{ BJin } Be my patient ϟ #ฟิคคนไข้ของฮันบิน。/ จบแล้ว

ตอนที่ 33 : ϟ TRACK 28 "ทางแยก" 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,514
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 ก.พ. 59

Small Grey Outline  Pointer















# TRACK 28







 

YUNHYEONG SIDE

 

สองสามวันที่ผ่านมา พอเลิกเรียนเสร็จผมก็ขับรถตรงดิ่งไปที่โรงพยาบาลในทันที เพราะพี่มาร์คโทรมาขอความช่วยเหลือวันนุ้น ทำให้ผมเผลอไปรู้เรื่องอาการป่วยของจินฮวานเข้าพอดี ผมได้ฟังมันจากจุนฮเว ถึงจะรู้ว่าที่เขาพูด มันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่ก็ไม่เป็นไร คงมีเหตุผลอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาบอกผมไม่ได้ จุนฮเวยํ้าผมอยู่ทุกครั้งว่าห้ามบอกใครเด็ดขาด ผมแปลกใจที่แม้แต่ฮันบินก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ ถึงผมจะไม่เข้าใจนัก แต่ก็ไม่ได้คิดจะขัดขืนอะไร ผมไม่ใช่พวกปากโป้งอยู่แล้ว

 

จากที่ดูๆอาการของจินฮวานมันแย่จริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอีกคนดูปวกเปียก อ่อนแอและน่าปกป้องได้ตลอดเวลา สมัยที่เราเรียนด้วยกันผมก็แค่คิดว่าจินฮวานคงจะมีโรคประจำตัวอะไรเล็กๆน้อยๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจินฮวานจะเป็นหนักขนาดนี้ อาการของจินฮวานหนักมากๆ ผมยังแอบตกใจเลย ทั้งๆที่เราเป็นเพื่อนสนิทกันแท้ๆ แต่ผมกลับไม่เคยรู้มาก่อน..

 

คนที่จะเป็นหมออย่างผมควรจะสังเกตคนรอบข้างให้มากกว่านี้รึเปล่า โดยเฉพาะจินฮวานที่เป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง.. เฮ้อ รู้สึกแย่นิดๆแฮะ

 

"อ้าว กลับมาแล้วหรอจีวอน"

 

"ไปไหนมาครับ"

 

"ซื้อของมาทำกับข้าวน่ะ ไม่ได้ทำตั้งนานแล้ว" ผมตอบเสียงเรียบๆไม่ได้มีพิรุธอะไร ผมไม่ได้โกหกนะ แต่แค่บอกไม่หมดเท่านั้นเอง

 

"เป็นอะไรรึเปล่า"

 

"วันนี้ผมขับรถตามพี่ไป" จากที่กำลังจัดของเข้าตู้เย็น มือผมก็ชะงักไปพักนึง ก่อนจะตั้งสติให้กลับมาเป็นปกติได้ "พี่ไปทำอะไรที่โรงพยาบาล?"

 

"ก็ไม่มีอะไรหรอก" ผมตอบเสียงนิ่งๆเหมือนอย่างเคย

 

"ไม่มีแล้วจะไปทำไมครับ พี่คิดว่าผมจะเชื่อหรอว่ามันไม่มีอะไร"

 

ผมยังคงจัดของต่อไปโดยที่ไม่ได้ตอบคำถามอีกคน แต่ก็พอรู้ได้ว่าตอนนี้จีวอนกำลังโกรธ แล้วเจ้าตัวก็กำลังเดินเข้ามาหาผมด้วย

 

ขวับ

 

"มองหน้าผมสิ แล้วบอกว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ"

 

ผมพยายามบิดข้อมือตัวเองที่โดนล็อคอยู่ออก ไม่ได้มองหน้า ไม่ได้สบตาอย่างที่อีกคนต้องการ ถึงผมจะโกหกเก่งแค่ไหน แต่แววตาคนเรามันซ่อนอะไรไม่ได้หรอกนะ ผมรู้.. ผมไม่ได้อยากจะโกหกจีวอน แต่ผมพูดมันออกไปไม่ได้

 

"พี่ทำไม่ได้.."

 

"ปล่อยก่อน ฉันเจ็บ"

 

"ทำไมล่ะ" อีกคนค่อยๆปล่อยมือผมให้เป็นอิสระ กดเสียงให้ตํ่าลงเหมือนกำลังพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ "ทำไมพี่ต้องมีความลับกับผมด้วย บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่าพี่คิดอะไรอยู่กันแน่ พี่รู้ไหมว่าผมก็น้อยใจ หลายๆครั้งเกี่ยวกับพี่ที่คนอื่นรู้ แต่ผมไม่รู้ ทำไมมีอะไรพี่ไม่บอกผมตรงๆ เราเป็นแฟนกันนะ"

 

ผมยืนนิ่ง ความรู้สึกโหวงๆเริ่มแทรกซึมเข้ามา โชคดีที่ผมจัดของทุกอย่างเสร็จแล้ว ไม่งั้นคงได้เห็นมือสั่นๆของผมแน่.. ใช่ ผมเป็นแบบที่จีวอนพูดจริงๆนั่นแหละ ผมเป็นพวกไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยเล่าหรือบอกอะไรให้เขาฟังหรอก ไม่ใช่ว่าไม่ไว้ใจนะ แต่บางเรื่องผมก็คิดว่ามันเล็กน้อยมากๆ มันไม่จำเป็นที่จะต้องบอก แต่ถ้าถาม ผมก็ไม่อึดอัดที่จะตอบหรอก ถึงจะรู้ว่าจีวอนแคร์เรื่องแบบนี้ขนาดไหน แต่ยังไงมันก็..

 

"มันไม่ใช่อย่างนั้น"

 

"แล้วมันอย่างไหนกันครับ"

 

"เราเรียนคลาสเดียวกัน แต่พี่ก็ย้ายไปนั่งกับคนอื่น งานกลุ่มเราก็ไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน เราเรียนพร้อมกัน แต่พี่ก็ชอบออกไปก่อนโดยที่ไม่ปลุกผม พี่รู้ไหมคนในคลาสเราบางคนยังไม่รู้เลยด้วยซํ้าว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน แล้วสองสามที่ผ่านมานี้อีก พี่ขับรถไปมหาลัยเอง แล้วพอเลิกเรียนพี่ก็หายตัวไปทันที พี่ไม่คิดจะบอกผมเลยหรอครับ ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้เลยใช่ไหมว่าพี่ไปไหน ไปทำอะไร ไปกับใคร.."

 

"พี่บอกผมได้ไหมว่าผมควรต้องทำยังไง"

 

ทำไมจีวอนคิดแบบนี้ มันไม่ใช่แบบนั้นเลยนะ ไม่ใช่เลยสักนิดเดียว

 

ที่ผมทำแบบนี้ก็เพราะผมไม่อยากให้เขายึดติดกับผมเกินไปเท่านั้นเอง ที่ผมไม่ยอมนั่งกับเขาตอนเรียน ก็เพราะจีวอนชอบสนใจผมมากเกินไป ห่วงโน่นห่วงนี่จนตัวเองไม่ได้เรียน เพราะเขาหัวดีเรียนรู้เร็ว แต่ผมไม่ใช่ ผมชอบสงสัยโน่นนี่ไร้สาระไปหมด ผมไม่อยากให้เขาตอบคำถามผมตลอดเวลา ถ้าเป็นแบบนั้นคาบทั้งคาบคงไม่ได้เรียนกันพอดี ผมเลยแยกไปนั่งกับพวกฮยองวอนดีกว่า แล้วที่ผมชอบมามหาลัยเช้าๆ เพราะผมแค่อยากมานั่งอ่านหนังสือคนเดียวเงียบๆหรือนัดเพื่อนในคลาสมาติวกัน ผมแค่อยากทำให้ตัวเองเก่งขึ้น..อยากเก่งเหมือนจีวอน

 

แล้วที่ผมกลับบ้านเองบ่อยๆ เพราะผมรู้ว่าจีวอนชอบแคนเซิลกำหนดการของตัวเองช่วงหลังเลิกเรียนเพื่อที่จะได้มีเวลาว่างมาอยู่กับผม เขาเป็นคนเก่ง มีความสามารถ อาจารย์หลายๆคนเลยชอบเรียกตัวไปช่วยงานอยู่บ่อยๆ ซึ่งผมก็ว่าดีนะ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีกับตัวเขาด้วย เลยอยากให้เขาไป มันจะเป็นประโยชน์กับตัวเขาเอง เมื่อก่อนผมงี่เง่าไปเอง พอจีวอนไม่มีเวลาให้ ก็ประชดโน่นนี่ ทำให้อะไรมันยุ่งยาก ทำให้จีวอนเสียโอกาสดีๆไปตั้งหลายครั้ง

 

แต่ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว ไม่ต้องพยายามทำตัวให้ว่างเพื่อผมก็ได้ ถึงยังไงเราก็อยู่ด้วยกันอยู่แล้ว เวลาที่จะได้เจอกันทำอะไรด้วยกันก็ตั้งเยอะแยะ ตอนนี้ผมอยากให้อีกคนโฟกัสไปที่เรื่องเรียน มากกว่าจะต้องมาจมปลักและยึดติดอยู่กับผมตลอดเวลา อยากให้เขามีเพื่อน มีกลุ่ม มีสังคมอื่นๆ ไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียว..

 

ผมไม่ใช่คนปิดบังนะ ออกจะเปิดเผยด้วยซํ้า ที่บางคนในคลาสไม่รู้ว่าผมกับจีวอนเป็นแฟนกันอาจจะเป็นเพราะเขาไม่ได้สังเกตกันเองรึเปล่า ผมว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องไปป่าวประกาศว่าเป็นแฟนกันสักหน่อย จริงไหม?

 

แต่เรื่องของจินฮวาน มันช่วยไม่ได้จริงๆ..

 

"ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะต้องทำอะไรแล้ว"

 

ผมยังคงยืนอํ้าอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกเลย ไม่กล้ามองหน้า ไม่กล้าสบตา ทำได้แค่มองเท้าตัวเอง คิดไปเองอยู่คนเดียว ประโยคตัดพ้อของจีวอนเมื่อสักครู่กับเสียงสะอื้นของเขา มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด.. แต่ผมกลับไม่ทำอะไรเลย

 

"ฉันไม่รู้.. ถ้ามันทำให้นายรู้สึกแย่ขนาดนั้น ฉันขอโทษ" ผมพูดออกไป ไม่ได้ปลอบ ไม่ได้เข้าไปสวมกอด ไม่ได้เอื้อมไปจับมือ ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น..

 

ผมว่าเขากำลังต้องการในสิ่งที่มากเกินไป อาจเป็นเพราะเราอยู่ใกล้กันมาก พอผมห่างออกไปนิดหน่อยเขาก็เดินมาดึงผมกลับไป.. เป็นแบบนี้เกือบทุกครั้ง จนผมเดินไปไหนแทบไม่ได้ เพราะโลกของจีวอนมีแต่ผม เขาคิดถึงผมมากกว่าตัวเขาเองซะด้วยซํ้า เพราะเขารักผมมาก แน่นอนผมก็รักเขามากเช่นกัน แต่สิ่งที่จีวอนมอบให้ผมมันมากเกินไป มากเกินจนมันล้น ผมรับมันไว้ไม่หมด ผมอยากจะบอกเขาหลายครั้งแล้ว แต่ผมไม่กล้า ผมอึดอัดนะที่เป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้อยากจะทำร้ายจิตใจเขาเลย

 

"ฉันรักนายไม่ได้เปลี่ยนไปเลย"

 

"แต่จีวอน.. ชีวิตนายไม่ได้มีแค่ฉันนะ" ผมพยายามกลั้นนํ้าตาที่เริ่มเอ่อคลอ ไม่คิดว่าแค่ได้เห็นนํ้าตาจีวอน แล้วผมจะร้องไห้ตามได้ง่ายขนาดนี้

 

ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ จับมือเขาเอาไว้ ยิ้มปลอบทั้งที่นํ้าตาตัวเองก็ไหลลงมาอาบแก้ม

 

"ฉันไม่อยากให้อดีตที่ผ่านมา ทำให้นายยึดติดกับฉันมากมายขนาดนี้ ฉันไม่ได้ว่ามันไม่ดีหรอกนะ มันดีมากๆเลยล่ะ แต่มันมากเกินไป มากไปจนบางทีฉันก็รับไม่ไหว ฉันรู้ว่านายสนใจฉันมาก นายแคร์ฉันมากแค่ไหน แต่บางทีแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆนายควรจะมองข้ามมันไปบ้างรู้ไหม"

 

"คิดถึงตัวเองบ้างได้ไหมจีวอน ทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างเถอะนะ ฉันหายโกรธนายแล้ว ไม่ต้องรู้สึกผิดกับฉัน ไม่ต้องพยายามทำอะไรเกินตัวเพื่อฉันอีกแล้วนะ" ผมส่งมือไปคลายปมคิ้วของอีกคนอย่างนุ่มนวล

 

"เราควรจะห่างกันบ้างให้ต่างคนต่างมีเวลาเป็นของตัวเอง ควรจะห่างกันให้คิดถึงกันบ้าง"

 

"พี่ก็รู้ว่าผมทำไม่ได้.."

 

"ฉันรู้ว่ามันยากสำหรับนาย แต่อดทนหน่อยนะจีวอน ถ้านายยังเป็นแบบนี้ต่อไป คนที่จะเจ็บปวดที่สุดก็คือตัวนายเองรู้ไหม ฉันไม่อยากเห็นนายต้องเจ็บปวดโดยที่ฉันเป็นต้นเหตุอีกแล้ว"

 




"จีวอน.."

 




"..."

 



"เรา..ห่างกันสักพักนะ"







20%




มีคนบอกว่าลืมพี่ยุนไปแล้ว.-. เราเลยไปอ่านมาให้
สตอรี่พี่ยุนเริ่มจากตอนที่ 7 งับ แล้วก็ลองอ่านมาเรื่อยๆได้เลย




 

HANBIN SIDE

 

ตั้งแต่ทะเลาะกับตัวเล็กเมื่อสี่วันก่อน ผมก็ไม่ได้กลับมาที่ห้องอีก ที่มาวันนี้ก็เพราะแค่จะมาเอาเอกสารสำคัญที่ลืมเอาไว้เท่านั้น แต่พอเข้ามาในห้อง สภาพทุกอย่างกลับเป็นเหมือนวันที่ผมเข้ามาวันสุดท้ายไม่มีผิด ข้าวของที่ยังกระจัดกระจายมั่วพื้น ไม่มีร่องรอยของการเก็บกวาดเลยสักนิด งั้นก็แสดงว่าที่ผ่านมาตัวเล็กไม่ได้กลับห้องเลยเหมือนกัน ..แล้วไปไหนของเขา

 

ผมพยายามไม่ใส่ใจ ไม่นึกถึง เพราะสนใจมากไปก็เท่านั้น ผมตั้งหน้าตั้งตาเก็บของใส่กระเป๋าแล้วรีบออกจากจากห้องทันที แต่ในขณะที่ผมกำลังจะเดินไปที่รถ ก็ไปบังเอิญได้ยินไอจุนเน่คุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ที่โรงจอดรถของคอนโดพอดี

 

'พี่จินฮวานฟื้นแล้วหรอ.. โอเคได้ ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้'

 

จนถึงตอนนี้ ผมยังคิดถึงคำพูดของไอจุนฮเวไม่ตก พี่จินฮวานฟื้นแล้ว? มันหมายความว่ายังไงกัน

 

"เห้ย เป็นไรวะ" ไอบ๊อบเดินมาแตะไหล่พร้อมเอ่ยทัก

 

"..ก็เหมือนเดิม"

 

"ทำหน้าแบบนี้อีกและ เรื่องพี่จินฮวานอีกแล้วดิ" ผมพยักหน้ารับนิ่งๆ ยังคงคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จริงๆก็ไม่ได้เรื่อยเปื่อยหรอก ผมกำลังเป็นห่วงตัวเล็กอยู่..

 

"กลับห้องมาหนิ เจอพี่เขาหรอ"

 

"เปล่า.."

 

"กูไปได้ยินไอเน่คุยกับใครไม่รู้ ..มันพูดเหมือนว่าตัวเล็กเข้าโรงพยาบาล ก็ไม่รู้ว่าจริงไหม" ผมตอบนิ่งๆ ไม่ได้มีท่าทีอะไร

 

"เห้ย แล้วนั่งนิ่งอยู่ทำไม"

 

"..."

 

"ไปหาพี่เขาสิไอนี่ ถึงจะทะเลาะกันแต่นั่นแฟนมึงนะเว้ย" ผมแค่ถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างเหนื่อยใจ

 

"ไอเหี้ยบิน ต้องให้กูด่าใช่ไหมถึงจะลุก"

 

"มึงควรแยกแยะ แฟนมึงนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลเลยนะ มึงจะมานั่งหายใจทิ้งไปวันๆแบบนี้หรอ"

 

"กูยังไม่รู้เลยว่าจริงไหม" ผมตอบนิ่งๆ

 

"จริงไม่จริงมึงก็ต้องไปหาคำตอบ นั่งทำหน้าเป็นตูดแล้วจะได้อะไรขึ้นมา"

 

"เออๆ กูรู้แล้ว" ผมตอบไปด้วยความรำคาญ นี่เพื่อนหรือแม่เนี่ย บ่นจัง ความจริงผมก็แอบสองใจ ว่าจะไปหรือไม่ไปดี แต่ในเมื่อโดยไอบ๊อบบิ้วขนาดนี้แล้ว.. ก็ต้องไปล่ะนะ

 

ดูจากภายนอก ผมอาจจะดูไม่แคร์ แต่ใจจริงแล้ว ผมโคตรแคร์ ผมก็แค่ทำฟอร์มเยอะไปงั้นแหละ ตอนนี้ผมโคตรเป็นห่วงพี่เขาเลย ถึงได้คิดมากอยู่แบบนี้ไง

 

"รีบๆไปหาพี่เขาเลย ป่านนี้ร้องไห้งอแงหามึงลั่นโรงพยาบางแล้วมั้งนั่น"

 

"เหอะ.. อย่ามาตลก"

 

โคตรเหนื่อย

 

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองต้องมาทุ่มเทกับการตามหาพี่จินฮวานขนาดนี้ด้วย ทั้งๆที่ผมควรเป็นฝ่ายรออยู่เฉยๆให้อีกคนมาอธิบายและขอโทษปมในสิ่งที่ตัวเขาเองทำผิดมากกว่า แต่ในเมื่อตัวเล็กป่วยจนถึงต้องเข้าโรงพยาบาลขนาดนี้มันก็ช่วยไม่ได้ ผมแค่คิดว่าผมอาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตัวเล็กเป็นแบบนี้ก็ได้..

 

ผมเข้าไปถามทุกโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆคอนโดของเรา แต่กลับไม่พบร่องลอยของตัวเล็กเลย เมื่อหาครบทุกที่ที่เราสองคนเคยไปด้วยกันแล้ว ผมเลยตัดสินใจมาที่นี่.. ที่โรงพยาบาลของครอบครัวพี่ยุนฮยอง ผมก็แค่คิดว่าตัวเล็กอาจจะมาที่นี่

 

แล้วก็คิดไม่ผิดจริงๆ

 

"ขอโทษนะครับ คนไข้ที่ชื่อคิม จินฮวานได้เข้ารับการรักษาที่นี่รึเปล่า แล้วอยู่ห้องไหนครับ"

 

"สักครู่นะคะ.. คนไข้เพิ่งได้รับอนุญาติให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อเช้านี้เองค่ะ"

 

"ออกไปแล้วหรอครับ?"

 

"ค่ะ ออกไปแล้ว"

 

"ออกไปเพราะหายดีแล้วหรือยังไงครับ? ผมขอดูประวัติการรักษาหน่อยได้ไหม?"

 

"อ่า..ขอโทษด้วยนะคะ ทางเราไม่สามารถเผยแพร่ข้อมูลของคนไข้พิเศษให้คนนอกรับรู้ค่ะ ต้องขออภัยในความไม่สะดวก" คนไข้พิเศษ?

"ครับไม่เป็นไร ขอบคุณมากๆนะครับ"

"ค่ะ"

แล้วผมจะตามหาพี่ ได้จากที่ไหน..


JUNHOE SIDE

วันนี้พี่จินฮวานถูกให้ย้ายออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ยังต้องอยู่ในความดูแลของหมออยู่ ที่ได้ออกจากโรงพยาบาลไม่ใช่เพราะหายดีหรอกนะ แต่เพราะผมกลัวไอฮันบินมันจะรู้ว่าพี่จินฮวานเป็นอะไร เมื่อตอนเช้าในโรงจอดรถที่คอนโด ผมเห็นรถไอฮันบินมันจอดอยู่ไม่ไกลจากรถผมมาก แล้วตอนนั้นผมก็เผลอคุยโทรศัพท์ซะเสียงดังเลย ถ้ามันได้ยินประโยคที่ผมพูดไปตอนนั้น มันคงรู้ได้ไม่ยาก ว่าพี่จินฮวานนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล พี่ยุนฮยองเลยให้ย้ายออกมาอยู่ที่บ้านของพี่เขา..

ฟังไม่ผิดหรอกครับ ตอนนี้พี่จินฮวานมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านพี่ยุนฮยอง เพราะโรงพยาบาลที่อีกคนฝากไข้อยู่ ก็เป็นโรงพยาบาลของบ้านพี่ยุนฮยอง แล้วคุณหมอที่เป็นเจ้าของไข้ก็คือคุณหมอยุนซอบ คุณอาของพี่ยุนฮยอง เพราะพี่จินฮวานไม่ได้อาการดีขึ้นมากขนาดนั้น เลยยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและดูอาการอย่างใกล้ชิด พี่ยุนฮยองเลยเสนอให้พามาที่นี่

ซึ่งผมก็ว่ามันดีนะ

 

ที่นี่มีหมอ มีพยาบาลประจำอยู่ ไม่ต่างจากโรงพยาบาลเลย เพราะคุณปู่ของพี่ยุนฮยองป่วยเลยต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้มีอุปกรณ์พยาบาลอยู่ที่บ้านครบเซ็ตเลยล่ะ

ความจริงพี่จินฮวานฟื้นตั้งแต่สามวันที่แล้วแล้ว แต่ไม่ค่อยยอมพูด บางทีก็พูดออกมาเป็นคำๆ เหมือนเด็กที่ยังเรียบเรียงคำพูดไม่ได้ แล้วพออีกคนรู้สึกตัวขึ้นมาได้สักพัก ก็หลับตาลงไปอย่างเดิม คุณลุงยุนซอบบอกว่าที่เป็นแบบนี้ เพราะความเครียดและความอ่อนล้าของร่างกาย แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมาแล้ว พี่จินฮวานพูดเยอะขึ้น กินข้าวเยอะขึ้น แต่เพื่อความสบายใจเวลาอีกคนหลับก็ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจเอาไว้อยู่

"ทำไมต้องใส่อันนี้ด้วย รำคาญจัง" เสียงบ่นแจ้วๆของคนป่วยเรื่องเครื่องช่วยหายใจ ทำให้ผมที่กำลังจะเดินเข้าไปหาถึงกับแอบขำเบาๆ เพื่งตื่นล่ะสิ

ผมเพิ่งกลับมาจากการไปส่งฮันบยอลที่บ้าน แอบแวะไปซื้อของโปรดของอีกคนมาให้กินด้วย ทุกวันนี้ผมย้ายมานอนที่บ้านพี่ยุนฮยองแล้ว แต่เพราะผมยังไปโรงเรียนอยู่ ช่วงเช้าๆเลยฝากพี่ยุนฮยองดู ช่วงบ่ายก็ฝากพี่มาร์คดู ส่วนผมจะมาช่วงเย็นๆแล้วก็เฝ้ายาวจนถึงเช้าเลย

"อย่าดื้อสิครับคนดี"

"ฮันบินหรอ" ทันทีที่ผมพูดจบ คนป่วยบนเตียงก็หันขวับมามองพร้อมเอ่ยถามอย่างดีใจ แต่พอเห็นว่าเป็นผมก็หน้าหงอยลง "ขอโทษนะ.. จุนเน่พูดเหมือนฮันบินเลย"

ผมกับพี่มาร์คมองหน้ากันอย่างลำบากใจ เข้าใจความรู้สึกของพี่จินฮวานนะ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ พวกเราพยายามทำให้พี่จินฮวานยิ้ม พยายามไม่พูดถึงไอฮันบิน พยายามให้อีกคนลืมๆมันไป แต่ดูเหมือนพี่จินฮวานจะยังคิดถึงไอฮันบินอยู่ตลอด

"วันนี้คนป่วยดื้อไหม"

"ไม่ดื้อ" ผมหันไปถามพี่มาร์ค แต่คนบนเตียงกลับตอบมาซะอย่างงั้น

"ผมไม่ได้ถามพี่สักหน่อย"

"ก็ไม่ดื้อจริงๆนั่นแหละ เพราะเพิ่งตื่น" ไอพี่มาร์คตอบกวนๆ

"งั้นหรอ" ผมขำ

"ฉันไม่ดื้ออยู่แล้วต่างหาก"

"ครับๆ ยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย"

"..ฮันบินไม่ตามหาฉันเลยหรอ" คนบนเตียงเอ่ยถาม ก่อนจะเสมองไปที่หน้าต่าง

"..."

"ทำไมฮันบินใจร้ายจัง"

ทำไมจะไม่ตามหาล่ะ มันตามหาซะทั่วจนพวกผมต้องรีบย้ายพี่ออกมาจากโรงพยาบาลเนี่ย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะหาที่นี่เจอไหม.. แต่ถ้าจะให้เจอกันตอนนี้มันจะดีหรอ พี่จินฮวานจะทนได้ไหม ถ้าเอจกันแล้วมันจะทำให้พี่จินฮวานเสียใจขึ้นกว่าเดิมรึเปล่า

"อีกไม่กี่วันเราก็ต้องไปแล้ว.. ไหนพี่บอกว่าจะเข้มแข็งไง พี่ต้องทนให้ได้นะ เข้มแข็งไว้สิครับ" ผมยํ้า

"อะ อื้ม.. ทนได้สิ"

"แต่จะเปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทันนะจิน" พี่มาร์คถามลองใจ

"..ไม่เปลี่ยนใจหรอก"

คำพูดของพี่จินฮวานมันดูหนักแน่นนะ แต่การกระทำมันกลับตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง ผมกับไอพี่มาร์คก็ได้แต่ถอนหายใจ เฮ้อ.. ตอนนี้มันโคตรหน่วง หน่วงจริงๆ เหลือเวลาอีกแค่ไม่ถึงอาทิตย์ ทั้งที่ทุกอย่างยังดูวุ่นวาย ตอนนี้เราก็แค่ต้องรอเวลา เพื่อให้แน่ใจว่าสมองพี่จินฮวานจะรับไหวกับการนั่งเครื่องบินเป็นเวลานานๆ เลยจำเป็นต้องให้อีกคนพักผ่อนให้เต็มที่ซะก่อน

แต่ไม่แน่หรอก เราอาจจะไปแบบกระทันหันเลยก็ได้ อาจจะในอีกสามวันข้างหน้า หรืออาจจะพรุ่งนี้เลย.. ทุกอย่างมันเป็นไปได้หมดนั่นแหละ

ผมต้องรีบไปเตรียมตัวเองไว้ซะแล้ว แต่ผม..ยังไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับยัยตัวแสบ ถ้ายัยนั่นรู้ต้องร้องไห้งอแงเป็นเด็กๆแน่ ก็ใช่สิ เราเพิ่งคบกัน มีเวลาอยู่ด้วยกันไม่ถึงห้าเดือนด้วยซํ้า ผมไม่กล้าจะบอกตรงๆ แค่นี้ผมก็รู้สึกผิดต่ออีกคนมากแล้ว ถ้าถึงวันที่ผมต้องไปจริงๆ ฮันบยอลจะเกลียดผมไหมนะ

"จุนเน่"

"ครับ" ผมละสายตาจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่ หันไปตามต้นเสียงที่เพิ่งได้ยินเมื่อสักครู่ เป็นพี่ยุนฮยองล่ะ "ว่าไงครับ มีอะไรรึเปล่า"

"ที่จะให้จินฮวานไปรักษาที่อเมริกาน่ะ.. คิดดีแล้วหรอ" พี่ยุนฮยองเอ่ยถาม

 

"จินฮวานก็เพื่อนสนิทพี่ พี่ก็เป็นห่วง แต่ถ้าลำบากใจก็ไม่เป็นไรนะ"

"ถ้ากับพี่ ผมบอกได้นะ ผมว่าผมไว้ใจพี่ยุนฮยองได้ครับ" ผมตอบยิ้มๆ

"..เพราะผมอยากให้ตัวเล็กหายสนิทและกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วครับ แต่ก็อาจจะใช้เวลานานหน่อย"

"อื้ม.. แล้วจะหนีฮันบินไปแบบนี้น่ะหรอ ถ้าเจ้าตัวรู้เข้า คงเสียใจน่าดูเลยนะ"

"ผมก็คิดเหมือนกันครับ แต่ถ้าลองมองในมุมของพี่จินฮวาน ผมก็เข้าใจนะ พี่เขาก็แค่อยากจะไปรักษาตัวให้หายดีซะก่อน จะได้ไม่เป็นภาระของไอฮันบินมันด้วย ถึงผมจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ตัวเล็กน่ะดื้อซะยิ่งกว่าอะไร"

"ฉันก็เข้าใจนะ เฮ้อ.. หวังว่าจินฮวานจะรีบหายกลับมาเร็วๆก็แล้วกัน"

"ผมก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ"

"งั้น..พี่ไม่กวนแล้ว อยากได้อะไรก็เรียนกได้ตลอดเลยนะ พี่นอนอยู่ห้องข้างๆนี่เอง"

           "ครับ ขอบคุณครับ"




50%





D-4

'ช่วงนี้ไอฮันบินมันไปป้วนเปี้ยนอยู่แถวมหาลัยจินฮวานตลอดเลย มึงจะออกไปไหนก็ระวังตัวหน่อยแล้วกันนะ'

เฮ้อ.. ยังไงตอนนี้ไอฮันบินก็ยังคงเป็นปัญหาสินะ ถ้ามันรู้เข้า แผนที่วางไว้คงพังหมด

ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เพราะใจจริงไม่ได้อยากจะทำแบบนี้เลย แต่ก็ต้องทำ ผมเดินเข้ามาในห้องของพี่จินฮวานกับฮันบิน พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ใช่แล้ว.. ผมมาเก็บเสื้อผ้าแล้วก็ข้าวของสัมภาระของพี่จินฮวาน ผมได้ยินมาว่าที่ผ่านมาไอฮันบินมันก็ไม่ได้กลับห้องเหมือนกัน มันคงไม่รู้อะไรหรอก

แกรก

ผมสะดุ้งโหยงเพราะเสียงเปิดประตู ตกใจดิครับ ผมว่าจะแค่มาแอบเก็บของไปนะ ไอฮันบินหรอ.. ซวย ค่อยๆหันไปก่อนจะพบว่าคนที่มาใหม่คือ

"ฮันบยอล"

"..พี่จุนฮเว"

"เอ่อ.." ผมถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูก กระเป๋าเดินทางกับเสื้อผ้าที่เพิ่งยัดๆเข้าไปยังเปิดกางอ้าอยู่กลางห้องนอน โกหกอะไรไม่ได้แล้วล่ะ

"ฮันบยอลแค่มาเอาของให้พี่ฮันบินค่ะ ไม่ต้องสนใจหรอก" อีกคนบอกก่อนจะเดินก้มหน้าผ่านผมไป

หมับ

"อย่าประชดแบบนี้สิ" ผมรั้งแขนอีกคนไว้ แต่ฮันบยอลก็บิดแขนให้หลุดจากมือหนาของผม

โกรธสินะ

"แล้วมายังไง"

"นั่งรถเมล์มาค่ะ"

"..อย่าเป็นแบบนี้เลย ฉันขอโทษ" สุดท้ายก็เป็นผมที่ทนไม่ไหว ผมเดินเข้าไปกอดอีกคนไว้จากด้านหลัง ก่อนจะกระซิงข้างหูด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ

"พี่จุนฮเวก็รู้อยู่แล้ว ว่าเพราะอะไร"

"ขอโทษนะบยอล"

"ช่างมันเถอะค่ะ" อีกคนพลิกตัวกลับมาสบตา ก่อนจะยกยิ้มให้ ผมเลยโผเข้ากอดอีกคนอีกรอบ คราวนี้ผมสวมกอดแน่นกว่าเดิม จนยัยตัวแสบดิ้นเพราะหายใจไม่ออก

"ไม่เอาสิ ขอจุ๊บหน่อย"

"..อะไรของพี่"

จุ๊บ

"นิสัยไม่ดี"

"ฉันขอโทษ~" ผมพูดลากเสียง ซุกหน้าลงไปกับไหล่เล็กเชิงอ้อนเต็มที่

"รู้แล้ว หายโกรธก็ได้"

"น่ารักที่สุด"

 

ฟอด

 

อื้อ คนชอบฉวยโอกาส

 

ก็เธอมันน่ารัก

 

ผมขโมยหอมแก้มอีกคนทีนึงโทษฐานที่น่ารักเกินไป ถึงจะรู้ว่า ฮันบยอลยังรู้สึกไม่โอเคอยู่แต่มันก็ช่วยไม่ได้นะ.. ในเมื่อผมไม่สามารถพูดความจริงทั้งหมดออกมาได้ ผมเลยเลือกที่จะไม่บอกดีกว่า ถึงมันจะทำให้เราสองคนต้องอึดอัด แต่เพื่อพี่จินฮวานแล้ว ผมก็ต้องทำใจและทนกับมันให้ได้

 

เราเหลือเวลาอยู่ด้วยกันไม่มากแล้ว ฮันบยอลก็ไม่ใช่คนโง่ เจ้าตัวคงจะรู้อยู่แหละว่าสะกวันนึงผมต้องไป ขอบคุณนะที่ไม่ถามเซ้าซี้ ขอบคุณที่ยอมทนกับความอึดอัด ขอบคุณกับทุกๆอย่างที่ทำเพื่อฉันขนาดนี้

 

ผมควรจะทำยังไงดี ผมกำลังจะทำให้คนที่รักผมมากที่สุดเสียใจอีกครั้ง

 

ฉัน..ขอโทษ

 

"แล้วทำอะไรอยู่ ให้ฮันบยอลช่วยไหม" ผมได้สติขึ้นมาหลังจากตกอยู่ในภวังค์หน่วงๆของตัวเอง หันไปสบตาอีกคนก่อนจะสวมกอดแน่นๆเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวันนี้

 

"เป็นอะไรคะ"

 

"เปล่าหรอก แค่อยากกอด" พอผมพูดจบ อีกคนก็ยืนนิ่งๆให้ผมกอดอยู่แบบนั้น จนผมยอมปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระ

 

"เก็บของให้พี่จินฮวานหรอ"

 

"..อื้ม" ผมตอบอย่างไม่เต็มเสียงนัก โดนถามตรงๆแบบนี้มันเศร้านะ

 

"งั้นให้ฮันบยอลช่วยไหม จะได้เสร็จไวไว"

 

ผมยืนอํ้าอึ้งไม่กล้าตอบอะไร แต่ท่าทีอีกคนตอนนี้กลับดูสบายๆ เหมือนไม่ได้โกรธหรือข้องใจอะไรเลย มันทำให้ผมยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่

 

"ฮันบยอลไม่บอกพี่ฮันบินหรอก"

 

"เธอเป็นคนดีไปแล้วนะ ให้ตายสิ"

 

"สวยด้วย"

 

"ครับๆ แฟนใครก็ไม่รู้ ไว้เสร็จแล้ว เราไปกินข้าวเย็นด้วยกันนะ"

 

"อื้อ!"

 

D-3

 

            HANBYUL SIDE

 

            พรุ่งนี้ไปเดทกัน แต่งตัวสวยๆนะ

          ทำไม มีอะไรพิเศษหรือไง

          ไม่ต้องถามมากหรอกน่ายัยบ๊อง

 

          เดทวันนี้เป็นเดทครั้งที่สามของเรา.. พี่จุนฮเวก็มารับฮันบยอลที่บ้านเหมือนทุกวัน เราเลือกที่จะออกเดทกันตอนเย็น เพราะอะไรก็ไม่รู้ล่ะ พี่จุนฮเวเป็นคนจัดการทุกอย่างเลย ถามก็ไม่ยอมบอกว่าจะไปไหน ไปทำอะไร แถมวันนี้พี่จุนฮเวยังแต่งตัวดูดีอีก พี่เขาใส่กางเกงยีนขายาวสีดำ เสื้อเชิ้ตสีเทา แล้วก็แจ็คเก็ตยืรสีน้ำเงินเข้ม มันดูแปลกตานะ ก็ปกติเห็นใส่แค่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นเอง

 

            วันนี้คงจะมีอะไรพิเศษจริงๆนั่นแหละ พี่เขาตามใจมากเป็นพิเศษ ไม่กวนใส่ฮันบยอลเหมือนทุกๆครั้ง ใส่ใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆมากขึ้น แถมยังชอบจ้องด้วย มันก็ดีแหละ เหมือนได้เห็นอีกมุมนึงของพี่เขา แต่ก็ทำให้รู้สึกแปลกๆอยู่ดี

 

            ฮันบยอลรู้นะว่าทำไม

 

            ทั้งๆที่พยายามไม่คิดถึงมันแล้ว อยากอยู่กับปัจจุบัน แต่หัวมันกลับเอาแต่คิดถึงอนาคต เอาแต่คิดว่าถ้าพี่จุนฮเวไปจริงๆจะทำยังไง.. จะหายไปเลยไหม หรือยังไงกันแน่ พี่จุนฮเวไม่เคยบอกเรื่องนี้กับฮันบยอลตรงๆเลย มีก็แต่คำพูดคลุมเครือในวันนั้น แล้วก็ไม่เคยพูดถึงมันอีก

 

          พี่จินฮวานต้องไปรักษาตัวที่อเมริกา

 

          ฮันบยอลไม่เคยถาม ว่าจริงๆแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พี่จินฮวานเป็นอะไรทำไมต้องเข้าโรงพยาบาล แล้วทำไมพี่ฮันบินถึงไม่มาดูแล พี่จุนฮเวบอกฮันบยอลว่าไม่ต้องบอกพี่ฮันบิน โอเคฮันบยอลก็ทำตามที่พี่เขาบอก โดยที่ไม่รู้อะไรเลย

 

            มันไม่ปกติเลย มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ มีแต่เรื่องที่ฮันบยอลไม่รู้ พี่จุนฮเวไม่เคยบอกอะไรฮันบยอลสักอย่าง แล้วจะให้ฮันบยอลทำยังไง บางทีอีกคนอาจจะอยากบอกแต่บอกไม่ได้ หรืออาจจะไม่คิดจะบอกตั้งแต่แรก อันนี้ฮันบยอลก็ไม่รู้ คนเป็นแฟนกันมีความลับต่อกันมากขนาดนี้ฮันบยอลก็ต้องโกรธเป็นธรรมดา แต่พอคิดๆไปแล้ว ถ้ามันเป็นสิ่งที่ฮันบยอลควรจะรู้จริงๆ พี่จุนฮเวคงจะบอกฮันบยอลเองนั่นแหละ

 

            แต่จนถึงวันนี้..ฮันบยอลก็ยังกลายเป็นคนที่ไม่เคยรู้อะไร

 

            ทั้งๆที่มันไม่มีอะไรปกติสักอย่าง แต่พี่จุนฮเวก็ยังคงทำตัวปกติกับฮันบยอล ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำเหมือนไม่รู้ว่าฮันบยอลกำลังคิดอะไรอยู่ ทำเหมือนไม่เคยมีความลับอะไรต่อกันเลย ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ซะจนบางทีฮันบยอลก็ไม่ชอบใจ

 

คำพูดคลุมเครือที่อีกคนพูดไว้ว่าพี่ตัวเล็กต้องไปรักษาตัวที่อเมริกา ฮันบยอลยังไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่.. ถ้าพี่ตัวเล็กไปแล้วพี่จุนฮเวล่ะ? พี่จุนฮเวต้องไปด้วยใช่ไหม หรือยังไงกันแน่ ทำไมไม่มาบอกกันตรงๆ ถ้าจะไปจริงๆอย่างน้อยก็บอกกันให้รู้ก่อนสิ ใจคอคิดจะทิ้งฮันบยอลไปแบบตอนนั้นใช่ไหม

 

พี่จุนฮเวรักฮันบยอลจริงรึเปล่า ไม่เห็นแคร์ฮันบยอลเลย

 

ฮันบยอลว่ามันชัดเจนแล้วแหละ ถึงจะพยายามปฏิเสธแค่ไหน แต่ทุกอย่างมันก็ชัดเจนแล้ว มันมีคำตอบอยู่ภายในประโยคนั้นแล้ว ฮันบยอลเองที่ดื้อ พี่จุนฮเวคงต้องไปอยู่แล้วแหละ.. มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่พี่จุนฮเวจะปล่อยให้พี่จินฮวานไปคนเดียว ไม่มีทาง

 

ถึงจะรู้อย่างงั้นแล้ว ฮันบยอลก็ยัง..

 

ไม่อยากให้พี่จุนฮเวไปเลย พี่จุนฮเวกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของฮันบยอลไปแล้ว มันกลายเป็นเรื่องปกติแล้วที่ทุกวันจะต้องมีพี่จุนฮเวมาทำอะไรด้วยกัน แล้วถ้าวันนึง ไม่สิ..แล้วถ้าถึงวันนั้น วันที่พี่จุนฮเวต้องไปจริงๆ ฮันบยอลจะทำยังไง หนีฮันบยอลไปรอบนึง จะหนีฮันบยอลไปอีกแล้วหรอ

 

            ใจร้ายที่สุด

 

อะ..ไอติมตรงหน้าที่ถูกยื่นมาโดนมือหนาของพี่จุนฮเว ทำให้ฮันบยอลหลุกออกมาจากภวังค์ มือทั้งสองข้างของตัวเองยกขึ้นปาดน้ำตาตัวเองออกจากแก้มลวกๆก่อนจะยื่นไปรับไอศกรีมโคนรสวนิลามาจากมืออีกคน แล้วยกยิ้มให้คนตัวสูงตรงหน้า หวังว่าพี่จุนฮเวจะไม่รู้..

 

แต่เหมือนจะไม่เป็นแบบนั้น

 

ยัยบ๊อง เป็นอะไรอีกคนขมวดคิ้ว ถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง

 

เปล่า

 

ฉันไม่เชื่อ

 

ไปขึ้นชิงช้าสวรรค์กันเถอะ ฮันบยอลอยากขึ้นแล้วฮันบยอลพูดขึ้นก่อนจะใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ถือไอศกรีมโคนดึงลากอีกคนให้เดินมาด้วย พี่จุนฮเวไม่เต็มใจหรอกแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร

 

ยังไงวันนี้มันก็ต้องเศร้าอยู่แล้วนี่.. ไว้ไปเศร้าทีเดียวเลยดีกว่า

 

ตอนนี้เราสองคนอยู่บนชิงช้าสวรรค์กันแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันหยุดแถมยังช่วงค่ำๆพอดีอีก ทำให้คนที่มาต่อคิวรอเยอะพอสมควรเลย ขึ้นชิงช้าสวรรค์ในช่วงเวลาแบบนี้ถือเป็นเรื่องดีมากเลยล่ะ ได้เห็นวิวตอนกลางคืนสวยๆในโซล แถมทำให้รู้สึกสบายใจอีกด้วย ฮันบยอลกำลังมองออกไปข้างนอกดูบรรยากาศรอบตัวโดยที่ไม่ได้หันไปสนใจพี่จุนฮเวเลย

 

แต่ก็รู้สึกได้ ว่าพี่จุนฮเวจ้องฮันบยอลอยู่ เหมือนอาจจะถาม อยากจะคุย แต่ฮันบยอลเองที่ยังไม่พร้อม.. ทั้งๆที่เตรียมใจมาแล้ว แต่พอเจอพี่จุนฮเวจริงๆมันก็ยากอยู่ดี

 

มีอะไรก็พูดมาเลยค่ะฮันบยอลบอกโดยที่ยังมองออกไปข้างนอก

 

“…”

 

เพราะอีกคนไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ก็ไม่ได้เบนหลบสายตาไปไหน ยังคงจ้องฮันบยอลอยู่แบบเดิม.. มันรู้สึกได้ถึงความไม่สบายใจของพี่จุนฮเวเลย

 

ได้มองโซลตอนกลางคืนจากที่สูงๆแบบนี้สวยดีเนอะ ฮันบยอลพูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศเงียบๆนี้ แต่เหมือนจะคิดผิด

 

หมับ

 

ร่างของฮันบยอลถูกมือใหญ่ดึงไป ทำให้ฮันบยอลเสียหลัก แต่ก็โดนแขนยาวตวัดให้ตัวฮันบยอลนั่งลงบนตักกว้างของอีกคนอย่างตั้งใจ แขนแกร่งทั้งสองข้างของพี่จุนฮเวเลื่อนมาโอบตัวฮันบยอลไว้ไม่ให้หนีไปไหน ก่อนจะเงยหน้าเชยตาขึ้นมาฮันบยอลที่ยังคงทำเป็นมองไปข้างนอกอยู่

 

..ร้องไห้เพราะฉันอีกแล้วใช่ไหมเสียงทุ้มเบาเอ่ยถาม

 

“…”

 

บอกแล้วว่าฉันมันแย่ ทำเธอร้องไห้มาตั้งกี่รอบแล้วก็ไม่รู้

 

เปล่าสักหน่อย ฮันบยอลคิดถึงแม่ตังหาก

 

ขอโทษนะ..

 

สายตาคมมองจ้องมาที่ฮันบยอลอย่างรู้สึกผิด แววตาพี่เขามันสื่อความรู้สึกของเขาออกมาจนหมด มันลำบากนะ ฮันบยอลไม่อยากร้องไห้ตอนนี้สักหน่อย ถ้าให้จ้องใบหน้าเศร้าๆของพี่จุนฮเวแบบนี้ขอมองวิวสวยๆข้างนอกดีกว่า

 

ฉันรู้ว่าเธอรู้อยู่แล้ว

 

“…”

 

ขอโทษที่ไม่ได้บอกตรงๆ

 

“…”

 

ไม่ใช่ว่าฉันไม่คิดจะบอก แต่ฉันไม่อยากเห็นหน้าเศร้าๆของเธอเลย ฉันเสียใจที่ต้องพูดมันออกไป ตอนนี้ก็เหมือนกันฮันบยอลตัดสินใจหันหน้าไปสบตากับพี่จุนฮเว เราจ้องตากันอยู่แบบนั้นด้วยความรู้สึกมากมาย ทั้งเศร้า ทั้งรู้สึกแย่ ทั้งไม่สบายใจ และความรู้สึกรัก..

 

ฮันบยอลก็นึกว่าพี่ไม่แคร์ฮันบยอลซะแล้ว

 

ยัยโง่ เอาอะไรมาคิด

 

ก็ใครจะไปรู้ล่ะ

 

เพราะฉันรักเธอมากตังหากคำพูดนั้นทำเอาฮันบยอลถึงกับต้องหลบหน้าคนเจ้าเล่ห์อีกรอบ ความรู้สึกร้อนผาวแผ่ขึ้นท่ามกลางความเศร้า

 

ไม่รู้ว่าที่พี่จุนฮเวพูดน่ะ พูดจริงรึเปล่า

 

ฉันขอโทษมือหนาจับมือฮันบยอลไปประกบจูบที่หลังมือ ก่อนจะมองขึ้นมาสบตาด้วยสีหน้าเศร้าๆ แต่มันจำเป็นจริงๆ

 

อืม..ฮันบยอลรู้ รู้อยู่แล้วล่ะ พี่จุนฮเวก็รักฮันบยอล แคร์ฮันบยอล แต่ถ้าให้เลือกฮันบยอลกับพี่จุนฮวาน ยังไงพี่จุนฮเวก็เลือกพี่จินฮวานอยู่ดี

 

..อื้มฮันบยอลยกยิ้มขึ้นฝืนๆ มันทำได้แค่นี้จริงๆ ฮันบยอลไม่ร้องไห้ก็เก่งแล้วนะ

 

จุ๊บ

 

เรายังเป็นเหมือนเดิมอยู่ใช่ไหม.. ยังเป็นแฟนกันอยู่รึเปล่า

 

คนที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเป็นแฟนกันไม่ได้หรอกพี่จุนฮเวเบิกตากว้างหลังจากได้ยินที่ฮันบยอลพูด ความน้อยใจมันมีมากมายเหลือเกิน ไว้กลับมาแล้วค่อยว่ากัน

 

“..ก็ได้ แต่ยังไงฉันก็จะมองเธอเป็นแฟนนะ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันขนาดไหนก็ตาม แต่ฉันก็มีแฟนแล้ว ชื่อฮันบยอล

 

ก็แล้วแต่พี่ถึงจะพูดไปแบบนั้น แต่ยอมรับเลยว่าคำพูดของพี่จุนฮเวทำให้ฮันบยอลรู้สึกดีจริงๆ ฮันบยอลไม่ใจร้ายแบบที่พูดไปหรอก พูดไปงั้นแหละ ให้รู้ซะบ้างว่าฮันบยอลอยู่เหนือกว่า

 

ฉันรู้ว่าเธอโกรธ ขอโทษนะ

 

“..อื้ม

 

สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ร้องไห้เพราะฉัน ถึงตัวไม่อยู่ แต่หัวใจฉันก็อยู่กับเธอแล้วนะ แค่หลับตาเธอก็จะเห็นฉันอยู่ใครความคิดของเธอแล้ว เราไม่ได้อยู่ไกลกันหรอก

 

...

 

ขอโทษที่ทิ้งเธอไปอีกแล้ว ขอโทษที่ต้องให้เธออยู่คนเดียว ขอโทษที่ทำให้เธอรักแต่ดูแลเธอไม่เคยได้เลย ฉันขอโทษ ฉันมันแย่เองฮันบยอลพี่จุนฮเวพูดเสียงดัง สีหน้าเศร้าแบบนั้นจากที่โกรธน้อยใจอยู่ก่อนหน้า ตอนนี้กลับกลายเป็นเห็นใจอีกคนแทน

 

ไม่ต้องพูดแล้ว

 

“…” สายตาคมจ้องมาที่ฮันบยอลอย่างอ้อนวอน สายตาเศร้าๆแบบนั้นมันทำให้ฮันบยอลอยากจะร้องไห้ ไม่อยากลากันด้วยน้ำตาเลย เพราะมันเหมือนว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีกตลอดไป มันจะไม่เป็นอย่างงั้น สักวันพี่จุนฮเวก็ต้องกลับมา

 

ฮันบยอลใช้นิ้วเล็กของตัวเองเกลี่ยไปตามผิวเนียนของอีกคน สัมผัสผ่านหน้าผาก คิ้ว ตา แก้ม จมูก ปาก คาง ค่อยๆไล่นิ้วไปให้ได้ซึมซับ ให้ได้จดจำ เพราะต่อไปจะไม่ได้ทำแบบนี้แล้ว ต่อไปพี่จุนฮเวจะกลายเป็นแค่คนในความคิด วีดีโอจากจอมอนิเตอร์ และเป็นแค่รูปภาพเท่านั้น ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่น้ำใสๆไหลอาบลงมาที่สองข้างแก้ม ทั้งๆที่ฮันบยอลก็ยิ้มอยู่

 

อย่าร้องสิมือหนาเลื่อนมาซับเช็ดน้ำตาให้ฮันบยอล ก่อนจะทำหน้ากังวล

 

ไม่ได้ร้องสักหน่อย ไม่ได้ร้อง..

 

โอเค ไม่ร้องก็ไม่ร้องครับ

 

ไม่เห็นเป็นไรเลย ยังไงเราก็ส่งข้อความ โทรคุยกันได้นี่ เฟสไทม์คุยกันก็ได้ ถึงเวลาจะต่างกันแต่ฮันบยอลนอนดึกได้อยู่แล้ว พี่จุนฮเวก็รีบตื่นล่ะ จะได้วีดีโอคอลคุยกัน เข้าใจไหมคนขี้เซา ต่อไปไม่มีฮันบยอลคอยโทรปลุก คอยสั่งให้นอนก็อย่าเหลวไหลนะ รู้ไหมฮันบยอลพูดไปยิ้มไป แต่ไม่รู้ว่าทำไมน้ำตามันถึงยังไหลอาบแก้มอยู่แบบนี้ก็ไม่รู้

 

เลิกฝืนได้แล้ว ฉันไม่สบายใจเลย

 

ไม่ได้ฝืนสักหน่อย

 

โกหกอีกโดนจูบนะ

 

ชอบฉวยโอกาส

 

ก็เธอมันดื้อ

 

ฮันบยอลก็ไม่ได้อยากจะลาแบบเศร้าๆนี่ ยังไงเราก็ต้องได้เจอกัน..สักวันฮันบยอลเถียง ก่อนจะค่อยๆลดเสียงลงในคำสุดท้าย

 

เราสองคนมาสู้ด้วยกันนะ ..ได้ไหม

 

..ฮึกเพียงแค่คำพูดนั้น แค่ประโยคเดียว ทำให้ฮันบยอลปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย แค่ได้รู้ว่าต้องจากกันยังเศร้าขนาดนี้ แล้วถ้าวันนึงไม่มีพี่จุนฮเวขึ้นมาจริงๆฮันบยอลจะทนได้ไหม จะเหงาแค่ไหน จะคิดแค่ไหน

 

ขอเป็นคนอ่อนแอได้ไหม.. ฮันบยอลไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น

 

เธอต้องเข้มแข็งนะ ฉันก็จะเข้มแข็งเหมือนกัน

 

“..

 

ร่างของฮันบยอลเอนพิงกับอีกคน ใบหน้าซบอยู่ที่ไหล่กว้างของพี่จุนฮเวพร้อมร้องไห้ออกมาเสียงดัง แขนหนากอดรัดร่างฮันบยอลไว้ มือกว้างลูบปลอบไปมาอยู่ที่แผ่นหลัง

 

“..ฉันขอโทษ

 

“…”

 

แต่ฉันรักเธอจริงๆนะฮันบยอลยังคงร้องไห้งอแงอยู่ในอ้อมกอดของอีกคน ทำให้ไม่รู้ว่าตอนนี้อีกคนทำหน้ายังไง ฮันบยอลในตอนนี้กำลังอ่อนแอ อ่อนแอที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ บางทีมันอาจทำให้รู้ว่าจริงๆแล้วเรารักกันจริงรึเปล่า แต่ถ้ามีวันนึงที่เธอหมดรักจากฉันจริงๆ ฉันก็..

 

อย่าพูดแบบนั้นมือเล็กของตัวเองยกขึ้นไปแตะที่ปากหนา

 

ฉันขอโทษ เธอไม่น่ามารักคนแบบฉันเลย

 

ทำไงได้ ก็มันรักไปแล้ว

 

ฮันบยอลจะเข้มแข็ง.

 

ครับคนดี

 




100%






ปอลอ.ตอนนี้พิ้งเปิดจองหนังสือพร้อมส่งอยู่น้า
ตะวิดมาเยย @pinkqx97






ต่อไปเราจะมาอัพวันเว้น1-2วันนะฮับ
เขียนจบสมบูรณ์แล้วน้า รออัพอย่างเดียวเลย
เจอกันวันพุธ<3




TALK
เราอยากให้ทุกคนติดตามไปจนจบเลย
ถึงแม้จะเศร้าบ้างหน่วงมาก แต่ทุกๆอย่างมันก็มีเหตุผลของมัน
สุดท้ายแล้ว ความรักจะทำให้เรื่องทุกเรื่องดีขึ้นเอง
ต่อไปอัพบ่อยไม่ขาดตอนน่นอนเลย สัญญา /แฮ่
ฝากติดตามด้วยนะฮับ<3



อย่าลืมเม้น

กับสกรีมแท็ก #ฟิคคนไข้ของฮันบิน ให้เค้าด้วยหนา






.






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,509 ความคิดเห็น

  1. #5391 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 11:11
    ฮืออออ คู่พี่หน่วงคู่น้องเศร้าาาา เมื่อไหร่พี่จินจะหายยยย
    #5,391
    0
  2. #5218 Onon Onusa Roumsuk (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:33
    เศร้ามากไม่ไหวแล้ว TT รีบกลับมาหากันไวไวนะ ...
    #5,218
    0
  3. #5216 rum (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:01
    รำคาญมากๆ
    #5,216
    0
  4. #5212 youngkyun (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:13
    เศร้าจังเลย พี่จินหายไว้ๆน้า
    #5,212
    0
  5. #5211 justmarkbam (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:59
    งืออออออ ร้องไห้TT
    #5,211
    0
  6. #5210 mukmixdada (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:18
    ทำไมทุกคนต้องแยกกัน ไรท์มาจัดการที
    #5,210
    0
  7. #5209 tercessun (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:01
    ง่าาาาาา ฮันบินหาพี่จินให้เจอเร็วๆนะTT
    #5,209
    0
  8. #5208 DAEZQ_TG (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:36
    ทำไมเศร้าแบบนี้ T^T  
    #5,208
    0
  9. #5207 jj_2804 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:27
    ฮืออออออออออ จุนบยอลลล
    #5,207
    0
  10. #5206 jhbpp (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:12
    ฮันบยอนเป็นของจุนเน่ ตลอดไป ฮันบินมาอ่านคงจะอกแตกตายกันไปข้าง แงงงงงง เราเศร้าาาาาา
    #5,206
    0
  11. #5205 Babe.moo@hotmail.com (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 21:12
    อ่านแล้วร้องไห้เลยแงง😭 ฮันบยอลอ่าตัวเองอ่อนแอละทำเป็นเข้มเเข็ง
    #5,205
    0
  12. #5204 Kimkaaaaaa_Kai (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:51
    ฮืออออออออ ฮันบยอลของแม่ TT
    #5,204
    0
  13. #5201 baconbaek's (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:26
    ทำไมเศร้า..
    #5,201
    0
  14. #5200 khim_41 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:19
    สงสารฮัลบยอล กับจุนเน่ หื้ออออ อย่าม่านานนะ เลิกม่าได้แล้วววว พี่จินรีบหายน่ะ สงสารฮันบินเข้าไปอีก ฮื้อออออ
    #5,200
    0
  15. #5198 Lumyhai (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:20
    ตอนนี้คือมีปัญหาอยู่ข้อนึงค่ะ เราไม่ได้อ่านฟิคในแอพเด็กดี ซึ่งมันมีแท็กฟิคของไรท์ขึ้นมาข้างซ้าย คือรำคาญมากอ่านไม่รู้เรื่องเลยค่ะ :-(
    #5,198
    0
  16. #5197 Lumyhai (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 / 00:20
    ตอนนี้คือมีปัญหาอยู่ข้อนึงค่ะ เราไม่ได้อ่านฟิคในแอพเด็กดี ซึ่งมันมีแท็กฟิคของไรท์ขึ้นมาข้างซ้าย คือรำคาญมากอ่านไม่รู้เรื่องเลยค่ะ :-(
    #5,197
    0
  17. #5191 Kimkaaaaaa_Kai (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 07:54
    ทำไงเดดดดดดดดด
    #5,191
    0
  18. #5189 บีจินสิลูก (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 12:07
    ทำไมไรท์ทำงี้อ่ะะะะ ㅠㅠ แต่งต่อเลยนะะะ ฮือออออออ
    #5,189
    0
  19. #5188 _IP-P.VIP_ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:29
    พี่ิจินนนนนนนนน ฮืออออออออ สงสารฮันบินอ่ะ
    #5,188
    0
  20. #5187 Chup.psc (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:40
    หน่วงงง
    #5,187
    0
  21. #5186 justmarkbam (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 19:23
    น้ำตาจะไหลล
    #5,186
    0
  22. #5185 ปวีย์สุดา อนรรฆนนท์ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:30
    ค้างมากค่ะไรท์ สงสารพี่จิน...
    #5,185
    0
  23. #5183 ikonic9903 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 / 11:47
    ค้างมาก อยากอ่านที่สุดดดดด รออัพนะคะ
    #5,183
    0
  24. #5182 mukmixdada (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:48
    มา50% มันค้างงงง เกลียดอาการแบบนี้ เกลียดการดราม่า ความหน่วง ไม่ชอบเลย เมื่อไรจะกลับมาหวานสักที
    #5,182
    0
  25. #5181 ซอกขาหนีบอปป้า (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:30
    กรี๊ดดด ทำไมมันหน่วงอย่างเนนน้แงงงงง้ ฮื่อออ ฮันบินรีบตามหาพี่จินสิ อย่าปล่อยให้พี่จินไปนะTAT
    #5,181
    0