( nct x you ) Aiolos School of Wizardry. - end.

ตอนที่ 4 : Chapter 2 :: เปลี่ยนไป ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,674
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 202 ครั้ง
    22 ต.ค. 60

Chapter 2  :: เปลี่ยนไป ::



     หญิงสาวใช้เวลาช่วงบ่ายของวันที่เหลือจัดการกับสัมภาระส่วนตัวของเธอให้เรียบร้อย และเพราะเป็นดัชเชส อนันตเซียจึงได้รับสิทธิ์ให้มีห้องส่วนตัวที่เป็นเพียงแต่ของเธอเองเท่านั้น ไอแอมสังเกตุห้องของอนันตเซียคนเก่าแล้ว สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคืออนันตเซียไม่ใช่ผู้หญิงหวาน เพราะเธอแทบจะไม่มีกระจกหรืออุปกรณ์ตกแต่งห้องสไตล์ผู้หญิงเลย สองคืออนันตเซียน่าจะชอบสีแดงมาก เพราะทุกอย่างในห้องมีเพียงสีแดงและสีดำเท่านั้น



     เธอละสายตาจากข้าวของในห้องก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง อาณาเขตของโรงเรียนนั้นกว้างขวางกว่าที่เธอคิดเมื่อได้เห็นภาพจากมุมสูง ปราสาทหลังใหญ่ที่ใช้สำหรับการเรียนเป็นหลักถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่และสนามหญ้านั้นทำให้บรรยากาศดูสดชื่นอยู่ไม่น้อย ที่ล้อมรอบปราสาทหลังใหญ่ก็คือหอพักของโดมทั้งสี่ ซึ่งแต่ละหลังจะมีทางเชื่อมเข้าหาตัวปราสาทหลักจากทั้ง4ทิศตามธาตุของบ้าน



    ถัดไปไม่ไกลจากตัวปราสาทและหอพัก เป็นทางเดินหินลาดยาวไปถึงสถานที่ที่ไอแอมเดาว่ามันน่าจะเป็นสนามกีฬา ลักษณะของสนามนั้นคล้ายกับสนามฟุตบอลในโลกปัจจุบันของเธอ แต่ไอแอมก็พอจะรู้ว่ากีฬาที่พวกเขาเล่นนั้นไม่ใช่กีฬาแบบที่คนธรรมดาเล่นแน่ๆ



     ไม่ไกลจากสนามกีฬาไปทางทิศเหนือคือทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ภายในโรงเรียน ข้างๆคือป่าต้องห้าม ที่ต้องห้ามสำหรับนักเรียนที่อยากรู้อยากเห็นเข้าไปเล่น ทั้งสองสถานที่เป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนสำหรับวิชาสมุนไพร สัตว์วิเศษและวิชาอื่นๆที่เธอยังไม่ได้เรียนในระดับชั้นที่สูงขึ้นไป



    เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาที่โรงเรียนแห่งนี้ ไอแอมมีความตื่นเต้นไม่น้อย เธอคิดมาก่อนแล้วว่าอยากจะสำรวจรอบบริเวณสักหน่อยถ้ามีเวลาว่าง ตอนนี้เธอก็จัดการธุระทุกอย่างเสร็จแล้ว บางทีเดินสำรวจโรงเรียนตั้งแต่วันนี้คงจะไม่เป็นอะไร



     หญิงสาวเดินออกจากห้องมาถึงบริเวณห้องนั่งเล่นรวมของโดม ซึ่งมักจะใช้เป็นที่นั่งเล่น ประชุม หรือทำกิจกรรมกันของ Fire Dome แต่อย่างที่เจโน่บอก หลายคนยังเดินทางมาไม่ถึง หรือไม่ก็พวกเขากำลังพักผ่อนอยู่บนห้อง เธอจึงได้สำรวจห้องนั่งเล่นคนเดียวอย่างสบายใจ



     เมื่อผ่านจากประตูของโดมออกมาแล้ว หญิงสาวเดินไปตามทางเชื่อมที่เป็นทางสู่ปราสาทหลังใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนัก ตลอดทางเดินระหว่าง Fire Dome และปราสาทมีรูปภาพและรายชื่อติดอยู่มากมาย มันเป็นเหมือนพวกทางเดินเกียรติยศอะไรทำนองนั้น ภาพของคนที่ติดอยู่ก็คือคนที่สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน สร้างความดีให้ดินแดน ที่เคยอยู่ Fire Dome มาก่อน



     เสียงคุยจอแจที่ดังมากขึ้นเมื่อเธอเดินเข้ามาในบริเวณตัวปราสาท นักเรียนหลายคนเดินทางมาถึงที่นี่กันแล้ว พวกเขาใส่ผ้าคลุมกันหลากหลายสี แต่ส่วนใหญ่พวกที่อยู่โดมเดียวกันก็มักจะจับกลุ่มอยู่ด้วยกันซะส่วนใหญ่ เท่าที่เธอสังเกตเห็น


     ไอแอมในร่างของอนันตเซียเดินเข้าไปในกลุ่มของฝูงชนที่กำลังคุยกันเมื่อมาเจอกันอีกครั้งในวันเปิดเรียน ร่างบางพยายามมองหาใครสักคนที่ใส่ผ้าคลุมสีแดงที่อยู่โดมเดียวกับเธอ และเธอพอที่จะทำความรู้จักได้ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะคิดผิดถนัดที่เดินเข้ามาที่นี่


     ความเงียบเข้าปกคลุมทันทีที่สายตาหลายคู่หันมาเห็นเธอ พวกเขาต่างมองหญิงสาวด้วยสีหน้าที่หลากหลายจนไอแอมรู้สึกว่าเธอเริ่มวางตัวไม่ถูก หลายคนเริ่มหันกลับไปกระซิบเบาๆกับเพื่อนกลุ่มเดียวกันแล้วรีบเดินออกไปจากในบริเวณนั้น ทำเหมือนราวกับว่าเธอคือตัวเชื้อโรค


     เกิดอะไรขึ้น



     “อนันตเซีย!” เสียงเรียกชื่อของเธอดังขึ้นมาเสียงดังจากด้านหลัง ไอแอมจึงหันกลับไปมองอย่างตกใจ ก่อนจะพบกับหญิงสาวที่คาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของเสียงกับเจโน่ที่อยู่ข้างๆ
องค์ประกอบทุกอย่างบนใบหน้าทุกส่วนรองรับกับหน้ารูปไข่ได้อย่างลงตัว แต่สายตาของเธอกลับดูน่าเกรงขามอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงที่ใช้เรียกชื่อของอนันตเซียเองก็น่ากลัวอยู่ไม่น้อยเช่นกัน


      หญิงสาวใส่ชุดยูนิฟอร์มสีแดงเหมือนเธอ ดังนั้นเธอคนนี้อาจจะเป็นเพื่อนของอนันตเซียก็ได้


     “เธอมาทำอะไรที่นี่?! กลับหอพักกับฉันเดี๋ยวนี้ เรามีเรื่องต้องคุยกัน!” น้ำเสียงที่ดูดุๆนั้นไม่ได้ทำให้ไอแอมรู้สึกหวาดกลัว กลับกันเธอรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด และหญิงสาวที่ออกคำสั่งยังดึงแขนของไอแอมให้เดินตามไปด้วย อีกทั้งยังมีเจโน่ที่เดินตามมาติดๆ


     สุดท้ายการสำรวจโรงเรียนของเธอก็จบอยู่ที่ทางเชื่อมปราสาท เพราะตอนนี้ไอแอมโดนลากกลับมาที่ห้องนั่งเล่นรวมของโดม และยังโดนออกคำสั่งอีกด้วย


     “นั่งลง!” หญิงสาวคนดังกล่าวว่าพร้อมกับกดไหล่ของไอแอมให้นั่งลงบนโซฟาสีแดงกำมะหยี่ตัวหนึ่งในห้องนั่งเล่น ในขณะที่หญิงสาวคนนั้นกลับยืนท้าวเอวมองเธอด้วย

      สายตาคาดคั้น มันให้ความรู้สึกเหมือนแม่ที่กำลังจะดุลูกสาวไม่มีผิด


     ไอแอมส่งสายตาเป็นคำถามไปให้เจโน่ แต่ลูกพี่ลูกน้องของเธอกลับแค่ยักไหล่แล้วนั่งลงโซฟาที่อยู่ตรงข้ามกันแทน


     “เอาละ ก่อนอื่นต้องบอกว่าฉันได้ยินเรื่องที่เธอความจำเสื่อมจากเจโน่แล้ว แต่เธอรู้มั้ยว่าวันที่คนของฉันส่งข่าวมาบอกว่าเธอตายแล้วฉันตกใจแค่ไหน? ฉันกำลังจะให้คนรถเอารถม้าออกจากชาร่าที่แอนโดเนียทันที แต่ก็มีคนส่งข่าวกลับมาบอกว่าเธอฟื้นแล้ว ฉันจะไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลานะอนันตเซีย เธอไปทำอะไรที่ฟาทาเซีย?” 


     จบประโยคร่ายยาวที่ออกมาจากหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้ทำให้ไอแอมเข้าใจอะไรมากขึ้นเลยสักนิด กลับกันคือเธอรู้สึกงงมากขึ้นกว่าเดิมซะอีก เท่าที่เธอรู้คือชาร่าเป็นเมืองที่อยู่ทางทิศตะวันออก และฟาทาเซียเป็นเมืองที่อยู่ติดกับแอนโดเนียไปทางทิศใต้ แต่มันจะความหมายอะไรในเมื่อเธอไม่รู้เรื่อง?


    “ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะจำมันไม่ได้จริงๆ” หญิงสาวบ่นพร้อมกับทำหน้าเหลือเชื่อ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆไอแอม 


     “เธอเป็นใครเหรอ?” ไอแอมถามคำถามที่จำเป็นมากที่สุดในตอนนี้ออกไป 


     “ฉัน จีซู เพื่อนของเธอ อนันตเซีย” หญิงสาวเอานิ้วชี้ที่ตัวเองและเอ่ยออกมาอย่างชัดถอยชัดคำ ถ้าจีซูพูดแบบไม่เป็นทางการกับเธอ ถ้าอย่างนั้นเธอเป็นราชนิกุลเหมือนกันหรือเปล่านะ


     “พ่อของฉันเป็นมาร์ควิส ปกครองเมืองชาร่าทางตะวันออก ความจริงฉันเป็นแค่เลดี้ แต่เธอซึ่งก็คืออนันตเซียบอกกับฉันเองว่าเพราะเราเป็นเพื่อนกัน พูดแบบเป็นกันเองได้”จีซูเอ่ยออกมาเหมือนรู้ทันความคิดของฉัน


     “ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า...พวกเราสองคนสนิทกันใช่มั้ย?” เธอถามเพื่อความแน่ใจ ในที่สุดเธอก็เจอเพื่อนของตัวเองสักที


     “ใช่”


     “แต่ว่า...ที่เธอถามฉันว่าไปทำอะไรที่ฟาทาเซียคืออะไรเหรอ?”

   คำถามของเธอสร้างความแปลกใจให้กับจีซูอย่างเห็นได้ชัด แต่เจโน่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม


     “อนันตเซีย ฟาทาเซียคือที่ที่พวกเขาพบศพของเธอ!”


     “ไม่จริงน่า แม่ของฉันบอกว่าฉันจมน้ำที่ทะเลสาบในแอนโดเนีย พวกเขาพบศพของฉันที่นั้น” เธอว่าสิ่งที่ได้ยินมาจากแม่ของตัวเอง เพราะตื่นมาอีกทีเธอก็นอนอยู่บนเตียงแล้ว


     “ท่านโกหก” เจโน่ที่นั่งนิ่งเอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ


     “นายหมายความว่ายังไง? แม่ของฉันนะเหรอโกหก?” ฉันถามเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ เจโน่คงจะไม่กล่าวหาแม่ของฉันที่เป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่ของเขาแบบลอยๆ


     “ฟังฉันนะอนันตเซีย ไม่มีใครที่ไหนเอาศพของลูกสาวตัวเองไว้ในบ้านถึง3วันโดยไม่ทำพิธีฝั่งตามศาสนา ยกเว้นแต่ว่า...ท่านรอให้วิญญาณของเธอกลับมา” จีซูจับไหล่ของฉันและบอกอย่างตั้งใจ


     “ก็ใช่นะสิ ท่านบอกว่าผู้เป็นเจ้าเมตตาให้ฉันกลับมา” ถึงจะเป็นไอแอมที่กลับมาแทนอนันตเซียก็เถอะ


     “แต่อนันตเซีย เธอคิดว่าพวกเราในดินแดนนี้ตายแล้วฟื้นกันได้ง่ายๆทุกคนรึไง?” 


     “ขอเถอะจีซู เธอก็รู้ว่าฉันความจำเสื่อม ช่วยพูดอะไรที่มันจะทำให้ฉันเข้าใจได้ง่ายขึ้นกว่านี้ได้มั้ย?” ไอแอมพูดออกมาอย่างเหลืออด ตั้งแต่มาถึงที่นี่แล้วที่เธอไม่เข้าใจอะไรซักอย่าง ทั้งสายตาที่ทุกคนมองแล้วหนีเธอราวกับเห็นเธอเป็นตัวอะไรสักอย่าง หรือแม้กระทั่งเรื่องที่พวกเขาพูดถึง



     “ขออนุญาตพ่ะย่ะค่ะ ท่านหญิงอนันตเซียเจ้าชายแทอิลให้กระหม่อมมาตามท่านหญิงไปพบในตอนนี้”


     น้ำเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นของผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นมา พร้อมกับทำความเคารพอนันตเซีย สายตาทั้งสามคู่หันไปมองบุคคลที่เข้ามาขัดจังหวะ ชายหนุ่มที่อยู่ในยูนิฟอร์มสีแดงของ Fire Dome


     “ฉันจะพาท่านหญิงไปพบเจ้าชายเอง ขอบใจท่านมากเซอร์คุน” เป็นจีซูที่ตั้งสติได้และตอบออกไปก่อน มือบางคว้าข้อมือของไอแอมทำท่าจะพาเธอออกไป แต่คนที่จีซูเรียกว่าเซอร์คุนกลับขวางทางไว้ก่อน


     “ขออภัยเลดี้จีซู แต่เจ้าชายย้ำว่าให้กระหม่อมเป็นคนพาท่านหญิงไปเท่านั้น.” คำตอบของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้จีซูถึงกับกอดอกและส่งเสียงออกมาด้วยความไม่พอใจ


     “และขออนุญาตท่านหญิง โปรดให้กระหม่อมเป็นคนเก็บไม้กายสิทธิ์ของท่านไว้จนกว่าจะมีคำสั่งด้วยพ่ะย่ะค่ะ”


     “ห้ะ?! ยึดไม้กายสิทธิ์อย่างนั้นเหรอ? นายก็รู้ว่าอนันตเซียความจำเสื่อม นายจะทำแบบนี้กับเธอเหรอคุน?” สรรพนามการเรียกที่เปลี่ยนไปทำให้ไอแอมอดขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไม่ได้ ถ้าพวกเขาภาษาที่เป็นทางการ แปลว่าพวกเขาก็คงจะสนิทกันในระดับหนึ่งนะสิ


     “ขออภัยเลดี้จีซู กรุณาสุภาพกับท่านหญิง และขอบคุณสำหรับไม้กายสิทธิ์ของท่าน” ชายหนุ่มยังคงเอ่ยทุกถ้อยคำอย่างสุภาพด้วยน้ำเสียงเรียบ และยื่นมือออกมารับไม้กายสิทธิ์ของอนันตเซียที่ไอแอมยื่นให้ไปอย่างไม่เต็มใจนัก เธอชอบมันมากที่สุดตั้งแต่มาอยู่ในโลกนี้ 



     ชายหนุ่มเดินนำออกมาจากหอพักไปตามเส้นทางโดยมีไอแอมเดินตามอยู่ห่างๆ เธอเห็นสีหน้าของจีซูตอนที่เธอกำลังออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่าเธอดูกังวลมาก


     ไอแอมเองก็วิตกกังวลไม่แพ้กัน เธอทั้งโดนยึดไม้กายสิทธิ์ และยังโดนเจ้าชายแทอิลเรียกไปพบอีกทั้งๆที่เธอไม่รู้มาก่อนด้วยซ้ำว่ามันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น แต่ที่แน่ๆมันคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก


     เป็นอีกครั้งที่เธอได้รับรู้ถึงสายตาหลากหลายคู่ที่จ้องมองมาทางเธอตลอดทางที่เดินไป โดยบ้างก็ถอยห่างและหลบหลีกเธออย่างรวดเร็วอย่างหวาดกลัว


     “นี่...” ไอแอมเรียกคนที่เดินนำเธอไปอย่างไม่พูดไม่จา 


     ฝีเท้าของชายหนุ่มหยุดกะทันหันทำให้ไอแอมที่เดินตามมาถึงกับชนหลังของอีกคนเพราะเธอไม่คิดว่าเขาจะหยุดเดินเอาซะดื้อๆแบบนี้


     “โอ๊ย!” หญิงสาวเอามือลูบหน้าผากของตัวเองที่ชนกับหลังของเขาเบาๆ


     “ประทานโทษพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมได้ยินท่านหญิงเรียก จึงหยุดเดินกะทันหัน” ถึงจะเอ่ยขอโทษและสีหน้า แววตา น้ำเสียง ไม่มีความรู้สึกขอโทษจริงๆเลยสักนิด


    “ฉันแค่จะถามว่าทำไมพวกเขาต้องมองฉันด้วยสายตาแปลกๆแบบนั้น แล้วยังถอยห่างจากฉันอีก?” 


     เซอร์คุนใช้ความคิดสักครู่ก่อนจะตอบเธอออกมา


     “กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ”


     ห้ะ?! คิดอยู่ตั้งนานแต่ไม่รู้เนี่ยนะ! 


     ถึงอย่างนั้นเธอก็ทำได้แค่บ่นให้เขาในใจไปเรื่อยๆ


     “นี่เซอร์คุน ทำไมเจ้าชายถึงอยากพบฉันละ?” ไอแอมลองถามข้อมูลที่น่าจะมีประโยชน์สำหรับเธอมากที่สุดในตอนนี้ 


     “เจ้าชายจะเป็นคนบอกท่านหญิงเองพ่ะย่ะค่ะ”


      พูดจบก็เดินนำเธอไปลิ่วๆต่ออย่างไม่สนใจ ไอแอมจึงจ้องอีกคนอย่างไม่ละสายตา ผู้ชายอะไรจะนิ่งได้ขนาดนี้ เขาเหมือนหุ่นยนต์ที่คอยทำตามคำสั่งยังไงอย่างงั้น


      แต่ว่า...คงจะเป็นหุ่นยนต์ที่หล่อมากน่าดู


   “แล้วนี่ทำไมนายถึงต้องเป็นคนพาฉันไปหาเจ้าชายเองล่ะ?”


    “เพราะกระหม่อมเป็นหัวหน้าระดับชั้นปีที่3ของ Fire Dome พ่ะย่ะค่ะ” 


    “อ่อ...” คำตอบของเซอร์คุนไม่ได้ทำให้ไอแอมถามอะไรต่อ เธอเองก็พอจะจำได้ว่าอ่านเรื่องตำแหน่งอะไรแบบนี้มาแล้ว มันก็คงคล้ายๆกับหัวหน้าห้องที่คอยประสานงานกับประธานนักเรียน



     ซึ่งประธานนักเรียนปีนี้ก็คือ เจ้าชายลำดับที่หนึ่งแห่งไอโอลอส เจ้าชายแทอิล....




     เซอร์คุนหยุดอยู่หน้าประตูห้องแห่งหนึ่ง ก่อนจะนำไม้กายสิทธิ์ของเขาออกมาและเคาะมันลงไป เหมือนเป็นรหัสหรือสัญญาณอะไรสักอย่าง ไม่นานประตูก็เปิดออก ชายหนุ่มจึงผายมือเชิญให้หญิงสาวเข้าไปในห้อง


     ห้องทรงครึ่งวงกลม มีโต๊ะทำงานตัวใหญ่กับเก้าอี้เข้าชุดอยู่ตรงกลางห้อง แต่กลับไม่มีใครอยู่ในห้องนี้ ไอแอมชักนึกสงสัยว่าเธอต้องรอให้เจ้าชายแทอิลมาก่อนหรือเปล่าทั้งๆที่เขาเป็นคนเรียกเธอออกมาแบบนี้


    หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆห้องด้วยความสนใจ และสะดุดเขากับกรอบรูปขนาดใหญ่เท่าตัว ที่เป็นรูปของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูมีภูมิฐานและการแต่งกายที่ดูหรูหรา เขาคือเจ้าชายแทอิลแน่ๆ เพราะถ้าอยู่ในห้องนี้ก็ต้องเป็นรูปเขาละ


      แต่เจ้าชายแทอิลก็หล่ออีกแล้วแฮะ



     ความจริงโลกนี้มันดีตรงที่คนที่เธอเจอส่วนใหญ่มักจะหน้าตาดีมากกันทั้งนั้น ทั้งเจโน่เอย จีซูเอย เซอร์คุนเอย ล่าสุดก็เจ้าชายแทอิลนี่แหละ


     ไอแอมตกอยู่ในความคิดของตัวเองอยู่สักพักก่อนจะมองกลับขึ้นไปดูรูปภาพ แต่คราวนี้เธอต้องขยับออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นว่าตะกี้ผู้ชายในรูปกระพริบตา!


      หญิงสาวกำลังจะร้องออกมาอย่างตกใจแต่ก็ต้องหยุดไว้ เพราะปากของเธอถูกปิดด้วยมือของผู้ชายที่เพิ่งพุ่งออกมาจากรูปภาพที่เธอดูอยู่ตะกี้!


      เจ้าชายแทอิลแบบตัวเป็นๆ!



     “เอาไม้กายสิทธิ์ของอนันตเซียไว้ที่โต๊ะของฉันแล้วออกไปได้เซอร์คุน” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง เมื่อเซอร์คุนทำตามหน้าที่และออกไปแล้ว ร่างสูงจึงยอมปล่อยมือของตัวเองที่ปิดปากเธออยู่


     “ดูเหมือนเธอจะขี้ตกใจกว่าที่ฉันคิดนะ” ชายหนุ่มว่าก่อนจะกดไหล่ของไอแอมให้นั่งลงบนเก้าอี้ที่มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้


      จะไม่ให้เธอตกใจได้ยังไง ในเมื่อเธอเพิ่งมาอยู่ในโลกนี้ได้ไม่ถึงเดือน เธอไม่คิดว่าจะสามารถเข้าไปอยู่ในรูปแบบนั้นได้ด้วยซ้ำ


     “เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันเรียกเธอมาที่นี่เพราะอะไรอนันตเซีย” เจ้าชายแทอิลยืนพิงโต๊ะทำงานของเขาอยู่ตรงหน้าเธอ สองมือที่ล้วงกระเป๋าอยู่มันให้ความรู้สึกเหมือนฉันกำลังโดนสอบสวนอีกแล้ว


      “ไม่ทราบเพคะ” เธอตอบไปตามตรงพร้อมกับมองหน้าคนตรงหน้า แทอิลมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ปรับกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อย่างรวดเร็ว


     “ฉันเองก็พอจะได้ข่าวมาบ้างเกี่ยวกับเรื่องที่เธอความจำเสื่อม...หลังจากที่ฟื้นขึ้นมา” คราวนี้สายตาของคนตัวสูงกว่าจ้องเธอไม่วาง


      หรือว่ามันคือเรื่องเดียวกันกับที่จีซูพูดถึง...การตายของอนันตเซีย...


     “แต่ก็ต้องบอกก่อนว่าถึงแม้ประชาชนส่วนใหญ่ของเราจะยังไม่รับรู้ แต่ขุนนางต่างๆก็พากันพูดถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง...”


     “หมายถึงเรื่องที่หม่อมฉันตายแล้วฟื้นเหรอ...เพคะ?” ไอแอมยังไม่ชินกับการใช้คำอย่างสุภาพกับคนที่ฐานันดรสูงกว่าเธอเท่าไรนัก จนเกือบจะลืมใส่หางเสียงเวลาพูดกับเขา


     “ใช่... การตายแล้วฟื้นได้ในดินแดนแห่งนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกันได้บ่อยๆ ไม่สิ มันไม่เคยเกิดขึ้นมาพันกว่าปีแล้ว เพราะคนที่เป็นคนคิดคาถานี้ขึ้นมาได้หายไปพร้อมกับมันเมื่อพันกว่าปีที่แล้ว” 


     เรื่องราวที่ออกจากปากของเจ้าชายแทอิลถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ไอแอมได้รับรู้ นั้นมันทำให้จู่ๆเธอรู้สึกกลัวขึ้นมาดื้อๆทั้งๆที่ไม่มีอะไรให้กลัวสักอย่าง


      “คาถาที่ไม่เคยมีใครคิดจะใช้...เราเรียกมันว่าเงแบล็ควิซซาร์ด” 


     “แบล็ควิซซาร์ด? เหมือนพวกศาสตร์มืดเหรอเพคะ?” เธอถามออกมาอย่างงงๆ เธอได้ยินเรื่องพวกศาสตร์มืด ที่พวกผู้วิเศษบางคนพยายามคิดมันออกมาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เห็นใครให้การพิสูจน์ได้ว่ามันมีอยู่จริง


     “ใช่.. แต่มันร้ายแรงกว่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งต้องห้าม สำหรับไอโอลอสด้วย”



    “เจ้าชายจะบอกว่าหม่อมฉันใช้มันเหรอคะ? หม่อมฉันฟื้นขึ้นมาก็แทบจะจำคาถาอะไรไม่ได้อยู่แล้ว” ไอแอมว่า เธอรู้สึกไม่พอใจอยู่นิดๆที่คนตรงหน้ากล่าวหาในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ



     แต่บางทีเธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าอนันตเซียทำมันจริงๆหรือเปล่า



    “ฉันไม่มีหลักฐานว่าเธอใช้มัน.. เพราะฉะนั้นฉันจึงต้องเก็บไม้กายสิทธิ์ของเธอไปให้ผู้คุมกฏหมายตรวจสอบก่อน แล้วเราจะคืนให้ต่อเมื่อเราตรวจมันเสร็จแล้ว” น้ำเสียงเรียบเอ่ยออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน 


     มันก็แน่ละสิ เพราะคนที่โดนยึดไม้กายสิทธิ์คือเธอ ไม่ใช่คนที่มีอำนาจมากที่สุดในโรงเรียนอย่างเจ้าชายแทอิล


     “แต่เจ้าชายค่ะ พรุ่งนี้มันเป็นวันเปิดเรียนแล้วนะคะ แล้วไม้กายสิทธิ์มันก็จำเป็นมากสำหรับฉัน” ไอแอมลุกขึ้นเอ่ยกับอีกคนเสียงดัง นั้นทำให้ชายหนุ่มมองเธออย่างสงสัย ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ


      “แล้วมันจำเป็นมากขนาดไหนกันล่ะ...หืม?” ไม่ว่าเปล่า ขายาวยังก้าวเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆจนไอแอมต้องก้าวถอยหลังเพื่อให้มีระยะห่างที่พอดี แต่เหมือนเธอจะลืมไปว่า ถ้าเธอถอยหลังไปอีกมันจะตกลงจากบันไดได้


      “ว๊าย!” 


      หญิงสาวอุทานออกมาเมื่อเท้าหลังของเธอลื่นจากบันไดขั้นบนสุด นั้นทำให้หญิงสาวหลับตาปี๋เพราะคิดว่าตัวเองต้องตกลงไปแน่ๆ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกที กลับเห็นใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนเท่านั้น ใกล้จนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขา


     แขนของชายหนุ่มโอบเอวของหญิงสาวอยู่เพื่อไม่ให้เธอตกลงไป แทอิลไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้น เขาไม่ได้ตั้งใจจะแกล้งให้เธอกลัวหรือตกใจ เพราะรู้ว่าอนันตเซียเป็นคนอย่างไร แต่คราวนี้กลับเป็นว่าหญิงสาวดูตกใจเขาจนจะตกบันไดเพราะถอยหลังหนี แทอิลเกือบจะคว้าหญิงสาวไว้ไม่ทัน ไม่อย่างนั้นอนันตเซียคงจะตกลงไปแล้ว


     ความเงียบเข้าปกคลุมเมื่อทั้งแทอิลและอนันตเซียต่างก็ยังค้างอยู่ด้วยความตกใจ แต่คนที่มีสติอย่างแทอิลไม่ได้ปล่อยหญิงสาวออกจากวงแขนในทันที กลับกันเขายังใช้เวลาที่ดูเหมือนอนันตเซียจะยังไม่รู้ตัวสำรวจใบหน้าอีกคนใกล้ๆ


     เขาไม่เคยที่จะใกล้กับผู้หญิงคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน เพราะความสูงส่งของฐานะทำให้แทอิลไกลเกินกว่าหญิงสาวทั้งหลาย แต่อนันตเซียคงจะไม่ไกลกับเขาเท่าไร


    ชายหนุ่มไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่านออกไปจากในหัวทันที ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เขาคิดว่าอนันตเซียอาจจะเป็นคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งคู่ครองของเขา
 



     “ท่านพี่!” เสียงใสดังขึ้นพร้อมประตูที่เปิดเข้ามาทำให้ทั้งสองคนผละออกจากกันทันที คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ถึงกับงุนงงเมื่อเห็นภาพของสองคนที่อยู่ตรงหน้า


     “เตนล์! บอกแล้วใช่มั้ยว่าให้ขออนุญาตก่อน” เป็นแทอิลที่ดุน้องชายของตนเอง
ไอแอมหันไปมองผู้ชายที่เพิ่งเข้ามาใหม่ คงจะเป็น เจ้าชายลำดับที่สองแห่งไอโอลอส เจ้าชายเตนล์ 


     เช่นเดียวกันเตนล์ก็มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่...ยากกว่าจะบรรยาย ก่อนจะรีบเดินไปหลบอยู่ข้างหลังพี่ชายตัวเอง พร้อมกับดึงอีกคนให้ออกห่างจากอนันตเซีย
“ทำไมพี่เข้าไปใกล้เธอแบบนั้น! เธอไม่ได้ทำอะไรพี่ใช่มั้ย!?” 




     เจ้าชายเตนล์เองก็คงจะไม่ต่างจากคนอื่นเท่าไร ที่ดูกลัวและไม่อยากอยู่ใกล้กับอนันตเซีย


     “อย่าหยาบคายกับเธอนะเตนล์ ตอนนี้เธอยังไม่ได้ทำความผิดอะไร” แทอิลเอ่ยกับน้องชายตัวเองเสียงเรียบ 


     ในความคิดของไอแอมเคยคิดไว้ว่าเจ้าชายคงจะดูดีและสมาร์ท แต่กลับเจ้าชายเตนล์ที่สูงกว่าเธอไม่มาก ผิวขาวเนียนและใบหน้าที่อ่อนเยาว์นั้น ไอแอมอดจะคิดไม่ได้ว่าอีกคนสวยกว่าผู้หญิงซะอีก


     “อย่ามองฉันแบบนั้นนะ!” เจ้าชายเตนล์เอ่ยเมื่อไอแอมเผลอจ้องอีกคนอย่างพิจารณา


     “เตนล์!” แทอิลเอ็ดน้องชายของตัวเอง 


     “ขออภัยเพคะ” ไอแอมเอ่ยตามมารยาท ก่อนจะก้มหน้าลง


     “วันนี้มีเรื่องเท่านี้ ถ้าการตรวจสอบไม้กายสิทธิ์เรียบร้อยเมื่อไร ฉันจะให้เซอร์คุนเอามันไปคืนให้เธอ” พูดจบก็ผายมือไปที่ประตูที่เปิดออก 



     พอบทจะไล่ก็ไล่กันเหมือนหมูเหมือนหมาเลยนะ



     ไอแอมทำได้แค่บ่นให้เจ้าชายทั้งสองในใจก่อนจะเดินออกมาจากห้อง ประตูบานใหญ่จึงปิดลงทันที แต่เพราะเธอไม่ได้เดินไปในทันที จึงได้ยินบทสนทนาของสองพี่น้องที่อยู่ในห้องดังเล็ดลอดออกมา



    “พี่กำลังทำอะไรกับเธออยู่นะ!”


    “ฉันเปล่า...”


    “แต่ผมเห็นว่าพี่กอดเธออยู่!”


    “มันเป็นอุบัติเหตุนะเตนล์”


     “พี่จงใจต่างหาก...พี่ยังรักเธอใช่มั้ย?”


     “เตนล์!”


     “พี่ควรจะตัดใจได้แล้ว ถึงเธอจะเหมาะสมกับพี่ขนาดไหนแต่การกระทำและนิสัยแย่ๆของเธอไม่เหมาะกับตำแหน่งชายาของพี่หรอก...”




       ไอแอมไม่ได้ตั้งใจจะเก็บสิ่งที่ทั้งสองคนพูดมาคิดนัก แต่เห็นสายตากดดันของเซอร์คุน เธอจึงต้องออกเดินเพื่อกลับไปยังหอพักของเธอในทันที






********


#ฟิคไอโอลอส

22/10/60 - แก้คำผิด


      

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 202 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

937 ความคิดเห็น

  1. #923 เป็นประกายม๊อบแม๊บ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 / 19:04
    เซอร์คุนยืนหนึ่ง
    #923
    0
  2. #885 mynicknamenoon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 16:54

    เอาเซอร์คุนค่ะ55

    #885
    0
  3. #794 Galaxy_q (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 20:13
    น้องเตนล์ทำไมดุจังง
    #794
    0
  4. #339 97ivy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 23:23
    เซอร์คุนค่ะ55555555555
    #339
    0
  5. #140 Neen (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 00:38
    อ้าววววเจ้าชายแทอิลคะ อย่าทำหนูลังเลสิ55555 เตนล์คืออะไร เปิดตัวมาก็เกลียดกันเลย
    #140
    0
  6. #105 awckmm (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:31
    เรือมาค่ะเรือมา
    #105
    0
  7. #40 S. blue (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:58
    เขินเจ้าชายค่ะ > < อ่านแล้วชอบอะ อ่านแล้วชวนให้ติดตามสุด
    #40
    0
  8. #15 susirada (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 23:31
    โอ้ยยยยยยย อิชั้นว่ามันมีเงื่อนงำเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้วค่ะ แต่ไม่เป็นไรผู้ในเรื่องหล่อ5555555 รอนะคะไรท์ มาต่อไวๆน้าาาาาาาาาาาา^+++++++^
    #15
    1
  9. #14 tkmn10 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 21:27
    เลือกไม่ถูกค่ะ ลงทุกลำเลยได้ไหมค่ะ ไรท์ 5555 -///-
    #14
    1