เด็กชายในห้องสี่เหลี่ยม
มีเพียงห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ที่เป็นความทรงจำหนึ่งเดียวในชีวิตของผม
ผู้เข้าชมรวม
159
ผู้เข้าชมเดือนนี้
3
ผู้เข้าชมรวม
เรื่องสั้น เด็กชายในห้องสี่เหลี่ยม
.
ภายในห้องสี่เหลี่ยม ฟูกสำหรับนอนขนาดสามฟุตมีเด็กชายร่างกายซูบผอมนอนตะแคงหันหน้าเพ่งมองไปยังประตูไม้สีขาวที่ถูกปิดไว้ พร้อมกับพึมพำออกมาว่า “ข้างนอกประตูนั้น มีอะไรอยู่นะ”
หลังพูดจบธีโอก็พบว่าท้องของเขามีเสียงดังออกมา เขางัดตัวเองขึ้นจากที่นอน แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นหลังเก่า ภายในมีเพียงแอปเปิลที่เริ่มเปลี่ยนจากผลสีแดงสดเป็นสีแดงคล้ำและกล้วยที่สุกง่อมจนกลายเป็นสีเหลืองสวย ธีโอ มองสลับไปมาระหว่างแอปเปิลและกล้วย ท้ายที่สุดเขาก็เลือกที่จะนำแอปเปิลออกมากัดหนึ่งคำก่อนจะวางมันไว้ที่เดิม ขณะที่กำลังเคี้ยวเขาเดินไปเปิดโทรทัศน์ตั้งโต๊ะขนาดเล็ก ภาพสีขาวเทาของเด็กหญิงที่กำลังวิ่งเล่นในสวนก็ปรากฏขึ้น
“สวัสดี...” เขาส่งเสียงทักทายเด็กหญิงในจอโทรทัศน์
ธีโอมองเด็กหญิงผ่านจอโทรทัศน์อย่างจดจ่อ ด้วยสีหน้าที่ไม่อาจล่วงรู้ความรู้สึกภายในได้
“เธอรู้ไหม...ว่าข้างนอกนั้นเป็นแบบไหน” เขาเอ่ยถามออกมาก
แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับใด ๆ ธีโอปิดโทรทัศน์แล้วลุกขึ้นไปหยุดอยู่บริเวณมุมห้อง เขาแหงนหน้าขึ้นไปมองรูที่มีแสงเล็ดลอดออกมา รูนั้นเล็กมากซะจนธีโอไม่อาจสำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ข้างนอกรูนั้นได้เลย
“ข้างนอกนั้นมีอะไรอยู่บ้างนะ” ธีโอจ้องมองรูนั้น แล้วบ่นพึมพำออกมา
เมื่อไม่อาจที่จะสำรวจหรือทำอะไรกับรูนั้นได้ ธีโอจึงตัดสินใจที่จะลากฟูกที่นอนของเขามาไว้ที่บริเวณมุมห้อง เพื่อจะได้นอนมองรูนั้นได้สะดวกมาขึ้น ระหว่างที่เขากำลังขยับฟูกที่นอนนั้นเขาก็เหลือบไปเห็นบ้างสิ่งที่อยู่ใต้ฟูก ธีโอมุ่งตรงไปยังสิ่งประหลาดนั้น เขาหยิบมันขึ้นมา สิ่งประหลาดนี้มีลักษณะเป็นโลหะสี่เหลี่ยม บริเวณด้านหน้ามีปุ่มสำหรับกด ด้วยความสงสัยธีโอจึงลองสุ่มด้วยการกดปุ่มสีเขียว เพียงไม่นานเสียงปริศนาก็ดังออกมาจากวัตถุประหลาด
“สวัสดี... นั่นใคร”
ธีโอผงะ เขาตกใจจนเผลอทำวัตถุประหลาดตกพื้น และแม้ว่าจะตกพื้นแต่ก็ยังมีเสียงปริศนาดังออกมาไม่หยุด เมื่อตั้งสติได้ ธีโอจึงหยิบวัตถุนั้นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับลองส่งเสียงตอบกับไป
“สวัสดี... นั่นใครพูดน่ะ” ธีโอส่งเสียงออกไปอย่างเกเกกังกัง
“สวัสดีฉันเป็นหนูเร่รอน”
“คุณอยู่ข้างนอกนั่นหรอ”
“ฉันอาศัยอยู่ในท่อ”
“แล้วภายนอกที่คุณอยู่เป็นแบบไหนเหรอ”
“ในท่อนี่น่ะเหรอก็ทั้งแคบ แล้วก็สกปรก”
“ฟังดูแย่จังเลยนะ”
“ก็แย่นะสิ”
“ว่าแต่คุณพอจะเล่าให้ผมอีกได้ไหมว่าข้างนอกนั้นมีอะไรอีก”
“ฉันไม่มีเวลามาเล่าให้นายฟังหรอกนะ เพราะฉันต้องรีบออกไปหาอาหาร”
สิ้นประโยคดังกล่าว เสียงของหนูก็หายไป ธีโอรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ฟังเรื่องราวต่อ เขาจึงนำวัตถุประหลาดไปไว้บนฟูกที่นอน แล้วจึงล้มตัวนอนมองสิ่งประหลาดดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่าสิ่งนี้คืออะไร
ธีโอค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา สายตาของเขากำลังมองไปรอบห้องสี่เหลี่ยมที่คุ้นชิน ภายในห้องยังคงเหมือนเดิม เขากำลังจะพลิกตัวเพื่อขยับร่างกาย ก็พบว่าไหล่ขวาของเขากำลังทับบางสิ่งอยู่ เมื่อตั้งสติได้เขาจึงหยิบมันขึ้นมา และมันก็คือวัตถุประหลาดที่เขายังหาข้อสรุปไม่ได้ว่ามันคืออะไร เขาจำได้ว่าเมื่อคืนเขาสำรวจและพิจารณาวัตถุประหลาดนี้ทั้งคืนจนเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
ไม่นานนักท้องของธีโอก็มีเสียงดังออกมาเพื่อเป็นสัญญาณให้เจ้าตัวรู้ว่า เขากำลังหิว ธีโอมุ่งหน้าตรงไปยังตู้เย็นเพื่อเลือกว่าวันนี้เขาจะกินอะไรดีระหว่างแอปเปิลหรือกล้วย ท้ายที่สุดเขาก็เลือกกินกล้วย โดยมีเหตุผลในใจว่า เขาเบื่อแอปเปิลแล้ว
ธีโอดึงกล้วยออกมาจากหวีของมัน แล้วมุ่งหน้าเดินไปเปิดโทรทัศน์เหมือนอย่างเคย แต่เหมือนความต้องการภายในจิตใจของเขาจะสวนทางกับความเคยชิน ธีโอก้าวเท้าไปยังฟูกที่นอนทันที เขานั่งลงพร้อมกับปลอกเปลือกกล้วยและสำรวจวัตถุประหลาดนั้นต่อ ในใจของเขาตอนนี้อยากจะคุยกับหนูเร่ร่อนอีกครั้งเพื่อจะได้ฟังเรื่องเล่าสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ด้านนอก ธีโอพลิกวัตถุประหลาดไปมาอย่างว้าวุ่นใจ
ธีโอนึกขึ้นได้ว่าตอนเจอเจ้าสิ่งนี้ครั้งแรก เขาลองกดปุ่มสีเขียวปุ่มนั้นแล้วไม่นานเสียงของหนูก็ดังขึ้น เขาจึงคิดที่จะกดปุ่มนั้นอีกครั้ง ไม่นานนักหลังจากที่เขากด เสียงปริศนาก็ดังขึ้น แต่เสียงนี้กลับไม่ใช่เสียงเดิมที่เขาได้ยินเมื่อวาน
“สวัสดี...นั่นหนูใช่ไหม” ธีโอเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ฉันไม่ใช่หนูหรอกนะ ฉันคือมดแรงงาน แล้วนายเป็นใครล่ะ” ปลายสายตอบ
“ผมชื่อธีโอ”
“ว่าแต่นายมีอะไรจะคุยกับฉัน”
“ผมอยากรู้ว่าข้างนอกห้องของผมมีอะไรบ้าง”
“ข้างนอกที่นายหมายถึงคือที่ฉันอาศัยอยู่หน่ะเหรอ”
“จะว่าแบบนั้นก็ได้”
“อืม....ที่นี่มีแต่สิ่งใหญ่โตมโหฬาร ฉันกลัวว่าจะโดนมันทับตายเข้าสักวัน”
“แล้วข้างนอกที่คุณอยู่ไม่แคบหรอ”
“ก็ไม่เห็นจะแคบตรงไหนเลย”
“นี่ธีโอ ฉันต้องไปแล้วนะ” ยังไม่ทันที่ธีโอจะรั้งเอาไว้ปลายสายก็ไร้ซึ่งเสียงใด ๆ ตอบกลับเสียแล้ว
หลังจากคุยกับมดจบ ธีโอเกิดคำถามมากมายในหัว สรุปแล้วข้างนอกห้องสี่เหลี่ยมที่เขาอยู่มันเป็นแบบไหนกันแน่ ทำไมทั้งมดและหนูถึงไม่มีใครพูดตรงกันสักคน
ธีโอก้มลงพิจารณาวัตถุประหลาดอีกครั้ง ตั้งแต่พบเจ้าวัตถุประหลาดนี้เขาก็ตั้งคำถามให้กับมันไม่เว้นแต่ละวันจนทำให้ชีวิตประจำวันของธีโอก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ในตอนนี้เขาต้องการคำตอบของใครสักคนเพื่อทำให้ความสงสัยและจิตใจที่ว้าวุ่นของเขาหายไป เมื่อคิดได้เช่นนั้น ธีโอจึงตัดสินใจที่จะกดปุ่มสีเขียวนั่นอีกครั้ง เพื่อหาคำตอบสุดท้ายที่จะสามารถทำให้คำถามของเขากระจ่างได้
ใช้เวลาเพียงไม่นานเสียงปริศนาก็เล็ดลอดออกมาจากวัตถุประหลาด
“สวัสดี นั่นใครเหรอ” ธีโอเอ่ยทักทาย
“สวัสดีฉันคือปลา นายคือใคร มีอะไรหรือป่าว”
“ผมชื่อธีโอ ผมอยากรู้ว่าที่ที่คุณอยู่มันเป็นแบบไหน” ธีโอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อืม...รอบตัวฉันมันก็มีแต่น้ำนะ”
“น้ำงั้นเหรอ?”
“ใช่แล้วล่ะ น้ำมันกว้างใหญ่จนไม่มีที่สิ้นสุดเลยล่ะ”
ธีโอคิ้วขมวด เขาครุ่นคิดเกี่ยวสิ่งที่ปลาพูด มันจะเป็นไปได้ยังไง ข้างนอกห้องสี่เหลี่ยมที่เขาอยู่มันมีน้ำงั้นเหรอ
“นายมีอะไรจะพูดอีกไหม” ปลาเอ่ยถามเพราะธีโอเงียบไป
“ไม่แล้ว”
“งั้นฉันไปนะ เดี๋ยวตามปลาตัวอื่นไม่ทัน” ปลาพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบก่อนจะจากไป
ธีโอวางวัตถุประหลาดนั้นลงแล้วแหงนหน้ามองรูบนเพดานที่มีแสงเล็ก ๆ ส่องลงมา ความอยากรู้ภายในใจของเขามีมากซะจนไม่อาจสลัดทิ้งไปได้
ธีโอตัดสินใจเปิดโทรทัศน์เพื่อหวังจะสลัดความว้าวุ่นใจลงไปบ้าง ภาพของเด็กหญิงที่แสนคุ้นตาปรากฏอีกครั้ง ธีโอมองเธอด้วยสายตาที่วางเปล่าราวกับสิ่งตรงหน้าไร้ซึ่งความตื่นเต้น และเหมือนกับว่าจิตใจของเขาจะไม่ได้จดจ่ออยู่ที่จอโทรทัศน์อีกต่อไป
หลังจากที่พูดคุยกับหนู มด และปลา ธีโอตระหนักได้ว่าเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกเลย ทั้งชีวิตของเขารู้จักเพียงห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นี้ เขาอาศัยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมนี้มาเนิ่นนาน เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ในความทรงจำของเขาจะมีแต่ห้องสี่เหลี่ยมนี้เท่านั้น
ทุกครั้งที่เขาเปิดโทรทัศน์แล้วพบเด็กหญิงคนนั้น เขามักจะแอบสงสัยอยู่ภายในใจว่าเธออยู่ที่ไหน แล้วที่ที่เธออาศัยอยู่เป็นแบบไหน ความรู้สึกของเธอจะเหมือนกับเขาไหม เธอจะเบื่อไหม เธอจะมีความสุขหรือป่าว เธอต้องทนกินแอปเปิ้ลรสชาติห่วย ๆ เหมือนกับเขาไหม ธีโอได้แต่สงสัยเพราะทุกครั้งที่ถามเธอไปก็ไร้ซึ่งถ้อยคำตอบกลับ
ภาพของเด็กหญิงคนดังกล่าวยังคงฉายชัดอย่างต่อเนื่อง ทุกอากัปกิริยาของเธอช่างคล่องแคล่วว่องไว ธีโอกลับมาสนใจภาพตรงหน้าอีกครั้ง วันนี้เป็นวันที่เขามองเด็กหญิงคนนี้นานกว่าทุกครั้ง
เด็กหญิงค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่ง เธอเดินตรงไปยังกรงของลูกสุนัขแสนรู้ผู้เป็นเพื่อนยามเหงาของเธอ ลูกสุนัขตัวนั้นอาศัยอยู่ภายในกรงสี่เหลี่ยม
“ว่าไงเจ้าลูกหมาน้อย” เด็กหญิงส่งเสียงทักทาย
เจ้าลูกหมาน้อยลืมตาตื่น ค่อย ๆ เอียงคอมองมาที่เธอ แต่เพียงไม่นานก็เลิกสนใจแล้วกลับไปนอนต่อ
“นี่! เจ้าลูกหมาน้อย ใจคอจะไม่ออกไปวิ่งเล่นกับฉันหน่อยเหรอ”
“ตั้งแต่ที่นายเกิดมา นายยังไม่เห็นโลกกว้างเลยนะ” เด็กหญิงเริ่มเซ้าซี้ลูกสุนัขมากขึ้น
ลูกสุนัขลืมตาขึ้น เอียงคอมองเด็กหญิงอีกครั้ง ในครั้งนี้มันพิจารณามองไปรอบ ๆ นอกกรงที่มันอยู่ด้วยสายตาหวาดระแวง เพียงไม่นานมันก็ค่อย ๆ ลุกขึ้น ก้าวขาอย่างเกเกกังกังออกจากกรง เด็กหญิงที่เห็นแบบนั้นก็ทำสีหน้าดีใจเป็นที่สุด เธออุ้มลูกสุนัขขึ้นมาไว้บนอ้อมกอด
“เก่งมากเจ้าหมาน้อย” เด็กหญิงเอ่ยชมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ทุกการกระทำ ทุกคำพูด ถูกสายตาของธีโอจับจ้องเอาไว้หมด ดวงตาของเขาสั่นไหว คลอไปด้วยน้ำตา คำพูดของเธอที่พูดว่า “ตั้งแต่ที่นายเกิดมา นายยังไม่เห็นโลกกว้างเลยนะ” มันทำให้เขาย้อนกลับมานึกถึงตัวเอง
ตั้งแต่ธีโอจำความได้โลกทั้งใบของเขาก็มีเพียงห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้เท่านั้น ทุกการกระทำ ทุกความทรงจำล้วนมีห้องสี่เหลี่ยมนี้เป็นฉากหลังทั้งสิ้น ชีวิตประจำวันของเขาวนลูปเหมือนเดิมทุกครั้งที่ลืมตาตื่นขึ้นมา
ธีโอก้มลงมามองวัตถุประหลาดนั้นประกอบกับคำพูดของเด็กหญิงที่ยังคงตราตรึงในใจ ทำให้เขาคิดว่าเขาอยากจะลองออกไปข้างนอกห้องสี่เหลี่ยมนี้ดูบ้างเพื่อพิสูจน์คำพูดของหนู มด และปลาว่าแท้จริงแล้วที่พวกเขาพูดนั้นเป็นความจริงไหม
ธีโอขยับตัวลุกขึ้นจากฟูกนอนของเขา สองขาก้าวอย่างเชื่องช้า มุ่งตรงไปยังประตูไม้ที่ถูกปิดไว้ เพียงไม่นานร่างของเด็กชายนามว่า ธีโอ ก็มาหยุดอยู่ที่ประตูบานนั้น ธีโอเอื้อมมือที่สั่นไหวของเขามาจับที่ลูกกลอนประตู ธีโอสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิตของเขา
“นายพร้อมไหมธีโอ” เขาเอ่ยถามตนเอง
ธีโอมองกลอนประตูพร้อมกับพยักหน้าอย่างช้า ๆ เพื่อเป็นสัญญาณว่า เขาพร้อมแล้ว เขาค่อย ๆ บิดกลอนประตูและก็ได้พบว่าแท้จริงแล้วมันไม่ได้ล็อค ที่ผ่านมาเขาอาศัยอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ไม่ได้ล็อค อีกทั้งยังพร้อมที่จะเปิดออกได้ทุกเมื่อ
ธีโอบิดกลอนประตูจนมันเปิดออก สิ่งแรกที่เขารับรู้คือแสงสว่างที่เล็ดลอดออกมาและตามมาด้วยสายลมที่พัดปลิว เขาเปิดประตูไม้ให้กว้างพอที่จะพาตัวเองออกไปจากห้องสี่เหลี่ยมนี้ ปลายเท้าของเขาสัมผัสเข้ากับใบไม้จนทำให้เกิดเสียงดังขึ้น สัมผัสนั้นช่างแปลกใหม่ภายใต้เท้าของเขารู้สึกถึงความเย็นและแห้งกระด้างของใบไม้และพื้นดิน
ธีโอมองไปรอบ ๆ ตัวเขา สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาช่างไม่เหมือนกับที่หนู มด และปลาพูดเลยแม้แต่น้อย ต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่านกำลังถูกสายลมพัดปลิวจนใบไม้และกิ่งไม้ร่วงลงมา สนามหญ้าสีเขียวที่เริ่มแห้งลง ใบไม้ส่วนใหญ่กลายเป็นสีส้ม เดินออกไปอีกหน่อยธีโอก็เจอเข้ากับบ่อน้ำเล็ก ๆ ที่ภายในเต็มไปด้วย ใบไม้ที่ร่วงโรยมาจากต้นไม้ใหญ่ ใกล้กับบ่อน้ำมี ม้านั่งขนาดเล็ก ตัดสินใจเดินไปนั่ง
เขามองไปรอบ ๆ โดยนึกย้อนถึงคำพูดของสัตว์ทั้งสามที่ได้คุย คำพูดของหนูที่บอกว่า ข้างนอกนั้นแคบ เขาคิดว่าไม่จริงเลย ที่แห่งนี้กว้างใหญ่ มีสิ่งต่าง ๆ รอบตัวมากมาย คำพูดของมดแรงงานที่บอกว่าทุกสิ่งใหญ่โตมโหฬารนั้น เขาก็คิดว่าก็ไม่เป็นความจริงไปซะหมดทุกอย่าง เพราะสำหรับเขาต้นไม้นั้นก็ใหญ่กว่าเขาจริง แต่ก้อนหินข้างบ่อน้ำนี้เขาสามารถยกมันขึ้นได้ด้วยซ้ำ
ส่วนคำพูดของปลาที่บอกว่ามีแต่น้ำ และน้ำนั้นก็กว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับธีโอแล้ว น้ำในบ่อนี้มันดูเล็กน้อยกว่าที่ปลาพูดเอาไว้มากเลย ธีโอได้ล่วงรู้แล้วว่าภายนอกของพวกสัตว์ทั้งสามตัวกับภายนอกในสายตาของเขามันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“นี่! โทมัสรอฉันด้วย” เสียงปริศนาแว่วมาตามสายลม
ธีโอหันไปตามต้นเสียงแต่ไม่พบ เขาจึงลุกขึ้นยืนแล้วก้าวขาเดินตามต้นตอของเสียงนั้น จนได้พบกับเด็กหญิงคนหนึ่งเธอกำลังวิ่งไล่จับกับเด็กชายที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกับธีโอ
“สวัสดี” ธีโอเอ่ยทักทาย
“สวัสดี นั่นใครน่ะ” เด็กหญิงทักทายกลับ
“ผมชื่อธีโอ”
“นายมีอะไรหรือป่าวธีโอ มาเล่นกับพวกเราไหม”
“ผมมีเรื่องจะถาม”
“อะไรเหรอ” เด็กหญิงทำสีหน้าเชิงสงสัย
“ข้างนอกนี้เป็นยังไงบ้าง”
“ข้างนอกนี้น่ะหรอ มันสนุกมากเลยล่ะ” เด็กหญิงตอบด้วยสีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
.
.
.
จบบริบูรณ์
เนื้อเรื่อง
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ผลงานอื่นๆ ของ พระจันทร์คืนแรม ดูทั้งหมด
ผลงานอื่นๆ ของ พระจันทร์คืนแรม
ความคิดเห็น