[FIC Nanatsu no taizai] OUR PROMISE คำสัญญาของพวกเรา

ตอนที่ 3 : #Promise 1# Lost a memory (RW 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    2 พ.ค. 62


" ว่างเปล่า "

Yukino  part     world : nanatsu no taizai


               ในโลกที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างมนุษย์กับสิ่งที่มิใช่มนุษย์ เรื่องราวของยุคสมัยโบราณ พวกอัศวินศักดิ์สิทธ์จะปกป้องอาณาจักรด้วยเวทย์มนต์ที่ทรงพลัง พวกเขาถูกยกย่องและเป็นที่น่าเกรงขาม แต่ในอาณาจักรนั้นก็มีเหล่าผู้ทรยศที่จะยืนหยัดต่อเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธ์ ผู้คนเรียกพวกเขาว่า " เหล่าเจ็ดบาป "


               ซ่าา

  

               นั่นคือเสียงที่ฉันได้ยินราวกับว่ากำลังมีใครมากระซิบข้างหูอยู่ยังไงอย่างงั้น ก่อนที่ฉันจะลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับซากปรักหักพังของสถานที่ๆคิดว่าน่าจะเป็นวิหารแห่งหนึ่ง สภาพของฉันตอนนี้ดูไม่ได้เลย ฝนที่กำลังตกลงมาชำระล้างร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและเขม่าควันต่างๆ จนเปียกโชกไปหมด ฉันยันตัวเองขึ้นมาจากพื้นก่อนที่จะค่อยๆมองไปรอบๆตัว 


               ' นี่ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย ? '


               ในตอนนั้นเองอะไรบางอย่างดลใจให้ฉันมองลงไปในแอ่งน้ำใต้เท้าฉัน สิ่งที่สะท้อนอยู่บนแอ่งน้ำนั้นเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มดวงตาสีฟ้าน้ำทะเล เรือนผมยาวสีเงินเป็นประกายที่มีผมหน้าม้าปัดข้างจนปิดตาข้างซ้าย หน้าตาเหมือนใครบางคนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดีในการ์ตูนเรื่องหนึ่ง จนอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา


               " อ...เอลิซาเบธ! ใช่มั้ยเนี่ย? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมเราถึงได้...นี่เรากลายเป็นเอลิซาเบธไปแล้วงั้นหรอ ที่สำคัญกว่านั้น นี่เรามาอยู่ในโลกของการ์ตูนงั้นหรอเนี่ย แต่ทำไมล่ะ? " ฉันว่าพลางสำรวจตัวเองไปด้วย ร่างบางที่สวมชุดกางเกงขาสั้น ราวกับทหารฝึกหัด 


               ฉันพึ่งเคยรู้สึกสับสนกับชีวิตตัวเองขนาดนี้เป็นครั้งแรกเลยแฮะ มีอะไรหลายๆอย่างที่ต้องเรียงลำดับให้ได้ก่อนอย่างเช่น ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วมาอยู่ในร่างของเอลิซาเบธได้ยังไง หรือฉันแค่หน้าเหมือนเธอกันแน่ เพราะเท่าที่จำได้หน้าม้าของเอลิซาเบธน่ะ มันปัดไปทางขวานี่นา แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆฉันจะทำยังไงต่อ 


        มันมีอะไรบางอย่างติดอยู่ในหัว เหมือนจะเป็นเรื่องที่สำคัญมากบางอย่าง ที่แน่ๆคือเรื่องสำคัญที่ฉันนึกไม่ออกนี้ ร่างกายฉันมันกำลังบอกว่าอย่าได้ลืมมันเด็ดขาด แต่มันคืออะไรกันล่ะ?


               ตูม!!


               ' อะไร! เสียงอะไรน่ะ ' ฉันคิดก่อนที่ร่างกายจะขยับตัวไปทางต้นเสียงของการปะทะกับอะไรบางอย่าง 


               ฉันเดินมาจนถึงลานกว้างแห่งหนึ่งที่มีเศษปูนที่คาดว่าน่าจะเป็นกำแพงมาก่อนและเสาหลายต้นที่พังทลายลง กวาดสายตาไปรอบๆเพื่อหาว่าเสียงอึกทึกครึกโครมนั้นมาจากไหน ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับร่างบางที่หน้าตาคล้ายคลึงกับตนเพียงแต่เรือนผมของเธอเป็นสีแดงเพลิง ที่ห่างออกไปไม่ใกล้ไม่ไกล ที่สำคัญกว่านั้นคือ เธอกำลังโดนปีศาจสีดำทมึนตัวนึงทะลวงเข้าไปที่หน้าอกของเธอ ไม่ทันได้ดิ้นรนสติของเธอคนนั้นก็ค่อยๆเลือนลงเรื่อยๆ 


       เมื่อเห็นเหตุการณ์แบบนั้นกำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าฉัน จู่ๆหน้าก็ชาอย่างไม่มีสาเหตุขึ้นมาซะอย่างงั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาจึงทำให้ฉันรู้สึกตัว จึงรีบเข้าไปซ่อนหลังเสาต้นหนึ่งที่อยู่ข้างๆพอดี


               ' นั่นมันลิซนี่นา! นี่เรามาโลกการ์ตูนไม่พอ ยังย้อนมาในอดีตช่วงที่พวกเจ็ดบาปยังไม่ได้รวมตัวกันอีก ' ฉันคิดในขณะที่เหลือบสายตากลับไปมองเหตุการณ์อยู่หลังเสาเงียบๆ


               " ลิซ " เสียงสั่นเครือของเมลิโอดัสดังขึ้น ปีศาจตัวเมื่อกี้หายไปแล้ว เหลือเพียงแต่ลิซและเมลิโอดัสเท่านั้น


               " อย่าร้องไห้น่า...ต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ เชื่อสิ " ลิซว่า พร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนแรงเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ลมหายใจของเธอจะหายไปตลอดกาล


               ' .... ' ฉันได้แต่มองภาพนั้นโดยไม่สามารถทำอะไรได้ จะเข้าไปช่วย? แล้วอนาคตต่อจากนั้นจะเป็นยังไงต่อ?  ไม่ล่ะ...นี่เป็นชะตากรรมที่ทั้งสองคนนั้นจะต้องเจอเราต้องห้ามไปเปลี่ยนแปลงอะไรมันเด็ดขาด 


               เมลิโอดัสค่อยๆเข้าไปกอดลิซด้วยความโหยหา ฉันเลยหันกลับมานั่งคิดกับชีวิตของตัวเองต่อ โดยไม่รู้เลยว่าอะไรกำลังจะตามมาถ้าเธอยังไม่ลุกออกไปจากตรงนี้ 


               ' เอาล่ะ จะทำยังไงต่อไปดีล่ะเนี่ย ขืนออกไปเผชิญหน้ากับเมลิโอดัสที่มีสภาพจิตใจแบบนั้นตอนนี้มีหวังกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ เพราะต่อจากตรงนี้จะมีเอลิซาเบธตัวน้อยออกมา แล้วถ้าเมลิโอดัสได้เห็นหน้าฉันเข้าล่ะก็...ไม่ล่ะๆ เดี๋ยวก่อนนะ อืมๆ คงไม่เป็นไรล่ะมั้ง เพราะภาคเดอะมูฟวี่เมลิโอดัสยังดูออกเลยนี่นาว่าเธอคนนั้นไม่ใช่เอลิซาเบธ คงจะไม่เป็นไรล่ะมั้ง  '


               ครืน


               ' ครืน หรอ...หรือว่า! ' ลางร้ายมาเสิร์ฟถึงที่แล้วล่ะค่ะทุกคน


               ในขณะที่ฉันกำลังหาทางเข้าไปเผชิญหน้ากับเมลิโอดัส ก็รู้สึกขนลุกแบบแปลกๆจึงรีบหันกลับไปดู พลังงานสีดำบางอย่างกำลังแผ่พุ่งออกมาจากตัวของเมลิโอดัส 


               ' แย่ล่ะสิเค้ากำลังโกรธอยู่ กำลังจะระเบิดพลังปีศาจแล้ว! ทำยังไงดี! เอาเป็นว่าก่อนอื่นก็....โกยแน่บ! ' เมื่อนั้นร่างกายก็ขยับไปก่อนที่จะคิดเสร็จเสียอีก


               ตูม!!!


               " กรี๊ดดด! " ฉันที่วิ่งยังไงก็หนีไม่พ้น เมื่อเกิดการระเบิดขึ้นสิ่งที่ตามมาคือแรงปะทะ แรงปะทะที่ว่านั้นส่งผลทำให้ฉันกระเด็นล้มกลิ้งไม่เป็นท่าออกไปไกลพอสมควร  จะทำได้ก็แต่เก็บคองอเข่าป้องกันตัวเองเท่านั้น


               เวลาผ่านไปไม่นานทุกอย่างก็เริ่มสงบลง เมื่อเห็นว่าลมสงบลงแล้วจึงค่อยๆลืมตาแล้วเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับสิ่งที่น่าใจหาย


               ดาน่าฟอร์เคยเป็นเมืองที่มีแต่ความทรงจำดีๆที่ทั้งสองคนได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันนั้น บัดนี้ มันได้หายวับไปกับตา ไม่เหลือแม้แต่เศษซากเลยแม้แต่น้อย


               " ก...เกือบไปแล้ว ถ้าวิ่งออกมาช้าอีกนิด เราคงไม่เหลือซากแน่ๆ " ฉันปลอบใจตัวเอง พร้อมกับมองสถานที่ ที่เคยเป็นเมืองดาน่าฟอร์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะได้ยินเสียงควบม้าเข้ามาใกล้ๆ แล้วทันใดนั้นก็นึกวิธีที่จะไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับเมลิโอดัสโดยตรงออก 


               ' จากตรงนี้ไปจะมีบัลทร่ากับซาราทรัสมาที่นี่ งั้นเราก็ควรจะอาศัยจังหวะนี้ไปเจอพวกเขาก่อนที่เมลิโอดัสจะมาถึงก็แล้วกัน! '



        
        ว่าแล้วก็ทำตัวน่าสงสารบีบน้ำตาแล้วร้องขอความช่วยเหลือจากพวกเขา แหมว่าก็ว่าเถอะ ถ้าไม่ทำแบบนี้ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนะ การที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักใครเลยเนี่ยมันเป็นไม่ได้หรอก รู้จักตัวละครน่ะมันก็ใช่ แต่พอถึงเวลาจริงๆเรามันก็แค่คนแปลกหน้ากันเท่านั้นแหละ ขืนไปยืนจังก้าแล้วบอกว่าฉันไม่ใช่คนของโลกนี้ และฉันรู้จักพวกคุณเป็นอย่างดี มีหวังได้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนบ้ากันพอดีน่ะสิ เรื่องแบบนี้มันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป ตะล่อมไปทีละนิด แล้วค่อยบอกความจริงทีหลังก็ยังไม่สาย


-------(50%)






                 " ช ช่วยด้วยค่ะ " ฉันค่อยๆเดินไปหาบัลทร่ากับซาราทรัสพร้อมกับน้ำตาไหลไปพลาง ทำให้แลดูเป็นเด็กน่าสงสาร พวกเขาที่กำลังมองสภาพเมืองดาน่าฟอร์อย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองอยู่นั้นก็ต้องให้ความสนใจกับเสียงเล็กๆที่ดูเหมือนจะร้องขอความช่วยเหลืออยู่ไปไม่ไกล


                 " มีเด็กสาวอยู่ด้วยล่ะครับ! นี่เธอ เป็นอะไรรึเปล่า " ซาราทรัสเมื่อเห็นเด็กสาวร่างบางที่กำลังเดินกะเผลกราวกับได้รับบาดเจ็บก็รีบลงจากหลังม้าและเดินเข้าไปหาเธอทันที พร้อมกับประคองร่างของเธอเอาไว้


                " ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ..คิดว่านะคะ " ฉันว่าพลางสำรวจตัวเอง เอาเข้าจริงๆบนเข่าของตัวเองก็มีแผลถลอกอยู่นิดหน่อย แต่พึ่งมารู้สึกเจ็บก็ตอนนี้แหละ


               " บาดเจ็บด้วยนี่นา แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่กันแน่ ทำไมเมืองถึงได้เป็นแบบนี้ล่ะ เธอรู้รึเปล่า? " ซาราทรัสถาม


               ' อา ถามมาแบบนี้แล้วฉันจะตอบว่าอะไรดีล่ะ ' ในขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นเมลิโอดัสที่กำลังเดินมาอยู่ไกลๆ ฉันจึงต้องรีบตัดบทจบด้วยการ...


               ฟุ่บ


               " อ อ้าว! นี่เธอ เป็นอะไรรึเปล่า! นี่! " ด้วยการแกล้งสลบแล้วไถลเข้าสู่อกของซาราทรัส


               " เธอสลบไปแล้วล่ะครับ " ซาราทรัสหันไปพูดกับบัลทร่า ก่อนที่เขาจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้


               " พาเธอกลับไปลีโอเนสด้วยกันเถอะ รวมถึงเด็กหนุ่มที่กำลังเดินมาทางนั้นด้วย " บัลทร่าว่า พลางทอดสายตาไปทางเมลิโอดัสที่กำลังเดินมาทางนี้ ซาราทรัสนำร่างบางที่สลบไปแล้วขึ้นหลังม้าของบัลทร่า ก่อนที่จะเดินไปหาเมลิโอดัสเพื่อถามไถ่อาการของเขา


               " อย่ามาแตะต้องนะ อย่ามาแตะต้องผู้หญิงของฉัน! " นั่นคือเสียงของเมลิโอดัสที่ต่อว่าซาราทรัสที่หวังดีพยายามที่จะช่วยอุ้มเด็กทารกเพราะเห็นเค้าบาดเจ็บ


               พอได้โอกาสฉันก็อาศัยจังหวะนี้ที่ซาราทรัสกับเมลิโอดัสกำลังคุยกันอยู่นั้นส่งซิบกับบัลทร่าทันที 


               " เอ่อคือว่า... "


               " โอ้ เธอฟื้นแล้ว " เค้าพูดด้วยความยินดี แต่เป็นฉันที่ไม่ยินดีเอาซะเลยเพราะเค้าพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างจะดัง ทำให้ฉันลนลานและแกล้งทำเป็นสลบไปอีกรอบพร้อมพูดกระซิบ กลัวเมลิโอดัสจะมาเห็นเหลือเกินค่ะ..


               " ชี่! เบาเสียงหน่อยค่ะ แล้วก็ฉันมีเรื่องจะขอร้อง ช่วยก้มลงมาหน่อยได้มั้ยคะ? " ฉันขอร้องเขา ซึ่งเขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถึงเค้าจะทำหน้างงๆอยู่บ้างก็ตาม


               " มีอะไรรึ? " เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลง ทำให้ฉันใจชื้นขึ้นเยอะ จากนั้นจึงบอกความประสงค์ของฉันทันที


               " ได้โปรดทำยังไงก็ได้ ไม่ให้ชายผมเหลืองคนนั้นเห็นหน้าฉันทีเถอะค่ะ ฉันมีเหตุผลที่บอกตอนนี้ไม่ได้จริงๆ แต่หลังจากที่ไปถึงลีโอเนสแล้ว คุณจะถามอะไรฉันจะตอบให้หมดเลยค่ะ ขอร้องนะคะ " ฉันว่าพลางลืมตาข้างขวาขึ้นมาเพื่อขอร้องเค้า


               " ...ได้สิ คุณหนูจากต่างแดน " เค้านิ่งไปซักพักนึงก่อนจะพูดออกมาพลางยิ้มอบอุ่นสไตล์เจ้าตัว ซึ่งนั่นทำให้ฉันตัวแข็งทื่อไปเลยทีเดียว 


               ' ส สมแล้วล่ะนะ ที่เป็นผู้ถือครองพลังแห่งVISION นี่แสดงว่าเค้าฝันเห็นเราก่อนที่จะมาเจอกับเราที่นี่งั้นหรอเนี่ย... ช่างน่ากลัวจริงๆผู้ชายคนนี้ ' ฉันคิด


               หลังจากจบบทสนทนาของเราสองคน ก็ดูเหมือนว่าบทสนทนาของซาราทรัสกับเมลิโอดัสจะจบลงด้วยเหมือนกัน เมื่อบัลทร่าเห็นแบบนั้นจึงรีบหันไปหยิบชุดผ้าคลุมในกระเป๋าข้างตัวม้า ก่อนจะรีบนำมาคลุมตัวของฉันที่นั่งอยู่ข้างหน้าเค้าได้อย่างทันท่วงที ซึ่งไม่ต้องให้บอกฉันก็รีบรับมา แล้วจับส่วนฮูดมาคลุมหัวทันที โชคดีที่ชุดผ้าคลุมตัวนี้ค่อนข้างที่จะใหญ่จึงบังหน้าฉันแทบจะมิด หลังจากนั้นจึงค่อยๆลุกขึ้นมานั่งดีๆ


              " โอ้ สาวน้อย ฟื้นแล้วหรอ? แล้วทำไมต้องสวมผ้าคลุมด้วยล่ะ? " โว้ยยย อย่าถามมากจะได้มั้ยคะ! เดี๋ยวความก็แตกกันพอดีหรอก!


               " เธอบอกว่าหนาวน่ะ ฉันเลยเอาผ้าคลุมให้เธอ " บัลทร่าออกหน้ารับแทนให้


               Nice ค่ะ ตอบกลับได้สวย! 


               " อย่างงั้นเองหรอ จะว่าไปอากาศก็เริ่มเย็นแล้วด้วยสิ งั้นเราก็รีบไปกันเถอะ ทางนี้ก็ยอมไปด้วยแล้วล่ะ ว่าแต่ท่านบัลทร่า ท่านพอจะมีผ้าคลุมอีกซักผืนมั้ย เดี๋ยวเด็กน้อยคนนี้จะหนาวเอาน่ะ " ซาราทรัสหมายถึงเอลิซาเบธที่อยู่ในอ้อมกอดของเมลิโอดัส แล้วก็นั่นอีกแหละค่ะ...


               " ไม่มีแล้วล่ะ ผืนที่แม่หนูคนนี้ใช้ก็เป็นผืนสุดท้ายแล้ว " บัลทร่าพูด


               ความเรือหายมาเรื่อยๆเลยล่ะค่ะ ฮือออ รู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ถ้าไม่ให้ผ้าคลุมนี้ไปเดี๋ยวเอลิซาเบธจะหนาวเอาน่ะสิ แต่ถ้าให้ไปก็ต้องเผชิญหน้ากับเมลิโอดัสเนี่ยสิ จะทำยังไงดีนะเรา...อืมม เอาแบบนี้ละกัน


               " เอ่อ คือว่า ถ้าไม่รังเกียจฉันอุ้มเด็กคนนั้นให้ได้นะคะ " ฉันหันไปพูดกับเมลิโอดัสทั้งๆที่มีผ้าคลุม คลุมหน้าเอาไว้อยู่ ซึ่งคำตอบมันก็....


               " ฉันไม่ให้เธอแตะต้องผู้หญิงของฉันเด็ดขาด " อ่ะนะ มันก็ไม่ต่างจากที่คิดไว้ซะเท่าไหร่หรอก


               " แต่ถ้าเด็กน้อยคนนั้นยังไม่ได้รับความอบอุ่นล่ะก็เธออาจจะไม่สบายนะคะ? ยิ่งเป็นเด็กทารกแล้วด้วย ยิ่งแล้วใหญ่เลยค่ะ อีกอย่างคุณเองก็บาดเจ็บอยู่ด้วย ให้ฉันช่วยเถอะนะคะ " ฉันพยายามพูดกล่อมเขาให้ส่งเอลิซาเบธมาให้ฉัน 


               " ฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอจะไม่ทำร้า-- " เมลิโอดัสยังพูดไม่ทันจบฉันก็แทรกคำพูดของเขา


               " แล้วว อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าฉันจะทำร้ายเด็กตัวเล็กๆแบบนี้ได้ลงคอกันล่ะคะ...รู้นะคะว่าคุณพึ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมา แต่ได้โปรด...เชื่อใจฉันเถอะค่ะ " ฉันว่าก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนผ่านผ้าคลุมบางๆผืนนี้ไป ที่จะสื่อให้เห็นว่าเค้าไว้ใจเธอได้แน่นอน


               เมลิโอดัสเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มที่เขาคุ้นเคยและรู้จักเป็นอย่างดี แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงล่ะก็เธอคนนั้นตายไปต่อหน้าต่อตาเค้า แล้วมาเกิดใหม่เป็นเด็กทารกอยู่ในอ้อมกอดเค้าแบบนี้แล้วนี่นา คงจะตาฝาดไปเองล่ะมั้ง 


               หลังจากที่ทำท่าลังเลอยู่ซักพักใหญ่ๆ จึงจำใจส่งตัวเอลิซาเบธมาให้ เพื่อรับความอบอุ่นจากผ้าคลุมผืนเดียวกันกับฉัน เมื่อเคลีย์เรื่องตรงนี้เสร็จเรียบร้อยพวกเราจึงออกเดินทางเพื่อกลับไปยังอาณาจักรลีโอเนส

.

.

.

.

.

               ตัดภาพมาที่ปราสาทลีโอเนส 1 ชั่วโมงต่อมา หลังจากที่มาถึงปราสาทแล้ว ซาราทรัสก็พาเมลิโอดัสไปทำแผลยังห้องๆนึง แน่นอนว่าเอลิซาเบธยังอยู่กับฉัน ก่อนที่เมลิโอดัสจะไปยังไม่วายที่จะหันกลับมามอง ดูเหมือนว่าเมลิโอดัสจะยังไม่ค่อยวางใจให้ฉันดูแลเอลิซาเบธซักเท่าไหร่ หลังจากที่เขาไปแล้วฉันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปิดบังใบหน้าอีกต่อไป จึงปลดผ้าคลุมออก แล้วเดินตามบัลทร่าไปยังห้องพักขององค์ราชา แล้วเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นั่นให้เค้าฟัง ตั้งแต่ตัวฉันที่ลืมตาตื่นขึ้นมาอยู่ในเมืองดาน่าฟอร์ สาเหตุของเมืองดาน่าฟอร์ที่เป็นแบบนั้น และเรื่องของตัวฉันเองด้วย... 


               " สรุปก็คือหนูไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากที่ไหน แล้วมาที่นี่เพื่ออะไร ไม่มีแม้แต่ที่ๆจะไปต่อจากนี้หรือเป้าหมายต่อจากนี้...ก็ไม่มีเลยค่ะ พูดง่ายๆก็คือหนูสูญเสียความทรงจำไปค่ะ แต่ไม่ได้ลืมไปทั้งหมดหรอกนะคะ ยังมีความทรงจำบางส่วนที่หนูไม่รู้ว่ามันคืออะไร แล้วยังปะติดปะต่อมันไม่ได้น่ะค่ะ " ฉันเล่าทุกอย่างให้บัลทร่าฟัง ในขณะที่กำลังหยอกล้อเล่นกับเอลิซาเบธที่ตื่นขึ้นมา เธอยิ้มหัวเราะคิกคักสมกับเป็นเด็กทารกออกมาอย่างสนุกสนาน


               " อีกอย่างนึง เรื่องที่หนูไม่ใช่คนของโลกนี้น่ะ คุณคงพอจะรู้อะไรมาบ้างจาก VISION ของคุณแล้วสินะคะ ถึงได้เรียกหนูแบบนั้นน่ะ? " ฉันถามพลางนึกไปถึงคำที่เค้าใช้เรียกฉันตอนที่อยู่ดาน่าฟอร์ ซึ่งเค้าก็ดูจะแปลกใจอยู่บ้างจึงถามฉันว่า...


               " รู้ด้วยหรอว่าข้ามีพลังอะไร? " เค้าว่า


               " ค่ะ ไม่ได้รู้แค่นั้นหรอกนะคะ ทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ในอนาคตบนโลกใบนี้น่ะ หนูรู้หมดนั่นแหละค่ะ " ฉันแค่นยิ้มนึกสมเพชตัวเอง ทั้งๆที่รู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับโลกใบนี้แท้ๆ แต่เรื่องของตัวเองกลับจำอะไรไม่ได้เลยซักอย่างเดียว ทำไมถึงรู้สึกเหงาแปลกๆแบบนี้นะ 


               ถ้าจะให้อธิบายออกมาเป็นคำพูดล่ะก็ มันก็เหมือนความรู้สึกที่ราวกับกำลังยืนอยู่ท่ามกลางสปอร์ตไลท์เพียงลำพัง เมื่อมองเหลียวหลังกลับไปก็พบเจอแต่ความว่างเปล่า ใช่....ความรู้สึกนั้นเลยล่ะ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ น้ำตามันก็พาลจะไหลออกมาให้ได้ ดวงตาเริ่มพร่ามัวเพราะถูกบดบังไปด้วยน้ำตา สารภาพว่านี่ไม่ได้บีบน้ำตาเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสารจากบัลทร่านะ แต่มันรู้สึกโหวงๆอย่างบอกไม่ถูก น่าขำมั้ยล่ะ กระทั่งฉันเองยังไม่รู้เลยว่าอยู่ๆฉันจะร้องไห้ออกมาทำไมกัน


               น้ำตาหนึ่งหยดได้ไหลลงสู่แก้มของเอลิซาเบธตัวน้อย เธอกำลังมองหน้าฉันตาแป๋วอยู่ในอ้อมอกของฉัน ก่อนจะส่งเสียงอ้อแอ้เพื่อเรียกร้องความสนใจให้ฉันกลับมาสนใจเธอ แต่เสียงของเอลิซาเบธในตอนนี้ไม่ได้เข้าหูฉันเลยซักนิด นั่นส่งผลให้เอลิซาเบธเริ่มทำหน้าเบะก่อนจะร้องไห้ออกมา ทำให้ฉันหลุดจากภวังค์ทันที


               " โอ๋ๆ อย่าร้องไห้นะเอลลี่ " ฉันว่าพลางกล่อมเอลิซาเบธให้หยุดร้องไห้


               " หืม?  เจ้ารู้จักสาวน้อยคนนั้นด้วยรึ " บัลทร่าถาม


               " เธอชื่อเอลิซาเบธค่ะ บอกไปแล้วนี่คะ  เรื่องที่ฉันรู้น่ะยังมีมากกว่านี้อีกนะคะ " ฉันว่าพลางยิ้มน้อยๆ


               " ....ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะรับเอลิซาเบธและเจ้าเข้ามาอยู่ในความดูแลของข้า ในฐานะองค์หญิงลำดับที่ 3 และลำดับที่4 " บัลทร่าพูด


               " !!! ค...คะ? ด เดี๋ยวก่อนนะคะฉันเนี่ยนะคะองค์หญิง ไม่ไหวหรอกค่ะ แล้วอีกอย่างนึงมันง่ายไปหน่อยมั้ยคะ! " ฉันว่า


               " อะไรที่ว่าง่ายล่ะ? " เค้าถาม


               " ก็แบบว่า...คือแบบบ....เอ่ออ มีใครที่ไหนเค้ายอมเชื่อเรื่องแบบนี้ง่ายๆบ้างล่ะคะ แล้วจู่ๆก็จะรับเค้าเข้ามาเป็นองค์หญิงอีก " ฉันพยายามตั้งสติเพื่อที่จะเรียบเรียงคำพูดออกมา


               " ข้าเชื่อในสิ่งที่ข้าเห็นจากพลังของตัวเองนะสาวน้อย แล้วอีกอย่างนึงนัยน์ตาของเจ้าก็ไม่ได้ดูเหมือนจะพูดโกหกด้วย มาอยู่ด้วยกันเถิดสาวน้อย เจ้าไม่มีที่จะไปแล้วไม่ใช่รึ " บัลทร่าว่า


               " แต่ว่า.... " เอายังไงดีล่ะ เราจะทำยังไงต่อไปดี จะมามัวกังวลเรื่องButterfly effect ตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วด้วยสิ มันผิดตั้งแต่ที่เราก้าวเท้าเข้าไปหาซาราทรัสกับบัลทร่าแล้วด้วยซ้ำ 


               เอาก็เอา ในเมื่อเราเป็นคนก้าวเข้ามาสู่เนื้อเรื่องของโลกใบนี้เอง อนาคตที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ที่นี่ ถ้ามีตรงไหนที่ผิดแปลกไปจากเดิม ฉันก็จะขอปกป้องมันเอาไว้เอง จะต้องไม่มีการสูญเสียเพราะฉันเป็นต้นเหตุออย่างเด็ดขาด 


               " สายตาแบบนั้น ตัดสินใจได้แล้วสินะ " บัลทร่าว่า พลางสบสายตาของสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเค้า


               " ค่ะ ในเมื่อตัวเองเป็นคนเริ่มเอง...ก็ต้องทำให้มันจบไปได้ด้วยดีด้วย ใช่มั้ยล่ะคะ? " ฉันส่งยิ้มให้กับเค้า เป็นยิ้มที่ออกมาจากใจในรอบวันนี้เลยก็ได้


               " จะว่าไปพวกเราก็คุยกันมาตั้งนานแต่ข้ายังไม่รู้จักชื่อของเจ้าเลยนะ? " บัลทร่าเอ่ยขึ้น


               " อะ จะว่าไปก็...ลืมไปซะสนิทเลยแฮะ แต่จะทำยังไงได้ล่ะคะ หนูน่ะ....ไม่รู้ชื่อของตัวเองหรอกนะคะ " ฉันว่าพลางทำท่าปลงๆ


               " งั้นข้าขอถือโอกาสนี้ตั้งชื่อให้เจ้าเลยก็แล้วกัน ไหนๆเจ้าก็จะมาเป็นลูกของข้าอยู่แล้ว อืม...ชื่อแพทริเซียล่ะเป็นยังไง " บัลทร่าพูด


               " ก็ดีเหมือนกันนะคะ ขุนนางผู้หญิง...ก็ไม่ได้แย่อะไรค่ะ " ฉันตอบไปตามความจริง ชื่อนี้ก็ไม่เลวเลยล่ะ


               " งั้นข้าขอแนะนำตัวใหม่นะ ข้าชื่อบัลทร่า กษัตตริย์แห่งลีโอเนส ข้าเป็นผู้ปกครองเมืองแห่งนี้ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ แพทริเซีย เอลิซาเบธ ลูกสาวทั้งสองของข้า " บัลทร่าว่า


               " ...ค่ะ ท่านพ่อ " ฉันยิ้มอ่อน ในใจเหมือนได้รับการเติมเต็มอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่เหมือนจะเคยสูญเสียมันไปแล้ว 


               " จะว่าไป ฉัน-- เอ๊ย! ข้ายังไม่ได้บอกใช่มั้ย ว่าข้ายังเหลืออีก 1 ปัญหาที่ต้องจัดการ " ฉันว่าพลางเหงื่อตกเป็นสาย


               " ปัญหาอะไรรึ? " บัลทร่าทำหน้างง


               แอ๊ดด


               ประตูบานใหญ่ห้องพักขององค์ราชาได้เปิดออก เผยให้เห็นผู้ที่เข้ามาเยือนอย่างซาราทรัส และคนที่อยู่ข้างหลังเค้า


               " ท่านบัลทร่า ทางนี้ข้าจัดการเสร็จแล้วล่ะ ทางท่านล่ะว่าไง " ซาราทรัสกล่าวด้วยรอยยิ้มเบิกบาน ราวกับว่าเค้าได้แอบไปเตี๊ยมกันกับบัลทร่ามาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะทำยังไงกับพวกเรา


               " ..... " พวกเราเงียบทันทีเมื่อเค้าพูดจบ บางครั้งฉันก็คิดนะว่า คุณมันมารผจญสำหรับฉันจริงๆ ซาราทรัส...


               ฉันทำหน้าตายส่งซิกให้กับบัลทร่ารู้ว่า เรื่องนี้ไงล่ะที่ฉันยังกังวลใจอยู่


               " เอลิซาเบธอยู่ที่ไหนน่ะ " เมลิโอดัสถาม จากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่าเค้าอารมณ์กลับมาคงที่ แบบว่า...กลับมากวนช่วงล่างเหมือนเดิมแล้วอ่ะนะ...


               ฉันยังพยายามส่งซิกขอความช่วยเหลือจากบัลทร่าอยู่ แต่เค้าก็ได้แต่ส่ายหัวจนปัญญา นั่นทำให้การตัดสินใจอันใหญ่หลวงตกมาอยู่ที่ฉันอย่างเลี่ยงไม่ได้ 


               ' เอาน่า กล้าๆหน่อย แพทริเซีย ก็แค่หันๆไปหาเค้าให้จบๆซักที จะได้ไม่ต้องหลบหน้าให้เหนื่อยอีก...อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด! ' เมื่อสิ้นความคิดนั้นฉันจึงตัดสินใจได้ แล้วหันหน้าไปเผชิญกับเมลิโอดัสอย่างกล้าๆกลัวๆ


               " เธออยู่กับฉันตรงนี้...เมลิโอดัส " ฉันเรียกเค้า ซึ่งเค้าก็หันมาสบตาเข้ากับฉันพอดี




               จู่ๆภายในห้องก็เกิดอาการเดดแอร์ขึ้นมาซะอย่างงั้น...








------------------------------------------------------------------------------

Talk 1

แฮร่ กลับมาต่อแล้วค่ะ

ไรท์อยู่ในช่วงปิดเทอม

จะพยายามาต่อให้เรื่อยๆนะคะ!


Talk 2 

อ่าา จบตอนแรกแล้วล่ะค่ะะ เป็นยังไงคอมเม้นท์กันมาบอกด้วยน้า

มีตรงไหนที่อยากให้ปรับแก้ หรือ

ตรงไหนที่รู้สึกสงสัยก็ถามมากันได้นะคะ


เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้าา จะพยายามเข็นเรื่องนี้ให้จบค่ะะ




1st 01/05/62 /50%

2nd 01/05/62 /100%

3rd 02/05/62 แก้ไขคำพูดของซาราทรัสที่ก่อนหน้านี้เรียกบัลทร่าว่า ท่านพี่ เป็นท่านบัลทร่า แต่ตรงนี้ไรท์ก็ไม่ค่อยแน่ใจนะคะว่าปกติพี่แกใช้สรรพนามเรียกบัลทร่าว่ายังไง ใครรู้ช่วยบอกที~ / ไรท์จำผิดว่าซาราทรัสเป็นน้องชายของบัลทร่าล่ะค่ะ ขอโทษด้วยนะคะ55555


B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #7 TARA I.N.K. (@Ink260248) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 08:34
    ไรท์กลับมาแล้วววววววววว ต่ออีกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอยากอ่านต่อแล้วอ่ะ
    #7
    1
    • #7-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 3)
      2 พฤษภาคม 2562 / 16:01
      เย้ ยังมีคนรอไรท์อยู่~ รอก่อนนะคะะ
      #7-1