๐ FIC Detective Conan ๐ UMEBOSHI [OC]

ตอนที่ 7 : ๐ 06 ๐ ภาพความทรงจำที่หวนคืน 【1】

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,025
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 142 ครั้ง
    26 พ.ค. 63

ภาพความทรงจำที่หวนคืน

 

" อุเมะชู? " เด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลแดงเอ่ยปากอย่างฉงน

 

" ใช่...เธอพอจะรู้จักบ้างมั้ยล่ะว่าคนในองค์กรมีคนชื่อแบบนี้บ้างรึเปล่า? " เด็กชายใส่แว่นคนเดิมเอ่ยถามอีกครั้ง

 

หลังจากที่รถไฟชินคันเซ็นได้เทียบท่าที่สถานีปลายทาง ก็ต่างพากันมาที่เรียวกังที่คุณลุงโมริ โคโกโร่จับฉลากได้เป็นรางวัลใหญ่ แต่ตอนขาลงจากรถไฟโคนันที่พยายามสอดส่องสายตาหาผู้หญิงที่อ้างว่าตนชื่อมุเสะชิกิ ชิโนตะนั้นก็พบว่า เธอได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเสียแล้ว

 

มันน่าแปลกมากทั้งๆที่อีกฝ่ายแต่งกายด้วยชุดสีดำที่น่าจะมองเห็นง่ายแท้ๆ

 

แต่ไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหนก็ไม่พบเธอเลยแม้แต่ปลายเส้นผม

 

ผู้หญิงคนนี้ถึงภายนอกจะดูเป็นมิตร แต่ภายในนั้น...สัญชาตญาณของเขามันบอกว่าเธอคนนี้อันตราย

 

" ไม่เลย ฉันไม่เคยได้ยินชื่อแบบนี้มาก่อน..แน่ใจนะว่าเธอพูดแบบนั้นจริงๆ? " ไฮบาระถาม

 

" อ่า ฉันฟังไม่ผิดหรอก ก็เจ้าตัวเป็นคนบอกเอง แถมยัง... "

 

แววตาเศร้าสร้อยของหญิงสาวที่เขามองเห็น ยามเมื่อเธอเล่าถึงคุณปู่คุณย่าคู่นึงที่อาศัยอยู่บนเขาใกล้ๆกับศาลเจ้าดาไซฟุเทนมันกุ เขารู้สึกได้มันจะต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ...

 

" แถมยัง? " ไฮบาระเอ่ยถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบเสียงไป

 

" ...เปล่าหรอก ไม่มีอะไร " เด็กชายบอกปัดนั่นจึงทำให้เด็กสาวนึกสงสัย แต่ก็ยอมปล่อยผ่านให้เพราะถึงเธอจะเซ้าซี้ถามไปยังไงเธอก็รู้ว่าเขาคงจะบ่ายเบี่ยงไปเรื่อยๆแน่

 

" แต่มันน่าแปลกนะ.. " ไฮบาระเอ่ยเนิบๆพลางใช้มือกุมคางเล็กน้อยราวกับกำลังใช้ความคิด

 

" อะไรที่ว่ามันแปลกหรอ? " โคนันเอ่ยถามซ้ำและเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย

 

" ถ้าอุเมะชูนั่นคือโค้ดเนมของผู้หญิงคนนั้นจริงมันก็น่าแปลก เพราะที่ผ่านๆมาชื่อเหล้าที่เป็นโค้ดเนมในองค์กรส่วนใหญ่ก็จะมีแต่เหล้านอกทั้งนั้น แต่นี่น่ะมัน... "

 

" เป็นเหล้าญี่ปุ่นไม่ใช่หรอ? " ไฮบาระถามและมองคู่สนทนาของตนที่ชะงักไปเพราะพึ่งฉุกคิดได้

 

" !!...จะว่าไปมันก็ใช่แฮะ " โคนันว่า

 

อุเมะชูเป็นเหล้าที่เกิดจากการแช่บ๊วยในแอลกอฮอล์และน้ำตาลกรวด มันมีรสชาติที่เปรี้ยวอมหวาน และเป็นที่นิยมในหมู่คนที่ดื่มไม่เก่ง มีแอลกอฮอลล์ที่น้อยจึงทำให้ดื่มง่าย คำถามคือ...

 

ทำไมถึงเป็นเหล้าญี่ปุ่น?

 

ภาพลักษณ์ของอุเมะชูมันดูต่างกับคนในองค์กรคนอื่นแบบลิบลับเลยด้วยซ้ำ...

 

" ยังไงก็ตามในระหว่างที่เราอยู่ที่นี่คงจะต้องระวังตัวกันหน่อยล่ะนะไฮบาระ " เด็กชายสวมแว่นกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฝ่ายเจ้าของชื่อเองก็พยักหน้าราวกับเห็นด้วย เพราะการมาเที่ยวครั้งนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสองคนแต่ยังมีคนอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ด้วย

 

เราไม่รู้ว่ามันจะมาไม้ไหนอีก มันอาจจะเล่นตุกติกใช้วิธีสกปรกก็ได้ใครจะไปรู้...

 

อีกด้านนึงตรงซอกกำแพงทางเดินของเรียวกังมีสายตาคู่หนึ่งได้จับจ้องมาที่เด็กสองคนอย่างเงียบเชียบ ราวกับว่าเธอได้พยายามทำให้ตัวเองเป็นหนึ่งเดียวกับอากาศ ไม่มีการกระพริบตา ไม่มีสายตากดดัน เธอเพียงแค่แอบฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกันก่อนจะเดินออกไปเงียบๆ

 

' มันจะบังเอิญเกินไปมั้ยที่ได้มาพักที่เดียวกันแบบนี้...' แถมเด็กพวกนั้นก็คิดกันเป็นตุเป็นตะว่าการที่เธอมาอยู่ที่นี่เพราะได้วางแผนอะไรบางอย่างเอาไว้อย่างการกระทำอะไรใดๆก็ตาม ที่จะทำให้พวกเขาและเพื่อนๆตกอยู่ในอันตราย

 

เด็กหนอเด็ก เธอว่าตัวเองก็ยอมบอกเหตุผลจริงๆที่มาที่นี่ไปแล้วนะ ยังจะกังวลอะไรกันอีก?

 

แต่ก็เอาเถอะ เธอว่าเธอพอจะเข้าใจอารมณ์แบบนั้นอยู่ เพราะหลังจากที่ปะทะกันที่ท่าเรือวันนั้นมันก็พึ่งผ่านมาได้แค่สองอาทิตย์เองนี่ จะกังวลกันก็ไม่แปลกหรอก

 

ถึงเบลม็อทจะให้สัญญาเอาไว้ว่าจะไม่ยุ่งกับเชอร์รี่อีก แต่ก็คงจะกระวนกระวายกันน่าดูที่เห็นเธอมาอยู่ที่นี่

 

อุเมะมาถึงที่เรียวกังก่อนพวกเด็กๆเมื่อทำการเช็คอินเข้าที่พักเรียบร้อยเธอก็ทำการส่งกระเป๋าให้กับพนักงานที่รอรับอยู่ทันที ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นกลุ่มคนที่ดูเผินๆอาจจะมองว่าเป็นครอบครัวใหญ่มาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ แต่เมื่อเห็นร่างของเด็กชายใส่แว่นที่พึ่งจะคุยกันเมื่อเช้า...

 

รู้สึกตัวอีกทีสองเท้าสองเธอก็ขยับฉับๆมาแอบอยู่ตรงซอยทางเดินในเรียวกังเสียแล้ว

 

มันเป็นนิสัยของเจ้าหน้าที่DSIอย่างเธอที่ชอบทำตัวลับๆล่อๆนี่เนอะ

 

" เอาล่ะ รีบไปจัดของแล้วรีบไปดีกว่า... " เธอว่าพลางก้าวเท้ายาวเพื่อมุ่งตรงไปที่ห้องของเธอทันที เพราะหลังจากนี้ยังจะต้องไปซื้อดอกไม้สำหรับเยี่ยมหลุมศพด้วย...

.

.

.

.

แขนสองข้างของอุเมะโอบอุ้มช่อดอกไม้เล็กๆสี่ช่อด้วยกัน แต่ละช่อก็ประกอบไปด้วยดอกเบญจมาศสีขาวบริสุทธิ์และดอกคัดเตอร์สีเดียวกันเป็นดอกเล็กๆประดับอยู่ประปราย สองเท้าก้าวขึ้นไปบนภูเขาอย่างเชื่องช้า ค่อยๆเป็นค่อยๆไป

 

อาจจะเป็นเพราะว่าเธอกำลังกลัวอยู่...

 

เพราะยอมรับว่านี่เป็นปีแรกที่เธอจะได้มาเยี่ยมหลุมศพของครอบครัวในรอบ4ปี เพราะในเวลาก่อนหน้านั้นเธอต้องรักษาชีวิตตัวเองบ้างล่ะ คอยหลบสายตาพวกคนในองค์กรบ้างล่ะ พอมาที่ญี่ปุ่นก็ไม่มีเวลาปลีกตัวออกมาเลยด้วยซ้ำเพราะหน้าที่การงานของเธอ

 

ถ้าจะว่าๆเป็นลูกอกตัญญูก็คงจะไม่ผิดซะเท่าไหร่หรอก

 

เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้นเธอก็แอบหนีกลับไปที่ไทยหน้าตาเฉยโดยไม่อยู่จัดการเรื่องงานศพของแม่แก้ว คุณปู่คุณย่าแบบนั้น ถ้าจะโดนสาปแช่งก็คงจะไม่แปลกใจเท่าไหร่...

 

เดินมาได้สักพักในที่สุดก็มาถึงจุดหมาย บ้านหลังเล็กที่มีเค้าโครงเหมือนบ้านในยุคเอโดะแต่สภาพของหลังคาผุพังลงไปมากเนื่องจากไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร

 

ก็นะ...มันเป็นสถานที่ๆเกิดเหตุฆาตกรรมคงไม่มีใครอยากเข้ามาใกล้แถวนี้สักเท่าไหร่หรอก

 

อุเมะมองบ้านของคุณปู่คุณย่าอยู่สักพักก่อนจะละสายตาไปจากมันและมุ่งตรงไปทางซ้ายแทน ทางที่จะนำไปสู่หลุมฝังศพของหมู่บ้านนี้...

 

เดินห่างออกมาไม่ไกลก็มาถึงทางเข้าๆนึง ภายในนั้นมีหลุมฝังศพมากมายไล่เรียงกันอยู่ เสาหินสี่เหลี่ยมผืนผ้าตั้งตระหง่านเรียงตัว บนเสาหินนั้นจะสลักนามสกุลที่บ่งบอกถึงชื่อตระกูลและจะมีแผ่นหินที่สลักชื่อของคนในครอบครัวเอาไว้ หลุมฝังศพของครอบครัวเธอก็เช่นเดียวกัน

 

' ตระกูลคิโนชิตะ '

 

สองขาย่อตัวลงไปนั่งกับขาตัวเองช้าๆและวางดอกไม้ลงไปบนหน้าแผ่นหินที่มีชื่อของทุกคนสลักเอาไว้ ก่อนที่เธอจะยกมือพนมมือเพื่อกราบไว้ผู้มีบุญคุณของเธอ คนที่เป็นดั่งที่รัก คนที่เป็นกำลังใจของเธอ คนที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเธอและ...

 

คนที่ทำให้เธอมีชีวิตอยู่จนมาถึงทุกวันนี้

 

" หนู...กลับมาแล้วค่ะ...แม่แก้ว...พ่อคาซึมะ...คุณปู่..คุณย่า " มือบางทั้งสองข้างรวบกอดขาตัวเองไว้ราวกับเป็นเด็กน้อยเพื่อหาที่ระบายความเหงาเปล่าเปลี่ยวใจนี้ให้หมดไป

 

เธอเอ่ยอย่างหมดอาลัยตายอยาก พึ่งผ่านมาแค่ปีเดียวแท้ๆที่เธอได้แฝงตัวเข้าไปในองค์กรชุดดำ แต่ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่ามันช่างยาวนานกว่านั้นกันล่ะ..

 

ทุกย่างก้าวของชีวิตมีแต่ความตายเต็มไปหมด เดินผิดเส้นทางนิดหน่อยก็อาจจะตายได้ในทันที

 

เป็นงานที่ถึงแม้ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม แต่เธอต้องทำให้สำเร็จให้จงได้

 

' ขอโทษนะคะที่ไม่มาให้เร็วกว่านี้ ขอโทษนะคะที่เป็นลูกที่ใช้ไม่ได้ ขอโทษนะคะ...ถ้าตอนนั้นหนูไม่อ่อนแอล่ะก็.. '

 

อุเมะตัดพ้อตัวเองอย่างไม่จบไม่สิ้นและเป็นฝ่ายโทษตัวเองอย่างเดียว ใบหน้าซบลงกับเข่าด้วยอาการบีบรัดหัวใจ มันปวดหนึบไปหมดยามเมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์ต่างๆในอดีต แต่เธอจะลืมความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด เป็นเพราะความรู้สึกที่สั่งสมมาตลอด4ปี ความเศร้า โกรธแค้น สิ้นหวัง ต่างก็เป็นแรงผลักดันให้เธอเดินต่อไปในวันข้างหน้าได้ทั้งนั้น

 

แต่ถึงอย่างงั้นผลที่ตามมาก็คือการเป็นโรคซึมเศร้า...

 

มีอยู่ครั้งนึงที่ฉันคิดจะฆ่าตัวตาย แต่ดันมีพลเมืองดีและหน่วยกู้ภัยมาห้ามเอาไว้เสียก่อน หลังจากนั้นไม่นานตัวฉันก็ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษาและบำบัดไปตามอาการ หมอแนะนำมาว่าให้ลองหาอะไรทำเพื่อเบนความสนใจอย่างการวาดรูปหรือฟังเพลงเพื่อผ่อนคลายจิตใจ และทานยาควบคู่กันไปก็จริง

 

แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรสักเท่าไหร่เพราะจิตใจมันหมกหมุ่นอยู่กับการตายของครอบครัวเธอเอง....

 

ช่วงสองสามเดือนแรกก็ไปหาอยู่หรอก แต่หลังๆเป็นเพราะต้องประหยัดค่าใช้จ่าย การไปหาหมอเป็นประจำนั้นก็จำเป็นจะต้องจ่ายค่ารักษาเป็นจำนวนมาก

 

ซึ่งสำหรับเด็กที่พึ่งจบมัธยมศึกษาตอนปลายมาแบบนี้จะมองยังไงก็จ่ายไม่ไหว เงินประกันที่ได้มาจากการเสียชีวิตของพ่อแม่เองก็ไม่อยากใช้ ลำพังแค่เงินที่ทำงานพิเศษของเธอก็เต็มกลืนแล้ว...

 

ปัจจุบันอาการของเธอยังไม่หายขาดและไม่ได้ก้าวข้ามผ่านมันมาได้แต่อย่างไร แต่เธอเลือกที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมกับมันมากกว่า

 

" ถ้าเกิดว่าตอนนี้ทุกคนยังอยู่...ป่านนี้เราก็คงจะได้ไปเที่ยวที่ศาลเจ้ากันแล้วแน่ๆเลยใช่มั้ยล่ะคะ? " อุเมะเอ่ยปากถามลอยๆโดยไม่ได้หวังให้มีใครตอบกลับมาก่อนจะหยัดตัวยืนขึ้นและบอกลาหลุมฝังศพเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะเดินกลับไปยังบ้านหลังเล็กที่ๆเคยเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เธอโหยหาอยู่เสมอ

 

แต่ทว่า...

 

ปัง!

 

" !! เสียงมาจากบ้านของคุณปู่คุณย่านี่... " อุเมะผงะไปเมื่อได้ยินเสียงปืนดังลั่นตรงมาจากเส้นทางที่พาไปยังบ้านของคุณปู่คุณย่า เมื่อได้สติจึงรีบวิ่งไปดูสถานการณ์ทันที

 

' ไม่มี? ดังมาจากทางหลังบ้านหรอ? ' แต่พอเธอวิ่งมาถึงหน้าบ้าน กลับไร้ร่องรอยของคนยิงปืนหรือข้าวของเสียหายเลยแม้แต่น้อย จึงเดาว่าถ้าไม่ใช่ตรงหน้าบ้านก็คงจะเป็นหลังบ้านเป็นแน่

 

ตึกๆๆ

 

" อ้าว..แปลกแฮะ เสียงปืนดังมาจากตรงไหนกันแน่เนี่ย ทั้งๆที่เสียงมันน่าจะมาจากตรงนี้แท้ๆ " ไม่มีตัวการที่คิดว่าน่าจะเป็นคนยิงปืน ไม่มีเลยแม้แต่ปลอกกระสุนจนเธอเริ่มมีน้ำโหที่หาต้นเสียงของปืนไม่พบ จนกระทั่งฉุดคิดอะไรบางอย่างได้...

 

' หรือว่า... ' นัยน์ตาสีชมพูน้ำตาลโรสวู้ดเบนสายตาไปมองทางหน้าผาที่คุ้นเคยด้วยสายตาหวั่นวิตกบางอย่าง

 

อึก

 

หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายฝืดคออย่างกล้ากลัวๆ เพราะยังทำใจกล้าไม่พอที่จะมองลงไปข้างล่าง

 

ไม่ใช่เพราะกลัวความสูง แต่กลัวที่จะมองสถานที่แห่งความทรงจำอันเลวร้ายนี่ต่างหาก

 

แล้วมันก็ใช่อย่างที่เธอคิดเสียด้วย...เมื่ออุเมะค่อยๆยื่นหน้าออกไปมองภาพเบื้องล่างของเธอ ก็ต้องมองเห็นร่างของหญิงสาววัยกลางคนที่นอนแน่นิ่งไม่ได้สติอยู่ตรงนั้น เลือดบริเวณศรีษะที่ไหลออกมาเป็นวงกว้างมันชวนให้...

 

อุ๊บ!

 

" อ่อก!--แค่กๆ! " ของเหลวเหม็นหืนตีกลับขึ้นมาในลำคอและสำรอกออกมาด้วยความทรมาณ ร่างกายที่สั่นเทาเล็กน้อยเพราะพึ่งเอาอาหารเช้าที่กินไปไม่นานมานี้ออกมาจนหมดกระเพาะ

 

ฉับพลันภาพแห่งความฝันร้ายก็เหมือนจะปะเดปะดังเข้ามาในหัวของเธอไม่หยุดหย่อน จนหัวของเธอแทบจะระเบิด เมื่อรวมเข้ากับบรรยากาศที่ยังคงมีกลิ่นเหล้าบ๊วยในไหที่แตกโชยมากับสายลม...

 

ภาพของแม่แก้วที่นอนแน่นิ่งอยู่หน้าปากถ้ำ

 

กรอด!

 

ฟันที่เรียงตัวสวยถูกขบเข้าหากันเพื่อระบายความเจ็บปวดในหัว ร่างบางที่ทรุดลงไปกับพื้นกำมือแน่นจนเผลอมีดินติดมาด้วย

 

" ไม่เอาแล้ว...ภาพแบบนี้ฉันไม่ต้องการเห็นอีกแล้ว..."

 

 

" ออกไปจากหัวฉันสักทีสิ!! " หญิงสาวเอ่ยกระแทกเสียงน้ำตาเล็ด

 

' ได้โปรด... '

 

' หายไปสักที...สิ '

.

.

.

.

ตุบ!

 

 

" พี่ชิโนะครับ! " พอดิบพอดีกับที่อุเมะหมดสติล้มลงไป เด็กชายสวมแว่นคนเดิมที่ในระหว่างกลับจากศาลเจ้าดาไซฟุเทนมันกุกับทุกคนก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เจ้าตัวเลยไม่รอช้าที่จะวิ่งขึ้นเขามาพร้อมกับคุณลุงโคโกโร่ที่ไล่ตามหลังมาติดๆตามสัญชาตญาณของนักสืบ

 

" โคนัน แกรู้จักสาวสวยคนนี้ด้วยงั้นหรอ? " ลุงเอ่ยถามขณะที่พยุงร่างของเธอขึ้นมาอย่างระมัดระวัง แต่ถามด้วยน้ำเสียงผู้ชายขี้หลีล่ะนะ...

 

" ค ครับ เรารู้จักกันตอนที่ผมหลงทางในรถไฟน่ะฮะ แหะๆ...แต่ว่าคุณลุงครับ ผมว่าเราต้องแจ้งตำรวจแล้วล่ะครับ " โคนันตอบ พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้กับหน้าผามากขึ้น และเมื่อมองลงไป...ภาพเบื้องล่างที่ปรากฎสู่สายตาเขา ก็ทำให้สีหน้าของเด็กชายก็เปลี่ยนไปในทันที

 

" น นี่มัน!...รัน! รีบโทรแจ้งตำรวจกับรถพยาบาลเร็วเข้า! " เมื่อคุณลุงนักสืบผละออกจากตัวของอุเมะเดินตามโคนันมาดูข้างล่างหน้าผานี้บ้างก็ตัดสินใจให้ลูกสาวของตนรีบโทรเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้องรีบรุดหน้ามาที่นี่ทันที

 

" เอ๊ะ!? ค ค่ะ! " รันที่พึ่งวิ่งตามมาถึงก่อนพวกเด็กๆที่เหลือไม่นาน ก็ทำหน้าเหลอหลาก่อนจะโทรศัพท์ทันทีที่พ่อของเธอบอกแบบนั้น

 

" เกิดอะไรขึ้นหรอครับ? " มิซึฮิโกะถามด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหอบจากการวิ่งขึ้นเขา สภาพของเพื่อนๆเขาก็ไม่ได้ต่างกันไปมากเท่าไหร่ จะมีก็แต่ด็อกเตอร์อากาสะที่เดินตามมารั้งท้ายสุดเพราะช่องว่างระหว่างอายุ

 

" ...มีคนตายน่ะสิ..แถมยัง " มีเธอคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย...

 

โคนันตอบข้อสงสัยให้มิซึฮิโกะทุกคนต่างมีสีหน้าที่ตกใจไปตามๆกัน โดยเฉพาะไฮบาระที่เห็นร่างของหญิงสาวที่ดูเหมือนจะหมดสติไปนั้น ร่างกายก็เริ่มกลับมาสั่นเทิ้มเพราะความกลัวอีกครั้ง ความหวาดกลัวที่มีต่อองค์กรชุดดำ...

 

แต่ครั้งนี้ถือเป็นโชคดีของไฮบาระที่อุเมะสลบอยู่แบบนี้ เธอจึงวางใจไปได้สักพัก...

 

แต่เธอกลับไม่ได้สบายใจเลยสักนิด เพราะลึกๆแล้วเธอก็กลัวว่านี่อาจจะเป็นแผนของผู้หญิงคนนั้นที่จัดฉากเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ใครจะไปรู้...

 

 

 

 

***********************************

Talk With Writer

แฮะ~ตัดจบค่ะะ แต่งมากี่เรื่องๆออริไรท์ก็มีชีวิตรันทดทุกคนเลยค่ะ ฮาา

ไรท์ยังไม่ได้ตรวจคำผิดค่ะ ถ้าเจอก็แจ้งได้เลยนะคะ จะรีบแก้ไขให้ค่ะ

แอบสปอยล์นิดนึงว่าตอนหน้าอาจจะมีคนมารับน้อ---แค่ก

เจอกันตอนหน้านะคะทุกคน~

 

1st 26/05/63 100% 03.20 น.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 142 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

167 ความคิดเห็น

  1. #128 GornK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 02:03
    สงสารน้องมาก เอาจริงๆเราชอบมม.ตอนน้องอยู่กับเด็กแว่นนะ5555 ชอบมองคนแอ้บเด้ก
    #128
    0
  2. #57 Caramel_Mustard (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 21:23
    คุณอามุโร่ต้องมารับน้องแน่เลย
    #57
    1
    • #57-1 Himawari Yukino(จากตอนที่ 7)
      1 มิถุนายน 2563 / 21:57
      ฮั่นแน่มีคนรู้ทันค่ะะ
      #57-1
  3. #36 Ploy Parita (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 03:45
    รออ่านตอนต่อไปนะ~
    #36
    1
    • #36-1 Himawari Yukino(จากตอนที่ 7)
      27 พฤษภาคม 2563 / 04:03
      ขอบคุณมากนะคะะ~
      #36-1