Asmodeus ตราบาปแห่งปรารถนา

ตอนที่ 1 : Intro

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 ก.ค. 57

Intro

 

            ท่ามกลางสายฝนที่ตกมาแบบไม่ยอมขาดสายแต่กลับมีชายหนุ่มร่างสูงโปร่งนั่งชันเข่าอยู่ในมุมมืด เสียงของสังกะสีบ้านทรงเตี้ยในหมู่บ้านสลัมก็ไม่ได้ช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บและบาดแผลตามตัวของเขาเลยแม้แต่น้อย มีแต่ซ้ำเติมบาดแผลพวกนั้นให้รู้สึกแสบมากกว่าเดิม คราบเลือดปนไปสายฝนจนน้ำใสสะอาดกลายเป็นสีแดงฉาน และน้ำสีแดงพวกนี้ก็ไหลออกมาจากใบหน้าอันหล่อเหลาทรงเสน่ห์และกลางหน้าท้อง ซึ่งมันก็อาจจะรวมไปถึงบนท่อนแขนแกร่งนั้นด้วยเหมือนกัน

            “บ้าเอ้ย!ร่างสูงแผดเสียงลั่นด้วยความเจ็บปวด บาดแผลจากลูกกระสุนและรอยกรีดของมีดมันกำลังจู่โจมเขาไม่รู้จักจบจักสิ้น พอจะขยับร่างกายมันก็ทรมานไปหมดเพราะรอยฟกช้ำที่เกิดจากการถูกรุมซ้อมแบบไม่มีการยั้งมือทำให้ใบหน้าของเขาแทบจะไม่เหลือเค้าโครงเดิมอีกต่อไป

            เขากวาดสายตาไปมารอบๆ อย่างหัวเสียเกินจะทนไหว เพราะไม่มีใครเดินผ่านมาแถวนี้ คนที่ขึ้นชื่อว่า ครอสทายาทอันดับหนึ่งของแก็งค์พยัคฆ์ดำอย่างเขาจะไม่ยอมตายอย่างเด็ดขาด! เขาจะไม่ยอมตายทั้งที่อายุแค่สิบหกแน่นอน เขายังอยากกลับไปดูแลน้องชายเพียงคนเดียวของเขา เขายังอยากขึ้นตำแหน่งหัวหน้าใหญ่ต่อจากพ่อ และเขาก็ยังอยากมีชีวิตต่อไปเพื่อแก้แค้นพวกแก็งค์อริที่บังอาจลักพาตัวเขามารุมซ้อมแบบนี้ด้วย!

            “นายเป็นอะไรหรือเปล่า? นาย!เสียงใสกังวานกับแรงสะกิดตรงไหล่ทำให้ครอสต้องเงยหน้าขึ้นมามองดูว่าใครเป็นคนมาสะกิดเขา ความหวังอันเลือนรางของเขากำลังจะเป็นจริงแล้วสินะ เขากำลังจะรอดชีวิตแล้วใช่มั้ย...เพียงแค่คิดเขาก็ค่อยๆ เผยรอยยิ้มให้กับคนตรงหน้าเพราะความหวังอันริบหรี่กำลังเป็นจริง แต่สติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดกับภาพพร่ามัวทำให้เขาประคองตัวเองไม่อยู่เสียแล้ว

            “ช่วยด้วย...

            “เฮ้ย!! นาย!!!!

 

            ครอสลืมตาตื่นขึ้นมาภายในห้องสีขาวสะอาดแต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของยา และถ้าให้เขาเดามันก็คงจะเป็นโรงพยาบาลแห่งใดแห่งหนึ่งในประเทศไทยแน่นอนโดยไม่ต้องสงสัย เขามองไปรอบๆ ห้องพักอย่างชั่งใจ ความเจ็บตรงช่วงท้องและผ้าพันแผลที่พันรอบช่วงเอวทำให้เขาเริ่มคิดถึงใครบางคนที่เข้ามาช่วยเขาไว้ แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเป็นใครแต่เขาก็อยากจะขอบคุณจริงๆ

            เสียงผู้ชายเดินคุยกันเริ่มดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทำเอาชายหนุ่มเริ่มระแวงไปหมด สภาพร่างกายตอนนี้มันไม่พร้อมที่จะลุกขึ้นไปต่อสู้หรือรับมือพวกนักฆ่าหรือลูกสมุนของแก็งค์อริหรอกนะ และถ้าเจ้าของเสียงพวกนี้เป็นลูกสมุนของแก็งค์อริจริงก็คงจะเป็นลูกสมุนมือสมัครเล่นแน่ๆ ถึงไม่ระแวดระวังตัวกันเลย

            “ตื่นแล้วเหรอ?”

            “นายนี่หลับนานใช่ย่อยเลยนะ สองวันเต็มๆชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจที่จู่ๆ ผู้ต้องสงสัยในความคิดของเขากลับเป็นเพียงเด็กหนุ่มฝาแฝดที่ดูยังไงก็แก่กว่าเขาแค่หนึ่งปีหรือสองปีเท่านั้น แถมทั้งคู่ยังช่างเจรจาเสียจนน่าเตะด้วยซ้ำ

            “ดีนะที่ไอ้ไอน้ำมันไปเจอนายเข้าในระหว่างทางกลับบ้าน ไม่งั้นนายตายแน่

            “ต้องขอบคุณพ่อของพวกฉันด้วยที่ยอมผ่ากระสุนออกจากตัวนายแบบฟรีๆ ไม่คิดเงิน

            “ใช่! ว่าแต่นายชื่ออะไร? ฉันชื่อเมฆ

            “ส่วนฉันชื่อหมอก ส่วนคนที่ชื่อไอน้ำคือน้องสาวของพวกเราเอง และก็เป็นคนช่วยชีวิตนายเอาไว้

            “ฉันเองก็คิดว่านายคงมีมารยาทมากพอนะถ้ารู้ว่าพวกเราแนะนำตัวกันให้รู้จักแบบนี้แล้วครอสรู้สึกหน้าตึงไปหมดกับคำพูดที่ไม่ดูตัวเองของสองฝาแฝดฝีปากกล้าไม่น้อย นี่ถ้าไม่ติดว่าน้องสาวและพ่อของทั้งสองเป็นผู้มีพระคุณสำหรับเขาแล้วล่ะก็...เขาจะควักปืนออกมายิงให้ไส้แตกเรียงคนเลยคอยดูสิ!

            “ครอส ชื่อของฉันคือครอส

            “ครอส? C-R-O-S-S?”

            “ใช่ ครอสนั่นล่ะ

            “ไม้กางเขนสินะ ยินดีที่ได้รู้จัก อีกสักพักพ่อของพวกเราคงจะมาตรวจร่างกายนายอีกทีพร้อมกับไอ้ไอน้ำน่ะแหละ

            “พักผ่อนเยอะๆ ล่ะ พวกฉันแค่มาดูว่านายฟื้นแล้วหรือยังก็แค่นั้น

            “อื้ม ขอบใจที่ยังอุตส่าห์แวะมาดูเขากัดฟันพูดขอบคุณสองฝาแฝดช่างจ้อแบบสุดกลั้น ในสมองก็พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองให้เย็นลงเข้าไว้ จะได้ไม่พลั้งมือหยิบแจกันดอกไม้ข้างเตียงคนไข้ปาใส่สองหนุ่มอย่างที่ใจต้องการ

 

            ชายหนุ่มนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงคนไข้ราวๆ เกือบชั่วโมงโดยที่ไม่กระดิกตัวไปไหนเพราะยังเจ็บกับบาดแผลตามตัว แต่เพียงแค่ได้ยินเสียงเปิดประตูห้องพักฟื้นแบบแว่วๆ เขาก็หันไปมองด้วยความหวาดระแวงตามนิสัยปกติของเขา แต่สิ่งที่เขาเห็นมันกลับเป็นผู้ชายในชุดกราวน์ ใบหน้าดูใจดีและอ่อนโยน มือขวาถือแฟ้มประวัติผู้ป่วย มือขวาก็ดึงหญิงสาวที่อายุดูไล่เลี่ยกับเขาเข้ามาในห้อง

            “ได้สติแล้วสินะ ไปทำอะไรมาล่ะถึงได้แผลมาขนาดนี้ ทั้งกระสุนทั้งรอยคมดาบ

            “มันเรื่องของฉัน...

            “อย่าพูดจาไม่มีมารยาทกับพ่อฉันแบบนี้สิ ยังไงท่านก็เป็นหมอนะ! ถ้านายไม่ได้ฉันป่านนี้คงไปเข้าเฝ้ายมโลกแล้ว!

            “หึ แต่ก็ขอบใจแล้วกันที่ช่วย ฉันเป็นหนี้ชีวิตเธอ แล้วเธอชื่ออะไร?”

            “ไอน้ำ นายอย่าเพิ่งพูดมากเลย นอนนิ่งๆ ให้พ่อฉันรักษาไปเถอะน่า แต่ตอนนี้ฉันต้องไปแล้วล่ะ มีเรียนพิเศษอีกสองชั่วโมงข้างหน้าเนี่ยร่างสูงคิ้วขมวดเป็นปมเมื่อเห็นว่าเธอคนนี้ทำท่ารีบร้อนเหมือนเวลาเป็นเงินเป็นทอง ยิ่งได้ยินคำว่า เรียนพิเศษเขาก็ขนลุกขนพองไปทั้งตัว เขาไม่ชอบการเรียนมากนักจึงเผลอทำหน้าบึ้งไปโดยปริยาย คุณหมอประจำตัวแบบจำเป็นของเขาจึงอมยิ้มอย่างเอ็นดูมาให้จนเขาทำตัวไม่ถูกและเลือกที่จะหันหน้าหนีแทน

            “ให้เมฆกับหมอกไปส่งมั้ยน้ำ?”

            “ไม่เป็นไรค่ะพ่อ น้ำไปเองได้ ไปละนะ ไว้เจอกัน

            “เดี๋ยวก่อน! แล้วฉันจะตอบแทนเธอได้ยังไง?”

            “เอาไว้วันหลังละกันนะ ถ้าเจอฉันก็อย่าลืมทักว่าจะตอบแทนล่ะแต่เขาก็ต้องหันกลับมาเพราะนึกขึ้นได้ว่าเขาต้องตอบแทนบุญคุณของเธอคนนี้ แต่เขาก็หยิ่งในศักดิ์ศรี และเขาก็ไม่อยากให้ใครมายิ้มล้อที่เห็นเขาทำตัวประหลาดๆ ไม่สมกับเป็นทายาทมาเฟีย แต่ก็เอาเถอะ เขาเป็นหนี้ชีวิตของเธอคนนั้น เขาก็ต้องตอบแทนหนี้นั้นแน่ๆ มาเฟียอย่างเขาถือคติที่ว่า

            บุญคุณต้องทดแทน แต่หนี้แค้นต้องชำระ!

 

 

 

 

 

 

 

            ลงอินโทรมาล่อก่อน 5555 รู้สึกว่าคุณครอสตอนเด็กนี่นิสัยแปลกๆ จะว่าน่ากลัวก็ไม่ใช่ น่ารักก็ไม่เชิง ออกแนวเด็กสมาธิสั้นและขี้รำคาญยังไงชอบกล ตอนหน้าจะเป็นปัจจุบันละโฮก -..- เอาจริงๆ อาจจะป่วงบ้างเพราะเขียนตอนท้ายๆ ของอินโทรช่วงตีหนึ่งกว่าย่างเข้าตีสอง สมงสมองเริ่มไปละ ง่วงมาก ต้องตื่นไปเรียน หวังว่าจะชอบกันเด้อ

1 ความคิดเห็น