คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Short Fiction 1D Translated Short Fiction 1D Translated | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เป็นเพียงแค่ Short Fiction เท่านั้นนะจ๊ะ



และมันก็สั้นมากๆด้วย ภาษาที่ใช้แปลอาจอ่านแล้วงงๆ เพราะนี่คือเรื่องแรกที่แปลเลยจ้า



เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องที่แปลแต่อย่างใด


ถ้าไม่ฟินก็ไปโทษคนแต่งได้เลย #ไม่ใช่ละ


สุดท้ายนี้อยากฝากให้ทุกคนติชมกันหน่อยน้าาาาา 


อยากให้คอมเมนต์กันหน่อยถ้าพอใช้ได้เราจะได้เอามาลงเพิ่ม










 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 6 ส.ค. 56 / 16:33


 

The Frist Snow: Harry Styles

เป็นอีกเช้าวันหนึ่งของฤดูหนาวขณะที่หิมะเริ่มโปรยปรายลงมา คุณและเพื่อนสนิทของคุณ “แฮร์รี่” กำลังเดินเล่นอยู่ภายในสวนสาธารณะ คุณตกหลุมรักเค้าตั้งแต่แรกพบพียงแต่ไม่เคยกล้าพอที่จะบอกความรู้สึกของตนเองให้อีกฝ่ายได้รับรู้

แฮร์รี่กำลังเล่นหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย คุณยืนมองเค้าใต้ต้นโอ๊คหัวเราะและถูฝ่าเมื่อของตนเองเพียงแอบหวังว่ามันคงช่วยให้อุ่นขึ้นบ้าง หลังจากถุงมือเจ้าปัญหาดันมาหายไปแบบนี้

เมื่อสังเกตเห็นพฤติกรรมแบบนั้นแฮร์รี่จึงเดินมาหาคุณ

“หนาวหรอ,เพื่อนเลิฟ??” แฮร์รี่ถามพลางยักคิ้วให้คุณ  ให้ตายสิ มันน่ารักจริงๆ เวลาเค้าทำแบบนั้น


คุณทำได้เพียงพยักหน้า ตัวสั่นและปากก็เช่นกันมันเริ่มสั่นจากอากาศหนาวซะแล้วสิ


 แฮร์รี่ถอดเสื้อโค๊ตตัวโปรดของเขาในทันทีก่อนสวบทับมันให้กับคุณอย่างหลวมๆ


“แฮร์รี่นายไม่จำเป็นต้องทำ --“ คุณบอกปฏิเสธแต่สายตาห้ามปรามของคนตรงหน้าทำให้คุณจำต้องเงียบลงในทันที     คุณกลอก

ตาไปมาอย่างหน่ายๆและไม่เต็มใจนักที่จะเชื่อฟังเค้า
              


แฮร์รี่เดินนำคุณมายังม้านั่ง คุณและเค้านั่งลงข้างกันก่อนเริ่มเล่นกับเกล็ดหิมะรอบๆตัว หัวเราะบางมุกตลกที่คนตัวสูงพยายาม

เล่าให้ฟัง แค่เพียงคุยเรื่องต่างๆด้วยกัน
            เท่านั้น


แฮร์รี่เงียบไปชั่วขณะ เค้าได้แต่จ้องมองคุณด้วยสาตาชื่นชม


คุณรู้สึกว่าตัวเองหน้าแดงและบอกกับตัวเองว่าสาเหตุของมันคงเป็นเพราะอากาศที่เย็นเกินไปเท่านั้นเอง


คุณดันมือเข้าไปในแขนเสื้อตัวยาวเพียงเพื่อหวังให้ความหนาวเย็นจะบรรเทาลงบ้าง ดึงแขนเสื้อมาปิดจนมิดมือของคุณ แฮร์รี่ดึง

มือคุณทั้งสองข้างออกมาอย่างช้าๆก่อนบรรจงจูบอย่างแผ่วบาและทำให้มันอุ่นขั้น



“เธอเป็นคนที่สวยมากนะ, เธอรู้มันใช่มั๊ย(ชื่อของคุณ)??” แฮร์รี่พูดมันออกมาราวกับมันเป็นเพียงเสียงกระซิบ                                

ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองแววตาของคุณที่กำลังจับจ้องเค้าอยู่เลยด้วยซ้ำ


คุณไม่สามารถทนเก็บมันไว้อีกต่อไปแล้ว คุณคงต้องบอกกับเค้าเสียที



“แฮร์รี่ ฉัน


ยังไม่ทันที่จะจบประโยค ริมฝีปากของคนตัวสูงก็ประทับลงมาอย่างแม่นยำในทันที

.

.

.

คำพูดคงไม่จำเป็นอีกแล้ว ไม่จำเป็นเท่ากับสิ่งที่คุณกำลังสื่อให้คนตรงหน้ารับรู้ในเวลานี้


 และเค้าเองก็เช่นกัน เค้าเองก็กำลังสื่อให้คุณรู้เช่นกัน














Christmas Love: Zayn Malik

 

เช้าตรู่ของวันคริสมาสต์

คุณลุกขึ้นออกจากเตียงพร้อมๆเกล้าผมมวยอย่างหลวมๆ  หยิบเสื้อโค้ตตัวโปรดมาสวม หยิบรองเท้าบู๊ตคู่สวยมาใส่

เมื่อเช็คความพร้อมหน้าและผมของตัวเองอีกครั้งเป็นที่เรียบร้อย

การก้าวออกนอกบ้านท่ามกลางเม็ดหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย คือสิ่งที่คุณกำลังจะทำ

หิมะที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าหม่นๆดูรุนแรงจนน่ากลัว  ถึงกระนั้นมันก็ยังคงไม่ใช่พายุหิมะอยู่ดี

นั่นทำให้คุณโล่งอกไปได้อีกเปราะนึง

 

Merry Christmas Word!!! คุณตะโกนออกมา

“จุ๊ๆ ระวังหน่อยสิที่รัก นี่มันเพิ่งจะหกโมงเช้าเองนะ” ใครบางคนพูดขึ้นมา

 

คุณหันมองไปรอบๆตัวก่อนเจอเพื่อนสุดซี้ของคุณ “เซน มาลิค” นั่นเอง เค้ายืนห่างจากคุณเพียงไม่กี่ก้าว

“เซนนนนนนนน” คุณกระโดดเข้าตะครุบตัวคนตรงหน้าไว้ กอดเค้า

กอดด้วยความรักที่ทำให้คุณและคนตรงหน้าร่วงลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้นด้วยกันทั้งคู่

Merry Christmas!!! คุณแผดเสียงใส่หน้าเค้าอย่างจังและคนตรงหน้าทำได้เพียงแค่หัวเราะบัวๆใส่มัน

Merry Christmas,ที่รัก” เค้าหัวเราะออกมา

“ตอนนี้ลุกออกไปได้แล้วล่ะ ตัวเธอนี่ไม่ใช่เบาๆเลยนะ”

 

คุณยิ้มอย่างร่าเริงแล้วหันไปตีแขนคนตรงหน้าก่อนลุกขึ้นยืนและหันไปช่วยอีกคนที่ยังคงไม่ลุกไปไหน

คุณช่วยให้เค้าลุกขึ้นแต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะช่วยดึงคุณลงไปอีกครั้ง 

“โอ๊ะ” คุณร้องออกมาหลังจากที่ก้นกระแทกพื้นเย็นเฉียบอย่างจัง

“ฮ่าๆๆ นั่นสำหรับที่เธอทำให้ฉันล้มลงพื้น” เซนพูดแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนที่เค้าจะทันได้ตั้งตัว คุณจึงรีบสกัดขาและนั่นทำให้เค้าล้มลงพื้นอีกครั้ง

“เฮ้ แบบนี้ไม่แฟร์เลยนะ” เซนพูดก่อนที่คุณจะแลบลิ้นให้เค้าอย่างสะใจสุดๆในความพ่ายแพ้ของคนตรงหน้า

“ไม่กลัวหรอที่แลบลิ้นใสฉันแบบนี้”  เค้าพูดด้วยน้ำเสียงออกแนวขู่คุณ แต่ฟังดูแล้วมันออกจะตลกพิลึก

“และนายจะทำยังไงล่ะถ้าฉันทำมัน?” คุณพูดหยอกล้อคนตรงหน้า



“ฉัน...ก็....จะ....” คนตัวสูงคลานเข้ามาใกล้คุณเรื่อยๆ

 “จั๊กจี๋เธอไงล่ะ” เซนแกล้งคุณอย่างไม่ปราณีและนั่นทำให้คุณส่งเสียงหัวเราะออกมาราวกับคนบ้าก็มิปาน

“อ๊า ฮ่าๆ พอก่อน หยุดก่อน ฮ่าๆๆ เซนๆ หยุดก่อน ฮ่าๆ” คุณพูดในขณะที่ตัวเองกำลังนอนหัวเราะตัวงออยู่กับพื้น

“หยุดได้ถ้าเธอมีของขวัญให้ฉัน” เค้าพูดและจั๊กจี๋คุณมากขึ้นกว่าเดิม

“ได้ๆฉันจะให้” คุณตอบตกลงเค้าเพื่อที่คนตรงหน้าจะได้หยุดแกล้งคุณสักที

 


เค้าไม่รู้ไงว่าหัวเราะแบบนี้นานๆมันก็เหนื่อยไม่น้อยเลยนะ คุณและเซนลุกขึ้นยืน

“นายโดนหลอกแล้วล่ะนะ”  คุณพูดพร้อมออกตัววิ่งไปรอบๆสนามบ้านของตัวเอง

เซนวิ่งไล่ตามคุณพร้อมๆกับตะโกนไล่หลังมาอย่างไม่ขาดสาย “โกหกกันนี่”

“นี่นายไม่มีของขวัญมาให้ฉันแล้วทำไมฉันถึงจำเป็นต้องให้ของขวัญนายด้วยล่ะ”

คุณตะโกนถามพร้อมๆกับออกวิ่งหนีเค้าเช่นกัน

“เพราะคริสมาสต์ปีที่แล้วเธอไม่ให้ของขวัญฉันไงถึงแม้ว่าฉันให้เธอก็เหอะนะ” เค้าพูดและวิ่งไล่ตามคุณมาติดๆ

 



คุณนั่งลงกับพื้นหญ้าก่อนอ้าปากเพื่อให้ได้อากาศหายใจ  เซนก็ทำเช่นเดียวกันก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนข้างๆคุณ

คุณต่อยท้องของคนนอนข้างๆอย่างจัง ซึ่งนั่นเรียกเสียงร้องของเค้าออกมาได้เป็นอย่างดี

คุณหัวเราะเยาะเย้ยพร้อมกับๆอีกฝ่ายที่ได้แต่ทำหน้ามุ่ยเพราะความเจ็บ

 

“ตอนนี้ฉันไม่มีของขวัญให้นายหรอก...ขอโทษด้วยนะ”

“ไม่เป็นหรอกน่า”

“จริงป่ะเนี่ย?”

“แน่นอน มาเล่นปาหิมะกันดีกว่าน่า”   คุณสองคนเล่นปาหิมะกันอย่างสนุกสนาน

 

 

คุณตกหลุมรักคนๆนี้มานานมากแล้วเพียงแต่เพราะคำว่า “เพื่อนสนิท” เท่านั้นที่ยังคงค้ำคอคุณอยู่ในทุกวันนี้

นั่นเป็นสาเหตุที่เค้าไม่มีทางรู้เลยว่าความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นภายในใจของคุณเอง

 

คุณกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกับเซนเพื่อมองหาโกโก้ร้อนสักแก้ว ที่คาดว่ามันน่าจะบรรเทาความหนาวลงได้อย่างเป็นแน่

 

“นั่นมันอะไรกัน” คุณร้องถามเมื่อเห็นกล่องของขวัญจากตรงหน้า

“ของขวัญสำหรับเธอไง”   ของขวัญสำหรับคุณนั่นเองเซนยื่นมันให้ขณะที่คุณทั้งสองยืนอยู่ใต้ต้นคริสมาสต์

“ฉันขอโทษจริงๆนะเซนที่ไม่มีของขวัญให้นายน่ะ”

“อืม ไม่เป็นไร”

 

หลังจากที่คุณทั้งสองคนจัดการกับโกโก้ตรงหน้าจนหมด เซนจึงขอตัวกลับบ้านของเค้า คุณแลดูตื่นเต้นกับของขวัญชิ้นตรงหน้าไม่น้อยดังนั้นคุณจึงตัดสินใจเปิดมันออก อย่างไม่รอช้า

 

คุณรู้สึกดีใจอย่างท้วมท้นเมื่อเห็นเจ้าเท็ดดี้แบร์ถือรูปหัวใจตัวนี้ ตรงหน้านี้ มันคือของขวัญที่เซนมอบให้คุณ

“ทุกอย่างที่ฉันต้องการในคริสมาสต์นี้คือ เธอ(ชื่อของคุณ) ฉันรักเธอนะ” ตัวอักษรเล็กๆบนรูปหัวใจเขียนไว้ดังนี้

 

ยังมีกระดาษแผ่นเล็กๆที่แปะบนกล่องซึ่งนั่นเรียกความสนใจจากสายตาคุณได้เป็นอย่างดี

 

 

"Merry Christmas (ชื่อของคุณ) มันนานมากแล้วนะตั้งแต่ที่เราได้เจอกัน และใช้ช่วงเวลาในคริสมาสต์ด้วยกันมาหลายปีแล้วด้วย มันเป็นแบบนั้นมาตลอดตั้งแต่ที่ฉันต้องการบอกเรื่องนี้กับเธอ และฉันไม่มีแม้กระทั่งความกล้าหาญพอที่จะบอกเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่นี่มันสำคัญมากกว่าที่ฉันกำลังจะบอกในตอนนี้ก่อนที่จะสายเกินไป อืม...นี่แหละที่ฉันจะบอก (ชื่อของคุณ) ฉันรักเธอและยังคงเป็นอยู่แบบนั้น รักเธอมากเหลือเกิน ฉันรู้เธออาจจะไม่รู้สึกแบบเดียวกัน แต่

ฉันรักเธอ

ฉันรักเธอ

ฉันรักเธอ ตอนเธอได้อ่านจดหมายนี้ฉันคงไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยเพราะฉันกลัว กลัวว่าเธออาจจะตบหน้าหน้าฉันและเธออาจจะไม่อยากเห็นหน้าฉันอีก ดังนั้นนี่ล่ะสิ่งที่ฉันตัดสินใจทำคือเขียนจดหมายนี้ให้กับเธอและฉันก็จะกลับบ้านในทันที เอาล่ะ,(ชื่อคุณ)ฉันรักเธอนะ รักมากเหลือเกิน Merry Christmas!!!

รักมากนะ

เซน"

 



คุณรู้สึกถึงน้ำตาที่กำลังลอบไหลออกมาจากดวงตาของคุณขณะที่คุณอ่านจดหมาย คุณอ่านมัน อ่านซ้ำๆอยู่อย่างนั้น

คุณหยิบบีนนี่มาใส่อย่างทุลักทุเล พลางวิ่งไปหาเค้า วิ่งไปหาเซน

บ้านของของเค้าอยู่ห่างออกไปเพียงสองบล็อกเท่านั้น

คุณตะโกนเรียกเค้าและยืนรออยู่ที่หน้าประตูก่อนที่เจ้าตัวจะรีบเปิดมันออกอย่างรวดเร็ว

คุณต้อนรับเข้าด้วยอ้อมกอด กอดเค้าให้แน่นที่สุดเท่าที่ทำได้

เซนแลดูจะตกใจกับพฤติกรรมทั้งหมดของคุณไม่น้อย

 

 

คุณหอมแก้มคนตรงหน้าอย่างลวกๆก่อนบรรจงมอบจูบอย่างดูดดื่มให้แก่เค้า

ในขณะที่คุณถอนจูบออก เซนยังอยู่ตรงนี้อยู่ตรงหน้าคุณพร้อมกับอาการช็อคที่คุณสังเกตเห็นได้ปรากฏอยู่บนใบหน้าเค้า

“นั่นมันเพื่ออะไรหรอ?”

“ไม่มีอะไรหรอกฉันแค่.....รักนายเหมือนกันนะ”

ตอนนี้คุณทั้งสองสวมกอดกันเอาไว้ ร้องไห้ ด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้นที่คุณทั้งสองมีให้กัน

“ฉันคิดว่าเธอจะไม่รักฉันตอบซะแล้ว” เซนพูดพร้อมกับน้ำตาที่ล่วงหล่นจากดวงตาของเค้า

“ฉันก็เหมือนกัน ฉันรักนายนะและก็จะรักตลอดไปด้วย”   คุณจูบคนตรงหน้าอีกครั้ง 

“เป็นคริสมาสต์ที่ดีที่สุดเลยนะ”  เซนบอกกล่าว คุณหัวเราะใส่เค้า

 

 


นี่คงเป็นครั้งแรกคริสมาสต์แรกที่คุณและเค้าได้ใช้เวลาร่วมกันในฐานะที่ต่างออกไปจากทุกๆปี

ไม่แค่เป็นเพียงเพื่อนสนิทเท่านั้น ในตอนนี้ ในตอนนี้คุณทั้งสองเป็นมากกว่านั้นแล้วจริงๆ

 







Mine Again: Louis Tomlinson

 

“หวัดดี” เสียงของแฟนเก่าของคุณนั่นเอง ลูอิส

คุณและเค้าทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ในสวนสาธารณะสถานที่แรกที่เคยเจอกัน

“หวัดดี J” คุณพูดพร้อมๆกับรอยยิ้มจอมปลอมที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า

ลูอิสและคุณเลิกกันเพราะบรรดาแฟนคลับต่างพากันเกลียดคุณและกล่าวหาว่าคุณเพียงแค่หลอกใช้เค้าเท่านั้น

คุณก็เสียใจไม่น้อยเหมือนกันเมื่อรู้ว่าลูอิสแอบมีความสัมพันธ์ลับๆกับเอลเลเนอร์ 

ขอบคุณพระเจ้าที่พวกปาปารัสซี่ไม่รู้ข่าวนี้ 

มันกินเวลามาราวหนึ่งเดือนเต็มที่คุณและเค้าเลิกรากัน

และคุณจำใจต้องยอมรับว่ายังคงรักผู้ชายตรงหน้านี้ไม่เปลี่ยนแปลง

“เป็นยังไงมั่ง, สบายดีมั๊ย?”

คุณไม่รู้ว่าควรตอบคำถามของคนตรงหน้าว่าอย่างไรดี

“ฉันสบายดี”, “ฉันก็แค่อกหักไง” , “ฉันคิดถึงนายนะ” , “กลับมาเป็นของฉันอีกครั้งเถอะ” หรือ “ฉันยังคงรักนาย”

แต่คำพูดเหล่านี้ไม่ได้ถูกเอ่ยออกจากปากคุณอย่างแน่นอน กลับกันคุณทำได้เพียงบอกคนตรงหน้าแค่ว่า

“ฉัน....โอเค”เป็นเพียงแค่คำพูดง่ายๆเท่านั้นที่คุณเปล่งออกมา

“โอเค....จริงๆหรอ?”

 

คุณจ้องมองดวงตาของเค้า ดวงตาคนตรงหน้าดูราวกับมีน้ำใสๆเอ่ออยู่ในนั้น

“นี่นาย...กำลังจะร้องไห้หรอ?”

“ไม่” ลูอิสพูดพร้อมขยับเปลือกตาเร็วๆเพื่อไล่น้ำตาออกไปจากดวงตาคู่สวยนั้น

“นายกับเอลเลเนอร์เป็นไงบ้าง?” คุณรู้สึกราวกับว่าหัวใจแทบจะหยุดเต้นในขณะที่เอ่ยชื่อนี้ออกไป

“อะไรนะ? เอลเลเนอร์กับฉัน? เธอหมายความว่าไงเนี่ย?”

“เธอสองคนไง? เธอคบกันอยู่ไม่ใช่หรอ?”

“ไม่...เธอก็รู้ตั้งแต่ที่เราเลิกกัน,ฉันยังคงไม่มีใครใหม่ ฉันร้องไห้เป็นวันๆเลยนะ

และก็ไม่รู้ด้วยว่าควรจะโทรหาเธอหรือลืมเธอแล้วมีคนใหม่ไปซะ

แต่ฉันตัดสินใจไม่เลือกทั้งสองทางเพราะไม่ว่าฉันจะเลือกอะไรก็ไม่มีทางไหนที่จะทำให้ฉันมีโอกาสอีกครั้ง”

น้ำใสๆหยาดรินลงมาจากดวงตาทั้งสองของเค้า คุณอึ้งไม่น้อยกับคำพูดของคนตรงหน้า

“ฉันยังรักเธอนะ” ลูอิสพูดต่อ

“หรอ?”

“ใช่.....ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้รักฉันอีกต่อไปแล้วแต่สำหรับฉันน่ะ ฉันรักเธอมากนะ ฉันไม่มีทางที่จะรักผู้หญิงคนไหนอีกครั้งได้เหมือนที่ฉันรักเธอ และฉันจะไม่มีทางก้าวเดินต่อไปอีกครั้งแน่นอนถ้าเธอไม่ - - “

คุณตัดประโยคคนตรงหน้าด้วยจูบที่แฝงไปด้วยความหมายอย่างลึกซึ้ง

 

“นั่น มันคือ....”

“ตอนนี้เรากลับมาเหมือนเดิมแล้วไง”

“แล้วเมื่อกี๊เป็นจูบแบบไหนล่ะ?”

“นายสามารถมีฉันไว้เหมือนเดิมถ้าหากไล่จับทันน่ะนะ” คุณหัวเราะอย่างขำขันและวิ่งไปรอบๆสวนสาธารณะ

ในที่สุดลูอิสก็จับคุณได้ เค้าโอบกอดรอบเอวคอดของคุณและกอดไว้แน่น ราวกับกลัวการหายไปของคนในอ้อมกอด

“ฉันจะไม่มีทางปล่อยเธอไปอีกครั้ง”

“ฉันรักเธอนะ”

ฉันก็รักนายเหมือนกัน”



ไม่เพียงบอกกล่าวแค่คำพูดเท่านั้น สิ่งที่กำลังจะทำต่อไปนี้ก็เช่นกัน                                                                                                          

กำลังจะบอกเค้าเช่นกันว่าความรักที่มีให้กันนั้นมีมากเพียงใดคุณทั้งคู่มอบจูบที่แสนหอมหวานให้แก่กัน                                                                                                               

จูบที่ต่างฝ่ายต่างโหยหาจูบอย่างดูดดื่มภายใต้แสงจันทร์

 




เราตั้งใจจะเอามาลงให้ครบทั้งห้าคนเลยนะ
ตอนต่อไปถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็คงจะเป็นของ "ไนออล"
ฝากติดตามนักแปลมือใหม่ด้วยเน้อออ








 

Lucky Fangirl: Niall Horan

 

คุณยังคงเป็นแฟนคลับเช่นเคย คุณกำลังจะได้เจอกับ One Direction ในไม่กี่นาทีนี้หรือบางทีอาจจะหลายชั่วโมง

คุณตื่นเต้นไม่น้อยทีเดียวที่จะได้พบกับพวกเค้าทั้งห้าคนโดยเฉพาะ “ไนออล”  ตั้งแต่เค้าเป็นนักร้องคนโปรดของคุณ

คุณรู้สึกกระวนกระวายแต่ในเวลาเดียวกันก็ตื่นเต้นดีใจ และเพื่อนคุณก็เช่นกัน

 

“โอ้ มาย ก็อด เรากำลังจะได้เจอ One Direction” เพื่อนสาวของคุณพูดในขณะที่กรีดร้องเสียงแหลมๆไปพร้อมกัน

“ฉันรู้ ฉันรู้ ฉันตื่นเต้นมากๆเลย”

“ฉันก็เหมือนกัน”

หลายชั่วโมงของการรอคอยผ่านไป คุณเดินเข้าใกล้โต๊ะมากแล้ว ตอนนี้คุณกำลังฝึกซ้อมว่าควรพูดอะไรดี?

“อืมม...ไฮ ไนออล ฉันชื่อ(ชื่อของคุณ) ฉันอายุ(อายุของคุณ) เดี๋ยว!  ไม่นั่นฟังดูโง่เง่าที่สุด

“อ๊า..หวัดดี  ไนออลคุณเป็นคนที่สวยมากเลยนะ”

“ขอบคุณ” ใครบางคนเอ่ยขึ้นพร้อมด้วยสำเนียงไอริชที่คุ้นหูเป็นที่สุด

คุณเงยหน้าขึ้นและมองเห็น ไนออล  คุณไม่ได้รับรู้เลยว่าแถวอันยาวเหยียดที่เคยอยู่ตรงหน้าคุณได้อันตรธานหายไปแล้ว คุณคือคนต่อไป

 

“เอาล่ะ คุณชื่อ(ชื่อของคุณ), อายุ(อายุของคุณ) และคุณคิดว่าผมสวยใช่มั๊ย?” ไนออลเอ่ยถามด้วยความเขินเล็กน้อย

คุณทำได้เพียงแต่ก้มหน้ายิ้มให้กับพื้นด้วยความเขินอาย


“เอาล่ะงั้น ผมคิดว่าคุณก็สวยเหมือนกัน” เค้าพูดพร้อมกับที่มือกำลังขยุกขยิกกับการเขียนลายเซ็นลงบนปก CD

“อืมม...ขอบใจ ฉันเดาว่างั้น” คุณตอบไนออลด้วยสีหน้าที่แดงก่ำราวกับมะเขือเทศสุกไม่มีผิด

“ไนออลผมคิดว่าแถวควรจะขยับได้แล้วล่ะ”  พอลบอกไนออล

“โอเค งั้นนี่เบอร์ของผม” เขาพูดพร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้คุณ            

แถวอันยาวเหยียดเริ่มขยับตัวอย่างเชื่องช้าอีกครั้งและนั่นทำให้คุณได้รับลายเซ็นจากอีกสี่หนุ่มเช่นกัน

 

เมื่อกลับถึงบ้านคุณก็ไม่ลืมที่จะโทรไปหาไนออล คุณคุยกับเค้าทั้งคืนและในเช้าวันรุ่งขึ้นคุณก็มีนัดกับเค้าด้วย

 

เช้าวันใหม่

 

คุณนั่งอยู่ในร้าน Nandos รอคอยใครบางคนที่เอ่ยปากชวน

“เฮ้ (ชื่อของคุณ)” ไนออลพูดพร้อมกับผลักบานประตูใสเดินเข้ามายังด้านในตัวร้าน

“หวัดดี” คุณตอบกลับพร้อมด้วยรอยยิ้ม

“ขอโทษที่มาสายนะ ฉันซื้อนี่มาให้”

เค้าพูดพร้อมกับยื่นช่อดอกไม้มาให้คุณมีการ์ดเล็กๆเขียนไว้ว่า “หวัดดี คนสวย”               

คุณยิ้มออกมาเมื่อก้มลงอ่านการ์ดใบนั้นก่อนเงยหน้ามองคนตรงข้ามแล้วพูด


“นายไม่จำเป็นต้องทำนะ”

“แต่ฉันพอใจที่จะทำนะ” คุณทั้งสองต่างแสดงอากัปกริยาที่เรียกว่า เขินอาย ออกมาให้อีกฝ่ายรับรู้

คุณสั่งอาหารและเริ่มทำความรู้จักกันและกัน

 

หลายเดือนต่อมา คุณทั้งคู่ยังคงอยู่ในความสัมพันธ์แบบเดิม ไม่มีอะไรมากกว่าที่เป็นอยู่

ไนออลเอ่ยปากชวนคุณออกไปทานข้าวเช่นเคยในวันนี้ และเช่นกันคุณยังคงดีใจทุกครั้งที่ออกไปกับเค้า

 

ไนออลเริ่มต้นบทสนทนาในขณะที่คุณทั้งคู่กำลังทานอาหาร

“ฉันรักเดทนี้นะและตั้งตาคอยที่จะเป็นมาก- -“

“ใช่ แล้วไงหรอ?”

 

 

“ได้โปรด....เป็น.....ของฉันเถอะนะ?”

“ตกลง ตกลง ตกลง!” คุณตอบคนตรงหน้าด้วยคำตอบเดิมอีกครั้งและอีกครั้ง

“เย่!” ไนออลพูดก่อนลุกขึ้นมาเต้นอย่างสนุกสนาน

 

ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสองดีขึ้นและดีขึ้นในทุกๆ วัน อาจมีทะเลาะกันในบางคราความสัมพันธ์แบบนี้มันอาจไม่คงที่

บางวันอาจขึ้นแตะถึงความสุขอย่างสูงสุด แต่บางวันอาจดิ่งลงแตะถึงก้นบึ้งของเหวด้านล่าง

แต่นั่นไม่ได้ทำคุณทั้งสองขาดจากกันเลยแม้แต่น้อย เพราะนั่นล่ะสิ่งที่บอกได้ว่าคุณทั้งคู่ต่างรักอีกฝ่ายมากมายแค่ไหน

 

 

Note
บางคนอาจงงว่าทำไมเราไม่เปิดเป็นเรื่องยาวไปเลยทำไมต้องค่อยๆมาอัพทีละตอน
นั่นเป็นเพราะว่าเราตั้งใจจะแปลเพียงแค่ห้าเรื่องเท่านั้นเลยคิดว่าเปิดเป็นเรื่องสั้นจะดีกว่า
ตอนนี้ก็มาถึงเรื่องที่สี่แล้ว เรื่องต่อไปเป็นเรื่องของเลียมแน่นอน แต่เรายังหาเรื่องที่ถูกใจมาแปลไม่ได้เลย
ใครที่เข้ามาอ่านก็รอกันหน่อยนะ (หรือว่าไม่มีคนอ่านเลยนะ แงแง #น้อยใจ ToT )

 

 

 

Valentine Surprise: LiamPayne

 

คุณกำลังทำอาหารมื้อค่ำในแฟลทของคุณกับเลียม ในขณะที่คุณได้ยินเสียงบานประตูเลื่อนเปิด

อ้อมแขนแกร่งของเลียมก็พันรอบอยู่ที่เอวคุณพร้อมๆ กับพาดศีรษะลงบนบ่าของคุณในขณะที่คุณยืนอยู่หน้าเตาอบอาหาร

“เลียม” คุณพูดพร้อมน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ฉันว่าฉันกำลังยุ่งอยู่นะ”

“แต่ผมจำเป็นต้องให้ของขวัญวันวาเลนไทน์นะ” เลียมตอบด้วยน้ำเสียงทักท้วง

คุณกลอกตา ก่อนลงมือกดปิดการทำงานของเตาอบตรงหน้า และนั่งลงบนเคาน์เตอร์ในห้องครัว

คุณจับแก้มทั้งสองข้างของเลียม

“ที่รักคะ วันวาเลนไทน์มันผ่านมากว่าสัปดาห์แล้วนะ”

“ผมรู้ แต่ตอนนั้นผมยังทัวร์คอนเสริ์ตอยู่ ดังนั้น ผมเลยไม่ได้มอบมันให้คุณไงล่ะ”

“คุณไม่จำเป็นต้องให้อะไรกับฉันเลยนะคะ” คุณพูดน้ำเสียงจริงจัง ก่อนก้มลงจูบที่แก้มของอีกฝ่ายเบาๆ

เค้ากอดเอวคุณอีกครั้งก่อนรั้งตัวคุณมาใกล้กันมากกว่าเดิม

“โอ้ ผมคิดว่าผมจำเป็นนะ(ชื่อคุณ)”เลียมกระซิบ

คุณโน้มตัวเข้าใกล้และใกล้พอที่ปากบางของคุณจะสัมผัสกับอีกฝ่าย

“คุณควรจะไปเอามันมาดีกว่านะ” คุณพูดอย่างทะเล้นพร้อมกับหลุดหัวเราะออกมา

“หวังว่าคุณจะคิดว่ามันสนุก คุณชอบแกล้งผมบ่อยๆ นะ”เลียมพูด พร้อมกับยกร่างคุณไว้ขึ้นพาดบนบ่าของเค้าเอง

“เลียม ปล่อยฉันลงนะ”

“ไม่มีทาง” เลียมพูดอย่างร่าเริง

 

ในที่สุดเค้าก็วางคุณลงบนเตียงนุ่ม

 “อยู่นี่ก่อนนะ” เลียมทิ้งให้คุณอยู่คนเดียวภายในห้องและวิ่งออกไปหยิบของขวัญ

คุณขำกับตัวเอง เลียมเป็นคนที่เพอร์เฟ็คเกินไป  บางครั้งคุณก็รู้สึกว่า ตัวเองช่างไม่คู่ควรกับอีกฝ่ายเอาเสียเลย เค้าทำให้คุณประหลาดใจได้อยู่เสมอ

 

“ผมกลับมาแล้วววววว” เลียมตะโกนบอก กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง มือทั้งสองข้างยังคงแอบไว้ด้านหลังของเค้า

“ปิดตาและยื่นมือออกมาซะ(ชื่อคุณ)” คุณกลอกตาแต่ก็ทำตามคำสั่ง

คุณรู้สึกถึงกล่องขนาดพอดีมือและกระดาษแผ่นบางของการ์ด ถูกวางลงบนฝ่ามือของคุณ

“โอเค ลืมตาได้” คุณทำตามที่อีกฝ่ายบอกและมองเห็นกล่องสีแดงกับการ์ดอยู่ตรงหน้า

“เปิดมันสิ” เลียมกระซิบบอกก่อนทิ้งตัวนั่งลงขัดสมาธิอยู่ข้างคุณ คุณเปิดกล่องนั้นออกและอ้าปากค้าง

มันคือกล่องถ่ายรูป  คุณเป็นช่างภาพและกล้องตัวเก่าของคุณมันก็มีสภาพที่ไม่ดีเท่าไหร่ มันสวยมากและแลดูจะมีราคาค่างวดสูงไม่น้อยเลย

“เลียม....” คุณพูดเป็นนัยๆ

“โอ้ และก็อันนี้ด้วยนะ” เลียมพูดมันด้วยความเหนียมอายและหยิบลูกโป่งสีแดงรูปทรงหัวใจออกมาจากทางด้านหลังของเค้า คุณรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกก่อนเข้าสวมกอดคนตรงหน้า

“ฉันรักคุณมาก มากมากมากมากมากมากนะ” คุณตะโกนบอก

“นั่นเป็นสิ่งที่ดีมากเลยนะ ผมก็รักคุณเหมือนกัน” เลียมพูดน้ำเสียงขบขัน “ตอนนี้อ่านการ์ดได้แล้วล่ะ”

คุณเปิดซองจดหมายออก ภายในมีกระดาษสีขาวแผ่นบางพร้อมด้วยหัวใจสีดำอยู่ด้านบน

“เลียม...มันสวยมากเลยค่ะ” คุณพูดพร้อมๆ กับเปิดมัน

 

ถึง คนสวยสุดที่รัก(ชื่อคุณ)

ในตอนนี้ ผมรู้สึกเหมือนได้เป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก ผมมีคุณ มีเพื่อนที่ดีทั้งสี่คน และ งานที่สุดแสนจะวิเศษกับ ครอบครัวที่คอยสนับสนุนผมตลอดมา และทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมเคยเฝ้าฝันไว้ แม้กระทั่งหลังจากผ่านการผ่าตัดมานับร้อยครั้ง(นั่นเพราะไตของผม) ผมยังคงไม่เคยได้รับความเจ็บปวดอย่างแท้จริง ความเจ็บปวดที่ผมได้รับยามใดที่ผมไม่ได้อยู่ใกล้คุณ เพราะว่าผมรักคุณ(ชื่อคุณ) พวกเค้าก็รักคุณเหมือนกัน แต่นั่นไม่เท่าที่ผมรักคุณหรอก (แฮร์รี่หัวเสียไม่น้อยตอนเขียนคำเหล่านี้  ผมให้เค้าเขียนมัน เพราะนั่นคุณรู้ว่าผมเป็นยังไงเวลาสะกดคำ เค้ายังคงพูดว่ารักคุณมากกว่าผม โอเค-โอเค เราควรออกจากจุดนี้) คุณพาผมไปยังเส้นทางที่ไม่มีใครพาไปยกเว้นแม่ของผม(ล้อเล่น!)

แต่จริงๆ แล้ว ผมไม่สามารถขอร้องอะไรได้มากกว่านี้ สมบูรณ์แบบสวย น่ามอง น่ารัก อ่อนหวาน เปราะบาง เนื้อคู่ ได้มากกว่าคุณอีกแล้ว บางครั้งคุณก็มักบอกว่าคุณน่ะไม่เหมาะกับผม แต่อย่างจริงใจ(ชื่อคุณ) ผมต่างหากที่ไม่คู่ควรกับคุณ ผมรักคุณมากนะ มากเกินกว่าที่คุณจะรู้ได้ ถึงแม้ว่าผมจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ของผมนี้พิสูจน์มันให้คุณรู้ก็ตาม

รัก เลียม

(และส่วนที่เหลือ)

(โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แฮร์รี่)

 

คุณไม่สามารถสั่งการตัวเองได้อีกต่อไป หยาดน้ำตาลอดเล็ดออกจากดวงตาของคุณ

“เลียม ขอบคุณค่ะ...แค่ขอบคุณค่ะ” คุณจูบเค้าอย่างอ่อนโยน เค้ายิ้มทาบกับริมฝีปากของคุณ

“งั้น คุณชอบมันใช่มั๊ย?”

คุณพยักหน้ารับ “ฉันรักมัน”

“ไม่มากเท่ากับที่ผมรักคุณ”

คุณโยนหมอนใส่อีกฝ่าย

“มีเส้นบางๆ ระหว่างความน่ารักกับความน่าเบื่อนะ เพย์น”คุณพูดพร้อมกับหัวเราะ แต่ภายใน

คุณไม่สามารถมีความสุขได้มากกว่านี้อีกแล้วล่ะ

 

The End

 

 

Note

เย่ ๆๆๆ ตอนสุดท้ายดำเนินมาถึงแล้วอยากจะบอกว่าในความคิดเห็นส่วนตัวเราชอบเรื่องนี้ของเลียมมากจริงๆ น่ารักดี

ขอบคุณสำหรับใครก็ตามที่แวะเวียนเข้ามาอ่านนะคะ เป็นสิ่งที่ดีมากจริงๆ ที่อย่างน้อยก็มีคนได้อ่าน

และแอบหวังว่าทุกๆ คนที่ได้อ่านจะมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้ากันบ้างเน้อ

เพราะว่าคนแปลนี่ ยิ้มแก้มปริเลยจริงๆ นั่งแปลไปแล้วก็ยิ้มไป (ออกแนวเหมือนคนบ้า)

สุดท้ายนี้ขอบคุณอีกครั้งสำหรับนักอ่านทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่าน ฮ่าๆๆๆ เพราะแค่เห็นยอดวิวก็ทำให้ยิ้มได้แล้วค่ะ

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Beatrice จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 Jenny
    วันที่ 3 มกราคม 2557 / 22:29
    เก๋าก๋อโตษน้าาา ที่เจอมันช้าไปหน่อย(ไม่หน่อยแล้วมั่ง)จะบอกว่า......

    หนุกสุดๆ!!!!!!!!!! อ่านแล้วสุดจะฟิน เขินด้วย เค้าก้น่าจะนั่งยิ้มเหมือนกับไรต์เลย(มั้ง)

    แต่งต่อนะนะนะนะนะ เค้าเปนกำลังใจให้เสมอ แต่..ทามมัยฉานเจอมานช้าาขนาดเน่

    อย่างที่บอกน้าาา เขินชะมัด>///< เค้าจะรออ่านเรื่องต่อไปนะ จุ๊บๆๆๆ ^^
    #3
    0
  2. #2 nimnim
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 20:11
    ถ้าเป็นเรื่องยาว จะดีมากเลยหล่ะ^___^
    #2
    0
  3. วันที่ 10 กรกฎาคม 2556 / 19:26
    วู้ๆๆๆ เอาอีกๆๆๆ
    #1
    0