แบล็ค (Yaoi)

ตอนที่ 3 : แบล็ค...กับตรอกต้องมนตร์ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    28 ธ.ค. 61






2

แบล็ค

The magic


แบล็ค...กับตรอกต้องมนตร์



"มนตรา...เวลา...พาข้าเข้าตรอกต้องมนตร์..."เมื่อเอ่ยจบก็เหมือนเห็นแสงสีน้ำเงินเล็กๆกระพริบที่ตรงกลางวงล้อ แบล็คกลั้นหายใจ หลับตาปี๋คลานตรงไปช้าๆ ชน? หรือไม่ชน? แวบนึงในใจอยากจะถอยกลับแล้วด่าตัวเองจริงว่าเชื่อไปได้ไง กูมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย ใครมาเล่นกลหรือถ่ายรายการอะไรหรือเปล่าวะ?

 

แต่ก็แค่นั้น... เพียงเสี้ยววินาทีหัวใจเต้นโครมคามด้วยความตื่นเต้น มันคือครั้งแรกที่เขาจะได้สัมผัสเวทมนตร์จริงๆเชียวนะ ความรู้สึกเหมือนมีฟองสบู่ขนาดยักษ์มาครอบตัวทำให้รู้สึกจักจี้หน่อยๆ ก่อนจะแตกโพล๊ะเบาๆ...



“อ๊ากก...”



ฉับพลันเหมือนร่างโดยฉุดกระชากลงในเครื่องปั่นผ้า ร่างกายเหมือนถูกหมุนอย่างรวดเร็ว ท้องไส้ที่ว่างอยู่เหมือนจะขย้อนเอาน้ำย่อยออกมาเสียให้ได้ก่อนจะหยุดลง ขาอันสั่นเทาของแบล็คทรุดลงพื้นหอบหายใจ เมื่อมันหยุดลงไปเสียที เวลาไม่กี่วินาทีช่างปั่นป่วนท้องไส้เหลือเกิน...

 

 

 

เสียงจ็อกแจ๊กจอแจที่ค่อยๆดังขึ้น ทำให้ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น....

 

ภาพบรรยากาศต่างกันราวฟ้ากับเหวเมื่อแบล็คลืมตาขึ้นจากล้อรถเข็นเล็กๆ กลับกลายเป็นตรอกขนาดใหญ่ มีซอยสาขามากมาย บางซอยก็อบอวลไปด้วยไอหมอกจางๆ บางซอยกลับมีควันหลากสีลอยขึ้นเป็นระยะๆ บางซอยก็เหมือนยกเอาเมืองเก่าของประเทศจีนมา และอีกหลายซอกซอยที่แยกออกไปจากถนนตรอกสายกลาง  ตึกสถาปัตยกรรมที่มีทั้งความเป็นตะวันตกเอเชียผสมผสานกันอย่างลงตัว สถาปัตยกรรมแบบกอทิก ปราสาทขนาดกลางที่ตั้งอยู่ลิบๆ แล้วนั่นร้านขายพรมหนิ ไม่คิดว่าเวทมนตร์มันจะมีอะไรแบบนี้จริงๆ มันช่างมีเสนห์...




ผู้คนจากหลายเชื้ออชาติเดินกันขวักไข่ว การแต่งตัวมีทั้งธรรมดาไปจนถึงแปลกประหลาด ร้านค้ามากมายทั้งร้านแผงลอย ร้านตามตึกรามากมายกระจายไปทั่ว.... สินค้าหน้าตาแปลกประหลาดถูกนำมาตั้งโชว์วางขายตามข้างทาง   



เมื่อมองไปรอบๆตัวพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่หน้าประตูบานเล็กสีฟ้าสด มีป้ายติดไว้ว่า ร้านพิกซี่มอล ด้านล่างป้ายห้อยพวงหรีดดอกไม้สีเขียวสดตัดกับสีแดงอันเล็กๆ บรรยากาศรอบด้านชวนให้นึกถึงเทศกาลคริสมาสในแถบยุโรปเสียจริง



“กว่าจะมาได้นะเพื่อนยาก... เอาน่าเดี๋ยวก็ชินเอง”ยังไม่ทันชื่นชมบรรยากาศให้เต็มที่ก็มีเสียงทุ้มเล็กๆขัดขึ้น โดยไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร เพราะมีอยู่คนเดียว

 


“โทษที...”


 

“ไม่เป็นไร... ว่าแต่นายมาตรอกต้องมนตร์จะมาซื้ออะไรเหรอ?”จิณถามขึ้นเผื่อจะได้แวะซื้อของที่หาเจอก่อน



“อ่า...ฉันยังไม่รู้ไว้เดินๆดูก่อนแล้วกันแล้วนายจะมาซื้ออะไร”แบล็คเอ่ยตอบปัดๆเนื่องจากจริงๆแล้วเป็นการได้มาโดยบังเอิญต่างหาก ก่อนจะถามกลับบ้าง



“ฉันจะมาซื้อหนังสือของท่านเจย์สันน่ะ สุดยอดพ่อมดในตำนานไอดอลของฉันเลยล่ะ”จิณเอ่ยอยากภาคภูมิใจ


“ท่านเจย์สันเหรอ?”


“ใช่ท่านเจย์สัน ท่านเป็นอดีตหนึ่งในสภาพ่อมดระดับสูงที่เก่งมาก โดยเฉพาะด้านพัฒนาสัตว์วิเศษและพืชวิเศษ แต่ตอนนี้ท่านเกษียรแล้วและพึ่งออกหนังสือเล่มใหม่เมื่อวานนี้นี่เอง และมาเถอะ... ฉันต้องรีบไปซื้อก่อนที่มันจะหมดได้ยินว่ามีเพียง500 เล่มทั่วโลกเวทย์เท่านั้น”จิณอธิบายอย่างตื่นเต้นพลางกระตุกมือแบล็คที่ยังยืนงงในดงพ่อมดแม่มดอยู่

 

 

กริ้งๆ เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเมื่อประตูไม้บานใหญ่สีเข้มถูกผลักเข้ามาในร้าน หนังสือที่เรียงรายกันอยู่มากมายทำเอาแบล็คอ้าปากกว้าง ภายในที่กว้างใหญ่ของมัน ก่อนที่จะเข้ามาในร้านด้านหน้าเป็นเพียงตึกสองชั้นแคปๆผนังหินเก่าๆกับประตูไม้เล็กๆหนึ่งบาน ไม่น่าเชื่อว่าเปิดเข้ามาข้างในจะใหญ่ขนาดนี้ ขนาดที่สามารถจะหนังสือเป็นหมื่นๆเล่มได้สบายๆ แสงไฟสีเหลืองอบอุ่น ตู้หนังสือที่ขดวนเป็นชั้นขึ้นไปเป็นวงกลม ตรงกลางขดส่วนล่างมีชายแก่ในชุดคลุมผ้าลื่นสีส้มอมน้ำตาล ยืนคนแก้มมัคอยู่หน้าโต๊ะอย่างไร้อารมณ์  จิณเดินนำไปหาชายแก่ที่หน้าจะเป็นเจ้าของร้านตรงหน้าทันที



“หวัดดีโอลิแวน..”



“ว่าไงไอ้หนุ่มอยากได้เล่มไหนล่ะ”ชายแก่ละความสนใจจากแก้วมัคตรงหน้าก่อนจะหันมาส่งยิ้มการค้าให้กับลูกค้าตรงหน้าในทันที



“ผมอยากได้ 2479 ของท่านเจย์สันน่ะครับ”จิณรีบบอกอย่างเร็ว



“อ่า 2479 เหลืออยู่หนึ่งเล่ม...”ชายแก่ในชุดคลุมสีส้มอมน้ำตาลหลับตาลงสักพักก่อนจะจะลืมตาขึ้นแล้วเอ่ยตอบ


“เอาครับๆๆ...”จิณรีบเอ่ยตอบอย่างตื่นเต้น เกือบไม่ทันแล้ว...











.............................................................




“เรค...เรคคคคค...เรคคค...อ่าจริงๆเลย”เสียงทุ้มแก่เหมือนเสียงซานตราครอสในความคิดของแบล็คเอ่ยขึ้นทันทีหลังตกลงทำการค้าขายเรียบร้อย ชายแก่เจ้าของร้านเอ่ยเรียกใครบางคนแต่เหมือนจะไม่มีวี่แวว จนต้องละความพยายามไป ก่อนจะหันกลับมายิ้มให้ลูกค้าตรงหน้าทีหนึ่ง 


สองมือกุมกันไว้ตรงหน้าเบาๆ คฑาปลายแหลมสีเงินเงาวับ หัวคฑาปรากฏรูปร่างเป็นนกชนิดหนึ่งคล้ายๆนกเค้าแมวกางปีกโอบอุ้มลูกแก้วสีน้ำเงินกลมๆอยู่ ตัวคฑาค่อยๆปรากฏขึ้นใต้ฝ่ามือที่กุมกันไว้ ชายแก่ยกคฑาขึ้นชี้ด้านหัวไปที่ตู้ๆหนึ่งเป็นตู้ไม้สีขาวที่อยู่ช่วงกลางๆของขดวงกลม ขณะที่ตู้ไม้ขยับเลื่อนออกมา จะมีตัวอักษรสีทองเรืองแสงออกมาครู่หนึ่งก่อนจะจางหายไป



J ” แบล็คมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นเต้น  ในขณะที่ตู้กำลังเลื่อนลงมาหากเพ่งมองดีๆจะเห็นครัวสีฟ้าจางๆโอบล้อมตู้และชักพาตู้ให้ลงมาที่จุดหมาย ตู้ไม้ขนาดเท่าตู้เสื้อผ้าเลื่อนลงมาหยุดลอยห่างจากระดับศีรษะ 1เมตร



“2479 เจย์สัน”ชายแก่เจ้าของร้านเอ่ยเบาๆก่อนที่หนังสือเล่มหนาปกแดงจะลอยออกมาจากชั้นอย่างรวดเร็วและหยุดลงบนเคาน์เตอร์พอดี ชั้นหนังสือลอยขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหมุนวนเข้ากลับที่ช่องเดิม



“2479 ทั้งหมด 70 เหรียญพ่อหนุ่ม”



“จ่ายผ่านบัตรครับ”จิณวางบัตรสีเงินบนเคาเตอร์ ก่อนจะรับหนังสือมาถือไว้



“เรียบร้อย แล้วแวะมาอุดหนุนใหม่นะ”



“ขอบคุณครับ”จิณเก็บหนังสือใส่ลงในกระเป๋าข้างลำตัวที่สะพายมาด้วยขณะเดินออกมาจากร้าน ซึ่งแบล็คเองก็พึ่งสังเกตเห็น



เมื่อก้าวขาออกจากร้าน เส้นทางที่เคยเดินมาเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไป แบล็คจำได้ว่าถนนหน้าร้านหนังสือนั้นตอนแรกยังเป็นร้านขายของจำพวกพรมหรือไม้กวาดอยู่เลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นร้านขายสัตว์และพืชต่างๆ ที่มีการตั้งแผงลอย เหมือนตลาดเปิดท้าย ขนาดย่อมที่ยาวไปจนสุดซอย ผู้คนต่างเดินแวะชมสินค้าตามร้านต่างๆ ชายหนุ่มมองดูด้วยสายตาวาววับ



“อยากเดินดูก่อนไหม ฉันได้หนังสือแล้วไม่รีบ”จิณเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนตรงหน้ามีที่ท่าสนใจ ตลาดค้าเคลื่อนตรงหน้า ตลาดค้าเคลื่อน คือ ตลาดขนาดย่อมที่มิอาจคาดเดาว่าจะมีร้านค้าไปปรากฏตรงไหนในตรอกต้องมนตร์แห่งนี้ ในแต่ละตรอกซอกซอยจะมีการหมุนเวียนสลับสับเปลี่ยนร้านค้า สับเปลี่ยนตลาดไปตามพื้นที่ต่างๆ ไม่อยู่ตามพื้นที่ เริ่มต้น จบลง และเคลื่อนย้ายไปเป็นไปตามเวลา ไม่มีใครรู้ว่าตลาดสินค้าแต่ละชนิดจะไปปรากฎตรงไหน เมื่อไหร่ มีคนเคยบอกว่าในขณะที่คุณกำลังเลือกสินค้าอยู่เงยหน้าขึ้นมาอีกที ตลาดอาจจะย้ายไปแล้วก็ได้ 


ดังมีเรื่องเล่าของเหล่าพ่อมดแม่มดต่อๆกันมาเกี่ยวกับตลาดค้าเคลื่อน ว่ามีแม่มดสาวคนหนึ่งหล่อนกำลังยืนเลือกเครื่องรางเพื่อไปช่วยในการสารภาพรักกับพ่อมดหนุ่มหล่อประจำโรงเรียนหากได้ใส่เครื่องรางหล่อนคงจะมีความมั่นใจมากกว่านี้ ซึ่งภายในร้านเครื่องรางของตลาดค้าเคลื่อน เครื่องรางมากมายมีการวางทั้งในรูปแบบสร้อย แหวน กำไล แท่งผลึก หยก และในรูปแบบต่างๆมากมาย สิ่งที่หล่อนสนใจนั้นคือสร้อยเครื่องรางสีดำที่ห้อยจี้รูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวซึ่งคาดว่าทำมาจากหินหยาดน้ำค้างที่มีความใสแวววับจับตามาก ว่ากันว่าถ้าใครได้สวมใส่สร้อยเครื่องรางจากหินหยาดน้ำค้างนี้จะทำให้มีโชคในด้านความรัก ซึ่งผู้สวมใส่จะเหมือนมีออร่าทำให้คนที่อยู่ใกล้ตัวได้รับความรู้สึกในด้านเดียวกับตัวผู้สวมใส่ แม่มดสาวทำการต่อรองราคากับเจ้าของร้านอยู่ก่อนจะตกลงกันได้ในที่สุด มือเล็กๆเอื้อมไปกำลังจะคว้าสร้อยเพื่อจ่ายเงิน ดันทำถุงเงินตกก้มลงเก็บถุง เงยหน้ามาอีกทีจากร้านเครื่องรางกลายเป็นร้านขายน้ำเมือกกบไปซะแล้ว จากตลาดเครื่องรางและลูกแก้วเคลื่อนเป็นตลาดพิกลคนในหม้อ แม่มดสาวได้แต่อ้าปากค้าจะไปตามหาร้านก็ยากเพราะไม่รู้ว่าเคลื่อนหายไปตั้งที่ไหนในตรอก ผู้คนที่พบเห็นก็พากันเล่าต่อๆกันมา ไม่รู้ว่าตอนนี้หล่อนจะกล้าไปสารภาพรักหรือยัง หรือว่าไปซื้อเครื่องรางใหม่แล้วหรือไม่ ซึ่งนี่ก็ป็นอีกหนึ่งมนต์เสนห์ของตรอกต้องมนตร์ตลาดที่ค้าเคลื่อนไปตามจุดต่างๆภายในตรอก คุณไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามันจะไปปรากฏที่ตรงไหน บางทีมันอาจจะมาปรากฏที่หน้าคุณตอนนี้เลยก็ได้



.

.

.

.




“ว่าแต่ว่าจิณฉันว่าตอนเข้าร้านนั่นฉันยังไม่เห็นร้านนี้นะ”แบล็คชี้ไปที่ร้านขายแมลงตัวเล็กๆที่มีกล่องใส่แต่ละตัววางซ้อนๆกันอยู่ภายในร้าน





“ตลาดค้าเคลื่อนน่ะสิ เคลื่อนไป เคลื่อนมา ไม่ตรงเวลา สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ ฉันว่านายรีบเดินเถอะ เกิดอยู่ๆตลาดเคลื่อนหายไม่รู้ด้วยนะ”จิณว่า แบล็คพยักหน้ารับก่อนจะเดินดูนั่นนี่ปตลาดนี้น่าสนใจน้อยซะเมื่อไหร่ ตลอดเส้นทางเดินมีร้านค้าสัตว์วิเศษหลายชนิดทั้งเล็กทั้งใหญ่ ทั้งลิงกอริล่าที่มีขาเป็นปูกำลังนอนอาบแดดอยู่ ปลาทองที่ว่ายน้ำในอากาศที่คอยอ้าปากปล่อยฟองอากาศออกมาในบางครั้ง  ม้าแคระที่สามารถส่งเสียงร้องเป็นทำนองเพลงได้ แมวขนสีทองทั้งตัวที่นั่งเชิดหน้าอยู่บนแท่นหน้าร้านยืนให้ผู้คนดูอย่างสง่างาม สลับกับร้านขายพืชต่างๆซึ่งแบล็คคาดว่าน่าจะเป็นสมุนไพรที่ไว้ทำยา เสียงพ่อค้าแม่ค้ามากมายที่กำลังเรียกลูกค้าที่เดินชม แบล็คเดินชมร้านต่างๆอย่างเพลิดเพลินก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขัดจังหวะ



“คุณผู้ชายสนใจสัตว์วิเศษสุดน่ารักไปไว้เลี้ยงดูสักตนไหมครับ”แบล็คชะงัก เจ้าของร้านขายสัตว์วิเศษที่ก้าวพรวดมาขวางทาง เอ่ยขึ้นและอาศัยจังหวะชะงักของลูกค้าดึงแขนเข้าร้านอย่างแนบเนียน



“นี่ครับๆ เชิญข้างในก่อน...”ชายหนุ่มเจ้าของร้านสวมชุดคลุมสีฟ้า สวมผ้าโพกหัวสีน้ำเงินปิดทับผมสีทองที่ล้นออกมาลิบๆ เอ่ยเชิญก่อนจะหยิบสัตว์วิเศษชนิดหนึ่งขึ้นมาเสนอขายอย่างเชิญชวน





“นี่คือฮอสฮวอค เป็นลูกม้าผสมเหยี่ยวครับ กำลังเล็กน่ารักขี้อ้อน ดูสิครับอ้อนมือใหญ่เลย พอโตไปก็ใช้งานได้ ส่วนใหญ่ลูกค้ารุ่นคุณผู้ชายจะซื้อเจ้าตัวนี้ไปเลี้ยงกันมากครับสนใจรับไปเลี้ยงสักตัวไหมครับตอนนี้เป็นช่วงโปรโมชั่นของเราเลยนะครับนี่เป็นจะสุดท้ายแล้ว จาก710เหรียญถ้าตัดสินใจซื้อตอนนี้เหลือเพียง300เหรียญเท่านั้น”ชายหนุ่มในชุดคลุมสีฟ้าเอ่ยขายของอย่างรวดเร็ว 



ในมือกำลังกรอบกลุมสัตว์ตัวน้อยๆ ที่มีหัวเป็นเหยี่ยวตัวเป็นม้าสีขาวมีปีกสีแดงเพลิงเหมือนกับสีของหัวสยายออกมาเล็ก ปากก็กำลังจิกมือเจ้าของร้านอย่างหัวเสีย ในขณะที่เจ้าของร้านบอกว่านี่คือการอ้อน 


แบล็คได้แต่ทำหน้ายิ้มแหยกลับไป โหดขนาดนี้บอกน่ารักให้ตายเถอะ อีกอย่างถึงอยากได้เขาก้ไม่มีเงินซื้อหรอก ที่นี่ใช้เงินสกุลอะไรกันก็ไม่รู้เรียกแต่เหรียญๆ เหรียญอะไร? ว่าจะดูตอนที่จิณจ่ายก็ดันจ่ายบัตร จะถามดูเดี๋ยวก็โดนเทศนาความโง่อีก เฮ้อออ... ชายหนุ่มส่ายหน้าเบาก่อนมองดูรอบร้าน เอ๊ะ



“นั่น....”



“แหมตาถึงมากๆเลยนะครับ นี่คือวอเทอร์แคท หรือก็คือแมวน้ำ ใช่ครับมันคือลุกแมวเหมียวๆแต่สายพันธุ์นี้สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ำและบนบก มีนิสัยรักสันโดษ แต่จะชอบอ้อนเจ้าของมากๆตัวนี้เป็นสายพันธุ์หายาก มีไม่ถึงห้าพันตัวในโลกนี้สนนราคาอยู่ที่ 10,000เหรียญ ถ้าซื้อตอนนี้เราแถมกล่องดูแลให้ฟรีเลยครับ”ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น



“อ่า....10,000เหรียญ...”แบล็คได้แต่ครางเสียงต่ำ อะไรจะแพงขนาดนี้ แต่ดูตามันสิออดอ้อนเสียจริง



“ลองจับขนดูก่อนก็ได้นะครับ เห็นว่าลูกค้าน่ารักนะเนี่ยไม่ซื้อไม่เป็นไร”เมื่อเห็นสายตาของคนตรงหน้าแล้วอดใจอ่อนไม่ได้ พ่อค้าหนุ่มพอจะแบ่งปันให้ลองจับขนดูสักเล็กน้อยโดยที่เขาอุ้มไว้คงไม่เป็นไร



“ได้เหรอครับ?”แบล็คเอ่ยอย่างตื่นเต้น



“ครับ แค่ลูบเบาๆนะครับ”แบล็คค่อยๆยื่นมืออกไปลูบเบาๆอย่างตื่นเต้น สัตว์วิเศษตัวแรกที่เขาสัมผัสขนสีส้มนุ่มลื่นดุจแพไหม เจ้าตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม หลับตาพริ้มลง ลอยยิ้มของชายหนุ่มค่อยๆคลี่อย่างเอ็นดู




เคร้ง!! กรรรรซ์!! กรี๊ดดด



เสียงข้าวของที่ด้านหน้าตกลง ตามด้วยเสียงขู่คำรามดังขึ้น



“ชิปละ!” ชายหนุ่มเจ้าของร้านเอ่ยอย่างตกใจ ดูเหมือนว่าเจ้าฮอสฮวอคที่ปล่อยไว้ไม่ได้จับใส่กรงจะทำพิษสะแล้ว ต้องรีบไปจัดการแต่วอเทอร์แคทในมือ โอยยยยุ่งยากไปหมด แบล็คที่เห็นความวุ่นวายจึงอาสาช่วยอุ้มเจ้าตัวน้อยไว้



“ให้ผมช่วยอุ้มไว้ก่อนก็ได้ครับ”ชายหนุ่มเจ้าของร้านมีท่าทีลังเล ยิ่งเจ้าตัวนี้แพงซะด้วย แต่ถ้าไม่รีบออกไปอีกตัวได้ทำเรื่องอีกเยอะแน่



“ไว้ใจผมได้ครับ ผมจะนั่นตรงนี้ไม่หนีไปไหนแน่อีกอย่างคุณก็อยู่หน้าร้าน ผมออกไปคุณต้องเห็น”แบล็คอธิบาย ชายตรงหน้าจะได้รีบไปจัดการเจ้าวายร้ายตัวน้อยสักที




“โอเค ผมไว้ใจคุณขอเวลาเดี๋ยว...”ว่าแล้วก็รับวิ่งไปหยิบห่วงแล้วออกไปคล้องคอเจ้าตัวน้อย ก่อนจะออกแรงดึงเข้ามา เจ้าฮอสฮวอคดิ้นไปมาฉุกกระชากลากูไปอีกทาง ชายหนุ่มก็ยิ่งดึงเข้ามาก่อนจะท่องมนตร์เบาๆเป็นกรงครอบ หันไม่มองในร้านเล็กน้อยลูกค้าของเขายังนั่งอุ้มเจ้าเหมียวน้อยอยู่ตรงนั้นก็เบาใจ ก่อนจะก้มลงหยิบกรงขึ้นมาเงยหน้ามาอีกทีร้านค้าของเขาก็เคลื่อนย้ายมาอีกที่หนึ่งแล้วแต่ที่ไม่เคลื่อนตามก็คือลูกค้าที่เคยนั่งอยู่พร้อมแมวน้อยราคาแพง ชายหนุ่มในชุดคลุมสีฟ้าแทบเข่าทรุดในทันที กรงที่พึ่งขังเจ้าฮอสอวอคตกลงพื้นทำให้เจ้าตัวยุ่งหลุดไปอีกรอบ แล้วนี่เขาจะเอาวอเทอร์แคทคืนมายังไง ให้ตายเถอะ หนึ่งหมื่นของฉัน

 

 


.

.

.

.

.

.

.
.


 

 

แบล็คที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงกลมเล็กกลางร้านที่มีบรรยากาศเหมือนอยู่ในซุ้มขายของแนวอาหรับ ท่ามกลางบรรดาสรรพสัตว์วิเศษในกรงหรือตู้ที่รายล้อมอยู่ ในมือข้างหนึ่งยังคงอุ้มประคองเจ้าเหมียวสีส้มตัวน้อยที่นอนหลับตาพริ้มอย่างอารมณ์ดีโดยมีอีกมือของเขาเกาคอเล่นอยู่เบาๆ

 

 

 

เสียงเคร้งคร้าง ข้างนอกร้านเรียกให้ชายหนุ่มอดมองตามไม่ได้ ชายผมทองเจ้าของร้านที่วิ่งวุ่นไปหยิบเชือกอะไรสักอย่างมาคล้องหัวเจ้าเหยี่ยวตัวน้อยที่พละกำลังไม่น้อยตามอย่างรวดเร็ว เขาสบตากับเจ้าของร้านอยู่เสี้ยววิก่อนที่เจ้าของร้านจะหันไปจัดการกับเจ้าเหยี่ยวน้อยที่มีขาเป็นม้าต่อ แบล็คละความสนใจและหันกลับมาดูเจ้าตัวน้อยในมืออย่างหลงใหล...มันช่างน่ารัก...และ

 

 


 

พรึบ!!

 

 

 

 

แสงสว่างสาดเข้ามาชั่ววินาทีก่อนที่ทุกอย่างจะหายไป แบล็คหรี่ตาเล็กน้อยก่อนจะมองไปรอบตัวอยู่ๆร้านค้าสัตว์วิเศษก็หายไป ทุกอย่างรอบตัวกลับมาเป็นแบบปกติ ไม่มีอะไร ร้านค้าหายไปหมด ตลาดที่เคยมีเสียงเจี๊ยวจ๊าว....หาย มันหายไปหมดเลย

 

แบล็คมองไปมาอย่างงุนงง....แต่พอนึกถึงคำที่จิณเล่าให้ฟังก็พอจะเข้าใจ

  

เหมี๊ยววว..

 

 

“เฮ้ย!....”เจ้าเหมี๊ยวส้มน้อย? ยังอยู่? ชายหนุ่มมองเจ้าสัตว์ตัวเล็กในอ้อมกอดอย่างงุนงง ทำไมมันไม่หายไปกลับร้านค้าล่ะ

 

  

“แบล็ค!.. อยู่นี่เองในที่สุดก็หานายเจอ”

 

“ตกใจหมดจิณ นายนั่นแหละหายไปไหนมา?”

 

“ฉันแวะซื้อแมงมุมสีฟ้ามาน่ะ เจ้านี่ไง”จิณเอ่ยพลางยกกล่องใสที่มีแมงมุงสีฟ้าตัวขนาดฝ่ามือเด็กน้อย 3-4 ตัวกำลังไต่ไปมาบนขอนไม้จำลองเล็กๆขึ้นมาให้ดู แบล็คมองก่อนจะพยักหน้าเชิงเข้าใจ

 

 “แล้วนาย...เฮ้..เจ้าเหมี๊ยวนี่น่ารักดีนะเนี่ย”จิณจ้องมองเจ้าแมวขนส้มอย่างสนใจ แมวน้ำตัวน้อยที่กำลังคลอเคลียอยู่บนอุ้งมือเพื่อนใหม่เขา วอเทอร์แคทน่าสนใจดีเป็นสัตว์หายากแต่ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้แต่ก็แพงใช่เล่น เพื่อนเรานี่รวยไม่เบา...


 

“อ่า...ใช่มันน่ารักมากแต่ว่า...”ไม่ใช่ของฉันนี่สิ... แบล็คเอ่ยขณะมองตาเจ้าแมวน้อยโดนที่ประโยคหลังยังไม่ได้กล่าวออกไปแต่กลับดังอยู่ในใจ มันช่างน่าหลงใหล น่ารักน่าชัง ถ้าได้อยู่ด้วยกันตลอด เล่นด้วยกัน นอนด้วยกัน แค่นี้...ไปอยู่กับฉันแล้วกัน

 

 

“เฮ้! แบล็ค...เป็นอะไรเนี่ยแต่ว่าอะไร”แบล็คหลุดออกจากพวังหลังจากเสียงจิณที่ดังเข้า สะบัดหน้าเล็กน้อยก้มดูแมวน้อยในแขนอีกทีก่อนจะยิ้มแล้วส่ายหัวปฏิเสธ

 

 

 “เปล่า ไม่มีอะไรไปกันเถอะ”


 “โอเค... ว่าแต่นายจะไปไหนต่อล่ะ”

 

“ฉันว่าฉันหิวแล้วล่ะ”แบล็คเอ่ยขณะลูบขนวอเทอร์แคทเบาๆ ก่อนจะมองซ้ายขวาเผื่อเห็นร้านอาหาร ร้านอาหารในโลกเวทมนตร์นี้จะเป็นอย่างไรยะ จะกึ๋ยๆเหมือนในนิยายหรือเปล่าเนี่ย...

 

“งั้นไปร้านครัวของเจนกัน...ร้านนี้แจ่มสุดละ”จิณเอ่ยขึ้น เมื่อนึกถึงร้านอาหารที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงในตรอกต้องมนตร์แห่งนี้

 

"โอเค ว่าแต่ร้านให้เอาสัตว์เข้าได้ใช่ไหม..."

 

 "ได้ แต่เก็บไว้ในกระเป๋าฉันก่อนก็ได้รู้สึกว่าแมวนายสีจะค่อนข้างสะดุดตา"จิณเปิดอ้ากระเป๋าสะพายข้างของตัวเอง แบล็คชะโงกหน้าไปดูด้านในกระเป๋า ภาพที่เห็นทำเอาแบล็คตาโตไม่คิดว่ากระเป๋าจะกว้างขนาดนี้ ภายในกระเป๋าเหมือนกับห้องขนาดประมาณ 25 ตร.ม. มีการจัดเก็บของไว้อย่างเป็นระเบียบ มีโซฟาเบจด้วยอีก1ตัวมีหมอนอิงเล็กๆ2ใบ พร้อมตู้หนังสือติดผนังอีก2ด้านอีกทั้งยังมีเฝกล่องเจ้าแมงมุมสีฟ้าที่จิณพึ่งซื้อมาวางอยู่ข้างตู้ ซึ่งชายหนุ่มก็คิดไว้ว่าสักวันจะต้องหากระเป๋าแบบนี้มาใช้บ้างสะดวกดีแท้ แบล็คค่อยๆหย่อนเจ้าแมวส้มตัวน้อยลงในกระเป๋า แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ขาสองช้างน้อยๆเกาะแขนเขาแน่นเลย

 

 "ไม่ต้องกลัวนะ อยู่ในนี้จะปลอดภัยแปปเดียวก็ได้ออกมาแล้ว..."แบล็คพยายามพูดปลอบให้มันสงบลง เจ้าแมวเอียงคอมองตาชายหนุ่มเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆคลายออกจากแขนของแบล็ค ชายหนุ่มยื่นมือล้วงเข้าไปวางอย่างระมัดระวังเพราะกลัวว่าเจ้าแมวจะตกลงไปในห้องซึ่งตนเห็นในมุมสูง แต่ปรากฏว่ามันไม่สูงอย่างท่คิดเพียงยื่นมือหรือสิ่งของเข้าไปก็จะไปถึงตรงที่เาาต้องการเลย เจ้าวอเทอร์แคทตัวน้อยหลังจากลงจากมือก็กระโดดขึ้นไปมุดนอนบนโซฟาทันที

 "โอเคเรียบร้อย"ชายหนุ่มพยักหน้ายืนยันเมื่อดูความเรียบร้อยแล้ว

 

 


 

 

 @ร้านครัวของเจน

  

 

กริ๊งๆ...กริ๊ง.. เสียงกระดิ่งที่แทบจะเป็นซิกเนเจอร์ของร้านค้าในตรองต้องมนตร์แห่งนี้ดังขึ้นเพื่อบอกว่ามีลูกค้าเข้าร้าน

 

      จิณเดินนำแบล็คเข้ามาภายในร้าน ประตูไม้สีดำตรงกลางเป็นดระจกใสถูกผลักเข้ามา ภายในร้านเครื่องเรือนส่วนใหญ่เป็นไม้สีดำหรือน้ำตาลเข้ม มีโต๊ะอาหารอยู่ประมาณ 7ชุด ในร้านนั่งได้โต๊ะละ4-5คนบ้าง 2คนบ้าง และ1คนบ้าง แสงไฟสีเหลืองนวลให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย

 

     จิณเดินนำเข้าไปนั่งที่โต๊ะไม้กลมๆสีดำทึบข้างๆกระจกสำหรับนั่งสองคนพอดี ซึ่งเป็นที่เดียวที่ว่างเนื่องจากมีลูกค้าพึ่งลุกไปไม่นาน เก้าอี้สีดำเหมือนจะรู้งานของมัน เมื่อลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทั้งหลายเดินมาถึงโต๊ะมันก็จัดการขยับถอยตัวเองออกมาเล็กน้อยและขยับเข้ามาเมื่อลูกค้านั่งลง จากนั้นสมุดเมนูก็ลอยเข้ามาหยุดและวางที่ตรงหน้าเบาๆ แบล็คมองซ้าย ขวาดูโต๊ะอื่นๆและบรรยากาศร้าน สมุดเมนูที่ลอยฉวัดเฉวียนแต่ร่อนลงบนโต๊ะอาหารอย่างนิ่มนวล อาหารที่ถูกปิดฝาลอยไปเสิร์ฟตามโต๊ะ สลับไปมาได้อย่างหน้าอัศจรรย์ โดยที่ไม่มีการชนกันหรือผิดพลาดใดๆ

 

 

"นายเอาอะไร?"แบล็คหันกลับมาสนใจเมนูตรงหน้าอีกครั้งเมื่อจิณถามขึ้น ใบสมุดเมนูมีหลากหลายรายการอาหารทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง ดูจนตาลายไปหมดก็ยังเลือกไม่ได้

 

"ฉันไม่รู้จะกินอะไรดี"

 

 "มันคือปัญหาโลกแตก ฮ่าๆ ฉันก็เป็นบ่อยไม่รู้จะกินอะไร"จิณว่า

 

 "นายจะสั่งอะไร"

 

"ฉันสั่งสมองหมูในน้ำเกรวี่"

 

"ห๊ะ!"สมองหมู...

 

"ล้อเล่นน่า... ฉันสั่งซุปเห็นกับเบค่อนแต่ถ้าฉันแนะนำนายก็คงเป็น 'สตูว์เนื้อแบบบูร์กอญ' ขึ้นชื่อสุดของที่นี่แต่เผอิญฉันไม่ชอบเนื้อสักเท่าไหร่ล่ะนะ"แบล็คฟังอย่างตั้งใจ สตูว์เนื้อกองๆอะไรนะ ชายหนุ่มคิ้วขมวดเล็กน้อยกับชื่ออาหารที่ไม่เคยได้ยิน

 

"เอ่องั้นฉันเอาสตูว์เนื้อก็ได้นายสั่งเลย "แบล็คเอ่ยแบบขอไปที ให้จิณสั่งนั่นล่ะตัดปัญหาเดี๋ยวเขาจะว่าเราบ้านนอกได้ฮ่าๆ

 

 "งั้นเอาซุปเห็นกับเบค่อนและสตูว์เนื้อแบบบูร์กอญอย่างละที่"ว่าจบสมุดเมนูก็ลอยกลับไปที่ฝั่งห้องครัว สักครู่อาหารก็รอยมาเสิร์ฟ

 

 แบล็คก้มลงมองจานสีขาวที่ลอยมาหยุดที่ตรงหน้าเขาเป็นสตูว์เนื้อตุ๋นในไวน์แดง พร้อมกับหอมใหญ่ เห็ด และเนื้อหมูชิ้นสดๆที่หั่นแบบชิ้นเล็กๆ ซึ่งเมื่อทานเข้าไปก็ต้องยอมรับล่ะนะว่าอร่อยสมกับเป็นของขึ้นชื่อของร้าน

 


"เออใช่ เกือบลืมไปเราต้องไปสมัครสอบให้นายด้วยนี่นา"ในขณะที่แบล็คกำลังดื่มด่ำกับรสชาติอาหารอยู่นั้นอยู่ดีๆจิณก็โพร่งขึ้นมาเรื่องการสอบเลื่อนขั้น

 "อ่า..นั่นสินะ"

 "เดี๋ยวกินเสร็จแล้วเรารีบไปกันเดี๋ยวหกโมงสภาจะปิดก่อน พวกสภาหัวโบราณพวกนี้ชอบแอบกลับก่อนเวลาบ่อยๆกลัวบ้านหายหรือไงกันก็ไม่รู้"จิณเอ่ยและกระเบาๆในช่วงประโยคหลัง

 "โอเค..."ต้องสอบจริงๆสิเนี่ย...

 

      เมื่อกินอิ่มกันแล้วก็ได้เวลาจ่ายเงินค่าอาหาร จิณหยิบบัตรสีเงิน ขึ้นมารูดที่ข้างโต๊ะหากมองดีๆจะมีแถบเล็กๆสีเทาติดอยู่ก่อนจะมีเสียงติ้ดเบาๆ สะดวกดีแท้ จานอาหารที่เคยอยู่ตรงหน้าก็ค่อยๆลอยกลับไปที่ห้องครัวแบล็คมองตามเล็กน้อยก่อนจะมองหน้าคนจ่ายเงินมื้อนี้ ชิบละลืมเรื่องเงินไปเลย เงินก็ไม่มียังดสือกกินของแพงอีก เฮ้อ ดีนะมีเจ้าจิณอยู่ด้วยไม่งั้นได้ล้างจานชามแน่ไอ้แบล็คเอ้ย...

 

"มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองสำหรับมิตรภาพของเรา..."ชายหนุ่มยิ้มตาหยีจนแว่นยกขึ้นเล็กน้อยตามแก้มที่พองขึ้น

 

"อ่าา... ขอบใจนะไว้ครั้งหน้าฉันขอเลี้ยงบ้าง"ตอบพอเป็นน้ำใจไปครั้งหน้าฉันจะหาเงินมาเลี้ยงคืนนะจิณ

 

 

 

 

@สภาศึกษา สาขารอง(ณ ตรอกต้องมนตร์ ประเทศไทย)

 

 ตึกสีขาวรูปทรงสี่เหลี่ยมสามชั้นแบบโมเดิร์นปรากฎแก่สายตาเมื่อเดินเข้าตรอกไปอีก3ซอยถัดไปจากซอยร้านอาหารก็ถึงที่นี่ สภาศึกษา สาขารอง ที่นี่ไม่มีเสียงกระดิ่ง ทุกอย่างในตึกนี้ดูทันสมัยและไฮเทค ซึ่งแต่ละอย่างเกิดขึ้นจากเวทมนตร์ไม่ใช่เทคโนโลยีใดๆ

 


เคาเตอร์ต้อนรับสีขาวสว่างมีเจ้าหน้าที่ในชุดสูทสีเทานั่งหลับหัวห้อยพนักแขนอยู่ แบล็ครอบสำรวจรอบๆตัวก็พบว่า บริเวณนี้ดูไร้ผู้คน เงียบสงบมาก เหมาะแก่การแอบหลับจริงๆนั่นแหละ

 

"แฮ่ม!..."จิณกระแอมเสียงดังเล็กน้อยเพื่อปลุกชายเจ้าหน้าที่ตรงหน้าอย่างไม่ให้เสียมารยาท และเจ้าหน้าที่ตรงหน้าก็ดูจะไม่มีการสะทกสะเทือนสักนิดยังคงหลับต่อไป แถมมีเสียงกรนเบาๆตอบกลับมาอีกต่างหาก ชายหนุ่มมองหน้ากันเล็กน้อย

 

 "อะแฮ่ม! สวัสดีครับท่านหัวหน้าสภา"จิณเอ่ยขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัด ฝั่งชายเจ้าหน้าที่ก็เหมือนมีญาณรับรู้พิเศษเมื่อได้ยินคำว่าท่านหัวหน้าก็เด้งตัวไปข้างหน้าลุกขึ้นทันที ก้มหน้าสองมือเปิดสมุดบันทึกด้วยท่าทีขึงขัง

 

 แบล็คที่มองอยู่แทบจะกลั้นหัวเราะไม่ไหวเลยทีเดียว ท่าเด้งนี่มันอะไรกัน ผ่านไปเล็กน้อยดูเหมือนชายเจ้าหน้าที่จะรู้สึกตัวก่อนจะเงยหน้ามามอง

 

จิณวาดยิ้มไปหนึ่งทีก่อนจะบอกกลับไปว่า

 

 

"ท่านหัวหน้าไปแล้วครับ ผมพาเพื่อนมาสมัครสอบ"ยังคงยิ้มอยู่ ชายเจ้าหน้าที่ถอนหายใจพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะวางกระดาษเปล่าที่เขียนว่าใบสมัครสอบเลื่อนขั้นพร้อมหมึกบนแท่นหมึกที่เห็นทั่วไปเวลาใช้กับตราปั๊ม เพียงแต่นี่เป็นหมึกสีม่วงเท่านั้น แบล็คมองของตรงหน้าอย่างงงๆ นี่จะให้เขาเอามือจิ้มเขียนใบสมัครเหรอเขียนอะไรยังไงเนี่ย ก่อนจะมองไปที่จิณที่ยืนยิ้มส่งกำลังใจมาให้เต็มที่

 

 "ยืนรออะไร รีบๆประทับซะสิข้าจะได้รีบทำงานต่อ"ชายเจ้าหน้าที่เอ่ยเร่งเมื่อคนตรงหน้ายังยืนเฉยอยู่

 ประทับอะไรเล่า แล้วรีบทำงานอะไรเมื่อกี้ยังเห็นนอนกองบนเก้าอี้อยู่เลยเถอะ แบล็ครอบสถบในใจ และดูเหมือนเจ้าหน้าที่จะทนรอที่จะทำงานต่อไม่ไหวจึงยกนิ้วชี้ที่มีแหวนวงเล็กๆประดับอยู่ร่ายมนตร์2คำ นิ้วนางของแบล็คก็ขยับไปแตะบนแท่นหมึกสีม่วง ก่อนจะประทับลงบนกระดาษ เมื่อประทับเรียบร้อยข้อมูลต่างๆก็ปรากฏขึ้น

 

 

 

ใบสมัครสอบเลื่อนขั้น

 

ชื่อ นายกลทีบ์ กาลสกุล (อ่านว่า กน-ละ-ที)

ชื่อเล่น แบล็ค

อายุ 21

ระดับ ผู้ใช้เวทย์

สอบขั้น พ่อมดชั้นต้น

เวลาสอบ 20,สิงหาคม 20XX

สถานที่สอบ สภาศึกษา สาขาหลัก ณ ประเทศไทย


ประทับตรากระทรวงศึกษาพ่อมดและแม่มดโลก




Talk

Sorry ทุกคนที่รอนานพึ่งเห็นมีคนเม้นเพิ่ม555ดีใจ ส่วนหลังอาจจะเขียนไม่ดีเท่าไรขออภัยด้วยจะมีการปรับแก้อยู่ อาจจะมีพิมพ์ผิดบ้างขออภัยเนื่องจากพิมพ์ในมือถือ สุดท้ายขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้า



สวัสดี เราดีใจมากที่เห็นเม้นท์น้ำตาจะไหลเห็นเม้นแล้วลุกขึ้นมาแต่งต่อเลย งื้อออ ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน จะบอกว่าตอนนี้ค่อนข้างบรรยายเยอะซึ่งแต่งยากมากเพราะต้องเอาจิตนากราหลายส่วนมาแปลเป็นตัวอักษร มาลงช้าเพราะหอตัดไฟเด้อ จะพยายามลงเรื่อยๆนะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #4 eakaroon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 03:08

    ได้ฟิล แฮรี่เลย น่าติดตามมากกกกกก รออยู่น่ะ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #4
    0
  2. #3 Dnoppawan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 15:08
    พออ่านแล้วน่าตื่นเต้นมากก ชอบ
    #3
    0
  3. #2 ChayapaSuansakul (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 20:15
    รออยู่น้าาา
    #2
    0