๐ FIC Detective Conan ๐ UMEBOSHI [OC]

ตอนที่ 12 : ๐ 11 ๐ ญาติคนสุดท้ายที่อยากตัดขาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 941
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    3 มิ.ย. 63

ญาติคนสุดท้ายที่อยากตัดขาด

 

" --ครับ...คุณครับ "

 

เฮือก!

 

แกร๊ก!

 

" ...นี่ใจคอจะเอาปืนมาจ่อหัวผมอีกกี่ครั้งครับเนี่ย? "

 

" ...มันเรื่องปกติของฉันที่มีคนมาแตะตัวกระทันหันนี่คะ...ขอโทษก็แล้วกัน " อุเมะพูดเสียงแผ่วบ่นมุบมิบพลางลดปืนลงพร้อมกับลูบหน้าตัวเองสองสามทีเพื่อไล่ความเบลอ และเมื่อลองสังเกตดีๆ...

 

หอพักSakuRyo หมู่ 6 บล็อก 18

 

ท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีไปเป็นสีในยามราตรีเรียบร้อยมันทำให้เธอนึกแปลกใจ...

 

อ่า เธอเผลอหลับไปงั้นหรอ?

 

ด้วยความที่เกิดเรื่องมาทั้งวัน ไหนตัวเธอที่ต้องเข้าโรงพยาบาลกระทันหันเมื่อตอนบ่ายอีก ทำให้ความเหนื่อยล้ามันสะสม ตาปรือและหลับลงไปในที่สุดโดยไม่ได้สนใจคนข้างกายเลยสักนิด

 

' ถึงแล้ว?...นี่มันกี่โมงแล้วนะ '

 

เธอออกมาจากฟุกุโอกะตอนสี่โมงกว่าและเวลาตอนนี้...

 

" ห๊ะ...6 โมง? " สิ้นคำพูดก็หันไปมองหน้าชายหนุ่มด้วยความแปลกใจทันที

 

ระยะทางจากฟุกุโอกะมายังเมืองเบกะที่ต้องใช้เวลาอย่างต่ำ5ชั่วโมง แต่คนๆนี้กลับใช้เวลาแค่2ชั่วโมงกว่าในการเดินทางเนี่ยนะ...

 

เบอร์เบิ้นที่เห็นสาวเจ้าทำหน้าเหลอหลาและพึมพำอะไรบางอย่างออกมา ก็แอบเบือนหน้าหนีหลุดขำให้กับการกระทำของเธออย่างอดไม่ได้

 

" ขำ-อะ-ไร-คะ? " อุเมะหรี่ตาคาดคั้น เจ้าตัวกระแอมสองสามทีก่อนจะหันกลับมาตอบเธอ

 

" หูแว่วไปเองล่ะมั้งครับ? " เขาตอบยิ้มออกมาเล็กน้อย

 

" นี่ไม่ใช่ว่าคุณ...เหยียบมิดหรอคะ? " อุเมะถามเขาด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจ และจินตนาการไปถึงตอนที่เธอหลับไปเจ้าตัวจะขับรถด้วยความเร็วแค่ไหนกัน

 

" เหลวไหลน่ะครับ ใครจะไปทำเรื่องแบบนั้นกัน " เขาฉีกยิ้มกว้างอย่างมีเลศนัยราวกับกำลังกลบเกลื่อนเธอหน้าตาย

 

เชื่อตายล่ะ!

 

' อยู่ดีๆก็รู้สึกปวดหัว... ' อุเมะคิด

 

" ปวดหัวหรอครับ? " เขาถาม

 

นี่ก็รู้ดีจริง!

 

" เลิกกวนประสาทฉันสักครั้งจะได้มั้ยคะ? " เธอว่าพลางนวดขมับตัวเองด้วยสีหน้าอิดโรย เธอต้องการพักผ่อนตอนนี้และเดี๋ยวนี้เลยด้วย วันนี้ทั้งวันมีแต่เรื่องจนเธอเริ่มจะง่วงนอนอีกครั้ง

 

" ...ก็ได้ครับ :) " เขาว่าแค่นั้นก่อนจะขยับตัวเข้าหาหญิงสาวที่นั่งนวดขมับตัวเองอยู่ จนอุเมะที่รู้สึกตัวต้องเงยหน้าขึ้นมามอง...

 

ใกล้มาก...จนอีกนิดเดียวปลายจมูกจะชิดติดกันแล้ว

 

อุเมะรู้สึกว่าหน้าของตัวเองร้อนผ่าว ใจเต้นไม่เป็นระส่ำ พอมีสติขึ้นมาเล็กน้อยก็ถอยตัวออกห่างจากชายหนุ่มทันที แต่อนิจจา...

 

ข้างหลังเธอมันเป็นประตูรถ

 

แผ่นหลังเล็กแนบชิดติดกับประตูรถสปอร์ตจนแทบจะสิงเข้าไปได้ถ้าเธอสามารถทำได้ แต่กระนั้นฝ่ายชายก็ไม่ได้ลดละค่อยๆคืบคลานเข้ามาหาตัวหญิงสาวทีละนิดๆ อุเมะหลับตาแน่นเพราะหวังจะหลบหนีความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้านี้ จนในที่สุด...

 

กริ๊ก

 

เมื่อเธอรู้สึกว่าสายเข็มขัดมันอ่อนยวบลงมันทำให้เธอได้รู้ว่าเสียงเมื่อครู่นั้น มันคือเสียงตัวล็อกเข็มขัดนิรภัยของรถนั่นเอง

 

สรุปก็คือ...

 

หมอนี่มันจงใจแกล้งฉัน!

 

" นี่คุณ... " อุเมะกัดฟันกรอดให้กับความน่าอับอายซ้ำแล้วซ้ำเล่าของตัวเอง เพราะมีสาเหตุมาจากชายที่มีนามว่าเบอร์เบิ้นมาหลายครั้งหลายคราแล้ว

 

" อะไรหรอครับ? ผมแค่จะช่วยคุณปลดเข็มขัดนิรภัยก็เท่านั้นเองนะครับ แต่ทำไมคุณต้องถอยไปขนาดนั้น แล้วหลับตาแน่นด้วยล่ะครับ? " เขาถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้าราวกับกำลังสนุกที่ได้แกล้งฉันเล่น

 

เอาเข้าไป ได้ทีก็ขยี้ใหญ่เลยนะยะ!

 

" ...ขอบคุณล่ะกันค่ะ คุณ-เบอร์-เบิ้น " อุเมะข่มอารมณ์โทสะของตัวเองเอาไว้ก่อนจะทำเป็นแสร้งยิ้มประชดขอบคุณเขาไปอย่างไม่เต็มใจนัก

 

" หึ ด้วยความยินดีครับ " เขาน้อมรับและลงจากรถไปเพื่อที่จะไปเอากระเป๋าเดินทางของฉันออกมาให้ เธอจึงไม่รีรอที่จะเดินลงจากรถทันที โดยไม่ลืมที่จะวางปืนไว้ที่เดิมด้วยน่ะนะ

 

รอไม่นานกระเป๋าก็ถูกยกมาให้ถึงที่ เธอที่ยืนรอเขาอยู่ก่อนแล้วก็ยื่นมืออกไปจะไปรับกระเป๋า แต่ว่า...

 

" ให้ผมไปส่งถึงห้องเอามั้ยครับ? " เขาถามด้วยสีหน้าที่เจ้าเล่ห์อีกครั้งจนเส้นความอดทนของฉันมันขาดผึง!

 

ผลั่ก!

 

" โอ๊ย!...นี่คุณ! " อุเมะที่อดทนต่อไปไม่ไหวหลังจากที่โดนไล่ต้อนมาทั้งวัน ในเมื่อมือของเธอไม่มีปืน ก็ขอใช้เท้าตัวเองนี่แหละเป็นอาวุธ

 

เมื่อครู่เธอพึ่งจะเตะหน้าแข้งของเขาเข้าไปอย่างจัง ด้วยความที่ใส่ผ้าใบหัวแหลมก็ยิ่งแล้วใหญ่ ตอนแรกก็เลือกจะเตะตรงนั้นอยู่หรอก แต่เธอเห็นว่าเขายังต้องขับรถกลับบ้านกลับช่องตัวเอง มัวแต่มาจุกอยู่ตรงนี้คงไม่ได้กลับบ้านกันพอดี...

 

แล้วมันก็ได้ผล กระเป๋าเดินทางของเธอหล่นลงไปกับพื้น อุเมะไปรอช้ารีบคว้ากระเป๋าตัวเองขึ้นมาและวิ่งขึ้นหอไปทันทีโดยไม่รอคำบ่นของชายหนุ่มอีก

 

" แล้วก็ไม่มีคำขอบคุณอีกตามเคย...เฮ้อ " เขาว่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจและเสยผมตัวเองขึ้นด้วยความเบื่อหน่าย มองตามแผ่นหลังของเธอจนลับตาไป

 

" ต้องเป็นผู้หญิงยังไงนะเธอเนี่ย ไม่มีใครสอนมารยาทให้รึไงกัน... "

 

" เสียแรงที่อุตส่าห์...ถ่อไปรับถึงที่ฟุกุโอกะเลยนะ " ปากบอกว่าไม่พอใจกับการกระทำและกิริยามารยาทของเธอ แต่น้ำเสียงและสีหน้าของชายหนุ่มนั้น มันดูสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง...

 

เจอกันวันหลังคงต้องสั่งสอนกันเสียหน่อย :)

 

เมื่อหมดธุระแล้วเบอร์เบิ้นก็เดินไปที่รถของตัวเองและขับกลับออกไปจากหอพักSakuRyoทันที และตัดภาพมาทางอุเมะที่กลับถึงห้องโดยสวัสดิภาพ

 

ตุบ!

 

ร่างบางทิ้งตัวนอนลงบนเตียงขนาดหกฟุตอย่างหมดแรงและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ที่สุดของวันนี้เลยก็ว่าได้ ก่อนที่จะคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย...

 

อยากรู้จักชื่อของผมมั้ยครับ?

.

เป็นห่วงครับ

.

หรือว่าคุณ...อยากเล่นลิ้นกับผมล่ะครับ?

 

คิดถึงอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องของผู้ชายคนนี้จะได้มั้ย!

 

ใครก็ได้ช่วยเอาหน้าของเขาออกไปจากหัวฉันที!

 

อุเมะเอาหมอนมาคลุมหัวตัวเองและทำท่าฟึดฟัดเล็กน้อย ก่อนจะหลับไปทั้งๆแบบนั้นโดยไม่สนใจอะไรอีก

.

.

.

.

.

ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ฟุกุโอกะนี่ก็ผ่านมาได้ 3 เดือนแล้ว ชีวิตของอุเมะเหมือนเดิมทุกระเบียดนิ้ว ไม่มีคนมาคอยกวนใจกวนเบื้องล่างเหมือนที่ผ่านๆมา ทำงานให้องค์กรและหลังจากนั้นก็ต้องมานั่งเขียนรายงานส่งให้ทางสำนักงานที่ประเทศไทย

 

อ้อ ลืมบอกไป คิดว่ามันคงจะอันตรายใช่มั้ยล่ะถ้าส่งอีเมลรายงานเรื่ององค์กรไป จริงๆแล้วมันมีวิธีที่จะทำให้อ่านไม่ออกได้ง่ายๆอยู่ นั่นก็คือ...

 

ภาษาลู

 

ใช่ ฟังกันไม่ผิดหรอก ฉันพิมพ์รายงานเป็นภาษาลูแล้วส่งไปให้รุ่นพี่ที่สำนักงานที่เป็นเพศทางเลือก และจะให้เธอแปลรายงานทั้งหมดอีกทีก่อนจะนำไปส่งให้ที่ต้นสังกัด พอดีว่าช่วงที่ทำงานอยู่ที่นั่นได้ซึมซับอะไรหลายๆอย่างมาน่ะ เห็นมันเป็นประโยชน์ดีเลยเลือกที่จะจำและนำมาใช้ เพราะอย่างน้อยๆถ้าคนในองค์กรมาเจอจริงๆ...

 

อ่านให้ตายยังไงก็อ่านไม่ออกหรอกค่ะ

 

มันเป็นภาษาไทยก็จริง แต่ต่อให้เอาไปแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นหรืออังกฤษอีกที ก็คงจะได้ภาษาต่างดาวออกมานั่นแหละ เหอๆ

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

 

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องของร่างบางที่นอนคุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่ม เสียงร้องของนกตัวน้อยๆขับขานเสียงใสก้องวันวานจนเธอลืมตาตื่นขึ้นมาในที่สุด ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นไปจัดการกับธุระส่วนตัวในยามเช้าให้เสร็จสิ้น

 

วันนี้เป็นดั่งเช่นทุกวันที่ไม่มีงานจากเบลม็อทเข้ามา ทำให้เธอนั่งเอื่อยเฉื่อยอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อดีภายในส่วนของห้องนั่งเล่นที่อยู่ติดกับครัว มือบางนั่งจิบกาแฟไปพลางอ่านหนังสือพิมพ์ไปพลางเพื่ออ่านข่าวของเช้าวันนี้ สายตาไล่เรียงไปทุกๆตัวอักษรในเนื้อหาของข่าว มีบางครั้งที่เธอเผลอขมวดคิ้วบ้างเพราะเรื่องบางอย่างมันไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นัก

 

จนกระทั่งเมื่อเปิดอ่านหน้าต่อไป...

 

ตุบ

 

" หืม?...จดหมายหรอ? " ทำไมไม่ยักจะเห็น...

 

จดหมายฉบับนึงหล่นลงไปกองอยู่กับพื้น ทันทีที่เธอพลิกหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ในหน้าถัดไป

 

' หรือว่ามันจะซ้อนมากับหนังสือพิมพ์กันนะ? '

 

' ไหนดูซิ...ชื่อผู้ส่ง...!!! '

 

ครืด!

 

กระนั้นเมื่อนัยน์ตาสีชมพูน้ำตาลโรสวู้ดมองหาชื่อผู้ส่งก็ผงะไปและผุดตัวลุกพรวดพราดขึ้นมาจากเก้าอี้ทันที มือที่สั่นเทิ้มเป็นสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าเธอกำลังกลัว กลัวที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญไปอีกครั้ง เพราะชื่อผู้ส่งที่จ่าหน้าอยู่บนซองจดหมายนั้นก็คือ...

 

คิโนชิตะ ฟุซาเอะ

 

พี่สาวต่างแม่ของคุณพ่อ ผู้ที่มีศักดิ์เป็นป้าของเธอนั่นเอง...

 

' ทำไมล่ะ...ทำไมถึงรู้ว่าเรายังไม่ตาย? ก็เราไม่เคยติดต่อไปหาเธอเลยตั้งแต่เกิดเรื่องนี่นา... ' อุเมะคิดแล้วคิดอีกว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง และทำไมอีกฝ่ายถึงรู้ที่อยู่ของเธอด้วย นึกได้ดังนั้นก็รีบแกะจดหมายออกมาอ่านทันที

ถึงหลานรักของป้า คิโนชิตะ อุเมะ

ป้าขอโทษที่ไม่สามารถช่วยอะไรหลานได้เลยตลอด4ปีที่ผ่านมา ป้ารับรู้แล้วถึงเรื่องการจากไปของคาซึมะและครอบครัวของหนูนะจ้ะ ตั้งแต่รู้ข่าวว่าหลานยังไม่ตายป้าก็ออกตามหาหลานไปทั่วจนกระทั่งรู้แล้วว่าหลานยังมีชีวิตอยู่ เย็นวันพรุ่งนี้เราออกมาเจอกันหน่อยได้มั้ยจ้ะ กลับไปอยู่ด้วยกันกับป้าเถอะนะจ้ะ ป้าจะไม่ปล่อยให้หนูต้องอยู่คนเดียวอีกแล้วนะ

06 916

สถานที่ๆซึ่งเป็นความทรงจำวัยเด็กของคาสึมะกับป้า ก่อนพระอาทิตย์จะตกดินจะรออยู่ที่นั่นจ้ะ

จาก คิโนชิตะ ฟุซาเอะ

ตึง!

 

เมื่ออ่านเนื้อความในจดหมายจบร่างบางก็ทรุดลงไปนั่งกับเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวแรง เพราะไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะตามหาตัวเธอจนเจอแบบนี้ แต่เธอทำได้ยังไงนี่คือคำถาม...

 

หรือว่านี่จะเป็นกับดัก?

 

บ้าน่า...คนในองค์กรนึกว่าเราตายไปแล้วด้วยซ้ำ เพราะตอนที่ยินไปตามเก็บคนในครอบครัวของเราตอนนั้น เราใส่ฮูดปิดบังหน้าเอาไว้ แล้วแม่ก็กอดเราไว้แน่นมากจนหน้าจมเข้าไปในอก...

 

ไม่มีทางที่จะรู้ได้เลยว่าเธอมีลักษณะและหน้าตาเป็นอย่างไร แม้แต่ชื่อเองก็ไม่มีทางที่จะล่วงรู้ได้

 

เพราะอย่างที่บอกชื่อคิโนชิตะ อุเมะไม่ได้ถูกจดขึ้นทะเบียนราษฎรของญี่ปุ่น คนที่จะรู้จักชื่อนี้ก็มีแต่คนในครอบครัวและคนรู้จักเท่านั้น

 

คนที่รู้ว่าเรายังไม่ตายก็มีแต่โรงพยาบาลที่เราเข้ารักษาตัวกับตำรวจสันติบาล ถ้ามันเป็นเรื่องอันตรายอย่างเรื่องขององค์กรล่ะก็ตำรวจสันติบาลที่มีหน้าที่รักษาความมั่นคงของประเทศชาติก็คงจะไม่ปริปากพูดออกไปแน่ๆอยู่แล้ว

 

หรือว่าป้าฟุซาเอะจะติดต่อไปทางตำรวจสันติบาลกันนะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงทางนั้นก็อาจจะพอให้ข้อมูลอยู่บ้างเพราะเธอมีศักดิ์เป็นป้าของเรา

 

' ไม่ได้...เราจะให้เธอเข้ามามีเอี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด! ' มือเรียวทั้งสองข้างขยำจดหมายเอาไว้ด้วยอาการสั่นเทา

 

หัวเด็ดตีนขาดยังไงเราก็ต้องกันไม่ให้เธอเข้ามามีส่วนหนึ่งในชีวิตเราอีก

 

ถ้าเกิดเรื่องมันแดงขึ้นมาว่าเธอแฝงตัวเข้ามา ทางองค์กรก็คงจะไม่อยู่เฉยเป็นแน่ พอถึงตอนนั้น...

 

คุณป้าฟุซาเอะจะตกอยู่ในอันตราย!

 

สายตาเหลือบมองนาฬิกาแขวนบนผนังบ่งบอกว่ายังเหลือเวลาอีกเหลือเฟือที่เธอจะได้เตรียมตัวไปพบป้าของเธอ ไม่นานก็ต้องหันมาสนใจจดหมายในมืออีกครั้ง ป้าฟุซาเอะไม่ได้บอกสถานที่แจ่มแจ้งซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องดีในระดับนึง...

 

' สถานที่ๆซึ่งเป็นความทรงจำวัยเด็กของพ่อคาสึมะกับป้าฟุซาเอะงั้นหรอ มันคืออะไรกันล่ะ? พ่อเองก็ไม่ค่อยได้เล่าอะไรมากซะด้วย เราสองคนเจอกันนับครั้งได้ แล้วเราก็ไม่ค่อยได้คุยกันมากด้วย...หรือว่าตัวเลขนี่คือคำใบ้กันนะ? ' อุเมะพยายามจะนึกให้ออกว่าสถานที่ๆคุณป้ากำลังพูดถึงนั้นมันคืออะไรกันแน่ แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องวกกลับมาสนใจตัวเลขเจ้าปัญหานี่เสียก่อน

 

06 916

 

ต้องผวนหรือเล่นคำรึไงกันนะ?

 

' ขอลองนึกดูก่อนนะ...ถ้าสมมุติวัยเด็กคุณป้าเคยไปเที่ยวบ้านพ่อคาซึมะล่ะก็ ที่คิวชูนอกจากต้นบ๊วยแล้วมันมีอะไรอีกกัน..' อุเมะที่จับแผ่นกระดาษพลิกไปพลิกมาเผื่อจะฟลุก เจอคำตอบของคำใบ้ที่ป้าเธอทิ้งไว้ให้และในตอนนั้นเอง...

 

" หือ? เดี๋ยวก่อนนะ... " เมื่อเธอลองจับกระดาษพลิกลงก็เหมือนจะพบความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น

 

ปกติเลข 6 เขาเขียนหางยาวขนาดนี้เลยหรอ...แถมตรงโค้งกลมๆนี่เหมือนจะมีอะไรบางอย่างเปื้อนยังไงอย่างงั้น

 

" ...หรือว่ามันจะ! " เมื่อนึกอะไรบางอย่างออก ร่างบางก็รีบกุลีกุจอเข้าไปในห้องนอนเพื่อหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กออกมา ก่อนจะเขียนเลขทั้งหมดตามจดหมายซะใหม่เพื่อจะได้มองได้ถนัดกว่าเดิม

 

เมื่อเขียนเสร็จแล้วจึงกลับหัวกระดาษอีกครั้งและเหมือนจะได้ศัพท์ภาษาอังกฤษออกมา...

 

g16g0

 

ก็ยังอ่านไม่ออกอยู่ดีแฮะ...

 

" มันคืออะไรกันล่ะเนี่ย...เราทำตรงไหนผิดไปรึไงกัน " สุดท้ายอุเมะก็ต้องนอนแผ่หลาลงไปบนเตียงอีกครั้งเพราะการสันนิษฐานของเธอมันผิด...

 

หรืออาจจะไม่?

 

" เดี๋ยวก่อนนะจำได้ว่า...ที่ญี่ปุ่นเขามีการเล่นคำด้วยตัวเลขอยู่นี่นา " แต่ถ้างั้นมันจะเป็นคำอะไรได้ล่ะ?

 

อุเมะพยายามนั่งท่องไล่เรียงตัวเลขและเทียบเคียงกับออกเสียงในภาษาญี่ปุ่นดูแต่สุดท้ายก็ไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม

 

" ถ้าเกิดเราใช้ g16g0 เหมือนเดิมล่ะก็ แล้วเอาสองตัวหน้ากับสองตัวหลังลองเก็บเอาไว้...!!!...นี่ไงล่ะ! " เธอที่นอนไขรหัสจนหัวแทบจะระเบิด ในที่สุดก็เจอคำที่คิดว่าน่าจะใช่คำที่คุณป้าของเธอต้องการจะสื่อแล้ว

 

ถ้าป้าฟุซาเอะนัดพบเราในช่วงฤดูใบไม้ร่วงแบบนี้ล่ะก็ ที่คิวชูที่ซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำในวัยเด็กระหว่างคุณป้ากับคุณพ่อก็น่าจะมีอยู่นั่นแหละ

 

ginkgo

 

ที่ใต้ต้นแปะก๊วยนั่นไงล่ะ...

 

เพราะการที่เธอคงสองตัวหน้ากับสองตัวหลังเอาไว้ และลองหันหัวกระดาษกลับมาที่เดิมล่ะก็ เลข9ก็จะปรากฏให้เห็น และเมื่อครู่ดูเหมือนว่าการเล่นคำในภาษาญี่ปุ่นก็ดูจะมีความหมายขึ้นมาทันที

 

เลขเก้าจะอ่านว่าเสียงว่า kyuu หรือ ku เมื่อลองสลับตัวอักษรและลองสลับหัวท้ายอีกสักนิด จึงได้คำว่า ginkgo ที่แปลว่า แปะก๊วยออกมานั่นเอง

 

อุเมะดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อไขรหัสลับนี้ออก แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางออกมามากให้เห็น ก่อนที่เธอเธอจะรีบไปเตรียมตัวที่จะไปพบป้าของเธอทันที

 

 

 

-----------------------------------------------------------

Talk With Writer

มาถึงตอนนี้คูมพี่ก็ยังอ่อยไม่เลิกค่ะโอ้ยย พักบ้างเถอะะ

อ้าว? น้องมีคุณป้าเป็นคุณฟุซาเอะหรอกหรอ?

แหะ~เซอร์ไพส์ค่ะะ เคยคิดมานานแล้วว่าอยากจะแต่งให้นางเอกมีความสัมพันธ์กับเธอคนนี้

คิโนชิตะ ฟุซาเอะคือคนนึงที่ไรท์อยากให้เธอสมหวังกับด็อกเตอร์สักทีค่ะ แต่อ.โกโชแกไม่เคยพูดถึงสองคนนี้อีกเลย มันช่างน่าขัดใจยิ่งนัก ทั้งๆที่คู่นี้ดูน่ารักมากๆแท้ๆ อายุของเธอประมาณ 49-50 ปีตามที่ได้ข้อมูลมาจากที่โคนันเคยพูดค่ะ (ถ้าปัจจุบันคาสึมะยังอยู่ก็จะประมาณ46ปีค่ะ แต่เขาตายตอนอายุ42ปี...)

*แต่ในเนื้อเรื่องของฟิคคือประมาณว่า(ตรงนี้ตั้งใจฟังนะคะ พยายามจะพิมพ์ไม่ให้งง55555)

-ฟุซาเอะเธอเป็นพี่สาวต่างแม่ของพ่อคาซึมะค่ะ

-แม่ของฟุซาเอะแต่งงานกับพ่อฟุซาเอะอยู่ก่อนแล้วค่ะมีลูกด้วยกัน = ฟุซาเอะ

-ต่อมาพ่อของคาสึมะแต่งกับภรรยาคนที่สองมีลูกด้วยกันค่ะ = คาสึมะ

-แต่จากนั้นแม่ของฟุซาเอะหย่าร้างกับพ่อของคาซึมะ แม่ของฟุซาเอะแต่งงานใหม่ไปก็จริงแต่เธอไม่มีลูกค่ะเพราะมีฟุซาเอะอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าจะเลิกแล้วกันไปนะคะ ยังมีติดต่อไปมาหาสู่ระหว่างรุ่นลูกด้วยกันอยู่ ฟีลพี่น้องต่างแม่ที่เล่นกันมาตั้งแต่สมัยเด็กงี้ จบค่ะ555555 เดี๋ยวยิ่งอธิบายจะยิ่งงง

**ไม่รู้ว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิพระอาทิตย์ตกดินตอนกี่โมงนะคะ แต่เรื่องฟ้ามืดในโตเกียวไรท์เคยไปมาตอนหน้าหนาว 4โมงเย็นก็เริ่มโพล้เพล้แล้ว 5-6โมงเย็นนี่อย่างกับกลางคืนค่ะ555555

 

1st 03/06/63 100% 04.33 น.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

166 ความคิดเห็น

  1. #144 Natacha_i-sen (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 12:10
    เรย์นั่นลูกเพื่อน...
    #144
    0
  2. #65 ขุนนน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 10:42
    ใ่ช่ค่ะ คู่นี้เราก็ชอบมาก แงงงง แต่อ.ไม่เคยพูดถึงอีกเลย ;-; อยากให้สมหวังมากๆๆๆ
    #65
    1
  3. #64 Caramel_Mustard (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 10:25
    คุณพี่อ่อยหนักเหลือเกินค่ะ จบเรื่องต้องเกิดอาการหัวใจล้มเหลวแน่เลยย

    อยากอ่านฟุซาเอะ ดอกเตอร์ด้วยค่ะ🥰
    #64
    2
  4. #63 Ploy Parita (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 04:48
    รออ่านต่อนะ
    #63
    1