรค์ครับ “ห้ามเกินทุ่มครึ่งนะ”  ผมรู้ตัวครับเวลากลับบ้านหลังจากนี้  ผมอาจจะไม่รอดจากเงื้อมมือแม่ *หัวเราะแรง*

ร่างเล็กเดินฝ่าอากาศหนาวในตอนเย็นมาที่สวนโอ๊กได้สำเร็จ  มือทั้งสองข้างล้วงหยิบอุปกรณ์จากกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง เมื่อได้อุปกรณ์แล้ว จินกิไม่รอช้ารีบตัดริบบิ้นสีเหลืองอ่อน แล้วผูกเข้ากับกิ่งก้านสาขาของต้นโอ๊กจนทั้งสวนเต็มไปด้วยริบบิ้นที่ผูกด้วยมือของจินกิเองทั้งหมด  เมื่อผู้คนเดินผ่านไปมาได้แต่สงสัยว่าทำไม หรือมีเทศกาลอะไรถึงได้มีแต่ริบบิ้นเต็มไปหมด  แต่ก็ได้แต่เดินผ่านไป

                                                                                                                                                *

“เห้ย ไอ้มินโฮ มึงไหวป่ะวะ” คยูฮยอนถามทหารรุ่นน้องด้วยความห่วงใย เพราะตัวเขาเองเห็นใบหน้าของคนตัวสูงเริ่มซีดมาตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น  เพราะว่าทัพของพวกเขาไม่มีอะไรตกถึงท้องมาสี่วันแล้ว  ไม่แปลกที่ผู้คนต่างโอดครวญด้วยความหิวโหย ไร้สิ้นเรี่ยวแรงในการรบ

“ไหวดิพี่  ระดับไอ่กบเสาไฟฟ้า”  มินโฮยิ้มน้อยๆให้พี่ชายคนสนิทของตน ก่อนที่จะกระชับปืนในมือแน่น  ก่อนจะกระโดดออกจากที่กำบังไปโต้กับกองทัพฝ่ายตรงข้ามโดยไม่คิดที่จะกลัวสิ่งใด ในเมื่อเขาเลือกที่จะทำสิ่งนี้แล้ว

หลังจากที่ผมลุยเดี่ยว (?) ออกมาจากที่กำบังมาปะทะกับทหารฝั่งตรงข้าม  เพื่อนที่ผมเคยรู้จัก หรือเคยเห็นผ่านๆ ก็เริ่มตายกันไปทีละคนๆ  รวมถึงน้องชายของจินกิ ลีแทมินผมลืมบอกไปครับว่าไอ่เด็กหน้าสวยนี่ก็เป็นทหารเหมือนกัน แต่อย่ามัวพูดพร่ำเพรื่อครับ  เดี๋ยวมันจะตายเสียก่อน

“แทมิน ตื่นก่อน !” ผมตบหน้าเพื่อเรียกสติน้องชาย  น้องเขาเหมือนพร้อมที่จะหลับตาได้ทุกเมื่อ ผมสังเกตไปตามบริเวณร่างกายของน้อง  เจอรอยกระสุนอยู่สองที่ รู้สึกเหมือนจะเข้าที่จุดสำคัญด้วย ที่ผมรู้เพราะจินกิเขาเรียนหมอมาน่ะครับ ก็เลยพอจะรู้บ้าง ตามใบหน้ามีคราบเลือดประปรายอยู่ที่แก้มใสๆและมุมปาก

“ผมกลับไป..ไม่ได้แล้ว ฝาก..ฝากให้นาอึนนะครับ..”  เขาส่งแหวนที่เปรอะคราบเลือดที่ตอนแรกอยู่บนนิ้วนางของตัวเองมาให้ผม  ผมรับมาไว้แต่ว่า.. “พี่ไม่ยอมให้แกตายหรอกนะ แกต้องกลับไปกับพี่ หานาอึน หาพี่จินกิ แกจะต้องไม่ตาย” ผมกุมมือน้องไว้แน่น แต่น้องเขากลับส่ายหัวก่อนจะยิ้มน้อยๆแล้วหลับตาลงช้าๆ แต่ผมไม่ยอมให้น้องตายหรอก ผมตบหน้าน้องเอาไว้ก่อนจะอุ้มน้องขึ้นมาก่อนจะวิ่งเข้าไปที่ค่าย  แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์แกล้ง

ปัง !!

“จินกิ ขอโทษนะ..”

                                                                                                                                                *

“มินโฮ !!” จินกิสะดุ้งตื่นจากฝันร้ายที่ผ่านมาเมื่อไม่นานนี้  ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยเหงื่อ  เป็นฝันที่น่ากลัวมาก ทำให้ตัวจินกิเองนั้นสังหรณ์แปลกๆว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคนที่ตัวเองรัก และน้องชาย..

แต่เขาก็ไล่ความคิดนั้นออกไปจากสมอง ตาเล็กเหลือบมองนาฬิกาที่แขวนไว้ข้างฝา ก่อนที่จะลุกออกไปหยิบของจำเป็นเดินเข้าห้องน้ำไป

“จินกิเป็นอะไรรึเปล่า” แม่ผมถามผมเบาๆก่อนที่ผมจะส่ายหน้ากลับไป  ผมพยายามที่จะยิ้มและไม่นึกถึงฝันอันน่าหวาดผวานั่น เพราะวันนี้จะเป็นวันที่ผมมีความสุขมากที่สุดวันนึงเลยล่ะครับ

ผมเห็นคิบอมวิ่งมาแต่ปากน้ำนู้นนนน  คนตัวขาวหอบหนักเกินกว่าที่ผมจะเค้นเอาความได้ในตอนนี้  แต่ช่วยไม่ได้จินกิอยากรู้อยากเห็นทุกเรื่อง...

“ คิบอมเป็นไงบ้าง ได้เรื่องมั้ย เขาจะมากันเมื่อไหร่ หยุดหอบแล้วตอบฉันนะคิบอม !” ผมเขย่าตัวเพื่อนแรงจนตัวสั่นกันไปหมดทั้งสองคน คิบอมยกมือสองข้างขึ้นเหนือหัวก่อนที่เขาจะตะโกนกลับมาว่า “ขอหยุดหายใจก่อนได้มั้ยวะ !” นั่นแหละครับผมปล่อยแล้ว ละแล้วต่อคิมคิบอม หันหน้าเข้าสู่ชเวมินโฮ (ห๊ะ)

“ตอนนี้กำลังมากันแล้วล่ะ” คิบอมตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มอันสดใส ผมจึงรีบวิ่งออกไปรอที่ท่าน้ำพร้อมกับบรรดาเพื่อนบ้านของพวกเรา

ตอนนี้ขบวนเรือเทียบท่าเรียบร้อยครับ ทหารก็ลงมาหมดเรียบร้อยแล้ว แต่ทำไมผมยังไม่เห็นมินโฮซักทีอ่ะ ผมจึงรีบวิ่งเข้าไปหาจงฮยอนที่ตอนนี้กำลังลุกล้ำอธิปไตยของคิบอม ขอขัดจังหวะหน่อยละกัน

“เฮ้ยย จงฮยอนเห็นมินโฮมั้ย? ” จงฮยอนดูชะงักไปชั่วขณะ  ผมกลัวว่าฝันเมื่อคืนจะเป็นจริงมาก ใจผมเริ่มไม่ค่อยดีแล้ว ผมได้แค่ถามคำถามเดิมๆซ้ำๆกับจงฮยอน จนเขาต้องพูดความจริงที่ไม่ค่อยน่าฟัง

“มินโฮเขา..ไปแล้ว  ขอตัวนะ” จงฮยอนตบบ่าผมสองสามครั้งก่อนจะเดินออกไปกับคิบอม แล้วก็หันกลับมาบอกว่า “แทมินก็เสียแล้วเหมือนกัน..สู้ๆนะจินกิ”  ส่วนคิบอมได้แต่หันหน้ามาหาผมด้วยสีหน้าเศร้าๆ ขาผมก้าวเดินต่อไปไม่ได้แล้วล่ะครับ ทั้งน้องชายทั้งคนรักที่ผมเสียไป ตาผมร้อนผ่าวพร้อมที่จะปล่อยได้ตลอดเวลา กล้ามเนื้อที่เต้นอยู่ในอกด้านซ้ายเหมือนหยุดเต้นไปเลยในเวลาเดียวกัน ที่ทำได้ก็แค่ฝืนตัวเองให้เดินไปถึงสวนโอ๊กนั้น..สวนแห่งความทรงจำ

                                                                                                    *

“นาย เข้าร่มเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ” จินกิบอกผู้ชายตัวสูงที่เดินตากฝนอยู่ในสวนให้มาเข้าร่มกับตน  แล้วผู้ชายที่ว่านั้นก็คือผู้ชายที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเขาคนหนึ่ง ชเว มินโฮ

จินกินึกถึงวันแรกที่เจอกันกับมินโฮ ดูเหมือนละครน้ำเน่ามากที่นางเอกมาเจอพระเอกโดยบังเอิญน่ะ  เขาได้แต่ยิ้มเศร้าให้กับเรื่องราวที่เป็นความทรงจำครั้งวันวาน ที่ตอนนี้ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีก ถึงเขาย้อนกลับไปได้  เขาจะฝืนมินโฮเต็มที่ ไม่ให้ไปเป็นทหารอย่างเด็ดขาด..

“ไอ่คนบ้า นายบอกว่าจะไม่ทิ้งฉันนี่ ฮึก..”  ร่างเล็กทรุดตัวลงกับพื้นก่อนที่จะก่นด่าคนตัวสูงเบาๆเงียบๆ

“ไหนนายบอกจะอยู่กับฉันจะไม่ทิ้งฉันไง ทำไมนายผิดสัญญาแบบนี้ เกลียดๆๆๆ” มือเล็กทุบลงบนพื้นดินซ้ำ จนมือเริ่มขึ้นสี แต่ว่า..

“ก็ไม่ได้บอกซักหน่อยว่าจะหายไปไหน”  เสียงทุ้มที่ผมชอบฟังนี่นา ตอนแรกคิดว่าฝันไป แต่พอเงยหน้าขึ้นมามองชัดๆ ม่านน้ำตาก็พรั่งพรูออกมาจากตาทั้งสองข้าง  ผมลุกขึ้นไปกอดคนตัวสูงด้วยความคิดถึง ตอนนั้นไม่มีการสนทนาใดๆเลยครับ ผมแค่อยากกอดเขาให้นานที่สุด แล้วเรื่องอื่นค่อยว่ากันที่ห้อง(ห๊ะ)

                                                                                                    *

“แล้วที่จงฮยอนบอกนายไปแล้วอ่ะ”  จินกิจ้องหน้าจงฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆมินโฮ ด้วยสีหน้าโกรธอยู่เอาการ ทำไมไม่พูดดีๆว่ากลับมาแล้ว เดี๋ยวไปหาแกเองแหละจินกิ ทำไมต้องพูดว่าเขาไปแล้ว รู้มั้ยคนมันจะบ้า !

“ก็บอกว่าไปแล้ว ก็หมายถึงออกไปแล้วไง วุ้ยย ไอ่ขี้มโนเอ๊ยย” ลองมาเป็นแกมั้ยล่ะถ้ากลับมาไม่เจอคิบอมน่ะ วันหลังฉันก็จะบอกว่าคิบอมไปแล้วเหมือนกัน !!

“แต่ช่างมันเถอะ ในเมื่อฉันก็เจอจินกิ แล้วจินกิก็เจอฉันแล้วนะ  เราไปคุยกันต่อข้างบนเถอะนะ” นายทหารหนุ่มยิ้มด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ก่อนจะจูงมือคนรักของตนให้เดินขึ้นข้างบนไปด้วยกัน  จงฮยอนคงรู้หน้าที่ดีครับ เขาจึงบอกลาคุณแม่ของจินกิแล้วจูงมือคิบอมเดินกลับบ้านไป..

 

                                                                                                THE END

                        จบซักทีดองมาชาติครึ่งนะ..ขอโทษด้วย ไรท์เป็นคนหน้าตาดีงานเลยเยอะ (ห๊ะ) ก็จบกันไปแล้วนะคะ 

                        ตอนแรกกะจะให้ดราม่าน้ำตาแตก แต่มันเป็นไปไม่ได้

5555 เอาเป็นว่าเจอกันเรื่องต่อไปนะคะ รักนะฮระ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #2 hoon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 23:01
    อย่าเพิ่งทิ้งน้าา อยากอ่านต่อ
    #2
    0
  2. #1 F^a^h (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 09:07
    ชอบ hoon มากกก สู้ๆค่ะ หวังว่าจะไม่ทิ้งกันไปก่อนนะ
    #1
    0