[The Esquilo] กระรอกประจัญบาน

ตอนที่ 10 : [Esquilo] 7 > (เสี้ยวเศษของพระจันทร์) 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,165
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    4 ก.พ. 54




เกรนเดี้ยน ดิเอเชียส แคสแซนดอร์ (ดิเชียส)

- บุตรชายคนโตของตระกูลแคสแซนดอร์ รูปร่างสูงสมส่วน ใบหน้าหล่อเหลาคล้ายกับบิดาสมัยยังหนุ่ม ผมสีดำยาวถึงกลางหลัง ดวงตาสีทองคมออกหวานเหมือนมารดา ผิวขาว ริมฝีปากเปื้อนด้วยรอยยิ้มอ่อนๆอยู่เสมอหากแต่ภายในกลับเย็นชานิ่งสงบ
- ผู้คนเห็นว่าเป็นคนรักครอบครัวคนหนึ่ง เอ็นดูน้องๆของตนมากเป็นพิเศษและพร้อมจะปกป้องแคสแซนดอร์อย่างสุดความสามารถ
- แต่ไม่มีใครคาดเดาความคิดได้และมักจะทำอะไรสวนทางกับสิ่งที่แสดงออกมาเสมอ
- น่ากลัวที่สุดในแคสแซนดอร์
- ปัจจุบันกำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้านใหญ่และกำลังตามสืบเรื่องของอาร์ดิอัส





นาเรสทราเจียร์

- ?????

--------------------------------- - -

 

 

 

สายลมจะยังพัดพาผ่านไปสุดแท้แล้วแต่วาระแห่งมัน

ทิวหญ้าจะเติบโตแลย้อมทั่วทุ่งให้กลายเป็นสีเขียวขจี

ชีวิตลืมตาตื่นก่อนที่สักวันตาคู่นั้นจะหลับลง

เรื่อยๆและเอื่อยเฉื่อยดุจดังนาฬิกาของชีวิตที่ค่อยๆผันตามวิถี

เราทุกคนกำลังก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างที่ไม่มีวันจะได้ถอยหลัง

หากแต่ ..เวลา.. กลับน่ากลัวกว่าที่ใครคิด

หลอกแกล้งแสร้งให้ผองเราหลงระเริงจวบจนลืมวันที่เวลาจะหมดลง..ได้แค่ตระหนัก..ก็สายไปเสียแล้ว

 

 

แสงแดดแผดเปรี้ยงจากเบื้องบนขณะที่ความร้อนเริ่มเพิ่มพูนสูงขึ้นจนหนังแทบไหม้ อากาศเย็นชื่นอย่างที่แดนเหนือของภพนรกพึงมีกลับค่อยๆระอุขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ  ท้องฟ้าเปิดโล่งแทบไร้เมฆส่งผลให้พระอาทิตย์ยามสายสาดแสงแรงได้เต็มที่ยิ่งขึ้น ความเงียบสงบนั้นชัดเจนอยู่รอบด้านมีก็เพียงแค่เสียงฝีเท้าเดินฝ่าแหวกแมกไม้แลเหมือนยิ่งเดินไปเท่าไหร่อุณหภูมิของอากาศก็ยิ่งจะร้อนมากขึ้นเท่านั้น

              “กี้กี้” ..เจ้าแน่ใจหรือคริชาต์ว่ามันเป็นเส้นทางนี้?.. ส่งเสียงร้องถามเจ้าของไหล่ที่เขาใช้มันนั่งมาร่วมวันอย่างสงสัย ใจเองก็อดไม่ได้ที่จะติดระแวงกับการกระทำของอดีตมือขวาผู้นี้แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อนี่มันไกลเกินกว่าที่พวกเขาจะเดินกลับไปยังทิศทางเดิมเสียแล้วและจะให้คริชาต์กางปีกกระพือบินไปยิ่งทำไม่ได้แม้มันจะรวดเร็วกว่าการเดินหลายร้อยเท่าก็ตาม

             “เมือง..” เสียงทุ้มเนิบนาบดังขึ้นขณะที่มือแกร่งค่อยๆแหวกพุ่มไม้หนาตรงหน้าออกไป ..ภาพเบื้องหลังคือกำแพงเมืองที่ตั้งอยู่ลิบๆแม้จะไม่ได้ดูสูงโอ่อ่าและแข็งแรงมากนักแต่ก็แข็งแกร่งไปในทีด้วยสีอิฐหยาบๆ เบื้องหลังกำแพงคือหมู่บ้านเล็กๆที่ตั้งกระจายอยู่อย่างกว้างขวางก่อนจะหนาทึบขึ้นเรื่อยๆเมื่อไล่เข้าไปถึงชั้นใน.. ตรงกลางเมืองไกลลิบๆนั่นเขามองเห็นแม่น้ำสายหนึ่งตัดผ่ากลางพอดีอย่างลงตัว ด้านหน้าเมืองมีผู้คนอยู่บ้างประปรายด้วยอาจเพราะเป็นเวลาสายที่พระอาทิตย์สาดแสงกระมัง

 

              “นั่งเรือไปคงง่ายกว่าการเดินอย่างไร้ทิศทางนี่เป็นแน่” คริชาต์เอ่ยกับเขาอีกครั้งก่อนที่จะยกผ้าคลุมสีดำสนิทขึ้นคลุมศีรษะขณะที่ตัวของเขาถูกยัดลงไปในกระเป๋าเสื้อร้อนๆอับๆอย่างไร้ข้อโต้แย้ง.. เทพหนุ่มนึกเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจแต่ยามนี้ก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้นอกจากใช้เล็บครูดข่วนผ่านเนื้อผ้าของอีกฝ่ายเท่านั้น

แต่จะโทษการกระทำของเจ้าเทพนี่อย่างเดียวก็ไม่ได้เพราะความจริงแล้วไม่ว่าจะทั้งตัวเขาหรือตัวของคริชาต์เองก็ตามหากถูกผู้คนพบเห็นก็ย่อมอันตรายไม่ต่างกัน

 

 ..หนึ่งก็เป็นเทพที่มีเลือดเข้มบริสุทธิ์..อีกหนึ่งก็เป็นกระรอกสวรรค์..สัตว์ที่เป็นที่ต้องการของท้องตลาด! ทว่าพลันเสียงของฝีเท้าขยับก้าวเดินทำให้เขาต้องนิ่งตามไปด้วย ..เล็บคมเองก็ค่อยๆข่วนเกี่ยวเอาเนื้อผ้าออกเล็กน้อยจนเพียงพอที่จะมองเห็นว่าอะไรเป็นอะไร...

 

 

คริชาต์ก้าวเท้าช้าๆผ่านประตูเมืองซึ่งมีทหารยามคุมอยู่บ้างประปรายหากแต่น่าแปลกที่ไม่มีใครสักคนที่จะให้ความสนใจกับเจ้าเทพมือขวาของเขานี่สักคน.. อาร์ดิอัสขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยในความแปลกประหลาดนี่ก่อนที่กลิ่นอายมนต์บางอย่างจะลอยมาแตะจมูก..

             ดวงตาสีไวน์กุหลาบพลันเบิกกว้างเมื่อทราบว่าเวทนี่มันคือ เวทลวงตา ..ที่ไม่ได้มีคุณสมบัติลวงตาหากแต่ยังทำให้ลวงกลิ่นของเผ่าพันธุ์เทพได้อย่างดีเยี่ยม!! แต่น่าแปลกไม่น้อยที่เขาไม่อาจจะรับรู้ได้ว่าคริชาต์ร่ายมันใส่ตนเองตั้งแต่เมื่อใด..หรือนี่อาจเป็นเพราะว่าเขาอยู่ในร่างของกระรอกนานเกินไปจนสัมผัสต่างๆเริ่มด้านชากัน?

 

            ..เรื่องนั้นน่ะ..เขาเชื่อว่า เป็นไปไม่ได้!!! .. ความคิดหนึ่งพลันพุ่งวูบขึ้นมาอย่างยากจะหยุดแม้อีกครึ่งในใจจะกวัดแกว่งเขวไขว้ไปแล้วก็ตามที เทพหนุ่มกัดฟันแน่นพลางเลิกสนใจสภาพโดยรอบไปทันใดเมื่อความคิดเริ่มจมอยู่กับสิ่งผิดพลาดบางอย่างที่เขาพยายามมองข้ามมันมาตลอด.. พลัง ..บางส่วนกำลังค่อยๆจะหายไป..พลังที่ถูกผนึกเอาไว้ยิ่งเขาปล่อยเอาไว้นานเท่าใดมันยิ่งค่อยๆรั่วไหลออกไปอย่างช้าๆจนมาพักหลังๆนี้ที่นรกเริ่มสงครามกับสวรรค์ พลังในตัวเขาก็เหมือนจะถูกสูบออกไปด้วยน้ำมือของใครสักคน.. ใครสักคนที่เขารู้ดี ..  ‘มัน!!!

               ยิ่งคิดแล้วยิ่งแค้นจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อให้ข้างในสงบ ภาพหลอนของความฝันยังคงติดอยู่ในหัวสมองอย่างยากจะลบเลือน อาร์ดิอัสหลับตานิ่งพยายามหวนไปคิดถึงเรื่องอื่นที่ไม่ทำให้เขาปล่อยจิตอาฆาตรุนแรงออกมาเช่นนี้จนทำให้คริชาต์เสียแผน.. แต่พยายามปัดมันทิ้งไปอย่างไรก็ยิ่งคิดมากขึ้นเท่านั้น..

 

กริ๊ง.. เสียงของกระดิ่งปริศนาพลันดังขึ้นอยู่ภายในศีรษะท่ามกลางความเงียบงันของบรรยากาศฉุดรั้งสติที่กำลังจมจ่อมให้สว่างวาบ ดวงเนตรสีไวน์กุหลาบเบิกกว้างอย่างตระหนกเมื่อพบว่าด้านปลายของคมดาบปริศนาจ่ออยู่ไม่ไกลจากตรงหน้าเขาเท่าใดนัก

 

 

                “ข้าได้กลิ่นของชาวเทพออกมาจากตัวเจ้า..” เสียงหวานห้าวดังขึ้นก่อนที่คมดาบนั่นจะค่อยๆจ่อขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆขณะที่คริชาต์ยังคงนิ่งงัน  อาร์ดิอัสขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ใจเองก็อยากจะออกไปจากเจ้ากระเป๋าเสื้อนี้เสียเหลือเกินหากแต่มันอาจจะทำให้เสียเรื่องได้ทว่าสตรีผู้ทรงดาบตรงหน้านั้นกลับคุ้นตาเขาอย่างแปลกประหลาด...หากได้เพียงแค่คิดแต่ยังไม่ทันจะตัดสินใจ ร่างปุกปุยนี่ก็ทะลึ่งพรวดออกมาจากที่ซ่อนก่อนจะปีนไต่ไปนั่งอยู่บนไหล่กว้างของอดีตมือขวาคนสนิท ..ไอ้สัญชาตญาณบ้าๆนี่ของกระรอกมันเริ่มเล่นงานเขาอีกครั้ง!!

 

ดวงตาสีประหลาดอย่างไม่สมกับเป็นกระรอกสวรรค์จับจ้องไปยังผู้มาใหม่อย่างพินิจพิจารณาและฉลาดเฉลียวอย่างประหลาดซึ่งมันก็เรียกความสงสัยจากทหารอีกมากมายที่เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าตรงหน้านั้นหาได้มีเพียงแค่สตรีผู้นี้ผู้เดียวไม่

               “กระรอกนั่น.. กระรอกสวรรค์?” เสียงที่ดูคุ้นๆนั้นเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง.. เทพหนุ่มนิ่งงันไปพยายามรื้อฟื้นความทรงจำบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาเนิ่นนานแล้วว่าเขาเคยเห็นสตรีผู้นี้มาจากที่ใด ..ทั้งดวงตามรกตและเส้นผมสีทองสวยตัดสั้นนั่นอีกทั้งท่าทางออกหวานแต่แข็งแกร่งเหมือนลักษณะพิเศษของใครสักคนที่เขาเคยเห็นอยู่กับดัชเชร์บ่อยๆ..

               “ท่านซิลินขอรับ..กลิ่นอายสวรรค์ที่ท่านกล่าวอาจจะมาจากตัวมันก็เป็นได้” ทหารนายหนึ่งก้าวเท้าเข้ามาหาก่อนจะกระซิบบอกที่ข้างหูของสตรีตรงหน้า..ซิลิน.. อาร์ดิอัสพลันเบิกตากว้างอย่างตระหนกก่อนที่จะค่อยๆเก็บท่าทีต่างๆอย่างรวดเร็ว ฟันกัดกรอดเข้าหากันเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วนามของเธอนั้นคืออะไรหากทว่าซิลินนั้นเดินทางร่วมขบวนไปกับดัชเชร์มิใช่หรือ? และคนตรงหน้านี่เล่าคือใครกันแน่!!?

 

ความเงียบพลันปรากฏเมื่อคริชาต์ค่อยๆสะบัดผ้าคลุมออกอย่างช้าๆเผยให้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของตนซึ่งเรียกเสียงตระหนกจากทหารรอบด้านได้ดี คมอาวุธมากมายถูกยกขึ้นเตรียมตั้งท่าพร้อมจะโจมตีติดก็เพียงแต่ซิลินกลับยกมือขึ้นห้าม ดวงตากล้าแข็งของสตรีเบื้องหน้าจับจ้องมายังที่พวกเขานิ่งอย่างพิจารณาขณะที่อดีตมือขวาของเขาค่อยๆเอ่ยประโยคแรกออกมาด้วยเสียงทุ้มเนิบนาบ

               “ซิลิน?.. หากเจ้าคือซิลินจริง..ข้าคิดว่าทางกองขบวนของดัชเชร์คงประสบเรื่องเดือดร้อนเข้าเสียแล้ว”

               “เจ้าหมายความว่าเช่นไรเทพจากสวรรค์?” ซิลินเอ่ยถามกลับด้วยน้ำเสียงสงสัยหากแต่สายตาคมสวยนั่นยังคงไม่ละไปจากพวกเขา ..อาร์ดิอัสถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อรับรู้แล้วว่าขนาดคนใกล้ชิดกับดัชเชร์อย่างสตรีตรงหน้านี้ยังไม่รู้ถึงความเป็นไปบางอย่างที่เขาเริ่มเห็นลางผิดปกติ.. แต่คนผู้นี้จะใช่ซิลินตัวจริงหรือ? เขาเองก็ไม่อาจแน่ใจ..

 

               “ดัชเชร์เดินทางไปยังวังหลวงเพื่อรับตำแหน่งหน้าที่ในกองทัพพร้อมกับท่าน..นี่เป็นเรื่องที่แคสแซนดอร์ทราบกันดีแต่ช่างน่าประหลาดใจที่เจ้าไม่ทราบมัน..” คริชาต์หัวเราะในลำคอก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงออกจะหยันแต่มันกลับไม่สามารถจะยั่วยุอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามได้สักเท่าไหร่นัก.. ทว่าใบหน้าสวยสง่านั่นกลับเครียดขึงลงไปถนัดทันทีที่ฟังจบ

             “จะแน่ใจได้อย่างไรว่าข้าควรเชื่อเจ้า?” เธอยังคงถามด้วยท่าทีไม่แน่ใจ..คงไม่แปลกนักเพราะหากเชื่อสิถึงน่าตระหนกเมื่อชาวนรกนั้นหวาดระแวงเทพพอๆกับที่ชาวเทพรังเกียจเดียดฉันท์นรกยิ่งกว่าอะไร!

พลันความเงียบเริ่มคืบคลานเข้ามาเมื่อคริชาต์ยังคงไม่ให้คำตอบ ..คมอาวุธเริ่มบีบแคบเข้ามาเรื่อยๆขณะที่ซิลินเดินถอยไปด้านหลัง อาร์ดิอัสเหลือบมองอดีตมือขวาข้างกายที่ยังคงยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นขณะที่ภายในดวงตาสีฟ้าแห้งแล้งนั่นไร้ซึ่งร่องรอยของความกลัวไม่หากกลับว่างเปล่าเฉกเช่นทุกครั้งที่เขาสบเข้าไปในมัน 

 

            ...ความตึงเครียดแผ่ขยายไปรอบด้านขณะที่แดดเที่ยงวันแผดเปรี้ยงลงมาจากฟากนภาเบื้องบน ความจริงเขาลืมไปเสียสนิทว่านี่คือยามบ่ายที่มารปีศาจไม่สมควรจะออกมาเดินเพ่นพ่านทว่าปัญหาจุกจิกนั่นควรจะปัดทิ้งไปเสียเมื่อสิ่งที่ใหญ่กว่ากำลังปรากฏอยู่ตรงหน้าพวกเขา

               ยิ่งเงียบและยิ่งสังเกตมองก็ชวนให้หงุดหงิดยิ่งขึ้นเรื่อยๆเพราะแค่หากพวกมันจะสังเกตเขาสักนิดก็จะทราบดีว่าคำพูดที่คริชาต์ลั่นออกไปนั้นหาได้ใช่เรื่องโกหกไม่ ..แต่แค่กระรอกตัวหนึ่งมันไม่น่าสังเกตขนาดนั้นเชียวรึ!!?

 

              “กี้!!!” เพียงสิ้นความคิดก็ส่งเสียงร้องลั่นออกไปเพื่อเรียกความสนใจทั้งหมดให้พุ่งเข้ามาที่ตน อาร์ดิอัสใช้เล็บตะกุยเข้าที่เนื้อเสื้อของคริชาต์อย่างหงุดหงิดก่อนจะทิ้งตัวลงนอนพลางเชิดหน้าขึ้นเมื่อระบายอารมณ์จนสาแก่ใจ ดวงตาสีไวน์กุหลาบสาดกราดไปทั่วทุกพื้นที่ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ซิลินซึ่งมองมาที่เขาอย่างพิจารณา ..หากเธอยังบอกไม่ได้ว่ากระรอกสวรรค์ตรงหน้านี้คือใครเขาเองก็พร้อมจะเล่นงานให้สมองน้อยๆนั้นรื้อฟื้นมันขึ้นมาเสียแต่ตรงนี้!!

 

              “เจ้ากระรอกนั่น...อาร์สรึ?” น้ำเสียงหวานห้าวแผ่วอย่างไม่แน่ใจดังขึ้นขณะที่เธอค่อยๆขยับเข้ามาใกล้เขาอีกเล็กน้อย ดวงตามรกตหรี่ลงอย่างประมวลผลก่อนที่มันจะเบิกกว้างเมื่อรับรู้ถึงอะไรบางอย่าง ร่างเพรียวบางวิ่งพรวดเข้ามาก่อนจะใช้สองมือคว้าตัวของเขาไปก่อนจะจ้องมาอย่างไร้มารยาท.. อาร์ดิอัสขมวดคิ้วเล็กน้อย ใจเองก็อยากจะกัดลงไปในมือนั่นให้จมเขี้ยวแต่มันอาจจะสร้างเรื่องยุ่งยากได้และเมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็ได้แค่อยู่นิ่งๆให้อีกฝ่ายสำรวจเท่านั้น!

              “ใช่..ใช่จริงๆด้วย ..แต่เหตุใดอาร์สถึงมาอยู่ที่นี่ได้กับเทพ..เช่นเจ้ากัน!!?” ความสงสัยระลอกสองถูกถามกลับมาอีกครั้งขณะที่ตัวของเขาถูกส่งไปยังทหารด้านหลังที่วิ่งเข้ามาพร้อมกับกรงนกขนาดเล็กในมือ..แลยังไม่ทันที่จะได้สำแดงฤทธิ์เดชอะไรไอ้ร่างงี่เง่านี่ก็ถูกโยนเข้าไปในกรงเสียเรียบร้อยโดยที่เขายังไม่ทันที่จะตั้งตัวด้วยซ้ำ!!

 

 

‘ไม่มีสิ่งใดมากมายไปกว่าคำโกหก’

โลกที่เต็มไปด้วยความหลอกลวง..ไม่ว่าจะมองไปยังทิศใด..

สิ่งนั้นยังคงอยู่และยังดำเนินต่อไปอย่างช้าๆราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว

..คำโกหก..กำลังจะเติบโตและเข้ามาแทนที่ ‘ความเป็นจริง’ อย่างเงียบงัน

 

 

ฝุ่นควันกำลังฟุ้งตลบขณะที่เสียงฝีเท้าของม้ากลับห้อตะบึงต่อไปอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย มือแกร่งเกร็งแน่นแลชื้นเหงื่อจนน่ารำคาญ ดวงตาสีทองสว่างเรืองโรจน์ในความมืดขณะที่ลมหายใจสูดเข้าลึกเป็นจังหวะ หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความรู้สึกมากมายหากแต่ที่สัมผัสได้เด่นชัดคือความเคียดแค้นซึ่งล้นทวี มันอัดแน่นอยู่ในอกเหมือนไฟแค้นสุมจนใจแทบไหม้!!

              มือข้างหนึ่งละออกจากบังเหียนพลางเอื้อมไปแตะด้ามดาบซึ่งคาดไว้ที่เอวมั่น เส้นทางที่เขากำลังไปเริ่มเบี่ยงออกจากวังหลวงเรื่อยๆทันทีที่รับรู้ถึงเรื่องราวบางอย่างที่ชวนให้น่าสงสัยมาตั้งแต่ต้นทว่าขณะเดียวกันที่ความเป็นตายกำลังแล่นมาจ่ออยู่ที่คออีกครึ่งหนึ่งในใจเองก็อดห่วงไม่ได้ถึงเจ้ากระรอกที่เขาฝากไว้ให้ทางแคสแซนดอร์ดูแล ..ลางสังหรณ์มันกำลังเต้นระริกและจากการคาดการณ์แล้วอาร์สย่อมไม่มีวันยอมอยู่เฉยๆในปราสาทที่มันคิดว่าคือกรงขังเป็นแน่...มันจะต้องหนีออกมาและนั่นแลคือปัญหาใหญ่หลวงที่เขาไม่อยากจะเผชิญ..

               อาร์สแตกต่างจากสัตว์ประจำกายทั่วไปเมื่อตัวของมันหาได้มีสายใยเชื่อมโยงกับเขาไม่ ..และการค้นหาเองก็ยิ่งทำได้ยากเย็นขึ้นเท่านั้น..  ทว่ากับแค่กระรอกหนึ่งตัวเขาคงไม่ต้องพะว้าพะวงเช่นนี้แต่ลางสังหรณ์นั้นกลับบอกว่าหากอาร์สหายไปเรื่องร้ายบางอย่างจะต้องบังเกิดขึ้นเป็นแน่แท้!!

 

พลันความคิดทั้งหมดทั้งมวลกลับต้องหยุดลงเมื่อปลายของลูกธนูปริศนาแล่นเฉี่ยวผิวแก้มไปอย่างรวดเร็ว ดัชเชร์ กัดฟันกรอดอีกครั้งก่อนจะเร่งให้ม้าควบฝีเท้าให้ไวขึ้นแม้ใจจะรู้ดีว่านี่ถึงขีดจำกัดของมันแล้วก็ตาม เสียงโหวกเหวกของผู้คนด้านหลังเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆบ่งบอกว่าพวกมันกำลังเข้ามาใกล้ทุกขณะ.. เสี้ยวหน้าหล่อเหลาพลันหันไปมองด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะพบใบหน้าของใครบางคนซึ่งเหมือนกับซิลินไม่มีผิด..ต่างก็แค่ว่าเป็นคนละคนเท่านั้นและเธอคนนี้เองที่ทำให้เขาต้องตกมาอยู่ในสภาพเช่นนี้!!

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อสี่ชั่วโมงก่อน

 

 

            “ใกล้แล้วสินะวังหลวง..” เสียงพึมพำจากซิลินเรียกให้ดวงตาสีทองสว่างต้องหันไปมองอย่างสงสัย เสียงฝีเท้าของม้ายังคงย่ำเดินไปอย่างช้าๆเมื่อกองขบวนเริ่มจะผ่อนความเร็วลงขณะที่สายตาของทุกคนแลเห็นกำแพงใหญ่ของที่หมายเบื้องหน้าอยู่ไม่ไกลนักทว่าบรรยากาศที่มีรอบตัวแทนที่จะเป็นผ่อนคลายหากเขาจับได้แค่ความกดดันที่มากขึ้นเป็นเท่าทวี

            “ดัชเชร์..เจ้ารู้หรือไม่ว่าแคสแซนดอร์มีเรื่องมากมายที่ขัดแย้งกับทางวังหลวงบ่อยครั้ง” คำถามแปลกประหลาดที่ออกมาจากปากของสตรีข้างกายนั้นชวนให้สงสัยไม่น้อยเมื่อเรื่องขัดแย้งต่างๆที่เกิดขึ้นหนึ่งในผู้ก่อนั้นหากไม่นับท่านพ่อของเขาซิลินเองก็อยู่ในจำนวนนั้นด้วยเช่นกัน.. ความเคลือบแคลงระแวงสงสัยเริ่มบังเกิดขึ้นในใจเมื่อสัมผัสบางอย่างกำลังเต้นเร่าๆส่งสัญญาณเตือนว่าอันตรายกำลังจะมาถึง

            “วังหลวงต่อต้านตระกูลแคสแซนดอร์ขณะที่ชาวเมืองให้ความเคารพพ่อเจ้ายิ่งกว่าตัวกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์” ม้าของซิลินพลันหยุดเดินไปในทันทีทันใดที่พูดจบรวมถึงทหารบางนายด้วยเช่นกัน ดัชเชร์ขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะบังคับม้าให้ถอยห่างออกมาจากวงล้อมขึ้นเรื่อยๆพลางส่งสัญญาณแก่ทหารคนสนิทที่ยังคงเป็นฝ่ายเดียวกับเขา

             “หากไม่มีแคสแซนดอร์อยู่แล้วไซร้ วังหลวงจะมีอำนาจเต็มที่ในการปกครองโดยไม่ต้องอับอายผู้ใด”

             “เจ้าหมายความว่าอย่างไรซิลิน?..” อดที่จะเอ่ยโต้กลับไปไม่ได้เมื่อเค้าลางบางอย่างเริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างและเชื่อมโยงเข้ากับเหตุการณ์นี้อย่างช้าๆ ..ทั้งก่อสงครามกับเทพ ..ดิเชียสบาดเจ็บสาหัสมาหากแต่ยังไม่ได้แจ้งข่าวแก่วังหลวงแต่อย่างใดพี่คนรองของเขาก็ถูกส่งตัวเข้าสมรภูมิไปในทันที ..งานมากมายที่ท่านพ่อต้องแบกรับดูจะมากขึ้นขณะที่การเรียกประชุมกันของคนในตระกูลมีบ่อยครั้งจนน่าสงสัย ทั้งหมดมันบ่งบอกว่าทุกคนเริ่มระแคะระคายบางอย่างเว้นก็แต่เขาที่ไม่รับรู้อะไรเลย!!

 

             “เส้นทางบีบคั้นให้ ‘พวกเรา’ ต้องรับข้อเสนอจาก เขา ” เสียงเสียดสีของคมดาบดังขึ้นขณะที่แสงวิบวับจากโลหะส่องสะท้อนกับประกายพระอาทิตย์ยามเย็นและเมื่อนั้นเองการปะทะก็บังเกิดขึ้น!

              “แด่อำนาจ..” ดวงตาสีสวยของซิลินเริ่มแปรเปลี่ยนไปจนกลายเป็นสีดำสนิท ไอสังหารแผ่คลุ้งจนเขารู้สึกได้ว่าสตรีเบื้องหน้านั้นหาใช่คนรู้จักของเขาไม่  แผ่นหลังเริ่มชื้นเหงื่อขณะที่ใจเองก็วางไปได้ครึ่งหนึ่งเมื่อทหารที่มาด้วยกันมีไม่น้อยที่สามารถตีฝ่าวงล้อมของคนทรยศออกไปได้ตามที่เขาลอบสั่งเมื่อครู่ ..เหลือก็รอเพียงแค่ว่าพวกนั้นจะกลับไปแจ้งข่าวแก่แคสแซนดอร์ได้หรือไม่

 

 

เคร้ง!! เสียงดาบปะทะดังขึ้นขณะที่ร่างบางนั่นพุ่งเข้าใส่และฟาดอาวุธลงใส่เขา ดัชเชร์ตวัดดาบคู่กายออกไปขณะที่มืออีกข้างบังคับให้ม้าหันหลังกลับแลออกแรงวิ่งตรงไปอย่างรวดเร็ว ม้าศึกที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีเรื่องแค่นี้ย่อมไม่ได้สร้างปัญหาแก่มันนัก ตัวหนายักษ์ของมันพลันเหวี่ยงขึ้นแลตะกุยดินและผงฝุ่นให้คลุ้งตลบก่อนจะออกวิ่งไปตามคำสั่งอย่างชาญฉลาด 

 

ดัชเชร์ปิดตาลงแน่นปล่อยให้สายลมรุนแรงลู่ผ่านจนเส้นผมสีดำปลิวสะบัด ..ดาบถูกเก็บเข้าฝักอย่างช้าๆขณะที่มือกำแน่นเข้าหากันก่อนจะแบออกปรากฏเป็นวงแหวนเวทขนาดกลางสีเพลิงสดลอยกระเพื่อมเหมือนระเบิดที่รอเวลาปะทุ สมาธิถูกรวบรวมจนถึงขีดสุดขณะที่ดวงตาสีทองเปิดพรึบขึ้นอีกครั้ง วงเวทซึ่งถูกรั้งด้วยแขนพลันถูกเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศก่อนที่มันจะกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้าโจมตีศัตรูในม่านฝุ่นควัน!

             เสียงหวีดร้องดังขึ้นตามมาติดๆแต่เวทนั่นก็ทำได้เพียงแค่ใช้ถ่วงเวลาเท่านั้น.. ความเครียดกินลามไปทั้งเส้นประสาทใจเองก็อยากจะหันหลังกลับไปปะทะเหลือแสนแต่นั่นช่างเป็นการกระทำที่โง่เง่าสิ้นดีเมื่อตัวเขาคนเดียวจะไปสู้อะไรได้กับกองกำลังที่สามารถเรียกทัพจากวังหลวงซึ่งอยู่ใกล้เพียงไม่กี่ก้าวนี่ได้ เขาไม่ใช่เทพสงครามอย่างบนสวรรค์และไม่ได้มีพลังมหาศาลอย่างท่านพ่อ ด้วยที่อายุยังน้อยเช่นนี้แม้จะต่อกรกับแม่ทัพอาวุโสได้แต่ต้องไม่ใช่ทหารระดับกองพันมากมายพวกนั้นเป็นแน่!!

 

เขาทำได้แค่หนี..จนมาถึงปัจจุบันนี้ก็ยังต้องทำเช่นนั้นจนกว่าจะสลัดให้หลุดออกจากพวกจมูกดีนั่นสิ่งที่หวังพึ่งได้ก็มีแค่ม้าตัวนี้และพลังอีกเฮือกหนึ่งเท่านั้น!!!

 

ได้แค่หนี.. ได้แค่หนี.. ได้แค่หนี..

หนี..อย่างนั้นหรือ?

ช่างน่าสมเพชเสียจริง..

 

 

 

ภาพหยดน้ำหล่นกระทบกับพื้นหินดูเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบซึ่งมีแค่เสียงของสายลมคลอเคล้านั้นกลับมีบางสิ่งที่ผิดแผกออกไป.. ห้องสีขาวสะอาดสะอ้านเปรอะเต็มไปด้วยคราบเลือดสีสดไหลอาบย้อมทั่วทุกพื้นที่จนแทบจะกลายเป็นแดงฉาน เศษแก้วกระจกมากมายแตกเกลื่อนกราดพื้นและมีเพียงแค่‘เขา’เท่านั้นที่ยืนอยู่ ณ ที่นี้

              ดวงตาสีไวน์กุหลาบกราดมองไปทั่วทุกพื้นที่อย่างเงียบงัน..กลิ่นคาวคลุ้งลอยโชนชวนน่าสะอิดสะเอียนหากทว่าโสตนาสิกนั้นกลับชินชาทั้งยังโหยหามันมากขึ้น เส้นผมสีมุกซึ่งยามนั้นยาวแค่ประบ่าเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตรวมทั้งชุดเสื้อผ้าขาดวิ่นตามกาย..แขนขาเล็กผอมถูกตรวนด้วยสายโซ่ซึ่งขาดบิดเบี้ยว ..ข้อมือใต้วงเหล็กหนาคือแผลเหวอะหวะซึ่งบอกถึงการดิ้นรนจากมันจวบจนได้รับอิสระ

 

            ..ร่างของเทพอายุแค่สิบเอ็ดยืนคว้างท่ามกลางซากศพ.. จุดก่อกำเนิดของอดีตซึ่งดุจดังความฝันที่ตามมาหลอกหลอน ..อดีตที่ยามนั้นเขายังเป็นแค่เทพไร้ชื่อ..  สิ่งเดียวที่มีอยู่ในจิตใจคือการหนีไปให้ไกลจากการกักขังนี่.. หนีออกจากห้องมืดๆที่ได้เห็นหลังจากลืมตาเกิด ห้องขังที่เต็มไปด้วยสิ่งเพียบพร้อมมากมายทว่ามันกลับไร้ซึ่งผู้คน.. อยู่กับความเงียบวังเวงจนไม่อาจจะพูดได้แม้กระทั่งวิธีที่จะออกเสียงหรือแม้แต่การเขียนและจับดินสอแต่ก็ใช่ว่าจะฟังคำพูดไม่รู้เรื่อง..ทว่ากายนี้กลับมีสัญชาตญาณเพียงอย่างเดียวที่ทำได้โดยไม่ต้องฝึกนั่นก็คือการ ‘ฆ่า’

ไม่อาจรู้ได้ว่าเพราะเหตุใดแต่เมื่อเจอกับสิ่งอันตรายร่างกายมันก็แทบจะขยับไปเองโดยสมองไม่จำเป็นต้องสั่งการและครานี้อีกก็เช่นกันยามที่ตัวของเขาถูกพาออกจากห้องขัง..ใจที่ร่ำร้องอิสระก็กระตุ้นให้จิตใต้สำนึกกระทำการบางอย่างลงไปและมารู้สึกตัวอีกที..ทั่วทุกพื้นที่ก็อาบย้อมไปด้วยสีเลือด

 

 

แดงฉาน..งดงามจนน่าลุ่มหลง

 

 

ตึก ตึกตึก.. เสียงของฝีเท้าก้าวย่ำทำลายความเงียบทั้งปวงเรียกให้ดวงตาสีประหลาดตวัดไปมองอย่างสงสัย ..ร่างสูงของใครสักคนปรากฏขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า ไอเค้าแห่งความเงียบเหงาวังเวงลอยคลุ้งจนสิ่งมีชีวิตซึ่งไม่เคยสัมผัสกับโลกเช่นเขายังรู้สึกได้  ชายผู้นั้นยังเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆขณะที่จิตภายในของเขากลับไม่อาจจะจับได้ถึงความอันตรายที่ร่างนั้นมีหากยิ่งร่างปริศนาใกล้เข้ามาเท่าใดความหนาวเยือกภายในนั้นก็ค่อยๆลดหายลงไปเท่านั้น

              รู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดแลไร้ซึ่งความเคลือบแคลงสงสัย เท้าค่อยๆย่ำผ่านแอ่งเลือดอย่างช้าๆจนกลายเป็นวิ่งกระโจนเข้าหาชายในชุดคลุมขาวผู้นั้น แขนเอื้อมเข้าคว้าหาไออุ่นก่อนที่ดวงตาจะปิดลงเมื่อฝ่ามือหนานั่นลูบลงบนศีรษะอย่างปลอบประโลมแลไม่นึกรังเกียจเหมือนซากศพพวกนั้นยามที่มันเคยมีชีวิตอยู่

 

              “นิ่งเสีย..นับจากนี้ไปเราจักอยู่คู่กับเจ้า อย่าได้หวาดกลัว..แลอย่าได้ละทิ้งความรู้สึกใดๆไป” เสียงนุ่มละมุนเอื่อยเอ่ยอย่างอ่อนโยนเหมือนเทพอารักษ์ผู้พร้อมด้วยจิตเมตตา แม้จะไม่อาจเข้าใจถึงความหมายแฝงในประโยคนั่นและเขาก็ได้หารู้ไม่ว่าสิ่งที่จะตามมาคืออะไร..

 

              “นาเรสทราเจียร์..นั่นคือนามแห่งข้าแล้วเจ้าเล่าเทพตัวน้อย..” อ้อมกอดคลายลงขณะที่ร่างสูงแกร่งค่อยๆย่อกายลงมาให้ระดับสายตาประสานกัน เขาในยามนั้นเพียงแค่นิ่งเงียบเพราะไม่อาจจะพูดได้..ทำได้เพียงแค่อ้าปากและหุบลงอย่างช้าๆ เสียงพยายามจะเปล่งออกมาแต่เหมือนมันจะมีแค่ลม ดวงตาได้แต่หรุบลงต่ำเมื่อระลึกได้ถึงบางอย่าง

..แม้นจะพูดได้แต่สุดท้ายเขาก็ยังไร้นามอยู่เช่นเดิม..  ทว่าสัมผัสของนิ้วมือใหญ่ซึ่งแตะอยู่ข้างแก้มกลับเรียกความสนใจจากเขาอีกครั้ง ..ดวงตาของคนตรงหน้าฉายประกายระยิบเหมือนแสงทองที่ส่องกระทบกับผิวน้ำอย่างไรอย่างนั้น

 

      “หากเป็นเช่นนั้น..” เสียงนุ่มเอ่ยแผ่วก่อนจะทิ้งท้ายประโยคชวนให้เขารู้สึกสนใจอย่างประหลาด ร่างสูงนั่นพลันลุกขึ้นอย่างช้าๆและจูงมือเปื้อนเลือดของเขาให้เดินไปอย่างไม่นึกใส่ใจว่ามือของตนจะเปื้อนไปด้วยรึไม่  พวกเขาเดินมาเรื่อยๆจวบจนเส้นทางมาสุดอยู่ที่บานประตูกว้างก่อนที่รอยยิ้มอ่อนโยนนั่นจะส่งมาให้เขาอย่างช้าๆ

 

..ชายปริศนาผู้มีนามว่านาเรสทราเจียร์นั้นค่อยๆใช้มืออีกข้างผลักดันบานประตูสีขาวออกไปเผยให้เห็นทิวทัศน์ของเหล่ามวลไม้ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยแสงนวลพลันเสียงนุ่มไพเราะนั่นก็ค่อยๆเปล่งออกมาอย่างช้าๆราวกับสกุณาขับขานบทเพลง

 

“อาร์ดิอัส

..สายลมแห่งอิสระซึ่งโอบโลกไว้ด้วยความอ่อนโยน..

นับจากนี้ไปมันจักเป็นชื่อของเจ้า”

 

 

คำโกหกแรกของชีวิตนั้น

ยามได้ฟังแลหวนระลึกถึง

ก็ยังอบอวลไปด้วยความอบอุ่นแลรวดร้าวจนชวนให้ร่ำไห้ทุกครา

 

 

              ความฝัน? ...ดวงตาสีไวน์กุหลาบค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆขณะที่ร่างค่อยๆยันขึ้นจากพื้นแฉะ ..ความงุนงงปนสงสัยฉายวาบเข้าสู่จิตใจขณะที่ใบหน้าค่อยๆหันไปมองรอบทิศอย่างช้าๆ อาร์ดิอัสถอนหายใจบางเบาเมื่อตระหนักได้ว่าเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงแค่ความฝันจากอดีตของเขาเท่านั้นแต่ช่างน่าแปลกนักที่เขามีชีวิตอยู่มาร่วมหลายพันปีแต่กลับเพิ่งมาระลึกถึงเรื่องราวแต่เก่าก่อนเอาช่วงนี้..และมันเริ่มบ่อยครั้งขึ้นจนน่าสงสัย..

 

 

             กลิ่นคาวคลุ้งลอยโชยจนต้องก้มลงไปมองว่าตัวของเขานั้นกำลังถูกแช่อยู่ในอะไรหากพลันดวงตากลับต้องเบิกกว้างเมื่อพบว่าตนอยู่ท่ามกลางบ่อเลือดขนาดใหญ่ในวิหารกว้างที่ใดสักแห่ง!!  เผลอลุกพรวดขึ้นอย่างตระหนกขณะที่สายลมโบกพัดผ่านผิวเนื้อให้หนาวเยือกไปทั้งกายเหมือนกับว่าไม่มีเสื้อผ้าติดตัว ..ไม่มีเสื้อผ้าติดตัว?.. นึกแล้วพลันทวนความคิดอีกครั้งก่อนที่จะเริ่มมองสำรวจตนเองอย่างช้าๆขณะที่เงาสะท้อนบนพื้นน้ำสีสดเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆฉายความจริงบางอย่างที่ชวนให้เหงื่อตก

 

           ..ดวงตากลมโตบ๊องแบ๊วนั่นยังคงเหมือนเดิมแม้มันจะอัดแน่นไปด้วยความเฉยชากำลังจ้องตอบกลับมาที่เขา ..ร่างกายเปลือยเปล่าดูสมส่วนถึงไม่อรชรอ้อนแอ้นแต่ก็ดูผอมจนเกินไปชวนให้ขัดหูขัดตาชอบกลอย่างบอกไม่ถูกโดยเฉพาะใบหน้าและบางสิ่งบางอย่างที่ติดมาด้วยบนศีรษะกับด้านหลัง

             ใบหน้าอ่อนเยาว์เหมือนเด็กวัยสิบหกนั้นมีเค้าโครงของเทพสงครามอยู่ไม่น้อยแต่มันก็ถูกกลบด้วยเส้นผมสีมุกยาวกระเซิงประบ่า..ทว่าใบหูขนาดใหญ่และหางม้วนฟูฟ่องที่ติดมาด้วยนั้นก็ยิ่งตอกย้ำถึงบางอย่างที่เขานึกหลงดีใจว่ามันจะหายไป  ถึงร่างจะเปลี่ยนเป็นแบบเดิมแม้อายุจะดูลดน้อยลงแต่เศษเสี้ยวของกระรอกที่เคยเป็นก็ยังคงตามมาหลอนหลอกให้รู้สึกหนักใจอยู่ดี..ถึงเขาจะไม่ทราบก็เถิดว่าเพราะเหตุใดตนถึงมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ทว่าถ้าให้เลือกระหว่างอาร์สกับร่างที่ชวนให้นึกขนลุกเช่นนี้เขายอมเลือกอย่างแรกเสียยังดีกว่า!!

 

 

ฟึ่บ.. เสียงผ้าตวัดกลางอากาศก่อนที่มันจะค่อยๆตกลงมาคลุมตัวของเขาเรียกความสงสัยได้ดีว่านอกจากบ่อเลือกนี้แล้วยังมีใครคนอื่นอีกกัน?  อาร์ดิอัสนิ่งไปเล็กน้อยขณะที่ค่อยๆปัดผืนผ้านั้นให้ออกจากศีรษะ ดวงตาค่อยๆช้อนขึ้นมองแขกผู้มาใหม่ซึ่งมีคริชาต์รวมอยู่ในนั้นด้วยเช่นกัน

              “เป็นอย่างที่เจ้ากล่าวคริชาต์ ..อาร์สหาได้ใช่สัตว์อสูรธรรมดาไม่” ประโยคนั่นชวนให้เขานึกหงุดหงิดอย่างประหลาดพาลโกรธไปถึง‘มัน’ผู้นั้นที่ลงมือใส่คำสาปลงในร่างของเขา ..นอกจากจะเป็นกระรอกสวรรค์แล้วเขายังมีอะไรมากกว่านั้นกัน? ยังมีอะไรที่ชวนให้น่าแปลกประหลาดอีกอย่างนั้นรึ!!? ยิ่งนึกก็ยิ่งทำให้รู้สึกหงุดหงิดว่านับวันเขายิ่งมีฐานันดรห่างไกลจากคำว่าเทพสงครามเข้าไปทุกที..

                คิดอย่างหงุดหงิดขณะที่ใบหน้ายังคงเฉยเมยอย่างเก็บอารมณ์ ดวงตากลมพลันตวัดมองไปยังอดีตมือขวาซึ่งค่อยๆเดินก้าวเข้ามาใกล้พร้อมกับเสื้อผ้าในมือ..ดวงตาของคริชาต์จ้องเขม็งมาราวกับจะบอกว่าให้เขาเงียบไว้เสียจะเป็นการดี

ถึงแม้จะน่าโมโหแต่อย่างไรตอนนี้เขาก็ฉลาดพอที่จะไม่หาเรื่องใส่ตัวเอง ..จะละครฉากใดเขาเองไม่อาจรู้แต่เมื่อเจ้ามือขวานี่มีท่าทีจริงจังกว่าทุกครั้งสิ่งที่ทำได้ก็มีเพียงเงียบจนเรื่องผ่านพ้นแลค่อยไปเค้นคอถามเอาตอนหลังก็ยังไม่สาย ..ใช่ยังไม่สายแม้ในใจนี่จะเดือดจนแทบปะทุอยู่แล้วก็ตาม..

 

               “อย่างที่ข้ากล่าวตามข้อเสนอเจ้าเองก็ควรจะปล่อยเราไป” ..ข้อเสนอ?.. ทวนคำสองพยางค์นั่นอย่างแปลกใจขณะที่ดวงตาค่อยๆหรี่ลงจ้องมองไปยังร่างสูงของคริชาต์อย่างจับผิด สมองเริ่มคิดประมวลผลอีกครั้งถึงเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปขณะที่ความสงสัยเรื่องของตนยิ่งทวีมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

               “ปล่อยหรือ? หากจะปล่อยคงเป็นแค่ตัวเจ้าคริชาต์..ทว่าอาร์สยังต้องอยู่กับข้าจนกว่าจะได้คืนมันให้กับดัชเชร์!!” สตรีเบื้องหน้าว่าพลางกระชากดาบออกมาจากข้างเอว เธอยกมันขึ้นสูงราวกับจะประกาศศึกอย่างไรอย่างนั้น ความคิดที่ว่าจะไปเค้นคอถามคริชาต์เอาตอนหลังถูกปัดตกหายไปในทันทีที่คมดาบแรกถูกตวัดผ่านปลายผมไปอย่างรวดเร็ว

             อาร์ดิอัสกำมือแน่นขณะที่ฟันกัดกรอดอย่างยากจะระงับอารมณ์ขณะที่เสียงใสเหมือนระฆังแก้วตะโกนก้องอย่างเดือดดาลทว่าไร้ซึ่งความน่ากลัวสิ้นดีจะดังขึ้น

 

              “พวกเจ้าจะฆ่ากันให้ตายเสียงตรงนี้นั้นย่อมได้แต่จงบอกข้ามาก่อนเสียว่านี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!!?”

 

 

 

จบช่วงที่ 7

วันอาทิตย์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2553





---------------------------------- - -
ภาพประกอบ

คำอธิบายภาพ : อย่าได้หลงไปกับท่าทางใสๆนั่นเชียว!!

ปล. เป็นแค่รูปสเก็ตธรรมดาๆที่"อาจจะ"มีการวาดใหม่ในอนาคต

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1,036 ความคิดเห็น

  1. #1027 Fr0Zen (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 13:28
    กรี้ดดด กรีดร้องด้วยความปลื้มปริติ อาร์สน้อยกระรอกสวรรค์กลายเป็นหนุ่มน้อยน่ารักไปเสียแล้วว
    #1027
    0
  2. #877 Number42 (@number42) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มีนาคม 2554 / 17:41

    ช่วยดัชเชสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส ส สส

    #877
    0
  3. #849 •Zol2iäc• (@yuletied) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 03:10

    โอ้ว
    ค้าง อีกเเล้วT^T

    #849
    0
  4. #846 รุกฆาตครับ (@unrare) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:26
    แงๆ อย่าปล่อยให้
    เด็กตาดำๆ ทั้งหลาย
    รอนานกว่านี้เลยยย

    TT^TT

    อิอิ
    #846
    0
  5. #844 kittykid (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 / 16:40
    อัพต่อเถอะน้า รออยู่น้า
    #844
    0
  6. #843 เหล้าแอปเปิ้ล (@apfelwein) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:36
    อัพเถอะนะ  ได้โปรด
    #843
    0
  7. #840 ~ล่องลอย~ (@ginny20437) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 / 16:30
    เมื่อไหร่จะอัพเพิ่มสักที TT
    #840
    0
  8. #838 เจ้าผักกาด (@pinkinee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มกราคม 2554 / 23:10
    วุ๊ย  วนมาอ่านเกินสิบรอบได้แล้วมั๊ง

    อัพเสียทีนะซิล !!!!


    i'm waiting 4 u !!!!!
    #838
    0
  9. #836 andear (@andear) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มกราคม 2554 / 15:01

    เข้ามาอ่านเป็นรอบที่สิบ ท่านอาร์สช่างน่าฮักกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    #836
    0
  10. #835 kittykid (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มกราคม 2554 / 15:00
    นึกว่าอัพเพิ่มแล้วซะอีก รีบมาอัพต่อน้า ลุ้นกับดัชเชร์ อาร์สจะไปทันหรือเปล่าเนี่ย อาร์สเวอร์ชั่นใหม่น่ารักจนอดจิ้นไม่ได้
    #835
    0
  11. #834 Sorrow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มกราคม 2554 / 20:34
    อาร์ดิอัส น่าร้ากกก >.< มาอัพเดทไวๆนะคะ ชอบเรื่องนี้มาก
    #834
    0
  12. #833 Sorrow (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 มกราคม 2554 / 20:34
    อาร์ดิอัส น่าร้ากกก >.< มาอัพเดทไวๆนะคะ ชอบเรื่องนี้มาก
    #833
    0
  13. #830 เงารัตติกาล (@darel) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 มกราคม 2554 / 16:36
    อาร์สน่ารัก น่าหม่ำ น่าจับกดเป็นที่สุด


    ค้างงงงงงงง มากมาย อัพด้วยน้า
    #830
    0
  14. #824 Gu_Sum (@gu-summ-er) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2553 / 12:13
    อ๊าก...!! อาร์สเวอร์ชั่นใหม่น่ารักกว่าเดิมอีกเว้ยเฮ้ย

    ไอ่ซัมผู้นี้ยินยอมถูกอาร์สเวอชั่นนี้หลอกด้วยท่าทางน่ารักๆหลอกอย่างเต็มใจเลยละคร๊าบ

    ทั้งหูทั้งหางไม่ไหวๆ น่ารักอะไรจะขนาดนั้น

    ดัชเชร์เอ๋ย เอ็งเสร็จกระรอกแน่ 55555
    #824
    0
  15. #823 koly (@-emptines-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2553 / 12:58
    อาร์สน่ารักได้อีกค่ะ

    อิมเมจใหม่จิ้นง่ายกว่าเดิม หุหุ

    อัพต่อไปนะคะ สู้ๆ ^ ^


    ปล.นิยายสดใสที่ไรเตอร์บอกก็ทำให้ข้าน้อย ปวดตับสุดติ่ง(?)เช่นกัน
    #823
    0
  16. #822 เหล้าแอปเปิ้ล (@apfelwein) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2553 / 22:57
    เรื่องราวสดใสที่ทำให้เราปวดตับคงจะมีเรื่องนี้เรื่องเดียวล่ะมั้งเนี่ย
    #822
    0
  17. #818 +07-GhosT+ (@pandarapimsky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2553 / 17:27

    ค้างๆๆ ช่วยอัพแล้วเอาผมลงที T^Tค้างมาก

    #818
    0
  18. #815 yihvakung (@yihvakung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2553 / 19:46

    เวลาได้ยินไรเตอร์บอกว่า เรื่องราวสดใส

    มันทำให้เราปวดตับขึ้นมาเล็กน้อย

    แต่ก็นะ อาจจะสดใสจริง ออร่าวายเปล่งประกายมากเลยค่ะ

    แค่อิมเมจตัวละครของอาร์ดิอัสนั่น

    เราก็จิ้นเตลิดไปไกล ราชินีชัดๆ

    ตอนนี้ได้รูปลักษณ์ใหม่ เคะกว่าเดิม!!!

    #815
    0
  19. #814 เด็กแว่นตาดำๆ (@02072540) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2553 / 11:08
    อัพ นะค่ะ (. .) นะค่ะ
    #814
    0
  20. #811 fFfFrailty_zZ (@-christin-) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2553 / 22:57
    อาร์สรูปแบบใหม่ จิ้นง่ายกว่าเดิม
    #811
    0
  21. #809 mayjung_za (@mayjung_za) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2553 / 22:13
    ซะงั้น ค้าง อ่ะ !!!
    #809
    0
  22. วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 22:11

    อาร์ส จะกลายร่างได้อีกหลายเวอชั่นไหมขอรับ
    (เวอชั่นใหม่นี้น่าหลงไหลซะจริง)

    #808
    0
  23. #807 เจ้าผักกาด (@pinkinee) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 20:27
    ง่ะ ถึงอาร์สเวอร์ชั่นใหม่จะดูสดใสกุ๊งกิ๊งยังไง

    ในใจก็ยังอยากจะบอกว่าา     เอากระรอกกรูคืนมาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    เอิ้กกกกกกกกกกกกกกกกก

    ล้อเล่นนะคะ   แค่คึดถึงกระรอกซาดิสน่ะค่ะ อิอิ
    #807
    0
  24. #806 ลำดวนเทา (@fareesia) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2553 / 18:53
    อาร์สน่ารักกว่าเดิมเยอะเลย
    #806
    0