ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    [Monsta X] Twin Story

    ลำดับตอนที่ #2 : Twin Story 'CHANGE' : CHAPTER 1

    • อัปเดตล่าสุด 14 มิ.ย. 59




    © themy butter


    Chapter 1

     

                ผมก้าวเข้าไปในโรงเรียนด้วยความประหม่า ถ้าจะถามว่าประหม่ามากแค่ไหน คำตอบคงอยู่ที่มือของผมที่กำกันแน่นจนเลือดแทบจะไม่มีที่ให้เดินแล้ว


                จะไม่ให้ประหม่าได้ไง ในเมื่อพอผมก้าวเข้ามาในโรงเรียน ผมก็ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนทันที มีหลายคนซุบซิบกันเมื่อเห็นผม และอีกหลายคนที่มองผมอย่างกลัวๆ


                บรรยากาศต่างจากโรงเรียนเดิมของผมมากๆเลยเหอะ


                “^^;


                ผมหันไปยิ้มแห้งๆให้กับทุกคนเพื่อผูกมิตร แต่น่าแปลกที่ทุกคนที่ถูกผมยิ้มให้กลับเบือนหน้าหนีแล้วเดินหายไปจากสายตาของผมไม่เกินสามวิ ราวกับว่าพวกเขากลัวผมมากมาย นี่มันอะไรกัน ทำไมทุกคนถึงมีท่าทางแบบนั้นกับผมล่ะ


                “ไงมึง โผล่มาเรียนได้แล้วเหรอ กูโทรหาก็ไม่ติดเลยนะ


                ผมสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆก็มีมือมาวางไว้บนไหล่พร้อมกับเสียงนุ่มที่ติดไปทางแหลมๆเล็กน้อยดังข้างหู ทำให้ต้องรีบหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว


                “O_O


                “จะตกใจอะไรขนาดนั้นวะ กูไม่ใช่ผีนะมึง


                “อะ เอ่อผมอ้าปากพะงาบๆ เหงื่อตกทันทีที่เห็นหน้าของคนที่เข้ามาทัก  เขาเป็นคนตัวขาว ผิวสวยๆ ตาก็ตี่ๆจนผมชักไม่แน่ใจว่าเขามองทางเห็นหรือเปล่า เรื่องนั้นช่างมัน


                แล้วเขาคือใครกัน? “อ่า อืม อ๊า ว่าไง ชางกยุน


                “ชางกยุน?”


                “อ่า ใช่ๆๆๆ ใช่ดิ ชางกยุน หวัดดี อรุณสวัสดิ์ผมกล่าวทักทายเขาอย่างสดใส ที่รู้ชื่อเขาก็เพราะเห็นเข็มกลัดชื่อที่ติดอยู่บนอกเสื้อของเขาหรอกนะ วันนี้อากาศดีเน๊อะ ดีมากกกกกกกก เลย


                “-_-


                “...”ผมเงียบทันทีเมื่อหน้าของเขา มันนิ่งซะจนน่ากลัว มือของเขาจับที่ต้นแขนของผมก่อนจะกระชากเข้าไปใกล้ “ไอ้วอนโฮ อยู่ไหน


                “ฮะ เอ่อ อะไรของนายกัน ก็ฉันนี่ไงวอนโฮ


                เขาส่ายหน้าช้าๆ ลากผมไปตามทางก่อนจะดันผมเข้าไปภายในห้องซึ่งน่าจะเป็นห้องเก็บของล่ะมั้ง ร่างของผมไปกระแทกกับผนังอย่างแรง จนผมเผลอร้องออกมา มองเขาอย่างไม่เข้าใจนัก


                “ฉันถามว่าไอ้วอนโฮอยู่ไหน


                “อะ อะไรกัน ก็ฉัน..


                “นายไม่ใช่ อย่ามาโกหกฉันนะโว้ยพูดจบเขาก็จับผมให้หันไปด้านหลังแล้วเปิดเสื้อผมขึ้นอย่างถือวิสาสะ ผมเลยรีบหมุนตัวกลับมาแล้วผลักเขาแรงๆ


                “ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย!!!


                “...”เขาเงียบ ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วมองผมด้วยสายตาที่อ่อนลง “ไอ้วอนโฮมันสักตรงสะโพก แต่นายไม่มี บอกมาว่ามันไปไหน ทำไมนายมาอยู่ที่นี่โฮซอก”


                “-o-“ผมอ้าปากค้างทันทีที่เขาพูดชื่อของผมออกมา นะ นาย นาย เอ่อ ฉะ ฉัน


                ชางกยุน(ผมคิดว่าเขาคงชื่อนี้จริงๆแหละ)ถอนหายใจยาวๆออกมา จ้องผมนิ่งๆ ให้ตาย นี่นายจำฉันไม่ได้หรือไง


                “...”ผมเงียบ จ้องหน้าเขาตอบ แล้วผมจะไปจำเขาได้ได้ยังไง ผมไม่ได้อยู่ที่เกาหลีมาตั้งสิบกว่าปีแล้วนะ อีกอย่าง ผมก็ไม่คิดว่าจะรู้จักคนชื่อชางกยุนด้วยซ้ำ แต่ว่าดูแล้ว หน้าตาเขาก็คุ้นๆนี่


                แต่คนๆนั้นไม่ได้ชื่อชางกยุนสักหน่อย


                “ว่าไง จำฉันได้ไหม”


                “อ่า.. จะ จำไม่ได้อ่ะ”ผมส่ายหน้าเบาๆ มองเขาหงอยๆ “ขะ ขอโทษนะชางกยุน”


                “เลิกเรียกฉันด้วยชื่อนั้นสักทีน่าฉันไม่ได้ชื่อชางกยุนโว้ย”เขาโวยวาย ก้าวเข้ามายืนอยู่ใกล้ผมมากกว่าเดิม “ฉัน ลีจูฮอน เมื่อตอนเด็กๆเราเคยวิ่งเล่นด้วยกัน นายน่ะเคยร้องไห้เพราะมีหนอนตกใส่หัวแล้วฉันก็ช่วยหยิบออกให้ นายเคยร้องไห้เพราะไอ้วอนโฮไม่ยอมเล่นด้วยฉันเลยต้องเล่นกับนายแทน แทบทุกวัน


                “-o-


                “คราวนี้จำได้หรือยัง


                “จะ จูฮอน จูฮอนที่เป็นคนดังอันดับสามของโรงเรียนอ่ะเหรอ”


                เมื่อได้ยินแบบนั้น จูฮอนก็ตบหัวตัวเองแล้วมองผมอย่างดุๆ “ไอ้ใช่น่ะมันก็ใช่ แต่มันไม่ใช่เรื่องที่นายต้องสนใจนะโว้ยยยยย ฉันถามว่านายจำฉันได้หรือยัง ฉันเคยเล่นกับนายตอนเด็กๆน่ะ”


                ผมพยักหน้าหงึกๆหลังจากเขาพูดจบ ความทรงจำสมัยเด็กโผล่เข้ามาในหัวทันที พอมองหน้าเขาดีๆแล้วใช่จริงๆด้วย หน้าเขาแทบจะไม่เปลี่ยนเลย


                ก็ถ้ารู้ว่าเขาชื่อจูฮอนตั้งแต่แรกผมก็คงรู้ไปนานแล้วแหละน่า


                “ส่วนไอ้ชางกยุนอะไรเนี่ย มันชื่อไอ้เด็กเนิร์ดที่ฉันเอาเข็มกลัดมันมาติด อย่าเข้าใจผิดเชียว แล้วก็อย่าเรียกฉันด้วยชื่อของไอ้เด็กนั่นอีก โคตรจะไม่ชอบเลย”


                “อ่าฮะ ขอโทษที ก็ฉันไม่รู้”


                “คราวนี้ถึงเวลาตอบคำถามของฉันแล้ว ไอ้วอนโฮอยู่ที่ไหน ทำไมเป็นนายมาอยู่ที่นี่แทนที่จะเป็นมัน


                “...”


                “ว่าไงเขาถามซ้ำ ทำให้ผมต้องมองอย่างชั่งใจว่าจะเล่าให้เขาฟังดีไหม


                บางทีถ้ามีคนรู้เรื่องของผมสักคนมันก็ดีเหมือนกันนะ เผื่อว่าผมจะรู้ได้เร็วขึ้น ว่าใครที่ทำร้ายวอนโฮ


                “ตอนนี้วอนโฮกลายเป็นเจ้าชายนิทรา


                “ว่าไงนะ!!!!!!


                “นายได้ยินไม่ผิดหรอก เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ฉันได้รับสายจากโรงพยาบาลว่าวอนโฮถูกทำร้ายอาการสาหัส พอฉันบินกลับมาเกาหลี ก็รู้ว่าวอนโฮกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปแล้ว


                “นี่มัน..


                “ที่ฉันมาที่นี่ ก็เพราะต้องการจะรู้ว่าใครที่ทำร้ายน้องฉันผมพูดแน่วแน่ นายพอจะรู้ไหม ว่าวอนโฮมีศัตรูบ้างหรือเปล่า


                “เห๊อะ ศัตรูไอ้เวรนั่นมีเป็นร้อย คงไม่รู้ได้ง่ายๆหรอกว่าใครเขาพูด ยกมือกุมขมับตัวเอง แต่ฉันว่านายไม่ควรอยู่ที่นี่


                “ทำไม


                “อย่างที่บอกไปว่าน้องชายนายมีศัตรูเป็นร้อย แล้วแต่ละคนก็เถื่อนๆกันทั้งนั้น นายรับไม่ไหวหรอก นายน่ะซื่อเกินไป


                “แต่ว่าฉันต้องรู้ให้ได้เลยนะจูฮอน”


                “ฝาแฝดนายน่ะมีเรื่องไม่เว้นวัน ศัตรูมันก็ไม่ได้มีแค่ในโรงเรียน ต่างโรงเรียน หรือแม้แต่ตามมหาลัยก็ยังมี”


                ผมอ้าปากค้าง ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน นี่วอนโฮเป็นนักเลงงั้นเหรอ แถมยังกล้ามีเรื่องกับคนที่โตกว่าแล้วมีศัตรูเป็นร้อยอีก


                นะ น่ากลัวชะมัดเลย


                “คราวนี้ก็เลิกล้มความคิดนั้นแล้วกลับอเมริกาไป เรื่องนั้นฉันจะจัดการต่อให้เอง


                “ไม่!!”ผมปฏิเสธเสียงดังลั่น ยังไงฉันก็ต้องสืบหาให้ได้ ว่าใครคือคนทำร้ายวอนโฮ ต้องเป็นหนึ่งในร้อยนั่นแหละ ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น


                “นี่คงเป็นอีกอย่างนอกจากหน้าตาสินะที่นายสองคนเหมือนกัน ดื้อด้านเหมือนกันไม่มีผิด


                “...”


                “ช่วงนี้น่ะ พวกหัวโจกมันก็เร่งเก็บแต้มทำคะแนนกันทั้งนั้น นายต้องกลายเป็นที่หมายหัวแน่นอน ล้มนายได้เท่ากับล้มได้เป้นสิบคนเลยนะ จะไหวหรือไง เอาตัวรอดได้เหรอ”


                “..ก็ ไม่รู้สิ ฉันมีนายไง ^^


                “-_-


                “^^


                “..ฉันตามปกป้องนายตลอดเวลาไม่ได้หรอกนะเว้ยโฮซอก เราเรียนคนละห้องกัน


                “ละ แล้ว จะทำไงดีล่ะ


                เราสองคนต่างก็เงียบไป ผมกลัวนะ ไม่ใช่ไม่กลัว เท่าที่ฟัง ผมกับวอนโฮเราใช้ชีวิตแตกต่างกัน ทั้งชีวิตของผมไม่เคยมีเรื่องชกต่อยกับใคร แต่กับวอนโฮคงมีแทบทุกวัน แล้วถ้าผมต้องถูกหมายหัว ผมจะสู้ไหวได้ไง


                แต่ผมต้องทำให้ได้สิ น้องชายผมเจ็บหนักอยู่นะ เราเป็นฝาแฝด เราต้องช่วยกัน


                “ฉันจะทำให้ได้จูฮอน”


                จูฮอนมองหน้าผมนิ่งๆ สุดท้ายก็ส่ายหน้าเบาๆ แล้วจะรู้ ว่าการเป็นไอ้วอนโฮมันไม่ง่ายอย่างที่คิด หึฉันถือว่าฉันเตือนนายแล้วนะ ถูกแกล้งแล้วอย่ามาร้องไห้ให้ฉันโอ๋นะเว้ย ฉันไม่โอ๋แล้ว บอกไว้ก่อนเลย


                “รู้แล้วน่าผมตอบเขาก่อนจะเดินไปพร้อมๆกัน จู่ๆ จูฮอนก็หยุดเดิน หันกลับมามองผม “อะ อะไรเหรอ” 


                “นายไปแบบนี้ไม่ได้”


                “ฮะ”ผมมองงงๆ ไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาพูด แต่จู่ๆจูฮอนก็เดินมาดึงเสื้อนักเรียนออกจากกางเกงผม ปลดกระดุมเม็ดบนออก “อะ อะไรของนายเนี่ยยย”


                “ไอ้วอนโฮมันไม่แต่งตัวแบบนี้หรอก แล้วยิ่งไอ้แว่นเนี่ย”เขาพูด ก่อนจะถอดแว่นผมออกแล้วเอามาเคาะหัวผมเบาๆ “มันก็ยิ่งไม่ใส่ โคตรเนิร์ดเลย”


                “กะ ก็ฉัน ฉันเป็นของฉันแบบนี้นี่”ผมเถียง พยายามจะแย่งแว่นกลับมา


                “แต่นายอย่าลืมสิ ตอนนี้นายคือวอนโฮ”


                “...”


                “แต่ถ้าเปลี่ยนใจ นายแต่งตัวแบบเดิมก็ได้ แล้วก็กลับอเมริกาไปซะ”


                ผมเม้มปาก สุดท้ายก็ยอมให้จูฮอนยึดแว่นไป “ก็ได้.. นายบอกด้วยนะ ว่าเป็นวอนโฮ ต้องทำยังไง”


                “อืม”เขาพยักหน้า แล้วเดินไปข้างหน้า “อันดับแรกมันไม่พูดเพราะๆแบบนี้หรอก”


                “ฉะ ฉัน ฉันจะพยายาม”


                “หยาบที่สุดเท่าที่นายเคยพูดมาคืออะไรเนี่ย”


                “ไม่ได้หรอก ฉันพูดไม่ได้”ผมรีบส่ายหน้า จูฮอนหยุดเดินแล้วหันมาเลิกคิ้วใส่เป็นนัยๆว่าผมต้องพูด ถ้าผมจะเป็นวอนโฮ ผมก็เลยกำมือแน่น แล้วพูดออกไป ไอ้คำที่หยาบที่สุดของผม “อะ ไอ้บ้า!!


                “-o-


                “ฮือออ ฉันขอโทษนะจูฮอน ฉันไม่น่าด่านายเลย แต่นายเป็นคนให้ฉันพูดอ่ะ”ผมรีบขอโทษเขา เอามือมาถูๆกันอย่างรู้สึกผิด จูฮอนน่ะดูช็อคไปเลยที่ถูกผมด่า


                “ไอ้บ้างั้นเหรอ”เขาทวนคำด่าผม ก่อนจะส่ายหน้ารัวๆอีกครั้ง “สงสัยวันนี้คงต้องติวเข้มกันหน่อยแล้วล่ะ”


                “..อ้าว แบบนั้นไม่หยาบเหรอ”


                “หน่อมแน้มโคตร”เขาพูด เขกหัวผมอีกรอบแล้วเดินต่อ ผมก็เลยเดินตามเขา แต่


              พลั่ก


                ผมเซไปด้านหลังเมื่อชนเข้ากับแผ่นหลังของจูฮอนที่จู่ๆก็หยุดเดินไม่บอกไม่กล่าว นี่ จะเบรกก็บอกก่อนสิ มันเจ็บนะ


                “...”


                “...ไง


                ผมสะดุ้งอีกครั้งเมื่อได้ยินอีกเสียงซึ่งไม่ใช่เสียงของจูฮอน เงยหน้ามองก็เห็นว่ามีผู้ชายตัวสูงกล้ามใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเขาหล่อสะกดให้สายตาของผมไม่สามารถละไปไหนได้แล้ว หล่อ หล่อจัง


              ขนาดผมเป็นผู้ชายเหมือนกันยังหวั่นไหวเลยเนี่ย


                “เรื่องนี้


                “..มันไม่ใช่เรื่องของฉันเขาพูดแทรกก่อนที่จูฮอนจะทันพูดจบ แล้วเดินออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามองพวกเราอีกเลย


                ผมเลยเกาะแขนจูฮอนแล้วเขย่าเบาๆ นี่จูฮอน เขาจะไปบอกใครหรือเปล่า


                “ไม่ต้องห่วงหรอก ไอ้เวรนั่นไม่พูดแน่ ถ้าไม่เกี่ยวกับมันน่ะ”


                “ขะ เขาเป็นใครเหรอ”


                “นั่นน่ะ ซนฮยอนอู เรียนอยู่ห้องเดียวกับนาย”


                “งั้นเขาก็ช่วยฉันได้น่ะสิ ในเมื่อเขารู้ความจริงแล้ว”


                “บอกแล้วไง มันไม่ยุ่งหรอก เพราะไม่เกี่ยวกับมัน”จูฮอนบอก หันมาจับบ่าผม “นายต้องพึ่งพาตัวเองนะโฮซอก เป็นวอนโฮให้ได้ แล้วนายจะปลอดภัย”


                ผมมองหน้าเขา พยักหน้าแข็งขัน “อื้ม ฉันจะทำให้ได้เลย”


                ผมไม่ใช่โฮซอกอีกแล้ว ผมคือวอนโฮ ชินวอนโฮที่ทุกคนเกรงกลัวยังไงล่ะ




     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

                จูฮอนเดินมาส่งผมที่หน้าห้องเรียน เขาลังเลอยู่นานว่าจะปล่อยผมเข้าห้องดีไหม แต่ผมก็รีบผลักเขา พยักหน้าให้เขาเบาๆ เขาถึงได้ยอมเดินไปห้องเรียนตัวเอง


                เมื่ออยู่คนเดียวแล้ว ผมก็ปั้นหน้านิ่ง ยืดตัวตรงแล้วเดินไปยังมุมหลังสุดของห้อง ตามตำแหน่งที่จูฮอนบอกว่ามันคือที่นั่งของวอนโฮ ทุกคนที่ผมเดินผ่านต่างก็ก้มหน้างุด ซึ่งผมรู้เหตุผลของพวกเขาแล้วล่ะ


                ทันทีทีนั่งลง เสียงพูดคุยที่เคยดังก็เงียบลงทันที แต่มีเสียงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างออกมาแทน


              “ก็ไหนใครบอกว่าวอนโฮเกิดอุบัติเหตุไง


              “นั่นสิ มีข่าวลือว่าสาหัสเลยไม่ใช่เหรอ


              “แบบนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงน่ะสิ


                ผมพยายามเงี่ยหูฟังสิ่งที่นักเรียนกลุ่มใหญ่กลางห้องคุยกัน แต่ก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาคุยเลย ผมก้มลงไปใต้โต๊ะ เพื่อดูว่ามีอะไรพอจะเป็นเบาะแสได้บ้างไหม แต่ใต้โต๊ะกลับมีแต่หนังสือที่ถูกวางระเกระระกะ หนังสือแต่ละเล่มยังใหม่เอี่ยมราวกับไม่เคยถูกใช้งานเลยด้วยซ้ำ ผมเลยลงมือจัดให้มันเข้าที่เข้าทางเสียใหม่ แต่แล้วเก้าอี้ว่างๆข้างๆก็ไม่ว่างอีกต่อไป ผมเงยหน้ามองคนข้างๆพร้อมกับอ้าปากค้าง


                ฮยอนอูที่ผมเพิ่งเจอนี่นา เขานั่งอยู่ข้างๆเลยเหรอ


                แต่ทำไมรอบๆตัวเขาถึงได้มีรังสีอำมหิตแผ่ออกมาขนาดนั้น เล่นเอาผมกลัวไปด้วยเลยแฮะ


                “เอาล่ะ นั่งที่กันได้แล้ว


                ก่อนที่ผมจะจ้องเขามากไปกว่านี้ อาจารย์ที่เพิ่งเข้ามาก็เรียกความสนใจของผมไปได้ เลยพยายามหันไปสนใจอาจารย์ที่ยืนพูดอยู่หน้าห้อง แต่สายตาของผมมันดันดื้อ ลอบมองเขาอยู่ตลอดเวลาเลยอ่ะ ทำยังไงดี


                เวลามันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน เผลอไปแป็บเดียวก็หมดคาบเรียนช่วงเช้าแล้ว เมื่ออาจารย์เดินออกไปจากห้อง นักเรียนในห้องต่างก็ส่งสายตามาทางผมอย่างแปลกใจ แต่เมื่อผมเงยหน้ามองตอบ ทุกสายตาก็พากันหลบ ก่อนที่จะพากันทยอยออกไปจากห้องเพื่อพักกลางวัน


                แต่ผมกลับต้องรอจูฮอนอยู่ที่นี่ก่อน เลยไม่ขยับไปไหน จนกระทั่งในห้องเหลือแค่ผม กับฮยอนอูที่นั่งอยู่ข้างๆ


                “เอ่อ นาย..”


                “ไอ้วอนโฮ!!!


                ผมกำลังจะทักทายฮยอนอู แต่เสียงของจูฮอนก็ขัดขึ้นมาก่อนทำให้ผมไม่ทันได้พูดอะไร ฮยอนอูมองผมนิดหน่อย ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง จูฮอนเลยเดินมาหาผม


                “ไปกันเถอะ


                “อะ อื้มผมพยักหน้า เก็บของแล้วเดินไปกับเขา


                “เป็นยังไงบ้าง


                “ก็ดี ปกติ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


                “เพราะมันยังไม่เริ่มต้นน่ะสิเขาพูด หันมามองผม ไอ้หมอนั่นมันได้พูดอะไรกับนายบ้างหรือเปล่า


                “หมอนั่นที่นายพูดถึง คือฮยอนอูที่หล่อโคตรๆใช่ไหม


                “-_- อือ


                “ไม่เห็นจะพูดอะไรเลยสักคำนะผมตอบ ก่อนจะหันไปถาม ทำไมเขาเงียบแบบนั้นล่ะ เขาเป็นคนแบบนั้นเหรอ แล้วนายแน่ใจนะว่าเขาจะไม่เปิดโปงความลับของเรา”


                จูฮอนไม่ได้ตอบผม แต่กระซิบกลับมาเมื่อเราเดินมาถึงโรงอาหารที่มีคนเต็มไปหมด


                วันนี้นายต้องไปที่บ้านฉัน เรามีเรื่องต้องเรียนรู้กันอีกเยอะ เอาไว้จะอธิบายทีเดียว


                “อ่า.. อื้ม


                “แต่ที่นายต้องทำตอนนี้ก็คือการมองตรงไปข้างหน้า ใครมองมาก็ไม่ต้องหลบ และห้ามยิ้มเด็ดขาด”


                “ฮะ?”


                “ทำเดี๋ยวนี้”


                เมื่อจูฮอนเอาศอกกระทุ้งเอว ผมก็รีบทำตามที่เขาบอกทันที


                ทำไมวอนโฮถึงไม่ชอบยิ้มนะ


                การยิ้มเป็นสิ่งที่ดีออก


                หน้าเราจะไม่แก่เร็วนะวอนโฮ T^T
































    โธ่ พี่น้องที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว จะเอาชีวิตรอดได้ไหมเนี่ยโฮซอกเอ๋ย

    ต้องสู้นะ มีจูฮอนกับฮยอนอูรู้ความลับ สองคนนี้จะช่วย(?) ปกป้องโฮซอกได้แน่นอน


    ไรท์ได้วันอัพที่แน่นอนของฟิคเรื่องนี้แล้วนะคะ ไรท์จะอัพทุกวันจันทร์ แต่ถ้าจันทร์ไหนไม่มาอัพ จะไปจันทร์ต่อไป

    เป็นสองตอนเลยนะ ยังไงก็ช่วยคอมเม้นท์ติชมไรท์หน่อยนะ ไรท์แต่งฟิค ไรท์ก้ต้องการกำลังใจเน๊อะ

    เสียเวลาอ่านกันขนาดนี้แล้ว เสียเวลานิดหน่อยในการเม้นท์ แค่เม้นท์ว่าติดตามอยู่ ไรท์ก็ดีใจมากแล้วค่ะ

    รักๆนะคะ


    #วอนโฮซอก



    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×