คัดลอกลิงก์เเล้ว

กลับสู่ใจเพื่อไปหารัก

เป็นเรื่องสั้นรัก-โรแมนติกค่ะ ให้ข้อคิดนะคะ เรียบง่าย สามัญ ธรรมดา และย้อนกลับไปหาใจตัวเองคือแนวคิดของเรื่องนี้

ยอดวิวรวม

211

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


211

ความคิดเห็น


9

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  24 มี.ค. 56 / 23:13 น.
นิยาย Ѻѡ กลับสู่ใจเพื่อไปหารัก | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เป็นเรื่องสั้นรัก-โรแมนติกค่ะ
ตั้งใจว่าจะเขียนส่งนิตยสาร แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ปรินท์ (หัวเราะ)
ตั้งใจเขียนมากๆ ค่ะ ชอบบรรยากาศบนดอย ชอบหนังสือ ชอบบริจาค ชอบเด็กชาวเขา
และที่สำคัญชอบชื่อพระเอกกับนางเอกมากมาย

backgrounds from freeglitters.com

เนื้อเรื่อง อัปเดต 24 มี.ค. 56 / 23:13


 

She : ดอกฟ้าไม่มีวันก้มหน้ามามองหมาวัดหรอก

Me : แล้วดอกฟ้ารู้ไหมว่าหมาวัดก็ไม่อยากจะเงยหน้าขึ้นไปมองเธออีกแล้ว!!! สิ่งที่เธอเผยออกมาหมดในสามร้อยห้าสิบห้าวันที่ฉันสนใจเธอ ทำให้ฉันรู้แล้วล่ะว่ามันไม่ใช่ฉันที่ไม่คู่ควรกับเธอ แต่เป็นเธอต่างหากที่ไม่คู่ควรกับฉัน ฉันมันหน้ามืดตามัวอีกที่ตามจีบคุณผู้หญิงสูงศักดิ์อย่างเธอ เอาล่ะ จบกันแค่นี้เถอะ

            ไม่จริ๊ง ไม่จริง ใครก็ได้ช่วยบอก เนปาล คนนี้ทีเถอะว่าโพสต์ของ วิคมาร์ซ บนหน้ากระดานของเขาเป็นเพียงอารมณ์อ่อนไหว ไม่ใส่ใจความรู้สึกจริงๆ ของตัวเองเพียงแวบเดียวเท่านั้น!

            ฉันทุบหมอนอิงใบโตที่อยู่บนตักมาหลายทีจนแทบจะรู้สึกได้ว่ามันแหลกเหลวคากำปั้นแล้ว วิคมาร์ซเคยรู้บ้างไหมว่าที่ฉันพยายามทำตัวให้มีค่า ทำตัวไฮโซ เลือกมากในเรื่องความรักก็เพื่อจะให้เขาพิสูจน์ว่ารักฉัน ชอบฉันจริง จนตามจีบติดเสียที ฉันจะไม่นอยด์เวอร์ขนาดนี้เลยนะ ถ้าพรุ่งนี้ไม่บังเอิญเป็นวันที่ฉันตัดสินใจว่าจะตอบตกลงเป็นแฟนกับเขาเพราะพรุ่งนี้จะครบรอบกับเวลาที่วิคมาร์ซเพียรพยายามตามจีบฉันถึงหนึ่งปีเต็ม!!!

            ฉันหยิบผ้าเช็ดหน้าสีหวานในมือมาซับน้ำตาเบาๆ มันไหลลงมาจากดวงตาของฉันอย่างช้าๆ ราวกับได้รับแรงโน้มถ่วงเพียงแผ่วๆ เท่านั้น แต่นั่นก็เป็นแค่สถานะภายนอกด้วยว่าตอนนี้ฉันรู้ดีว่าหัวใจที่กำลังชอกช้ำอย่างหนักต่างหากที่เป็นตัวกำหนดน้ำตาเหล่านี้

            ทุกคนเรียกฉันว่าเนปาล ฐานันดรศักดิ์ที่เพื่อนๆ ยกให้ฉันเป็นคือคุณผู้หญิงแห่งบ้านนาถปรมัติไวย บ้านของฉันทำธุรกิจที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ กับประเทศไทย จริงอยู่นะที่บ้านของฉันมีฐานะร่ำรวย แต่คุณเชื่อไหมคะว่าเสาหลักของครอบครัวคอยปลูกฝังให้ฉันยึดถือการใช้ชีวิตแบบปกติฉบับสามัญชนทั่วไป ไม่ต้องถือดีด้วยความสูงของกองมรดก ใครบอกว่าฉันอยู่บ้านสวนไม่เป็นเพราะเติบโตมาในคฤหาสน์หินอ่อนหลังใหญ่ตระการตามูลค่าเหยียบห้าสิบล้าน จะบอกให้มองมุมใหม่ได้แล้วนะว่าฉันสามารถอยู่ท่ามกลางป่าดงดอยได้นานนับครึ่งปี! ใครบอกว่าฉันใช้แต่ของแบรนด์เนม ใครบอกว่าฉันหนีบกระเป๋ากุชชี่ ใครบอกว่าฉันออกงานสังคมชั้นสูงบ่อย มันเป็นสิ่งที่ผิดทั้งหมด!

            เรื่องของฉันกับวิคมาร์ซมันเริ่มตั้งแต่ที่เขาเจอกับฉันในร้านหนังสือเล็กๆ แห่งหนึ่ง มันไม่ได้อยู่ในห้างสรรพสินค้า มันไม่ได้อยู่ในจุดที่เรียกว่าแหล่งของแพงอยู่ตรงศูนย์กลางโลก แต่มันอยู่ริมถนนถัดไปจากร้านกาแฟธรรมดาๆ และขนาบข้างด้วยร้านเสื้อผ้าที่ไม่ว่าคนฐานะไหนก็สามารถเข้าไปแวะซื้อได้

            ถึงโลเกชั่นรอบกายมันจะเอื้อให้วิคมาร์ซคิดว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ทว่าสิ่งที่อยู่ในมือฉันมันกลับบ่งชี้ให้เห็นถึงความไฮโซ มันคือหนังสือเล่มบางๆ ราคาเหยียบสองพัน! และที่สำคัญมันเป็นหนังสือแฟชั่นชั้นสูงที่ผู้หญิงเกือบเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ตัดสินใจเมินผ่านตั้งแต่แวบแรกที่เห็นราคา

            อา จะบอกว่ายังไงดีล่ะ หนังสือเล่มนั้นน่ะเป็นหนังสือที่ฉันสั่งซื้อกับทางร้านให้พี่สาว เพราะราคามหาโหดทำให้มันไม่มีจุดยืนอยู่บนชั้นหนังสือ ให้มันกลายเป็นสิ่งแปลกแยกสำหรับร้านหนังสือธรรมดาแห่งนี้ เพราะงี้ไงล่ะทำให้ฉันต้องสั่งซื้อโดยเฉพาะกับทางร้านโดยวางเงินมัดจำไว้ครึ่งหนึ่ง

            เขาวางหนังสือวรรณกรรมเล่มบางๆ ราคาไม่เกินสองร้อยบนเคาน์เตอร์ให้พนักงานสาวคิดเงินข้างๆ กับหนังสือแฟชั่นของฉัน เมื่อฉันเห็นหนังสือสองเล่มที่เทียบกันไม่ติดในเรื่องของราคาก็อดจะเปรียบเล็กๆ ไม่ได้ว่าเขาคงเห็นฉันเป็นสาวไฮโซที่วันๆ เอาแต่แต่งตัว

            แต่ฉันกลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างไม่มีสาเหตุเมื่อวิคมาร์ซหันมามองฉันด้วยสายตาชื่นชมเล็กๆ และกล่าวเสียงนุ่ม

            หนังสือเล่มนี้ผมเคยเห็นผ่านตาอยู่บ้างในห้างสรรพสินค้า ถึงมันจะแพงแต่ผมว่ามันคุ้มค่ามากถ้าสาวๆ จะซื้อมัน

            ฉันสัมผัสได้ถึงความจริงใจในประโยคของอีกฝ่ายแต่คำพูดของเขากลับทำให้ฉันคิดอะไรบางอย่างได้

            และถ้าสิ่งที่เขาพูดมันเป็นวาจาที่ใช้มาตบตาเราล่ะจะทำยังไง ไม่ได้การล่ะ อย่างนี้ฉันต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว

            หลังจากนั้นฉันก็รู้ว่าเรียนอยู่ที่เดียวกันกับเขา ฉันสำนึกถึงข้อนี้ได้เมื่อวันหนึ่งบังเอิญเดินสวนกันในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย นับไปไม่ถึงสามก้าวที่ร่างของเราคลาดเคลื่อนจุดยืนที่แล่นเคียงกัน ปฏิกิริยาของฉันกับเขาที่มีต่อชั่วขณะนั้นก็คือการหันกลับมาสบตาซึ่งกันและกันชนิดที่ว่าราวกับเคยต้องใจกันมาก่อน

            ฉันเห็นเขายืนยิ้มอยู่ตรงนั้นโดยไม่ขยับไปไหน

            โดยที่เขาก็เห็นฉันค่อยๆ ระบายรอยยิ้มบนใบหน้า จากแคบเป็นกว้างขึ้น กว้างขึ้นเท่าเวลาที่เราสองคนสบตากัน

            นักศึกษาภายในห้องสมุดต่างก็ยกให้เราสองคนเป็นจุดรวมพลสายตาทุกคู่ในบริเวณนั้น ก็แน่ล่ะเขามีดีกรีเป็นถึงนักเรียนทุนปริญญาโทของกระทรวงการต่างประเทศและฉันก็เป็นนักศึกษาที่ได้รับรางวัลผลการเรียนดีเด่นของคณะอักษรศาสตร์นี่นาดังนั้นการโคจรมาพบกันของคนสองคนที่โดดเด่นไม่แพ้กันจึงนับว่าเป็นความสนใจอย่างยิ่งของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย

            ทว่าแทนที่จะเดินเข้าไปทักทายตามประสา คนเคยพบหน้า ฉันกลับเลือกบรรยากาศร้างลาความสัมพันธ์ไว้ก่อนและตัดสินใจหันหลังเดินกลับไป ไม่ใช่สิ เรียกได้ว่าหันหลังกลับไปเพื่อเดินออกจากห้องสมุดเลยมากกว่า

            จะบอกความจริงก็ได้ว่าฉันเขิน เขินมากเลยนะจะบอกให้ ฉันแอบหยิกเนื้อตัวเองเมื่อสำนึกได้ว่าไอ้กิริยาแบบนี้มันเป็นราคาที่สูงลิบลิ่วของความไม่มั่นใจในตัวเอง แต่เมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึงและฉันก็ไปเรียนตามปกติ ฉันกลับได้รู้ความจริงว่าสิ่งที่ฉันแสดงออกไปเมื่อวานในห้องสมุดนั้น แท้จริงแล้วมันเป็นค่าของความหยิ่งยโสที่ทุกคนพึงเข้าใจ ฉันได้ยินเสียงซุบซิบนินทาของคนในมหาวิทยาลัยและฉันก็มั่นใจว่าส่วนหนึ่งมันมาจากความเป็นลูกผู้ดีของฉัน

            แถมวันนั้นฉันยังทะลึ่งหยิบรองเท้าส้นสูงสีดำที่แม่ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีนี้อีกโดยที่ไม่รู้เลยว่ารองเท้าคู่นั้นน่ะมีราคาแพงแค่ไหนเพราะไม่เคยสนใจเรื่องแบรนด์อะไรกับเขาสักนิด ก็เพิ่งจะมารู้ว่ามันเป็นของแบนด์เนมตอนที่เดินเปลือยอวัยวะเบื้องล่าง (สุด) หิ้วรองเท้าเข้าบ้านเพราะถูกเจ้ารองเท้าบ้านั่นกัดจนเป็นแผลฉกรรจ์

            เห็นแค่รองเท้าเขาก็พากันคิดไปแล้วว่าฉันมันเป็นไฮโซ

            ทว่าความไฮโซของฉันกลับไม่ไปกระตุ้นต่อมความเป็นสามัญธรรมดาของวิคมาร์ซให้ไม่ชอบฉันเลยสักนิด ตรงกันข้าม เขากลับรุกฉันหนักขึ้นเรื่อยๆ พยายามตามจีบ พยายามหาเวลาว่างไปทำกิจกรรมร่วมกัน ที่พิเศษสุดเลยคือมีอยู่วันหนึ่งที่เขาพาฉันไปบ้านของเขาพร้อมทั้งยืนยันความบริสุทธิ์ใจโดยให้ฉันพาเหล่าเพื่อน แก๊งรถตู้ ของฉันไปด้วยพร้อมกับมีพยานที่รู้เห็นเป็นใจกับความซื่อสัตย์ของเขาเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทของวิคมาร์ซด้วย เขาพาฉันไปทำอะไรน่ะเหรอ ก็ไปทำอะไรโรแมนติกๆ แบบที่คู่รักชอบทำกันไงล่ะนั่นก็คือทำขนมหวาน มันสนุกมากเลยล่ะตอนนั้น แก้มของฉันเปรอะเปื้อนไปด้วยแป้งทำขนมมากมาย น้ำตาลไอซิ่งที่วิคมาร์ซแกะถุงมันเป็นช่องใหญ่ๆ ก็หกกระจายไปทั่วพื้นครัวบ้านของเขา เสียงหัวเราะครื้นเครงของพวกเราดังลั่นไปทั่วบ้าน หลังจากทำขนมเสร็จเราก็ช่วยกันชิมกันอย่างไม่กลัวอ้วนเลยล่ะค่ะ

            แต่เหตุการณ์สุดโรแมนติกก็ผ่านพ้นไปโดยที่ฉันทำเป็นมองข้ามในสิ่งที่วิคมาร์ซแสดงออกมานั่นก็คือ การบอกรักผ่านสายตา ท่าทางและคำพูด

            เพื่อนๆ ของฉันต่างช่วยกันหว่านล้อมให้ฉันเป็นแฟนกับเขา แต่ขอโทษทีนะ ฉันว่าสามเดือนสำหรับการเรียนรู้ซึ่งกันและกันและกำหนดปลายทางไว้ว่า คู่รัก มันยังน้อยเกินไป

            ดังนั้นวันนี้จึงครบรอบสามร้อยหกสิบห้าวันที่เขาผูกติดกับฉัน

            บอกแล้วไงคะว่าก่อนหน้านั้นฉันมีสิ่งที่ปูไว้ในทุกๆ การกระทำของฉันที่สื่อออกมาให้เขาเห็น นั่นก็คือการแกล้งทำตัวเป็นไฮโซ ใช้ของแบรนด์เนม เพื่อดูพฤติกรรมเขาว่าจะรับในสิ่งที่ฉัน (แกล้ง) เป็นแบบที่พูดตอนเจอกันครั้งแรกได้ไหม ฉันอาจจะดูใจร้ายไปสักหน่อยที่ชอบทำตัวเปรียบเทียบว่าตัวเองเป็นดอกฟ้า ส่วนเขาก็เป็น (เติมกันเองนะ) แต่สามร้อยห้าสิบสี่วันที่ผ่านมาเขาก็รับนิสัยอย่างว่าของฉันได้ทุกประการ จนมาถึงวันนี้ล่ะ ที่ทำให้ฉันรู้ว่าวันเวลามากมายทำให้ฉันหลงระเริงทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์นั่นก็คือไม่ยอมทำในสิ่งที่ตัวเองเป็น เผื่อว่าเขาอาจจะรับได้ในสิ่งที่ฉันเป็นจริงๆ ไม่ใช่อดทนจนรู้สึกอย่างแรงว่ารับกับพฤติกรรมไฮโซของฉันไม่ได้

            เอาละ มาถึงตรงนี้แล้วฉันจะใส่หน้ากากหลอกชาวบ้านอีกทำไม เป็นตัวของตัวเองเพื่อทวงความรู้สึกดีของวิคมาร์ซกลับมาดีกว่า!

            หลังจากกัดฟันหยิบเครื่องสำอางที่แม่บอกว่าดีนักดีหนาและมีราคามหาโหดมาอำพรางรอยช้ำที่ดวงตาเพราะผ่านการร้องไห้อย่างหนักเมื่อคืนเสร็จแล้ว ฉันก็ลุกขึ้นมาจากโต๊ะเครื่องแป้ง บอกลากระเป๋าแบรนด์เนมทั้งหลายบนชั้นที่เคยพามันออกไปแสดงละครหลอกชาวบ้านว่าเป็นไฮโซ เมินหน้าหนีจากรองเท้าส้นสูงราคาแพงที่เคยสวมไปหลอกผู้คนให้หลงเชื่อว่าความเป็นคุณหนูฝังลึกในตัวฉัน

            โมงยามนี้มีเพียงกระเป๋าผ้าวาดลายด้วยมือราคาย่อมเยา รองเท้าส้นเตารีดสีดำที่หาซื้อจากร้านขายรองเท้าริมถนนเท่านั้นที่ฉันจะพาออกจากบ้านไป

            ฉันลืมไปว่าเช้าวันนี้ไม่มีเรียน แต่จะให้กลับไปก็เปลืองค่าน้ำมันและเสียเวลาคนขับรถเปล่าๆ และที่สำคัญคือจะนั่งรถเมล์กลับเองก็เสียดายเงินอีก เห็นไหมชีวิตฉันมันกลมกลืนกับคำว่า ธรรมดา จะตายไป ถ้าไม่นับรวมตอนที่ฉันแสดงละครตบตาวิคมาร์ซนะ

            ที่พึ่งพิงในยามว่างตามประสาคนบ้านิยายอย่างฉันคงหนีไม่พ้นห้องสมุด (ไม่ไปหรอกร้านหนังสือ เสียดายเงิน) ฉันเลือกนั่งโต๊ะที่ติดกับชั้นหนังสือนิยาย เพื่อนของฉันที่จำได้ว่าวันนี้มีเรียนตอนบ่ายไม่เสียท่ามาเปลืองเวลาที่มหาวิทยาลัยเหมือนฉันกันหรอก ฉันเดินไปเลือกนิยายแปลมานั่งอ่าน สนิทกับตัวอักษรในหนังสือได้ไม่นานเท่าไรก็ต้องหันเหสายตาออกจากหน้ากระดาษทันทีที่เห็นว่ากำลังมีคนตัวสูงทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะด้านหน้าฉันไปและที่สำคัญเขานั่งในลักษณะหันหน้ามาทางฉันและเมื่อเห็นหน้าเขาชัดๆ แล้ว ของเหลวภายในร่างกายของฉันก็ดูเหมือนจะขลุกอยู่กับต่อมน้ำตาทันที

            เขาไม่รีรอที่จะสบตากับฉันแม้แต่วินาทีเดียวเหมือนอย่างที่เคยเป็น วิคมาร์ซก้มหน้าลงกับโต๊ะ ก่อนจะหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน ชื่อของมันทำให้ฉันรู้สึกเจ็บแปลบทันที

          จะดีแค่ไหนถ้าคุณจริงใจกับผม

            เขาคงมองว่าฉันเปลี่ยนไปเพราะโพสต์ของเขาในสังคมออนไลน์ เขาคงมองว่าฉันกำลังเล่นละครตบตาและเขาคงกำลังคิดว่าฉันขยะแขยงกับการจะต้องมาทนใช้ของราคาถูกๆ นี่

            ดีเหลือเกินที่มือซึ่งไม่ได้หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับของเหลวบนแก้มย้ำเตือนให้ฉันสำนึกได้ว่าเข้มแข็งพอที่จะไม่ร้องไห้

            แปลกจริงเชียวที่น้ำตาสักหยดไม่ไหลลงมา น่าสงสัยเหลือเกินที่ฉันไม่ได้ยินเสียงร่ำไห้ในใจ

            สุดท้ายฉันก็ได้แต่นั่งอยู่ตรงนั้น นั่งมองเขาอ่านหนังสือที่มีค่าพอจะสะกิดใจฉันให้เจ็บแปลบๆ ต่อไปโดยไม่มีเงื่อนไขของความอ่อนไหวมารบกวน มันบอกให้ฉันรู้ว่าเริ่มเข้มแข็งขึ้นมาแล้ว

 

            วันพฤหัสบดีเคยได้รับการยกฐานะจากฉันว่าพิเศษกว่าใครเพราะมันสร้างความดีใจเหลือคณาให้ฉันเมื่อมันเวียนมาถึง ทว่าในเวลานี้วันที่ฉันอยากจะพ้นผ่านมันไปกลับเป็นวันนี้นั่นล่ะ วิคมาร์ซยังอยู่ที่เดิม แต่สิ่งที่แตกต่างไปก็คือเขาไม่ได้นั่งรอฉันทุกครั้งที่เข้าชมรมสิ่งแรกที่ฉันได้รับเสมอก็คือแววตาจริงใจของเขา เราอยู่ชมรม หนอนอะไรตัวใหญ่ที่สุด?’ เหมือนกันโดยที่ฉันมีตำแหน่งประธานชมรม ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าแม้จะไม่อยากเจอหน้าเขาสักเพียงใดก็ต้องจำใจมาร่วมกิจกรรม

            ฉันเดินมานั่งที่เก้าอี้ของประธานชมรม เลิกคิ้วขึ้นเมื่อ ลูกกวาด เพื่อนสนิทของฉันหนึ่งในแก๊งรถตู้ยื่นแผ่นกระดาษมาให้ ฉันรับมันมาอ่านก่อนจะไชโยโห่ร้องในใจเมื่อรู้ว่ามันคือกำหนดการการออกค่ายอาสาที่ชมรมของฉันจะพากันขึ้นดอยเพื่อทำห้องสมุดให้น้องๆ ชาวเขา

            ฉันไม่รอช้าแจกแจงเรื่องค่ายอาสาให้สมาชิกในชมรมรู้กันถ้วนหน้า พยายามไม่หันไปทางขวาเมื่อรู้ว่าวิคมาร์ซที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งนั้นกำลังทำท่าราวกับจดจ่อกับสิ่งที่ฉันกำลังพูด

            บอกตามตรงฉันค่อนข้างลุ้นอยู่ว่าวิคมาร์ซจะมาลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้หรือไม่ ทั้งๆ ที่มันไม่จำเป็นเลยที่จะกังวลอย่างนั้นด้วยว่าตอนนี้คนที่ลงชื่อจะไปออกค่ายก็มีเกือบๆ แปดสิบคนแล้ว

            “จะให้ฉันเรียกว่าอะไร” ฉันถามคนที่อยู่ตรงหน้าเพื่อกรอกข้อมูลผู้เข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดโน้ตของตัวเองเพื่อที่ฉันจะได้ไม่ลืมว่าจะต้องเรียกสมาชิกแต่ละคนว่าอะไรจะได้ดูเป็นกันเองตอนไปออกค่าย

            “ชัยชนะของเทพเจ้าอาเรส(Ares)” เสียงนุ่มๆ ทุ้มๆ เจือความชินชาตอบกลับมา จนฉันแทบจะน้ำตาคลอกับความเยือกเย็นของอีกฝ่าย

            “เอ่อ มันยาวไปไหมคะฉันว่า

            “วิคมาร์ซ คุ้นปากเธอดีไหม ทีนี้คิดว่าจะเรียกชื่อฉันได้คล่องๆ หรือยัง”

            เขามาจริงๆ ด้วย

            ฉันไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่สบตาเขาและเดินจากไปเงียบๆ

 

ผมมองเนปาลที่กำลังยกลังหนังสือที่จะนำมาบริจาคให้กับเด็กชาวเขาด้วยสายตาที่พิจารณาว่าเธอเต็มใจหรือจำใจทำกันแน่ ผมไม่อยากจะฟันธงหรอกนะว่าเธอเป็นผู้หญิงประเภทตีสองหน้าเพื่อหลอกคนอื่นไปทั่ว บอกตามตรงเลยนะว่าผมละไม่ชอบผู้หญิงที่ฟุ่มเฟือยมากที่สุดเลยล่ะ ยิ่งทำตัวไฮโซๆ แล้วยิ่งไม่ถูกใจเข้าเส้นเลือด แต่ตอนที่เจอกันกับเนปาลครั้งแรกและเผลอเอ่ยชมว่าเธอเหมาะกับหนังสือราคาแพงเล่มนั้น ผมยอมรับว่าทุกคำของผมมันมาจากใจจริงทั้งสิ้น เธอเหมาะกับหนังสือเล่มนั้นมากๆ ซึ่งผมไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงคิดอย่างนั้น

            แต่เมื่อตามจีบเธอจนเกือบจะครบปีและรู้สึกอย่างแรงว่าตัวเองเป็น หมาวัด ก็ทำให้ผมถอดใจเลิกตามติดเนปาลโดยฉับพลัน จะเอายังไงดีล่ะ คือผมทนรับกับพฤติกรรมการเปรียบเทียบทางอ้อมของเธอไม่ได้แล้ว ถ้าถามผมว่าหมดรักเธอไปหรือยัง... อันนี้ผมไม่แน่ใจ

            พอตอนบ่ายๆ พวกเราก็มาช่วยกันประกอบชั้นหนังสือจากไม้ โดยมีหัวเรือใหญ่คือประธานชมรมหนอนอะไรตัวใหญ่ที่สุด? เนปาลร่างแบบ ลงมือเตรียมไม้ ไปช่วยเพื่อนๆ เลื่อยไม้จนกระทั่งมาช่วยเพื่อนผมประกอบชั้นหนังสือด้วยตัวเอง... ภาพที่ผมเห็นทำให้แอบคิดไปชั่วครู่ว่าความติดดินของเธออาจจะเป็นรากฐานของการกระทำมานานแล้วก็ได้ แต่ก็อีกนั่นล่ะ ถ้าคุณมาเจอคนที่ทำตัวสวยเริดเชิดหยิ่งใส่เป็นเวลาสามร้อยห้าสิบสี่วันแล้วล่ะก็ ยากนักที่คุณจะคิดว่าคนๆ นั้นเสแสร้งแกล้งทำเป็นไฮโซ

            ใบหน้าของเนปาลอาบชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าใสๆ ไร้สิวเสี้ยนก็ถูกเคลือบไปด้วยความมันที่ผมเกรงว่าจะบั่นทอนความใสของใบหน้านั้นไป เธออดทนกับความร้อนสุดขีดในตอนบ่ายจัดได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยอมกินข้าวหลังทุกคนได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ มาถึงตรงนี้ความคิดที่ว่าเธอชอบทำตัวเป็นผู้ดีได้ลดหายไปจากใจผมเรื่อยๆ

            บรรยากาศของการทำห้องสมุดภายในโรงเรียนเล็กๆ แห่งนี้ดูจะมีความสนุกมากมายเกิดขึ้นและเนปาลก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการดำเนินทุกอย่าง เมื่อมื้อเย็นผ่านพ้นไป พวกเราเกือบๆ ร้อยชีวิตก็เอาที่นอนมาปูนอนกันในห้องประชุมขนาดใหญ่ของที่นี่ซึ่งถึงแม้จะกว้างแต่ก็สร้างด้วยวัสดุที่ไม่ค่อยดีเท่าไร กระนั้นก็ยังคุ้มฝน คุ้มแดดได้พอให้เราอุ่นใจ

            เนปาลหลับไปแล้ว ผมแอบมองเธออยู่ตรงที่นอนนี่ล่ะครับ ผมมันเป็นโรคจิตอย่างหนึ่งคือชอบนอนดึกจัดๆ คืนนี้ก็เช่นกัน ผมมีเพื่อนคู่ใจที่ร่วมอุดมการณ์คนอยู่โต้รุ่งเป็นโน้ตบุ๊กที่ผมแบกมันมาด้วย ไฟในหอประชุมถูกปิดหมดแล้ว รอบกายผมจึงเต็มไปด้วยเพื่อนๆ ในชมรมที่นอนหลับกันท่ามกลางความมืดมิด แต่เมื่อเปิดโน้ตบุ๊กไปได้ไม่นานเท่าไร ผมก็รู้ว่าเป็นคนรับรู้ถึงปัญหาข้อใหญ่คนแรกเมื่อมีแมลงหลายร้อยชีวิตมารุมตอมหน้าโน้ตบุ๊กของผมที่เป็นแหล่งแสงสว่างจ้าเพียงอย่างเดียวในห้องนี้

            มันคือแมงเม่านั่นเองครับ คุณแม่ของผมเคยบอกว่าแมงเม่าจะออกมาถ้าฝนกำลังจะตก แต่ตอนนี้ถึงฝนจะตกก็ไม่ได้มีปัญหาเท่ากันกับคำตอบของคำถามที่ว่า แล้วคืนนี้ผมกับเพื่อนๆ จะนอนได้ยังไงถ้ามีฝูงแมงเม่าตัวน้อยๆ นับพันบินเวียนอยู่ในนี้

            ผมเห็นเพื่อนที่นอนข้างๆ เริ่มทยอยตื่นกันเพราะรู้สึกถึงแหล่งชุมนุมเจ้าสัตว์แสนน่ารำคาญที่อยู่ใกล้ๆ หลายคนอุทานกับเหล่าแมงเม่าที่ตอมโน้ตบุ๊กผมอยู่ ผมรีบปิดเจ้าโน้ตบุ๊กเพื่อนสนิททันทีที่เพื่อนๆ ครึ่งห้องตื่นขึ้นมา มีคนวิ่งไปเปิดไฟแล้ว และคนๆ นั้นคือเนปาล หัวเรือใหญ่ของชมรมเรา

            มาถึงตอนนี้ไม่มีใครนอนหลับลงแล้วล่ะครับ ไฟทั้งห้องประชุมที่ถูกเปิดขึ้นพร้อมฝูงแมงเท่านับพันที่รุมตอมแสงไฟกันอยู่อย่างเมามันส์ ใครจะไปหลับลงท่ามกลางมลภาวะที่สุดน่ารำคาญเช่นนี้ เนปาลในชุดเสื้อกันหนาวตัวใหญ่กางเกงวอร์มสีครามรีบก้าวออกมายืนหน้าห้อง ตาก็เพ่งไปที่หลอดไฟซึ่งมีฝูงแมงเท่าบินวนเวียนอยู่

            “โอ ตายแล้ว ที่นี่เป็นแหล่งชุมนุมของปลวกชั้นยอดเลยล่ะ แมงเม่าพวกนี้มันเติบโตมาจากปลวก ฉะนั้นหนังสือที่เราเอามาบริจาคในห้องสมุดที่ทำมาจากไม้คงอยู่ในอันตรายแล้วถ้ามีปลวกมากมายขนาดนี้ อีกอย่างฉันคิดว่าคืนนี้เราคงนอนหลับกันที่นี่ไม่ได้ เห็นทีว่าเราต้องมาช่วยกันหามุมเหมาะๆ ให้กับหนังสือของพวกเราแล้วล่ะ” เนปาลกล่าวอย่างมั่นใจ แน่ล่ะว่าเสียงโห่ร้องต้องดังก้องไปทั่วห้องประชุม แต่ในเวลานี้ที่ทุกคนเห็นภาพจริงเสียงจริงของหายนะที่กำลังจะส่งผลเสียกับการมาทำบุญในครั้งนี้ของพวกเรา ทุกคนจึงตัดสินใจทำตามในสิ่งที่เนปาลบอก

            เนปาลวางแผนว่าจะนำพลาสติกมาคลุมชั้นหนังสือไว้และจะชี้แจงให้คุณครูบรรณารักษ์ห้องสมุดรู้ว่าหากไม่อยากให้หนังสือเหล่านี้เสียหายก็ต้องคลุมแผ่นพลาสติกบนชั้นหนังสือไว้ กำหนดการที่บอกว่างานนี้จะเดินหน้าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในวันพรุ่งนี้ไม่มีความหมายเพราะพวกเราต่างก็นำเอาเวลานอนของคืนนี้ไปละลายกับการทำห้องสมุดล่วงหน้ากำหนดการหมดแล้ว

            ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเราจะได้กลับมานอนกันอีกครั้งเพราะการตัดสินใจของเนปาล เธอปิดไฟทุกดวงในห้องประชุมที่เราใช้นอนกันก่อนจะเปิดไฟเล็กๆ หน้าห้องประชุมเพียงดวงเดียว เธอกล้าที่จะออกไปตัดใบตองที่อยู่หลังห้องประชุมตอนดึกจัดกับเพื่อนสาวสองคน ก่อนจะพากันไปที่ห้องครัวในโรงอาหารของโรงเรียน ผมรอดูว่าเธอจะทำอะไรกันแน่สักยี่สิบห้านาที เนปาลก็กลับมาพร้อมกับใบตองที่ชโลมน้ำมันไว้ เธอทดสอบการทำงานของมันด้วยการแกว่งมันไปมาในอากาศตรงบริเวณที่แมงเม่ามาชุมนุมกัน สัตว์ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านั้นติดแหง็กอยู่บนน้ำมันจนไม่รอดเลยสักตัว เนปาลยิ้มก่อนจะพยายามนำเก้าอี้มาต่อเพื่อปีนขึ้นไปแขวนใบตองเข้ากับตะปูใกล้ๆ กับหลอดไฟ

            เนปาลเปิดช่องลมเหนือประตูทางเข้าของห้องประชุมไว้เพื่อล่อแมงเม่าออกไปที่แสงโดยที่กำชับทุกคนว่าอย่าได้ปล่อยให้แสงเล็ดลอดออกมาให้แมงเม่าเห็นได้เลยเชียว ไม่น่าเชื่อเลยว่าทุกๆ คนจะได้นอนหลับกันอย่างปกติสุขเมื่อตอนห้าทุ่มกว่าๆ อีกครั้ง

 

            ทุกคนตั้งฉายาเพชฌฆาตแมงเม่าให้ฉันไปแล้วล่ะ หลังจากที่เมื่อคืนฉันกำราบเจ้าสัตว์น่ารำคาญพวกนั้นด้วยฝีมือเดี่ยวๆ สายตาของใครหลายคนในชมรมมองฉันเปลี่ยนไป จากที่เคยหมั่นไส้ว่าฉันทำตัวเป็นดอกฟ้ากับคนดังของมหาวิทยาลัยอย่างวิคมาร์ซกลับกลายมาเป็นชื่นชมในความไม่ยึดติดกับยศถาบรรดาศักดิ์ของฉัน รวมทั้งสายตาของวิคมาร์ซก็เช่นเดียวกันที่เปลี่ยนไป

            ยังฟันธงไม่ได้หรอกว่าจริงหรือเปล่าที่เขาเห็นจริงๆ ว่าฉันเป็นผู้หญิงติดดินแบบที่ไม่ได้จัดจริตมาเทียบค่าหลอกลวงกัน แต่ตอนนี้ฉันก็มีความสุขมากที่ได้กลับมาทำในทุกๆ อย่างที่ตัวเองเป็น

            มันถูกต้องเลยล่ะกับความคิดที่ว่าฉันแสนจะอึดอัดกับการฝืนทำตัวไฮโซเพื่อพิสูจน์ใจวิคมาร์ซ ฉันไม่สนหรอกว่าเขาจะมองฉันในรูปแบบไหน ขอเพียงแค่เขารู้ว่าฉันเป็นแบบนี้จริงๆ ก็ดีมากมายแล้ว

            ฉันจัดการมื้อเช้ากับแก๊งรถตู้ที่เล่นเทน้ำใส่แก้วกันไปมาจนฉันอดยิ้มไม่ได้กับความเป็นเด็กของพวกเขา ที่แก๊งเราชื่อว่าแก๊งรถตู้ก็เพราะเวลาไปไหนด้วยกันเรามักจะเหมารถตู้ไปเพื่อไม่ให้ใครเสียเปรียบเรื่องค่ารถกัน เราเดินทางกันบ่อยมาก จนใครหลายคนเรียกเราว่าแก๊งรถตู้ รวมถึงวิคมาร์ซก็เคยเรียกแบบนั้น

            พอทานอาหารเสร็จฉันก็เรียกให้ทุกคนมารวมตัวกันเพื่อไปจัดหนังสือที่ห้องสมุด หนังสือที่ฉันและสมาชิกในชมรมไปเหมามาเกือบหกสิบเปอร์เซ็นต์เป็นหนังสือนิทานและที่เหลือก็คละๆ กันไป เป็นต้นว่าหนังสือประกอบการเรียน นิตยสารอะไรเทือกนี้

            ฉันยังจำวันที่ไปเลือกซื้อหนังสือเพื่อนำมาบริจาคได้ดี บูธหนังสือลดราคาเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์คือที่ทางที่แสนวิเศษสำหรับพวกเราสมาชิกชมรมหนอนอ้วน (ชื่อเล่นของชมรม) ราวกับว่ากำลังถูกชะตากลั่นแกล้งเพราะว่าวิคมาร์ซก็ดันไปช่วยเลือกหนังสือเสียด้วยสิ ฉันทำเป็นเตร็ดเตร่อยู่ตรงโต๊ะวางนิยายเพื่อที่จะได้ออกห่างจากวงโคจรของวิคมาร์ซที่ปักหลักตรงชั้นนิทาน ด้วยความที่ชอบอ่านนิยายมากๆ ดังนั้น วิญญาณของสาวเพ้อฝันจึงเข้าสิงสู่ ฉันลืมไปเลยล่ะว่าจะมาซื้อหนังสือไปบริจาคให้น้องๆ บนดอย ทว่าเสียงของเขาก็ทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้

            เด็กๆ เขาไม่ชอบอ่านหนังสือที่มีแต่ตัวอักษรอย่างนิยายหรอกนะ และที่สำคัญพวกเขาคงไม่คิดไม่ออกหรอกว่านางเอกนิยายที่สวย เริด เชิด หยิ่งน่ะ ดียังไงถึงได้ทำให้พระเอกหลงรักได้ ประโยคหลังฉันรู้ว่าเขาตั้งใจจะเทียบกระทบ ฉันวางหนังสือนิยายในมือลง ก่อนจะหันหลังไปหาอีกฝ่ายที่มองฉันเลือกนิยายอยู่แล้วตอบกลับเสียงเรียบนิ่ง ง่าย แต่สั่นสะเทือนอารมณ์วิคมาร์ซพอควร

            หรอ ไม่รู้สิ แต่บางทีนางเอกสวย เริด เชิด หยิ่งก็มีเหตุผลจำเป็นให้ทำตัวเป็นไฮโซนะ เป็นต้นว่าเพื่อให้พระเอกมารัก มาสนใจและที่สำคัญที่สุด เคยมีนางเอกบางเรื่องนะที่ทำตัวสูงศักดิ์เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่พระเอกเคยพูดกับเธอไว้น่ะ มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เขาไม่รู้ความนัยประโยคของฉันและจับผิดปกติน้ำเสียงสั่นเครือไม่ได้หรอก ก่อนที่ความอ่อนแอจะเอื้อให้น้ำตาไหลเงียบๆ ฉันจึงจัดการสมทบวาจาที่กระเดียดไปทางประชดหน่อยๆ ให้วิคมาร์ซอีกทอดหนึ่ง

            ถ้านายคิดว่าหนังสือแบบไหนที่เหมาะกับการนำไปให้เด็กก็เชิญหยิบมาตามสบาย ส่วนเรื่องเงิน ฉันจะเป็นคนจัดการให้

 

            ถ้านายคิดว่าหนังสือแบบไหนที่เหมาะกับการนำไปให้เด็กก็เชิญหยิบมาตามสบาย ส่วนเรื่องเงิน ฉันจะเป็นคนจัดการให้

            ผมยังจำประโยคนั้นของเนปาลได้ มันดูเหมือนจะอวดรวยยังไงก็ไม่รู้นะครับ แต่เมื่อสบตาเธอ ผมก็รู้สึกถึงแววตาต้องการเอาชนะด้วยการประชดประชันของเธอ นั่นทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าแท้จริงแล้วเนปาลอาจไม่ได้มีเจตนาอ้างถึงความสูงของกองมรดกเธอจริงๆ ก็ได้

            ตอนนี้เนปาลกำลังจัดเรียงหนังสือนิทานเล่มเล็กเล่มใหญ่สี่สีสดใสอย่างกระตือรือร้น ผมจะไม่รู้สึกตื่นเต้นเท่านี้เลย หากไม่สามารถจำได้ว่าหนังสือมากมายเหล่านั้นล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือการคัดสรรของผมทั้งสิ้น ตอนแรกผมนึกว่าเนปาลจะเลือกนิยายรักโรแมนติกแบบที่เธอหยิบมาดูในร้านหนังสือซะอีก แต่กลายเป็นว่าไม่มีอณูความเป็นพระเอกนางเอกรอดอยู่ในรายชื่อหนังสือบริจาคเลยล่ะ เนปาลเลือกที่จะหยิบหนังสือวรรณกรรมเยาวชนมาบริจาคให้เด็กๆ เป็นส่วนใหญ่

            มาถึงตอนนี้หัวใจของผมก็ร่ำร้องหาอะไรบางอย่างอีกครั้ง นั่นก็คือการเปรียบเทียบฐานันดรศักดิ์ของผมและเนปาล ผมเหมือนหมาวัดที่คิดจะเด็ดดอกฟ้าแบบที่เนปาลตั้งสถานะให้จริงๆ นั่นล่ะครับ เป็นเพราะว่าผมได้ทุนเรียนมาตลอด จึงทำให้ใครหลายๆ คนคิดว่าผมสุดจะเหมาะกับคำว่าหมาวัดเมื่อแอบมองเนปาลอยู่ไกลๆ แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เลยนะครับ บ้านของผมก็จัดว่ามีฐานะดีพอควรเลยล่ะ แต่ที่สอบชิงทุนเรียนมาตลอดก็เพราะผมคิดว่าสมัยมัธยม พ่อและแม่ลงทุนกับการเรียนของผมมากเกินไป ดังนั้นโตขึ้นผมเลยอยากจะชดใช้ด้วยการหาเงินเรียนด้วยตัวเอง แล้วผมก็ทำสำเร็จนะ ปีหน้าผมก็จะไปเรียนโทที่อังกฤษแล้วล่ะ

            ปีหน้าผมไปเมืองนอกเพื่อไปเรียนต่อ แล้วเนปาลล่ะ

            ผมถามตัวเองในใจว่าจะไปสนอะไรกับเธอก่อนจะสะบัดศีรษะไล่คำถามนั้นออกไป

 

            ฉันแทบจะช็อกคาที่เมื่อเห็นว่ามีหนังสือนิยายปกสวยหลงอยู่ในลังนิทานเล่มหนึ่งซึ่งวิคมาร์ซเป็นคนเลือกหนังสือนิทานในนั้นทั้งหมด ฉันรีบหยิบมันขึ้นมาเปิดดูก่อนจะมองไปรอบกาย เพื่อนทุกคนออกไปไหนกันหมดแล้วไม่รู้ ทิ้งให้ฉันอยู่กับความเงียบภายในห้องสมุดเพียงลำพัง แต่ก็ดีล่ะ เพราะฉันจะได้แอบอ่านนิยายเล่มนั้นได้ไงล่ะ

            ขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหมเจ้าหนังสือ ขอให้หนอนหนังสือคนนี้อ่านเธอทุกซอกทุกมุมนะ

            นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรักโรแมนติกที่มีนางเอกเป็นสาวไฮโซค่ะ

            เอาล่ะ ฉันสัญญากับตัวเองไว้เรียบร้อยแล้วล่ะว่าจะอ่านนิยายเรื่องนี้ให้จบภายในสองวัน! เพราะอีกสามวันพวกเราก็จะกลับกันแล้ว

            ส่วนหนึ่งที่ทำให้ฉันอยากรู้อยากเห็นนิยายเรื่องนี้มีทิศทางเป็นอย่างไรก็เพราะว่าวิคมาร์ซเป็นคนเลือกมันมานั่นเอง

 

            ผมรู้สึกกระดากสำนึกอยู่นะที่ต้องมาแอบอ่านนิยายรักของผู้หญิงแบบนี้เนี่ย ไม่รู้ว่าคุณประธานชมรมหนอนอะไรตัวใหญ่ที่สุด? จะเคืองหรือเปล่าที่ไม่เห็นผมโผล่ไปช่วยทำห้องสมุดเลย นั่นก็เป็นเพราะผมกำลังอ่านนิยายที่ซื้อมาอยู่น่ะสิ ผมซื้อนิยายเรื่องนี้มาสองเล่มครับ เล่มหนึ่งผมเอาไว้อ่านเองและอีกเล่มผมคงไม่เก็บไว้ให้รกชั้นหนังสือแน่ๆ

            เอาเป็นว่าผมมั่นใจล่ะว่าพวกคุณรู้ว่าผมพามันไปสิงที่ไหน

            ตอนแรกผมยอมรับนะว่าสุดจะไม่ชอบนางเอกของเรื่องนี้เลย เพราะเธอทำให้พระเอกกลายเป็นหมาวัดที่แหงนมองดอกฟ้าไปโดยปริยาย อืม อีกไม่ถึงร้อยหน้านิยายก็จะจบแล้วล่ะครับ ตอนนี้ผมอยากรู้เหลือเกินว่าถ้าตอนจบมาถึง ผมจะยอมรับนางเอกได้ไหม

 

            ถ้าฉันสมมติตัวเองว่าเป็นนางเอกนิยายเรื่อง กลับสู่ใจเพื่อไปหารัก ที่กำลังอ่านอยู่นี่ คนอื่นจะมองฉันว่าเป็นโรคเพ้อฝันหรือเปล่านะ

            แต่ฉันก็มีเหตุผลแล้วกันล่ะที่กล้าจะบอกว่าตัวเองเป็นนางเอกนิยาย อืม เริ่มตรงไหนดีล่ะที่พฤติกรรมของฉันมันซ้อนทับกับนางเอกของเรื่องได้ เพราะทุกการกระทำแทบทุกอย่างของฉันมันไม่ต่างอะไรเลยกับเธอคนนี้ อา เริ่มต้นที่ทำตัวไฮโซใส่พระเอกก่อนดีกว่า ต่อมาก็เป็นช่วงหลอกล่อให้พระเอกตามจีบ ตามตื๊อจนเกือบจะครบหนึ่งปีและสุดท้ายก็สูญเสียพระเอกไปด้วยเหตุผลที่เขาบอกว่าเธอเป็นเหมือนดอกฟ้าที่เขาไม่กล้าจะเอื้อมแตะ  

            อีกนิดเดียว นิดเดียวเท่านั้นที่นิยายเรื่องนี้จะจบ ฉันอ่านๆๆ และรู้สึกว่าขอบตากำลังร้อนผะผ่าวซึ่งปฏิเสธไม่ได้ง่ามันเป็นสัญลักษณ์ของการเตรียมร่ำไห้ เพราะตอนจบของนิยายเรื่องนี้คือ นางเอกที่ทำตัวไฮโซไปวันๆ แท้จริงแล้วเธอมีนิสัยติดดิน แต่ที่ทำตัวเหมือนดอกฟ้าใส่พระเอกนั้นก็เป็นเพราะว่าเธออยากรู้ว่าที่พระเอกชมเธอว่าสวมชุดราคาแพงๆ นั่นแล้วน่ามองมากๆ นั่นมาจากใจจริงของเขาหรือเปล่าเพราะถ้ามาจากใจจริงเขาคงรับในสิ่งที่เธอทำได้ทุกอย่าง เป็นต้นว่าหนีบกระเป๋ากุชชี่ สวมชุดราตรีแบรนด์ดัง

            ท้ายที่สุดก่อนคำว่าจบบริบูรณ์เป็นอย่างไร ฉันไม่ขอเล่าต่อ ตอนนี้ฉันรู้แต่เพียงว่าถึงเวลาแล้วที่ฉันจะเปิดเผยความจริง

            ทันทีที่ฉันหันหลังเพื่อมุ่งหน้าเข้าหาอิสระจากห้องสมุดกลับรู้ว่าต้องชะงักการดำเนินโดยพลันเมื่อเห็นว่าวิคมาร์ซ รออยู่หน้าประตูแล้ว

            ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะพาตัวเองเข้าหาอีกฝ่าย เมื่อกำลังเห็นว่าเขากำลังใกล้เข้ามา เข้ามาเรื่อยๆ จนรู้สึกถึงความอบอุ่นที่เผยออกมาจากร่างกายของเขา

            “มีเหตุผลอะไรใช่ไหมที่ทำให้เธอต้องทำตัวไฮโซเพื่อโกหกฉัน”

           

            “มีเหตุผลอะไรใช่ไหมที่ทำให้เธอใส่หน้ากากหลอกกันได้นานเกือบปี”

           

            “และสิ่งทุกอย่างมันมาจากเหตุผลที่ว่าเธอต้องการลองใจฉันว่าฉันจริงใจกับเธอหรือเปล่าใช่ไหม”

           

            “ทำไมเธอไม่ตอบอะไรบ้างเลยล่ะ”

            “จะตอบทำไมในเมื่อฉันมีคำตอบไว้ให้ทุกคำถามแล้วว่าใช่”

            คำถามสุดท้ายที่วิคมาร์ซถามฉันคือฉันจะคบกับเขาได้ไหม

            และฉันจะตอบไปทำไมในเมื่อเขารู้แล้วว่ายังไงๆ ฉันก็ไม่มีวันปฏิเสธหรอก

            ความรักของเรามันก็จบเหมือนในนิยายเรื่องนั้นนั่นล่ะค่ะ โชคดีเหลือเกินที่วิคมาร์ซก็อ่านนิยายเล่มนั้นเหมือนกันจึงทำให้เขาค่อยๆ สำนึกขึ้นมาได้ว่าแท้จริงแล้วฉันอาจมีเหตุผลบางประการที่ต้องทำตัวเป็นดอกฟ้าใส่เขา หลังจากที่เราเข้าใจซึ่งกันกันสุดท้ายนิยามรักบทใหม่จึงถือกำเนิดขึ้นมา

          สัญญานะว่าเธอจะแต่งงานกับฉันเมื่อฉันกลับมาจากอังกฤษและเข้าทำงานในกระทรวงการต่างประเทศแล้วหนึ่งปี

          ได้สิ ฉันจะรอเธอทุกเมื่อ ตราบที่เรายังรักกันอยู่อย่างนี้

            

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ เกียรติ์ จากทั้งหมด 6 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

9 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 ธันวาคม 2558 / 16:41
    ว่างจ้า มานั่วอ่านเรื่องย้อนหลัง คือดำเนินเรื่องได้ดีมากๆเลย
    #9
    0
  2. วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 09:43
    สนุกมากค่ะ อ่านแล้วสามารถคิดภาพตามได้อย่างชัดเจนเลย
    #8
    0
  3. วันที่ 31 กรกฎาคม 2556 / 18:48
    สำนวนคณอ่านง่าย สบายจัง คับ ผมจะติดตาม แบตจะหมดอีกและ แง่ แง่
    #7
    0
  4. วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 22:56
    ยังไม่ได้อ่านนะค่ะ  

    ตัวเล็กไปหน่อย

    ตอนนี้ใกล้จะสอบมิดเทอม ต้องยุ่งๆ ไปอีกยาวเชียวล่ะ

    แวะมาให้กำลังค่ะ

    #6
    0
  5. วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 16:31
    อุ...นี้มันอะไรกัน พลังสีชมพูแบบนี้มันอะไรกัน!
    #5
    0
  6. วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 21:44
    =0= สุดยอดดดด
    #4
    0
  7. วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 12:27
    เขียนออกมาได้ดีมากๆเลย ตัวละคร พระนางคู่นี้มีเสน่ห์มากๆ

    #3
    0
  8. วันที่ 18 กรกฎาคม 2556 / 23:17
    เนื้อเรื่องโอเคเลยที่เดียวชอบค่ะ  เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
    #2
    0
  9. วันที่ 25 มีนาคม 2556 / 21:45
    การดำเนินเรื่องมันสนุกแบบไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้ที่ไหนมาก่อน
    ชอบนิสัยพระเอกนะ รวมถึงนางเอกด้วย 

    จบแบบให้เราจินตนาการไปเองนิด 
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ♥
    #1
    0