( nct x you ) Aiolos School of Wizardry. - end.

ตอนที่ 26 : Chapter 24 :: นิทาน ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 126 ครั้ง
    21 พ.ค. 60




Chapter 24 :: นิทาน ::




      โชคดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์ เพราะฉะนั้นไอแอมจึงตื่นสายได้ !


      แต่เพื่อนของเธอไม่ยอมให้เธอตื่นสาย จีซูมาเคาะห้องเธอตั้งแต่แปดโมงเช้า เพื่อชวนเธอแต่งตัวออกไปเล่นที่หมู่บ้านผู้วิเศษกัน


      จีซูออกจะแปลกใจหน่อยๆที่เพื่อนสาวของตัวเองดูเหมือนคนที่อดหลับอดนอนมายังไงอย่างงั้น ทั้งๆที่เมื่อคืนอนันตเซียก็เข้านอนตามปกติ


       แต่ในความจริงคือเมื่อคืนเธอต้องไปเจอเรื่องลุ้นระทึกมาและกว่าจะหาทางกลับหอพักได้โดยที่ผู้ตรวจการไม่เห็นก็เกือบจะไม่รอดแล้ว


       แปดโมงเช้าที่สายแล้วสำหรับจีซูเลยกลายเป็นเพิ่งแปดโมงเช้าสำหรับคนที่นอนไม่พออย่างไอแอมไง


       แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พาตัวเองออกมาถึงหมู่บ้านผู้วิเศษได้ ตอนนี้ก็เดินเล่นเข้าออกแต่ละร้านกันเป็นว่าเล่นแล้ว และเย็นนี้เธอกับเจโน่ แฮชานยังต้องกลับไปซ่อมฮอกคัพกันอีก


        จะว่าไปแล้วเมื่อคืนเธอก็รู้สึกเสียดายอยู่เหมือนกัน อุตส่าห์แอบขึ้นไปได้ถึงชั้นบนสุดแล้ว แต่กลับไม่ได้อะไรติดมือมาเลยสักอย่าง แถมสามคนที่เหลือจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ หวังว่าคงไม่มีใครถูกจับได้นะ...


       แต่ถึงพวกเขาจะถูกจับได้ เจ้าชายเตนล์ก็เป็นถึงเจ้าชายคงไม่โดนทำโทษหรอก อีกอย่างทั้งสองคนที่เหลือยังมีความสามารถเก่งกว่าเธออีก คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็เธอนี่แหละ


      แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็หนีกลับหอพักมาได้อย่างปลอดภัยละ


      “เธอไม่สบายรึเปล่าอนันตเซีย?” เจโน่เอ่ยถามเธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง เพราะคิ้วของเขาขมวดกันแทบจะเป็นปมอยู่แล้ว


      “ปะ..เปล่า ฉันแค่พักผ่อนไม่พอนะ” เธอยิ้มกว้างเพื่อให้อีกคนสบายใจ


      “ถ้าไม่ไหวให้ฉันพาเธอกลับโรงเรียนมั๊ย?” เจโน่ว่า


      จีซูที่เดินนำอยู่ถึงกับหันมาอย่างรวดเร็ว


      “อนันตเซียเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำแล้ว ทำไมเธอจะยังนอนไม่พออีก แล้วนายก็ด้วย อย่าตามใจเธอให้มากนักสิ” 

       ไอแอมทำปากพง้าบๆตามหญิงสาวเบาๆ ก่อนจะถูกสายตามองค้อนมาให้ 


       นี่เพื่อนหรือแม่คนที่สองเนี่ย ดุจังเลย


       “ก็ฉันเป็นห่วงอนันตเซียหนิ” 


        เดี๋ยวนะเจโน่ นี่มันกลางตรอกเลยนะ อย่าพูดเสียงดังสิ นอกจากคนอื่นจะหันมามองยิ้มๆแล้วฉันยังอายด้วย ! -/\-


       “รู้แล้วหน่า ฉันก็ห่วงแต่ไม่ได้ตามใจแบบนายไง ฉันว่าเราเข้าร้านนั้นกันเถอะอนันตเซีย” 


       จีซูตอบแบบส่งๆก่อนจะดึงแขนเธอตามไป แผงหนังสือมากมายที่ตั้งอยู่หน้าร้านทำให้ไอแอมก็ให้ความสนใจไม่น้อย มันเป็นร้านหนังสือก็จริง แต่เป็นแนวที่ไม่ใช่เชิงวิชาการมาก เหมือนพวกนิทานวรรณกรรมมากกว่า เธอไม่เคยเห็นหนังสือแบบนี้มาก่อนเลยตั้งแต่มาที่นี้


     ส่วนเจโน่กับแฮชานก็เลือกที่จะไปเดินรอที่ร้านอื่นเพราะทั้งสองไม่ชอบร้านหนังสือเท่าไร


      หน้าปกของหนังสือต่างๆที่ไอแอมมองผ่านๆล้วนเต็มไปด้วยสีสันต่างจากหนังสือเรียน แต่มีเล่มหนึ่งที่สายตาของเธอมองผ่านและเหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นมันที่ไหน...แต่ก็คิดไม่ออก


      ไอแอมมองมันอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินตามจีซูเข้าไปในร้าน หญิงสาวจับเล่มนั้นดูเล่มนี้อย่างสงสัย ในร้านมีสองชั้นและค่อนข้างเงียบสงบ ทำให้ไอแอมเพลินจนรู้ตัวอีกทีก็เข้ามาในร้านลึกเกินไปแล้ว


      แต่ในระยะสายตาของเธอยังมีลูกค้าคนอื่นอยู่ อย่างน้อยก็มีผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนี้


      แต่ว่า...เขาเข้ามาใกล้เธอมากเกินไปมั๊ย?


      หญิงเอี้ยวตัวกลับจะเดินไปหาเพื่อนของตัวเองที่ชั้นบน แต่ทว่าสัมผัสจากฝ่ามือของใครบางคนที่แขนของเธอทำให้หญิงสาวสะบัดออกก่อนจะดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาอย่างรวดเร็ว


      “โว้ๆ ใจเย็นๆสิสาวน้อย” 


      สีหน้าของชายหนุ่มดูตกใจเล็กน้อยในความไวของหญิงสาวตรงหน้า เขาคิดว่าเธอคงเป็นแค่หญิงสาวที่อ่อนหวานลูกขุนนางในโรงเรียนที่ออกมาเที่ยวเล่นในวันหยุดนะสิ


      ไอแอมมองอีกคนอย่างไม่อยากมีปัญหาก่อนจะเดินออกไป ถ้าไม่ติดว่าหันไปอีกทางก็มีชายอีกคนยืนขวางทางอยู่


     นี่มาด้วยกันงั้นเหรอ?! 


     “อย่าเพิ่งไปสิสาวน้อย ไหนๆเธอก็ออกมาเที่ยวนอกโรงเรียนทั้งที ไปหาอะไรอร่อยๆกินกับพวกเราดีกว่า”


      “เหอะ..”


      หญิงสาวส่งเสียงออกมาในลำคออย่างขัดใจ นี่พวกเขาใช้วิธีเข้าหาผู้หญิงด้วยท่าทางที่ไม่มีมารยาทแบบนี้นะเหรอ


      “เสียใจนะ พอดีฉันไม่อยากจะไปหาอะไรอร่อยๆ ช่วยหลบออกไปจากทางเดินด้วย” หญิงสาวเอ่ยกับชายอีกคนที่ยืนขว้างทางอยู่ ในขณะที่ไม้กายสิทธิ์ยังกำอยู่ในมือแน่น


       เธอไม่ได้อยากมีเรื่องนอกโรงเรียนเพราะรู้ว่าโทษมันหนักไม่เบา หวังว่าสองคนนี้คงไม่อยากจะเจ็บตัวหรอกนะ


      “ปากเก่งใช้ได้เลยหนิ ไหนดูสิว่าจะเก่งอย่างอื่นอีกรึเปล่า..”


      หญิงสาวเกลียดท่าทางแบบนี้ชะมัด ท่าทางที่มันทำเหมือนกับว่าผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอไม่มีทางสู้เนี่ย


      มือบางกำไม้กายสิทธิ์แน่นพร้อมจัดการกับทั้งสองคนตรงหน้าแล้ว แต่ทว่าเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาเรียกความสนใจจากสองคนนั้นได้ดี


      “ท่านหญิงอนันตเซีย เจ้าขายเตนล์ให้กระหม่อมมาตามแล้วพะยะค่ะ” 


      ชายหนุ่มที่มาใหม่เอ่ยขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มบาง และท่าทางที่สุภาพเรียบร้อยมาก


     มากเกินกว่าที่มาร์คคนปกติปฏิบัติกับเธอซะอีก...


     แต่ไอแอมว่าเธอเดินตามแผนมาร์คทันนะ


     “ไปบอกเจ้าชายว่าเราไปช้าเพราะมีใครบางคนพยายามเข้ามาชวนเราไปเที่ยว แล้วก็บอกไปด้วยว่าเราปฏิเสธไปแล้วแต่พวกเขายังเอ่ยวาจาที่ไม่ดีกับเรา...”


     ท่าทางของเธอถูกอัพเกรดให้ดูเป็นทางการขึ้นมาจนไอแอมอดจะอายตัวเองในใจไม่ได้ที่ทำแบบนี้ แต่ถ้าเทียบกับสีหน้าของสองคนในตอนนี้แล้ว การแสดงละครครั้งนี้ของเธอก็ได้ผลละ


     แค่ได้ยินชื่อเจ้าชายและได้ยินว่ามาร์คเรียกเธอว่าท่านหญิงทั้งสองก็แทบจะเผ่นแนบแล้ว


     หญิงสาวหันไปยิ้มให้อีกคนที่ยังคงทำท่าทางเหมือนเป็นผู้ติดตามของเธออยู่ แม้ว่าชายสองคนนั้นจะหนีไปแล้ว


     “ขอบใจนะมาร์ค”


     “ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี้แล้วคนเดียวละ?” ชายหนุ่มถามพร้อมมองเธอด้วยความสงสัย


     “จีซูก็อยู่ แต่อยู่ชั้นบนนะ” ไอแอมกระซิบตอบอีกคนเบาๆ มาร์คจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ในมือของเขาก็มีข้าวของที่ซื้อมาเต็มไม้เต็มมือไปหมด


     “ไม่ใช่ของฉันนะ พวกญาติๆฉันฝากซื้อต่างหาก” เมื่อเห็นหญิงสาวไล่มองด้วยความสงสัย ชายหนุ่มก็รีบยกมือข้างที่ว่างขึ้นมาปฎิเสธพร้อมอธิบายอย่างรวดเร็ว


      “ฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไรนี่หน่า..” เธอแค่เห็นเขาซื้อเครื่องประทินผิวมาตั้งสองชุดเลยสงสัยแค่นั้นเอง


      “ความจริง มันมีของที่ฉันอยากจะให้เธอด้วย” คนตัวสูงกว่าเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบาง ก่อนจะยื่นถุงกระดาษใบใหญ่มาให้เธอ


      ให้ฉันเนี่ยนะ?!


       ไอแอมมองสิ่งของที่อยู่ในถุงอย่างไม่อยากจะเชื่อ



       “โรสสั่งให้ฉันไปซื้อเครื่องประทินผิวพวกนี้มาให้ ฉันก็เลยแวะซื้อมาให้เธอด้วย...” พูดไปก็แก้มแดงไป นี่เขาเขินงั้นเหรอ...


       “อ่า...ความจริงไม่ต้องก็ได้ ฉันขอบใจนายมากๆเลยนะ” ไอเกรงใจก็เกรงใจ ช่วยแล้วยังมีของให้เธออีก แถมยังเขินซะเธอรู้สึกผิดที่ไม่มีไรให้บ้างเลย


      “ความจริง...ถ้าไม่ใช่เพราะชื่อของเจ้าชายเตนล์...คนพวกนั้นคงไม่กลัวฉันเลยสินะ...” ชายหนุ่มเอ่ยกับเธออย่างแผ่วเบา "ดีแล้วที่เธอได้เป็นชายา เขาเป็นคนที่ปกป้องเธอได้แม้กระทั่งแค่ชื่อของเขาจริงๆ”


      “ไม่ใช่ซักหน่อย เป็นนายต่างหากที่ช่วยฉัน แค่นายยื่นมือเข้ามาในสถานการณ์แบบนี้ก็กล้าหาญมากแล้วมาร์ค” ถ้าเป็นคนอื่นมาเห็นสองคนนั้นคงกลัวหัวหดไปแล้ว


      แต่ก็นะ...ไอแอมชมไปนิดเดียวแต่อีกคนกลับหน้าแดงเป็นมะเขือเทศเลย


      “แล้วเธอสนใจหนังสือเล่มไหนรึเปล่า?” เห็นว่าอยู่ในร้านหนังสือ มาร์คเลยเปลี่ยนเรื่องแก้เขินตัวเองซะเลย


      เธอยังไม่มีหนังสือเล่มไหนที่สนใจเป็นพิเศษเลย แต่เล่มที่อยู่ในมือมาร์คนี่มัน.. 


      “อ่า นี่มันนิทานเด็กนะ ฉันซื้อไปฝากหลานที่บ้าน” มาร์คว่าเมื่อเห็นหญิงสาวมองมันอย่างสงสัย แต่พอชายหนุ่มตอบออกไปแล้วเธอก็ยังมองไม่หยุด


      “มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรเหรอ?” ไอแอมถามออกไป 


      นิทานเด็กมันก็ต้องเกี่ยวกับเด็กสิ


      “อ่อ เรื่องการผจญภัยของเด็กผู้ชายสองคนกับเด็กผู้หญิงหนึ่งคนนะ ตอนเด็กๆฉันก็เคยอ่าน เป็นนิทานในตำนานจริงๆ...”


       นิทานในตำนานเหรอ...


       เธอจำได้ว่าเคยเห็นรูปแบบนี้ที่ไหนสักที แต่คิดไม่ออกจริงๆ


       “อนันตเซีย เธออยู่นี่รึเปล่า?” เสียงตะโกนเรียกเบาๆจากจีซูทำให้ทั้งสองสะดุ้ง หญิงสาวจึงรีบเอ่ยปากบอกลามาร์คก่อนที่จีซูจะมาเจอเขา โดยไม่ลืมขอบคุณเขาอีกรอบ


       เมื่อออกมาจากร้านแล้วในหัวเธอยังคิดเรื่องภาพนั้นไม่หยุด แต่ตอนนี้เธอพอจะนึกออกแล้วว่าเคยเห็นมันที่ไหน


     เพราะเมื่อคืนมันมืดมากๆจนเลือนราง เธอเลยคิดไม่ออกสักที แต่ตอนนี้เธอจำได้แล้วว่าหน้าปกของนิทานเรื่องนี้ มันเป็นภาพเขียนที่อยู่บนระเบียงชั้นบนสุดของปราสาทในโรงเรียนเวทมนต์ไอโอลอส !





     ระหว่างทางกลับมาที่โรงเรียนตลอดจนมาห้องหอพัก ในหัวของหญิงสาวมีเพียงเรื่องเดียวที่เธออยากรู้ สีหน้าที่กำลังใช้ความคิดตลอดทางของเธอมันทำให้คนที่อยู่ด้วยตลอดเวลาอดที่จะสงสัยไม่ได้


      “เป็นอะไรรึเปล่าอนันตเซีย?” 


      ชายหนุ่มถามพร้อมมองอีกคนอย่างสงสัย อนันตเซียดูเหม่อๆเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลาอย่างนั้น


      “อ่อ...เปล่า ฉันแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยนะ” ไอแอมตอบพร้อมรอยยิ้มบางให้เจโน่ ตอนนี้ทั้งคู่กำลังพักผ่อนกับเพื่อนๆที่เพิ่งกลับมาถึงโรงเรียนในห้องนั่งเล่นของหอพัก


      “เหนื่อยรึเปล่า? เย็นนี้เราต้องซ้อมฮอกคัพกันต่อด้วยนะ” เจโน่ถามด้วยความเป็นห่วง ทว่าคนถูกถามกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบเบาๆ


      “ว่าแต่ นายพอจะรู้จักนิทานรึเปล่า?” หญิงสาวลองถามอีกคนเบาๆ เพื่อไม่ให้ใครได้ยินนอกจากเจโน่ จะว่าไปตอนนี้ก็ไม่ได้มีใครสนใจพวกเขาสองคนสักเท่าไร


      “นิทานเหรอ?” ชายหนุ่มทวนคำถามพร้อมสีหน้างงๆ


      ทำไมอยู่ๆอนันตเซียถึงมาถามเรื่องนิทานกับเขาได้ละ


      “อือ พวกนิทานนะ วันนี้ไปร้านหนังสือมาเลยเจอ แต่จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร” ไอแอมทำหน้าซื่อตอบไป แน่นอนว่าเจโน่พยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะอนันตเซียความจำเสื่อม เลยจำตอนเด็กๆไม่ได้ คงเพราะเธอพูดคุยกับเขามากกว่าปกติมันเลยทำให้เจโน่ลืมเรื่องที่เธอความจำเสื่อมไปเลย


      “แล้วเธอสนใจเรื่องไหนละ? เผื่อฉันพอจะจำได้ แต่ตอนเด็กๆฉันก็ไม่ค่อยชอบฟังนิทานเท่าไรนะ” เจโน่ว่าพร้อมรอยยิ้ม เอาจริงๆเขารู้จักนิทานที่แม่เล่าให้ฟังแค่ไม่กี่เรื่องหรอก เพราะไม่ชอบฟังมันตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว


      “ก็เรื่องที่หน้าปกมันเป็นเด็กผู้ชายสองคนกับเด็กผู้หญิงหนึ่งคน...”


      “อ่า...” ไม่น่าจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักเรื่องนี้นะ มันเป็นนิยายพื้นๆธรรมดาที่เล่ากันมานานมากแล้ว


       “รู้จักสิ นิทานเด็กชายกับเด็กหญิงนะเหรอ มันก็แค่นิทานทั่วๆไปหนิ” 


       อนันตเซียไปสนใจมันได้ยังไง


       “แต่ฉันอยากรู้ นายเล่าให้ฟังหน่อยสิ” มือบางเกาะแขนเจโน่แล้วเขย่าเบาๆเหมือนกำลังอ้อน นั่นทำให้อีกคนยอมใจอ่อนทั้งๆที่ก็ยอมทุกอย่างอยู่แล้ว


       ชายหนุ่มจึงเริ่มต้นเล่านิทานที่หญิงสาวอยากรู้นักหนาให้ฟัง


      “นิทานเด็กชายกับเด็กหญิงเป็นเหมือนเรื่องที่อุปโลกน์ขึ้นมาว่ามันเป็นต้นกำเนิดของกลุ่มผู้วิเศษ โดยเรื่องมันมีอยู่ว่า เด็กชายสองคนและเด็กหญิงหนึ่งคน มีความผิดปกติที่แตกต่างจากชาวเมืองคนอื่นๆ ผิดปกติในแบบที่ทั้งความคิด การใช้ชีวิต นิสัยและความสามารถต่างๆ จึงทำให้ไม่มีใครคบ และที่สำคัญคือทั้งสามคนเป็นเด็กกำพร้าปราศจากครอบครัว แน่นอนว่ามันทำให้พวกเขาถูกกลั่นแกล้งและถูกมองว่าเป็นตัวประหลาดต่างๆนานา


     จนในที่สุดเด็กชายคนหนึ่งเกิดโมโหจนทนไม่ได้ และจู่ๆก็เกิดไฟแผดเผาร่างของคนที่กลั่นแกล้งเด็กผู้ชายคนนั้น เหมือนกับว่าเขาจงใจให้มันเกิดขึ้น ไม่มีใครรู้ว่าไฟมันเผาร่างผู้ชายคนนั้นได้ยังไงและมันมาจากไหน ทุกคนจึงช่วยกันรีบดับไฟตาอาการก็ยังสาหัสอยู่ และนั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวเมืองเริ่มหวาดกลัวทั้งสามคนมากขึ้น จนทั้งต้องหนีออกมาจากเมืองและใช้ชีวิตอย่างหลบๆซ่อนๆภายในป่า


     เด็กทั้งสามใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพราะหลายต่อหลายครั้งที่ต้องหนีจากการไล่ล่าของกลุ่มคนที่หมายจะเอาชีวิตให้ได้ ทั้งๆที่เรี่ยวแรงแทบจะไม่มี ในวันที่สิ้นหวังเหมือนจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต ชายแก่คนหนึ่งก็ได้มอบน้ำและอาหารให้กับทั้งสามคน ทั้งสามดีใจมากจึงรีบรับน้ำและอาหารนั้นมาอย่างรวดเร็ว


     แต่หลังจากนั้นชีวิตของพวกเขาก็ต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล...”


     “เปลี่ยนไปยังไงเหรอ?” 


     ยังไม่ทันที่จะเล่าจบ สีหน้าสงสัยของอนันตเซียก็ถูกส่งมาเป็นคำถามให้เจโน่ เขาจึงเล่าต่อไป


     “เพราะหลังจากที่ทานอาหารและน้ำนั้นแล้ว พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้น นั่นก็คือเวทมนตร์”


      “อ่า...แบบนี้นี่เอง”


      “เมื่อทั้งสามมีเวทมนตร์ แน่นอนว่าพวกเขาสามารถจัดการกับผู้คนที่จ้องจะเอาชีวิตได้ และเริ่มเอาคืนอย่างสาสมกับสิ่งที่พวกเขาได้โดนกระทำไว”


      “พวกเขาฆ่าคนที่ไม่มีเวทมนตร์งั้นเหรอ?” 


      “ไม่หรอก แต่มันก็ทำให้คนพวกนั้นหวาดกลัวจนไม่กล้าที่จะเดินทางผ่านเข้ามาในป่านั้นอีกแล้ว และพวกเขาก็ใช้ชีวิตต่อได้อย่างมีความสุขโดยมีอาณาเขตเป็นของตัวเอง”


      “จบแล้ว?”


      “อือ”


      เจโน่พยักหน้าพร้อมตอบอีกคนเบาๆ ทำไมอนันตเซียทำหน้าผิดหวังอย่างนั้นละ


      “มันก็เป็นแค่นิทานปกติหนิ” หญิงสาวว่า


      “ก็ใช่ไง ฉันก็บอกไปแล้ว เธอหวังให้มันเป็นยังไงเหรอ?” เจโน่ถามพร้อมมองหน้าอีกคนด้วยความสงสัย 


     “เปล่าหรอก ฉันก็แค่อยากรู้แค่นี้แหละ” ไอแอมตอบเบาๆ บางทีเธออาจจะคิดเยอะไปเองก็ได้ คงเป็นเพราะเรื่องรอบตัวต่างๆนานาที่มันทำให้เธอกลายเป็นคนที่คิดอะไรให้มันซับซ้อนมากกว่าเดิมละมั้ง


      ก็นะ...แต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอมันเป็นเรื่องธรรมดาๆที่คนอื่นก็พบเจอซะที่ไหนกัน


      “เจโน่ อนันตเซีย ไปซ้อมฮอกคัพกันเถอะ” แฮชานที่ลุกเดินมาจากฟาอีกตัวเอ่ยเรียกพวกเขาทั้งสองคน พักได้ไม่นานก็ถึงเวลาซ้อมแล้วเหรอเนี่ย T^T


      “รอบนี้เราเจอกับโดมไหนนะ?” จีซูเอ่ยถามขึ้นมาเสียงดัง


      “Wind Domeนะ” แฮชานบอกคำตอบกลับไป หญิงสาวจึงพยักหน้ารับเบาๆ


      “แบบนี้ก็ต้องแข่งกับวินวินแล้วก็...” ไอแอมกำลังจะเอ่ยชื่อแทยงออกมา แต่พอเห็นสายตาของเจโน่ก็ต้องกลืนคำพูดของตัวเองกลับไป "...ก็ต้องซ้อมหนักเหมือนเดิมเหรอ?”


      “เราซ้อมไว้เอาคืนในนัดสุดท้ายไง ไปเตรียมตัวกันเถอะ” เจโน่ว่า ก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองคนจะเดินขึ้นหอพักของตัวเองไป ส่วนไอแอมก็ไปเอาชุดของตัวเองบ้าง


      ถ้าเธอแข่งกับทั้งสองโดมไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นนัดสุดท้ายที่เจโน่หมายถึง ก็คือนัดที่เจอกับ Water Dome สินะ









      หลังจากที่ใช้ร่างกายเกินกว่าพละกำลังที่มีจนพลังงานหมด หญิงสาวต้องพาตัวเองไปกินอาหารเย็น จากนั้นลงไปอาบน้ำ และในที่สุดตอนนี้เธอก็ได้ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของตัวเองสักที


     เป็นวันที่เหนื่อยเหมือนเดิมอีกหนึ่งวัน แต่เหนื่อยกายมันยังดีกว่าเหนื่อยใจ


     “ฟู่วว” 


     พ่นลมหายใจออกมาจากปากเบาๆ ก่อนจะข่มตาให้หลับ แต่ทว่าถึงร่างกายจะเหนื่อยล้าก็จริง แต่สมองกลับยังคงทำงานอยู่


     ทำไมยังคิดถึงเรื่องนั้นอยู่อีกละ?!


     ไอแอมว่าไอเรื่องนิทานนั้นมันไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกนะ แต่ทำไมภาพในหัวของเธอยังเป็นภาพของชั้นบนสุดของปราสาทอยู่เลย...


      หรือว่า...เธอจะลองกลับขึ้นไปดูอีกสักครั้งคนเดียวดี?








      หญิงสาวถือคติจะทำอะไรไม่ต้องคิดให้มากมายหรอก ลงมือทำเลยดีกว่า เพราะตอนนี้เธอต้องเดินมาอย่างรวดเร็วเพื่อให้ถึงชั้นบนสุด(ที่ไม่จริง)ของตัวปราสาทแล้ว 


      ดีที่ห้องนั่งเล่นไม่มีคนที่เธอสนิทอยู่เลยสักคน หญิงสาวจึงแอบออกมาได้ และย่องเบาจนมาถึงที่นี้


      จะว่าไปทางเดินระเบียบที่มีแค่แสงไฟจากคบเพลิงกับบรรยากาศวังเวงๆแบบนี้ก็ทำเอาขนลุกได้เหมือนกัน คงเป็นเพราะวันนั้นมากันเลยคน ความกลัวจึงลดน้อยลงไปมากกว่าการมาคนเดียวแบบนี้


      เสียงเท้ากระทบกับหินทางเดินมีเพียงของเธอคนเดียวเท่านั้น ทั้งๆที่พยายามเดินให้เบาที่สุดแล้ว แต่เพราะความเงียบเกินไปนี่แหละที่ทำให้เธอได้ยินมันเอง


      สองเท้าของหญิงสาวก้าวอย่างรวดเร็วไปหยุดอยู่ที่หน้ารูปมากมายที่ทางเดิน ก่อนจะมองมันอย่างพิจารณาอีกครั้ง 


      มันก็ไม่มีอะไรพิเศษ...


      เฮือก!!!


     ร่างบางสะดุ้งก่อนจะกำไม้กายสิทธิ์แน่นและหันกลับมาอย่างตกใจเพราะมือที่สะกิดเธอเบาๆตะกี้


     และต้องตาโตอ้าปากค้างมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นใคร!


     “ท่านหญิงอนันตเซีย..ระเบียงชั้นบนสุดไม่ใช่ที่เดินเล่นของนักเรียนในยามวิกาลนะพะยะค่ะ..” เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบาง แน่นอนว่าตอนนี้ไอแอมตกใจจนสติหลุดไปแล้ว


     ฮะ..ฮะ...ฮันซล! เซอร์ฮันซล!


     ก่อนอื่นเลยเธอควรหาเสียงตัวเองให้เจอและตอบเขาให้ได้


     “คือฉัน..ได้ยินเรื่องหอเกียรติยศนะ เลยมาดู..” แล้วทำไมเธอต้องตอบแบบนั้นออกไปด้วยนะ ! T_T


     “หอเกียรติยศ?” ชายหนุ่มทวนคำพูดของเธอเป็นเชิงตั้งคำถามอีกครั้ง ว่าที่ได้ยินนะถูกแล้วจริงๆใช่มั๊ย


    “ก็...เอ่อ...เจ้าชายเตนล์..บอกว่านายเคยเจอทางเข้าของมัน..”


     ดะ...เดี๋ยวนะ ทำไมเธอต้องพูดความจริงออกไปหมดแบบนั้น...


    “อ่า...เจ้าชายแค่เล่นซนเท่านั้นเองพะยะค่ะ กระหม่อมไม่เคยเจอมันหรอก ว่าแต่ท่านหญิงรีบกลับโดมเถอะพะยะค่ะ ใกล้เวลาทำโทษนักเรียนที่ออกจากหอยามวิกาลแล้ว” ถึงจะแปลกใจแต่ทั้งน้ำเสียงและสีหน้ายังคงยิ้มให้เธออย่างเป็นปกติ


     ดูไม่เหมือนที่เธอคิดไว้เลย...


     “อะ..อืม ฉันก็กำลังจะกลับพอดี..” โดนไล่ขนาดนนี้ก็คงต้องกลับละ เธอไม่อยากโดยทำโทษด้วย “ว่าแต่นายรู้จักนิทานเรื่องนี้รึเปล่า?” 


     หญิงสาวลองถามและชี้ไปที่รูปภาพตรงหน้า


    “รู้จักสิพะยะค่ะ เรื่องนี้เราทุกคนต้องเคยฟังตอนเด็กๆอยู่แล้ว”


    “นายคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงรึเปล่า?” ทำไมฉันถามอะไรแบบนั้นออกไปนะ T_T


     “นิทานก็คือนิทานพะยะค่ะ กระหม่อมคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องจริง และไม่ใช่แบบที่ท่านหญิงคิดแน่ๆ..” คำตอบสุดท้ายนั้นทำให้เธอชะงัก




     แล้วฮันซลรู้เหรอว่าเธอคิดยังไง...





#ฟิคไอโอลอส

ขอบคุณทุกคอมเม้นต์ทั้งในเด็กดีแล้วก็ ในแท็กทวิตเลยนะคะ *กราบ*

สอบยังไม่เสร็จแต่กลัวทุกคนลืมกันเลยแวะมาหา

มีเงินจ้างพี่ฮันซลมาออกตอนนี้แล้วนิดนึงง 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 126 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

937 ความคิดเห็น

  1. #833 คนสวย (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 18:56

    ฮันซลคะๆๆๆๆๆๆๆ

    #833
    0
  2. #802 Galaxy_q (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 13:06
    เรือพี่ฮันมาเเบบเนิบๆ
    #802
    0
  3. #693 OnanongMook (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 22:58
    คนที่น้องยังไม่เห็นในบทเลยคือ แจมิน เหรินจวิ้น จีซอง พี่เขาปายไหนนนเมื่อไหร่พี่จะออกมาาา
    #693
    0
  4. #492 Pppppl05 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 22:45
    กรี๊ดดดดดดด พี่ฮันซลมาแล้วววววววววว ปมพี่ฮันซลยังคงแน่นเหมือนเดิมเลยค่ะ รอติดตามนะคะ อยากรู้จริงๆเลยค่ะว่าตกลงแล้วพี่ฮันซลเป็นใครกันแน่ รอนะคะไรท์
    #492
    0
  5. #491 wiZIV (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 20:09
    ฮันซลนี่ลึกลับซับซ้อนอะ
    #491
    0
  6. #490 KIK (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 01:42
    ฮันซลนี่ลึกลับเกินไปละะ
    #490
    0
  7. #489 imyora (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 23:49
    พี่ซลน่าสงสัยอะนางรู้อะไร??
    #489
    0
  8. #488 mykaiii (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 21:29
    ฮัลซนลึกลับมากก
    #488
    0
  9. #487 Kanokwan_PKS (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 19:09
    ฮันซลลลลลล พี่เป็นใครกันแน่ค่ะ?
    #487
    0
  10. #486 AoMy-ii (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 09:39
    ฮันซลลลล
    #486
    0
  11. #485 NightSskyy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 02:15
    ว่าแล้วต้องเป็นพี่ฮันชล~ แต่ แปลกที่นางพูดความจริงไปหมด พี่แกต้องใช้เวทมนต์กับนางแน่ๆ รู้สึกว่าพี่แกจะรู้เรื่องเกี่ยวกับนางเยอะไปแล้วนะ พี่ฮันชลเป็นใครกัน???? สู้ๆนะไรท์ รอๆๆๆๆๆๆ
    #485
    0
  12. #484 เงาจันทร์สีรุ้งสดใส (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 01:50
    งอววววฮันซล !
    #484
    0
  13. #483 noeyjetnipit (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 22:37
    รอจ้าา ติดมากก ชอบฟิคแนวนี้สนุกจริงจริง ยอมใจไรท์เลยแต่งได้เก่งมาก มันคือดีย์
    #483
    0
  14. #482 ChonnikanAun (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 03:49
    รอนะค้าาาา
    #482
    0
  15. #481 เงาจันทร์สีรุ้งสดใส (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 20:46
    รอนะคะ
    #481
    0
  16. #480 Pimmm (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 17:56
    มาร์คลีน่ารักมากเลยค่ะะะ -///-

    ไรท์สู้ๆกับการสอบนะคะะ
    #480
    0
  17. #479 Pppppl05 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 00:02
    ทำไมมาร์คน่ารักแบบนี้ โง้ยยยยยย รอต่อนะคะไรท์ สู้ๆค่ะ
    #479
    0
  18. #478 NightSskyy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 21:46
    เอาแล้วไง เธอเตรียมจะไปที่ที่นั่นอีกแล้วไง ว่าแต่ครั้งนี้จะไปคนเดียวหรือเปล่า~~~~ สู้น่ะๆไรท์ รออยู่
    #478
    0
  19. #477 nnnnnn7777 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 21:16
    รออยู่นะคะ
    #477
    0
  20. #476 Speartales (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 21:05
    สู้สู้นะคะ
    #476
    0
  21. #475 Kanokwan_PKS (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 20:20
    รอค่ะะะะะะะ ^_^
    #475
    0