๐ FIC Detective Conan ๐ UMEBOSHI [OC]

ตอนที่ 8 : ๐ 07 ๐ ภาพความทรงจำที่หวนคืน 【2】

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 993
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

ภาพความทรงจำที่หวนคืน

 

กริ๊ง~

 

เสียงนาฬิกาที่เป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่ดังขึ้น เปลือกตาบางค่อยๆเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าด้วยความอ่อนเพลีย ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจทิ้งและเอื้อมมือไปปิดนาฬิกาปลุกเพื่อไปจัดการธุระส่วนตัวในยามเช้าเสียให้เรียบร้อย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยดี ชุดนักศึกษาเสื้อเชิ้ตสีขาวกระโปรงพลีทยาวสีกรมท่าและรองเท้าผ้าใบได้ถูกสวมใส่เป็นที่เรียบร้อย

 

สองเท้าก็ก้าวออกจากห้องเช่าเล็กๆเพื่อมุ่งตรงไปยังป้ายรถเมล์ประจำทางอย่างปกติดังเช่นทุกวัน ป้ายปลายทางที่เธอจะลงนั้นก็คืือมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งในประเทศไทย

 

ทุกๆวันเธอจะออกจากห้องเช่าตั้งแต่เช้าเพื่อไปเตรียมตัวสำหรับบทเรียนที่มหาลัย โดยนั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียวเงียบๆตรงมุมหน้าห้อง เพราะเมื่อมีสิ่งใดที่ไม่เข้าใจเวลาเรียน จะได้เอ่ยถามผู้เป็นอาจารย์ได้อย่างสะดวก

 

เธอไม่มีเพื่อนที่เรียนมหาลัยด้วยกัน นั่นคือสิ่งที่คนอื่นๆในสาขาที่เรียนด้วยกันรู้ดี ส่วนนึงก็มาจากสีผมและสีตาที่ไม่เหมือนกับชาวบ้านเขา อาจารย์น่ะไม่มีปัญหากับเรื่องนี้หรอกเพราะขึ้นชื่อว่าเด็กมหาลัยแล้วจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น จะมีก็แต่ถามว่ามันเป็นมาตั้งแต่กำเนิดแล้วใช่มั้ยก็แค่นั้น แล้วก็จบไป

 

แต่คนที่มันมีปัญหากับเธอได้ทุกวี่ทุกวันน่ะ...

 

ตึง!

 

เสียงออดเลิกเรียนดังไปนานแล้ว วิชาที่ต้องเรียนวันนี้ก็หมดไปแล้ว แต่เธอก็ยังคงนั่งอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนอยู่เพื่อรอคอยเวลาไปทำงานพิเศษแต่ทันใดนั้นเสียงทุบโต๊ะก็ดังขึ้นพร้อมๆกับคนที่ดูท่าทางเป็นรุ่นพี่กลุ่มนึงที่ยืนทำท่าวางก้ามอยู่หน้าโต๊ะของเธอ

 

เสียงซุบซิบของเพื่อนร่วมสาขาบางคนดังขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลัวเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเธอแทน แต่ บ๊วย กลับหากลัวไม่และใช้นัยน์ตาสีชมพูน้ำตาลโรสวู้ดตวัดกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับปิดหนังสือลง...

 

" มีอะไรรึเปล่าคะ? " เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ ยืดอกขึ้นเล็กน้อย

 

" มีอะไรรึเปล่าคะ? ยังจะถามมาได้อีกนะ! พี่บอกให้น้องไปย้อมสีผมกลับไปเป็นสีดำไม่ใช่รึไง! คอนแทคเลนส์นั่นก็เหมือนกัน ทำไมยังใส่มาอีก! " รุ่นพี่ผู้ชายใบหน้าเบี้ยวบูดยามเมื่อถามถึงรูปลักษณ์ภายนอกของฉัน

 

นี่ฉันไม่ได้บอกหรอว่ามันเป็นมาตั้งแต่กำเนิด?

 

" แล้วเย็นนี้อ่ะก็หัดอยู่เข้าประชุมเชียร์กับเพื่อนคนอื่นๆเขาด้วยนะ! ไม่ใช่หนีกลับบ้านไปอีกล่ะ ยัยเด็กปี1 " รุ่นพี่คนเดิมพูดพลางเอามือเท้าโต๊ะและพูดด้วยน้ำเสียงข่มขู่อย่างเห็นได้ชัด

 

เฮ้อ...สงสัยคงจะต้องทำให้เด็ดขาดสักทีล่ะมั้งเนี่ย รุ่นพี่พวกนี้จะได้ไม่ต้องมายุ่งกับเธออีก

 

" ...ขอตัวนะคะ " เธอฉีกยิ้มพลางหยักหน้าให้ เป็นสัญญาณวาเธอจะต้องรีบไปทำงานพิเศษแล้ว

 

" เฮ้ย! ฟังไม่รู้เรื่องอ่อ บอกให้อยู่ก็อยู่ดิวะ! ถ้ามึงไม่อยู่กุก็ไม่เอารุ่นมึงแล้วนะเว้ย! " รุ่นพี่ผู้ชายพูดอย่างเหลืออดด้วยอารมณ์เดือดดาลที่เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวและยังจะขอตัวกลับบ้านไปแบบทุกครั้ง

 

" อ๋อ..รุ่นพี่อาจจะหูหนวกหรือความจำไม่ดี โอเคค่ะหนูเข้าใจได้ งั้นหนูจะบอกให้ฟังชัดๆอีกรอบดีมั้ยคะ? คุณรุ่นพี่ปี3 " บ๊วยที่กำลังจะเดินพ้นห้องไปหันกลับมาประจันหน้ากับรุ่นพี่ผู้ชายและพูดด้วยน้ำเสียงยียวน

 

เธอก็เหลืออดแล้วเหมือนกันนั่นแหละ ตามรังควานเธอได้ทุกวี่ทุกวัน ความอดทนของตัวเองก็อยู่ในระดับที่ต่ำมากๆอีกด้วย...

 

" มันจะมากไปแล้วนะมึงอ่ะ! กุเป็นรุ่นพี่นะเว้ย! " เขาบอก

 

" ใจเย็นๆนะเว้ย พูดกับน้องเขาดีๆดิ " รุ่นพี่ผู้หญิงที่เห็นท่าไม่ดีก็เข้ามาช่วยห้าม

 

" ให้เย็นอยู่ได้ไงวะก็ดูแม่งพูดดิ! แล้วจะรีบไปไหนวะ? ไปขายตัวรึไงฮะ!? " รุ่นพี่ผู้ชายเริ่มพาลแล้วหันไปใส่อารมณ์ที่รุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นแทน

 

" ขอโทษนะคะ...แต่กับรุ่นพี่อย่างคุณที่ทำตัวเป็นนักเลงกระจอกเก่งแต่ปากหยาบคายแบบนี้ ฉันไม่เคยนับคุณเป็นรุ่นพี่หรอกค่ะ ขอตัวนะคะต้องรีบไปทำงานพิเศษ " เธอพูดด้วยสีหน้านิ่งๆและส่งสายตาดูแคลนไปให้อีกฝ่าย แต่มันกลับทำให้อีกฝ่ายรู้สึกโกรธเหมือนโดนเธอหักหน้าต่อคนทั้งห้อง และย่างเท้าเข้ามาจะประชิดตัว

 

" ปากเก่งนักนะ! โดนนี่สักหน่อยจะเป็นไรไป!! " เขาวิ่งเข้ามาพร้อมกับง้างหมัดมาแต่ไกล

 

...มีแต่ช่องโหว่

 

เธอเอี้ยวตัวหลบรอบแรกพ้นอีกฝ่ายก็ยังไม่ยั้งหมัดใส่ หมัดสอง หมัดสาม จนกระทั่งเธอรู้สึกรำคาญเพราะยังไงก็ดูจะไม่จบแน่ๆจนกว่าเขาจะได้ต่อยเธอ เพื่อตัดปัญหาในรอบที่สี่หลังจากที่หลบวิถีหมัดพ้นก็รีบหันหลังก่อนจะจับแขนเขาเอาไว้ให้มั่นและ...

 

ตึง!

 

ท่าที่แม้กระทั่งเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆแบบเธอก็ทำได้ คือการเหวี่ยงตัวอีกฝ่ายข้ามหัวไป และจัดการปล่อยลงอย่างรุนแรงเพื่อให้เขาหมดฤทธิ์

 

" โอ๊ย! น นี่แกกล้าทำฉันเรอะ!---อะ " ชายหนุ่มตะคอกด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจก่อนที่จะสะอึกไปยามมองใบหน้าของเด็กสาว ใบหน้าที่ถึงแม้จะนิ่งแต่สายตาที่ราวกับจะกลืนกินเหยื่อแบบนั้นมันดูน่ากลัวเป็นอย่างมาก

 

คนอื่นๆในห้องเองที่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ออกมาจากตัวเธอก็ต่างพากันถอยออกไปเป็นแถบ

 

" ข้อแรกสีผมกับสีตาของฉันมันเป็นตั้งแต่กำเนิด ถ้าข้องใจนักก็ไปตายแล้วขึ้นไปดูหน้าพ่อแม่ฉันบนสวรรค์นู่น ข้อสองฉันไม่เอารุ่นเพราะอยากจะตั้งใจเรียนมากกว่ามาทำอะไรพวกนี้ มันเสียเวลา... "

 

" ข้อสามกุไม่ได้ขายตัวแต่ไปทำงานพิเศษที่ร้านอาหารจำใส่กะลาหัวเอาไว้ซะด้วย มารยาทผู้ดีอ่ะหัดมีซะบ้างนะ พ่อแม่ไม่เคยสั่งเคยสอนรึไงว่าอย่ามาดูถูกคนอื่น แล้วปากน่ะเก็บไว้กินข้าวเถอะ ไม่งั้นต่อไปถ้าไปพูดแบบนี้กับใครอีก ก็อาจจะได้กินตีนแทน! " คำด่าทอหยาบคายถูกพ่นออกมารัวๆแบบหมดความอดทน ว่าแล้วก็ระบายอารมณ์โดยการเตะยอดหน้าอีกฝ่ายไปอีกรอบจนเขาสลบเหมือดไป

 

จากวันนั้นรุ่นพี่คนนั้นก็แทบไม่มาให้เธอเห็นหน้าอีกเลย เคยมีครั้งนึงที่เขาจะเอาผิด แต่ขอโทษเถอะไม่มีหลักฐานมามัดตัว คำฟ้องของเขามันก็เลยเป็นแค่ลมปาก...

 

และผลจากการที่ตั้งใจเรียนและลงวิชาเต็มทุกวันทุกคาบทำให้บ๊วยเก็บหน่วยกิตได้ครบก่อนใครเพื่อนและเข้าการสอบคัดเลือกการเป็นเจ้าหน้าที่DSIที่อายุน้อยที่สุดตั้งแต่นั้นมา

 

ภาพถูกตัดกลับมาที่บ้านหลังเล็ก แถบคิวชู ในฟุกุโอกะ

 

" บ๊วย.. " เสียงเรียกเพรียกหาเธออันแสนอ่อนโยนนั่น เธอจำมันได้เป็นอย่างดี...

 

" แม่แก้ว... "

 

" มานั่งทำอะไรแบบนี้ตรงหน้าผาล่ะลูก เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก " ถึงแม่แก้วจะว่าแบบนั้นแต่ก็ยังอุตส่าห์ลงมานั่งเป็นเพื่อนเธออยู่ดี...

 

" หนู...แค่อยากมานั่งตากลมน่ะค่ะ " บ๊วยว่าพลางทอดสายตาที่ว่างเปล่าออกไปมองทิวทัศน์ของธรรมชาติรอบๆ

 

" แหม มาถึงนี่ทั้งทีมัวแต่มานั่งอยู่ตรงนี้เนี่ยนะ? งานเทศกาลข้างล่างก็มีทำไมไม่ไปล่ะลูก ต้นบ๊วยโทบิอุเมะก็ออกจะสวยนะ? "

 

" ...หนูคิดถึงแม่นี่คะ " บ๊วยเอ่ยเสียงแผ่ว

 

" โถ่ ลูกคนนี่นี่~ " แม่แก้วยกมือลูบหัวฉันอย่างเอ็นดู

 

" หนู...อยากเจอแม่อีกสักครั้ง....ไม่สิ อยากอยู่ด้วยกันทุกๆวัน ต่อจากนี้และตลอดไปในวันข้างหน้า...มันทรมาณมากเลยนะคะ...การอยู่คนเดียวเนี่ย " บ๊วยน้ำตาซึมเล็กน้อยเพราะความคิดถึงและโหยหาที่มีต่อผู้เป็นแม่

 

" ...บ๊วย ฟังแม่นะ " แม่แก้วดึงฉันเข้าไปกอด

 

" บ๊วยไม่ได้อยู่คนเดียวนะลูก แม่ยังคงอยู่กับลูกตรงที่ตรงนี้ไง " แม่แก้วชี้เข้าหาหัวใจของเธอ...

 

" หนูรู้ค่ะ แต่การที่ตื่นขึ้นมาทุกวันแล้วไม่ได้เจอหน้าทุกคนแบบนี้...มันก็ไม่ได้ต่างจากการอยู่คนเดียวเลยนี่คะ? " เธอเอ่ยถามอย่างตัดพ้อ

 

" ...ให้หนูไปอยู่ด้วยไม่ได้หรอคะแม่? "

 

" ถ้าลูกทำแบบนั้นแม่จะโกรธจริงๆนะ...ได้โปรดเถอะ บ๊วย...มีชีวิตอยู่ต่อไปนะลูกรัก " สิ้นเสียงของแม่คือร่างของฉันและแม่แก้วที่ร่วงหล่นลงไปนอนกับปากทางเข้าถ้ำอีกครั้ง...

 

ตุบ!

 

" ... " บ๊วยหยัดตัวลุกขึ้นมาอย่างเชื่องช้าและมองร่างของแม่ที่มีเลือดท่วมตัว

 

" ขี้โกงนี่คะ..คุณแม่...หนูยังมีเรื่องที่อยากจะคุยกับแม่อยู่ตั้งเยอะเลยนะคะ...ตื่นขึ้นมาพูดกับหนูก่อนสิคะ..แม่แก้ว "

 

แต่เปล่าประโยชน์ ร่างของผู้เป็นแม่นอนนิ่งไม่ไหวติง...

 

" แม่แก้ว ฮือ...ตื่นขึ้นมาก่อนสิคะ แม่แก้ว! "

 

 

" แม่แก้ว!!! "

.

.

.

.

.

เฮือก!

 

พรวด!

 

" แฮ่กๆ...เฮ้อ ฝันบ้าอะไรเนี่ย? " อุเมะได้สติและรีบลุกขึ้นมานั่งอย่างตกใจกลัวและพบว่าแท้จริงแล้วเธอแค่หลับฝันไป มือเรียวก่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อนพลางนึกถึงใบหน้าของผู้เป็นแม่ครั้งสุดท้ายก่อนที่จะตื่นขึ้นมาจากฝัน

 

แม่แก้ว...

 

ทุกอย่างในฝันมันดูเหมือนจริงมากๆ...

 

โดยเฉพาะลูกเตะที่เสยหน้าของเจ้ารุ่นพี่ปากเสียนั่นอ่ะนะ...

 

' ที่นี่...โรงพยาบาลงั้นหรอ? ' เธอมองไปรอบห้องและก้มมองชุดที่ตัวเองใส่ที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นชุดของคนไข้เสียแล้ว

 

" จริงสินี่เรา...สลบไปหลังจากเห็นผู้หญิงคนนั้น...แล้วก็.. "

 

' พี่ชิโนะครับ! ' อ่า ดูเหมือนคนที่เธอพยายามจะเลี่ยงดันวิ่งเข้ามาหาเธอเองซะได้

 

" เอาเป็นว่าก่อนอื่น... " มือบางเอื้อมไปคว้ากริ่งสำหรับเรียกพยาบาลขึ้นมา...

.

.

.

หลังจากเรียกพยาบาลไปได้ไม่นานคุณหมอก็เข้ามาตรวจร่างกายฉันอย่างละเอียดอีกครั้ง คุณหมอบอกว่าฉันมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรงสาเหตุอาจจะเป็นเพราะเครียดมากจนเกินไปหรือมีอะไรบางอย่างไปกระตุ้นมัน

 

เมื่อคุณหมอลองถามถึงสาเหตุจริงๆฉันก็ได้แต่บ่ายเบี่ยงตอบกลับไปว่าอาจจะเป็นเพราะเครียดมากจนเกินไปจริงๆเลยมีอาการแบบนั้น เกรงว่าถ้าบอกความจริงไปว่าสาเหตุที่ตัวเองเป็นแบบนี้เพราะเห็นภาพของแม่แก้วซ้อนทับกับเมื่อสี่ปีก่อนบวกกับเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว คงจะโดนซักถามยาวแน่ๆ

 

ไม่นานหลังจากนั้นก็มีตำรวจในพื้นที่เข้ามาสอบปากคำ ข้างหลังของพวกตำรวจเองก็มีคนที่ดูท่าทางเป็นคุณลุงและเด็กชายสวมแว่นที่เดินตามเข้ามาด้วย...

 

อ่า โคนันคุงนี่เอง

 

" งั้นผมจะเริ่มสอบปากคำเลยนะครับ? ก่อนอื่นบอกชื่อของคุณและบอกว่าตอนเกิดเหตุคุณไปทำอะไรอยู่ตรงนั้นครับ? " หลังจากที่คุณตำรวจเอ่ยแนะนำตัวโดยที่ฉันไม่ได้ฟังชื่อเขาเลยแม้แต่นิด กลับสนใจมองไปที่เด็กสายเสียมากกว่าจนเจ้าตัวแอบสะดุ้ง

 

" ...ฉันชื่อมุเสะชิกิ ชิโนตะ อายุ 22 ค่ะ ฉันกะว่าจะมาเดินเที่ยวงานเทศกาลที่ศาลเจ้าดาไซฟุแล้วก็ไปเยี่ยมหลุมศพของครอบครัวที่อยู่บนเขาน่ะค่ะ ถ้าคุณเดินขึ้นไปบนเขาจะเห็นบ้านหลังเล็กๆอยู่ใช่มั้ยล่ะคะ พอเลี้ยวไปทางซ้ายจะเป็นทางไปหลุมฝังศพค่ะ...ถ้าจะถามหาพยานที่อยู่ล่ะก็ คนที่เห็นฉันล่าสุดก็คงจะเป็นคนขายดอกไม้ที่อยู่ใกล้ๆกับเรียวกังที่ฉันพักอยู่ค่ะ " ฉันร่ายยาวและเอ่ยดักทางคุณตำรวจที่จะถามหาพยานที่อยู่

 

" แต่ว่านะๆ ทำไมพี่สาวถึงไปสลบอยู่ในที่แบบนั้นล่ะครับ? ผมเห็นพี่สาวอาเจียนด้วยนี่นา นี่ๆมันเป็นเพราะอะไรหรอครับ? " โคนันคุงเอ่ยถาม

 

" เจ้าบ้าเขาก็อาจจะแค่หน้ามืดเป็นลมเฉยๆก็ได้นี่ ใช่มั้ยครับ? " คุณลุงโคโกโร่เป็นฝ่ายขัดคำถามของโคนันก่อนจะหันมาหาฉันด้วยสายตาเจ้าชู้

 

" เอ่อ คุณคือ? " ฉันแสร้งถาม

 

" อ๊ะ ผมโมริ โคโกโร่ เป็นนักสืบครับ " เข้าว่าพลางเข้ามาประชิดตัวใกล้จนฉันแอบถอยหลังไปเล็กน้อย

 

" แหมยอดนักสืบโมริโคโกโร่คนนั้น ที่่ว่าไขคดีได้ตอนหลับใช่มั้ยคะ? " ฉันว่ายิ้มๆพลางพูดยกยอเขา โดยมีสีหน้าของโคนันที่บ่งบอกว่ากำลังเอือมระอากับลุงคนนี้สุดๆอยู่

 

อุเมะให้ปากคำกับตำรวจอยู่สักพักก็พบว่าคดีในครั้งนี้เธอดันกลายเป็นผู้ต้องสงสัยไปโดยปริยายเพราะอยู่ใกล้กับศพในที่เกิดเหตุมากที่สุด ยังดีที่การมาฟุกุโอกะคราวนี้ไม่ได้พกปืนมาด้วยไม่งั้นล่ะก็พวกตำรวจคงได้เบนเข็มมาหาเธอร้อยเปอร์เซ็นเป็นแน่...

 

นอกจากเธอแล้วก็ยังมีผู้ชายสองคนกับผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยด้วย ทั้งสามคนนี้ต่างก็พากันมาเที่ยวที่ศาลเจ้าด้วยกันเป็นเพราะ...

 

คนแรกชื่อสึมาโมโตะ เคนมะ เป็นสามีของผู้ตาย เขาให้การว่าระหว่างที่เขากับภรรยากำลังเดินเที่ยวอยู่ในเทศกาลนั้น ภรรยาของเขาก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำแล้วจากนั้นก็ไม่เห็นเธออีกเลย และไม่มีพยานที่อยู่ด้วย

 

คนที่สองชื่อ นิชิซากิ ยูโตะ เป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยด้วยกันของผู้ตาย เขาบอกว่าตัวเขาวกกลับไปเรียวกังเพื่อไปเอากล้องถ่ายรูปที่ลืมเอาไว้ก่อนเกิดเหตุประมาณครึ่งชั่วโมงได้เพราะเกิดท้องเสียด้วยจึงต้องอยู่ทำธุระส่วนตัวไป พยานที่อยู่คือพนักงานต้อนรับของทางโรงแรมและกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นว่าเขากลับมาที่โรงแรมจริง

 

คนที่สามชื่อ ชิโด ซายากะ เธอเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยด้วยกันกับผู้ตายเช่นกัน เธอให้การว่าขณะกำลังขอพรและเขียนแผ่นป้ายอธิษฐานอยู่นั้น หันกลับมาอีกทีเธอก็หลงทางกับทุกคนเสียแล้ว โทรศัพท์ของตนก็แบตหมดจึงนั่งรออยู่แถวๆทางเข้าศาลเจ้าเผื่อจะเจออีกสองคนที่ผ่านทางมา และแน่นอนไม่มีพยานที่อยู่

 

" งั้นหรอคะ...แต่เสียใจด้วยนะคะ ฉันไม่เคยรู้จักกับผู้ตายหรือทั้งสามคนนั้นมาก่อนเลยค่ะ " อุเมะนั่งส่ายหน้าไปมาบนเตียงปฏิเสธข้อกล่าวหาที่บอกว่าเธอเป็นผู้ต้องสงสัย

 

" ยังไงก็ตามถ้าทางเราได้อะไรคืบหน้าแล้ว เราจะขอสอบปากคำคุณอีกรอบเพื่อความแน่ใจนะครับ...รบกวนช่วยบอกที่อยู่ของคุณตอนนี้ได้มั้ยครับ? " คุณตำรวจไม่ยอมแพ้และตามตื้อต่อเพราะสงสัยอะไรในตัวเธอ อุเมะถอนหายใจเฮือกใหญ่และบอกที่พักของเธอให้กับคุณตำรวจฟัง

 

" เรียวกังฟุคุโอ...ห่างจากศาลเจ้าไปไม่ไกลค่ะ " อุเมะตอบ

 

' !!! '

 

โคนันที่ได้ยินชื่อที่พักของหญิงสาวก็ต้องตกใจทันทีเมื่อพบว่ามันเป็นที่พักเดียวกันกับที่เขาพักอยู่ พลางหรี่สายตาไม่ไว้วางใจหญิงสาวตรงหน้าอย่างปิดไม่มิดจนอุเมะรู้สึกว่ากำลังมีคนจ้องเธออยู่และตวัดสายตากลับไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวพลางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

 

เด็กชายแอบเหงื่อตกเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตานั่น...

 

" ว่าแต่ คุณหนูครับขอเสียมารยาทถามนิดนึงนะครับ ดวงตานั่นเป็นตั้งแต่เกิดแล้วหรอครับ? " คราวนี้เป็นคุณลุงโคโกโร่ที่ถามขึ้นมาด้วยความสนใจ

 

" ค่ะ เป็นสีตาที่ได้มาตั้งแต่เกิดแล้วล่ะค่ะ " เธอยิ้มรับ

 

หลังจากนั้นไม่นานพวกคุณตำรวจและคุณลุงโคโกโร่ก็ขอตัวกลับออกไปหาหลักฐานและสืบสวนคดีกันต่อไป โดยลืมเจ้าเด็กแว่นคนนี้เอาไว้ในห้องกับเธอเสียแล้ว...

 

" อ้าว โคนันคุง เธอไม่ไปกับเขาหรอ? " อุเมะเอ่ยถามเด็กชายที่ยืนล้วงกระเป๋านิ่งๆ และเป็นเพราะแว่นตาที่แสงตกกระทบทำให้มองเห็นสายตาของอีกฝ่ายไม่ชัดเจนนัก

 

" ...ต้องการอะไร "

 

" หือ? หมายความว่ายังไงหรอจ้ะ? "

 

" อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องนะ! เธอน่ะ ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่! "

 

" ... "

 

" ... "

 

อุเมะตีหน้านิ่งผิดกับอีกฝ่ายที่มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

 

อืม~ในเมื่อเด็กมันไม่ยอมเชื่องั้นเธอก็คงจะต้องเล่นบทผู้ร้ายแล้วล่ะมั้ง?

 

" แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ พ่อนักสืบตัวน้อย :) " เธอฉีกยิ้มที่มีเลศนัยออกมาทำให้โคนันกัดฟันกรอดอย่างหงุดหงิดใจ

 

" เลิกเล่นละครซะที!...นี่เธออย่าบอกนะว่า เธอตามเรามาที่นี่เพราะต้องการจะตามมาเก็บเชอร์รี่? "

 

" หึ เชอร์รี่? อ๋อ เด็กที่ชื่อไฮบาระ ไอนั่นสินะ ไม่ล่ะเบลม็อทสั่งห้ามเอาไว้แล้วเพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก "

 

" ...ถ้างั้นแล้วทำไม " เด็กชายถามเสียงอ่อนลงเล็กน้อยด้วยความสงสัย เพราะถ้าไม่มาที่นี่เพื่อฆ่าไฮบาระแล้วล่ะก็ จุดประสงค์ที่แท้จริงของเธอคืออะไรกันแน่?

 

" ...เรื่องเยี่ยมหลุมศพน่ะเป็นเรื่องที่จัดฉากขึ้นทั้งหมด...ส่วนเป้าหมายที่แท้จริงของฉัน.. "

 

" ก็คือเธอไงโคนันคุง~ "

 

" !! ฉ ฉันงั้นหรอ? "

 

" ใช่ๆ แล้วยังมี..อีกคนนะ " สายตาของหญิงสาวเหม่อมองออกไปมองด้านนอกหน้าต่าง

 

" อึก...อย่ายุ่งกับเธอนะ เธอไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้!! " ทันทีที่ได้ยินเธอบอกแบบนั้น เด็กชายก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกคนที่กำลังเธอพูดถึงนั้นเป็นใครกันแน่ จึงบอกกลับอีกฝ่ายไปด้วยน้ำเสียงที่มีความโกรธเคืองมากยิ่งขึ้น

 

" แหม นี่ขนาดยังไม่ได้เอ่ยชื่อนะเนี่ย...สำคัญมากเลยหรอ ผู้หญิงคนนั้นน่ะ? " อุเมะยิ้มร้ายถามพลางหันกลับมามองคู่สนทนาตัวจิ๋วของเธอ

 

" ... " โคนันไม่ได้ตอบแต่จ้องอีกฝ่ายตาเป็นมัน

 

" แต่จะดีเร้อ~ มัวแต่มายืนโอ้เอ้อยู่ตรงนี้น่ะ? "

 

" ...นี่เธอหมายความว่ายังไง " เด็กชายมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก เมื่อเธอพูดแบบนั้น มันรู้สึกทำให้เขาเป็นกังวลอย่างมากเพราะลางสังหรณ์ของเขามันกำลังร้องเตือน...

 

ว่าคนสำคัญของเขาอาจจะกำลังตกอยู่ในอันตราย..

 

" ...อ้าว พี่สาวไม่ได้บอกงั้นหรอ...ว่าพี่ไม่ได้มาคนเดียว? "

 

" ขืนช้าจะแย่เอานะจ้ะ โค-นัน-คุง :) " สาบานเลยว่าเธอเอ็นดูเด็กจริงๆนะ...

 

" โธ่เว้ย!! "

 

ปึง!

 

เด็กชายสวมแว่นในชุดลำลองสำหรับใส่มาเที่ยวพักผ่อนวิ่งออกไปจากห้องของเธอด้วยท่าทางร้อนรนใจ เพราะกลัวว่าสิ่งที่เธอพูดมันจะเป็นเรื่องจริง...

 

" ว่าไปนั่น~...แค่ล้อเล่นหรอกค่ะ ขืนทำจริงๆฉันก็ได้โดนเบลม็อทฆ่าเอาน่ะสิ " อุเมะมองตามลับหลังเด็กคนนั้นจนออกจากห้องไป ก่อนจะเอามือเท้าคางกับเข่าตัวเองด้วยท่าทางเบื่อหน่าย

 

เพื่อปกป้องสิ่งที่ตัวเองรัก..งั้นหรอ?

 

เป็นฉันเมื่อก่อนก็อาจจะผลีผลามวิ่งออกไปแบบนั้นเหมือนกันล่ะนะ

 

โคนันคุง...

.

.

.

.

 

 

*****************************************

Talk With Writer

อ่าา นั่นแหละค่ะ สมัยที่น้องพยศหน่อยๆ บอกแล้วค่ะว่าอุเมะเป็นคนที่มีความอดทนต่ำ!

พร้อมฟาดเสมอถ้ามีคนมาหาเรื่องค่ะะ สายเลือดสายเลือดหญิงไทยใจแกร่ง(?)

แล้วดูเด็กแว่นสิคะสงสัยไม่เลิก มันเป็นนิสัยของนักสืบอ่ะเนาะ เข้าใจๆ//พยักหน้า

แต่ก็ขอให้ได้แกล้งปั่นหัวสักหน่อยเถอะค่ะ ฮาา

ตอนหน้าเตรียมใจเต้นกันอีกรอบนะคะ!---แค่กก

 

ปฏิกิริยาลูมินอล* = ลูมินอล เป็นสารเคมีที่สามารถตรวจพบร่องรอยของเลือดได้ ซึ่งหน่วยงาน Crime Scene Investigation หรือ CSI จะใช้บ่อยเพื่อหาร่องรอยของเลือด ถึงแม้ว่าจะใช้ไม้ถูพื้นทำความสะอาดลบรอยเลือดก็ตาม

 

1st 28/05/63 100% 01.47 น.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

166 ความคิดเห็น

  1. #129 GornK (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 02:12
    แสบมากกกกก นังเด้กแว่นนี่มันจิงๆเลยย แต่นางก้น่ารักตรงขี้สงสัยกับชอบเก็กท่าแว่นสะท้อนแสงนี่ละ โมเอะพ้อยท์นางจริงๆ
    #129
    1
    • #129-1 Himawari Yukino(จากตอนที่ 8)
      1 กรกฎาคม 2563 / 03:33
      เด็กแว่นน่ารักค่ะะ ยิ่วตอนยิ้มไร้เดียงสานี่ เฮือก//ใจเต้นไม่หยุด
      #129-1
  2. #58 Caramel_Mustard (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 21:26

    โอ๊ยย โคนันโดนปั่นหัวชอบมากค่ะ
    #58
    1
    • #58-1 Himawari Yukino(จากตอนที่ 8)
      1 มิถุนายน 2563 / 21:59
      55555555 ชอบดีนักเรื่องสงสัยคนอื่นเขาไปทั่วเนี่ย น้องขอแกล้งนิดนึงหน่อยนึงคงไม่เป็นไรหรอกมั้งคะ?
      #58-1
  3. #39 Sloth32 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 06:57

    รู้ว่าสงสัยแต่บางครั้งมันก็ดูน่ารำคาญเกินไปนะ-นักสืบขี้เxอกเอ้ยยย

    #39
    1
    • #39-1 Himawari Yukino(จากตอนที่ 8)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:43
      55555ความสงสัยไม่เข้าใครออกใครค่ะ น้องอยากรู้อยากเห็น~
      #39-1
  4. #38 Ploy Parita (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 03:14
    น้องแสบมาก~
    #38
    1
    • #38-1 Himawari Yukino(จากตอนที่ 8)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:42
      น้องเป็นคนมีความอดทนต่ำค่ะ ฮาา
      #38-1
  5. #37 irene612 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 02:17

    รุ่นพี่บางคนก็ทำเหมือนตัวเองเป็นคุณทวดอายุสัก100ปีแล้วมาว้ากสอนการใช้ชีวิตคนอื่นทั้งทีก็ไม่เคยมีประสบการณ์อะไรเลย เจอคนแบบนี้เพลีย // นุ้งโคนันจะสงสัยไปทุกเรื่องไม่ได้เด้อ
    #37
    3
    • #37-1 Himawari Yukino(จากตอนที่ 8)
      28 พฤษภาคม 2563 / 19:41
      ฉากตรงนี้คือเอาประสบการณ์ตรงที่เคยได้รับมาใส่เลยค่ะ555555 เหลืออดจริงๆ ไรท์ผมสีน้ำตาลเข้มๆอยู่แล้ว พอโดนแดดมันก็ยิ่งเห็นชัด รุ่นพี่ก็บอกว่าไรท์ย้อมผมค่ะ คือแบบบไม่จำเป็นเสมอไปมั้ย? เป็นคนนึงที่ไม่ชอบการรับน้องค่ะเพราะมันค่อนข้างบั่นทอนจิตใจเหมือนกัน เรียนเสร็จเหนื่อยๆต้องเข้าประชุมเชียร์อีกกจะบ้าา อยากจะจับรุ่นพี่ทุ่มมากๆเลยเกิดเป็นฉากนี้ขึ้นมาค่ะ ฮาา//นิสัยนักสืบค่ะต้องเข้าใจน้องเขาหน่อย เห็นอะไรสงสัยไปหม๊ดด
      #37-1