[BTS] VAMPIRE E-SPORT - yoonmin

ตอนที่ 1 : VAMPIRE E - SPORT : อดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 126
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    10 ก.ค. 63

            

 

VAMPIRE E - SPORT : อดีต

 

ยุคโครยอ 920

 

 

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งศพนับพันนอนกองระเกะระกะกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ ยามลมพัดผ่านพัดเอากลิ่นไหม้กลิ่นควัน เหตุคงเกิดมาจากการเผาบ้านเรือนและสิ่งของต่างๆ

คฤหาสน์ที่ใหญ่โตและสวยงามบัดนี้ได้กลายเป็นสนามรบของทหารคนหลายพันคนไปโดนปริยาย หากแต่ทหารหลายพันคนเหล่าคนคงมิมีโอกาสได้เห็นสภาพสนามรบจำเป็นที่มีแต่เลือดและซากศพที่ถูกขโมยวิญญาณไปเพราะความตาย

ใกล้กันนั้นมีร่างของคนสามคนกำลังต่อสู้กันอย่างสูสีถึงแม้จะเป็นการต่อสู้แบบสองต่อหนึ่งก็ตามฝ่ายที่มีกำลังเพียงหนึ่งก็ไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลงแต่อย่างใด ร่างกายกำยำตั้งรับการต่อสู้จากฝ่ายที่มีสองคนได้อย่างเก่งกาจ เขามีพละกำลังมากมายจนอีกฝ่ายนึกแปลกใจเพราะไม่ว่าจะสู้กันกี่ครั้งพ่อมดอย่างลูคัสก็ไม่มีทางสู้ราชาแวมไพร์อย่างอกัสได้ 

เป็นเพราะเหตุอันใดกัน อกัสคิด

อกัสจับด้ามดาบสองมือแน่นพร้อมตั้งท่าเพื่อรวบรวมสมาธิ สายตาเด็ดเดียวจดจ้องไปที่ปลายดาบคมและลูกคัสสลับกันอกัสพรางคิดในใจว่าไม่ว่าจะต่อสู้กันกี่ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้หยิบดาบประจำตระกูลออกมาใช้

ลูคัสจ้องมองท่าทีของอีกคนที่กำลังรวบรวมสมาธิ เขายกกริชขึ้นมาควงมันเล่นๆ พรางทำหน้าเย้ยหยันให้อีกคน

‘เหอะ ดาบประจำตระกูลอย่างงั้นหรอ?เอาออกมาใช้สักทีนะอกัส’ ลูคัสคิดพร้อมกับมองไปยังดาบของอีกคน ดาบนั่นทรงพลังมาก

อยากได้

ดาบสีดำสนิทที่ตัดกับผิวสีซีดของอกัสได้อย่างดี โลหะสีเงินสะท้อนแสงระยิบระยับยามต้องแสงจันทร์ ลักษณะเด่นของดาบจะมีความโค้งเล็กน้อยมีด้านคมด้านเดียวแต่ความคมของมันสามารถตัดได้ทุกอย่างขึ้นชื่อว่าเป็นดาบของราชาแวมไพร์แล้วมันย่อมไม่ธรรมดา วิธีที่ใช้ดาบอย่างถูกวิธีก็คือเจ้าของดาบต้องให้เลือดแก่มันแล้วมันจึงจะแสดงผลได้อย่างร้ายกาจ

อกัสอ้าปากออกมาเผยให้เห็นเขี้ยวแหลม คมเขี้ยวกัดลงไปที่แขนของตัวเองไม่นานเลือดสีแดงสดก็ค่อยๆไหลลงจากแขนแกร่งไปสู่คมดาบ 

วาบ

แสงสีทองเปร่งประกายออกมาจากตัวดาบหลังจากที่เจ้าของดาบได้ให้เลือดแก่มัน คมดาบทอแสงสว่างเป็นประกายชวนให้บุคคลที่อยู่ใกล้กับอกัสต้องยกมือขึ้นบังแสงนั้นเอาไว้

“กว่าจะใช้ท่าไม้ตายนะท่านอกัส เล่นเอาเหนื่อยเป็นบ้า” ลูคัสพูดขึ้น

“พูดดีไปเถิดก่อนที่เจ้าจะไม่ได้พูดอีก” ว่าจบอกัสก็กระโดดขึ้นฟ้าพร้อมกับง้างดาบหมายจะตัดหัวพ่อมดศาสตร์มืดที่ทำตัวน่ารำคาญให้สิ้นไปเสีย

ลูคัสเหมือนอย่างนั้นก็ไม่ได้หนีแต่อย่างไรพร้อมกับตั้งท่าพร้อมรับการโจมตีของอกัสโดยทันที

แกร๊ง!

เสียงดาบและกริชกระทบกันดัง พลังมหาศาลของทั้งสองเมื่อปะทะกันจึงทำให้ร่างของลูคัสและอกัสกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง

“ท่านพี่!!!” เสียงตะโกนเรียกของเวโรนิก้าดังขึ้นหลังจากที่เขาเห็นคนรักของเขาต่อสู้จนตัวกระเด็นลอยไปกระแทกติดกำแพงของคฤหาสน์ ร่างเล็กเบิกตากว้างอย่างตกใจพร้อมกับลอยตัวไปหาอกัสอย่างรวดเร็วปานพายุ เวโรนิก้าก้มลงพยุงร่างของอกัสให้ลุกขึ้นมา ทันทีที่ลุกขึ้นได้อกัสก็หันไปหาคนรักของเขาอย่างห่วงใย

“มาหลบข้างหลังข้าเวโรนิก้า” พูดพร้อมจับแขนของอีกคนให้เดินมาอยู่ข้างหลังเขา เวโรนิก้ามองแผ่นหลังกว้างของคนรักอย่างเป็นกังวลเขาหวังเพียงแค่ว่าขอให้อกัสชนะและปลอดภัย

“เจ้าต้องตายลูคัส!” 

“ถ้าท่านทำได้นะ ฮ่าๆๆ” ลูคัสหัวเราะร่วน และนั้นยิ่งทำให้อกัสเกรี้ยวโกรธเป็นอย่างมาก เขาจับด้ามดาบแน่นพร้อมกับพุ่งไปหาลูคัสอีกครั้ง โดยที่ลูคัสไม่ทันตั้งตัวคมดาบเฉือนเข้าที่หน้าท้องอย่างจัง เลือดสีดำค่อยๆไหลลงมา ลูคัสกุมท้องของตัวเองและทรุดลงกับพื้นโดยที่ใช้ขาอีกข้างพยุงตัวเอาไว้ไม่ให้ล้มลงไป

“อัก! เจ้าเล่นทีเผลอรึ” ลูกคัสกระอักเลือดออกมา หากเป็นดาบธรรมดาเขาคงไม่สาหัสถึงเพียงนี้ ไอ้ดาบกระหายเลือดมันได้กินเลือดเขาไปแล้ว ยิ่งมันได้กินเลือดเท่าไหร่มันยิ่งแข็งแกร่งและพลังรุนแรงมากเท่านั้น

“ในสนามรบไม่มีคำว่าทีเผลอ แต่เจ้ามันโง่เอง” อกัสยิ้มเยาะดาบในมือของเขามันกำลังสั่นเหมือนมันกำลังหิวกระหายเลือดอีก อกัสเดินไปหาลูคัสตามแรงสั่นของดาบ ลูคัสเห็นดังนั้นจึงเผยยิ้มร้ายออกมา

“ใครกันแน่ที่โง่” พูดจบลูคัสก็ลอยขึ้นฟ้ากระชับด้ามกริชแน่น อกัสมองตามอย่างตกใจอยู่ๆใจเขาก็รู้สึกโหวงแปลกๆ ไม่ทันได้คิดอะไรร่างของลูคัสก็ลอยลงมาหยุดอยู่ข้างหลังเขาลูคัสง้างกริชสุดมือก่อนจะแทงเข้าที่คอของอกัส

“อกัสข้างหลัง!!” เสียงของเวโรนิก้าทำให้เขาได้สติ

อกัสยกแขนจับมือข้างที่ถือกริชขึ้นของลูคัสขึ้นและพยายามบิดข้อมือให้กริชมันหลุดมือ

“อ๊าก เจ้าอกัสบังอาจ!!!” ลูคัสร้องออกมาอย่างเจ็บปวดเขาสัมผัสได้ถึงเสียงของกระดูกที่กำลังหัก ตายแน่หากปล่อยไว้แบบนี้อกัสฆ่าเขาตายแน่ๆ เขาไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นหรอก พลันสายตาของลูคัสก็หันไปเห็นแวมไพร์อีกคนที่ยืนอยู่ตรงกำแพงคฤหาสน์ 

“หึ” ลูคัสยิ้มร้ายก่อนจะให้พละกำลังทั้งหมดของเขาสะบัดมือออกจากการจับกุมของอกัส

พลั่ก

ทันทีที่พ้นพันธนาการลูคัสก็ผลักอกัสล้มแล้วดีดร่างกายตัวเองไปหาอีกคนอย่างว่องไง อกัสจึงรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังมาเยือนทันที อกัสจึงรีบดีดตัวขึ้นมาและโดดไปหาเวโรนิก้าทันที

เวโรนิก้าที่มองเหตุการณ์ออกตั้งแต่ต้นจึงรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังตกอยู่ในอันตราย ลูกคัสที่พุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับคมกริซที่น่ากลัว เขาทำอะไรไม่ถูกความกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจ

“อะ อกัส ชะ ช่วยด้วย” น้ำเสียงตะกุกตะกักพูดออกมาแผ่วเบา เขากลัว กลัวจนต้องหลับตาไว้แน่น

“หนีไปเวโรนิก้า!!!” อกัสพูดพร้อมยกดาบขึ้นมากันคมกริชเอาไว้ เขามาโดยไม่ทันตั้งตัวจึงทำให้ตอนยกดาบกันเขาถูกลูคัสกดคมกริชลงมาสู้แรงเขาจนทำให้เขาล้มลง ลูคัสคร่อมร่างอกัสเอาไว้มีเพียงดาบและกริชที่กั้นระหว่างกลาง ลูคัสส่งมาแรงกดด้ามกริชจนทำให้ปลายแหลมของกริชแทงเข้าที่เนื้อแขนข้างขวาข้างที่อกัสถือดาบ

“อ๊ากก!!”

“ท่านพี่!!” เวโรนิก้าตะโกนตกใจที่เห็นคนรักของเขากำลังเป็นอันตราย

ทำอย่างไรดีเขาไม่อยากหนีเลยเขาจะหนีเอาตัวรอดแล้วทิ้งคนรักของเขาไว้แบบนี้ไม่ได้ เวโรนิก้าคิดพร้อมกับรวบรวมสมาธิแล้วยกมือขึ้นมาลูบแหวนที่อยู่ตรงนิ้วนางข้างขวาสามครั้งและเผยให้เห็นแสงสีขาวสว่างที่ออกมาจากแหวน เวโรนิก้าเป่าลงไปที่แหวนแล้ววาดมือไปที่กลางอากาศจากนั้นก็ปรากฏดาบสีขาวหลายสิบเล่มลอยอยู่ เวโรนิก้าชี้นิ้วสั่งให้ดาบลอยไปหาลูคัสหวังจะช่วยอกัสคนรักของเขา ลูคัสเห็นดังนั้นจึงต้องลอยตัวหลบอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อลูคัสหนีไปอกัสก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปหาเวโรนิก้าทัน เขาโอบกอดร่างเล็กเอาไว้แน่นราวกับว่าร่างนี้จะหายไป

“ปลอดภัยแล้วนะเวโรนิก้า” อกัสลูบหัวของคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา

“ขะ ข้ากลัว” คนตัวเล็กกระชับกอดอกัสให้แน่นขึ้นอีก ยังไงอ้อมกอดนี้ก็ปลอดภัยที่สุดสำหรับเขา

เหมือนทั้งคู่คิดว่าสถานการณ์นั้นดีขึ้นแล้ว แต่ไม่ใช่ ลูคัสลอยตัวออกมาจากความมืดนัยน์ตาประกายแสงสีม่วงมองลงมายังร่างของทั้งสองที่กำลังกอดกันด้วยความรัก

“เจ้านั่นแหละที่โง่ อกัส” ว่าจบลูคัสก็ลอยลงมาอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มาปรากฏอยู่ข้างหลังอกัสอีกครั้ง เวโรนิก้าที่เบิกตากว้างตกใจทันทีที่เห็นภาพของลูกคัสง้างกริชกำลังจะแทงลงมาที่อกัส 

“ไม่นะท่านพี่!!” เวโรนิก้ารีบดึงอกัสออกจากอ้อมกอดพร้อมกับผลักอีกคนให้หลุดพ้นจากอันตราย

ฉึก!!

“อึก” ปลายแหลมจากกริชของพ่อมดศาสตร์มืดแทงเข้ามากลางอกของเวโรนิก้าเต็มๆ เวโรนิก้าเบิกตากว้างความเจ็บปวดแล่นเข้ามาทันที 

พรึ่บ!

“เฮือก” ลูคัสดึงกริซออกทำให้ร่างของเวโรนิก้าล้มลง เลือดสีแดงสดที่กระอักออกมาค่อยๆไหลเป็นทางยาว 

เวโรนิก้ากุมอกที่พึ่งถูกแทงเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด

“วะ เวโรนิก้า!!” อกัสรีบวิ่งเข้าไประคองคนตรงหน้าไม่ให้ล้มพับลงไปกองกับพื้นสองแขนโอบกอดร่างบางไว้ราวกับว่าร่างนั้นกำลังจะหนีหาย นัยน์ตาสีแดงที่เปื้อนน้ำตามองมายังคนรักที่กำลังหายใจรวยริน

“อึก ท่าน ท่านไม่เป็นไรใช่มั้ย” เสียงพูดเอ่ยด้วยความยากลำบาก ริมฝีปากคลายยิ้มเมื่อเห็นอีกคนที่เขากำลังปกป้องอยู่ปลอดภัย ใบหน้าขาวซีดที่ดูวิตกกังวลในตอนแรกได้แปรเปลี่ยนเป็นนิ่วหน้าเพราะความเจ็บปวดแล่นเข้ามาแทนที่ ทรมาน หากแต่จะทรมานมากกว่านี้ถ้าความเจ็บปวดที่ตนได้รับมันไปอยู่กับอีกคน เขาทนไม่ได้แน่ๆ ริมฝีปากที่แดงธรรมชาติในตอนแรกกลับกลายเป็นสีแดงสดของเลือดที่เปรอะเปื้อน ต้นเหตุก็คงมาจากคมกริชที่พึ่งแทงทะลุเข้ามากลางอกของเขาเมื่อครู่เวโรนิก้าเอื้อมมืออันสั่นเทาที่เต็มไปด้วยเลือดสัมผัสกับใบหน้าคมที่กำลังตกใจ

“เจ้าทำแบบนี้ทำไมเวโรนิก้า ทำไม!!!” เสียงเข้มที่แผดออกมาเต็มไปด้วยความรู้สึกมาก ทั้งเศร้า เสียใจ เกรี้ยวโกรธ แต่นั่นไม่ได้ทำให้เวโรนิก้าโกรธเลยแม้แต่น้อย 

“ข้า มะ ไม่อยากให้ ทะ ท่านเป็นอันตราย” เวโรนิก้าพูด ริมฝีปากคลี่ยิ้มเมื่อเห็นท่าทีของอีกคนที่กำลังเป็นห่วงเขา อ่า น้ำตาของท่านมันทำให้ข้าเจ็บปวดเหลือเกิน

“ทำไมถึงชอบทำอะไรเกินตัว ทำไม ฮึก ทำไมเจ้าต้องรับมันแทนข้า!!” น้ำตาของราชาแวมไพร์ไหล่อาบแก้มขาวเป็นทางยาว ยิ่งเห็นคนรักเจ็บ ใจเขาก็เจ็บ เจ็บกว่าหลายเท่ามันช่างปวดใจเหลือเกิน อกัสกอดร่างบางไว้แนบแน่นริมฝีปากเย็นประทับลงหน้าผากมนของเวโรนิก้าผู้เป็นดวงใจและผู้เป็นที่รักก่อนจะหันไปสบตาอีกฝ่าย มือเล็กที่เปื้อนเลือดเอื้อมมาเช็ดน้ำตาให้เขาอย่างเบามือ อกัสกุมมือเล็กนั้นไว้มาแนบกับแก้มของเขาและจุมพิตลงบนมือเล็กเบาๆ

“อย่า ระ ร้องไห้” เสียงหวานพยายามพูด คนอย่างอกัสไม่เคยร้องไห้ให้กับอะไรแต่ต้องมาร้องไห้เพราะเขาอย่างนั้นหรือ เขาควรดีใจหรือเสียใจดีนะ เวโรนิก้ารู้ว่าอกัสรักเขามาก เขาเองก็ไม่ต่างกัน ดวงตารีเล็กสำรวจใบหน้าของแวมไพร์หนุ่มอย่างละเอียดเขาอยากมองและจดจำใบหน้าผู้เป็นที่รักให้ได้นานที่สุดเพราะนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้มองแบบนี้ อ่า ใครว่าแวมไพร์เป็นอมตะเขาคนนึงแหละที่ไม่เชื่อ เพราะว่าตอนนี้ความตายมันกำลังพรากความอมตะจากเขาไป

“ท่านรูปงาม จริงๆ” เวโรนิก้ายิ้ม

“เจ้ายังจะพูดอีก ทำไมเจ้าไม่หนีไปตั้งแต่แรก!!” อกัสพูดพร้อมกระชับกอดเวโรนิก้า ไม่เอาหรอก อยู่ไม่ได้หรอกหากไม่มีเจ้า

“ข้าไม่อยากทิ้งท่าน”

“แต่ตอนนี้เจ้าก็กำลังจะทิ้งข้าไปนะ ฮึก เวโรนิก้า” 

นั่นสินะท่านพี่

“ขะ ข้าขอโทษ ท่าน พี่”

“ข้าจะรักษาเจ้าอดทนนะ ระ รอจินกลับมารักษาเจ้าขอร้องได้โปรดอยู่กับข้า”

แวมไพร์หนุ่มพูดทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีทางรักษาเวโรนิก้าได้ คมกริชเวทมนต์ของพ่อมดศาสตร์มืดน่ะไม่มีอะไรรักษาหรือเยียวยาได้ มีเพียงความตายเท่านั้นที่กริชเล่มนั้นจะได้ไป 

เวโรนิก้าส่ายหัวเบาๆที่ได้ยินอกัสพูดแบบนั้น เขาดีใจที่คนรักพยายามรักษาเขาเอาไว้ แต่มันไม่มีประโยชน์

“ข้า ฮึก รู้ว่าข้า รักษาเจ้าไม่ได้เวโรนิก้า ฮือ” เขาสะอื้นเหมือนคนจะขาดใจ หากแลกชีวิตเขาให้ตายแทนเวโรนิก้าได้เขาย่อมทำ เอาอะไรมาแลกก็ย่อมได้เพียงแต่ขอให้คนรักของเขามีชีวิตอยู่ต่อเขายอมทุกอย่าง

“ท่านพี่อกัส ฮึก ข้าขอโทษ”

“ไม่ๆๆ เวโรนิก้าไม่” อกัสส่ายหัวรัวพร้อมกระชับกอดเวโรนิก้าให้แนบแน่น จมูกคมฝังลงบนลุ่มผมสีชมพูอ่อนกลิ่มหอมหวานจากเส้นผมที่เคยทำให้เขารู้สึกสดชื่นทุกครั้งที่สูดดม แต่บัดนี้ไม่ว่าจะสูดดมตักตวงความหอมหวานเท่าไหร่มันก็ไม่รู้สึกสดชื่นอย่างทุกครั้ง มันมีแต่ความเศร้าโศก เจ้าของเส้นผมที่เขาหลงใหลกำลังจะจากไปตลอดกาล...

“ขะ ข้าขออะไรได้ อึก หรือ ไม่ แค่กๆ” ใกล้แล้ว ใกล้หมดเวลาของข้าแล้วหรือ

“ดะ ได้ข้า ฮือ ให้เจ้าได้หมดเลยเวโรนิก้า”

“สัญญานะ ฮึก หากเรา ดะ ได้พบกันอีกครั้ง ทะ ท่านต้องยะ ยิ้มให้ข้าเพราะ.. แค่กๆ” เสียงแหบพร่าเปล่งออกมาขาดๆหายๆ นี่คงเป็นสัญญาณเตือนว่าเวลาใกล้หมดลงไปทุกที 

“ข้าชะ ชอบ อึก รอยยิ้มของท่าน”

“...”

“ได้หรือไม่..”

“...” อย่างพูดเหมือนเจ้ากำลังจะจากข้าไป

“สัญญากับข้า ฮึก สัญญาสิ” 

“สะ สัญญา ฮือ เวโรนิก้า ข้าสัญญา” พูดจบอกัสก็ประทับริมฝีปากลงบนปากเล็กอย่างนุ่มนวลและแผ่วเบาแทนคำสัญญา ร่างกายที่สั่นเทาของอกัสคงเป็นตัวบอกได้อย่างดีว่าเขานั้นเสียใจมากแค่ไหน 

“ข้ารักท่าน อกัส...” ดวงตาหรี่ลงจนเปลือกตาปิดสนิท มือเล็กที่อกัสกอบกุมไว้ร่วงหล่นลงพื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก 

ไปแล้ว...

เวโรนิก้าของเขาน่ะจากเขาไปแล้ว

หากจะให้เขาทำใจยอมรับความจริงว่าคนรักของเขาจากไปแล้วเขาทำไม่ได้หรอก การค้นหาสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถย้อนเวลาให้เจอได้ยังทำง่ายกว่าเสียอีก

“เวโรนิก้า!!!!!” ตะโกนจนสุดเสียงแทบขาดใจ หากพระเจ้าทรงเห็นใจได้โปรดส่งคนรักของเขาคืนมาจะได้หรือไม่...

แปะ แปะ แปะ

เสียงปรบมือดังลั่นหลังจากที่เขาอ้อนวอนพระเจ้า มันคงดีหากเป็นเสียงปรบมือยินดีของพระเจ้าที่กำลังตอบรับคำขอของเขาแต่เปล่าเลย มันเป็นเสียงของมัชจุราช มัชจุราชที่ร้ายกาจและน่ารังเกียจ

“ซึ้งเป็นบ้าเลยว่ามั้ย” น้ำเสียงยียวนชวนโมโหของ ลูคัส พ่อมดศาสตร์มืดตัวร้ายที่บังอาจมาคร่าชีวิตคนรักของเขาไป...ไอ้พ่อมดน่าสารเลว

“ทำไมเจ้าต้องฆ่าเวโรนิก้า!!!” นัยน์ตาสีแดงจดจ้องมาทางลูคัสอย่างเคียดแค้นและแข็งกร้าว

“ก็...มันโง่มาตายแทนเจ้าทำไมเล่า” พูดพรางยกนิ้วขึ้นมาจับปลายคางของตัวเองและแสยะยิ้มให้อกัสอย่างผู้ชนะ

“แก!! ไอ้พ่อมดนรก” อกัสขบฟันแน่น เมื่อได้ยินแบบนั้นมือของเขาทั้งสองกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ

“ชมข้าหรอ ฮ่าๆๆๆข้าชอบ”

“ฆ่าข้าซะ” อกัสเอ่ยเสียงเรียบ อยู่ไม่ได้หากไม่มีเวโรนิก้าเขาเองก็อยู่ไม่ได้ ให้เขาใช้ชีวิตคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีเวโรนิก้าเขาไม่เอา

“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าอยากเห็นเจ้าทรมานแทนอกัส!” พ่อมดร้ายเดินมาหยุดตรงหน้าอกัส พร้อมกับย่อตัวลงนั่งมองคนตรงหน้าที่ได้ขึ้นชื่อว่า ราชาแวมไพร์ นี่น่ะหรอราชาผู้ยิ่งใหญ่ ราชาที่กำลังอ้อนวอนขอความตายจากเขาเพียงเพราะคนรักจากไป คนนี้น่ะหรอที่ผู้คนต่างขนานนามว่าแข็งแกร่งกว่าใคร โง่เขลาและอ่อนแอ สุดท้ายพวกแกก็อ่อนแออยากตายเพราะความรักโง่ๆ

“บอกให้ฆ่าข้าซะ!!! ฆ่าข้าอย่างที่เจ้าต้องการแต่แรก!” พูดพร้อมเอื้อมมือไปยื้อแย่งกริซของอีกฝ่ายหมายจะปิดชีวิตตามคนรักไป ลูคัสผลักอกัสจนหงายหลัง 

อกัสไม่ตอบโต้กลายเป็นคนไร้เรี่ยวแรงไปเสียดื้อๆ

ร่างของอกัสพยายามลุกขึ้นกอดร่างที่ไร้วิญญาณของเวโรนิก้าไว้พร้อมกับปล่อยน้ำตาแห่งความเสียใจให้ไหลลงมา

“ฮ่าๆๆ สภาพเจ้าตอนนี้ดูไม่ได้เลย” ลูคัสหัวเราะร่วนพร้อมกับใช้เท้าเขี่ยร่างกายของอกัสอย่างสนุกสนาน

“อ่า ข้านึกแล้ว ความตายสำหรับเจ้าน่ะมันยังเร็วเกินไป” ลูคัสใช้ปลายกริชแหลมแทงลงไปที่นิ้วชี้จนเลือดสีดำไหลออกมา

“...” ลูคัสจิกหัวอกัสขึ้นมาเพื่อให้อกัสสบตากับเขา อกัสสบตาอยู่อย่างนั้นราวกับโดนมนต์สะกด

ปลายนิ้วชี้ที่เต็มไปด้วยเลือดจิ้มลงบนหน้าผากของอกัสพร้อมกับออร่าสีดำแผ่ออกมามากมายจากปลายนิ้ว ดวงตาดำสนิทจดจ้องเข้าไปในดวงตาสีแดง จนดวงตาสีดำเริ่มประกายแสงสีม่วงออกมา

“ข้าลูคัสพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ขอสาปเจ้า ให้เจ้าหลับใหลลงสู่ห้วงนิทราไปชั่วนิรันด์กาล อ่า ไม่ดีกว่า” ลูคัสยิ้มร้ายก่อนจะนึกอะไรดีๆออก ความทรมานที่ขมขื่นมันกำลังจะเริ่มขึ้นต่อจากนี้ต่างหากล่ะ

“ข้าขอสาปให้เจ้าหลับใหลไปตลอดกาลและเจ้าจงรับรู้เรื่องราวทุกอย่างแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ จงอยู่อย่างตายทั้งเป็นราวกับคนเป็นอัมพาตเถิด” พูดจบออร่าสีดำมากมายที่ออกมาจากคำสาปก็ไหลรวมกันเข้าแทรกซึมสู่ร่างกายของอกัสอย่างรวดเร็ว

“และไม่มีอำนาจลบล้างคำสาปข้าได้”

“นอกเสียจากมนต์ของข้าจะหายไปเอง ฮ่าๆๆๆๆๆ” ลูคัสผลักหัวของอกัสจนร่างของอกัสหงายหลังล้มลงไปนอนกองกับพื้นอีกครั้ง

“อ๊ากกกกก” อกัสบิดตัวอย่างทรมานก่อนจะหยุดนิ่งและหลับไหลไปตามคำสาป

“ฮ่าๆๆๆ ในที่สุดอาณาจักรแวมไพร์แห่งนี้ก็เป็นของข้า” 

 

 

 

 

 

 

ค.ศ. 2019 ปัจจุบัน

 

 

“จีมินโว้ย!!มาซ้อมได้แล้วกินอยู่ได้!!!” เสียงทุ้มติดแหบตะโกนเรียก คนถูกเรียกที่กำลังซดรามยอมอย่างเอร็ดอร่อยก็ต้องสะดุ้งโหยง แทบจะสำลักออกจมูก

“แค่กๆ ย๊าส์!!! พี่นัมจุนจะตะโกนทำไมเนี่ยตกใจหมดเลย” ร่างเล็ก เดินปึงปังออกมาจากห้องครัวของสโมสร ก่อนจะอ้าปากต่อว่าคนที่อายุมากกว่าและพ่วงตำแหน่งหัวหน้าทีม แต่..

“ผมหิว หิวไม่ได้รึไง!! อุ้ย คะ โค้ชวี” โค้ชทีมอีสปอร์ตของเขากำลังยืมกอดอกมองจีมินอย่างเอ็นดู

“กินเก่งจริงๆนะจีมินอ่า มาซ้อมกับทีมได้แล้วใกล้จะแข่งแล้วนะ” พูดพรางยีหัวของคนเด็กกว่าเล่น จนอีกคนยู่ปากอย่างน่ารักใส่

“รับทราบครับโค้ช” จีมินรับคำพร้อมกับลงไปนั่งประจำหน้าคอมพิวเตอร์มือเรียวเล็กคลิกเม้าเข้าสู่แอปพลิเคชั่นเกมออนไลน์ที่คุ้นเคย

“สู้ๆนะทุกคน พวกเราทำได้อยู่แล้ว” ผู้เป็นโค้ชพูดให้กำลังใจ

“ครับโค้ช!!” ทุกคนตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน 

ใช่แล้วล่ะพวกเราเป็นนักแข่งอีสปอร์ตที่กำลังเป็นที่จับตามองของคนในประเทศ หลังจากที่เกมออนไลน์เริ่มเป็นที่ยอมรับและเปิดกว้างมากขึ้น วงการกีฬาอีสปอร์ตก็มีบทบาทขึ้นมาทำให้หลายๆคนสนใจ ตัวจีมินเองก็เช่นกัน เขาก็เป็นคนชอบเล่นเกมอยู่แล้ว และโค้ชวีเป็นคนชักชวนเขามาร่วมทีมเพราะเห็นว่าเล่นดี เขาเองก็ไม่ปฏิเสธเพราะนี่น่ะเป็นความใฝ่ฝันของเขาเลยนี่นา 

ว่าแล้วก็ภูมิใจในตัวเองจริงๆ

“จีมินถ้ายังไม่รีบเข้าเกม พี่จะฟ้องโค้ชนะ”

“เข้าแล้วนี่ไง โว๊ะ!” พี่นัมจุนไอ้คนขี้ฟ้องเอ้ย

 

 

 

โค้ชหนุ่มที่ปลุกใจลูกทีมของตัวเองเสร็จก็ปลีกตัวออกมาอย่างเงียบๆ ขายาวก้าวขึ้นบันไดด้วยท่าทีสบายๆไม่นานนักก็เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องๆหนึ่ง ประตูบานสีขาวสะอาดถูกเปิดออกโดยโค้ชหนุ่มหน้าหล่อ

แกร่ก

โค้ชหนุ่มเดินเข้ามายังเตียงกว้างขนาดคิงไซร์ ปรากฏร่างของชายหนุ่มที่กำลังหลับใหล ใบหน้าขาวซีดที่ใครบางคนเคยบอกว่ารูปงามบัดนี้ก็ยังคงรูปงามไม่เปลี่ยนแปลง หากจะเปลี่ยนก็คงเป็นกาลเวลาที่เปลี่ยนไปแล้วนับ1,000ปี

 

 

 “รีบตื่นขึ้นมาเถิดนายท่าน เขาผู้นั้นกลับมาหาท่านอีกครั้งแล้ว”

 

 

 

……………………………………………………………………

ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบนะคะ ตอนต่อไปจะเป็นอย่างไรได้โปรดติดตามค่ะ 

ไรท์พูดไม่ค่อยเก่งแต่ว่ารักหมดใจนะคะ เม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์คนพูดไม่เก่งหน่อยนะคะทุกคน รวั๊กกก

เล่นแท็กนี้ได้เลยนะงับ #ยุนมินอีสปอร์ต

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4 ความคิดเห็น

  1. #3 aony_dainy12 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 01:09
    มาอัพอีกน้า รออ่านอยู่💗
    #3
    0