BaBY_LoVe : แรกรักเธอ

ตอนที่ 21 : เกียร์ของโฟล์ค (LOADING 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,056
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    21 ก.ค. 61



“ซอล เธอเอาเกียร์ฉันไปก็ได้นะ”
FOLK SAID




EP 21: เกียร์ขงโฟล์ค

    
         

ข้อเสนอของโฟล์คทำให้ฉันกระพริบตาปริบๆ คือ.. จะดีหรอ?  ไอ้อยากได้ก็อยากได้โคตรๆ  ฉันอยากมีเกียร์คล้องคอแต่โฟล์คมาให้ฉันง่ายๆแบบนี้จะดีหรอวะ
         

“ไหนบอกเกียร์สำคัญแล้วให้กันง่ายๆได้ไงล่ะ” อยู่ๆจะมาให้เกียร์ฉันง่ายๆเนี่ยนะย้อนแย้งในตัวเองปะไอ้หมาโฟล์ค  หรือฉันทำท่าน่าสงสารใส่โฟล์คเกินไปรึเปล่านะ
          

“เอ้า
! ก็บอกเองว่าอยากได้ไม่ใช่ไงวะ ก็นี่ไงล่ะ..ให้ยืมไปใส่ก่อน”


ฉันใจเต้นระรัวเมื่อคิดได้ว่าจะได้เป็นเจ้าของเกียร์  แต่ติดอีกนิดว่าถ้าเกียร์มันสำคัญแล้วโฟล์คจะให้ฉันง่ายๆเพราะฉันอยากได้เนี่ยนะ
         

“ไม่เอาอ่ะ ก็นายบอกเองว่าสำคัญ”
          

“ก็เพราะว่ามันสำคัญกับฉัน  ฉันเลยให้เธอ” โฟล์คมองสบตากับฉันด้วยสายตาจริงจัง หรือเกียร์มันจะยืมกันได้นะ? ฉันกระพริบตาปริบๆมองโฟล์คอย่างงงๆ  อ่า.. งงในงง และก่อนที่ฉันจะงงไปกว่านั้นสายเรียกเข้าจากตัวพ่อก็เรียกสติฉันอีกที  พ่อมิณทร์โทรมาเรียกสติฉันอีกแล้วจ้าาาา
          


P’MIN calling..



“ฟะ โฟล์คพาฉันกลับไปหาพี่มิณทร์ก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยคุยกันนะ”


คือ.. ไม่ใช่ไม่เอานะแต่ตอนนี้ขอวิ่งกลับไปตั้งหลักรายงานตัวกับพ่อก่อน  ดูจากการโทรจิกยิกๆแล้วเดาว่าพ่อคงหัวร้อนพอตัวอยู่
  งื้อออ  กุญแจซอลสยองอ่ะ
!
        


“ได้..งั้นฉันจะเก็บเกี
ยร์ไว้ให้เธอแล้วกัน”  


งืออ ทำไมคำพูดของโฟล์คมันฟังดูทะแม่งๆนะแต่ไว้ก่อนแล้วกันเพราะตอนนี้ฉันต้องรีบกลับไปหาพี่มิณทร์ให้เร็วที่สุด ฉันกลัวพี่มิณทร์จะโกรธและคิดบวกอีกครั้ง
          

“โอเคๆ รีบพาฉันกลับไปก่อนเถอะนะ”


ฉันเหงื่อแตกพลั่กแล้วรีบเปิด
ประตูลงไปจากรถอย่างลนๆก่อนที่โฟล์คจะเดินพาฉันกลับมายังบริเวณห้องจัดเลี้ยง  ฉันยกชายกระโปรงแล้วเขย่งก้าวกระโดดกลับไปยังห้องจัดงานยิกๆขณะที่โฟล์คสายชิลเดินตามหลังฉันมาอย่างเอื่อยๆ  โอ้ยยย เพื่อนรีบบบบบบบ  ขออนุญาตไม่รอนะ
!
          

ฉันสาวเท้ากลับมาอยู่หน้างานอีกครั้ง  แสงแฟลชวิบวับของคนกลุ่มนึงที่รุมกันถ่ายรูปอยู่ที่แบล็คดร็อปหน้างานเรียกความสนใจจากฉันอย่างแรง  ฉันมองไปก็เห็นพี่มิณทร์ยืนให้ยัยน้ำเน่าเกาะแขนถ่ายรูปอยู่ โหยย ยัยนี่..เอาให้ได้เลยนะ
!

       


“พี่มิณณณณทร์  ขอหวานอีกรูปนะคะ” เสียงยัยพี่น้ำเน่านั้นฉอเลาะพี่มิณทร์ดังมากระแทกกกหูฉันเลย  ฉันเท้าเอวมองยัยนั่นอ่อยพี่มิณทร์อย่างเพลียๆพอดีกับพี่มิณท์หันมาสังเกตเห็นฉัน
          

อูยย ใบหน้าหล่อเหลาหงิกงออัตโน
มัติ  สายตาของมิณทร์เล็งมาที่ฉันอย่างโกรธๆ  พี่มิณทร์ส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างดุๆก่อนจะชี้โทรศัพท์ที่เขาถืออยู่มาที่ฉัน  เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นอ่านได้ความว่า
โทรไปทำไมไม่รับ

          

แงงงงง  ก็อยากจะรับแต่ใจไม่กล้าพออ่ะ  พอพี่โทรมาจิกปั๊ปน้องก็ตั้งหลักแล้วรีบแจวกลับมาเลย  แล้วดูดิ..น้องออกไปแป๊ปเดียวยัยน้ำเน่านั่นเกาะแขนพี่หนึบเลยอ่ะ ฉันยืนกอดอกหน้างอพอดีกับที่โฟล์คที่เดิน
ามมาหยุดอยู่ข้างๆฉัน  โฟล์คมองภาพยัยนั่นที่กำลังกอดก่ายพี่มิณทร์อยู่แล้วหัวเราะ
เบาๆในลำคอ
          

“โห แทบจะสิงพี่มิณทร์ได้อยู่แล้วนะน่ะ”
          

“ฉันโดนยัยนั่นจิกด่าตอนกลางวันเรื่องเกียร์”
นี่.. ได้ทีฉันฟ้องไอ้หมาโฟล์คซะเลย  ฉันเจ็บใจสุดๆที่โดนยัยนั่นข่มทับ
         

“อ่า  ทำไมอ่ะ?” โฟล์คที่ยืนล้วงกระเป๋าหันมาถามฉัน “ฉันจำได้ว่าพี่น้ำหวานก็ไม่ได้มีแฟนอยู่วิศวะนะ  ทำไมล่ะ? เขาจะมาจิกเธอทำไมเรื่องเกียร์” โฟล์คทำหน้างงๆ

         

“ยัยนั่นบอก ไม่มีช็อป ไม่มีเกียร์ อย่ามโนเรียกตัวเองว่าเมียวิศวะ
          

“ขนาดนั้น?”
         

“ใช่สิ.. ยัยนั่นข่มฉันว่าไม่มีเกียร์ของพี่มิณทร์” พูดแล้วฉันก็จี๊ดที่ใจจึ๊กก
! ทั้งๆที่ฉันมาก่อนพี่มิ้นท์.. ทั้งๆที่ฉันควรได้เกียร์พี่มิณทร์  แต่สุดท้ายมันก็ไม่ได้สวมอยู่ที่คอของฉัน
         

“เธอไม่มีเกียร์  พี่น้ำหวานก็ไม่มีเกียร์ แล้วเขาจะมาจิกเธอทำไมวะ”
         

“ยัยนั่นไม่ยอมรับเรื่องของฉันกับพี่มิณทร์แค่เพราะว่าฉันไม่มีเกียร์” ฉันถอนหายใจอย่างเบื่อๆและแอบเหลือบมองไปที่จี้เกียร์ที่คอโฟล์คอีกครั้ง
          

“โฟล์ค.. ถามหน่อยดิ 
อนพี่มิณทร์คบกับพี่มิ้นท์นางห้อยเกียร์พี่มิณทร์ป่ะ”
          

“ห้อยนะ..” โฟล์คทำหน้านึกแต่คำตอบกลับทำให้ฉันจุกสุดๆ  เออ ดี.. แขวนเกียร์ไว้ที่คอแต่ก็นอกใจไปคบกับนักบินเนี่ยนะ
         

“ฉันเกลียดยัยนั่น” แย่งของสำคัญของฉันไปอีกทั้งยังทำให้หัวใจของคนที่ฉันรักเจ็บปวด  แต่อีกอย่าง.. ถ้ายัยนั่นไม่นอกใจพี่มิณทร์วันนี้เราคงไม่ได้มารักกัน
         

“ซอล เธอเอาเกียร์ฉันไปก็ได้นะ”


โฟล์คเริ่มเรื่องที่คุยค้างอยู่กับฉันอีกครั้ง ฉันไล่สายตาจับจ้องที่จี้เกียร์สีเงินอย่างละห้อย  อย่างน้อยถ้าฉันมีมันแขวนอยู่ที่คอฉัน..  


ไร้ซึ่งคำตอบมีแต่สายตาฉันที่ยังจับจ้องจี้เกียร์อยู่   โฟล์คจึงทำท่าจะถอดสร้อยเกียร์แล้วให้ฉัน แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักเพราะพี่มิณทร์สลัดยัยพี่น้ำหวานนั่นมายืนทำหน้ายักษ์ตรงหน้าฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  ร่างสูงโปร่งสมบูรณ์แบบยืนกอดอกมองฉันอย่างคาดโทษ..  โอยย ฉันรู้สึกเหมือนนักโทษที่กำลังโดนประหารเลยอ่ะ
!

          

“ถอดเสื้อแล้วไปไหนมาคะ”


คำถามแรกก็เล่นเอาฉันใจเต้นตึกตักไปเลย  พี่มิณทร์ใจเย็นๆก่อนนนนอย่าเพิ่งคิดบวกก  น้องอธิบายได้นะ
         

“ตอนพี่มิณทร์ร้องเพลงอยู่เฮียกรวีดีโอคอลมาหาซอลค่ะ”
         

“หรอคะแล้วถอดเสื้อทำไม  ใส่เสื้อแล้วหนูคุยโทรศัพท์ไม่ได้หรอ?”



(LOADING 30%)



“แค่นี้พี่ก็หลงหัวปักหัวปำจนแทบจะขย้ำหนุ่มๆทุกคนที่มองหนูแล้ว

MIN SAID



พี่มิณทร์ยื่นเสื้อคลุมที่ถืออยู่คืนมาให้ฉัน  หูยย ติดมือมาด้วยเลยอ่ะ  ฉันรีบรับกลับมาแล้วสวมทับชุดราตรีหรูหราของตัวเองทันที งานนี้ทำยังไงก็ได้ให้พ่อสงบกุญแจซอลยอมหมดค่ะ
         

“ก็ซอลหงุดหงิดที่พี่มิณทร์ขึ้นไปอ่อยสาวบนเวทีนี่คะ”
        

“พี่มีหนูอยู่แล้วพี่จะไปอ่อยใครได้อีกล่ะคะอีกอย่างนะเมียพี่สวยกว่าเอาผู้หญิงทั้งงานมาเขย่ารวมกันอีก  นี่หนูออกมาเดินคนเดียวแบบนี้มีหมาที่ไหนดอดมาจีบอีกมั้ยคะ”


หมามาจีบไม่มี.. มีแต่หมาเดินตามต้อยๆอยู่ข้างๆค่ะ พี่มิณทร์นิ่วหน้าถามฉันก่อนจะจับฉันหมุนตัวไปติดกระดุมชุดสูทให้เองกับมือ  โอเค ถ้าพี่อยากจะห่อน้องขนาดนี้  น้องสาบานว่าต่อไปจะไม่ถอดถ้าพี่ไม่อ่อยสาวให้น้องหึงก่อนค่ะ
         

“อ้าว ไอ้โฟล์ค มึงมาเมื่อไหร่วะ?” มาพร้อมกันเนี่ยแหล่ะค่ะแต่ดูท่าสายตาพี่จะโฟกัสที่น้องคนเดียว  โฟล์คก้มหัวให้พี่มิณทร์และขยับมายืนเยื้องๆฉัน
         

“ผมมาตอนพี่กำลังจะโดนพี่น้ำหวานสิงอ่ะ” แหมมม พี่น้องสายรหัสหยอกกัน  ฉันเห็นพี่มิณทร์หัวเราะขำแล้วส่ายหัวน้อยๆไปกับคำพูดของโฟล์คส่วนฉันเปิดโหมดหน้าบึ้ง  มองหน้าฉันนิดนึง.. ฉันไม่ตลกด้วย เคป่ะ?
         

“เออ ก็แค่ถ่ายรูป” 


ถ่ายรูปหรือจะสิงเข้าร่างคะ ถามน้องด้วยยย น้องจับตาดูอยู่ นี่ถ้ายัยนั่นแทะพี่มิณทร์ได้  พี่มิณทร์คงตัวแหว่งไปแล้วอ่ะ “แล้วนี่มึงออกมาทำอะไรวะ”
         

“พอดีผมเพิ่งไปข้างนอกมาพี่แล้วเจอซอลวิ่งหาที่รับโทรศัพท์อยู่พอดี” คราวนี้พี่มิณทร์ปรายตามองฉันที่ได้แต่หัวเราะแหะๆ ฉันชูโทรศัพท์และเปิดโชว์ข้อความทางไลน์ที่มีเรคคอร์ดว่าฉันเพิ่งวางหูวีดีโอคอลไปจากเฮียกร น้องเปล่าโกหกจีๆนะ
         

“เออ เมื่อตอนกลางวันขอบใจนะ”


พี่มิณทร์ตบบ่าโฟล์คขอบใจโฟล์คถึงเรื่องเมื่อตอนกลางวัน  อ๋ออออออ  ฉันเพิ่งนึกได้ว่าเมื่อตอนกลางวันเด็กปีหนึ่งบูมให้รุ่นพี่ปีสี่จนเสียงแห้งคอแทบแตกขึ้นเส้นเอ็นกันไปเลย และไอ้หมาโฟล์คก็เป็นหนึ่งในนั้น
         

“ครับ..”


โฟล์คตอบรับพี่มิณทร์แต่สายตามองไปยังมือหนาของพี่มิณทร์ที่กำลังวาดขึ้นมาโอบไหล่ฉัน และเป็นอีกครั้งที่ฉันเห็นรอยวูบไหวแปลกๆในแววตาโฟล์ค  ใบหน้าหล่อเหลาเม้มริมฝีปากแน่นและมองตามพี่มิณทร์ที่โอบฉันเข้างานโดยไม่พูดอะไร  คือ..ฉันก็อยากจะหันไปถามโฟล์คว่าเป็นอะไรแต่พอพี่มิณทร์โน้มตัวมากระซิบข้างหูฉัน  ฉันงี้สติแตกรัวๆเลย
         

“ส่วนหนู.. กลับไปโดนแน่ไม่ต้องห่วงค่ะ”


พี่มิณทร์แยกเขี้ยวใส่ฉันก่อนจะโอบฉันเข้างานโดยมีสายตาโฟล์คมองตามอยู่  ฉันแอบเหลียวหันกลับไปมองโฟล์ค.. แววตาโฟล์คที่มองมาเหมือนแววตาหมาถูกทิ้งไม่มีผิด มันเจือความเศร้าเหมือนแววตาที่โฟล์คมองมาเมื่อตอนกลางวัน
         


พี่มิณทร์พาฉันกลับมานั่งที่โต๊ะในงานอีกครั้งก่อนที่เขาจะสั่งฉันให้นั่งรอที่โต๊ะและเดินวนไปตักอาหารที่เพิ่งเติมใหม่ให้ฉันที่ไลน์บุฟเฟ่ต์ ปากก็บอกว่าโกรธ  หน้าก็บึ้ง  แต่เขาก็ยังทำดีและน่ารักกับฉันตลอดดดดดอ่ะ

         

“กินให้พุงมันป่องซะค่ะ
!” พี่มิณทร์วางจานอาหารที่ตักมาตรงหน้าฉัน กระเพาะคนนะคะไม่ใช่ลิ้นชักที่จะยัดเข้าปากในสิ่งที่พี่ตักมาได้หมด  นอกจากข้าวและกับข้าวอีกสองจานใหญ่พี่มิณทร์ยังขุนฉันด้วยขนมหวานและจานขนมเค้กอีกอ่ะ
         

“พี่มิณณณณทร์  ซอลอิ่มแล้วค่ะ”
         

“กินค่ะ กินให้มันเยอะๆเลยจะได้อ้วนๆ พุงป่องแล้วจะได้ไม่กล้าถอดเสื้อโชว์หุ่นใครอีกไงคะ” หวังดีประสงค์ร้ายแต่ก็น่าร็อคคคคคคคอ่ะ พี่มิณทร์บังคับฉันให้กินจนชุดขยายจะได้ถอดเสื้อโชว์หุ่นไม่ได้ก็เท่านั้นเอง มุ้งมิ้ง กุ้งกิ๊งสุดดดอ่ะ
          

“ถ้าซอลอ้วนแล้วพี่ไม่รักทำไงคะ” ฉันทำหน้าทะเล้นแล้วลองย้อนพี่มิณทร์กลับดู  ก็ถ้าฉันอ้วน  ฉันไม่สวย  แล้วเขาจะหวงฉันแบบนี้มั้ยอ่ะ
         

“แค่นี้พี่ก็หลงหัวปักหัวปำจนแทบจะขย้ำหนุ่มๆทุกคนที่มองหนูแล้วค่ะ ยังไม่พออีกหรอทำพี่หลงหัวปักหัวปำขนาดนี้” ปากก็บ่นแต่พี่มิณทร์ก็เอาส้อมจิ้มผลไม้มาจ่อที่ริมฝีปากฉัน  โฮกกกกกกก น่ารักสุดๆอ้ะ เขาจะรู้ตัวมั้ยนะว่าเขาทำฉันหลงหัวปักหัวปำยิ่งกว่าเขาบอกว่าเขาหลงฉันซะอีกกก ฉันต่างหากที่ตกหลุมรักพี่มิณทร์หัวปักหัวปำ
         

“ซอลรักพี่มิณทร์คนเดียวค่ะ”


ฉันอ้าปากงับผลไม้ที่เขาป้อนให้ฉัน  งืออ ตอนนี้อยากกินพี่มิณทร์แทนผลไม้แล้วอ่ะ นอกจากหล่อเหลาน่าฟัดแล้วยังน่ารักแบบสุดๆ  พี่มิณทร์อมยิ้มแก้มตุ่ยแล้วโน้มใบหน้ามากระซิบข้างหูฉัน
         

“เดี๋ยวเรากลับคอนโดกันนะคะ” ปลายจมูกโด่งรั้นจงใจเฉียดผิวแก้มฉัน หัวใจฉันเต้นตึกตักและสั่นระรัว โอ้ยยย  พี่ยั่วน้องงงงอีกแล้วนะ
          

“ถ้าซอลไปแล้วห้ามทำอะไรซอลนะคะ”
          

“พี่จะพยายามแต่ไม่รับปากค่ะ”  โฮกกกกกกกกกก หมายความว่าไงวะ?  พี่มิณทร์หยิกปลายจมูกฉันก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ “เดี๋ยวพี่ขอไปลาเพื่อนๆก่อนแล้วกันค่ะ”
         

“มะ ไม่ต้องรีบก็ได้นะคะ” ฉันตะกุกตะกักเมื่อคิดไปถึงค่ำคืนนี้ที่ฉันตัดสินใจไปค้างที่คอนโดพี่มิณทร์จริงๆ  ใจฉันเต้นเป็นกลองรัวๆและรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด  ใจเย็นๆซอล  พี่มิณทร์ก็บอกแล้วว่าจะไม่ทำอะไร.. แต่อีกใจทำไมถึงอดหวังไม่ได้นะ
        

“เรื่องแบบนี้ต้องรีบค่ะ”


พี่มิณทร์หันมายิ้มกรุ้มกริ่มให้ฉันก่อนจะหัวเ
ราะเสียงดังเพราะฉันเขินหนักจนทำได้แค่ก้มหน้าและเขี่ยอาหารในจานตัวเองไปมา ฮรืออ ใจน้องมันบางไปหมดแล้วนะ
!  ละระหว่างที่ฉันกำลังเขินพี่มิณทร์อยู่นั้นหางตาฉันก็เหลือบไปเห็นแก็งค์เด็กวิศวะปีหนึ่งที่สวมช็อปแต่เมากันรั่วกอดคอกันเต้นท่าแปลกๆอยู่ในงานกันอย่างพร้อมเพรียง


ฉันไล่มองดีๆ  อ้าว  ไอ้หมาโฟล์คไม่รวมอยู่ในกลุ่มนั้น



(LOADING 70%)





“ซอลกำลัคุยกับโฟล์คเรื่องเกียร์ค่ะ”
SOL SAID



“แล้วพี่มิณทร์ไม่ต้องอยู่บูมอีกรอบหรอคะ”
        

“ดูจากสภาพตอนนี้คงไม่แล้วมั้งคะ”  พี่มิณทร์มองตามสายตาฉันแล้วหัวเราะร่วน “เมาเป็นหมากันแล้วขนาดนี้แค่เดินยังไม่ตรงเลยค่ะ”  ฉันไล่สายตาไปทั่วงานอีกครั้ง อ้าว  ไอ้หมาโฟล์คหายไปไหนอีกแล้วก็ไม่รู้แล้วจู่ๆพี่มิณทร์ก็พูดถึงโฟล์คขึ้นมาดื้อๆ
         

“เออ ว่าจะถามตั้งแต่เมื่อกี้พี่เห็นคุยกันตั้งนานสองนาน  หนูแอบคุยอะไรกับน้องสายรหัสพี่คะ”


พี่มิณทร์แกล้งหรี่ตาถามฉัน ฉันว่าฉันยืนคุยกับโฟล์คไม่นานอ่ะ.. ที่พี่มิณทร์ยืนให้ยัยน้ำเน่านั่นลวนลามยังนานกว่าอีก พี่มิณทร์แกล้งหยิกแก้มฉันขณะที่ฉันยิ้มแยกเขี้ยวใส่พี่มิณทร์กลับ
         

“ซอลกำลังคุยกับโฟล์คเรื่องเกียร์ค่ะ”
          

“เกียร์ทำไมคะ?” พี่มิณทร์กระพริบตาปริบๆถามฉัน  คือ..ฉันเองก็ยังไม่ได้เล่าให้พี่มิณทร์ฟังเรื่องยัยน้ำเน่านั่นข่มฉันเมื่อตอนกลางวันเรื่องเกียร์และไหนจะเรื่องที่โม้ว่าตอกเสาเข็มกับพี่มิณทร์อีกล่ะ
           

“พอดีซอลงอแง  แล้วโฟล์คก็ใจดีจะฝากเกียร์ไว้กับซอลค่ะ”


ฉันว่าฉันไม่ได้พูดอะไรผิดนะ.. แต่ฉันเห็นพี่มิณทร์ชะงักและค่อยๆตวัดสายตาขึ้นมามองฉันอย่างสโลโมชั่นสุดๆ  เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากัน  พี่มิณทร์มองฉันอย่างอึ้งๆ คือ.. น้องพูดอะไรผิดหรอคะ?
        

“ซอลว่าไงนะคะ”
        

“มีอะไรหรอคะ ซอลพูดอะไรผิดไปหรอ” ฉันกระพริบตาอย่างงงๆกับท่าทางแปลกๆของพี่มิณทร์ “พี่มีอะไรรึเปล่าคะ”
         

“หนูบอกว่าหนูคุยกับไอ้โฟล์คเรื่องเกียร์  แล้วมันบอกกับหนูว่าไงนะคะ”
         

“คือ.. เมื่อตอนกลางวันซอลโดนแฟนคลับพี่มิณทร์ค่อนขอดเรื่องไม่มีเกียร์  ซอลเลยไปบ่นกับโฟล์คว่าอยากได้เกียร์  โฟล์คเลยจะใจดีให้เกียร์กับซอลค่ะ”

         

“.........”


พี่มิณทร์นิ่งและไม่พูดอะไรออกมาสักคำ สันกรามขบกันแน่นขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาตึงสนิท ฉะ ฉันพูดอะไรผิดรึเปล่าอ่ะ??
         

“พี่มิณณณณทร์  ซอลพูดอะไรผิดรึเปล่าคะ”


ฉันว่าฉันคงทำอะไรผิดสักอย่างแล้วล่ะ ฉันรู้ว่าฉันผิดที่ไม่บอกพี่มิณทร์เรื่องเกียร์ตรงๆแต่กลับไปบ่นกับโฟล์ค  เพราะฉันกลัวว่าพี่มิณทร์จะยังเจ็บอยู่เรื่องยัยนั่น..
         

“พอหนูบอกว่าอยากได้เกียร์  โฟล์คบอกกับหนูว่ายังไงนะคะ” พี่มิณทร์ถามฉันย้ำอีกครั้ง  ฉันเลิกลั่กเพราะไม่รู้ปากของฉันจะพาโฟล์คซวยไปด้วยรึเปล่า  ฉันสังเกตเห็นพี่มิณทร์พยายามสูดหายใจเข้าออกอย่างสะกดอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลามองสบตาฉันนิ่ง  “ว่าไงคะ”
         

“พอซอลบอกอยากได้เกียร์  ฟะ โฟล์คเลยบอกจะเก็บเกียร์ไว้ให้ซอลค่ะ ซอลขอโทษนะคะ ซอลรู้ว่าพี่มิณทร์ให้เกียร์กับพี่มิ้นท์ไปแล้ว ซอลงอแงงี่เงาเอง..ซอลขอโทษค่ะ”


ยิ่งปากบอกว่าไม่รู้สึกแต่เกียร์ที่หายไปเหมือนบาดแผลที่ฝังลึกของฉัน  บาดแผลที่พี่มิ้นท์ตอกย้ำว่าหล่อนคือผู้ชนะก่อนที่จะไป  บาดแผลที่เตือนฉันให้จำใส่ใจว่ายัยนั่นได้หัวใจพี่มิณทร์ไปและเป็นฉันที่เสียน้ำตามาก่อน ฉันอดน้ำตาคลอกับความรู้สึกอึดอัดที่มันอัดอั้นจนปะทุขึ้นมาไม่ได้  แววตาพี่มิณทร์อ่อนลงเมื่อเห็นน้ำตาของฉันก่อนท่อนแขนแข็งแรงคู่นั้นจะเอื้อมมาโอบกอดฉันอย่างอ่อนโยน
         

“เรื่องนี้พี่ผิดเองค่ะซอล พี่ขอโทษนะคะ”


พี่มิณทร์รวบตัวฉันไปไว้ในอ้อมกอดก่อนจะลูบหลังศีรษะฉันเพื่อปลอบประโลมอย่างแผ่วเบา


“พี่ขอโทษที่รักษาเกียร์ไว้ให้หนูไม่ได้” พี่มิณทร์ขอโทษฉันทั้งๆที่เขาไม่ได้ผิดอะไรเลย ทั้งๆที่เขาต้องเจ็บเพราะโดนยัยนั่นทิ้งแท้ๆ  และคนงี่เง่าที่ทำให้เรื่องไม่เป็นเรื่องมันก็คงเป็นฉัน
          

“ซอลขอโทษที่งอแงนะคะ” ตอนนี้ฉันไม่อยากได้เกียร์หรืออะไรทั้งนั้น สำหรับฉันแค่อ้อมกอดและความรักของผู้ชายคนนี้เท่านั้นที่ฉันต้องการจริงๆ  พี่มิณทร์เป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนของฉัน
         

“ทีหลังมีอะไรให้บอกพี่ตรงๆนะคะ” ตอนนี้นอกจากความรักที่มันอัดอั้นจนล้นหัวใจแล้วฉันก็แทบจะไม่อยากผละจากอ้อมกอดคนๆนี้ไปไหนอีก อ้อมกอดพี่มิณทร์คือที่อยู่ของฉัน..
         

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปไล่บอกลาเพื่อนๆก่อนแล้วเดี๋ยวเรากลับคอนโดกันค่ะ” พี่มิณทร์ไล้ข้อนิ้วไปตามพวงแก้มฉันฉัน โฮกกกจะยิ้มละมุนอะไรเบอร์นั้น ฉันโคตรรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกที่ได้กุมหัวใจของพี่มิณทร์
          

“งั้นซอลจะรออยู่ตรงนี้นะคะ”

          

“ดีแล้วค่ะไม่ต้องไปไหนเพราะเดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา แล้วหนูก็ห้ามถอดเสื้อออกอีกเด็ดขาดเลยนะคะ” ก่อนไปพี่มิณทร์ยังไม่วายหันมากำชับฉัน  ตอนนี้ไม่อยากถอด.. เพราะถ้าจะถอดคนที่ใส่ให้ต้องเป็นคนถอดเองค่ะ ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าระบบความคิดฉันโดนเสน่ห์และความรักของพี่มิณทร์ครอบงำจนลัดวงจรไปหมดแล้ว  ฉันอมยิ้มมองตามหลังพี่มิณทร์ที่ไล่พูดคุยกับเพื่อนไปเรื่อยๆอย่างมีความสุข
          

“ถ้าซอลโตเป็นสาวแล้ว ซอลขอเป็นแฟนพี่มิณทร์ได้มั้ยคะ” 



ใครจะรู้ว่าคำพูดแบบเด็กๆในวันนั้นจะนำพาชีวิตฉันมาจนมาถึงจุดนี้  จุดที่ทำให้ฉันมีความสุขและอิ่มเอมในรักแบบสุดๆ  ฉันอมยิ้มให้กับตัวเอง
          

“อ้าวหนูซอล  มิณทร์หายไปไหนแล้วอ่ะจ้ะ”


พี่แอ๊นท์ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆฉันหลังจากที่ออกไปแด๊นซ์หน้าเวทีมากับพี่นัทจนเหงื่อโชก ฉันเงยหน้ามองหาพี่มิณทร์อีกที  เอ.. เขาไปไหนแล้วล่ะ?   ฉันพยายามไล่มองหาไปตามจุดต่างๆอีกครั้งแต่แปลกที่ตอนนี้พี่มิณทร์ดูเหมือนจะหายไปจากบริเวณงานเรียบร้อยแล้ว  ฉันเขม่นสายตาไปตามพวกรุ่นพี่ที่เดินเกร่อกันอยู่ทั่วบริเวณงานแต่ก็ไม่เจอ

         

นี่พี่มิณทร์หายไปไหนอีกแล้วนะ..



(LOADI
NG 100%)






"ผู้หญิงของผมกำลังโดนใครบางคนอยากฝาก เกียร์"
MIN SAID

++++



เหมือนพี่มิณทร์จะได้กลิ่นว่ามีใครมามุ้งมิ้งกับเกียร์ของตัวเอง
ตอนหน้ามีเผ็ดซี๊ดดส์  ฮาาาา
อยากเป็นกุญแจซอล 555+

จุ๊บบ






รักนิยายเรื่องนี้ เม้นต์มาคุยกันบ้างน้าา
ขอบคุณค่ะ

..






รักส์




ขอให้อ่านอย่างมีความสุขค่ะ
ขอบคุณที่ติดตามกันนะคะ





CR : MIN > KITTIWAT
CR : SOL > PALITA
CR : MINT RINLADA
CR : GORN > PONGTIWAT
CR : GOY > PIMTHA

FOLK :  PORNPIPAT





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

1,005 ความคิดเห็น

  1. #178 Kwannaja_2529 (@kwannarak2529) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 23:21
    พี่มิณทร์หายไปคุยกับโฟล์คเหรอ...!
    #178
    0
  2. #177 Nimmy4044 (@Nimmy4044) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 18:23
    ถึงกะอึ้งล่ะสิ มิณทร์ เอ๋ย ก็คนที่ดันมายุ่งกะเกียร์ดัน เป็นสายรหัส หูยยยกำลังเข้มข้นอ่ะ อยาก อ่านตอนต่อไปแล้วสิ
    #177
    0
  3. #176 Pearlmookmic (@Pearlmookmic) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 14:41
    รอตอนหน้าข่ะ รอความเผ็ดดดด ชอบมว้ากกก
    #176
    0
  4. #175 heykeo (@heykeo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 13:35
    อ่านไปยิ้มไป..บ้าไปแล้วววว
    #175
    0
  5. #174 Nimmy4044 (@Nimmy4044) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 14:01
    โฟลค ให้ง่ายจังนะเกียร์เนี่ย ให้แบบนี้เดี๋ยวมิณทร์ ก็กระโดดถีบขาคู่หรอก หุหุ ถึงจะเป็นนัองรหัสก็เหอะนะ
    #174
    0
  6. #173 Pearlmookmic (@Pearlmookmic) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 13:57
    อยากได้ทั้งพี่มิณทร์ทั้งโฟล์ค >< ชอบทั้งคู่
    #173
    0