๐ FIC Detective Conan ๐ UMEBOSHI [OC]

ตอนที่ 3 : ๐ 02 ๐ วันหยุดที่ไม่มีอยู่จริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    19 พ.ค. 63

 

วันหยุดที่ไม่มีอยู่จริง

 

ร่างบางที่นั่งๆนอนๆอยู่บนเตียงกว้างขนาดหกฟุตแบบคนไม่มีอะไรทำอยู่นาน ก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาจากเตียงนุ่มก่อนที่จะโดนดูดลงไปนอนจมอีกครั้ง

 

' นอนไม่หลับ... ' ขาสองข้างก้าวเดินทอดน่องไปทางห้องน้ำแบบไม่รีบร้อนอะไรมากนัก

 

ตื่นขึ้นมาแบบนี้ก็หลับต่อไม่ได้แล้วด้วย อุตส่าห์ได้มีวันหยุดทั้งทีนะเนี่ย...

 

ขณะที่ก่นด่าตัวเองในใจอยู่ มือเรียวก็คว้าผ้าขนหนูสีขาวสะอาดตาติดมือมาและเดินเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองให้เรียบร้อยทันที

 

อยู่ที่นี่เขาไม่นิยมอาบน้ำตอนเช้ากันก็จริงเพราะอากาศค่อนข้างเย็นสบายทำให้ไม่เหนียวเหนอะหนะตัว แล้วตอนนี้มันก็ช่วงต้นของฤดูใบไม้ผลิด้วย ถ้าเป็นฤดูร้อนก็อีกเรื่อง เพราะอากาศร้อนของที่ญี่ปุ่นเองก็ไม่เหมือนที่ไทย

 

ระหว่างร้อนแห้งกับร้อนชื้นเธอจะเลือกอย่างไหนล่ะ?

 

คำตอบคือ...จะแบบไหนก็ไม่เอาทั้งนั้นแหละ!

 

และแน่นอนว่าถึงคนที่นี่จะไม่อาบน้ำกันตอนเช้า แต่ด้วยนิสัยที่ติดมาจากตอนอยู่ที่ไทยมันก็แก้ไม่หายล่ะนะ

 

หนาวแล้วจะทำไมเธอไม่แคร์หรอก เพราะห้องน้ำเธอมีเครื่องทำน้ำอุ่นน่ะ

 

เสียงน้ำไหลผ่านลงมายังร่างบางของหญิงสาวดังขึ้นต่อเนื่อง น้ำเย็นๆที่รดลงบนหัวเธอทำให้เธอผ่อนคลายลงบ้างหลังจากที่ผ่านงานเครียดๆมาหลายงาน

 

ช่วงนี้เบลม็อทใช้งานเธอเยี่ยงทาส ตั้งแต่งานลอบสังหาร คุยงานธุรกิจผิดกฏหมาย การแฮกข้อมูล ยันเป็นสารถีคอยขับรถไปนู่นมานี่ให้เจ้าหล่อน ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาที่จะได้ทำอะไรเอื่อยเฉื่อยอย่างวันนี้สักเท่าไหร่นัก ถึงงานรองสุดท้ายที่เธอสั่งมาจะรู้สึกแปลกๆกับมันก็เถอะ...

 

' เธอรู้แล้วนี่ว่าสมบัติของฉันคืออะไร เพราะฉะนั้นถ้าเธอคิดจะเอาเรื่องนี้ไปปริปากบอกใครฉันฆ่าเธอแน่ ' เบลม็อทยิ้มเย็นพลางหยิบปืนกระบอกเล็กขึ้นมาจ่อหน้าอุเมะ

 

โอเค นี่ขู่? คนอย่างเบลม็อทเนี่ยนะจะขู่?

 

ไม่บ่อยที่จะเห็นเธอขู่มาแบบนี้ เพราะปกติเธอเป็นคนที่คาดเดาอะไรไม่ได้ เจ้าเล่ห์เพทุบาย และเป็นเหมือนแม่มดพันหน้า ซึ่งส่วนมากเธอคงจะไม่มานั่งทำเรื่องน่ารักแบบนี้หรอก เธอจะฆ่าทันทีเสียเลยมากกว่า...

 

แต่พอเป็นเรื่องสมบัติของตัวเองขึ้นมาล่ะก็ เก็บอาการไม่ค่อยอยู่เลยนะคะ คุณคริส วินยาร์ด?

 

' ฉันมีงานให้เธอทำ มาโตรชก้าจากนี้ไปเธอจง... '

 

' เป็นโล่ให้สมบัติของฉันซะ '

 

นั่นก็หมายความว่าให้ปกป้องงั้นหรอคะ?

 

แต่ก็เอาเถอะ ทางฉันเองก็ไม่ได้ขัดข้องหรอกเพราะอีกฝ่ายเองก็ยังเป็นแค่เด็กประถมกับเด็กม.ปลายธรรมดาๆอ่ะนะ เป็นหน้าที่ปกติที่ต้องคอยระวังไม่ให้คนธรรมดาต้องมาได้รับอันตรายไปด้วยอยู่แล้ว เพียงแค่สองคนนี้จะพิเศษกว่าใครก็เท่านั้นเอง

 

แต่ถึงอย่างนั้นพูดถึงงานสุดท้ายของเธอ หลังจากเบลม็อทใช้ให้ไปส่งจดหมายที่บ้านเลขที่21หมู่2ในเมืองเบกะแห่งนี้อย่างลับๆ

 

'บ้านคุโด้'

 

และที่สำนักงานนักสืบโมริ

 

เบลม็อทก็ไม่ติดต่อฉันมาอีกเลยราวกับกำลังวางแผนอะไรไว้งั้นแหละ...

 

เพราะสังเกตุได้จากที่ฉันไปสอดแนมเบลม็อทมา ดูเหมือนว่าตอนนี้เบลม็อทกำลังปลอมตัวเป็นคุณหมอที่ชื่ออาราอิเดะอยู่ด้วย

 

พอคิดได้แบบนั้นก็เก็บไปคิดมากจนนอนไม่หลับ...ทีนี้รู้เหตุผลรึยังว่าทำไมเธอถึงได้ตื่นเช้าขนาดนี้น่ะ

 

จะทำอะไรก็ไม่รู้หรอกนะแต่ชักสังหรณ์ใจไม่ดีเอาซะเลย...

 

เสื้อคอกลมแขนกุดสีขาวและเสื้อคลุมแขนยาวสีเบจถูกนำมาสวมใส่คู่กับกางเกงยีนส์ขายาวสีดำและรองเท้าผ้าใบสีดำ ในขณะที่จัดข้าวของในกระเป๋าสะพายใบเล็กอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

 

' ...ข้อความ? อ่า...จากเบลม็อทนี่นา ' ให้มันน้อยๆหน่อยนี่มันวันหยุดฉันนะ

 

มาโตรชก้า 1ทุ่มตรงมาเจอกันที่ท่าเรือขนส่ง

เบลม็อท

ท่าเรือหรอ...ที่นั่นมันมีอะไรกัน?

 

' งั้น สงสัยต้องพกปืนไปด้วยแล้วล่ะ... ' เธอว่าพลางเลื่อนมือไปค้นปืนในลิ้นชักออกมาพร้อมกับหยิบแม็กกาซีนปืนออกมาอีกสองอันและนำไปเหน็บไว้ที่กระเป๋าข้างหลังกางเกง กระบอกปืนBeretta 92Fถูกนำมาหมุนไปมาเพื่อตรวจเช็คสภาพของมันก่อนที่เธอจะเอามันไปเสียบไว้ในข้างในกระเป๋าเสื้อคลุมสีเบจ

 

เอาไปเผื่อไว้ก่อนก็ไม่เสียหายล่ะนะ ดีกว่าสถานการณ์ฉุกเฉินแล้วไม่มีอะไรไว้ให้ป้องกันตัว...

 

" นัดตอนทุ่มนึงงั้นหรอ...อันดับแรกก็ต้องอาหารเช้าสินะ " เธอคิดคำนวนตารางกิจกรรมของเธอในวันหยุดที่มีอิสระถึงแค่หนึ่งทุ่มตรงของวันนี้ อีกฝ่ายนัดเธอตั้งหนึ่งทุ่มกว่าจะถึงเวลาก็อีกนาน เมื่อจัดของเสร็จเรียบร้อยมือเรียวก็คว้าหมวกแก๊ปที่แขวนอยู่ตรงหน้าประตูบ้านมาใส่และเดินออกจากห้องไป

 

ที่จริงเธอก็มีรถเต่าคู่ใจสีชมพูอ่อนอยู่หรอก แต่คิดว่าวันนี้เดินไปน่าจะดีกว่า เพราะลางสังหรณ์มันบอกมางั้นน่ะ...

 

ช่วงฤดูใบไม้ผลิเช่นนี้ ต้นบ๊วยที่ถูกปลูกอยู่ตามข้างทางบานสะพรั่งออกมาให้ได้เห็น กลีบดอกบ๊วยสีชมพูปลิวว่อนตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลกกลีบแล้วกลีบเล่า

 

อุเมะที่พึ่งมาอยู่ที่นี่ได้แค่ปีเดียวก็ตื่นตาตื่นใจไปกับมัน รอยยิ้มที่เผลอใจเผยออกมาแสดงให้เห็นว่าเธอมีความสุขมากแค่ไหนในเวลานี้ ราวกับย้อนกลับไปเป็นเด็กสาวที่มักจะยิ้มแย้มสดใสอยู่ตลอดเวลาถึงแม้จะแอบซึนไปบ้าง...

 

ไม่ใช่รอยยิ้มจอมปลอม...ที่แสร้งทำให้เห็นอยู่ทุกวัน

 

กึก

 

ก่อนจะได้สติว่าตัวเองกำลังยิ้มออกมาอย่างมีความสุขมากจนเกินไป เมื่อนึกได้แบบนั้นก็หุบยิ้มลงทันที...

 

' ไม่ได้นะ...ห้ามยิ้มแบบเมื่อกี้เด็ดขาดเลยนะอุเมะ...เธอน่ะ.. '

 

' ห้ามยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเด็ดขาดเลยนะ ' สองขาเรียวหยุดฝีเท้าลงใต้ต้นบ๊วยพลางแหงนหน้ามองกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่อยู่ข้างหน้า ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและแฝงไปด้วยความเจ็บปวด...

 

ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และเดินออกไปจากใต้ต้นบ๊วยทันทีโดยไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่ากำลังมีใครบางคนจับตามองเธออยู่ตั้งแต่เมื่อครู่ การกระทำของหญิงสาวอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด

 

" ...ผู้หญิงแปลก " เขาคนนั้นเอ่ยก่อนจะเดินหายเข้าไปในซอยแคบ

.

.

.

.

.

ท่าเรือขนส่ง 19.00 น.

 

ตึกๆ..

 

" เธอจะมาที่นี่ทำไมกัน! หนีไปซะไฮบาระ! รีบหนีไปเร็วเข้าสิ! รีบ--อึก! "

 

' ห๊ะ? เกิดอะไรขึ้นน่ะ... ' เธอว่าเธอก็มาตรงเวลาแล้วนะ นี่เธอพลาดอะไรไปรึเปล่าน่ะ...

 

หลังจากที่ผ่านมาครึ่งค่อนวันในที่สุดก็ถึงเวลานัดหมาย อุเมะเดินเข้ามาที่ท่าเรือตามทางเปลี่ยวๆก่อนจะได้ยินเสียงของเด็กผู้ชายร้องเสียงดังเอะอะโวยวายและบอกให้อีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นชื่อของเด็กผู้หญิงหนีไป

 

ไฮบาระงั้นหรอ...อย่าบอกนะว่า!?

 

เมื่อคิดได้แบบนั้นอุเมะก็รีบเข้าไปใกล้กับเสียงนั่นให้มากกว่านี้อีกและแอบมองจากข้างหลังตู้คอนเทนเนอร์ทันที

 

" Welcome~ cherry " เบลม็อทกล่าวกับเด็กผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าของเธอพร้อมกับยิ้มมุมปาก

 

อ๋อ นี่สินะแผนของเธอ เบลม็อท?

 

' นั่นน่ะหรอ คนทรยศขององค์กร...เชอรรี่ '

 

แต่อีกฝ่ายยังเป็นแค่เด็กเองนะ?

 

เด็กขนาดนี้แต่กลับทำงานให้องค์กรงั้นหรอ...มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?

 

' ฟังจากที่โคนันคุงพูดเมื่อกี้ อย่าบอกนะว่าเด็กคนนั้นเป็นคนมาที่นี่เองน่ะ...เป็นบ้าไปแล้วหรือไง จะวิ่งเข้ามาหาความตายทำไม? '

 

เธอลอบมองเหตุการณ์ไปเรื่อยๆอยู่แบบนั้น เธอคาดว่าเบลม็อทน่าจะรู้แล้วล่ะว่าเธอมาถึงที่นี่แล้ว แต่ในเมื่อเจ้าหล่อนยังไม่เรียก เธอก็ไม่คิดที่จะออกไปตอนนี้หรอกนะ

 

แต่ความคิดนั้นก็ต้องจบทันที เพราะว่า...

 

กึก แอ๊ด

 

จู่ๆท้ายรถข้างหลังของเบลม็อทก็เปิดออกพร้อมกับร่างของเด็กสาวคุ้นตาคนนึงที่พุ่งออกมาจากในนั้น

 

1 ในสมบัติล้ำค่าของเบลม็อท Angel หรือก็คือ โมริ รัน นั่นเอง...

 

' อ อะไรน่ะ แอบตามมางั้นหรอ? ' อุเมะคิด

 

" เดี๋ยวก่อนคาลวาโดส! หยุดนะ! " เสียงของเบลม็อทดังขึ้นเมื่อกระสุนปืนถูกยิงไล่จี้เด็กสาว

 

เธอกระโดดขึ้นหลังคารถและสไลด์ตัวลงมาตรงฝากระโปรงรถยนต์ ในขณะที่มีเสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง อุเมะรีบมองหาที่มาของเสียงปืนนั่นและคว้ากระบอกปืนออกมาชักไก ก่อนจะเล็งยิงไปที่ตู้คอนเทนเนอร์ที่สไนเปอร์หลบตัวอยู่

 

ปัง!

 

เสียงปืนหยุดลงพร้อมๆกับรันที่กระโจนเข้าหาไฮบาระและล้มลงไปนอนกับพื้น อุเมะเผยตัวออกมาจากที่ซ่อนก่อนจะพูดว่า...

 

" เบลม็อทบอกให้หยุดไม่ได้ยินรึไงกัน? " เธอว่าพลางชักไกปืนอีกครั้งเพื่อเปลี่ยนกระสุน

 

' ค ใครน่ะ? ' เจ้าหน้าที่FBIโจดี้ สตาร์ลิ่งเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างของคนมาใหม่ แต่ยังไงซะก็คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่เพราะอีกฝ่ายดูท่าจะเป็นพวกเดียวกันกับเบลม็อท แต่ด้วยความที่ตอนนี้เป็นเวลากลางคืนบวกกับเธอคนนั้นใส่หมวกปิดบังใบหน้าเอาไว้จึงทำให้เห็นใบหน้าเธอไม่ค่อยชัดนัก

 

" มาสายนะมาโตรชก้า " เบลม็อทกล่าวพลางลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเธอคนนั้นปลอดภัยดีแล้ว และหันไปจ่อปืนอีกครั้ง

 

นี่ตกลงโค้ดเนมฉันกลายเป็นชื่อนั้นไปแล้วงั้นหรอคะ?

 

" ฉันมานานแล้วค่ะ แค่กำลังรอคุณเรียกก็เท่านั้นเอง.. " อุเมะตอบกลับไปตามความเป็นจริงและเฝ้ามองหล่อนจากทางด้านหลัง

 

เบลม็อทเริ่มยิงขู่เด็กสาวผมสีน้ำตาลที่กำลังเอาตัวเข้าบังเด็กสาวตัวเล็กกว่า เธอสั่นน้อยๆด้วยความหวาดกลัวจากเสียงปืนที่ยิงเฉี่ยวไปมา

 

แต่ยิ่งอุเมะมองภาพนั้นมากเท่าไหร่...

 

เธอก็ยิ่งจมดิ่งเข้าสู่โลกของตัวเองมากขึ้นเท่านั้น...

 

ใช่แล้ว...ยิ่งมองร่างของเด็กสาวทั้งสองที่กำลังโดนเบลม็อทยิงปืนขู่ใส่ ฉับพลันลมหายใจของเธอก็สะดุดไปกลางทาง

 

ไม่รู้ว่าทำไม....

 

ทั้งๆที่งานก่อนหน้านี้ก็ได้ฆ่าคนไปตั้งเยอะแล้วแท้ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมพอมาเห็นคนอื่นกำลังเอาปืนจ่อเข้าหาเด็กสาวทั้งสองก็ดันทำให้ตัวของเธอแข็งทื่อไปซะอย่างงั้น

 

ยิ่งคนที่ถือปืนเป็นเบลม็อท...เป็นคนขององค์กรชุดดำ

 

รอยยิ้มเหี้ยมที่พร้อมจะกำจัดเหยื่อทิ้ง

 

ราวกับว่าภาพบางอย่างมันซ้อนทับขึ้นมา...

 

ภาพของโศกนาฏกรรมเมื่อ 4 ปีก่อนย้อนกลับมาทำร้ายเธออีกครั้ง

 

ภาพของแม่แก้วที่เอาตัวเข้าปกป้องเธอจนตัวตาย

 

" แฮ่ก... " เสียงหอบหายใจดังขึ้นเป็นจังหวะอย่างไม่ทราบสาเหตุ มือกระตุกเกร็งกำมือตัวเองไว้แน่น รูม่านตาชมพูน้ำตาลหดเล็กลง

 

' แม่...แม่คะ '

 

 

' ...แม่แก้ว '

 

 

" Move it angel!! "

 

ปัง!

 

' เฮือก! '

 

เสียงของเบลม็อทที่ตะโกนบอกให้คนสำคัญของเธอถอยออกไปและเสียงของปืนท่ี่ดังลั่นตามมา ทำให้อุเมะได้สติกลับคืนมาก่อนที่เธอจะหันไปหาเจ้าหน้าที่FBIสาวที่คลานไปหลบวิถีไรเฟิลตั้งแต่เมื่ือไหร่ก็ไม่รู้

 

" ทิ้งปืนไปซะ..ทั้งคู่นั่นแหละ ไม่งั้นต่อไปจะเป็นที่หัว! " โจดี้กล่าวทั้งที่สภาพร่างกายของตัวเองที่ก็ล่อแล่เต็มที

 

" ...หึ ไม่ได้ดูสารรูปตัวเองเลยนะคะ คิดหรอว่าจะเอาชนะพวกเราได้ในสภาพแบบนั้น " อุเมะกล่าวอย่างไม่ใส่ใจคำพูดของอีกฝ่าย ซ้ำยังหันปืนไปทางเจ้าหน้าที่FBIคนเดิมอย่างไม่เกรงกลัว

 

ถ้าฉันร่วงเบลม็อทก็เก็บเธอได้ แต่ถ้าเบลม็อทร่วงฉันก็เก็บเธอได้เหมือนกัน

 

ไม่ว่ายังไงฝ่ายนู้นก็เสียเปรียบกว่าเห็นๆ

 

แต่จะคิดได้แบบนั้นก็แค่ตอนนี้ล่ะนะ...

 

ตึกๆ

 

' เสียงฝีเท้า? มาจากข้างๆฉันนี่นา ' ขณะที่เอาปืนจ่อหน้าอีกฝ่ายอยู่ จู่ๆเสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น เป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเกรงว่าจะเป็นเสียงฝีเท้าของผู้ชายซะด้วย

 

แกร๊ก!

 

' อ่า เสียงขึ้นไกปืนหนักๆแบบนี้ ปืนลูกซองนี่คะ...รู้สึกถึงลางร้ายยังไงชอบกล ' เหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาตามกรอบหน้าสวยด้วยความเป็นกังวล

 

" เอาล่ะ คาลวาโดส มาช่วยกันจัดการมันกันเถอะ " เบลม็อทกล่าวอย่างกับตนเองเป็นผู้ชนะในเกมนี้แล้ว แต่เธอคิดผิด...

 

คนมาใหม่ที่ฉันกำลังจ้องมองใบหน้าของเขาอยู่ เป็นเพราะเงามืดจึงทำให้มองไม่เห็น แต่เมื่อเขาคนนั้นเดินออกมาจนกระทั่งแสงจันทร์ในยามราตรีสาดส่องลงมาบนใบหน้าของเขา ก็ทำให้อุเมะตระหนักได้เมื่อรีบหันไปมองบนตู้คอนเทนเนอร์ที่เธอยิงใส่สลับกับคนตรงหน้าอีกที...

 

" เบลม็อท...ไม่ใช่คาลวาโดสค่ะ " อุเมะเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

 

" ว่าไงนะ? " เบลม็อทที่ได้ยินแบบนั้นก็แทบจะหันไปมองทันทีโดยที่ไม่ต้องบอกอะไรให้มากความอีก

 

" เห ผู้ชายคนนั้น มันชื่อคาลวาโดสงั้นหรอ? มีทั้งไรเฟิล ลูกซอง แล้วก็ปืนสั้นอีก3กระบอก...นึกว่าเป็นพ่อค้าอาวุธที่ไหนซะอีก " ร่างของบุรษผู้มาเยือนใหม่มีความน่าเกรงขามในคำพูดเอ่ย ในขณะที่ปืนลูกซองที่ได้ยินเสียงขึ้นไกเมื่อครู่ก็ถูกนำไปพาดบ่าเอาไว้ด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อน

 

การแต่งกายที่เป็นไปในโทนมืดหรือก็คือใส่สีดำทั้งตัว ทั้งหมวกไหมพรม เสื้อแจ็กเก็ต เสื้อเชิ้ต กางเกงและรองเท้าต่างล้วนเป็นสีดำหมด จนเกือบทำให้นึกว่าเขาเป็นคนขององค์กร แต่ดูจากปฏิกิริยาของเบลม็อทแล้วไม่น่าจะใช่แบบนั้นแน่นอน...

 

" อ อากาอิ ชูอิจิ... " เมื่อนามของคนผู้นั้นถูกเอ่ยออกมา อุเมะก็ไล่เรียงความทรงจำจากข้อมูลที่พ่อทิ้งไว้ให้ในแท็บเล็ตเครื่องเล็กทันที

 

 

เจ้าหน้าที่FBIที่เคยแฝงตัวเข้ามาในองค์กร เจ้าของโค้ดเนม ไรย์

 

 

 

***********************************************

Talk With Writer

ตัดจบแบบละครไทย ติ๊ดด--

เนื่องจากหายไป4วันถ้วน พน.จะรีบมาอัพตอนต่อไปให้เลยค่ะะ

วันหยุดของน้องที่มีแต่ความวุ่นวายค่ะฮาาา

 

1st 18/05/63 100% 23.32 น.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

166 ความคิดเห็น

  1. #162 icesupicha (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มกราคม 2564 / 17:17

    พ่ออุเมะเก่งเหมือนกันนะเนี่ย สืบรู้ถึงทุกคนเลย

    #162
    0
  2. #53 Caramel_Mustard (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 18:09
    คุณอากาอิมาอย่างเท่ต้องไปดูซ้ำแล้วสินะเนี่ย
    แต่เบลม็อทใช้งานนอกองค์กรนี่ต้องจ่ายค่าจ้างให้น้องด้วยนะ
    #53
    1
  3. #18 45290 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 00:27
    สู้ๆเด้อออ
    #18
    1
    • #18-1 Himawari Yukino(จากตอนที่ 3)
      19 พฤษภาคม 2563 / 16:05
      สู้เต็มที่ค่ะะ!
      #18-1
  4. #17 polytome (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 00:03
    จะรออ่านค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #17
    2
    • #17-1 Himawari Yukino(จากตอนที่ 3)
      19 พฤษภาคม 2563 / 16:05
      ขอบคุณนะคะที่เป็นกำลังใจให้ตลอดๆ~
      #17-1
  5. #16 irene612 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 23:55

    ชอบฉากนี้มากทั้งเศร้าทั้งสะใจ ตอนเบลม็อทพูดว่า Move it angle สุดๆ
    #16
    1
    • #16-1 Himawari Yukino(จากตอนที่ 3)
      19 พฤษภาคม 2563 / 16:05
      ชอบเหมือนกันค่ะฮืออ มันแฝงไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลายอ่ะเนาะะ
      #16-1