( nct x you ) Aiolos School of Wizardry. - end.

ตอนที่ 3 : Chapter 1 :: ฟื้น ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 239 ครั้ง
    24 ต.ค. 60

Chapter 1 :: ฟื้น ::



     “อนันตเซีย..”


     “อื้อ...”


     “อนันตเซีย ตื่นสิ..”


     เสียงเรียกชื่อของใครสักคนดังอยู่ในหัวของฉันไม่หยุด เสียงนี้มันดังอยู่ในหัวของฉัน เหมือนกับว่าเขากำลังเรียกฉันอยู่ แต่ไม่สิ... นี่มันไม่ใช่ชื่อของฉัน




     แสงแดดที่สาดส่องเข้ามานั้นสว่างเกินกว่าที่ทำใจข่มตาให้ปิดต่อไปได้อีก เปลือกตาบางค่อยๆลืมตาขึ้นมาเพราะแสงที่แยงตาพร้อมกับขยับตัวอย่างช้าๆ ก่อนลืมตาขึ้นมาพบกับสภาพที่เป็นอยู่


     เพดานนี่ไม่คุ้นเลยแฮะ โรงพยาบาลงั้นเหรอ?


     ผ้าปูที่นอนแบบนี่ ไม่สิ นี่มันเตียงนอนชัดๆ


     แต่ทำไมมันดูไม่เหมือนโรงพยาบาลเลยสักนิด



     เฮือก!!! ที่นี่คือที่ไหน?!!


     ร่างบางเผลอขยับตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ ก่อนจะทำหน้านิ่วและส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เพราะความรู้สึกเจ็บแปลบๆที่ไหล่ซ้ายถูกส่งเข้ามาทันทีที่เธอพยายามลุกขึ้นนั่ง ร่างบางล้มตัวกลับลงไปนอนในทันที พร้อมกับบีบเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดกับไหล่ของเธอ


     เพราะเธอนอนทิ้งน้ำหนักไม่ถูกหรือเปล่านะ ถึงได้ปวดมากขนาดนี้
     


     หญิงสาวหันไปมองสภาพห้องโดยรอบช้าๆ ถึงแม้ว่าเธอจะยังลุกขึ้นนั่งไม่ได้ ห้องนี้เป็นการตกแต่งสไตล์ยุโรปในยุคกลางที่เธอรู้จักดี เพียงแต่ว่ามันค่อนข้างที่จะสมจริงอยู่มาก ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างดูเหมือนย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีทีเดียว ไม่ใช่สไตล์ยุโรปแบบผสมผสานที่เห็นในปัจจุบัน


     เธอมีความคุ้นเคยกับพวกนี้มากเพราะพ่อของเธอเป็นคนที่ชอบหรือจะเรียกว่าคลั่งไคล้อะไรๆที่เป็นยุโรปโบราณเลยก็ว่าได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งการตกแต่งบ้านก็เช่นกัน



     ไอแอมจำได้ดีถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้น ภาพหญิงสาวผมบลอนด์คนนั้นยังติดอยู่ในความคิดของเธอไม่หายไป 


     เธอคิดไว้ว่าเธอต้องไม่รอดแน่ๆกับการขับรถด้วยความตกใจของตัวเองที่น่ากลัวแบบนั้น แต่เธอกลับรอดและตอนนี้เธอก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว เพียงแต่ว่า...ที่นี่คือที่ไหน?
   


     ตุบ!!!


     เสียงของภาชนะบางอย่างที่หล่นลงบนพื้นพรมทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองอย่างตกใจ แต่คนที่ตกใจกว่ากลับเป็นใครบางคนที่กำลังจะเข้ามาในห้องนี้ และพบว่าร่างของท่านหญิงที่นอนไร้วิญญาณมาหลายวันของตัวเองนั้น...ลืมตาอยู่


     ยังไม่ทันที่ไอแอมจะได้เอ่ยออกมา ใบหน้าที่ตกใจของหญิงสาวทำให้เธอรู้สึกงงงวยมากกว่าเดิม และผู้หญิงคนนั้นจู่ๆก็วิ่งออกไปจากห้องซะอย่างนั้น


     แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน?


     จะว่าไปแล้วการแต่งตัวของผู้หญิงคนนั้นก็ดูแปลกประหลาดเกินกว่าที่จะเป็นสาวใช้ในบ้านของเธอ ก็เข้าใจนะว่าพ่อของเธอชอบอะไรสไตล์แบบนี้ แต่ถึงกับให้สาวใช้แต่งตัวแบบนี้ด้วยมันก็ดูแปลกประหลาดไปหน่อย


      ไอแอมค่อยๆยันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งอีกครั้ง คราวนี้เธอทำมันอย่างระมัดระวังมากกว่าเดิม มือข้างขวาจัดหมอนให้พิงกับหัวเตียงก่อนจะนั่งในท่าที่สบายมากขึ้น แต่สายตาของหญิงสาวกลับสะดุดเข้าที่แขนของตัวเอง


     เธอไม่เคยมีชุดนอนแบบนี้อยู่ในห้อง ประเทศไทยเป็นอะไรที่ร้อนมาก และมันไม่มีทางที่เธอจะใส่ชุดกระโปรงยาวทั้งแขนไล่ไปปิดถึงคอนอนแน่ๆ แม้จะเปิดแอร์จนเย็นขนาดไหนก็เถอะ



     "อนันตเซีย!!" เสียงของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งดังขึ้นที่หน้าห้อง ก่อนที่เธอจะวิ่งเข้ามากอดไอแอมอย่างรวดเร็ว


     หญิงสาวได้แต่นิ่งอยู่สักพักด้วยความมึนงง น้ำเสียงของคนตรงหน้าดูเหมือนดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่เจอเธอ แต่ไม่สิ เราไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย


      “เอ่อ...ขอโทษนะคะ คุณเป็นใครเหรอคะ?” ฉันถามออกไปอย่างงงๆทันทีที่เธอยอมผละออกจากอ้อมกอด ไอแอมถึงกับตรงใจกับสิ่งที่เห็นและกับคำพูดของเธอ


     หนึ่ง! ผู้หญิงคนนี้เหมือนแม่ของเธอมาก เพียงแต่ว่าผมของหล่อนเป็นสีบลอนด์!


     สอง! ไอแอมรู้สึกได้ว่าผู้หญิงคนนี้พูดภาษาแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนแต่เธอดันเข้าใจมันด้วย!


     และสาม! ไอแอมสามารถพูดภาษาเดียวกับเธอได้โดยที่ไอแอมเองก็ไม่รู้มาก่อนว่ามันคือภาษาอะไร!



     ไอแอมใช้มือข้างขวาหยิกแก้มของตัวเองอย่างแรง ก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บ


    “โอ๊ย!!” 


     นี่ฉันไม่ได้ฝันไปจริงๆใช่ไหม



     “อนันตเซีย! ลูกทำอะไรแบบนั้น ไม่เจ็บใช่มั้ย?” น้ำเสียง แววตา สีหน้า และการแสดงออกที่ดูเหมือนเป็นห่วงเป็นใยนั้นอดทำให้เธอรู้สึกผิดไม่ได้


     เธอไม่ได้ชื่ออนันตเซีย
 

     เธอคือไอแอม!




     “ขอโทษจริงๆนะคะ แต่คุณเป็นใครเหรอคะ?” เธอถามคำถามเดิมอีกครั้ง คราวนี้หญิงวัยกลางคนมองหน้าเธอด้วยความประหลาดใจ และแววตาก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้ม


     “แม่ไงจ๊ะ แม่ของลูกเองอนันตเซีย”


     อนันตเซียอีกแล้ว? ใครกันคืออนันตเซีย?


     “ขอโทษนะคะ แต่ฉันไม่ใช่อนันตเซีย แล้วก็ไม่ใช่ลูกของคุณด้วย” ไอแอมเอ่ยเสียงเรียบ เธอไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้านี่เลยสักนิด ถ้ามันคือความฝันคงจะเป็นฝันที่บ้ามากๆ


     “ลูกอาจจะรู้สึกไม่ดีเพราะหลับไปนานเกินไป... แม่ว่าให้หมอมาดูอาการของลูกหน่อยดีกว่านะจ๊ะ” พูดจบก็ลูบผมของไอแอมด้วยความแผ่วเบา ก่อนที่จะมีชายวัยกลางคนอีกคนเข้ามาในห้องพร้อมกับทำท่าเคารพเธอ


     เคารพฉันงั้นเหรอ?


     “ขออนุญาตท่านหญิง กระหม่อมของดูอาการสักครู่เดียวพ่ะย่ะค่ะ”


      ทั้งการกระทำ คำพูด ท่าทางที่เหมือนหลุดออกมาจากลิเกนั้นสร้างความงุนงงให้กับไอแอมมากกว่าเดิมอีกเท่าตัว


     ท่านหญิงงั้นเหรอ? เธอเนี่ยนะท่านหญิง!!



     “ชีพจรของท่านหญิงคงที่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพียงแต่คิดว่า...”


     “คิดว่าอะไรหมอริชาร์ด?” ผู้ที่บอกว่าเป็นแม่ของเธอเอ่ยขัดขึ้นมาอย่างร้อนใจ


     “กระหม่อมคิดว่าสมองของท่านหญิงได้รับการกระทบกระเทือนอย่างมาก จนสูญเสียความทรงจำไปพ่ะย่ะค่ะ” 


     ทันที่ที่ประโยคนั้นออกมาจากปากของคนที่เป็นหมอ ไอแอมก็อ้าปากค้างโดยทันที 


    เธอเนี่ยนะความจำเสื่อม?!


    เธอจำมันได้หมดทุกอย่างด้วยซ้ำ! ตั้งแต่เหตุการณ์รถคว่ำ เพื่อนตั้งแต่เล็กจนโต ตอนที่พ่อเลิกกับแม่ จำได้แม้กระทั่งจูบแรกตอนเด็กๆ  แล้วจะมาบอกว่าเธอความจำเสื่อมได้ยังไงกัน!
     


     แต่คนที่ดูจะอาการหนักกว่าเธอก็คงจะเป็น ผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่าแม่คนนั้น


     เสร็จการตรวจหมอริชาร์ดก็ทำความเคารพพวกเธอและกลับออกไป ตอนนี้ในห้องเหลือเพียงไอแอมและแม่(?) ยังมีสาวใช้อีกสองสามคนเท่านั้น


    
     มือเรียวของคนที่เรียกตัวเองว่าแม่ค่อยๆกอบกุมมือของไอแอมไว้เบาๆอย่างถนุถนอม เธอปฏิเสธไม่ได้ว่ามือของผู้หญิงตรงหน้าให้ทั้งความอบอุ่นและคุ้นเคยอย่างเหลือเชื่อ เธอไม่ใช่คนแปลกหน้า เพราะเธอหน้าคล้ายแม่ของไอแอมมาก แต่ที่นี่มันแปลกประหลาดเกินกว่าที่เธอจะเข้าใจมันได้ง่ายๆ


     ไอแอมจึงดึงมือของตัวเองกลับมาเบาๆ



     แม้สายตาจะแสดงออกว่าเจ็บปวดกับการกระทำของลูกสาวคนเดียว แต่เธอก็เลือกที่จะยิ้มให้เด็กสาวตรงหน้า เพราะยังไงตอนนี้อนันตเซียก็กลับมาอยู่กับเธออีกครั้งแล้ว


     ไม่ว่าต้องด้วยเวทย์หรือคาถาใด เธอก็จะทำให้อนันตเซียกลับเป็นคนเดิมให้ได้...


     “ไม่เป็นไรนะจ๊ะอนันตเซีย แม่จะทำให้ลูกจำทุกอย่างได้เอง ไม่ว่าจะด้วยเวทมนตร์หรือคาถาอะไรก็ตาม”


    “เวทมนตร์? คาถา? หมายความว่ายังไงคะ?” เธอทวนคำพูดที่น่าเหลือเชื่อนั้นอีกครั้ง


     “ก็เวทมนตร์กับคาถาไงจ๊ะ ที่พวกเรามีติดตัวกันมาตั้งแต่เกิด” ผู้เป็นแม่ค่อยๆอธิบายให้อนันตเซียเข้าใจ มันไม่เป็นไรถ้าเธอจะป้อนความทรงจำใหม่ทีละนิดให้ลูกสาวทั้งหมด
มือบางหยิบไม้กายสิทธิ์ของตัวเองออกมาโบกเบาๆก่อนจะมีหิมะตรงลงมากลางห้อง และหยุดเมื่อเธอโบกไม้กายสิทธิ์อีกครั้ง


    ไอแอมอ้าปากตาค้างอย่างไม่สนใจใครกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า มันเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น และไม่เคยคิดว่ามันมีจริงมาก่อน เวทมนตร์!


     “ถ้าอย่างนั้นช่วยบอกหน่อยได้มั้ยคะ ว่าที่นี่คือที่ไหนและฉันเป็นใคร?” 


     หญิงสาวยิ้มให้กับเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู แม้ว่าอนันตเซียจะดูเปลี่ยนไปมาก แต่ก็ยังเป็นลูกสาวที่น่ารักของเธอเสมอ



     “ที่นี่คือแอนโดเนีย เมืองหนึ่งในดินแดนแห่งเวทมนตร์ไอโอลอส และลูกสาวของแม่ อนันตเซีย ดัชเชสลำดับที่หนึ่งแห่งแอนโดเนีย”


     ไอแอมอ้าปากค้างเป็นครั้งที่สอง เธอเนี่ยนะเป็นดัชเชส! ถ้าเปรียบเทียบกับไทยก็คือราชนิกุลดีๆนี่เอง


     “แล้วคุณไม่มีบรรดาศักดิ์เหรอคะ?” ไอแอมถามด้วยความสงสัย ถ้าเธอเป็นดัชเชส แล้วแม่ของเธอเป็นอะไร


     “แม่เป็นดัชเชสลำดับที่สองแห่งแอนโดเนีย เป็นดัชเชสที่ได้มาตามฐานะ เพราะสมรสกับพ่อของลูก แต่ลูกคือดัชเชสที่ได้มาตามสายเลือด ที่ส่งถึงธิดาคนเดียวโดยตรงของดยุกแห่งแอนโดเนียเมื่อเสียชีวิต...”


      น้ำเสียงของผู้เป็นแม่เอ่ยเบาลงเมื่อถึงท้ายประโยค


     นั้นแปลว่าพ่อของเธอ หรือเจ้าของร่างนี้ซึ่งก็คืออนันตเซียตายไปแล้วสินะ



     “ขอโทษนะคะ..ที่ต้องให้พูดถึงเรื่องแบบนี้” ไอแอมกล่าวอย่างรู้สึกผิด เธออดที่จะคิดถึงพ่อของตัวเองไม่ได้ ตอนนี้พ่อของเธอจะเป็นยังไงบ้างนะ


     “ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ ท่านจากเราไปนานแล้วตั้งแต่ลูกยังเด็กมากๆ ตอนนั้นลูกไม่ร้องไห้เลยสักนิด สมกับเป็นดัชเชสแห่งแอนโดเนียมากๆจ๊ะ” คำพูดของคนเป็นแม่ทำให้ไอแอมอดคิดไม่ได้ ถ้าเธอเป็นดัชเชสลำดับที่หนึ่ง นั้นก็แปลว่าเธอเป็นผู้ปกครองเมืองนี้นะสิ


     “เดี๋ยวนะคะ คือฉันเป็นดัชเชส...ถ้าอย่างนั้น ฉันคือเจ้าของเมืองนี้เหรอคะ?”


    “ใช่จ๊ะ แต่ตอนนี้ลูกยังอายุไม่ถึง20ปีบริบูรณ์ เพราะฉะนั้นตอนนี้แม่จึงเป็นรักษาการณ์แทน และเราจะแต่งตั้งลูกเมื่ออายุถึงแล้วเท่านั้นจ๊ะ” คำตอบของคนเป็นแม่สร้างความงุนงงให้ไอแอมมากกว่าเดิมอีก เธอจะอายุไม่ถึง20ได้ยังไงในเมื่อตอนนี้เธออายุ23ปีแล้ว


     “แล้วตอนนี้ฉันอายุเท่าไรเหรอคะ?”


     “18ปีจ๊ะ”


     คำตอบของเธอทำเอาไอแอมอ้าปากค้างเป็นรอบที่สาม นี่เธอตายแล้วเกิดใหม่ในโลกประหลาด แถมยังถูกลดอายุให้เด็กลงไปมากกว่าเดิมถึง5ปี!


     คงไม่มีเรื่องอะไรให้เธอประหลาดใจจนอ้าปากค้างไปมากกว่านี้แล้วใช่ไหม




     หลายวันผ่านไปกับการใช้ชีวิตที่โลกเวทมนตร์แห่งนี้ทำให้ไอแอมทำใจให้เชื่อได้แล้วว่านี่คงเป็นชีวิตใหม่ของเธอจริงๆ เพราะแม่ของเธอเล่าให้ฟังว่าอนันตเซียได้เสียชีวิตจากการจมน้ำที่ทะเลสาบแห่งหนึ่งในแอนโดเนีย แม่ของเธออยากจะทำพิธีตามศาสนาแต่ท่านบอกว่าทำใจไม่ได้ที่จะต้องอยู่เพียงลำพังโดยไม่มีลูกและสามี จึงตั้งใจจะฝั่งเมื่อทำใจได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไปสามวันคนรับใช้บอกกับแม่ของอนันตเซียว่าเธอฟื้นแล้ว ท่านจึงบอกว่านี่เป็นโชคชะตาที่ผู้เป็นเจ้ามอบให้ ทำให้เห็นว่าที่เธอเลือกจะไม่ฝั่งอนันตเซียเพราะรู้ว่าอนันตเซียจะกลับมา 


     แต่สิ่งที่ทำให้ไอแอมรู้สึกตกใจยิ่งกว่าคือเมื่อเธอได้เห็นใบหน้าของตัวเอง ผมของเธอไม่ใช่สีน้ำตาลเข้มเหมือนที่คิด แต่มันคือผมสีบลอนด์ และหน้าตาของเธอยังเหมือนกับผู้หญิงที่เธอเห็นก่อนที่เธอจะเกิดอุบัติเหตุด้วย!


     ถ้าตอนนี้ไอแอมอยู่ในร่างของผู้หญิงคนนั้น ซึ่งก็คืออนันตเซีย แล้วถ้าไอแอมจริงๆยังไม่ตายละ? อนันตเซียจะอยู่ในร่างของไอแอมหรือ


     หญิงสาวไม่รู้จะหาวิธีไหนมาให้คำตอบตัวเองได้ เพราะเธอไม่มีอะไรที่คิดว่าตัวเองเชื่อมโยงหรือเหมือนกับอนันตเซียเลยสักนิด สังเกตได้จากบรรดาสาวใช้ทั้งหลาย ที่ต่างดูรู้สึกดีที่รู้ว่าอนันตเซียความจำเสื่อมและเปลี่ยนไป รวมถึงคนเป็นแม่ แม่ของเธอบอกเพียงแค่ว่าอนันตเซียเป็นคนที่เข้มแข็ง เก่งเวทมนตร์และคาถา ทั้งเป็นคนที่เข้าถึงยากอีกด้วย


     ไอแอมจึงไม่แปลกใจเลยที่สาวใช้จะตกใจตอนที่เธอเอ่ยปากขอบคุณตอนพวกนั้นเอาเสื้อผ้ามาให้ คอยปรนนิบัติหรือช่วยเหลือในสิ่งที่เธอทำเองไม่ได้


     เพราะไม่มีความรู้อะไรอยู่ในความทรงจำเลยสักนิด ทำให้แม่ของอนันตเซียต้องหาอาจารย์มาสอนวิชาใหม่ให้กับเธอ ไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์คาถาเบื้องต้น สมุนไพร สัตว์วิเศษ การปรุงยา หรือแม้กระทั่งการขี่ไม้กวาดที่เธอแทบจะถอดใจเพราะไอแอมเป็นคนกลัวความสูง


     แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปความรู้ที่เธอได้รับมาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามการฝึก ไอแอมพอจะท่องและจำคาถาได้เยอะขึ้นเพราะเธอรู้สึกสนุกกับมัน จนเธอมีเวลาว่างพอที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ของไอโอลอสและโรงเรียนที่เธอต้องกลับไปเรียนในอีกไม่กี่สัปดาห์นี้ด้วย



     ‘โรงเรียนเวทมนตร์แห่งไอโอลอส’ เป็นโรงเรียนสำหรับลูกหลานกษัตริย์และชนชั้นขุนนางหรืออัศวิน ตั้งอยู่ในตัวเมืองไอโอลอสเมืองหลวง เป็นโรงเรียนเวทมนตร์ที่เก่าแก่และสร้างมาเป็นเวลานาน เพราะมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่ได้เรียนเวทมนตร์ บ่าวไพร่จึงถูกตัดสิทธิ์การใช้เวทมนตร์ 


     ปีนี้อนันตเซียกำลังจะขึ้นเรียนในระดับชั้นปีที่3 โดยโรงเรียนจะแบ่งออกเป็น 5 ระดับชั้นด้วยกันได้แก่ ปี1ถึง5 เรียงตามอายุ 16-20ปี ที่นี้แบ่งหอพักนักเรียนออกเป็น4หอพัก ได้แก่ Earth Dome,Water Dome,Wind Dome และ Fire Dome ก็คือธาตุต่างๆ ซึ่งสีของชุดยูนิฟอร์มจะเป็นตัวแบ่งตามบ้าน คือสีเขียว สีฟ้า สีเหลือง และสีแดง ตามลำดับ ส่วนอนันตเซียอยู่ Fire Dome ซึ่งไม่ต่างจากที่ไอแอมคิดไว้เลย เพราะอนันตเซียคนเดิมคงจะเหมาะกับธาตุไฟมากที่สุด




     เวลาของการปิดเทอมที่เหลือของอนันตเซียคนใหม่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอเริ่มที่จะปรับตัวให้เข้ากับที่ปราสาทหลังนี้ได้แล้ว ทุกคนที่นี่ใส่ใจเธอและยังดูแลเธออย่างดี โดยเฉพาะแม่ของเธอ ตอนนี้หญิงวัยกลางคนกำลังยืนน้ำตาคลอหลังจากไอแอมบอกลาเธอเพื่อกลับไปเรียนต่อ ความจริงแล้วเธอก็รู้สึกแปลกๆเหมือนกันที่ต้องออกไปเจอสิ่งใหม่ๆข้างนอก 


     ไอแอมเพิ่งรู้จากแม่ของเธอว่าเธอมีลูกพี่ลูกน้องหนึ่งคนที่จะกลับไปที่โรงเรียนพร้อมกันเสมอ เขาเป็นเด็กผู้ชายที่ชื่อ ‘เจโน่’ โดยเจโน่นั้นอายุน้อยกว่าอนันตเซียเพียงหนึ่งปีเท่านั้น แต่เอาความจริงเธอยังชินกับการที่คิดว่าตัวเองอายุ23อยู่ด้วยซ้ำ


     “ดูแลตัวเองดีๆนะจ๊ะ แล้วแม่จะส่งจดหมายไปหาลูก” แม่ของเธอเอ่ยลา ไอแอมเองก็โบกมือลาแม่ของตัวเองก่อนจะสวมเสื้อคลุมสีแดงที่เป็นยูนิฟอร์มของโรงเรียนแล้วเข้าไปในรถม้าที่มีคนบางคนรออยู่แล้ว
     


     “ชักช้า” เสียงบ่นพึมพำเบาๆที่เหมือนคุยกับตัวเอง แต่ก็หันมาพูดทางเธออย่างเห็นได้ชัดจากเด็กหนุ่มวัย17ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอ


     เจโน่เป็นเด็กผู้ชายที่ถ้าเธอคิดว่าถ้าเธอไม่รู้จักอายุของเขา เขาก็เหมือนผู้ชายทั่วไปคนหนึ่ง และยังเป็นคนที่ดูดีมากๆคนหนึ่งด้วยซ้ำ ผิวของของมีสีขาวเหลืองและได้รับการดูแลอย่างดี ตลอดจนทรงผมที่ถูกหวีให้เรียบยิ่งกว่า ทำให้ลุคของเขาดูเหมือนคุณชายดีๆนี่เอง


    ไอแอมไม่ได้หวังไว้ว่าจะได้รับการทักทายที่ดีกว่านี้จากเจโน่ เพราะประโยคที่ถูกเอ่ยออกมาตะกี้ก็ทำให้เธอได้รู้แล้วว่าที่แม่เธอบอกมาว่าอนันตเซียไม่ค่อยถูกกับเจโน่นั้นเป็นเรื่องจริง พวกเขาเป็นญาติที่วัยไล่เลี่ยกันก็จริง แต่ไม่เคยเลยที่เธอจะเจอเจโน่มาหาที่ปราสาทในช่วงปิดเทอม


     หญิงสาวนั่งลงข้างๆอีกคน และรถม้าก็ออกตัวไปในทันที พวกเขาจะใช้เวลาเดินทางไม่นาน เพราะแอนโดเนียอยู่ใกล้กับไอโอลอสมากที่สุด 


     ห่างตาของเธอเหลือบไปมองอีกคนที่ยังนั่งนิ่งอยู่ข้างๆ เจโน่ใส่ผ้าคลุมสีแดงเหมือนกันกับเธอ นั้นแปลว่าเขาอยู่ Fire Dome 



     เส้นทางที่รถม้าของพวกเขาวิ่งผ่านไปนั้นค่อนข้างที่จะขรุขระมากกว่าที่คิด ไอแอมรู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก เพราะไอรถม้านี่มันสั่นแทบจะตลอดเวลา เธอยังไม่ชินกับการใช้พาหนะของที่นี่ ทั้งไม้กวาด รถม้า แต่กว่าเธอจะได้เรียนวิชาการหายตัวและล่องหนก็ต้องขึ้นปี4ก่อน


     ไอแอมชะโงกหน้าของตัวเองออกไปรับลมข้างนอกหน้าต่างเพื่อให้สมองของเธอมีอากาศเข้าไปหล่อเลี้ยงมากกว่า ไม่อย่างนั้นเธอต้องอ้วกมันบนรถม้านี่แน่ๆ


     “ปัญญาอ่อนรึไง? ชะโงกหน้าออกไปแบบนั้น เดี๋ยวก็เจ็บตัวเอาหรอก!” 


     ประโยคแรกที่เธอได้ยินจากเจโน่เป็นคำบ่น ประโยคที่สองเป็นคำด่า ช่างเป็นลูกพี่ลูกน้องที่รักกันมากจริงๆ 


     ถ้าไม่ติดว่าลูกพี่ลูกน้องของฉันหล่อมากฉันคงจะขึ้นเสียงตอกกลับไปแล้ว แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนจะอ้วกมากกว่า


     “ฉันเวียนหัว อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย” เธอบอกกับอีกคน แต่เท่าที่สังเกตคือเจโน่ไม่ได้พูดทางการกับเธอทั้งๆที่ฐานันดรของเขาต่ำกว่า พ่อของเจโน่เป็นเอิร์ล เจโน่เป็นลูกชายคนแรกและคนเดียวเขาจึงมีฐานะเป็นบารอนโดยอัตโนมัติ แต่ดูเหมือนเจโน่จะไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้เท่าไร คงพอๆกับที่เขาไม่เรียกอนันตเซียว่าพี่นั้นแหละ

    
     “อีกไม่นานก็ถึงโรงเรียนแล้ว แต่ก่อนเธอก็ไม่เห็นเคยเป็น.”


     จะบอกให้นะเจโน่..นั้นมันอนันตเซีย แต่ฉันคือไอแอม 


     ไอแอมผู้ขับรถยนต์และไม่เคยนั่งรถม้าอ่ะจ๊ะ


     “อือ” เธอตอบเขาเบาๆ ก่อนจะนั่งเอาหัวพิงรถแล้วหลับตา โดยหวังว่าการหลับตาจะทำให้เธออาการดีขึ้น แต่รถม้าเจ้ากรรมกลับยังคงสั่นอย่างรุนแรงเหมือนเดิม



     ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!!



     “นายพอจะมีคาถาที่ทำให้รถม้ามันไม่สั่นได้มั้ย?” ไอแอมหันไปถามเจโน่ที่นั่งอยู่ข้างๆ 


     เจโน่มองหน้าเธอด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะยักคิ้วขึ้นเมื่อดูเหมือนเขานึกขึ้นได้


     “อ่อ.. ฉันลืมไปว่าเธอความจำเสื่อม แต่ไม่นึกว่าจะลืมได้แม้กระทั่งคาถาง่ายๆ” เด็กชายที่ดูเหมือนชายหนุ่มในสายตาของไอแอมว่า แล้วไอที่ฉันเข้าใจว่าเขานึกคาถาออกนี่คือรอให้เจโน่มาด่าฉันอีกรอบว่างั้น?


     “ถ้านายรู้แล้วว่าฉันความจำเสื่อม ก็ช่วยทีสิ ฉันไม่รู้ว่าคาถามันคืออะไร” ไอแอมไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าเธอจะต้องรู้คาถานี้ด้วย


     “ฉันจะบอกให้ก็ได้ แต่เธอต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” เจโน่เอ่ยพร้อมกับยิ้มมุมปาก นั้นเป็นรอยยิ้มที่คงดูร้ายกาจมากในสายตาของคนทั่วไป จึงไม่แปลกเลยที่ทำไมเจโน่ถึงอยู่ Fire Dome


    “ได้ ว่ามา” ไอแอมรับตอบตกลงในทันที เพราะตอนนี้อาหารมื้อเที่ยงของเธอมันมาจุกอยู่ที่คอแล้ว


     “เธอต้องจูบเป็นการแลกเปลี่ยน” 


     “เอาสิ จูบแบบไหนละ คิสหรือดีฟคิส” ฉันถามออกไปตรงๆ ถึงจะแปลกใจหน่อยที่คนตรงหน้ายื่นข้อเสนอแบบนี้มา



     ก็มันแค่คิส จัสคิส ก็เท่านั้นเอง



     สีหน้าของเจโน่ดูแปลกใจไม่เบาที่เห็นฉันเอ่ยมันเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา เขานิ่งไปจนไอแอมอดคิดไม่ได้ว่าอนันตเซียเพิ่งจะอายุ18 และเจโน่ก็อายุ17 นี่เขาจะมองว่าอนันตเซียแก่แดดหรือเปล่านะที่พูดเรื่องแบบนี้ได้อย่างหน้าไม่อาย หรือว่าฉันควรทำตัวไร้เดียงสาเพราะไม่รู้ว่าอนันตเซียมีจูบแรกหรือยัง? ทั้งๆที่ฉันไอแอมในอายุ23ปีมีประสบการณ์มาอย่างโชกโชนเนี่ยนะ!


    “ว่ายังไงล่ะ?” ฉันถามคนตรงหน้าที่จู่ๆก็แก้มขึ้นสีแดงมาซะดื้อๆ


  นี่เจโน่เขินงั้นเหรอ?


    ไม่อยากจะเชื่อว่าฉันกำลังทำเด็กหนุ่มวัยขบเผาะหน้าแดงเพราะเรื่องจูบ นี่ถ้าเป็นเด็กๆในโลกเก่าของฉันบางคนคงโชกโชนไปแล้ว ไอแอมเองคงถูกมองเป็นอีป้าแอ้วเด็กเหมือนกัน


    “ว่าไงเจโน่ ฉันเวียนหัวจะไม่ไหวแล้วนะ”


     ความจริงคือฉันหายปวดหัวเป็นปลิดทิ้งตั้งแต่ตอนที่เขาพูดเรื่องจูบขึ้นมาแล้วต่างหาก


     “บะ...แบบไหนก็ได้” เจโน่พูดมาอย่างติดๆขัดๆ แถมยังมองไปทางอื่นทั้งๆที่กำลังคุยกับเธออยู่ด้วย


     “นี่..นายเป็นผู้ชายนะ ก็ต้องเริ่มก่อนสิ” ฉันบอกกับอีกคนอย่างเบาๆ ต้องทำน้ำเสียงให้ปกติทั้งๆที่อยากจะหัวเราะกับอาการเขินของลูกพี่ลูกน้องตัวเอง


     จู่ๆมือหนาที่มีขนาดใหญ่กว่ามือของฉันก็เลื่อนมาจับใบหน้าของฉันไว้ทั้งสองข้าง ไอแอมตาโตด้วยความแปลกใจเล็กน้อยที่ถูกรุกจากเจโน่แบบนี้ ก่อนที่ริมฝีปากของเจโน่จะประกบลงกับริมฝีปากของเธอเบาๆ


     มันไม่ใช่ดีฟคิส แต่มันคือการคิสครั้งแรกของเจโน่ที่เธอรู้ได้ทันที เพราะน้ำหนักการลงจูบที่ทำลงไปเพียงเพราะอยากจูบ ทำให้ไอแอมอดยิ้มไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายผละออกจากเธอแล้ว


     “นั้นจูบแรกนายเหรอ?” เธอถามอีกคนยิ้มๆ


     ไม่คิดว่าลูกพี่ลูกน้องของตัวเองจะน่ารักขนาดนี้


     เจโน่ไม่ตอบแต่กลับเบื้อนหน้าหนีไปทางอื่น


    “นี่เจโน่ ถ้านายอยากจูบให้เป็นละก็ มาให้ฉันสอนให้ก็ได้นะ” ฉันว่าอย่างขำๆ ก่อนที่เจโน่จะหันมามองตาขวาง ไอแอมจึงต้องเอามือปิดปากเพื่อกลั้นขำไว้


     “เธอคิดว่าการจูบเป็นเรื่องตลกเหรอ?”


     “เปล่า ฉันแค่คิดว่านายน่ารักดี” เธอว่าพร้อมกับเอามือที่ปิดปากกลั้นขำลงแล้วหัวเราะท่าทางเจโน่เบาๆ


     “ฉันเนี่ยนะน่ารัก? เธอมันบ้าไปแล้วจริงๆด้วย แล้วที่บอกว่าเวียนหัวนะ หายแล้วเหรอ?” 


     นั้นสิ... ไอแอมลืมเรื่องเวียนหัวไปสนิทเลย


     “อืม หายแล้วละ เพราะจูบนายแท้ๆเลยนะเนี่ย” เธอว่าพร้อมกับหัวเราะคิกๆอยู่คนเดียว โดยที่เจโน่ไม่ยอมหันหน้ามาคุยกับเธอตลอดทาง แต่ไอแอมก็ยังไม่เลิกล้ออีกคนจนกระทั่งลงจากรถม้าและเข้าหอพัก




     เพราะอยู่ Fire Dome เหมือนกันเจโน่จึงเดินมากับฉันได้ เพียงแต่ว่าเมื่อเข้ามาก็ต้องแยกไปตามหอพักฝ่ายชายและฝ่ายหญิง กฏของที่นี่คือห้ามนักเรียนชายขึ้นหอพักนักเรียนหญิงยกเว้นหัวหน้าชั้นปี แต่นักเรียนหญิงสามารถเข้าออกหอพักชายได้ 


     “ขึ้นไปสิ” เจโน่ว่าเมื่อเธอเอาแต่มองรอบๆห้องนั่งเล่นไม่ขึ้นบันไดไปสักที


      “ทำไมถึงไม่มีคนเลยละเจโน่?” ฉันถามด้วยความสงสัย


     “เดี๋ยวก็คงทยอยมากันภายในวันนี้ ส่วนใหญ่ใช้เวลาเดินทางนานเพราะอยู่ใกล้ไกลไม่เท่ากัน” เจโน่บอกกับฉันเสียงเรียบ ฉันจึงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะยกกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองขึ้นหอพัก แต่ก็ไม่วายแกล้งลูกพี่ลูกน้องตัวเองอีกรอบ


     “นี่เจโน่ ไว้มาดีฟคิสกันนะ ฮาๆ” ว่าจบฉันก็เดินขึ้นหอพักไปพร้อมเสียงหัวเราะ เพราะเห็นสีหน้าของเจโน่แล้ว เขาคงจะตกใจน่าดู







      เสียงหัวเราะของลูกพี่ลูกน้องที่เดินขึ้นไปหอพักหญิงจนลับตาทำให้เจโน่ยิ้มออกมาบางๆ นึกถึงประโยคที่อีกคนเอ่ยออกมาตะกี้ทำให้ใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้มขึ้นมาดื้อๆ 


     ถึงการจูบวันนี้ของเขามันจะไม่ค่อยดีเท่าไร แต่มันก็เป็นแค่การแสดงอย่างหนึ่งเท่านั้น ถ้าให้ถึงเวลาเจโน่เอาจริงขึ้นมา ลูกพี่ลูกน้องของเขาคงจะสู้ไม่ได้แน่ๆ การที่อนันตเซียเปลี่ยนไปมากขนาดนี้จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ไม่ดี ก่อนที่เธอจะความจำเสื่อม เธอทั้งหยิ่ง จองหอง ไม่ยอมคน และยังห้าวเกินผู้ชาย 

      แต่นั้นก็ทำให้ความอยากเอาชนะของเขามันมีมากไปด้วย แต่กับอนันตเซียคนใหม่เขารู้สึกว่าเธอทั้งร่าเริง และดูจะเป็นมิตรมากกว่าปกติด้วย แต่นั้นมันก็ทำให้เขายิ้มออกมาได้อย่างอารมณ์ดีโดยอัตโนมัติ แล้วตกลงเขาชอบอนันตเซียคนเก่าหรืออนันตเซียคนใหม่กันแน่






***************
กลับมาแก้อีกรอบและพบว่าคำผิดเยอะมาก เราจะคัมแบคละนะ

ไปเล่นในแท็ก #ฟิคไอโอลอสได้เน้อ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 239 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

937 ความคิดเห็น

  1. #922 เป็นประกายม๊อบแม๊บ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 / 18:35
    แอ่กคือเอาเลอหรอ
    #922
    0
  2. #884 mynicknamenoon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 16:38

    ชั้นเขินมากแกก

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-04.png

    #884
    0
  3. #877 Caramelcraem (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 17:23
    อยากเป็นนางเอกอ่ะเปิดมาก็ได้จูบผู้ชายหล่อ กรี๊ดดดด
    #877
    0
  4. #827 ไข่เค็ม 🐹 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 02:01
    ง่อววเอ็นดู
    #827
    0
  5. #793 Galaxy_q (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 19:55
    โน่เป็นหนุ่มร้ายเเน่เลอออ
    #793
    0
  6. #711 Calamel_MelToM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 10:30
    อยากขอโทษไรท์ 555 ตอนแรกนึกว่า
    นางเอกเป็นแบบเจ้าหญิง เรียบร้อยๆ
    พออ่านแล้วพล็อตเรื่องคือดีมากกกกชอบบบบ
    #711
    0
  7. #611 namtankk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 22:30
    เราชอบเนื้อเรื่องจริงๆ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี55555 #แก้คำผิดให้นะคะ (1)ที่นี้ เป็น ที่นี่ (2)พะยะค่ะ เป็น พ่ะย่ะค่ะ ตามราชบัณฑิตเด้อจ้าา
    #611
    1
    • #611-1 Hyeonin(จากตอนที่ 3)
      22 ตุลาคม 2560 / 11:20
      เรากำลังทยอยแก้เน้อ ขอบคุณนะคะ @namtankk
      #611-1
  8. #338 97ivy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 23:08
    ชอบมากกกกกก โน่น่ารักมากกก
    #338
    0
  9. #139 Neen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 00:22
    กรี๊ดดดดดดด เจโน่ของพี่~~~เปิดมาก็ฟินเลย ดีต่อใจ ฮือออออ
    #139
    0
  10. #104 awckmm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:19
    โอ้ววววววววววว
    #104
    0
  11. #39 S. blue (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:57
    แงๆๆๆๆๆเจโน่หนูอยากได้เขา
    #39
    0
  12. #32 imyora (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:30
    #ทีมเจโน่ ตอนนี้ ตอนต่อไปคือไม่แน่ใจ55
    #32
    0
  13. #20 prayza159 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:39
    บอกได้เลยว่าเรือเจโน่เเน่ๆไม่มีทางเปลี่ยนเรือ
    #20
    1
  14. #13 tkmn10 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 23:54
    ลงเรือเจโน่ก่อนแล้วกันค่ะ พายวนไป 5555
    #13
    0
  15. #12 tykt_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 23:15
    เจโน่น่ารักก5555555555เขินนนน
    #12
    0
  16. #11 susirada (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 22:18
    อร๊ายยยยยย เจโน่~~~~~ ไว้มาดีฟคิสกันอีกนะ555555555 เขินนน ชอบบบบ มาต่อเร็วๆนะคะ ขอด่วนๆเลยยิ่งดี555^////////^
    #11
    0