[FIC Nanatsu no taizai] OUR PROMISE คำสัญญาของพวกเรา

ตอนที่ 12 : #Promise 10# It's time to go (RW 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    8 ก.ค. 62





" ได้เวลาจากกันแล้วล่ะ "



               2 ปีต่อมา


               เฮๆ ปุ้ง!ๆๆ


               เสียงครึกครื้นและเสียงพลุต่างๆท่ามกลางความน่ายินดีในการเฉลิมฉลองวันก่อตั้งอาณาจักร ทุกๆคนต่างพากันจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองในวันที่เป็นมงคลเช่นนี้ ยกเว้นพวกเราเหล่าเจ็ดบาปที่กำลังมุ่งหน้าไปยังห้องประชุมหนึ่งในปราสาทเพื่อไปพบกับหัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ' ซาราทรัส ' ตามคำเรียกร้องของเค้า


               " แหม อุตส่าห์นึกว่าจะได้ดื่มในวันก่อตั้งอาณาจักรอย่างสบายๆแล้วเชียว " เมลิโอดัสว่าด้วยน้ำเสียงติดเสียดายเล็กน้อย


               " หัวหน้าเนี่ยชอบดื่มอยู่เสมอเลยนะ " คิงว่า


               " ประเด็นก็คือ...จะดื่มตั้งแต่หัววันเลยหรอคะ? " ฉันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะตักเตือนเรื่องนิสัยการดื่มของเค้าที่อาจจะทำให้เสียสุขภาพได้


               " ไม่เห็นเป็นไรเลย งานเทศกาลทั้งทีนะ " เมลิโอดัสว่า


               " จะตอนไหนๆฉันก็เห็นหัวหน้าก็ดื่มอยู่ตลอดเวลานั่นแหละค่ะ! " ฉันหันไปแว้ดใส่เค้าด้วยท่าทางหมั่นไส้เต็มทน


               " หัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์สูงสุดบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย " เมอร์ลินกล่าว


               " หรือว่าจะมีรางวัลพิเศษให้พวกเราที่กำจัดโทรลควีนได้กันนะ~ " ดิอันเน่ว่า


               " เอาเถอะ จะอะไรก็ช่างพอเสร็จธุระก็ไปที่งานเทศกาลกันเถอะ " เมลิโอดัสเอ่ยตัดจบบทสนทนานี้และเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น นั่นจึงทำให้คนอื่นๆก็เดินเร็วขึ้นด้วยเช่นกัน ยกเว้นก็แต่...


               ตัวฉันเอง


               ทุกคนต่างเริ่มเร่งฝีเท้าขึ้นในขณะที่ฉันเองกลับค่อยๆลดความเร็วในการเดินไปข้างหน้าช้าลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะตอนนี้ฉันกำลังรั้งท้ายพวกเค้าอยู่ และทุกคนมัวแต่สนใจเรื่องที่จะต้องไปหาซาราทรัสจนไม่ได้สังเกตุเห็นฉันที่เดินรั้งท้ายเลยแม้แต่น้อย


               เพราะฉันพึ่งจะนึกอะไรบางอย่างออก


               บางอย่างที่เป็นจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้...


               ' จะว่าไป...เราเองก็ไม่ได้เอะใจเลยแฮะ ว่านี่น่ะ...มันเป็นงานเทศกาลก่อตั้งอาณาจักรนี่นา.. '



               ' เป็นวันที่เหล่าเจ็ดบาปทั้งหมดถูกทำให้เป็นแพะรับบาป...ข้อหา... '



               ' สังหารหัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์และตั้งใจจะเป็นกบฏกับลีโอเนส '



               ' ...มันดีแล้วจริงๆน่ะหรอ... '


               แอ๊ด! กึง!


               " สวัสดี---อะ!...อัศวินศักดิ์สิทธิ์สูงสุด " เมลิโอดัส


               ' ที่เรา...ปล่อยให้เค้าตายไปทั้งๆแบบนี้... ' ฉันคิดแค่นั้นก่อนจะมองไปยังเบื้องหน้าของตนและหลับตาลงด้วยความรู้สึกที่พูดไม่ออกบอกไม่ถูก


               เมื่อพวกเราทั้งหมดได้มาถึงจุดหมายและทำการเปิดประตูบานใหญ่ออก ภาพแรกที่เห็นก็คือ...


               ร่างไร้วิญญาณของซาราทรัส หัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ที่ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม


               " โหดร้ายชะมัด " บันว่า


               " ถูกเสียบทั้งตัวเลย... " ดิอันเน่


               " ใครกันที่ทำแบบนี้! " คิงว่าด้วยน้ำเสียงเอาเรื่อง


               " ที่สำคัญก็คือทำไมอัศวินศักดิ์สิทธิ์ถึงตกเป็นเป้าหมายกัน? เธอพอจะรู้อะไรบ้างมั้ย? แพทริเซีย " เมอร์ลินเอ่ยถามฉันที่อยู่ข้างหลังสุด นั่นทำให้ฉันรีบเบนสายตาไปทางอื่นทันทีก่อนจะพูดออกมาว่า


               " ...ไม่รู้สิคะ " ฉันพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว


               อึดอัด


               ไม่ชอบความรู้สึกอึดอัดแบบนี้เลย...


               ความรู้สึกผิดแบบแปลกๆแบบนี้ก็ด้วย...


               แบบนี้มันก็เหมือนกับกลายเป็นว่าฉันเป็นคนผิดที่ปล่อยให้ซาราทรัสตายโดยที่ไม่เข้าไปช่วยเลยไม่ใช่หรือยังไงกัน?


               แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ....คนเราน่ะ มันเปลี่ยนชะตากันไม่ได้หรอกนะ


               เชื่อสิ ถึงฉันช่วยเค้าเอาไว้ได้ แล้วมันจะเป็นยังไงต่อ?


               ถ้าไม่จัดการคนกระทำก่อเหตุเริ่มแรกซะ ซาราทรัสก็จะตายอยู่ดี แต่ถึงอย่างงั้นถ้าให้ฉันไปฆ่าสองคนนั่นฉันก็ไม่เอาด้วยหรอกนะ


               บางทีการปล่อยให้เรื่องบางเรื่องไปตามกระแสเวลาของมัน มันอาจจะดีกว่าก็ได้ จริงมั้ยล่ะ?


               และในระหว่างที่พวกเรากำลังสนใจร่างของซาราทรัสอยู่นั้นเอง...


               " !! มีคนกำลังมา! " จู่ๆคิงก็สัมผัสถึงพลังเวทย์จำนวนมากได้บริเวณรอบๆปราสาท นั่นทำให้เมลิโอดัสรีบวิ่งเข้าไปดูทันที


               " นี่มัน...เราโดนอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของอาณาจักรลีโอเนสล้อมเอาไว้แล้ว! " เมลิโอดัสว่าเมื่อภาพที่เค้าเห็นเมื่อมองลงไปข้างล่างนั้นคืออัศวินทั้งหมดของอาณาจักรแห่งนี้


               " น นี่มันหมายความว่าอะไรกันเนี่ย! " ดิอันเน่กล่าวด้วยความตื่นตระหนก


               " เอาเป็นว่าค่อยคิดกันทีหลัง ทุกคนแยกย้ายแล้วไปเจอกันข้างนอก! " เมลิโอดัสสั่ง


               " รับทราบ~ " ซึ่งบันเองก็ขานรับและทุกๆคนก็ต่างพากันแยกย้ายออกไปคนละทิศคนละทางกันทันที ในขณะที่เหลือฉัน เมอร์ลินและเมลิโอดัส ที่กำลังเกาะกลุ่มกันอยู่


               ทันใดนั้นเอง...


               ตึกๆๆ


               " ท่านพี่แพทริเซีย! เมลิโอดัส! " เสียงฝีเท้าคู่เล็กที่กำลังเข้ามาใกล้และน้ำเสียงน่ารักน่าชังดังขึ้นมาจากทางเดินด้านหลังของพวกเรา ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้นฉันและเมลิโอดัสก็รีบหันไปมองทันที


               " เอลลี่อย่าเข้ามาทางนี้นะ! " ฉันตะโกนบอกออกไปแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทันการ เด็กสาวร่างเล็กก็เหลือบไปเห็นร่างของซาราทรัสที่แน่นิ่งและโดนเสียบไปทั้งตัวเป็นที่เรียบร้อยทำให้เธอเสียขวัญเป็นอย่างมาก เมลิโอดัสจึงรีบเข้าไปปลอบ


               " กรี๊ดดดด! ก เกิดอะไรขึ้นหรอคะ ท ทำไม ท่านซาราทรัส ถึงได้... " เอลิซาเบธพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักด้วยความหวาดกลัว


               " น้องไม่จำเป็นต้องรู้หรอกเอลลี่ เอาเป็นว่าที่นี่อันตรายรีบกลับไปหาท่านพ่อก่อนเถอะนะ " ฉันไม่อยากให้เด็กตัวเล็กๆแบบนี้ต้องมารับรู้เรื่องโหดร้ายแบบนี้มากนัก บวกกับสถานการณ์ที่เสี่ยงเกินไปจากการโจมตีของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ข้างนอก ทำให้ปราสาทใกล้จะพังเต็มที


               " ล แล้วท่านพี่ล่ะคะ!....น้องไม่อยากไปคนเดียว " เอลิซาเบธถามกลับ


               " ตอนนี้ไม่ได้หรอกนะเอลลี่ แต่พี่สัญญา พี่จะต้องกลับไปหาเธอแน่ๆจ้ะ " ฉันว่า


               " ส สัญญานะคะ " เอลิซาเบธ


               ' สัญญาจ้ะ....แต่ในอีก 10 ปีต่อจากนี้น่ะนะ... ' ฉันคิด


               " สัญญาจ้ะ เอ้า ทีนี้ก็รีบไปได้แล้วล่ะ " ฉันกล่าวพลางพยุงตัวให้ลุกขึ้นมาจากอ้อมแขนของเมลิโอดัส ก่อนจะเหลือบสายตาหันกลับไปมองเมอร์ลินเล็กน้อยเพื่อให้เธอรู้ตัว ซึ่งเจ้าตัวก็ดูจะงงๆอยู่นิดหน่อยที่ฉันหันไปมองเธอแบบนั้น 


               แต่มันก็ทำให้เมอร์ลินกระจ่างได้ในทันที....


               เมื่อจู่ๆหินก้อนไม่เล็กไม่ใหญ่มากที่เป็นส่วนนึงของปราสาทนั้นได้หล่นลงมาตกใส่ศีรษะน้อยๆของเอลิซาเบธเข้าอย่างจัง ทำให้เธอล้มลงไปนอนกับพื้นอย่างช่วยไม่ได้ ทำให้เมลิโอดัสนั้น...


               " เอลิซาเบธ!! " พุ่งตัวเข้าไปหาเธอทันที และค่อยพยุงตัวเธอขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง เอลิซาเบธในตอนนี้นั้นได้สลบไปเป็นที่เรียบร้อยจากบาดแผลบริเวณศีรษะที่เด็กตัวเล็กๆจะทนไหว


               " เอลิซาเบธ....เอลิซาเบธ!...เอลิซาเบธ!!! " เมิลิโอดัสพร่ำเรียกชื่อของเธออยู่แบบนั้นจนกระทั่งเค้าเริ่มแผ่ไอปีศาจออกมาทีละน้อย จนกระทั่ง...


               ครืน!!---


               ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่เค้าจะระเบิดพลังออกมาและเป่าทั้งอาณาจักรให้ราบเป็นหน้ากองเหมือนอย่างตอนที่ดาน่าฟอร์ เมอร์ลินก็ได้ใช้เวทย์มนต์ทำให้เมลิโอดัสสลบไปและลบความทรงจำส่วนนึงของเค้าออกไปเช่นเดียวกันกับเอลิซาเบธ เพียงแต่ว่า...


               " มันจะดีหรอคะ ที่ลบความทรงจำของในช่วงวัยเด็กของเธอที่มีกับเมลิโอดัสออกไปทั้งหมด? " ฉันที่ยืนอยู่ข้างหลังของเมอร์ลินได้เอ่ยถามเธอออกไป


               " ก็นะ...มันอาจจะดีกว่ากันเยอะเลยล่ะ เพราะมันจะเสี่ยงต่อตัวขององค์หญิงเองถ้าเกิดโดนอ่านความทรงจำเข้า และถ้าพวกนั้นรู้ว่าเธอสนิทกับเหล่าเจ็ดบาปล่ะก็ มันคงจะไม่ดีถูกมั้ยล่ะ? " เมอร์ลินหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ให้ก่อนจะใช้เวทย์มนต์ยกตัวของเมลิโอดัสและเอลิซาเบธขึ้นมา และใช้เวทย์เทเลพอร์ตให้ต่างคนต่างก็ไปอยู่ในที่ๆตัวเองจะต้องไปอยู่


               " จากนี้เธอจะทำยังไงต่อล่ะ แพทริเซีย " เมอร์ลินหันมาถามฉันหลังจากทำหน้าที่ของตัวเองลุล่วง


               " อืมม ไม่รู้สิ คงจะออกเดินทางไปเรื่อยๆล่ะมั้ง? ยังไงก็ได้ทั้งนั้นแหละ ขอแค่ตอนนี้ต้องรีบๆหนีไปให้พ้นๆจากอาณาจักรนี้ก็พอล่ะนะ " 


               " แล้วก็...หนีจากพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังวิ่งมาทางนี้ด้วยน่ะ " ในขณะที่กำลังพูดคุยกับเมอร์ลินถึงแผนการต่อจากนี้ สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้พอดี พลางทำท่าทางชี้นิ้วส่งไปทางด้านหลังของเมอร์ลินด้วยความไม่รีบร้อน


               " เจ้าพวก 7 บาป! มาให้จับซะดีๆนะ เจ้าคนทรยศ! " พวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์กลุ่มนึง


               " หึ งั้นหรอ...งั้นฉันลาล่ะ " เมอร์ลินว่าพลางดีดนิ้วเทเลพอร์ตหายไปแบบดื้อๆ


               " ...คนอะไรจะเอาแต่ใจปานนี้นะ....แต่ก็เอาเถอะ เอาไว้อีก 10 ค่อยเจอกันใหม่นะคะ " ฉันบ่นอุบอิบกับตัวเองเล็กน้อยก่อนจะพูดร่ำลากับอากาศ เอ่อ กับคนที่พึ่งจะไปเมื่อกี้น่ะ


               ชิ้ง!


               " อย่าขยับพวกเราล้อมเธอเอาไว้แล้ว! " อัศวินศักดิ์สิทธิ์กลุ่มเมื่อสักครู่ที่วิ่งมาจากทางเดินตรงนู้นก็ได้กรูกันเข้ามาล้อมฉันเอาไว้ด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆ


               " แหม ล้อมจับฉันทั้งๆที่รู้ว่าฉันเป็นใครเนี่ยมันจะดีหรอ? " ฉันแสร้งทำเป็นเอามือมาจับหน้าด้วยท่าทางกังวลใจ


               " ถ ถึงแกจะเป็นองค์หญิงแต่แกก็เป็นพวกเดียวกันกับพวก 7 บาป! ก็ถือว่าแกเองก็คิดจะทรยศอาณาจักรนี้ด้วยไงล่ะ! " อัศวิน???


               " ใช่ๆ! เป็นถึงองค์หญิงแต่กลับทรยศต่ออาณาจักรของตัวเอง! อ ไอลูกเนรคุณ! " อัศวิน???


               " สมใจแกแล้วใช่มั้ยล่ะที่ได้ฆ่าหัวหน้าอัศวินศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของพวกเรา แกเองก็ไม่ชอบขี้หน้าท่านอยู่เหมือนกันใช่มั้ยล่ะ! ถึงได้ทำแบบนั้นไปได้ลงคอ! " อัศวิน???


               " น่าผิดหวังชะมัด ทั้งๆที่เป็นถึงองค์หญิงแท้ๆ " อัศวิน???


               " แกน่ะมัน#$%$&^%*#%^%^ " อัศวิน???


                " คนอย่างแกมันก็แค่@$#^*&^(^*^$#&$^ " อัศวิน???


                 ......


               จะว่าไปเราจะยืนให้มันด่าอยู่แบบนี้ทำไมว---?


               " หึๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ " ฉันที่จู่ๆก็หัวเราะขึ้นมาซะอย่างงั้น ทำให้พวกทหารที่ด่าทอฉันแบบที่ไม่มีที่สิ้นสุดหยุดฝีปากของตัวเองทันที บ้างก็มองว่าฉันเสียสติไปแล้วรึเปล่า บ้างก็มองว่าฉันอาจจะเป็นบ้าไปแล้วก็ได้ แต่ทันใดนั้นทุกคนก็ต้องเสียวสันหลังวูบ เมือ่ฉันตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหารขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด


               " ได้ใจไปหน่อยล่ะมั้ง? พอเห็นฉันเงียบเข้าหน่อย ก็พล่ามออกมาไม่หยุดเลยนะพวกแก " ฉันเอ่ยขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเหยียดๆ


               " แล้วเราจะได้รู้กัน...ว่าการมาทำให้โมโห...มันเป็นยังไง!! " ฉันว่าก่อนที่อาวุธจะเรืองแสงขึ้นและปกคลุมไปทั้งทั่วบริเวณนั้นก่อนจะ...


               ตู้ม!!!


               ฉันจะไม่อธิบายให้มากความว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่จะให้ดูจากสภาพของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ต่างคนต่างก็กระเด็นกันไปคนละทิศคนละทาง บางคนก็เลือดตกยางออกบ้างเป็นซะส่วนใหญ่ บางคนก็ลงไปจูบกับพื้นดินข้างล่างเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว ก่อนจะปีดมือสองสามทีด้วยความหงุดหงิดและเดินออกไป


               " ท ท่านพี่แพทริเซีย! " เสียงเล็กของเด็กชายดังขึ้นทำให้ฉันหันกลับไปมองอีกครั้ง


               " กิล? " ฉันเอ่ยเมื่อเห็นเด็กชายร่างเล็กที่ค่อยๆออกมาจากมุมกำแพงและกำลังมองมาทางฉันด้วยสีหน้าหวาดกลัวอะไรบางอย่าง


               " ผม...ผมน่ะ! " กิลธันเดอร์พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เค้ากลับพูดไม่ออกไปซะอย่างงั้น


               ฉันที่ไม่รู้จะทำยังไงดีกับเจ้าหนูกิล จึงได้แต่พูดออกไปว่า...


               " เข้มแข็งเข้าไว้นะ...กิลธันเดอร์ " ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเค้าและจากไปทันที


               ฟุ่บ!


               ในส่วนของเด็กชายนั้นพอแพทริเซียได้หายไปต่อหน้าต่อตา ก็ค่อยๆกำมือแน่นขึ้นเรื่อยๆก่อนจะใส่ลูกฮึดตามคำบอกของฉันและออกวิ่งไปทันที


               เอาล่ะ...ของจริงน่ะ


               มันเริ่มต่อจากนี้ต่างหากล่ะ!


----------------(50%)


               10ปีต่อมา
.
.
.
.
.
.
.
               1 เดือนก่อนหน้านั้น...


               " โปรดออกมาเถอะครับ องค์ราชา!! " อัศวินนายหนึ่งพูดพลางทุบประตูเพื่อที่จะพังมันเข้าไปข้างในให้ได้  พร้อมๆกับอัศวินนายอื่นๆที่ทำแบบเดียวกัน


               " องค์ราชา!! องค์ราชา!! ออกมานะ! " อัศวินหลายนายพร่ำเรียกองค์ราชาที่กำลังนั่งอยู่ภายในห้องซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่ยอมแพ้ ในขณะเดียวกันที่ข้างกายของท่านเองก็มีองค์หญิงลำดับที่ 3 นั่งคุกเข่าอยู่เคียงข้างโดยที่เธอกำลังแสดงสีหน้าเป็นกังวลอย่างมาก เมื่อได้ยินเสียงของอัศวินพวกนั้นทำท่าราวกับจะพังประตูเข้ามาในไม่ช้านี้


               " เอลิซเบธ หนีไปเถอะนะ " เมื่อบัลทร่าเห็นดังนั้นจึงจำใจต้องบอกให้เอลิซาเบธรีบหนีออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด


               " แต่...ข้าจะไม่ไปคนเดียวค่ะ! ท่านพ่อเองก็มาด้วยกันกับข้าเถอะค่ะ! " เอลิซาเบธว่าพร้อมกับเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อของตน


               " พ่อไม่เป็นไรหรอก " บัลทร่าพยายามทำหน้าราวกับว่าไม่มีอะไรจะต้องเป็นกังวลเลยสักนิดเดียวให้เธอเห็น เพื่อคลายความกังวลนั่นให้หายไป แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังดื้อดึงที่จะไม่ยอมทำตามคำขอของเขา


               " แต่ว่า! " เอลิซาเบธแย้งขึ้น


               " รีบหนีไปก่อนที่พวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์จะเข้ามาเถอะนะ... " บัลทร่าจึงทำการตัดบทจบเพื่อรีบให้เอลิซาเบธหนีไปได้เสียที เอลิซาเบธได้แต่ลำบากใจกับเหตุการณ์ที่ตัวเองไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลยแม้แต่นิดเดียว ได้แต่หนีอย่างเดียวเท่านั้นเอง...


               ปึง!!!


               เอลิซาเบธที่หลบหนีเข้ามาทางประตูลับได้ทันเวลาได้แต่มองภาพของอัศวินศักดิ์ที่เข้าไปถึงตัวของผู้เป็นพ่อของตนอยู่แบบนั้นซักพักจึงตัดสินใจปิดประตูลงอย่างแผ่วเบาและออกไปจากตรงนั้นทันที พลางเช็ดน้ำตาที่ไหลรินออกมาด้วยความเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น


               ' เวลาแบบนี้ถ้าท่านพี่อยู่ล่ะก็...ไม่ได้นะ เราต้องเข้มแข็งสิ เวลาแบบนี้ต้องพึ่งตัวเองเท่านั้น! ' 


               ภาพของหญิงสาวที่มีศักดิ์เป็นพี่สาวของเธอ องค์หญิงลำดับที่ 4 แห่งอาณาจักรลีโอเนส ลอยขึ้นมาในหัวของเธอ ภาพของวันวานที่มีผู้เป็นพี่คอยช่วยเหลือเธอทุกอย่าง ไม่ว่าจะยามสุขหรือทุกข์ พี่สาวของเธอก็จะคอยอยู่เคียงข้างกันมาตลอด จนกระทั่ง...


               ตั้งแต่งานเทศกาลครบรอบวันก่อตั้งของอาณาจักรในวันนั้น เราก็ไม่เคยได้พบกันอีกเลย


               ทั้งที่สัญญากันไว้แล้วแท้ๆ แต่เธอก็กลับหายไปแบบไร้ร่องรอย...


               ' จากนี้ไปเราควรจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ ' เธอคิดในระหว่างที่วิ่งไปเรื่อยๆตามทางเดินแคบๆ จนถึงปากทางออก ค่อยๆแง้มประตูออกและสอดส่องไปมาเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้


               ' อะ จริงสิ ใช้นั่นดีกว่า! ' ระหว่างที่นั่งหมอบและหาทางออกจากปราสาทโดยที่ไม่ให้ใครมาเจอตัวนั้น สายตาคู่สวยก็เหลือบไปเห็นชุดเกราะเก่าๆขึ้นสนิมที่ไม่ได้ใช้งานแล้ววางกองอยู่กับพื้นมุมเสาต้นหนึ่ง ก่อนจะรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ และถอดชุดเจ้าหญิงแสนสวยสีฟ้าสดใสออก จนเผยให้เห็นชุดแนบเนื้อสีกรมท่าที่ราวกับจะเป็นชุดว่ายน้ำก็ไม่ปาน ค่อยๆหยิบเกราะทีละชิ้นขึ้นมาใส่ด้วยความทุลักทุเล ตามแบบฉบับของคนที่่ไม่เคยใส่ชุดเกราะมาก่อน


               และสุดท้ายด้วยความที่ชุดเกราะตัวนี้นั้นมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าตัวของเธอเป็นอย่างมาก จึงทำให้มีความลำบากในการเคลื่อนไหวไม่ใช่น้อย เธอทำได้แต่ใส่ลูกฮึดทำใจสู้และรีบออกจากปราสาทนี้ไปทันที
.
.
.
.
.
.
.
               ตัดภาพมาที่แพทริเซีย


               หลังจากที่เร่ร่อนอยู่ตามชายแดนสุดขอบของบริทาเนียมาได้ 10 กว่าปี มีชีวิตอยู่มาได้ทุกวันนี้โดยการอาศัยเอาตามบ้านร้างหรือไม่ก็ตามป่าที่คนธรรมดาจะไม่สามารถเข้ามาตามเจอได้ แน่นอนว่าถึงจะอยู่ในป่าแต่ฉันก็จะเลือกโซนที่แสงจันทร์สว่างมากที่สุดอย่างการบินขึ้นมานั่งบนยอดต้นไม้เป็นต้น มันช่วยทำให้จิตใจรู้สึกสงบกว่าการที่นั่งอยู่ข้างล่างมากกว่ากันเยอะเลยล่ะ แต่ถ้าอยู่ในบ้านล่ะก็อย่างน้อยมันก็พอมีตะเกียงเก่าๆอยู่บ้าง ที่เหลือก็แค่ใช้ไฟที่มาจากเวทย์มนต์ของฉันเข้าช่วยแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว


               ส่วนเรื่องการนอนของฉันนั้นจากเดิมที่นอนได้แค่ 5 - 10 นาที ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าฉันไม่สามารถนอนได้อีกเลยนับตั้งแต่วันที่หนีออกมาจากลีโอเนส...


               ไม่รู้สาเหตุหรอกนะแต่จากความรู้สึกแล้วอาจจะเป็นเพราะการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวก็ได้ล่ะมั้ง มันถึงทำให้ร่างกายมันตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาจนนอนหลับไม่ได้อีกเลย ที่ผ่านมาเป็นเพราะมีทุกคนอยู่ด้วยจึงทำให้วางใจที่จะนอนหลับลงได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่...


               การข่มตาหลับในเวลากลางวันให้เพียงพอว่ายากแล้ว การไม่นอนมาตลอด 10 ปีเนี่ยมันยากยิ่งกว่าอีกนะ


               ช่วงสามปีแรกเป็นช่วงที่ฉันเหลาะแหละมากที่สุด ร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตประจำวันเพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ขาดการฝึกฝนขัดเกลาฝีมือทางกายภาพและเวทย์มนต์ ทำให้ในเวลาต่อมาส่งผลให้ฉันใช้เวทย์มนต์ไม่ได้ไปช่วงระยะเวลานึง ร่างกายก็ไม่มีกล้ามเนื้ออย่างที่ควรจะมีสำหรับจอมเวทย์สายบู๊อย่างฉันแล้ว นั่นทำให้ฉันหัวเสียกับตัวเองเป็นอย่างมาก


               ขาดเวทย์มนต์ก็เท่ากับขาดแสงไฟในการดำรงชีวิตอยู่ต่อ


               กลายเป็นคนธรรมดาเดินดินอยู่นานหลายปี จะให้ฝึกเพื่อเรียกเวทย์มนต์คืนมาโต้งๆกลางแจ้งก็คงจะไม่ดีสักเท่าไหร่เพราะจะกลายเป็นจุดสนใจเอาได้ง่ายๆ ต้องหาที่พักพิงเป็นหลักเป็นแหล่งซะก่อน


                จนผ่านมาได้อีกสี่ปีไม่ทันสังเกตุเลยว่าที่ๆตัวเองได้เดินมาถึงเป็นที่ๆเท่าไหร่ก็ไม่รู้ก่อนพระอาทิตย์จะตกดินนั้น นั่นก็คือหมู่บ้านเบอร์เนียนั่นเอง!


               หลังจากที่คิดแล้วคิดอีกว่าจะลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ในเวลาที่เหลืออีก 3 ปีและเข้าสู่กระบวนการฝึกอีกครั้งเลยดีมั้ย เพราะการที่จะอยู่ที่นี่ได้นั้นอาจจะต้องมีปัญหาหลายๆอย่างตามมาอย่างแน่นอน ตัวฉันเชื่อว่าเรื่องของเหล่าเจ็ดบาปจะต้องมาถึงที่นี่แล้วอย่างแน่นอน ก็ผ่านมาตั้งเจ็ดปีแล้วนี่นะ


               สุดท้ายก็จำใจต้องไปขอผู้ใหญ่บ้านอาศัยอยู่ที่นี่แบบไม่มีกำหนดว่าจะไปเมื่อไหร่ โดยอ้างตนว่าเป็นนักท่องเที่ยวที่เร่ร่อนไปมาจนไม่มีที่จะไปจนต้องมาขออาศัยอยู่ที่นี่จนกว่าอะไรๆจะดีขึ้น ส่วนชื่อที่บอกผู้ใหญ่บ้านไปนั้นก็เป็นชื่อปลอมเช่นกัน


               ' เซียร์ ' นั่นคือชื่อปลอมของฉันในตอนนี้ จริงๆมันก็คือชื่อเล่นฉันเนี่ยแหละ แต่ไม่ค่อยจะมีคนเรียกฉันด้วยชื่อนี้ซักเท่าไหร่นัก จึงถือโอกาสเอามันมาเป็นชื่อปลอมตัวของเองตอนนี้ก่อนละกันนะ


                ต่างหูที่เป็นสัญลักษณ์ของราชวงศ์และอาวุธศักดิ์สิทธิ์นั้นก็ได้ถอดเก็บใส่กระเป๋าเวทย์มนต์ใบเล็กๆไปแล้วเรียบร้อย 


               จะเหลือก็แต่สัญลักษณ์ของเจ็ดบาปที่เผยให้เห็นอยู่บนหน้าท้องเรียบเนียนด้านขวาเท่านั้น ต้องคอยระวังไม่ให้เสื้อเลิ่กขึ้นมาเป็นอันขาด ไม่งั้นล่ะก็....งานเข้าแน่ๆค่ะ


               แต่คิดว่าคงจะไม่มีใครรู้จักฉันหรอก ก็ฉันไม่เคยออกนอกเส้นทางมาก่อนเลยนี่นา ก่อนหน้านี้ตอนที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ก่อกบฎขึ้น ส่วนใหญ่พอทำภารกิจเสร็จก็จะตรงดิ่งกลับลีโอเนสไปทันที เพราะฉะนั้นก็น่าจะปลอดภัยหายห่วง


               ทุกคนในหมู่บ้านหารือกันเรื่องบ้านชั่วคราวของฉัน จนสุดท้ายก็ได้มาอยู่กับเด็กตัวแสบประจำหมู่บ้านอย่าง ' มีต ' ที่ตอนนี้เค้าอาศัยอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น ครั้นจะให้ไปอยู่กับครอบครัวอื่นๆที่มีลูกหลานเต็มบ้านก็คงจะดูอึดอัด จึงตัดสินใจเลือกให้อยู่กับมีตก็น่าจะเป็นการดีกว่ามาก ซึ่งทางฉันเองก็ไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด และเลือกที่จะไปอาศัยอยู่กับมีตกันสองคน


               ในตอนแรกมีตเองก็มีท่าทางไม่พอใจที่ฉันจะเข้ามาอยู่กับตนซักเท่าไหร่ ดูได้จากอาการฟึดฟัดที่ออกนอกหน้าแล้ว แต่เป็นเพราะฉันคอยเข้าหาและใช้สกิลของการเป็นพี่สาวที่อ่อนโยน(?)เข้า มีตเลยเริ่มใจอ่อนและยอมรับให้ฉันเข้ามาอยู่ในบ้านของเค้าอย่างเป็นทางการ ถึงจะดูเป็นคนซึนๆ ปากไม่ตรงกับใจไปบ้างแต่ภายในมีตก็เป็นเด็กดีอยู่เหมือนกันนะ


               แต่อะไรๆมันก็ไม่ได้ราบรื่นไปอย่างที่คิดนัก...


               เมื่อความดันแตกเรื่องที่ฉันเป็นเจ็ดบาปจนได้


               ในวันที่ฉันตื่นเช้าขึ้นมาเปลี่ยนชุดดั่งเช่นทุกวันเพื่อที่จะไปฝึก ขณะที่กำลังสวมเสื้อจวนจะเสร็จแล้วนั้น มีตก็ได้เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาเพื่อจะชวนฉันออกไปวิ่งเล่นกับเด็กคนอื่นๆ แต่สายตาของเค้าก็เหลือบไปเห็นสัญลักษณ์บนหน้าท้องด้านขวาของฉันเข้าอย่างพอดิบพอดี 


               แน่นอนว่าคนอย่างมีตนั้นที่รู้เรื่องของพวกเจ็ดบาปดีในระดับนึง ก็โพล่งออกมาด้วยความตกใจปนความเหลือเชื่อเอาไว้ แต่ไม่ทันจะได้ตะโกนสุดเสียงฉันก็รีบเข้าไปตะครุบปิดปากของเค้าเอาไว้ได้ทันเวลา


               ฉันขอร้องเค้าว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครอย่างเด็ดขาด ซึ่งตอนแรกเค้าก็ไม่เห็นด้วย แต่พอบอกว่าถ้าบอกไปล่ะก็ฉันจะไม่ได้เจอกับเค้าไปอีกตลอดชีวิตเลยนะ แค่นั้นแหละมีตก็ปล่อยโฮออกมาเมื่อรู้ความหมายของมัน


               มันหมายความว่าเค้าจะต้องโดดเดี่ยวอีกครั้ง



               นับจากตอนนั้นเวลาก็ได้ล่วงเลยมาถึง 10 ปี 


               ซึ่งนั่นก็หมายความว่าโลกใบนี้กำลังเดินเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักอย่างเต็มรูปแบบ ถามว่าเป็นกังวลอะไรมั้ย


               มากเลยล่ะ...


               Butterfly effect ที่ไม่มีปฏิกิริยาอีกเลยนับตั้งแต่สิบปีที่แล้ว ซึ่งฉันควรจะดีใจด้วยซ้ำที่มันไม่มีเรื่องร้ายๆอะไรเกิดขึ้น แต่การวางใจเรื่องร้ายๆที่มันไม่เกิดขึ้นมายาวนานตลอดสิบปีนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้วระวังตัวไว้ตลอดเวลาจะเป็นการดีที่สุด


               ส่วนเรื่องของชายในฝันก็เช่นกัน เค้าไม่ได้มากวนใจฉันอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา แต่ก็อย่างว่านั่นแหละ... ช่วงนี้ควรระวังตัวไว้จะดีกว่า


               จบการย้อนความ...
.
.
.
.
.
.
.
               ณ หมู่บ้านเบอร์เนีย


               ' เฮ้ออ ป่านนี้เอลลี่จะเป็นยังไงบ้างนะ จะเจอหัวหน้ารึยังนะ? ปลอดภัยรึเปล่า? จะโดนหัวหน้าลวนลามมั้ย? ' ฉันคิดไปถึงน้องสาวสุดที่รักด้วยความเป็นห่วงตามประสาพี่น้อง ในขณะที่แหงนหน้ามองท้องฟ้าที่สดใสต้อนรับวันใหม่


               ปึด!


               แต่พอคิดไปถึงภาพที่น้องสาวตนเองโดนลวมลามแล้วมันก็เหมือนมีเส้นความอดทนเส้นสุดท้ายได้ขาดผึงลง ได้แต่กำมือขึ้นด้วยความหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเท่านั้น พาลทำให้เช้าวันใหม่ที่สดใสแบบนี้ดูหมองลงไปในชั่วพริบตาทันที


               " เซียร์ทำอะไรอยู่น่ะ? " มีตเดินดุ่มๆเข้ามาทางด้านหลังฉันพร้อมกับเอ่ยถามด้วยความฉงนใจเมื่อเห็นฉันมีท่าทางที่แปลกไป


               " เปล่าหรอก แค่คิดอะไรเรื่อยน่ะ " ฉันหันกลับไปตอบมีตด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปจากตอนแรก 


               ถึงฉันจะโตกว่ามีตมาก แต่เป็นเพราะเค้าเรียกฉันด้วยชื่อมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว จะให้เรียกพี่ตอนนี้ก็คงจะฟังดูแปลกๆ ฉันจึงไม่ถือสาอะไรที่เค้าจะเรียกฉันแบบนั้น


               " งั้นก็แล้วไป เอาเถอะเรารีบไปหน้าหมู่บ้านกันเถอะ เห็นว่าวันนี้จะมีท่านอัศวินศักดิ์มาที่หมู่บ้านของพวกเราด้วยล่ะ! " มีตว่าด้วยสายตาที่เป็นประกาย


               " เอ่อ ไม่ล่ะฉันขอดูอยู่ห่างๆดีกว่า " ฉันว่าพร้อมยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อปฎิเสธ


               " เอ๋ ทำไม--- อ๊ะ จริงสิ! โทษทีนะฉันลืมไปซะสนิทเลย ว่าเธอเป็นเจ็ดบาปน่ะ " มีตกล่าวด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด


               " อย่าใส่ใจเลน่ะ เธอก็รีบไปรวมตัวกับพวกชาวบ้านคนอื่นๆเถอะ เดี๋ยวฉันจะตามไปทีหลังนะ " ฉันบอกมีตด้วยท่าทีที่ไม่รีบร้อน ซึ่งเค้าก็ตอบรับและวิ่งหน้าตั้งออกไป


               เด็กหนอเด็ก...


               บางคนอาจจะเริ่มสงสัยอายุของฉันใช่มั้ยล่ะ ว่าผ่านมานานขนาดนี้ฉันจะอายุเท่าไหร่กัน?


               คำตอบก็คือฉันอายุ 32 ปีแล้วค่ะ....ฟังไม่ผิดหรอก ฉันอายุ 32 ปีแล้วค่ะ


               แต่ถึงจะบอกว่าฉันสามสิบสองแล้วก็เถอะ แต่ภายนอกก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยซักนิดเดียว ทุกอย่างของภายนอกนั้นยังคงเป็นเด็กสาวอายุ 16 ปีอยู่ แต่ภายในจิตใจนั้นเป็นสาวน้อย(?)ที่อายุ 32 ปีแล้ว 


               ถึงจะทำใจยอมรับเรื่องอายุที่แท้จริงไม่ได้สักเท่าไหร่ แต่ความจริงมันก็คือความจริงนั่นแหละ ทุกวันนี้คนในหมู่บ้านยังคิดว่าฉันอายุ 16 17 ปีอยู่เลย นี่อาจจะเป็นเหตุผลนึงที่พวกเค้ายอมให้ฉันเข้ามาอาศัยที่นี่เพราะเห็นฉันยังเป็นแค่เด็กอยู่ก็ได้ล่ะมั้ง?


               ฉันคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนเดินมาถึงลานกว้างทางด้านหน้าทางเข้าหมู่บ้านและปะปนเข้าไปกับพวกชาวบ้านเพื่อแอบมอง เค้า


               กิลธันเดอร์


               ' โตเป็นหนุ่มแล้วนี่นา กิล ' อ่าขนาดความคิดยังเหมือนคนแก่ยังไงอย่างงั้นเลยแฮะ..


               " นี่เป็นเครื่องดื่มที่ชาวบ้านทุกคนพยายามอย่างหนักในการหมักและผลิตขึ้นในปีนี้ครับ " ผู้ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงนอบน้อมพลางรินเบอร์เนียเอลลงแก้วทรงสูงที่วางอยู่ตรงหน้าของกิลธันเดอร์บนโต๊ะไม้เล็กๆ พอรินเสร็จผู้ใหญ่บ้านจึงค่อยๆเดินออกมาเพื่อให้กิลธันเดอร์ได้ลิ้มรสเบอร์เนียเอลที่ว่า


               จะว่าก็ว่าเถอะตอนที่ฉันมาอยู่ที่นี่ใช่ว่าจะฝึกเพื่อเรียกเวททย์มนต์กลับมาอย่างเดียวไปวันๆหรอกนะ ฉันงี้โดนพวกชาวบ้านเรียกไปช่วยงานมาแล้ว อย่างการช่วยหมักเหล้าเบอร์เนียเอลนี่ยังไงล่ะ ตั้งแต่การเก็บสมุนไพรมายันการหมักให้เป็นเรื่องเป็นราว มีหลายขั้นตอนมากเลยล่ะ แค่ได้กลิ่นหวานๆที่โชยมาก็รู้ได้เลยว่ามันต้องอร่อยมากแน่ๆ


               อนึ่ง ฉันไม่เคยดื่มเหล้ามาก่อนหรอกนะ ถึงอายุจะถึงแก่การกินของพวกนี้ได้แล้วก็เถอะ...


               การเป็นเจ้าหญิงแล้วได้มาทำอะไรแบบนี้เนี่ย มันก็ดีไปอีกแบบนึงอ่ะนะ


               ' เอาล่ะ กิลธันเดอร์ นั่นเป็นเหล้าเบอร์เนียเอลที่ฉันช่วยพวกชาวบ้านทำจนมันออกมาเป็นผลผลิตในตอนนี้เลยนะ ไหนชิมเข้าไปแล้ว บอกพี่สาวคนนี้ซิ ว่ารสชาติมันเป็นยังไง ' ฉันคิดในขณะที่มองกิลธันเดอร์จิบเหล้าเข้าไปอึกสองอึก


               " แย่มาก " กิลธันเดอร์


               ฮือ ฮา


               " รสชาติเหมือนกับฉี่ของม้าไม่มีผิด " ก็คิดไว้ล่ะนะว่าคำตอบมันจะออกมาตรงตามแพทเทิร์นแบบนี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆ...ทำไมมันรู้สึกเจ็บแปลกๆนะ ฮืออออ


               " ฮึก! " มีต


               บุ๋ม!


               เสียงของแมลงก้อนขาวๆที่ตกลงไปในแก้วของกิลธันเดอร์ด้วยฝีมือของมีตที่รู้สึกโกรธเค้าเป็นอย่างมากเมื่อกิลธันเดอร์พูดแบบนั้นออกมาทั้งๆที่พวกชาวบ้านพยามยามกันแทบตายกว่าผลผลิตจะออกมาได้ถึงขนาดนี้


               แต่กิลธันเดอร์ก็ไม่น้อยหน้า เค้าได้ปาแก้วทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดีจากนั้นจึงชักดาบออกมาหมายจะฟันมีต ซึ่งฉันก็มองอยู่แบบนั้นเพราะรู้ดีว่าเดี๋ยวเค้าก็คงจะเปลี่ยนวิถีดาบแล้วปักดาบลงไปกับพื้นเพื่อผนึกการไหลของน้ำของหมู่บ้านนี้เอาไว้ แต่ฉันคิดผิด...


               Butterfly effect


               วิถีดาบที่ควรจะปักลงพื้นกลับพุ่งตรงไปที่ร่างของมีตด้วยความรวดเร็วดุจดั่งสายฟ้า ดวงตาสีฟ้าใสเบิกโพล่งออกเมื่อเห็นกิลธันเดอร์ทำแบบนั้น ไวกว่าความคิดร่างกายของฉันก็พุ่งทะยานเข้าไปผลักตัวมีตให้พ้นจากวิถีดาบนั่นทันที


               ฉับ!



               เส้นผมสีเงินยาวสลวยถูกตัดขาดด้วยคมดาบของกิลธันเดอร์อย่างสวยงามอย่างเป็นเส้นตรง ทำให้ทรงผมของฉันกลายเป็นทรงประบ่าไปโดยปริยาย หลังจากที่ช็อคเรื่องผมไปแล้วก็หันกลับไปตวาดใส่ชายร่างสูงตรงหน้าทันที


               " ทำบ้าอะไรของนายน่ะ! คิดจะฆ่าเด็กตัวเล็กๆหรือยังไงกัน!! " ฉันว่าด้วยความโมโหในขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับเค้าอย่างไม่เกรงกลัว ถึงจะแค่แสดงแต่แบบนี้มันก็เกินไปหน่อยมั้ย!


               " นี่ท่าน...หึ งั้นหรอ ที่แท้ก็มาอยู่ที่นี่ๆเอง " กิลธันเดอร์พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับไม่อยากให้ใครได้ยิน


               " .... " ฉันเงียบไปเมื่อเห็นกิลธันเดอร์ไม่มีปฎิกิริยาอะไรอีกหลังจากที่พูดจบ จนกระทั่ง...


               " ข้าในตอนนี้...แข็งแกร่งยิ่งกว่าเจ็ดบาปคนไหนๆ " กิลธันเดอร์ว่าพลางเงื้อดาบขึ้นเหนือหัวอีกครั้ง


               " อ๊ะ! " ฉันที่เข้าความหมายนั้นดีและพยายามที่จะป้องกันดาบของเค้าเอาไว้ แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเสียเท่าไหร่...


               เพราะฉันลืมสมบัติศักดิ์สิทธิ์ไว้ในกระเป๋าค่ะ! ลำพังแค่เอาเวทย์มนต์รับเอาไว้คงต้านเอาไว้ไม่อยู่แน่ๆ อีกฝ่ายดันใช้อาวุธศักดดิ์สิทธิ์ยิ่งแล้วใหญ่ จึงได้แต่กัดฟันยอมรับชะตากรรมที่จะเกิดขึ้นเท่านั้น ว่าแล้วก็ผลักตัวมีตเข้าไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อความปลอดภัยจากรัศมีอันตรายนี้จากนั้นจึงหลับตาและยิ้มอย่างอ่อนโยนเป็นครั้งสุดท้าย







                ฉึก!! เปรี้ยง!!!





               " ไม่นะ...ไม่... " มีตเอ่ยขึ้นหลังจากที่ฟ้าได้ผ่าลงมาตามพลังของกิลธันเดอร์จนหมอกควันจากการโจมตีได้จางลง ภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าเด็กเล็กๆอย่างเค้า มันเกินกว่าจะรับเอาไว้ได้...






               ภาพของหญิงสาวที่ใช้ชีวิตอยู่กับตนมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา บัดนี้ ร่างกายของเธอชุ่มไปด้วยเลือดที่ไหลรินออกมาจากกลางหน้าอกของเธอเอง กลางหน้าอกนั้นเองก็มีดาบเล่มยาวที่ปักลงไปกับพื้นปูนเกือบมิดด้ามอยู่ด้วยน้ำมือของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่เค้าเอาแมลงใส่แก้วลงไป ซึ่งจากสีหน้าของกิลธันเดอร์เองนั้นหลังจากที่ได้กระทำการฆ่าหญิงสาวคนนึงไปก็ทำหน้าเย็นชาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย





               ถ้าเค้าไม่เอาแมลงใส่ลงไปในแก้วของอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนนั้นล่ะก็....ถ้าเค้าไม่ทำแบบนั้นตั้งแต่แรกล่ะก็!





               " เซียร์....พี่เซียร์!!!! " และนี่อาจจะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เค้าเรียกเธอว่าพี่ได้อย่างเต็มปากก็เป็นได้






----------------------------------------------


Talk 1
ชิพกับเดลมีสองพี่น้องขายของในคลอง~~//แค่กๆ//พอก่อนนน หลอนไปหมดแล้วเด้อออ555555555
มาต่อกันแล้วน้าาา หลังจากที่ไรท์เปิดเทอมได้ 1 อาทิตย์~
คาดว่าช่วงเวลาการอัพอาจจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆแหละค่ะ
1ตอนต่อ1อาทิตย์ ยกเว้นถ้าวันไหนยกคลาสก็อีกเรื่องนึง(ฮา) 
จะพยายามมาต่อบ่อยๆละกันเนาะ อย่าพึ่งทิ้งไรท์ไปน้าาา

Talk 2
นั่นแหละค่ะ ทำการตัดจบซะ!
อย่าพึ่งไล่ฆ่าไรท์น้าา//วิ่ง
น้องโกงอายุมาค่ะ อายุขึ้นเลขสามแต่ร่างกายยัง16อยู่ (ฮา)
โอ๊ยอิไรท์ก็โรคจิตเนาะ ชอบทรมาณocตัวเองเล่น
เอาเป็นว่ารอติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ!

1 comment = 1ล้านนนนนนนกำลังจุยยยยย


1st 01/07/62
2nd 08/07/62
               






B
E
R
L
I
N
?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

69 ความคิดเห็น

  1. #47 THARA I.N.K. (@Ink260248) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 18:26
    ไรท์!!นี้คือการปล้นส่งตอนที่เหลือมาเดี๋ยวนี้!!!! ไรท์จะปล่อยค้างไว้แบบนี้ไม่ได้!!!
    #47
    1
    • #47-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 12)
      10 กรกฎาคม 2562 / 07:47
      ไรท์ไม่รู้เรื่องว่ารีดกำลังพูดถึงเรื่องอัลไลหรอกนะ!!//วิ่ง4×100
      #47-1
  2. #46 bfnnnn_ (@poomospoo1244) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 08:09

    เซียร์รู้ก ทำใจดีๆไว้ รีดใจจิขาด
    #46
    1
    • #46-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 12)
      9 กรกฎาคม 2562 / 16:45
      ฟิคอาจจะจบในตอนนี้----//แค่ก//โดนรีดต่อย//บ้าบอ ใครมันจะไปจบอยู่แค่นี้จริงมั้ยคะ เอาใจช่วยน้องต่อไปด้วยนะคะ!
      #46-1
  3. #45 bfnnnn_ (@poomospoo1244) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 09:54

    ของจริงจะเริ่มแล้ว! รอติดตามเลยค่ะ
    #45
    1
    • #45-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 12)
      2 กรกฎาคม 2562 / 19:21
      โอ้! สู้ตายค่ะ!~~~~
      #45-1
  4. #44 THARA I.N.K. (@Ink260248) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 19:30

    ในมีเรือมีแต่ถั่วดี๊ดี พึ่งเด็ดสดๆน่ากินไปหมด-แค่กๆๆๆ พอหลอนมันหลอนหูดีแท้ อ่านๆอยู่เจอเนื้อเพลงนี้ร้องต่อเลยจ้าาาาา

    อ้ากกกกกกกกกอยากอ่านต่อเร็วๆแล้ววววสู้ๆนะ
    #44
    1
    • #44-1 Himawari Yukino (@ice1998) (จากตอนที่ 12)
      1 กรกฎาคม 2562 / 19:54
      ช่วงนี้หลอนหูมากเลยค่ะ ชนิดที่เห็นภาพที่แคปไว้เพลงก็ลอยเข้ามาในหัว ถถถถถถถ
      รอก่อนน้าาา จะพยายามมาต่อเร็วๆ~
      #44-1