[BTS] Winter with you - Yoonmin ft. Kookmin

ตอนที่ 2 : Winter with you : 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 ส.ค. 63

 

 

Winter with you : 1

 

 

 

 

“ประกาศจากกรมอุตุวิทยาวันนี้ช่วงเวลา2-4ทุ่มจะเกิดพายุหิมะโหมกระหน่ำลงมา อาจทำให้การจลาจรติดขัดเนื่องจากมวลหิมะที่มีจำนวนมากตามท้องถนนขอให้ทุกๆคนมีสติในการใช้รถบนท้องถนนและรักษาสุขภาพด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ” เสียงหวานของหญิงวัยกลางคนที่จีมินฟังจนคุ้นหู มือบางที่กำพวงมาลัยรถไว้หลวมๆ ก็เอื้อมไปเปลี่ยนคลื่นวิทยุหาคลื่นเพลงฟังเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกฟุ้งซ่าน หลังจากที่ฟังกรมอุตุวิทยารายงานสภาพอากาศจบ วาเชอรอน คอนแสตตินสายรัดหนังสีน้ำตาลที่รัดอยู่บนข้อมือบางถูกยกขึ้นดูเวลาหน้าปัดนาฬิกาสะท้อนแสงกับไฟรถด้านหน้าเผยให้เห็นเวลาในนั้น 

 

19:15 น.

 

คิ้วบางขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติ ความกังวลและความร้อนรนแทรกเข้ามาทันที เมื่อครู่กรมอุตุวิทยาประกาศว่าตอนสองทุ่มพายุหิมะจะเข้า แล้วสภาพที่การจราจรติดเหง็กแบบนี้เขาจะถึงคอนโดของเขาก่อนสองทุ่มไหม

 

“ไม่ทันแน่ๆเลย เห้อ” จีมินบ่นพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จริงๆมันก็ไม่ได้อะไรขนาดนั้นหรอกมันมีเหตุผลที่เขาชอบฟังและเชื่อในกรมอุตุวิทยา หมอดูที่จีมินคิดว่าแม่นที่สุดในโลกก็คงจะเป็นกรมอุตุวิทยานั่นแหละ

 

ครืด

 

เสียงสั่นของโทรศัพท์ทำให้จีมินต้องหลุดจากความกังวลและหันมาสนใจสมาร์ทโฟนเครื่องหรูแทน ทันทีที่ทัชสกรีนหน้าจอเพื่อปลดล็อคก็เผยให้เห็นข้อความที่ถูกส่งมาจากคนที่เพิ่งแยกจากกันได้ไม่นาน

 

Yoongi :

“พายุหิมะกำลังจะเข้า ใกล้ถึงห้องรึยัง” 19:20 

 

เพียงข้อความไม่กี่คำที่ถูกส่งมาทำให้จีมินรู้สึกวูบวาบในใจ ให้ใครอ่านดูก็รู้ว่าความหมายของประโยคที่ว่ามามันคือ ‘เป็นห่วง’ นัยน์ตาของเขาสั่นไหว มันทำให้นึกถึงเมื่อก่อนที่เราเคยสนิทกันมากกว่าใครๆ เขาหนีความรู้สึกบ้าๆนี้มาตั้งหลายปีแล้วแท้ๆ สุดท้ายก็โดนไล่ตามทันจนได้ ทำไมถึงยังมีเขาอยู่เต็มหัวใจแบบนี้..

 

JIMIN :

“รถติดคงอีกนาน” 19:22

 

เขาตอบความจริง หากไม่ติดว่าตอนนี้กำลังอยู่ในสถานการณ์รถติดอีกแค่เพียงสองไฟจราจรเขาก็ถึงคอนโดของเขาแล้ว

 

Yoongi : 

“ถึงแล้วก็อย่าลืมห่มผ้านอนหนาๆล่ะ” 19:23

“จำได้ว่านายขี้หนาว” 19:23 

 

 

 

________________________

 

 

 

7ปีก่อน

 

07:40 น.

 

ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ถูกใช้เป็นที่พักพิงเอนหลังให้กับเด็กมัธยมปลายเกรดสิบเอ็ดสองคน กระเป๋านักเรียนถูกวางพิงไว้ข้างกาย มือหนาถือแผ่นกระดาษบางจำนวนสองถึงสามแผ่นที่บนหัวกระดาษเขียนว่า ‘สรุป’ กำลังถูกสายตาคมไล่อ่านอย่างตั้งใจ 

 

“ฮัดชิ้ว” เสียงจามเล็กๆดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า คนตัวเล็กนั่งกอดร่างกายของตัวเองที่สั่นเทาไว้แน่นเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย แต่นั่นมันก็ยังอุ่นไม่พอปากอิ่มที่เคยมีสีแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือกไม่มีสีจนดูน่ากลัว

“ไหวมั้ยวะมึง” เด็กหนุ่มที่ตัวโตกว่าพูดขึ้นหลังเห็นท่าทางของคนตัวเล็กแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

“ไม่ไหวก็ต้องไหว สอบวันสุดท้ายกะ กูขาดไม่ ดะ ได้” ไม่เพียงแค่ร่างกายที่สั่นสะท้าน ริมฝีปากอิ่มก็สั่นไม่แพ้กัน มือหนาเอื้อมไปคว้าหัวทุยๆของคนตัวเล็กให้ล้มลงนอนบนตักของเขา

 

ร่างสูงที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกทนไม่ไหวใจหนึ่งก็สงสารอีกใจหนึ่งก็รำคาญ เขาถอดเสื้อโค้ทสีดำสนิทออกจากตัว จากนั้นก็จัดการคลุมเสื้อโค้ทให้คนตัวเล็กที่นั่งหนาวจนตัวสั่นปากสั่นอยู่

“อ่ะกูให้ยืม เห็นละสงสารนั่งสั่นอยู่ได้ มึงควรพกเสื้อกันหนาวมาด้วยนะมันเริ่มเข้าหน้าหนาวแล้ว” 

“ขอบใจ มะ มึงไม่นะ หนาวหรอ” ร่างบางรีบสวมเสื้อโค้ทที่อีกคนให้มาอย่างรวดเร็วเพื่อปกป้องร่างกายจากอากาศเหน็บหนาว เขาเองก็เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเสียงที่สั่น สั่นเพราะหนาวหรือเพราะการกระทำของอีกคนกันแน่

“มึงหนาวแทนกูไปหมดละ” 

“แหะๆ มึงก็” คนตัวเล็กหัวเราะแห้ง และความรู้สึกดีก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาทีละนิดๆโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

“หัดฟังกรมอุตุวิทยาบ้างมึงจะได้รู้ว่าสภาพอากาศเป็นยังไง เขาแม่นยิ่งกว่าหมอดูอีก” 

“คร้าบบพ่อ” เขาตอบรับพร้อมกับหลุดขำออกมาเล็กน้อยกับประโยคที่ว่าแม่นยิ่งกว่าหมอดู มันจะขนาดไหนกันเชียว

“แต่มึงนี่ขี้หนาวเนอะ แค่สิบองศามึงก็หนาวจนสั่นละ ถ้าติดลบมึงไม่ช็อคตายเลยหรอ” ไม่พูดเปล่า มือหนาเอื้อมไปสวมหมวกฮู้ดให้คนตัวเล็กจนฮู้ดมันปิดหน้าปิดตาของเขาไปหมด 

“ย๊า!! ยุนกิแกล้งกูหรอ” เมื่อหลุดจากความมืดของฮู้ดที่บดบังใบหน้าของเขาได้แล้ว คนตัวเล็กก็ได้แต่ชี้หน้าโวยวายใส่อีกคนเพราะทำอะไรเขาไม่ได้

“ฮ่าๆ มึงมันน่าแกล้งอ่ะจีมิน”

 

หน้าหนาวใกล้เข้ามาแล้วอากาศที่ควรจะหนาวแต่ทำไมรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก คงเป็นเพราะยุนกิที่ทำให้หน้าหนาวมันไม่หนาวอีกต่อไป

 

 

หน้าหนาวปีนี้มันได้เปลี่ยนไปแล้ว และมันก็ได้เปลี่ยนความรู้สึกของเขาด้วยเช่นกัน..

 

 

 

 

ปี๊น ปี๊น

 

เฮือก

จีมินสะดุ้งเฮือก เสียงแตรรถที่มีมากกว่าหนึ่งคันแน่ๆกระหน่ำบีบใส่รถของเขาอย่างบ้าคลั่ง จีมินหลุดจากภวังค์แทบจะทันทีเบื้องหน้าไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาผงกหัวเป็นเชิงขอโทษถึงแม้คนด้านนอกจะไม่เห็นก็ตาม มือบางรีบปลดเกียร์ให้อยู่ตรงตัวอักษรD และค่อยๆเหยียบคันเร่งออกไปอย่างร้อนรน นี่เขาเผลอไปนึกถึงเหตุการณ์บ้าๆในตอนนั้นได้ยังไง

 

20:28 น.

 

ติ๊ด

 

คีย์การ์ดถูกแตะผ่านเครื่องสแกนที่หน้าประตูห้อง จากนั้นไม่นานบานประตูก็เปิดออก ร่างบางที่เหนื่อยล้าและอ่อนเพลียพาตัวเองเดินเข้าห้องอย่างเชื่องช้า เขาใช้เวลาร่วมกว่าชั่วโมงกว่าจะมาถึงห้องของเขาได้เนื่องจากรถติด แต่โชคยังดีที่พายุหิมะยังไม่ตกลงมาไม่อย่างนั้นเขาต้องบ้าตายแน่ๆ 

 

พรึ่บ

 

มือเล็กกดเปิดสวิทไฟให้สว่างไปทั่วทั้งห้องและทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวยาว ร่างกายของเขาเหนื่อยล้าเหลือเกิน จีมินหลับตาลงเพื่อพักสายตาชั่วครู่เพราะรู้สึกว่าวันนี้เขาใช้งานดวงตาคู่นี้หนักจนเกินไป 

 

“เหนื่อยจัง” จีมินบ่นทั้งๆที่ยังหลับตาไม่รู้ว่าที่เหนื่อยมันเหนื่อยกายหรือว่าเหนื่อยใจ ร่างบางนอนพักสายตาอยู่สิบกว่านาทีจากนั้นก็เปลี่ยนจากท่านอนเป็นนั่งพิงกับโซฟาแทน มือเล็กค่อยๆถอดถุงมือและผ้าพันคอออกมาวางไว้ข้างตัว ดวงตารีเล็กมองไปรอบๆห้องเพื่อปรับโฟกัสแต่ก็ไปสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่สมุดที่ใช้ออกแบบเครื่องประดับของเขา มือบางเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดูแบบที่เขาวาดมันไว้คร่าวๆ มันเป็นของที่เขาออกแบบมันให้กับยุนกิ

 

มันคือแหวนหมั้น

 

 

_________________________

 

 

หลายชั่วโมงก่อนหน้านี้

 

“นายหายไปไหนมา” เสียงของร่างสูงที่เขาคุ้นเคยเอ่ยถาม ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปีเขาก็ยังจดจำเสียงของคนๆได้เสมอ คำถามที่ถูกเปล่งออกมาจากปากของอีกคนทำให้จีมินรู้สึกแปลกใจ

“...” 

“จีมิน ได้ยินรึป่าว” ยุนกิที่เห็นจีมินมีท่าทีนิ่งเงียบไปจึงทำการโบกมือผ่านหน้าของจีมินเพื่อเรียกสติให้กลับคืนมา

“หะ เอ่อ อะไรนะ” ทันทีที่ได้สติ จีมินก็ลนลานตกใจตอบคำถามอีกฝ่ายอย่างตะกุกตะกัก มือไม้ที่เคยไม่มีพิษมีภัยกลับปัดป่ายข้าวของบนโต๊ะที่เคยเป็นระเบียบจนเละเทะไปหมด

“ซุ่มซ่ามไม่มีใครเกินนายจริงๆ” ถึงปากจะบอกแบบนั้นแต่ก็ช่วยจัดของบนโต๊ะที่จีมินปัดป่ายมันจนเละให้กลับมามีระเบียบอีกครั้ง

“ฉันถามว่านายหายไปไหนมา” 

“ไปอยู่กับพี่จินที่ออสเตรเลียน่ะ” จีมินพูดโดยที่ไม่มองหน้าอีกคน สายตาคมเพ่งไปที่แก้วโกโก้ร้อนที่เขาพึ่งดื่มหมดไปไม่นาน

“เป็นเพราะวันนะ..”

“หยุดพูด!!” ไม่ทันให้ได้ยุนกิพูดจบ จีมินก็พูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นมามองอีกคนอย่างคาดโทษ ยุนกิที่เห็นแบบนั้นก็รู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย

“เอ่อ เปลี่ยนเรื่องคุยกันเถอะ” เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองเผลอเสียงดังใส่อีกคนจีมินเองก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปรกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“นายมาให้เราออกแบบแหวนนี่ นายอยากได้แบบไหนคิดเอาไว้แล้วรึป่าว”

“ยังเลย แต่คิดไว้ว่าอยากได้เรียบๆหน่อย” 

“เอาไปใช้ทำอะไรหรอ คือเราจะได้เอาแบบให้ดูถูกอ่ะ” จีมินพูดพลางเปิดหาแบบแหวนในแท็บเล็ตเพื่อจะได้ให้อีกฝ่ายดู

“แหวนหมั้นน่ะ” 

 

มือบางที่กำลังไถหน้าจอแท็บเล็ตอยู่ถึงกลับหยุดชะงัก อะไรนะ เขาไม่ได้ฟังผิดไปใช่มั้ย

 

“วะ แหวนหมั้น..หรอ” ถึงแม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้วแต่ในใจก็ได้แต่ภาวนาให้ประโยคที่ยุนกิพูดมามันไม่เป็นความจริง

“อืมใช่” 

 

 

หวังอะไรอยู่นะจีมิน ยุนกิกำลังจะหมั้นเขากำลังจะไปเป็นของคนอื่น ตอนที่เราจากกันยุนกิก็เป็นคนทำให้เขาเจ็บ ทั้งๆที่ตอนนี้ก็วนกลับมาเจอกันอีกครั้งยุนกิก็ยังทำให้เขาเจ็บเหมือนเดิม แพ้แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ฉากไหนในชีวิตของยุนกิเขามันเป็นได้แค่ตัวประกอบ ยุนกิไม่ใช่ของนายตั้งแต่แรกแล้วจีมิน เขาเกิดมาเพื่อเป็นของคนอื่นไม่ใช่นาย...

 

“เมื่อไหร่...”

“เมื่อไหร่อะไร” 

“คือหมายถึงจะใช้มันเมื่อไหร่ เราจะได้คำนวณเวลาในการออกแบบแล้วก็ส่งผลิตน่ะ” ไม่หรอก จริงๆที่อยากรู้คือคนๆนั้นได้เป็นเจ้าของยุนกิตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเป็นใคร เพรียบพร้อมมากแค่ไหน นิสัยดีรึป่าว แล้วจะดูแลยุนกิได้ดีกว่าเขามั้ยนะ

“น่าจะอีกสองเดือนประมาณนี้” ยุนกิวิเคราะห์อยู่ชั่วครู่และประมาณเวลาคล่าวๆให้กับอีกคนได้รับรู้

“ยินดีด้วยนะยุนกิ” ไม่เลย ไม่ยินดีเลยสักนิด หากเป็นคนอื่นเขาคงแสดงความยินดีอย่างบริสุทธิ์ใจได้มากกว่านี้ ได้โปรดช่วยกลายเป็นคนอื่นที่เขาไม่รู้จักได้มั้ย ถ้าเราไม่ได้รู้จักกันมันก็จะไม่เจ็บแบบนี้

“อืมขอบใจนะ”

“ไอซ์อเมริกาโน่กับโกโก้ร้อนของจีมินมาแล้ว” จีมินรู้สึกขอบคุณโฮซอกเป็นอย่างมากที่เข้ามาได้ถูกเวลาพอดี โฮซอกเข้ามาทำให้บรรยากาศรอบๆโต๊ะมันดูผ่อนคลายมากขึ้น ถ้าไม่ได้พี่โฮซอกเขาคงรู้สึกอึดอัดตายแน่ๆ

“เอาอะไรเพิ่มมั้ยครับ” โฮซอกหันไปถามยุนกิหลังจากที่ยกแก้วน้ำทั้งสองแก้วให้ทั้งสองเรียบร้อย

“ไม่แล้วครับ ขอบคุณนะครับ”

“จีมินล่ะ อย่าเครียดมากนะมีอะไรเรียกพี่ได้ถ้าเธอไม่ไหว” โฮซอกลูบหัวปลอบร่างบางอย่างเห็นอกเห็นใจ ประโยคที่พี่โฮซอกพูดกับเขา เขาเข้าใจมันดี แต่เขาจะไปทำอะไรได้ มันไม่ไหวตั้งแต่เห็นยุนกิเปิดประตูมาเจอเขาแล้ว สุดท้ายมันก็ต้องยอมทน ทำงานตรงหน้าให้เสร็จจากนั้นก็แยกย้ายไปใช้ชีวิตของใครของมัน และเริ่มต้นลืมยุนกิใหม่อีกครั้ง

 

“รักพี่โฮซอกนะครับขอบคุณมากๆ” จีมินส่งยิ้มเพื่อเป็นการขอบคุณให้โฮซอก เขายิ้มกว้างที่สุดเท่าที่จะยิ้มได้ถึงแม้จะเป็นการฝืนยิ้มก็ตาม 

 

โฮซอกเดินกลับไปยังที่เคาน์เตอร์บาร์กาแฟดังเดิมพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาอย่างเป็นกังวล จนคนข้างๆเห็นท่าทีแบบนั้นก็อดถามไม่ได้

“เป็นอะไรหื้ม”

“เป็นห่วงจีมินครับพี่นัมจุน” 

“ก็ ไม่เห็นเป็นอะไรนี่จีมินก็ดูปกติดี เจย์คิดมากไปรึป่าวครับ” นัมจุนตอบไปตามที่สายตาของตัวเองเห็น แต่คำตอบของเขามันคงไม่ถูกใจอีกคนนัก โฮซอกออกแรงตีไปที่ไหล่หนาของนัมจุนจนเขาต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บ

“โอ้ย!! ตีพี่ทำไมครับ” ยกมือลูบหัวไหล่ข้างที่โดนตี

“พี่ดูไม่ออกหรอว่าจีมินทำท่าจะร้องไห้ตั้งหลายรอบ”

“พี่ดูไม่ออกเลย จีมินรู้สึกแบบนั้นหรอ”

“น้องคงเก็บอาการอยู่ ถึงไม่เห็นแต่ก็ไม่ได้แปลว่าน้องไม่เป็นอะไรนะครับ”โฮซอกหันไปมองจีมินอย่างเป็นห่วง ถึงแม้จะอยากเดินเข้าไปแล้วดึงจีมินมากอดปลอบมากแค่ไหนแต่ก็ทำไม่ได้ ถ้านั่นมันคืองาน เขาเองก็ต้องแยกแยะว่าอะไรควรไม่ควรทำ แต่ก็นั่นแหละเขาเองก็อดรู้สึกสงสารคนตัวเล็กไม่ได้เลย

“จีมินน่ะเปราะบางคนอื่นอาจจะมองว่าเขาเป็นเย็นชายิ้มยาก แต่จะมีใครรู้บ้างว่าเขาต้องผ่านเรื่องเลวร้ายมามากแค่ไหนถึงได้กลายมาเป็นแบบนี้” 

 

 

“เขาเปราะบางและพร้อมแตกสลายได้ทุกเมื่อ” 

 

 

————————————

 

 

“เหมาะดี” หลังจากที่นิ่งเงียบกันอยู่นาน จีมินที่พยายามตั้งใจวาดแบบแหวนให้กับยุนกิอยู่นั้นก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาฟังคำถามของอีกคนที่ในตอนแรกเขาไม่ได้ตั้งใจฟังมันเลยด้วยซ้ำ

“หะ ห้ะ” 

“นายเหมาะกับผมสีบลอนด์ดี” ยุนกิพิจารณาใบหน้าของจีมินที่ออกไปหวานมากกว่าหล่อ เขาก็คงไม่ได้คิดไปเองและยอมรับว่าจีมินยิ่งโตยิ่งน่ารัก บวกกับผมสีบลอนด์ที่ขับให้ใบหน้าดูขาวสว่างมากขึ้น ต่างจากเมื่อห้าปีก่อนแต่จีมินตอนผมสีดำก็ดูน่ารักดี แต่ตอนนี้มันดูสวยหวานมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว รวมๆแล้วจีมินดูดี

“อ๋อ ขอบใจนะ” เขาเองก็ไม่รู้จะตอบไปว่าอะไร ก็มีแต่คำตอบที่ต้องขอบใจเวลาโดนชม เมื่อพูดจบจีมินก็ก้มหน้าก้มตาวาดแบบต่อโดยที่ไม่สนใจว่ายุนกิจะมีสีหน้าอย่างไร เขาอยากให้มันจบไวๆ ถ้าจะให้พูดตรงๆก็คือ เขาอึดอัด..

“นายดูไม่เหมือนจีมินที่ฉันเคยรู้จักเลย”

“เราไม่เหมือนเดิมตั้งนานแล้ว” 

“เพราะฉันรึป่าว”

“ใช่ เพราะนาย” จีมินวางดินสอที่อยู่ในมือลง ใบหน้าหวานมองตรงไปที่ยุนกิแล้วเอ่ยตอบด้วยเสียงเรียบ ถึงแม้ในใจแทบสลาย

“ฉันขอโทษได้รึป่าวมันสายเกินไปมั้ย” คำตอบของยุนกิทำเอาจีมินแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ถ้าเขาบอกว่ามันสายไปล่ะมันก็ตั้งนานแล้วทำไมถึงพึ่งพูดมันออกมา แล้วถ้าเขาบอกมันว่าไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ ยุนกิจะทำยังไงให้กลับมารักเขาได้มั้ย เขาจะทำมันมั้ย

 

นายขอโทษแล้วนายจบแต่ว่าฉันยังเจ็บไง...’

 

“จะรับคำขอโทษไว้ก็แล้วกัน”

“ขอบใจนะ แค่นั้นก็ดีมากแล้ว” 

“แต่ยังไงเราก็ไม่เหมือนเดิมหรอกนะ”

“...”

 

 

 

“เพราะเราแตกสลายไปตั้งนานแล้ว”

 

 

 

 

————————————————-

 

มาแน้วค่าาาาตอนที่2 เอ้ะยังไงคุณยุนกิทำไมเป็นคนแบบนี้คะแม่

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามด้วยนะคะ เม้น+ให้กำลังใจกันเยอะๆนะงับ รักรีดทุกคนงับบบ เพลงใหม่ของบังทันดีมากๆค่ะทุกคนฮือออ อัมมี่ทุกคนเก่งมาก 100Mวิว ภายใน1วันเริ่ดมากค่ะปังไม่ไหวแล้ววเด้ออออออ

#วินเทอร์วิทยู 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น