[FIC Nanatsu no taizai] OUR PROMISE คำสัญญาของพวกเรา

ตอนที่ 16 : #Promise 14# In the baste dungeon II (RW 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    29 ต.ค. 62




" ภายในดันเจี้ยนบัสต์ "


               " ข้าจะปกป้องพวกท่านด้วยร่างกายนี้เองค่ะ! " เอลิซาเบธกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ และสัญญาว่าจะปกป้องชายหนุ่มและเด็กเลี้ยงแกะเอาไว้ให้ได้ แต่แล้ว...


               " แหมๆๆ เป็นเจ้าหญิงที่ห่วงใยคนอื่นจริงๆเลยนะ " เฟริเชียอัศวินศักดิ์สิทธิ์สังกัดหน่วย weird fang ก็ปรากฏตัวขึ้นหลังจากที่เอลิซาเบธพูดจบ เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยันดูถูกเธอราวกับกำลังเกลียดขี้หน้าเธอยังไงอย่างงั้น


               " ค ใครน่ะ! อย่าบอกนะว่าเจ้านี่ก็เป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์---ว๊ากก " ฮอร์คกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดๆก่อนจะร้องออกมาเมื่อโดนแมลงของเฟริเชียทิ่มลงมาที่จมูกของมัน


               " เจอตัวแล้วนังตัวแสบ~ ไหนแสดงให้ข้าเห็นหน่อยซิว่าสิ่งที่เจ้าพูดออกมาน่ะเจ้าจะสามารถทำมันได้จริงๆรึเปล่า! Storm Rondo! เอาล่ะเหล่าแมลงที่น่ารักของข้า ฉีกเนื้อของพวกมันด้วยกรงเล็บแข็งและปีกที่แหลมคมของพวกเจ้าเลย! " เฟริเชียกล่าวราวกับคนที่กำลังเสียสติไปแล้ว 


               แต่เธอก็ยังไม่ลืมหน้าที่ของตัวเองโดยการเล่นละครตบตาอย่างการโจมตีเด็กเลี้ยงแกะตัวเล็กๆคนนึง เด็กน้อยดิ้นรนและกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเมื่อโดนแมลงพวกนั้นเข้าเฉือนร่างกาย แต่ถ้าลองสังเกตุดูดีๆแล้ว เด็กคนนี้ไม่มีแม้แต่เลือดซักหยดออกมาให้เห็น ถ้าเป็นคนที่มีไหวพริบดีคงจะสังเกตุได้ไม่ยาก แต่กับเอลิซาเบธนั้น...


               " เอลิซาเบธจัง! " ฮอร์คว่าอย่างตื่นๆเมื่อเห็นเธอเดินเข้าไปใกล้พายุแมลงนั่นเรื่อยๆ


               เมื่อเธอให้คำมั่นสัญญาไว้กับเด็กเลี้ยงแกะก็ไม่แม้แต่ที่จะลังเลหรือสนใจอะไรเลย เธอเพียงแค่หวังจะช่วยเด็กน้อยคนนั้นให้ได้ดั่งที่ตัวเองได้ลั่นวาจาเอาไว้


               และเมื่อเข้าถึงตัวเด็กเลี้ยงแกะตัวน้อยๆ เธอก็เข้าปลอบโยนเด็กคนนั้นทันที


               " เจ้า...ไม่บาดเจ็บตรงไหนนะ? " เอลิซาเบธพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงและเจ็บปวดไปในเวลาเดียวกัน เมื่อเธอเอาตัวเองเข้าแลกเพื่อเข้ามาช่วยเด็กเลี้ยงแกะตัวน้อยๆที่น่าสงสารเอาไว้ เธอเอ่ยถามเด็กคนนั้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใย และเธอก็ตอบกลับมาว่า....





                 กริ๊ง              


               " อืม ถึงกับใช้ร่างกายของตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องเด็กตัวเล็กๆแบบนี้ นับว่าน่าชื่นชมยิ่งนัก แต่ว่า... "


               กริ๊ง


               ฉับพลันร่างกายของเด็กตัวเล็กๆน่ารักน่าเอ็นดูก็ขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นร่างกายของชายกำยำซ้ำยังใส่เกราะอัศวินเอาไว้ด้วย ใช่แล้วเค้าคืออัศวินศักดิ์สิทธิ์สังกัดหน่วย weird fang รูน นั่นเอง


               " ความเป็นจริงน่ะโหดร้าย " เค้ากล่าว


               " เด็กนั่นกลายเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์! ที่ผ่านมานั่นเป็นภาพลวงตางั้นหรอ! " ฮอร์คว่าพลางขยี้ตาของตนด้วยใบหูของตนอย่างไม่เชื่อสายตา


               " สาเหตุที่ทำให้ทั้งสองคนเป็นแบบนั้นก็คือเจ้าเองงั้นหรอ...ทำให้พวกเค้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมเดี๋ยวนี้นะ!---อึก! " เอลซาเบธว่าแกมบังคับรูน แต่นั่นทำให้เค้าเกิดความไม่พอใจและคว้าเส้นผมสีสวยของเอลิซาเบธขึ้นมาพร้อมๆกับกระทุ้งเข่าเข้าไปท้องน้อยของเธอ
.
.
.
.
.
.
               ในขณะเดียวกันนั้น...


               " เอลลี่ๆๆๆเธออยู่ที่ไหนกันน่ะ... " ฉันว่าด้วยน้ำเสียงที่ดูร้อนรนขึ้นทุกที เมื่อยังไม่พบร่างของน้องสาวที่กำลังตามหาอยู่ ทั้งๆที่เธอควรจะอยู่ไม่ไกลไปจากนี้แล้วแท้ๆ หรือเพราะว่า...


               นี่เป็นเศษส่วนหนึ่งของ Butterfly effect เลยทำให้ระยะทางของเธอมันคลาดเคลื่อนรึเปล่านะ?


               " ...ถ้าแบบนั้นก็ต้องไปให้ไกลกว่านี้ " ฉันว่ากับตัวเองก่อนจะเร่งความเร็วขึ้น


               อาจจะมีคนสงสัยอยู่บ้างว่าทำไมฉันถึงไม่ใช้เวทย์มนต์เทเลพอร์ตไป คำตอบก็คือ ' ฉันใช้ไปแล้ว '


               แต่ก็ไม่พบร่องรอยหรือแม้แต่เงาของเอลิซาเบธเลยแม้แต่น้อย นั่นทำให้ฉันใกล้จะเสียสติอยู่รอมร่อแล้วนี่ไง


               และแล้วในที่สุด...


             " เอลิซาเบธจัง!! " เสียงของฮอร์คก็ดังขึ้นในเวลาเดียวกันกับตอนที่ฉันมาถึงที่นี่พอดี เมื่อไล่สายตามองไปเรื่อยๆก็พบเข้ากับร่างของน้องสาวที่กำลังตามหาอยู่ แต่แทนที่จะเข้าไปหาเธอทันทีแต่จู่ๆร่างกายก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัว


               เพราะฉันมาไม่ทัน.... 



               ทั้งๆที่รู้ว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นแท้ๆ...



               แต่เรามัวแต่หลบซ่อนดิอันเน่จนทำให้เธอบาดเจ็บ...



               น่าสมเพช..



               " ฮ้า ข้าล่ะสะใจจริงๆที่ได้ล้างแค้นเจ้า องค์หญิงแพทริเซีย นี่เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ สำหรับรอยแผลที่เจ้าฝากไว้บนตัวข้า! ฮ่าๆๆๆ! " เฟริเชียกล่าวและหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเมื่อคิดว่าตนแก้แค้นสำเร็จแล้ว


               " ...ข้าบอกแล้วยังไงล่ะ ว่าให้ดูให้ดีๆน่ะ....แต่ก็เอาเถอะ เห็นแก่ความกล้าหาญของท่านข้าจะบอกอะไรให้ท่านซักอย่างนึง... " รูนว่ากล่าวตักเตือนเฟริเชียเรื่องที่เค้าเคยคุยกับเธอไว้ที่ดันเจี้ยนบัสต์ ก่อนจะหันมาคุยกับเอลิซาเบธต่อ



               ตึกตัก



              " เป็นเพราะ...ฉัน? " ดวงตาคู่สวยเบิกโพล่ง มือเรียวบางที่กำลังสั่น เมื่อพบว่านอกจากที่ตนจะมาไม่ทันการแล้วนั้นก็ดูเหมือนว่าเธอจะเจ็บตัวเพราะฉันเป็นต้นเหตุเสียด้วย เมื่อฟังจากพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์นั่นคุยกัน 



               ตึกตัก



               ' ทำเลยสิ ' ???


               ในช่วงเวลาที่ฉันกำลังควบคุมสติตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ เสียงของชายเจ้าเล่ห์ก็ดังขึ้นมาในหัวของฉัน ชายคนนั้น...


               ชายคนที่มาปรากฏตัวในฝันของฉัน


               " ทำอะไร... " แพทริเซียที่สติเลื่อนลอยก็ตอบเค้ากลับไปโดยที่ไม่รู้ตัว


               ' ฆ่ามัน ' ???


               " อึก..ไม่.. " เธอพยายามต่อต้านเสียงนั่น พยายามที่จะไม่ทำตามคำยั่วยุของเค้า ในขณะที่ลมหายใจของเธอเริ่มปั่นป่วนเต็มที


               ' มันทำร้ายน้องสาวของเธอนี่ มันคือสิ่งที่เจ้านั่นสมควรจะได้รับแล้วไม่ใช่หรอ? ฆ่ามันเลยสิ ฆ่ามัน ' ???


               " หยุดนะ..อย่า.. " แพทริเซียกล่าวเธอย่นหัวคิ้วพลางกุมหัวของตนที่แทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆในไม่ช้า ราวกับเธอกำลังจะเป็นบ้า


               แต่ไม่มีทีท่าว่าเค้าจะยอมหยุดอยู่แค่นั้น เค้ายั่วยุเธอให้เธอโมโหที่มีคนมาทำร้ายน้องสาวของเธอจนมีสภาพที่ดูไม่ได้ น้องสาวที่เธอดูแลมาตลอดสิบปี ไม่มีแม้แต่รอยฟกช้ำดำเขียวให้เห็น แต่ตอนนี้กลับไม่ใช่...ยามเมื่อเธอเห็นรอยบาดแผลที่ราวกับโดนของมีคมบาดไปทั่วร่างกาย  มันทำให้เธอแทบบ้า


               รูม่านตาหดลง ชีพจรเต้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ลางสังหรณ์ที่ร้องเตือนว่ากำลังจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น อะไรบางอย่างที่จะทำให้ชีวิตฉันวุ่นวายไปมากกว่านี้


               ' เป็นอะไรไปล่ะ นี่คือสิ่งที่เธอต้องการจะให้เกิดไม่ใช่หรอ?...แค่ฆ่าคนที่มันทำร้ายน้องสาวของเธอเอง งานแบบนี้เธอถนัดนี่? '  น้ำเสียงเสแสร้งเย้ยหยันดังขึ้นต่อเนื่องไม่ขาดสาย


               " แต่ว่าฉัน!... " ฉันพยายามหาข้องโต้แย้งขึ้นมาเถียงเค้า


               ' ไม่เป็นไรๆ...แค่เธอปล่อยใจไปตามความรู้สึกแค่นั้นเอง...แป๊บเดียว เดี๋ยวก็เรียบร้อย ' ???



               ตึกตัก



               " แค่ปล่อยใจไปตามความรู้สึก? " ฉันกล่าว ลมหายใจที่เคยแปรปรวนเริ่มกลับมาหายใจอย่างสม่ำเสมอตามเดิม ร่างกายที่สั่นเทาเองก็เช่นกัน แต่มันกลับกลายเป็นว่า สายตาที่ดูสดใสนั้นกลับหมองมัวลงและเลื่อนลอยอย่างเห็นได้ชัด จนชายผู้นั้นที่บงการเธออยู่ในหัวนั้นแสยะยิ้มออกมาอย่างชอบใจที่ชักจูงเธอได้สำเร็จ


               ' ใช่แล้ว แค่ปล่อยใจไปตามความรู้สึก เพราะฉะนั้น...มาฆ่าพวกมันกันเถอะ นะ? ' คำพูดหว่านล้อมที่ทำให้เหยื่ออย่างฉันติดกับเข้าอย่างจังเอ่ยขึ้น 


               วินาทีนั้นฉันก็รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองอีกและเหมือนจะเห็นภาพภายในจิตใจของตัวเองขึ้นมา ภาพของโซ่แห่งแสงที่กำลังรัดกุมผนึกความมืดเอาไว้ ใกล้ๆกันนั้นก็มีร่างของชายคนนึงอยู่ด้วย แต่เค้าไม่ใช่ชายปริศนาที่อยู่ในฝันของฉัน คับคล้ายคับคลาว่าเหมือนจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน 


               ฉับพลันชายคนนั้นก็หันมามองหน้าฉันและพยายามจะพูดบางอย่างด้วยท่าทีร้อนรน แต่ฉันกลับไม่ได้ยินเสียงของเค้าเลยแม้แต่น้อย


               ' มาเถอะสาวน้อย อย่าไปสนใจเลย มาเริ่มงานของเรากันเถอะ ' คราวนี้เสียงที่ได้ยินกลับเป็นเสียงของชายปริศนาแทน ราวกับว่าเค้าพยายามที่จะขัดขวางชายอีกคนนึงเอาไว้เพื่อไม่ให้มาทำลายแผนการของเค้า และดูเหมือนแผนจะไปได้ดีเสียด้วย...


               ' มาพิพากษาคนชั่วกันเถอะ ฆ่ามันเลยสิ...ฆ่ามัน ' ???


               " ฆ่ามัน.. " ฉันเอ่ยขึ้นตามเค้า


               ' ใช่ ฆ่ามัน...ฆ่ามัน...ฆ่ามัน!!! ' ??? เค้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ผลักดันความมืดทั้งหมดที่มีอยู่ภายในจิตใจของเธอให้พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด


               และแล้ว...


               เพล้ง!!!


               โซ่ตรวนแห่งแสงก็ถูกพังทลายลง ความมืดที่เคยอ่อนแอเมื่อถูกแสงสว่างกดทับเอาไว้ก็แผ่พุ่งขึ้นมาภายในจิตใจเธอและปกคลุมเอาไว้ในชั่วพริบตา และเมื่อเป็นเช่นนั้น... 



               ตึกตัก



               ร่างกายของเธอที่อยู่ภายนอกก็เกิดบ้าคลั่งขึ้น...



               " อั่ก!!---อ๊ากกกกกกกก!!! " เธอกุมหัวร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดราวกับความมืดกำลังกลืนกินเธอเข้าไปเรื่อยๆ เวทย์มนต์ลอยตัวของเธอเริ่มปั่นป่วนทำให้เธอเซไปเซมาในอากาศอย่างช่วยไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าคนข้างล่างจะไม่ได้ยินเธอร้องเลยซักนิดเดียว เพราะเธอบินอยู่สูงมากและอยู่ไกลจากอาณาเขตในการได้ยินเสียงของเธอนั่นเอง



               แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีซักเท่าไหร่...


               ' ไม่นะ! แย่แล้ว ใครก็ได้...ช่วยฉันที!!!----หัว...หน้า... ' นั่นคือเสียงภายในจิตใจสุดท้ายของตัวฉันก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดไป จิตใจที่แท้จริงของฉันบัดนี้...ถูกความมืดกลืนกินโดยสมบูรณ์ และลืมตาตื่นขึ้นมาใหม่ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกไป แต่จะบอกว่าแปลกก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะนี่คือรูปลักษณ์ที่น่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว



               รูปลักษณ์ของเผ่าปีศาจ!



               สัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าเธอเป็นปีศาจได้ปรากฏขึ้นที่กลางหน้าผากของเธออย่างเห็นได้ชัด ร่างกายที่ถูกปกคลุมไปด้วยไอปีศาจ ดวงตาที่มืดดำสนิทถูกเข้ามาแทนที่ดวงตาสดใสสีฟ้าน้ำทะเลจนหมดสิ้น และเป็นดวงตาที่ดูเลื่อนลอยกลายเป็นคนที่ไม่มีสติสัมปชัญญะเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย แต่ภายในหัวของเธอกลับมีอยู่สิ่งเดียวที่ชัดเจนนั่นก็คือ...


                 การฆ่าฟัน


               สายตาที่เลื่อนลอยไร้สตินั้นค่อยๆกวาดสายตาไปมองเบื้องล่างของตน และในยามที่เห็นน้องสาวของตนกำลังจะถูกชกไปที่หน้าสวยอีกในไม่ช้า...


               พรึ่บ! กร๊อบ!


               เสี้ยวพริบตาเธอก็ลงมาสู่พื้นดินได้ในเวลาอันรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อพร้อมกันกับหักแขนของรูนที่ใส่ชุดเกราะอยู่ทิ้งเพียงแค่กำมือเดียวเท่านั้น


               " อ อ๊ากกก!! แขนของข้า! " รูนกล่าวด้วยน้ำเสียงปวดร้าวพลางถอยกลับไปตั้งหลักให้ห่างจากเธอมากที่สุด


               " อ อะไรกันน่ะยัยนี่ โผล่มาจากไหนกันน่ะ! แล้วนี่แกอย่าบอกนะว่า...เอ๊ะ ได้ยังไงล่ะ! ก็ฉัน----อั่ก! " เฟริเชียที่กำลังตกตะลึงกับการมาของแพทริเซียนั้นก็เลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูก มองสลับไปมาระหว่างเอลิซาเธและแพทริเซีย 


               แต่ยังไม่ทันจะพูดจบเฟริเชียก็ถูกฟาดด้วยสิ่งที่ดูเหมือนแส้อันใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยไอปีศาจเข้าที่ท้องน้อยจนกระแทกกับต้นไม้ต้นนึง แต่ดูเหมือนครั้งเดียวจะไม่เพียงพอต่อความกระหายที่อยากจะฆ่าของแพทริเซียได้ เธอจึงฟาดด้วยแรงที่เน้นๆอีกหลายๆทีจนเฟริเชียอยู่ในสภาพที่ดูไม่ค่อยดีนัก...


               เหมือนกับว่าแพทริเซียกะจะไม่ฆ่าเฟริเชียภายในครั้งเดียว แต่จะทรมาณเธอไปเรื่อยๆจนกว่าลมหายใจของเธอจะดับสิ้น


               " หนอย ทำได้แสบนักนะ! " รูนว่าพลางวาดไม้เท้าไปข้างๆก่อนจะส่งแรงทั้งหมดไปที่แพทริเซีย เพื่อหวังที่จะหยุดเธอ แต่เปล่าเลย...


               หมับ!


               มือเรียวบางกลับคว้าไม้เท้าของรูนเอาไว้ได้อย่างสบายๆก่อนจะหักงอมันขึ้นราวกับเป็นของเล่น ในส่วนของรูนที่ทำท่าผงะไปเมื่อเห็นไม้เท้าของตนเป็นเช่นนั้นก็เตรียมที่จะหนีออกไปตั้งหลัก แต่ก็ไม่ทันการ...


               ผัวะ!! พลั่ก!!


               รูนถูกแพทริเซียเข้าประชิดตัวก่อนที่เธอจะเสยหมัดเข้าที่ใบหน้าของเค้าและต่อด้วยหน้าแข้งของเธอที่ซัดเข้ามาที่ท้องอย่างเต็มแรงโดยที่ยังไม่ได้ตั้งตัวจนตัวเค้าลอยหวือไปไกลตามแรงมหาศาลที่เหนือมนุษย์นั่น 


               ' บ้าน่า! เกราะของเรา... ' รูนคิด


               เมื่อเป้าหมายกระเด็นออกไปไกลแล้ว มีหรือที่แพทริเซียจะไม่ตามเค้าไป เมื่อคิดได้ดังนั้นก็กางปีกสีดำทมิฬออกมาและเตรียมพร้อมที่จะออกตัว แต่ทว่า...


               " ท ท่านพี่..คะ? " เสียงของเอลิซาเบธที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก ทักเธอก่อนที่จะออกไปจากตรงนี้ ซึ่งแพทริเซียเองก็หยุดการเคลื่อนไหวของตนตามเสียงของเอลิซาเบธ


               " ... " และเป็นที่รู้ดีว่าแพทริเซียนั้นถูกความมืดครอบงำจิตใจอยู่ ทำให้เธอนั้นไม่สามารถปริปากพูดอะไรออกไปได้ ตัวของแพทริเซียในคราบปีศาจนั้นจึงเลือกที่จะเงียบอยู่แบบนั้น


               " นั่นใช่...ท่านพี่รึเปล่าคะ? " เอลิซาเบธเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ ถึงแม้ว่าตัวเองจะเจ็บอยู่ก็ตาม แต่เพราะความเป็นห่วงที่เห็นพี่สาวของตนดูแปลกไปจากทุกทีจึงอดไม่ได้ที่จะถามถึง


               " ... " แต่จนแล้วจนรอดแพทริเซียก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปและตัดสินใจกระพือปีกออกไปทันที


               " อ๊ะ! ท่านพี่คะ เดี๋ยวก่อน อย่าไปเลยนะคะ!---อ โอ๊ย!.. " เอลิซาเบธกล่่าวพลางพยายามยันตัวลุกขึ้นเพื่อที่จะห้ามพี่สาวของตนเองเอาไว้ เพราะเธอรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีเอามากๆ ถ้าหากว่าไม่มีใครไปห้ามเธอเอาไว้ล่่ะก็!


               " ท่านพี่คะ...ท่านพี่แพทริเซีย!! " เอลิซาเบธตะโกนเรียกชื่อของพี่สาวอันเป็นที่รักด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก จนกระทั่ง...


               " เอลิซาเบธ! เป็นอะไรรึเปล่า! " เสียงของเมลิโอดัสที่ดูร้อนรนเมื่อเห็นร่างของเธอก็ได้เอ่ยขึ้น


               " องค์หญิง! เธอมีแผลสาหัสมากเลย---อ้าว นี่มันอัศวินศักดิ์สิทธิ์รึเปล่าน่ะ ทำไม...สภาพเป็นแบบนี้ล่ะ? " ดิอันเน่ที่ตามมาสมทบก็เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วงเล็กๆที่ยังถือทิฐิอยู่ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างของคนๆนึงที่คาดว่าน่าจะเป็นอัศวินศักดิ์สิทธิ์นอนหมดสภาพและไม่ได้สติอยู่


               " อึก...ขอร้องล่ะค่ะ ท่านเมลิโอดัส ได้โปรด...ช่วยตามท่านพี่แพทริเซียไปด้วยเถอะนะคะ! " เอลิซาเบธไม่รีรอเอ่ยปากขอร้องเมลิโอดัสให้ช่วยไปดูพี่สาวของตนให้ทันที


               " มีอะไร----อะ! " เมลิโอดัสที่จู่ๆก็รู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่มาจากทางดันเจี้ยนบัสต์จึงหันไปมองด้วยสายตาระแวดระวัง


               " เกิดอะไรขึ้นกับแพทริเซียงั้นหรอองค์หญิง!? " ดิอันเน่เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องของแพทริเซียเช่นนั้นก็ถามเอลิซาเบธกลับไปด้วยความเป็นห่วงปนร้อนรนใจ 


               เมลิโอดัสเหลือบสายตาไปมองอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนที่หมดสภาพดังกล่าวก่อนจะหันสายตากลับไปที่ดันเจี้ยนบัสต์อีกครั้ง ราวกับกำลังยืนยันอะไรบางอย่างที่เค้าสงสัย


               " ท่านพี่แพทริเซีย...จู่ๆก็มีท่าทางแปลกไปน่ะค่ะ...เธอดูเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน...แถมยัง.. " เอลิซาเบธว่า


               " แถมยัง? " ดิอันเน่


               " ยังมีปานแปลกๆที่หน้าผากของเธอกับไอสีดำแปลกๆ...ปกคลุมตัวเธอเอาไว้ด้วยน่ะค่ะ...เพราะฉะนั้น ได้โปรดเถอะค่ะ ท่านเมลิโอดัส...ช่วยท่านพี่แพทริเซียด้วยนะคะ! " เอลิซาเบธกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทั้งๆที่ในเวลาแบบนี้คนบางคนอาจจะร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำแต่เธอกลับเลือกที่จะเข้มแข็งเอาไว้


               " อืม! ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะเอลิซาเบธ พี่สาวของเจ้าน่ะ ข้าจะไปช่วยเอง...ดิอันเน่ข้าฝากที่เหลือด้วยนะ " เค้ากล่าวเช่นนั้นก่อนจะวิ่งออกไปอย่างไม่รอช้า ก่อนที่สีหน้ายิ้มแย้มยามเมื่ออยู่กับเอลิซาเบธเมื่อครู่ก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าที่เคร่งเครียดไปในทันที


               " ...นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่เนี่ย " เมลิโอดัสพึมพัมกับตัวเองก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นด้วยการก้าวกระโดดดีดตัวไปมาเพื่อให้ไปถึงดันเจี้ยนบัสต์ได้เร็วขึ้




-----------------(50%)



               ทางด้านดันเจี้ยนบัสต์เองนั้น...


               ตูม!! ตูม!!


               ทันทีที่ร่างของรูนปะทะเข้ากับกำแพงของดันเจี้ยนบัสต์นั้น ร่างบางที่ทรงพลังยิ่งกว่าก็เข้าโจมตีอย่างต่อเนื่องแบบไม่ให้เค้าหยุดพัก สองปีกกระพือสวนทางเพื่อลดความเร็วลงเล็กน้อย แต่มันก็มากพอที่จะทำให้สองขาคู่สวยอัดชายร่างกำยำจมมิดหายเข้าไปในกำแพงแบบไร้ร่องรอย


               " อ อะไรน่ะ! " ทหารที่เฝ้าหน้าปราการคนนึงเมื่อได้สติก็ร้องถามขึ้นมาเสียงหลง พลางกวาดตามองกลุ่มควันที่พวยพุ่งขึ้นมาจากการปะทะกันของอะไรซักอย่างๆรุนแรง 


               เมื่อเวลาผ่านไปชั่วครู่หมอกควันเริ่มจางลงและปรากฎร่างของหญิงสาวเรือนผมสีเงิน ที่มีสภาพใกล้เคียงกับคำว่า มนุษย์ ขึ้น เพราะทั้งดวงตา บนใบหน้า และร่างกายของเธอนั้นเต็มไปด้วยไอสีดำที่บ่งบอกถึงสิ่งที่ไม่ดีในหลายๆความหมาย นั่นคือสิ่งที่พวกเค้าคิดกัน


               พวกทหารยามทุกคนในบริเวณนั้นต่างผงะไปตามๆกันเมื่อเห็นต้นตอของเรื่องที่ทำให้กำแพงของดันเจี้ยนบัสต์เป็นรูโหว่อยู่เช่นนี้ ก็ยกอาวุธขึ้นอย่างกล้าๆกลัวๆเพื่อป้องกันตัวเอง


               แต่หารู้ไม่ว่าหญิงสาวนั้นไม่ได้เห็นพวกเค้าอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย หากจะสนใจแต่เป้าหมายตรงหน้าที่ตนเองจะต้อง'ฆ่า'ให้ได้เท่านั้น


               " หึๆๆ สมแล้วล่ะนะที่เป็นถึงเหล่าเจ็ดบาป ถ้ามีดีแค่ชื่อแบบนี้ก็ไม่สนุกน่ะสิจริงมั้ย องค์หญิงแพทริเซีย! " รูนว่าพลางยันตัวขึ้นมาจากกองเศษซากของกำแพงที่พังทลายลง


               " เอ๊ะ! น นั่นคือองค์หญิงลำดับที่ 4 ที่เค้าลือกันว่าเธอทรยศต่ออาณาจักรน่ะหรอ! " ทหารคนนึงเอ่ยขึ้นและตามมาด้วยเสียงซุบซิบนินทาหลายเสียงเมื่อได้ยินเช่นนั้น


               " ..... " แต่เธอก็ไม่ได้มีปฎิกิริยาตอบกลับกับคำพูดเหล่านั้นแต่อย่างใด เธอทำเพียงแค่...


               ตูม!


               " อ่อก!! " เข้าโจมตีรูนที่มัวแต่พูดเวิ่นเว้ออยู่จนเสียน่ารำคาญ จนเกราะชั้นสุดท้ายของเค้าก็ได้พังทลายลง


               " ส สมแล้วล่ะนะ....นึกว่าข้าจะพูดแบบนั้นหรือยังไง! ข้าน่ะไม่มีวันที่จะยอมแพ้เด็กผู้หญิงแบบเจ้า!--- "


               ฉึก! พรูดด 


               " อ..อา นี่เจ้า...บังอา...จ... " นั่นคือเสียงสุดท้ายของรูนที่กำลังพูดกับแพทริเซียด้วยน้ำเสียงที่เหลือเชื่อว่าเธอจะกล้าทำแบบนี้กับตัวเค้าเอง 


               ใบหน้าเรียวสวยและร่างบางของเธอที่เปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวสีแดงกระเซ็นมาโดน แต่มันก็ยังไม่สามารถบดบังความงดงามของเธอได้


               ใช่แล้ว...


               เธอเพิ่งจะแทงเค้าไป ไม่สิ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ เธอพึ่งทะลวงอกเค้าไปด้วยปีกไอปีศาจของเธอเอง และทำมันลงไปด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่าเต็มที ราวกับว่าถ้ายังไม่มีใครมาหยุดเธอเอาไว้ล่ะก็


               เธอจะถูกความมืดมิดนี้กลืนกินไปตลอดกาล...


               หลังจากที่พึ่งได้ทำการสำเร็จโทษรูนไป ก็ดูเหมือนว่าแพทริเซียจะไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เธอค่อยๆหันกลับไปมองพวกทหารยามทุกคนที่กำลังยืนล้อมเธอเอาไว้ด้วยสีหน้าหวาดกลัวเต็มที ไม่ใช่ว่าพวกเค้าไม่อยากหนี แต่พวกเค้ากลัวจนก้าวขาไม่ออกแล้วต่างหากล่ะ


               จากตอนแรกมันเป็นเพียงแค่ความโกรธที่มีต่อผู้ที่มาทำร้ายน้องสาวของตนเพียงแค่นั้น แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ความมืดภายในจิตใจของเธอมันกำลังบ้าคลั่งขึ้นเต็มที


               และมันกำลังกระหายเลือด....


               ' มากกว่านี้... '


               ' อยากได้เลือดมากกว่านี้ '


               ' หาย...ไปซะ...ตายไปซะ...ตายไปซะ... '


               ' ตายซะเถอะ!!! '


               เมื่อสิ้นสุดความคิดของเธอไอปีศาจทั้งหมดก็จับตัวรวมกันหนวดเส้นใหญ่ๆหลายเส้นและแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง ทหารบางคนบ้างก็ล้มลงไปนั่งกับบ้างก็ช็อกหมดสติไปทั้งๆแบบนั้น ทุกคนตกอยู่ในความสิ้นหวังเต็มที...


               และในที่สุด...


               flick* (ฟลิค) " สิ้นเสียงหวานของเธอ หนวดทุกเส้นที่ขยุกขยิกไปมาตามพลังที่เอ่อล้นออกมาเรื่อยๆก็หยุดลงและต่างพร้อมกันฟาดลงไปที่ทหารยามเหล่านั้นโดยไม่มีความปราณีใดๆทั้งสิ้น






               แต่ดูเหมือนสวรรค์ยังเข้าข้างพวกเค้าอยู่บ้าง


               ชิ้ง


               " Full counter!! " เสียงของชายหนุ่มร่างเล็กที่กระโดดเข้ามาใจกลางวงของปลายหนวดนั่นเค้าได้ใช้ท่าไม้ตายของเค้าสะท้อนพลังของเธอกลับไปได้ทันเวลาพอดี


               แต่พลังที่สะท้อนกลับมาไม่ได้ทำให้เธอเดือดร้อนอะไรแต่อย่างใด บาเรียสีดำใสถูกสร้างขึ้นมาได้ทันท่วงทีเพื่อป้องกันพลังของตัวเองที่สะท้อนกลับมา


               " เอาล่ะๆๆ นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ยแพทริเซีย ข้าไม่เห็นจะจำได้เลยว่าเจ้าอยู่เผ่าปีศาจน่ะ? " เมลิโอดัสว่าพลางยกดาบหักๆของตนขึ้นพาดไหล่ อีกมือนึงของเค้าก็ล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงไปด้วยท่าทางผ่อนคลายขัดกับสถานการณ์สุดๆ


               " ..... " 


               " เฮ้ ไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรอ? " เมื่อเห็นว่าแพทริเซียยังนิ่งเฉย เค้าก็ได้เอ่ยปากถามกลับไปอีกครั้ง แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็ยังเป็นความเงียบเหมือนเดิมอยู่ดี...


               " ดูเหมือนจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากไปแล้วแฮะ ถ้าอย่างงั้น...มีแต่ต้องใช้กำลังดึงกลับมาล่ะนะ! " ว่าแล้วเมลิโอดัสก็พุ่งเข้าประชิดตัวของแพทริเซียทันที 


               พลั่ก!


               โดยไม่ทันตั้งตัว แพทริเซียเองที่ตั้งรับไม่ทัน ร่างของเธอก็ลอยหวือขึ้นฟ้าตามแรงเสยหมัดของเมลิโอดัส แต่เธอก็รีบกระพือปีกต้านแรงและกลับมาทรงตัวบนอากาศได้อย่างทันท่วงที


               แต่มันก็ยังเร็วไม่พอที่จะสู้เมลิโอดัสได้อยู่ดี เค้าโผล่เข้ามาที่กลางหลังของเธอและเตะเธออัดพื้นดินไปอย่างไม่ปราณี...


               " แค่นี้จะพอมั้ยนะ.... " เมลิโอดัสว่าในขณะที่ตัวเองลงสู่พื้นได้อย่างสวยงามผิดกับร่างบางที่คาดว่าน่าจะนอนหมดสภาพอยู่ตรงด้านโน้น แต่เหมือนเค้าจะคิดผิด...


               " อ้าว...หายไปไหนแล้วล่ะ? " เมลิโอดัสทำหน้าฉงนเมื่อฝุ่นควันจากการปะทะเมื่อครู่เริ่มจางลง ร่างของแพทริเซียที่น่าจะนอนอยู่กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย


               แต่แล้ว เหมือนคำตอบจะมาเยือนเค้าถึงที่...


               ตูม!


               ร่างของแพทริเซียที่บินโผลงมาจากท้องฟ้าได้ประเคนเท้าหนึ่งคู่สวยๆของเธอลงไปที่กลางหลังของเมลิโอดัสอย่างจัง จนเค้ามิดหายลงไปกับพื้น


               ถ้าดูเผินๆแล้วเหมือนจิตใจของเธอจะกลับมาชั่ววูบเพื่อเอาคืนเค้าที่กล้าถีบหญิงสาวอย่างเธอได้ลงคอก็เป็นได้...


               " แค่กๆ! เธอเนี่ยน้า ออมมือกันไม่เป็นรึไงกัน กระดูกข้าร้าวแล้วนะ? " เมลิโอดัสว่าหน้าตายพลางโผล่หน้าขึ้นมาจากพื้นดินเล็กน้อย


               ในเวลาเดียวกันนั้น ดิอันเน่ เอลิซาเบธและฮอร์คก็ตามมาสมทบพอดี


               " ท ท่านพี่แพทริเซียคะ! " เอลิซาเบธเรียกพี่สาวของตนด้วยความเป็นห่วงในขณะที่ตนเองนั่งอยู่บนฝ่ามือของดิอันเน่


               " พ แพทริเซีย! อาการแบบนี้มัน...หัวหน้าหรือว่าเธอจะ! " ดิอันเน่กล่าวขึ้นเมื่อเห็นสภาพและท่าทีของเพื่อนสาวที่มีอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาแบบไม่รู้สาเหตุ เป็นอาการเดียวกันกับที่เธอเคยได้เห็นเมื่อ10ปีก่อน


               " อา ข้าเกรงว่าอาจจะใช่ แต่นี่มันค่อนข้างจะแตกต่างออกไปจากเมื่อ10ปีที่แล้วมาก แต่ที่แน่ๆตอนนี้ถ้าเราไม่รีบดึงสติเธอกลับมาล่ะก็วิญญาณของเธอก็จะ... "


               " ถูกความมืดกลืนกินเข้าไปจริงๆแน่! " เมลิโอดัสว่าพลางกระโดดหลบหมัดของสาวร่างบางที่พุ่งตรงเข้ามาหาเค้า


               " แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะหัวหน้า! " ดิอันเน่ว่า แต่เค้าก็ไม่ได้ตอบกลับ ทำเพียงแค่กระโดดหลบการโจมตีของแพทริเซียไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง


               " โฮ่ยย ตื่นขึ้นมาได้แล้วนะเจ้าหมูนี่ เธอจะทำให้เอลิซเบธจังเป็นทุกข์ไปถึงเมื่อไหร่กัน! " ฮอร์คเองที่ไม่รู้จะทำยังไง เลยตะโกนบอกแพทริเซียไปแบบนั้น พร้อมๆกันนั้น เด็กสาวเจ้าของชื่อผู้มีศักดิ์เป็นน้องนั้นก็ทำหน้าหงอยลงทันที


               แม้แต่ตอนนี้...เสียงของเอลิซาเบธเองก็ไม่อาจจะส่งไปถึงเธอได้อีกแล้ว 


               คงจะต้องรอปาฏิหารย์เท่านั้น


               จนกว่าจะถึงตอนนั้น เมลิโอดัสคงจะต้องรับศึกใหญ่หน่อยล่ะนะ 


               เพราะเค้าจะต้องพยายามออมมือเอาไว้เพื่อไม่ให้เธอได้รับบาดเจ็บไปมากกว่านี้ ขืนมากไปกว่านี้ล่ะก็เอลิซาเบธจะทนดูไม่ได้และเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงแทน ซึ่งเค้าไม่อยากจะให้เป็นแบบนั้นแน่ๆ และคิดว่าแพทริเซียก็คงจะไม่อยากให้เอลิซาเบธเข้ามาเสี่ยงอันตรายเพราะมีเธอเป็นสาเหตุแน่ๆ


               ' เร็วเข้าสิแพทริเซีย ฉันรู้ว่าเธอทำได้ ถ้าเธอยังไม่รีบตื่นล่ะก็!... ' เมลิโอดัส


               ขณะเดียวกันภายในจิตใจของแพทริเซีย....
.
.
.
.
.
.
               ท่ามกลางความมืดมิดของแม่น้ำขนาดใหญ่ มันทั้งมืดสนิทและไม่มีแสงสว่างจากที่ไหนเล็ดลอดเข้ามาได้ แม่น้ำแห่งนี้ไม่มีทั้งผิวน้ำหรือก้นแม่น้ำให้เห็นเลยแม้แต่น้อย


               และใจกลางของแม่น้ำนั้นเอง ก็มีร่างของเธอลอยอยู่ในท่าที่ปล่อยตัวไปตามสายน้ำนั่นอย่างไม่รู้สึกรู้สา


               ' ทำไมเรา...ถึงมาอยู่ที่นี่กันนะ?....เรากำลังทำอะไรอยู่? '


               ' ไม่ไหว...คิดไม่ออกเลย... '


               ' เธอไม่จำเป็นต้องคิดอะไรให้มากความหรอก~ ' และแล้วก็มีเสียงเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น เสียงนั้นอยู่ใกล้ซะจนนึกว่าเค้ากำลังกระซิบอยู่ข้างๆฉันอย่างไงอย่างงั้น


               ' ทำไมล่ะ? '


               ' เพราะมันเสียเวลาเปล่าน่ะสิ '


               ' เสียเวลา... '


               ' ใช่แล้วสาวน้อย เพราะฉะนั้นทำตามที่ฉันบอกเถอะ แค่ปล่อยใจไปกับสายน้ำนี่ แค่นี้เธอก็จะสบายแล้ว '


               ' ปล่อยใจไปกับสายน้ำ... '


               ' แล้วหลับไปตลอดกาล '


               ' หลับไปตลอดกาล... '


               ' และตายไปพร้อมๆกับคำสัญญาจอมปลอมนั่นซะ! '


               ' .... ' สิ้นเสียงคำพูดของชายหนุ่ม เธอก็นิ่งเงียบไปทันที ราวกับว่าเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราที่จะไม่มีวันได้ลืมตากลับมาได้อีกเลย


               ' ฮะๆๆ! ดีมาก แบบนั้นแหละ จงหลับไปตลอดกาลเถิดสาวน้อย และแค่นี้เจ้าก็จะแสดงให้ข้าเห็นแล้วว่า สัญญาบ้าบอที่เจ้าให้ไว้กับสิ่งที่เรียกว่าเพื่อน! มันไม่มีอยู่จริง! ฮ่าๆๆๆ ' 


               ชายคนนี้หัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความสะใจ และเหมือนกับว่าเค้าได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่เรียกว่าสายสัมพันธ์อย่างคำว่าเพื่อนมันไม่มีอยู่จริงตามที่เค้าบอกเธอไว้ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก และมันก็สมคำดังปากว่าจริงๆ...
.
.
.
.
.
.
.
.

               แต่นั่นหมายถึงถ้าเธอหลับไปจริงๆล่ะก็นะ 


               ' ไม่... ' นั่นคือเสียงของแพทริเซียที่พยุงจิตของตนเองเอาไว้ได้ในวินาทีสุดท้าย และเธอก็ตื่นขึ้นมาเต็มตาเมื่อได้ยินอะไรบางอย่างที่ไปสะกิดใจของเธอเข้า


               ' หือ ทำไมถึงตื่นขึ้นมาได้ เวทย์สะกดจิตของข้าน่าจะได้ผลนี่นา!? ' เค้าเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก เมื่อเห็นหญิงสาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาและสติสัมปชัญญะทุกอย่างของเธอกำลังกลับเข้าที่เข้าทางดังเดิม


               ' ฉันจะไม่ยอมตายเด็ดขาด...จนกว่าฉันจะทำตามสัญญานั้นได้...ฉันจะไม่มีวันตาย...จะไม่มีวัน!! ' ขณะที่เธอกำลังพูดนั้นก็มีอักขระเวทย์ผุดขึ้นมาจากอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของเธอเอง ก่อนที่มันจะลามออกมาสู่มือข้างเล็กๆนั้น


               ' นี่เธอคิดจะทำอะไรน่ะ! ' เค้าว่าด้วยอาการหวั่นๆเล็กน้อย


               ' จะไม่มีวันยอมแพ้คนอย่างนายเด็ดขาด! เพราะฉะนั้น... '


               ' ปล่อยฉันออกไปซะ!!! '


               ' อาวุธศักดิ์สิทธิ์! Flutter shine!!*(ฟลัทเตอร์ ไชน์) ' สินเสียงนั้นรอยอักขระที่เปล่งแสงก็ค่อยๆไหลไปรวมตัวกันที่ฝ่ามือ ก่อให้เกิดเป็นเวทย์แสงประเภทหนึ่ง เวทย์แสงที่จะขจัดความมืดนี้ไปได้... พร้อมกันนั้นผีเสื้อตัวเล็กน่าเอ็นดูที่ติดประดับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของเธอนั้นก็สลายปีกของมันให้ใหญ่ขึ้น และในคราวที่มันกระพือปีกลงนั้น...


               เวทย์มนต์ของเธอก็ได้ถูกปล่อยออกไปอย่างรุนแรงเกินที่เธอเองก็เกือบต้านเอาไว้ไม่ไหวจนแขนของเธอดีดขึ้นฟ้าเล็กน้อยตามแรงที่ปล่อยออกไป


               ถึงจะมองไม่เห็นตัวหมอนั่น แต่ถ้าแค่ออกไปจากที่นี่ได้ล่ะก็!


               ตูม!! ซู่!~~


               ราวกับว่าโลกภายในจิตใจของเธอนั้นกลับหัวกลับหางไปหมดเมื่อรูโหว่ด้านบนถูกเปิดออกความมืดมิดก็จางลงไปทันตาเห็นและไม่เพียงแค่นั้น ร่างของเธอก็ถูกดูดขึ้นไปด้านบนด้วยเช่นกัน....


               " กรี๊ดดดดดดด!!! " ฉันร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อตัวเองกำลังถูกดูดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว หรือตัวเธอเองนี่แหละที่เข้าใจผิดว่า ด้านบนคือด้านล่าง แล้วด้านล่างคือด้านบน


               เนี่ย...ขนาดตัวฉันเองยังงงเองเลย...
.
.
.
.
.
.
               ตัดภาพกลับมา ณ โลกภายนอก


               เมลิโอดัสและแพทริเซียสู้กันมาได้สักพักแล้ว ฝ่ายเมลิโอดัสเป็นคนบอกดิอันเน่เองว่าไม่ต้องเข้ามาช่วยเพื่อลดการปะทะให้น้อยมากที่สุด เพราะคิดว่าตัวเค้าเองคนเดียวก็เอาเธออยู่ แต่ดูเหมือนว่าเค้าจะประมาทไปหน่อย เลยโดนอีกฝ่ายพันธนาการร่างของตนเอาไว้จนได้...


               " แพทริเซียหยุดนะ!!/ท่านพี่แพทริเซียอย่านะคะ!! " ดิอันเน่และเอลิซาเบธร้องห้ามเมื่อเห็นว่าเธอกำลังล็อคตัวเมลิโอดัสไว้เบื้องล่างด้วยปีกสีดำของเธอ และเตรียมที่จะทะลวงอกเค้าแบบเดียวกันกับที่ทำกับรูนอีกครั้ง


               ฟึ่บ!




               วินาทีสุดท้ายก่อนที่ปีกสีดำทมิฬจะเข้าทะลวงอกของเค้า...


               จู่ๆการเคลื่อนไหวของแพทริเซียก็หยุดลงกระทันหัน สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนอย่างมาก และในที่สุด...


               " อึก!.. " ใบหน้าหวานของเธอเหยเกเล็กน้อยเมื่ออะไรบางอย่างในร่างกายกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น


               ฟู่~


               ไอปีศาจ สัญลักษณ์ต่างๆ รวมถึงปีกสีดำของเธอที่พันธนาการร่างของเมลิโอดัสเอาไว้อยู่นั้น ก็ค่อยๆสลายหายไป ทำให้ค่อยๆเผยให้เห็นเค้าเดิมของหญิงสาวผู้สง่างามที่เคยรู้จักเป็นอย่างดี


               ตุบ!


               " ฮ ฮ้าาาา แค่กๆๆๆ " ร่างกายของเธอทรุดลงไปนั่งกับพื้นก่อนจะสูดหายใจเข้าเต็มปอดอย่างกระทันหันเหมือนคนขาดอากาศหายใจเป็นเวลานานและไอออกมาด้วยความเหนื่อยล้า


               " ...แฮ่กๆ...อึก...เมลิ..โอดัส " ฉันเอ่ยขึ้นเมื่อภาพแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาคือใบหน้าของหัวหน้าของเหล่าเจ็ดบาปที่กำลังนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้นด้วยน้ำเสียงแปลกใจ


               " ฮึบ! โย่ แพทริเซียกลับมาได้แล้วสินะ นิชิชิ " ซึ่งเค้าก็ดีดตัวเองขึ้นมาจากพื้นพร้อมๆกับทักทายฉันด้วยท่าทีปกติของเค้า


               " ....ค ค่ะ ฉันกลับมาแล้วค่ะ...หัวหน้า " ฉันพูดตอบเค้ากลับไปโดยเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเมลิโอดัสกลับไปเหมือนเดิม


               " แพทริเซีย! เธอเป็นยังไงบ้าง " ดิอันเน่ที่รีบวิ่งมาดูและถามฉันด้วยความเป็นห่วง ข้างๆกันนั้นก็มีฮอร์คที่บ่นมาตลอดทางว่าเจ้าหมูๆอยู่ตรงนั้น


               " ไม่เป็นอะไรมากหรอก แต่ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยนิดหน่อยเท่านั้นเอง...แล้วนี่น่ะ...ฝีมือฉันใช่มั้ยคะเนี่ย " ฉันตอบดิอันเน่ไปตามความเป็นจริง ก่อนจะหันไปมองสภาพรอบๆของดันเจี้ยนบัสต์ที่ดูเละตุ้มเป๊ะไปหมดด้วยน้ำเสียงหวาดๆ


               " ถ้าบอกว่าไม่ใช่ก็ดูจะโกหกเกินไปล่ะนะ " ฮอร์คเอ่ยขึ้น


               " หืม? จำอะไรไม่ได้เลยหรอ แพทริเซีย " ดิอันเน่ถาม


               " เอ่อคือ...ก่อนหน้านี้รู้สึกว่า...หลังจากที่เห็นเอลิซาเบธ...เอลิซาเบธล่ะ!! " เมื่อฉันนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่หมดสติไปก็ไม่ได้เจอหน้าเอลิซาเบธอีกเลยจึงเกิดความกังวลขึ้นมาและพยายามที่จะฝืนตัวเองลุกขึ้นมาให้ได้ทั้งๆที่ตัวเองไม่มีแรง


               " ใจเย็นๆก่อนนะแพทริเซีย! ไม่ต้องเป็นห่วงไป หลังจากที่เธอได้สติเมื่อกี้เจ้าหญิงก็สลบไปเลยน่ะ ข้าเลยให้เจ้าหญิงนอนพักอยู่ในกระเป๋าของข้าแล้วล่ะ " เมื่อเห็นแบบนั้นดิอันเน่จึงรีบเข้ามาห้ามปรามแพทริเซียไม่ให้ทำอะไรเกินตัวไปมากกว่านี้พร้อมทั้งอธิบายว่าน้องสาวของเธอยังปลอดภัยดีอยู่


               " งั้นหรอ...ขอบคุณนะดิอันเน่ " ฉันกล่าวอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะค่อยๆเล่าเหตุการณ์ก่อนที่ภาพทุกอย่างจะตัดไป


               " งั้นจะเล่าต่อแล้วนะคะ...หลังจากที่ฉันเห็นเอลิซาเบธบาดเจ็บอยู่ดีๆเลือดในร่างกายมันก็สูบฉีดเร็วขึ้น รูม่านตาฉันก็หดลง จากนั้น....เสียงของผู้ชายคนนั้น " ฉัน


               " ผู้ชายคนนั้น? อย่าบอกนะว่าคนๆเดียวกันกับ... " เมลิโอดัสถามให้แน่ใจว่ามันจะใช่คนๆเดียวกันกับที่เค้ากำลังคิดอยู่รึเปล่า


               " ใช่แล้วค่ะ คนๆเดียวกันกับเมื่อ10ปีก่อน...เค้าพูดจาหว่านล้อมฉัน จนฉันติดกับมัน และจู่ๆฉันก็ถูกดึงเข้าไปภายในโลกจิตใจ ที่นั้นมีผลึกสีดำอันใหญ่ ผลึกที่มีความมืดมากมายอยู่ข้างในนั่น มันถูกผนึกเอาไว้ด้วยโซ่แห่งแสงข้างๆกันนั้น...ฉันเห็นผู้ชายอีกคนนึง ไม่รู้หรอกนะคะว่าเป็นใคร แต่ฉันรู้สึกว่า...เค้าพยายามจะช่วยฉันยังไงอย่างงั้นเลยล่ะค่ะ "


               " .... " ทุกคนยังเงียบอยู่เพื่อฟังฉันเล่าต่อ


               " แต่ฉันก็ไม่สามารถหยุดความคิดด้านลบได้จนในที่สุด...ผลึกนั่นก็แตกออกมา จนฉันถูกความมืดนั่นเข้าครอบงำ... " เมื่อฉันเล่าจบจึงก้มหน้าลงเล็กน้อยเมื่อย้อนคิดถึงเหตุการณ์ทั้งหมดก่อนหน้า 


                มือของฉันจากที่ไม่มีแรงอยู่แล้วยิ่งไม่มีแรงเข้าไปกันใหญ่ มันคือความหวาดกลัวต่อความมืดนั่น กลัวการอยู่คนเดียวในนั้น กลัวว่าถ้าไม่ได้กลับออกมาอีก กลัวว่าถ้าซักวันนึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก 


               ฉันอาจจะพลาดพลั้งไปทำร้ายคนบริสุทธิ์อีกก็ได้


               " ทำไมเรื่องแบบนี้มันถึงเกิดขึ้นกับตัวฉันกันนะ... " ฉันพูดตัดพ้อเล็กน้อยเมื่อรู้สึกสมเพชชีวิตตัวเองขึ้นมา ข้างๆกันนั้นก็มีดิอันเน่ลนลานไปมาเพราะไม่รู้ว่าจะพูดปลอบใจยังไงดีให้เธอร่าเริงขึ้น


               " อย่าคิดมากเลยน่าแพทริเซีย.. " เมลิโอดัสหลังจากที่นิ่งเงียบและยืนฟังมานานก็เอ่ยขึ้น นั่นทำให้ฉันแค่นยิ้มออกมาก่อนจะพูดว่า


               " ไม่ให้คิดมากได้ยังไงล่ะคะหัวหน้า ถึงฉันจะถูกครอบงำจิตใจอยู่ แต่ฉันก็รู้สึกได้นะคะ!...ตอนนี้ตัวตนของฉันไม่ได้เป็นมนุษย์อีกต่อไปแล้ว...ถึงจะใช้เวทย์มนต์ชำระล้างไป แต่มันก็ยังไม่ได้จางหายไปไหน" เวทย์มนต์แห่งแสงที่ฉันใช้ไป จริงอยู่ที่มันสามารถชำระล้างความมืดได้ แต่ความมืดระดับที่ฉันสัมผัสได้นั้น... ตราบใดที่มันไม่ได้ถูกชำระล้างด้วยอาร์คก็ไม่มีความหมาย


               ยิ่งไม่มีผลึกมากักขังมันไว้แล้วล่ะก็ มันก็จะแผ่กระจายไปทั่วร่างกาย


               ความมืดกำลังก่อตัวขึ้นใหม่อีกครั้ง...


               " ฉัน....กลายเป็นสิ่งที่ผู้คนเรียกขานกันอย่างน่าหวาดกลัว ฉันกลายเป็นปีศาจไปแล้ว! " ฉันว่าด้วยน้ำเสียงสับสนเต็มที ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปกับชีวิตต่อจากนี้ดี 


               การที่เป็นมนุษย์อยู่ดีๆ แล้วจู่ๆก็จะกลายมาเป็นปีศาจแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับมันได้หรอกนะ...


               " ...แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้น เธอก็ยังเป็นเธออยู่ใช่มั้ยล่ะ " เมลิโอดัสเอ่ยขึ้นหลังจากที่ฉันพูดจบ นั่นทำให้ดวงตาของฉันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองเค้าด้วยความรู้สึกหลายอย่างปนเปกันไปหมด


               " ...ฉัน " พูดอะไรไม่ออกเลย มันก็จริงอย่างที่เค้าพูดจริงๆนั่นแหละ


               " ไม่ต้องห่วงนะแพทริเซีย จนถึงตอนนั้นถ้าเธอเกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีกล่ะก็ พวกเรานี่แหละที่จะดึงเธอขึ้นมาเอง!~ " ดิอันเน่กล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริงเพื่อหวังให้ฉันเลิกคิดมากกับเรื่องนี้ซะ


               " ใช่ๆ! ท่านฮอร์คคนนี้นี่แหละที่จะช่วยเธอเอง ปูโก๊ะ! " ฮอร์คช่วยเสริมอีกแรง


               ฉันมองหน้าดิอันเน่ ฮอร์ค ก่อนจะหันกลับไปมองเมลิโอดัสอีกครั้ง...


               และเผยรอยยิ้มกว้างของวันออกมาด้วยความตื้นตันใจ

.
.
.
.
.
.
.
.
               หลังจากนั้น...


               เนื่องจากว่าฉันยังไม่มีแรงพอที่จะเดินได้ เอ่อ...เรียกว่าเป็นคนพิการชั่วคราวละกันนะ 


               เพราะระหว่างที่ฉันไม่ได้สติ ก็มีหัวหน้านี่แหละที่เป็นคนรับมือฉันที่กำลังอาละวาด ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าออมมือให้แล้วๆก็ตามที


               ตัดภาพมาที่ไหล่ขวาของฉัน กระดูกไหปลาร้าของฉันหักค่ะ... รวมไปถึงกระดูกข้อเท้าและเข่าอีก2-3ที่ ที่หักเช่นกันค่ะ


               หัวหน้าบอกว่าอาจจะเป็นเพราะพลังของเผ่าปีศาจที่ไม่ค่อยเข้ากันกับร่างกายของมนุษย์ จึงทำให้มีอาการเป็นแบบนี้ คิดว่าอีกสองสามอาทิตย์ถ้าร่างกายชินกับมันก็คงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมเอง 


             ' เรื่องแบบนี้ล่ะรู้ดีนัก เอ๊ะ จะไปว่าเค้าก็ไม่ได้ด้วยแฮะ ก็เค้าเป็นปีศาจนี่เนาะ... ' ฉันนึกขำกับตัวเองคนเดียวโดยที่คนอื่นๆไม่ทันสังเกตุ


               ดิอันเน่ที่เห็นฉันบาดเจ็บสาหัสมาก อาสาจะแบกฉันขึ้นไหล่เดินไปด้วยกันซึ่งตอนแรกก็เกรงใจเธออยู่หรอกเพราะต่อจากนี้ก็จะต้องแบกเซเน็ตต์ลูกสาวของคุณหมอไปด้วยอีกคน จึงตกลงกับเธอว่าส่งฉันไปถึงแค่หน้าคุกก็พอ


               วู่ม!


               ' หือ? เหมือนรู้สึกถึงพลังเวทย์บางอย่าง...อ๋อ จริงสินะ นี่น่ะมัน...พลังของลูกบอลร่ายเวทย์มนต์นี่นา ว้า โดนขังซะแล้วแฮะแล้วแบบนี้จะออกไปยังไงล่ะเนี่ย~ ว่าไปนั่น ' ฉันเหลือบสายตาไปมองทางด้านหลังก็พบว่าที่แห่งนี้นั้นกำลังถูกปกคลุมไปด้วยพลังของลูกบอลร่ายเวทย์มนต์ของกอลกิอุสแล้ว แต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่หลวงเลยซักนิดเดียวน่ะนะ...


               เนื้อเรื่องหลักกำลังดำเนินต่อแล้ว...


               " มีอะไรรึเปล่าแพทริเซีย? " ดิอันเน่ที่เห็นท่าทีของฉันแปลกไปจึงหันไปถามด้วยความอยากรู้ แต่ฉันก็เพียงทำแค่อมยิ้มน้อยและส่ายหัวกลับไป เธอจึงเลิกสนใจฉันและหยุดเดินเมื่อมาถึงหน้าคุกแห่งหนึ่งที่น่าจะเป็นที่พวกทหารศักดิ์สิทธิ์ขังตัวลูกสาวของคุณหมอเอาไว้


               " วางฉันลงตรงนี้ก็ได้ดิอันเน่ " ฉันหันไปบอกเธอให้วางฉันลงตามที่ตกลงกันไว้ ซึ่งเธอก็ยอมทำตามแต่โดยดีแม้จะยังห่วงอยู่บ้างก็ตาม


               ในระหว่างที่รอพวกหัวหน้าช่วยคุณเซเน็ตต์ออกมาฉันก็นั่งพิงกำแพงข้างๆและหลับตาลงเพื่อพักสายตาเล็กน้อย แต่ดูเหมือนว่าฮอร์คที่เดินออกมาจากปากคุกเมื่อเห็นฉันหลับตาลงก็เดินเข้ามาใกล้ก่อนจะใช้จมูกของมันเป่าลมออกมาใส่หน้าฉันเต็มที่


               " อุ๊บ ทำอะไรน่ะฮอร์ค " ฉันตกใจสะดุ้งลืมตาตื่นขึ้นมาทำหน้าเหลอหลาเล็กน้อยก่อนจะพบใบหน้าอ้วนกลมสีชมพูกำลังจ้องหน้าฉันอยู่


               " ห้ามหลับเด็ดขาดเลยนะแพทริเซียจัง ปูโก๊ะ " ฮอร์คว่าพร้อมกับพ่นลมออกมาใส่หน้าฉันอีกครั้ง


               " รู้แล้วล่ะน่า ฉันแค่พักสายตาหน่อยเดียวเอง! " ฉันที่เหมือนมีน้ำโหเล็กน้อยจึงแยกเขี้ยวตอบกลับไปด้วยท่าทีเล่นทีจริง


               กลายเป็นฉากที่ชวนดูแล้วผ่อนคลายไปอีกแบบสำหรับฉัน


               จนกระทั่ง...


               ตึก..ๆ...ๆ


               เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินมาอย่างสม่ำเสมอและเชื่องช้าค่อยๆเข้าใกล้พวกเราเรื่อยๆ จนเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งกำยำที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี


               คนที่พวกเรากำลังตามหาตัวอยู่ บันนั่นเอง...


               " บัน " เมลิโอดัส


               " หัวหน้า? " บันว่า


               และจู่ๆทุกอย่างก็เงียบลงไปทันตาเห็น ทั้งสองคนต่างมองหน้ากันราวกับมีเรื่องบาดหมางและจะเข้าปะทะกันในอีกไม่ช้า


               จะสู้กันฉันไม่ว่าหรอกนะ แต่ช่วยไปสู้กันตรงอื่นที่ไม่ใช่ตรงที่ฉันนั่งอยู่จะได้มั้ยคะ!!


               ดูจากตำแหน่งการนั่งของฉัน ทุกคนคิดว่าฉันจะโดนลูกหลงมั้ยล่ะคะ ฉันนั่งอยู่ตรงกำแพงก็จริง แต่มันก็ยังอยู่กึ่งกลางระหว่างพวกเค้าสองอยู่ดี สมองของฉันที่กำลังประมวลผลว่าจะหลบยังไงไม่ให้โดนลูกหลงดีนั้น ในขณะที่กำลังจะหันไปขอความช่วยเหลือจากฮอร์คที่ยังอยู่ข้างๆฉันเมื่อกี้ 


               หันมาอีกที นู้นน มันวิ่งไปหลบหลังดิอันเน่เรียบร้อยแล้วล่ะค่ะทุกคน!


               ดิอันเน่ก็ได้แต่ยิ้มเป็นกำลังใจให้อยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ ฉันที่รู้สึกปลงแล้วนั้นก็เค้นเวทย์ลมออกมาที่ฝ่ามือข้างซ้ายจนได้ และรีบใช้มันทำให้ฉันพุ่งตัวเข้าไปหาฝั่งที่ดิอันเน่นั่งอยู่ทันที ซึ่งในตอนที่หน้าฉันกำลังจะกระแทกพื้นนั้นดิอันเน่ก็รับร่างของฉันเอาไว้ได้ทันพอดี


               ตูม!!!


               เสียงร่างของคนกระทบเข้ากับกำแพงอิฐและยังทะลุไปเรื่อยๆอีกหลายชั้นดังขึ้น อีกด้านนึงนั้นก็มีบันที่กระโดดโลดเต้นและเรียกหัวหน้าอยู่แบบนั้น


               ฮืออ จะทำอะไรก็ให้มันเกรงใจคนเจ็บบ้างเถอะ


               " อูย...ไหล่ฉัน นี่บัน! นายจงใจชกหัวหน้าให้ต่ำเข้าไว้เพราะอยากจะให้ฉันโดนไปด้วยใช่มั้ยยะ!! " ฉันตะโกนกลับไปด้วยความเหลืออดกับการกระทำของเค้า


               " แล้วแต่เธอจะคิด~ " บันทำหน้าทะเล้นใส่ก่อนที่ร่างของเค้าจะปลิวหายเข้าไปกับกำแพงเพราะเมลิโอดัส...


               " เฮ้อ ฉันล่ะเหนื่อยใจจริงๆ " ฉันว่าพร้อมถอนหายใจยาวๆด้วยอาการเบื่อคน


               " ฮะๆ " ดิอันเน่ขำแห้งราวกับจะเห็นใจฉันพร้อมๆกับปลอบใจฉันไปพลาง


              เรื่องน่าปวดหัวยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เมื่อพวกเค้าแข่งกันงัดข้อต่อ ด้วยพลังของพวกเขาสองคน ทำให้ดันเจี้ยนบัสต์แห่งนี้พังทลายลง ลูกบอลร่ายเวทย์มนต์ที่ขังพวกเราไว้ก็เสื่อมสภาพลงเพราะดันเจี้ยนบัสต์กำลังเสียรูปร่าง แต่นั่นเมือนจะเป็นเรื่องดีเพราะพวกทหารทุกคนต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ขากลับจากที่นี่ก็คงจะสบายกันน่าดูเชียวล่ะ
.
.
.
.
.
.
.
               ' แต่จะว่าไปแล้ว ตอนที่เราอยู่ในโลกจิตใจตอนนั้น...เราเถียงอะไรกับหมอนั่นกันแน่นะ? '




-----------------------------------------------------------------------------------
            

Talk with writer 1
ไรท์กลับมาแล้วววค่ะ
ตามที่ไรท์ได้ชี้แจงเอาไว้ว่าไรท์หยุดไปเพราะเรื่องการเรียนอ่ะเนาะ
จริงๆกลับมาตามสัญญานี่แหละค่ะ แต่ไรท์ไปอัพฟิครีบอร์นก่อน 
แล้วค่อยมาอัพเรื่องนี้ จึงดีเลย์ไปซักหน่อย แต่ก็มาลงให้ตามสัญญาแล้วนะคะ!
กลับมาคราวนี้หาที่ตัดจบไม่ได้จริงๆค่ะฮาา มันยาวมากกจริงๆ
ตกลงน้องแพทเธอจะได้เจอเพื่อนเธอมั้ยเนี่ยชาติเน้~~
ลืมแล้วลืมอีก ลืมเก่งมากก เหมือนอิไรท์เลย----แค่กๆ
เอาเป็นว่าโปรดรอติดตามชมตอนต่อไปกันด้วยนะคะ สำหรับวันนี้บัยค่ะะ

ปล.ที่บอกว่าครึ่งตอนก่อนหน้านี้ปลิวคือเรื่องจริงนะคะ ขนาดTalkแรกยังหายไปด้วยเลยค่ะฟฟฟฟ สำหรับคนที่อ่านทันก็จะรู้ว่าไรท์พูดประมาณว่าเป็นการเปิดปมใหม่/ตัวของน้องแพทver.ปีศาจ/และพูดถึงการเปิดตัวพระเอกที่ไม่แม้แต่จะช่วยให้รู้เลยซักนิดว่าเค้าคือใครกันแน่ฮาาา และไรท์จะแปะรูปแพทริเซียเอาไว้เหมือนเดิมนะคะ แต่อย่าลอกไปล่ะ!


(Cr.pinterrest/ตราบาปที่ไรท์shirayuki-himeวาด)
(รูปนี้ใช้ในการประกอบฟิค [Fic Nanatsu no taizai] OUR PROMISE คำสัญญาของพวกเรา เท่านั้น )

Flick = สะบัด
Flutter = กระพือ shine = แสงสว่าง/เปล่ง รวมกันได้คำว่า เปล่งประกาย ค่ะ 

1st 25/08/62 50%
2nd 29/10/62 100%
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #64 THARA I.N.K. (@Ink260248) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 20:31

    ไรท์กับมาแล้วววว
    #64
    1
    • #64-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 16)
      29 ตุลาคม 2562 / 21:30

      กอดน้าา//หนุบหนับ
      #64-1
  2. #63 cononzaa234 (@cononzaa234) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 18:34

    มาต่อออ

    #63
    1
    • #63-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 16)
      25 ตุลาคม 2562 / 20:06
      รอก่อนนะคะะ ไรท์กลับมาแล้วค่ะ ฮือออ
      #63-1
  3. วันที่ 12 กันยายน 2562 / 19:59
    มาต่อเร็วไวนะ
    #61
    1
    • #61-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 16)
      15 กันยายน 2562 / 18:26

      รอก่อนนะคะะ ช่วงนี้งานรัดตัวมากก
      #61-1
  4. #60 สาวชอบฝัน (@suna-gr) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 09:09
    มาซะพีคเลย
    #60
    1
    • #60-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 16)
      30 สิงหาคม 2562 / 08:20
      การกลั่นแกล้งocเป็นงานถนัดของไรท์ค่ะ ฮาาาา----//แค่ก
      #60-1
  5. #58 bfnnnn_ (@poomospoo1244) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 12:29

    นางเอกเป็นปีศาจ มีเราคนเดียวรึป่าวที่ชอบ.โดนถีบ
    #58
    1
    • #58-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 16)
      26 สิงหาคม 2562 / 16:58

      คิดอยู่นานมากค่ะว่าจะเปิดการ์ดปีศาจเลยดีมั้ย ฮาา//มินิฮาร์ท~
      #58-1
  6. #57 THARA I.N.K. (@Ink260248) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 08:23

    ระระหรือว่า!!!! จะเกี่ยวกับที่น้องฝันร้ายหรือเปล่า!!!
    #57
    1
    • #57-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 16)
      26 สิงหาคม 2562 / 16:56
      จะใช่มั้ยน้าา~//หึๆๆ
      #57-1
  7. #56 Heart of darkness (@pream2046) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2562 / 06:32
    ดีงามมมมม
    #56
    1
    • #56-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 16)
      26 สิงหาคม 2562 / 16:54

      พระรามแปดดด---//เดี๋ยวๆ
      #56-1