{ BJin } Be my patient ϟ #ฟิคคนไข้ของฮันบิน。/ จบแล้ว

ตอนที่ 27 : ϟ TRACK 23 "คูจุนฮเว" 120%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,846
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 พ.ย. 58









กลับมาได้รึเปล่า.. ถึงรีดเดอร์





# TRACK 23







"ทำใจเรื่องพี่จินฮวานได้แล้ว 
เคลียกับตัวเองเรียบร้อยแล้วด้วย นี่รีบกลับมาเพราะคิดถึงเลยนะ 
มีคนฟ้องว่าเอาแต่เรียนจนไม่ได้ดูแลตัวเองเลย 
รู้ไหมว่าเป็นห่วง เดี๋ยวจับฟัดเลยเป็นการลงโทษ"

            "ก็อยู่เฉยๆมันคิดถึงพี่นี่.."

"น่ารัก"


spoiled - 50% 




            JUNHOE STORY



            "เห้ยใครวะ ปล่อยนะเว้ยไอโรคจิต!"


            โอ้ยแสบหูชะมัด


            "บอกให้ปล่อยไงงงง"


            หุบปากซักนิดจะได้ไหม หูจะแตก นี่ขนาดผมแค่มัดมือกับเอาถูกกระดาษคลุมหัวนะเนี้ยยังขนาดนี้ นี่เริ่มอยากจะเอาเทปไปปิดปากด้วยละ


            ขี้โวยวายชิบคนเขาจะเซอไพรส์เว้ย



            ยัยบ้า..



            เสียงบ่นแจ้วๆของยัยตัวแสบข้างๆดังมาตลอดทางตั้งแต่ในบ้านผีสิงนั่นแล้ว เห็นตัวเล็กๆแบบนี้แรงโคตรเยอะ ทั้งติก ทั้งข่วน ทั้งถีบ นี่ถ้าไม่แมนแบบผมคงลากมาไม่ได้ถึงขนาดนี้หรอก ไม่ได้ชมตัวเองแค่บอกข้อดีของซังนัมจาให้ฟัง


            "ฟ้องแม่แน่"


            ครับครับ กลัวตายล่ะ


            "นี่ใจคอจะลากแบบนี้ไปถึงไหน



            “รองเท้าจะพังแล้วเนี่ย"


            ขี้บ่นจริงเลยยัยบ๊องเอ้ย


            ผมลากอีกคนไปแอบหัวเราะกับท่าทางตลกๆของยัยตัวแสบ ซึ่งแน่นอนตลอดทางก็มีคนรอบข้างหันมามองตลอด ก็แหมยัยนี่โหวกเหวกโวยวายเสียงอย่างดัง แต่ผมก็ได้แค่ยิ้มๆให้พวกเขาแล้วบอกว่าแฟนผมเอง ผมล่ะกลัวโดนรปภ.มาลากไปเพราะเข้าใจผิดว่าผมมาลักพาตัวยัยนี่แน่ๆ


            ซึ่งมันก็จริงนี่หว่า กำลังลักพาตัวอยู่จริงๆ? แต่แค่เล่นๆน่า


            ผมลากฮันบยอลมาอย่างยากลำบากจนมาถึงหน้าชิงช้าสวรรค์ เป็นโชคร้ายที่ต้องยืนรอต่อแถวก่อนสักพักก่อนถึงคิว ยัยแสบข้างๆนี่ก็ดิ้นอย่างกับปลา


            เมื่อถึงคิวพวกเราที่ต้องขึ้นชิงช้าสวรรค์ ผมก็ยัดร่างอีกคนเข้าไปข้างในนั้น เอ่อ..ประมานว่าถีบ? ผลัก? เข้าไปข้างใน ก็ยัยนี่ยอมขึ้นไปกับผมดีๆซะที่ไหน ขัดขืนตลอด เหนื่อยเป็นบ้า


            โอ้ยย


            ที่ผมเลือกพาอีกคนมาขึ้นชิงช้าสวรรค์ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอกนะ ผมแค่อยากให้การเจอกันครั้งแรกของเราในรอบเกือบปีเป็นความทรงจำที่น่าจดจำน่ะ เลยเลือกที่นี่ ก็..มันสวยมั้ง โรแมนติกดี? ได้ดูวิวที่โซลตอนกลางคืนด้วย? ไม่รู้อะ ผมแค่ชอบชิงช้าสวรรค์ เวลาที่ได้นั่งมันทำให้นึกถึงเรื่องในอดีต


            เหมือนความทรงจำโผล่ออกมาโดยที่ไม่ต้องพยายามเลย       

  

            "โอ้ย.." ยังบ่นไม่เลิก


            พอประตูชิงช้าสวรรค์ปิดลงแล้วผมก็ปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระ ก่อนจะใช้เวลาอันน้อยนิดขยับไปนั่งฝั่งตรงข้ามยัยตัวเล็ก เตรียมเซอร์ไพรส์


            "เอาออกได้ปะไอนี่อะ หายใจไม่ออก" บ่นตลอดเลยนะยันเพี้ยน


            "เออๆ เอาออกได้" ผมเก็กเสียงตอบ


            นี่ถ้าโดนลักพาตัวไปจริงๆโจรคงรำคาญแล้วปล่อยมาเองอะ


            คิดภาพตามแล้วตลก


            อีกคนดูชะงักไปนิดหลักจากที่ผมตอบไป.. เห้ยจำเสียงผมได้หรอ? ฮันบยอลนิ่งไปทั้งๆที่ก่อนหน้านี้คึกโคตรอย่างกับโดฟยามา


            มือเล็กค่อยๆจับเอาถุงกระดาษออกจากหัวตัวเองอย่างไม่เร่งรีบ ในใจผมนี่รีบๆเอาออกดิ้ยัยเพี้ยน-.- อีกคนยังคงก้มหน้าไม่ได้เงยขึ้นมามองผม แต่ก็เห็นว่ามองอีกคนเท้าผมแล้ว นี่จะไม่เงยหน้ามามองสุดหล่อคนนี้หน่อยหรอครับคุณหนูฮันบยอล


            ค่อยๆเงย..


            อีกนิด..


            ..ใกล้แล้ว


            ก้มลงไปอีกทำไมเล่า..



            "เซอร์ไพรส์~~"



            ผมยิ้มให้อีกคนอย่างจริงใจ ยิ้มไปทั้งใบหน้า แต่ปฏิกิริยาของอีกคนมันกลับกลับกัน ฮันบยอลทำแค่มองค้างที่ผมสักพักก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นปิดหน้าตัวเองแล้วเริ่มปล่อยโฮออกมา


            แต่มันก็คงไม่แปลกหรอก ผมเตรียมมาปลอบอีกคนอยู่แล้วล่ะ


            "ร้องไห้เป็นเด็กๆไปได้ยัยบ้า" ผมส่งมือไปละเลงหน้าม้าอีกคนอย่างหมั่นเขี้ยว อยากจะดึงฮันบยอลมากอดล่ะนะ แต่เพราะตอนนี้เราไม่ได้เป็นอะไรกันนี่ ผมกลัวมันจะมากไปถ้าทำแบบนั้น แต่ตอนนี้ผมมีความสุขจริงๆ อย่างน้อยก็รู้ว่ายัยตัวแสบนี่ยังไม่ลืมผม


            แต่ก็ไม่รู้ว่าจะยังรอผมอยู่รึเปล่า


            "ไอ.. พี่บ้า"


            อีกคนยังคงซุกหน้าลงไปกับฝ่ามือเล็กของตัวเองไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองผมเลยเกือบสิบนาที จนผมต้องเป็นฝ่ายเอื้อมตัวไปลูบหลังให้อีกคนใจเย็นลง ผมเข้าใจแหละ คงจะดีใจมากจนกลั้นไว้ไม่ไหวสินะหรือเสียใจวะ?


            ผมไปตั้งครึ่งปีกว่าๆ มันนานนะสำหรับคนที่รออะ


            ยังรอฉันอยู่รึเปล่า


            อีกคนไม่ตอบ แต่หัวเล็กพยักขึ้นลงไปมา ทำเอาผมทนไม่ไหวอยากจะดึงอีกคนมากอดซะตอนนี้


            "เลิกร้องได้แล้ว ฉันกลับมาแล้วนี่ไง" ผมพูดเสียงอ้อนๆ


            "คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ไป ไอคนนิสัยไม่ดี จะไปไหนก็ไปเลยไป" ปากก็ว่าแบบนั้นแต่ก็รู้อยู่หรอกว่าแค่น้อยใจ


            ปากอย่างใจอย่างจริงๆยัยคนนี้




            "กอดหน่อย"



            ผมพูดพร้อมอ้าแขนกว้างรอให้อีกคนโผตัวเข้ามากอด ฮันบยอลเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมช้าๆ ตาทั้งสองข้างของยัยนั่นแดงกํ่าคงเพราะที่ร้องไห้เมื่อกี้นี้ ก่อนเจ้าตัวจะขยับตัวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ผมกอดอีกคนแน่นเพราะคนขี้แงตัวเล็กคนนี้เริ่มเบะขึ้นมาอีกแล้ว ผมกอดพร้อมเขย่าตัวอีกคนไปมาให้เลิกงอแงสักที


            "นอกใจฉันบ้างรึเปล่าหืม?" ผมแซว


            ปั่ก


            "โอ้ย.." แต่กลับโดนอีกคนฟาดมาซะเต็มแรง ยิ้มได้แล้วสิยัยตัวดี ผมยิ้มให้อีกคนพร้อมเกลี่ยนํ้าตาออกให้อย่างช้าๆ


            "มีคนมาจีบบยอลเต็มเลย"


            "ขี้โม้ หน้าตาขี้เหล่แบบเธอไม่มีใครเขาจีบหรอก" ผมพูดก่อนจะแสร้งทำเป็นมองวิวข้างๆ ยัยตัวแสบดูจะเคืองมาก ผละผมออกทันทีเลย


            "พูดงี้หมายความว่าไง"


            ก็ตามที่พูด ผมทำเป็นเล่นหูเล่นตาพร้อมตอบ


            "ฝากไว้ก่อนเถอะ"


            "มานั่งนี่มา" 


            ผมดึงแขนอีกคนที่ทำเป็นงอนไปนั่งฝั่งตรงข้ามให้มานั่งระหว่างขา ยัยนั่นตัวโคตรเล็กเลยแทรกมานั่งด้วยกันได้ ฮันยบอลตัวเล็กกว่าพี่จินฮวานอีก นึกว่ากระดูกเดินได้ จับทีนี่ก็แอบกลัวว่ากระดูกจะแตกรึเปล่า เดินกับผมทีอย่างกับพ่อเดินกับลูกเลย แอบสงสารตัวเอง


            ตัวเล็กดิ้นขัดขืนนิดๆแต่สุดท้ายก็แพ้แรงผม


            "หายไปตั้งนาน กลับมายังจะให้ความหวังกันอีกนะ" เสียงเล็กบ่นแจ้วๆ  ทำให้ผมยกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้


            ใครบอกให้ความหวัง


            หัวเล็กเงยขึ้นมาสบตา


            "จะให้จีบก่อนปะละหรืออยากเป็นแฟนเลย?" ผมถามอยากขี้เล่น แต่ที่ถามไปนี่จริงจังนะ


            "..จริงจังปะ"      


            "แล้วคิดว่าที่มานั่งง้ออยู่ตรงนี้เพราะอะไรล่ะ"


            คนเขาอุส่าห์ทำให้ขนาดนี้ยังจะฉลาดน้อยอีกนะยัยบ๊อง ซึนกว่าไอฮันบิน ซื่อบื้อกว่าพี่จินฮวานก็ฮันบยอลเนี้ยล่ะ


            "ใครจะไปรู้"


            เอ้า..


            "โอเคงั้นกลับก็ได้" ผมถามลองเชิง


            "ตามใจ"


            อ่าวเห้ย..


            ขี้น้อยใจจริงๆ ผมยื่นมือไปจับมือเล็กไว้ อีกคนเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมด้วยสายตางงงวย ผมก็ทำได้แค่ยิ้มให้ แต่อีกคนก็ยิ่งทำหน้างงกว่าเดิมอีก


            "ก็รีบกลับมาหาบยอลไง แค่นี้ยังไม่รู้อีก"


            ".." อีกคนเงียบนิ่งไป รู้เลยว่าคิดอะไรเลย ผมเลยพูดดักทางไว้ก่อนจะได้เลิกคิดมากสักที


            "ทำใจเรื่องพี่จินฮวานได้แล้ว เคลียกับตัวเองเรียบร้อยแล้วด้วย นี่รีบกลับมาเพราะคิดถึงยัยตัวแสบคนนี้เลยนะ มีคนฟ้องว่าเอาแต่เรียนจนไม่ได้ดูแลตัวเองเลย รู้ไหมว่าเป็นห่วง เดี๋ยวจับฟัดเลยเป็นการลงโทษ" ผมพูดพร้อมโยกตัวอีกคนไปมา


            "ก็อยู่เฉยๆมันคิดถึงพี่นี่.."


           
J


            "น่ารัก" ผมกอดอีกคนแน่นอย่างลืมตัว


            ก็น่ารักจริงๆนี่ ตอนนี้ผมโคตรมีความสุขเลยล่ะ อีกคนก็คงมีความสุขไม่แพ้กัน ต่อไปผมกับยัยนี่จะได้คบกันอย่างบริสุทธิ์ใจสักที แบบไม่มีตัวเล็กมาเอี่ยวด้วยน่ะ แต่เดี๋ยวนะ.. เราสองคนยังไม่ได้เป็นแฟนกันเลยนี่นา


            "เป็นแฟนกัน" อยู่ๆผมก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่มีการท้าวความ 


           ..ก็มันเพิ่งนึกได้พอดี


            ไม่ ตอบโดยแทบจะไม่คิดเลย


            อ่าวทำไมอะ


            "ต้องจีบก่อนสิ" คำตอบของอีกคนทำเอาผมกลั้นหัวเราะไม่ได้ มันตลกอะ โอเคๆยอมก็ได้ เห็นแก่การที่อดทนรอผมมาตั้งนาน ไม่นอกใจด้วย?


            รึเปล่า?


            จีบวันเดียวพอนะ ฉันใจร้อนอะ


            ทนไม่ได้ก็ไม่ต้อง มีการขู่ด้วยเว้ย แฟนผมโหดนะครับ


            โอ๋ๆ ไม่รักไม่ยอมนะเนี้ย


            ผมหยอดคำหวานใส่จนอีกคนทำหน้าไม่ถูก มือเล็กยกขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองเบาๆ ก่อนจะแสร้งมองวิวที่อยู่ข้างนอก 


            "นั่น..พี่ฮันบินกับพี่ตัวเล็กนี่"


            อีกคนร้องออกมาพร้อมทั้งยกมือชี้ให้ดูด้วย.. ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะยัยบ้า ผมจับพลิกตัวอีกคนให้เข้าหาตัวเองก่อนจะพูดอะไรเลี่ยนๆออกมา


            "อยู่กับฉันจะสนใจคนอื่นทำไม สนใจแต่เรื่องของเราก็พอ"


            แหวะ พูดออกมาได้ไงวะจุนฮเว




30%




            HANBIN STORY


            ผมว่าเราคิดผิดนะที่มาสวนสนุกกัน คิดผิดสุดๆ-_-


            ก็ตัวเล็กอะดิ เล่นแต่เครื่องเล่นอะไรไม่รู้ ขนาดเด็กประถมเขายังไม่เล่นกันเลย แต่ละอย่างนี่ชวนผมอ้วกมาก ไม่ได้อ้วกแบบหวาดเสียวนะ อ้วกแบบ..มันปัญญาอ่อนอะครับ แต่ก็เหมาะกับพี่เขาดีแหละ พวกม้าหมุน? รถไฟเหาะหมีน้อย? บ้านหิมะ? บ้านยักษ์? ปราสาทดิสนี่?


            เหอะๆ สีชมพูโอบอวนกลมกล่อมเชียว


            "ฉันรู้นะว่าฮันบินไม่สนุกอะ" อีกคนพูดขึ้นเสียงหงอยๆ


            "ก็นิดหน่อย" ผมตอบตามความจริง


            จริงๆก็คิดไว้แล้วล่ะว่าถ้ามาสวยสนุกกับตัวเล็กต้องเป็นแบบนี้.. แต่ไม่คิดว่ามันจะน่าเบื่อจนยิ้มไม่ได้ขนาดนี้ ไม่ได้เบื่อเพราะตัวเล็กนะ แต่เบื่อเพราะเครื่องเล่นมันเด็กมากตังหาก แต่ผมก็ยอมๆเล่นไปกับเขา ก็ใครจะปล่อยให้เล่นคนเดียวได้ล่ะ เป็นห่วง


            "ฉันว่าฉันคงไม่เหมาะกับสวนสนุกจริงๆนั่นแหละ เล่นอะไรก็ไม่ได้ มีอันนึงนะฉันอยากเล่นมากเลยแต่เขาบอกว่าไม่ให้เด็กเล่นอะ ฉันโตแล้วนะฮันบินไม่ใช่เด็กๆสักหน่อยๆ ความสูงก็เกินมาตั้งสองเซน หยาบคายที่สุดเลย" อีกคนบ่น


            ผมก็ทำได้แค่ขำเบาๆออกมาขณะที่อีกคนกำลังบ่น ก็ดูตัวอย่างดับเด็กป.4 คนอื่นเขาจะเข้าใจผิดก็คงไม่แปลกหรอก ผมเอื้อมตัวไปหยิบขวดน้ำในมือเล็กมาเปิดให้อย่างง่ายดาย ก่อนจะยัดขวดน้ำที่เปิดแล้วใส่มือเล็กพร้อมดึงตัวบางลงมานั่งข้างๆ ก็เห็นพี่จินฮวานยืนเปิดฝาขวดน้ำมาตั้งนานจนมือเจ้าตัวแดงไปหมด เอาแรงไปไว้ไหนหมดก็ไม่รู้


ยังไงพี่ก็เป็นเด็กน้อยในสายตาผมอยู่ดีนั่นแหละผมพูดเย้ยๆ


เพราะฮันบินชอบทำตัวแก่เองตังหาก


พี่นั่นแหละชอบทำตัวเด็ก


ฮันบินนั่นแหละ ขี้บ่นแถมยังชอบดุอีก คนแก่ชัดๆตัวเล็กเถียง ดูทำหน้าเข้า ไม่ยอมง่ายๆแน่ๆ


แล้วทีพี่ล่ะขี้อ้อน ขี้แง แถมยังดื้ออีก เด็กรึเปล่าแบบนี้อะ


หนะ หนอยย.. ฝากไว้ก่อนเถอะ


            พี่จินฮวานหันมามองค้อน


โอ๋ๆรักนะครับผมเพิ่งพูดคำต้องห้ามไป คำพูดที่ถึงจะงอนยังไงก็ต้องหายงอนถ้าได้ยิน


ไอบ้าคนอะไรเขินแล้วชอบด่า


แต่ผมก็มีความสุขอยู่นะ แค่ได้เห็นหน้าตลกๆของพี่ตอนเล่นไอเครื่องเล่นหวานแหววนั่นก็มีความสุขแล้ว" อีกคนยกน้ำขึ้นกระดกก่อนจะส่งมาให้ผมเมื่อตัวเองกินเสร็จแล้ว


            จริงหรอ หน้าหวานยิ้มแป้น


            “จริงสิครับ ผมตอบกวนๆพร้อมเหล่ตามอง


            แต่ต่อไปไม่มาแล้วดีกว่า


            ตอนนี้เราสองคนไม่มีอะไรทำแล้ว ก็ที่นี่มันไม่มีอะไรสนุกๆให้ทำเลย คงทำได้แค่นั่งรอไอจุนฮเวกับฮันบยอลอยู่เฉยๆแล้วล่ะมั้ง คนตัวเล็กที่นั่งซบผมอยู่ข้างๆก็กำลังกรอกตามองไปรอบๆอย่างเลื่อนลอย พี่เขาก็คงเบื่อแหละ แต่ให้ทำไงได้

 

ผมปวดห้องนำ้อะ

 

"ตัวเล็กไปเข้าห้องนํ้ากัน" ผมเอ่ยชวนอีกคน ผมไม่มีทางปล่อยให้พี่เขานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวแน่ ไม่มีทาง

 

"งือไม่เอาฉันไม่ได้อยากเข้าห้องนํ้าสักหน่อย"

 

"ผมเนี่ยจะเข้า"

 

"ฮันบินก็ไปสิเดี๋ยวฉันนั่งรอนี่แหละ" พูดจบก็ทำเป็นขยับหัวเล็กออกจากไหล่ผม ก่อนจะนั่งพิงกับพนังพิงม้านั่งแทนจากที่เมื่อกี้พิงตัวผมอยู่

 

"ไม่ได้ พี่ต้องไปด้วย" ผมพูดเสียงแข็ง

 

"ฉันขี้เกียจเดินแล้วอะ" 

 

"ลุกขึ้น ไปกับผม" ผมไม่ยอมง่ายๆหรอก 

 

สุดท้ายผมก็ต้องลากตัวเล็กมาถึงหน้าห้องนํ้าอย่างยากลำบาก อีกคนก็ยังดื้อไม่ยอมทำตามที่ผมบอกเลยจนถึงตอนนี้ จากตรงที่เรานั่งมาห้องนํ้าก็ไม่ได้ไกลมากหรอก ตัวเล็กนั่นแหละขี้บ่นไปเอง อะไรจะเหนื่อยขนาดนั้น ดูทำท่าเข้าสิ หมั่นเขี้ยว เครื่องเล่นที่เล่นไปก็มีแต่เด็กๆทั้งนั้น ไม่มีความหวาดเสียวเลยสักนิด 

 

"ไม่เข้านะ" ตัวเล็กพูดดักทาง แถมหันหน้าหนีไม่ต้องรอคำตอบเลย

 

โอเค ประโยคบอกเล่าสินะไม่ใช่ประโยคคำถาม

 

"ยืนอยู่ตรงนี้นะห้ามไปไหน" ผมพูดยํ้า

 

"รู้แล้วน่า ฉันจะไปไหนได้"

 

"เดี๋ยวผมมาแปปนึง"

 

"รีบๆเข้าห้องนํ้าเหอะ" ตัวเล็กพูดปัดๆ ทำให้ผมอดเอื้อมมือไปยีผมอีกคนเล่นไม่ได้ ท่าทางงอแงเหมือนเด็กแบบนั้นมันน่ารักจริงๆ

 

พอเล่นหัวอีกคนสักพักผมก็รีบเดินเข้าไปในห้องนํ้าทันที แต่เข้ามาข้างในแล้วก็ต้องอึ้งค้าง ห้องนํ้าโคตรเล็ก! คนรอก็ไม่ได้เยอะนะ แต่ที่ให้ปลดทุกข์มันน้อยเองเลยทำให้เหมือนว่าคนเยอะ แต่โอเคผมจะยืนรอ เห็นแก่คนงอแงที่ยืนรออยู่หน้าห้อง ถ้าจะไปห้องนํ้าอีกที่นึงก็ต้องเดินไปอีก แล้วคิดว่าตัวเล็กจะยอมไปกับผมไหมละ? แค่นี้ยังงอแงเลย

 

ผมไม่มีทางเลือกครับ

 

ทันทีที่ทำธุระของตัวเองเสร็จผมก็เดินออกมาข้างนอกเพื่อไปหาตัวเล็ก แต่กลับไม่เจอ

 

ตัวเล็กหายไปไหน

 

 

JINHWAN SIDE

 

ผมถูกฮันบินลากมาห้องนํ้าด้วยอย่างไม่เต็มใจ ก็รู้แหละว่าเป็นห่วงไม่อยากให้อยู่คนเดียว แต่ผมก็ไม่ได้เด็กขนาดนั้นสักหน่อย 


ชิ

           

ขณะที่ผมกำลังยืนรอฮันบินอยู่หน้าห้องนํ้าอย่างเซงๆ สายตาก็พลันไปเห็นร้านขายไอติมที่อยู่ไม่ห่างไปจากตรงนี้เท่านี้ไหร่เลยเดินไปซื้อ พอถึงหน้าร้านคุณป้าคนขายหันมายิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตร ผมกำลังเลือกซื้อไอติมอยู่อย่างมีความสุข ผมชอบกินไอติมที่สุด เพราะมันทำให้อารมณ์ดีขึ้น สบายใจด้วย

 

หมับ

 

"..โอ้ย" 

 

ผมเบ้หน้าขึ้นเพราะความเจ็บ แต่ในมือก็ยังคงกำไอติมไว้แน่น พอหันไปก็พบว่าเป็นฮันบินที่เข้ามากระชากแขนผมพร้อมบีบที่ข้อมือผมเต็มแรง ไปหงุดหงิดใครมาอีก โหดไปแล้วนะตาบ้า

 

"เข้าห้องนํ้าเสร็จแล้วหรอ นานจังนะ ฉันซื้อช็อกโก้โคนแบบที่ฮันบินชอบให้ด้วย นี่.." ผมหันไปยิ้มร่าให้พร้อมยื่นไอติมในมือให้ฮันบิน

 

พลั่ก..

 

ฮันบินถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้ายังดูโกรธๆไม่ต่างไปจากเมื่อกี้ มือหนาวาดปัดไอติมที่ผมยื่นให้เขาอย่างไม่ใยดีจนมันตกลงกับพื้น ผมได้แต่ยืนนิ่งมองจ้องไปที่ไอติมอยู่อย่างนั้น ผมอึ้งกับการกระทำของฮันบินมาก เขาทำแบบนี้ได้ไง

 

"..."

 

"ทำไมทำแบบนี้" 

 

"ฉันตั้งใจซื้อให้ฮันบินนะ" ผมพูดเสียงเรียบๆ พยายามทำให้ตัวเองเป็นปกติที่สุด

 

"ผมไม่เอา"

 

"..." 

 

 ตอนนี้ผมกำลังเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาแล้วล่ะ ปกติผมไม่ใช่คนที่จะโมโหหรือหงุดหงิดอะไรง่ายๆนะ แต่ที่ฮันบินทำมันมากไป หงุดหงิดอะไรมาแล้วก็ไม่บอก มาลงที่ผมแบบนี้ทำไม

 

"ทำไมต้องมาอารมณ์เสียใส่ด้วย

ฮันบินหันมาจ้องหน้าผมเขม็ง แต่ผมก็ไม่ได้หลบสายตาแต่อย่างใด เราจ้องกันสักพักก่อนฮันบินจะเป็นฝ่ายหันหลบและถอนหายใจ

 

"ทำไมพี่ไม่รอให้ผมออกมาจากห้องนํ้าก่อน"

 

"..."

 

"พี่เดินมาคนเดียวแบบนี้ได้ยังไง ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ?"

 

ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้.. ฮันบินพูดเสียงแข็ง ก่อนจะหันหลบไปสบถกับตัวเองเบาๆ แต่ผมก็ได้ยิน 

 

"ทำไมต้องทำให้ผมกังวลในเรื่องเดิมๆตลอดเลย ทำให้ผมสบายใจหน่อยไม่ได้หรือไง พี่ก็รู้ว่าผมเป็นห่วง"

 

"แต่ห้องนํ้าก็อยู่แค่นี้เอง อยู่ตรงนี้ฉันก็เห็นฮันบิน" ผมตอบด้วยเสียงที่เบาลงจากเมื่อกี้

 

"ผมบอกให้พี่ยืนรออยู่ตรงนั้น พี่ก็ไม่ควรเดินออกมา"

 

"โอเคเรื่องนั้นฉันผิด แต่ทำไมฮันบินต้องโกรธขนาดนี้ด้วย.. ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นอะไรมากมาย มันก็ไม่ได้อยู่ไกลกันขนาดนั้นนี่ ใกล้ๆแค่นี้เองนะฮันบิน อยู่ตรงนี้ฉันก็มองไปทางห้องนํ้าตลอด"

 

"มันหลายครั้งแล้วตัวเล็ก ทำไมพี่ไม่เชื่อในสิ่งที่ผมพูดบ้างอะ"

 

"ฉันก็ทำตามที่ฮันบินบอกตลอด" 

 

"ไม่ใช่อะ พี่ชอบดื้อ ผมแค่ไม่พูดก็เท่านั้น

 

“…”

 

แค่พี่ทำตามที่ผมพูดบ้างมันยากนักหรอ ที่ผมบอกพี่ไปก็เพราะเป็นห่วง ผมให้พี่ทำอะไร ทุกอย่างมันก็เป็นสิ่งที่ดีกับตัวพี่ทั้งนั้น ทำไมชอบดื้อเป็นเด็กๆอยู่เรื่อย ผมก็เหนื่อยนะที่ต้องคอยกังวลว่าพี่จะเป็นอะไรรึเปล่า พี่เข้าใจผมบ้างได้ไหม จะให้ผมบ้าตายเพราะพี่ไปก่อนหรือยังไง"

 

เหมือนเรื่องราวมันจะค่อยๆแย่ลง.. 

 

"ฉันก็พยายามที่สุดแล้ว"

 

            แค่เชื่อฟังแล้วทำตามที่ผมบอกก็พอ ผมขอร้อง

 

เขากำลังทำเรื่องเล็กๆให้เป็นเรื่องใหญ่โต ผมก็คิดมาแล้วว่ามันไม่เป็นไรถึงได้กล้าเดินมา คือมันอยู่ใกล้กันแค่นิดเดียวเองนะ เดินมาไม่ถึงสิบก้าวด้วยซํ้า แค่นี้ฮันบินต้องพูดทำร้ายจิตใจกันขนาดนี้เลยหรอ เวลาฮันบินหงุดหงิดก็เป็นแบบนี้ตลอด ไม่เคยคิดถึงความรู้สึกผมเลยว่าผมจะเสียใจไหม คำพูดของเขามันทำให้ผมแทบร้องไห้

 

ผมเจ็บ..

 

"ตัวเล็ก.." ฮันบินเรียกเสียงเบา ก่อนจะจ้องมาที่ตาผม ขณะที่ผมกำลังเบนมองไปทางอื่น

 

ถ้ามันลำบากขนาดนั้นก็ไม่ต้องก็ได้

 

“?”

 

ต่อไปฉันจะดูแลตัวเองเอง ขอโทษที่ทำให้ลำบากมาตลอดผมพูดกระแทกไปอย่างน้อยใจก่อนจะเดินหนีออกมา

 

เดี๋ยวตัวเล็ก ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้น

 

ไม่ได้หมายความว่าอย่างงั้นหรอ? แล้วที่พูดมาเมื่อกี้คืออะไร? ได้ยินเขาพูดกันว่า คนเราเวลาโกรธจะพูดทุกสิ่งที่คิดออกมา ซึ่งก็นั่นไง ฮันบินพูดมันออกมาหมดแล้ว

 

ฉันเข้าใจ ฮันบินไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรอีกแล้วล่ะ




70%




 

ตั้งแต่วันที่เราทะเลาะกันที่สวนสนุกวันนั้นนี่ก็ผ่านมาเกือบหนึ่งอาทิตย์แล้ว ผมกับฮันบินเราไม่ได้คุยกันเลย เพราะเราอยู่ด้วยกันมันเลยทำให้ผมอึดอัดมากกว่าเดิม ผมโกรธเขา เขาก็โกรธผม ผมผิด เขาก็ผิด แต่ในเมื่อเขาไม่มาขอโทษ ผมก็จะไม่ขอโทษ เพราะสิ่งที่ผมพูดมันก็ถูก ผมไม่อยากเป็นฝ่ายยอมเขาตลอดเวลา ผมไม่ได้ทำอะไรผิดขนาดนั้น ผมจะไม่ง้อ



ระหว่างเราตอนนี้มันเกินกว่าความว่าอึดอัดไปมาก ผมเมินเขา เขาเมินผม ผมไม่พูดด้วย เขาก็ไม่คิดจะมาทัก โอเค..


ผมโอเค


อะ


ผมเหลือบมองจุนเน่ที่กำลังยื่นแก้วกาแฟมาให้


วางไว้ก่อน” 


ผมตอบก่อนจะฟุบหัวลงกับหมอนเหมือนเดิม ผมกำลังนอนขดอยู่บนโซฟาในห้องจุนเน่ล่ะ ผมบอกไปรึยังว่าจุนเน่ย้ายมาอยู่คอนโดเดียวกับผมแล้วแต่อยู่คนละชั้น ผมเป็นคนให้เขาย้ายมาเองล่ะ จะได้ไปมาหากันได้ง่ายๆหน่อย


จุนเน่วางแก้วกาแฟที่มีโกโก้ร้อนบรรจุไว้ที่โต๊ะข้างหน้า ก่อนเจ้าตัวจะนั่งลงข้างๆตัวผม


มานอนหมกอยู่ห้องผมทั้งวันแบบนี้ไม่เบื่อหรือไง


เบื่อ


ถ้าคิดมากก็หาอะไรทำไม่ให้คิดมากสิ


ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้นอะ


คิดถึงสมัยที่เราะทะเลาะกันตอนเด็กๆเลย โคตรทรมาน


ทำไมผมถามๆไปงั้น


ก็พี่โคตรจะใจแข็งอะ แกล้งนิดหน่อยก็งอนและ แถมง้อยากอีกตังหาก


แต่กับฮันบินฉันไม่เคยโกรธขนาดนี้มาก่อนเลยนะ


สภาพถึงได้เป็นแบบนี้ไงครับ จุนเน่กำลังประชด แถมยังทำหน้าเพลียๆใส่อีกตังหาก


ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมมานอนอยู่ห้องจุนเน่ทั้งวันเลย พอดึกๆค่อยเดินกลับห้อง จะเรียกว่าหลบหน้าฮันบินก็ได้ จริงๆก็อยากเห็นหน้านะ แต่ก็ไม่รู้ว่าถ้ามองหน้ากันแล้วจะทำหน้ายังไง ก็อยากคุยด้วยแหละ แต่ก็ไม่รู้อีกว่าจะตอบยังไง เลยหลบตาไปเลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องทำตัวแปลกๆ


ก็ผมโกรธเขาอยู่นี่นา เฮ้อ


ถ้ามันทรมานก็ไปคุยกันให้รู้เรื่อง มัวแต่ทิฐิกันแบบนี้เดี๋ยวก็แย่กันไปใหญ่


ฮันบินตังหากที่ผิด ทำไมฉันต้องง้อด้วย


ผมก็ไม่ได้บอกให้ง้อ พี่ก็แค่ไม่เมินอะ ผมรู้ว่ายังไงไอฮันบินมันก็มาง้อพี่อยู่แล้ว มีแต่พี่แหละชอบเมินแล้วก็มานอยด์เอง จริงไหม?


ไม่จริง


เฮ้อๆ ยังไงก็ไปคุยกันให้รู้เรื่องเถอะจุนเน่ตอบเสียงเข้ม


จะพยายาม


ผมตอบอย่างเด็กเอาแต่ใจ จุนเน่ถอนหายใจใส่ผม!


หนอย


แล้วพี่หิวรึยัง ไปหาอะไรกินกันไหม ผมหิวแล้ว


ไม่เอาอะ ฉันอยากนอน


อะๆ งั้นเดี๋ยวผมซื้อมาเผื่อละกัน


           


Zzz


อื้อ..


ผมรู้สึกตัวขึ้นมาหลังจากที่นอนหลับอยู่ นี่ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหนแล้ว ผมค่อยๆลืมตาก่อนพลิกตัวนอนแผ่ แล้วก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียง พอมองไปรอบๆก็ตกใจเข้าไปใหญ่ ผมกำลังนอนอยู่บนเตียงห้องตัวเอง? จุนเน่พามาหรอ หรือว่าจะเป็น..


ผมตัดสินใจลุกขึ้นมาจากเตียงก่อนจะเดินออกไปข้างนอกห้องนอนเพื่อให้แน่ใจว่าที่ผมคิดมันถูกไหม ตอนนี้ก็ตีสองเข้าไปแล้ว อาจจะเป็นไปได้ที่จะเป็นฮันบิน เพราะปกติเขาก็อยู่ห้องตลอด ถึงจะออกไปข้างนอกก็กลับมาไม่เกินสี่ทุ่มเสมอ


ไม่มี..


ฮันบินไม่อยู่ หรือจะหิวเลยออกไปซื้อของ?


พอคิดได้แบบนั้นผมก็เปิดทีวีในห้องรับแขก ก่อนจะนั่งลง ทำเหมือนดูทีวีอยู่ จริงๆก็ดูทีวีอยู่นั่นแหละ ..มั้ง

 


7.30น.


ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง..


ผมกระเด้งตัวขึ้น ตาทั้งสองลืมโพล่งขึ้นมาเพราะเสียงกริ่งจากคนหน้าห้อง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหน ทีวียังคงเปิดอยู่ ผมยังนอนอยู่ท่าเดิม ก็แปลว่าฮันบินไม่ได้กลับห้องล่ะสิ เขาคงไม่ใจร้ายขนาดให้ผมนอนขดอยู่บนโซฟาแบบนี้หรอกนะ หรือไม่ อย่างน้อยก็น่าจะปิดทีวีให้ก็ยังดี


เขาคงไม่ได้กลับห้องจริงๆ..


ติ๊งต่อง


กำลังไปผมตะโกนตอบไปอย่างลืมตัว มัวแต่คิดฟุ้งซ่านจนลืมไปเลยว่ามีคนมากดกริ่งหน้าห้อง


แกร้ก..


คนที่กำลังยืนอยู่ข้างหน้าผมคือบ๊อบบี้?

 

 

กับ..ฮันบิน?




90%


 

“สวัสดีครับพี่จินฮวาน”


ผมยิ้มกลับ “อื้ม”


“ผมพามันมาส่ง” ผมมองไปที่ฮันบินอย่างอึ้งๆ ร่างเขาดูไม่มีสติ แต่ก็ได้กลิ่นเหล้าลอยมาติดจมูกตั้งแต่เปิดประตูเมื่อสักครู่แล้ว


“เข้ามาสิ” ผมเปิดประตูให้บ๊อบบี้พาฮันบินเข้าไปข้างใน


“ไปที่ห้องนอนเลยก็ได้”


ผมบอกเพราะเหมือนบ๊อบบี้จะวางฮันบินลงที่โซฟา สภาพแย่ๆแบบนี้ให้ไปนอนบนเตียงดีกว่า ผมยังไม่เอ่ยปากถามว่าฮันบินไปทำอะไรมา แต่ก็เดาได้ไม่ยาก อีกคนคงดื่มมาหนักแน่ ถึงได้เมาเละขนาดนี้ ปกติฮันบินก็คอแข็งนะ..


ผมยืนมองบ๊อบบี้วางฮันบินลงบนเตียงนิ่งๆ ไม่ได้เข้าไปใกล้หรืออะไร


ดูดิสภาพโคตรดูไม่ได้อะ

“…”

“พี่ทะเลาะอะไรกับมันรึเปล่า”


“หืม?” ผมเหวอ


ก็อยู่ดีๆบ๊อบบี้ก็ถามขึ้นมายังไม่ได้ตั้งตัวเลย


“เมื่อวานมันไปนั่งกินเหล้าที่คอนโดผมตั้งแต่เย็น ผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรเพราะมันไม่ได้เล่าให้ฟัง มันไม่ให้ผมเข้าไปยุ่งเลย นั่งจิบเหล้าเพียวๆคนเดียวไปเรื่อยๆจนน็อคอย่างที่เห็นนี่แหละ”


“...” ผมมองไปที่ฮันบินด้วยความรู้สึกแย่ๆ แย่ที่เห็นฮันบินเป็นแบบนี้ บอกตรงๆว่าผมไม่ชอบเลย ปกติฮันบินเป็นคนไม่ดื่ม เพราะผมไม่ค่อยชอบให้เขาดื่ม แต่ดูตอนนี้สิ


“ตกลงทะเลาะกันรึเปล่า” บ๊อบบี้ถามย้ำ


“อื้ม”

“นั่นไง ทะเลาะกันจริงด้วย หนักขนาดนั้นเลยหรอ ผมไม่เคยเห็นมันเศร้าขนาดนี้มาก่อนเลย” ผมก็ไม่เคยเห็นฮันบินสภาพแย่ขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน..


“ก็ไม่รู้สิ.. ขอบคุณที่พามาส่งนะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”


“ไอฮันบินมันเป็นพวกพูดไม่คิดอะ พี่อย่าไปถือสามันมากเลย”


“…”


“หรือเพราะมันอารมณ์เสียใส่พี่รึเปล่า ตอนมันโกรธแม่งโคตรน่ากลัวเลย”


ผมยืนนิ่งไม่ตอบ


“ใช่จริงด้วย!” นี่หน้าผมเดาง่ายขนาดนั้นเลยหรอ


“ผมว่ามันก็คงเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแหละ คนเลือดร้อนแบบมันก็ชอบเป็นแบบนี้ ผมว่าพี่ไปคุยกับมันให้รู้เรื่องเถอะ ผมว่าพี่ก็คงไม่สบายใจเหมือนกัน ไม่อึดอัดหรอ ขนาดผมทะเลาะกับดงแค่เรื่องเล็กๆน้อยๆผมยังอึดอัดเลย ถึงบางทีผมไม่ผิดผมก็ง้อนะ ก็ดีกว่าต้องทะเลาะกันอะ คนเป็นแฟนกันเขาไม่มีทิฐิกันหรอกนะ”


“ไปบอกเพื่อนนายเถอะ”


“ผมว่ามันง้อพี่แล้วแต่พี่เมินมันมากกว่า” ทำมารู้ดี!


“นายคงอยากกลับแล้ว ขอบคุณอีกรอบนะที่พามาส่ง”


“ไล่จัง โอเคๆงั้นผมกลับแล้วนะ” บ๊อบบี้พูดยิ้มๆ


อืม บายๆ


“ไอฮันบินอะมั..”


“เจอกันนะบ๊อบบี้ บาย” ผมปิดประตูใส่อีกคน ไม่ลืมที่จะล็อกด้วย ไม่ได้จะเสียมารยาทนะ จริงๆ

 


โคร้ม!


ฮันบิน..


ผมรีบวิ่งไปที่ห้องนอนโดยอัตโนมัติ แต่พอเปิดประตูเข้าไปแล้วก็ต้องตกใจยิ่งกว่าเพราะร่างที่เคยนอนสลบอยู่บนเตียงหายไป ข้าวของตามตู้ล้มบ้างตกลงมาบ้าง ทำให้ผมสงสัย..


“อว้ะ อ้อก” ผมรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำหลังจากได้ยินเสียงนั้น


ฮันบินกำลังอ้วกอยู่ที่โถส้วม สภาพแย่มาก ผมค่อยๆเดินเข้าไปก่อนจะลูบหลังให้เขาเบาๆจนเจ้าตัวหันมามองก่อนจะทำหน้าอึ้งๆ แล้วก็กลับไปอ้วกอีกรอบ


“อว้ะ..แค่กๆ”


ฮันบินยังคลื่นไส้ไม่หาย ผมเห็นเขาก็นึกสงสาร คงจะทรมานน่าดู ร่างสูงไม่ได้ออกมาจากห้องน้ำเกือบชั่วโมงแล้ว สภาพที่หมดแรงอยู่แล้วดูไร้เรี่ยวแรงเข้าไปอีก เขาต้องทรมานมากแน่ๆตอนนี้ ผมต้องช่วยเขายังไงนะ


“ไหวไหม บอกสิว่าฉันต้องทำอะไรบ้าง”


“ผม..โอเค” ฮันบินหันมายิ้มให้


แต่ผมยิ่งรู้สึกแย่ เป็นหนักขนาดนี้ยังจะบอกว่าไม่เป็นไรอีก


ผมลากร่างสูงมานอนบนเตียงอย่างยากลำบาก เพราะฮันบินไม่มีแรงแล้ว บวกกับตัวเขาที่ใหญ่กว่าผมอยู่มาก ทำเอาเหนื่อยเลย ตอนนี้ฮันบินสลบไปแล้ว หลับสนิท อาจจะเพราะผมให้กินยาไปมั้ง เขาจะได้รู้สึกดีขึ้นไง ผมทรุดตัวนั่งลงที่พื้นข้างๆเตียงอย่างหมดแรง เหนื่อย.. ก่อนจะเท้าแขนไปกับเตียงจ้องมองอีกคนอย่างเต็มตา


ไม่เจอกันนานๆทีไรฮันบินชอบไม่ดูแลตัวเองแบบนี้ตลอดเลย ตาก็บวม คล้ำด้วย รอยกะที่แก้มอีก แถมสิวก็ขึ้น ว่าแต่คนอื่นเขา ดูตัวเองยังไม่ดูแลตัวเองเลย น่าตีจริงๆ


เฮ้อ..

ไม่คิดว่าการทะเลาะกันจะทำให้อะไรๆมันแย่ขนาดนี้

ไม่มีความสุขเลยสักนิดL

 


BOBBY SIDE

 

สวัสดีครับ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดถึงบ๊อบบี้คนนี้บ้างไหม แต่วันนี้ผมไม่ได้มาบ่นหรือมาสวีทกับดงฮยอกให้ดูหรอกนะ ผมมาเป็นเทวดาสุดหล่อที่จะช่วยให้ไอฮันบินกับพี่จินฮวานคืนดีกันล่ะ

 

ความจริงผมก็รู้เรื่องที่ไอฮันบินกับพี่จินฮวานทะเลาะกันที่สวนสนุกมาตั้งนานแล้วล่ะ สี่ห้าวันที่แล้วได้มั้ง ไอจุนเน่มันบอกดงฮยอกอะ แล้วดงก็มาบอกผมอีกที ผมก็เลยไปกระจายข่าวให้คนอื่นรับรู้ อย่ามองผมแบบนี้ดิ แหม.. ก็แค่บอกให้คนใกล้ชิดรับรู้เท่านั้นแหละ เผื่อจะได้ช่วยให้สองคนนี้คืนดีกันได้สักที

 

ตอนแรกที่ผมได้ยินว่าสองคนนี้ทะเลาะกันผมก็หัวเราะนะ จะซีเรียสทำไม ก็ฮันบินกับพี่จินฮวานเคยทะเลาะกันนานซะที่ไหน นานสุดที่จำได้ก็สามชั่วโมงมั้ง ไอฮันบินมันง้อติดตลอดอะ แม่งอ้อนหน่อยพี่จินฮวานก็ใจอ่อนแล้ว

 

แต่คราวนี้กลับผิดคาด! สองคนนั้นไม่ได้คุยกันเกือบจะอาทิตย์แล้ว ผมนี่อึ้งไปเลย ไม่คิดว่าพี่จินฮวานจะใจแข็งได้ขนาดนี้ ปกติพี่เขาก็ออกแนวแบ๊วๆ ยอมไอบินตลอด คราวนี้เล่นบทเข้ม สงสารเพื่อผมจริงจริ้ง แต่ก็นะ แม่งทำตัวเองอะ ทำตัวเองจริงๆ ถึงผมจะรู้นิสัยมันอยู่แล้วก็เถอะ แต่บางทีผมก็หงุดหงิดนะ อะไรจะใจร้อนขนาดนั้นวะ

 

"เป็นไงบ้างครับ"

 

ทันทีที่ผมกลับมาถึงห้องที่คอนโดตัวเอง ร่างเล็กคุ้นตาก็วิ่งมาหาถึงหน้าประตู พร้อมทำหน้างอแงน่ารักเชียว แบบนี้จะไม่ให้แกล้งได้ไง หมั่นเขี้ยว

 

จุ๊บ

 

ผมใช้จังหวะที่ดงฮยอกกำลังเผลอขโมยจุ๊บที่ปากอีกคนเบาๆ

 

เมื่อกี้ผมเพิ่งไปส่งไปฮันบินมาน่ะ เมื่อวานมันมาหมกอยู่ห้องผมทั้งวันเลย ทำหน้าซังกะตายไร้วิญญาณ เห็นแล้วมันอดด่าไม่ได้ ผมเลยลองพูดๆไปว่าเป็นอะไรมา ทะเลาะกับพี่จินฮวานมาหรอ ตอนแรกแม่งก็ไม่ยอมบอกนะ แต่เพราะผมไปจี้จุดพอดี มันเลยยอมเล่าให้ฟัง

 

พอมันเล่าให้ผมฟังเสร็จมันก็นั่งแดกเหล้าต่อ ผมก็นึกว่ามันคงแดกอีกสองสามแก้ว เพราะตอนนั้นมันก็ดึกแล้ว แต่ที่ไหนได้ แม่งแดกยันเช้า!

 

ผมตื่นมาเจอมันนอนหมดสติอยู่ตรงระเบียงห้อง นึกว่าจะตายไปซะแล้ว แม่งเอาแต่เพ้อถึงพี่จินฮวาน พี่จินฮวาน พี่จินฮวาน.. บอกตรงๆเลยว่าผมสงสารมัน ผมเลยหอบมันขึ้นรถแล้วเอาไปส่งที่คอนโด เผื่อว่าถ้าพี่จินฮวานเห็นมันในสภาพแย่ๆแบบนี้จะยอมใจอ่อนบ้าง

 

แล้วผมก็โกหกพี่เขาไปเรื่องนึง เรื่องที่ว่าไอฮันบินมันไม่ได้เล่าเรื่องที่ทะเลาะกันให้ผมฟังอะ ก็ลองคิดดูนะครับ

 

ฮันบินมาแดกเหล้าที่ห้องผมโดยไม่ได้บอกใครเลยว่าเป็นอะไร ไม่เล่าให้ใครฟัง แดกๆอยู่คนเดียวจนเช้า โห.. มันดูเท่ห์อะ พี่จินฮวานจะได้คิดว่า ไอบินมันคงเครียดเรื่องที่ทะเลาะกันจริงๆจนแดกเหล้าหนักขนาดนี้ แล้วพี่เขาก็จะรู้ว่าไอฮันบินมันเสียใจแค่ไหน มีปัญหาขนาดนี้ยังไม่ขอให้ใครช่วย เท่ห์คูณสอง

 

และสุดท้ายก็จะจบด้วยการคืนดีกัน

 

เป็นไงล่ะ แผนผม

 

"จะตอบผมได้รึยัง" ดงฮยอกทำหน้ามุ่ย

 

"โอเคๆบอกก็ได้ครับคุณแฟนสุดโหด"

 

"พี่นี่มัน.."

 

"มันอะไรครับหืม?" ผมวาดแขนไปโอบเอวเล็กไว้ ก่อนจะกระชับให้ดงฮยอกเข้ามาแนบตัว ก่อนจะก้มหน้าลงไปใกล้พร้อมกระซิบข้างหูอย่างนึกสนุก

 

"ผมโกรธแล้ว"

 

อีกคนผละผมออก ก่อนจะทำหน้าบึ้งเดินกระแทกเท้าหนักๆหนีผมไป อะไรกันแกล้งนิดแกล้งหน่อยก็ไม่ได้ ตอนนี้ดงฮยอกไม่เขินผมแล้วอะ เซงนิดๆแฮะ หรือเพราะผมทำแบบนี้กับตัวเล็กของผมบ่อยไปนะ แย่จัง

 

"ขอโทษ ไม่งอนนะดงน้อย"

 

ว่าจะไม่สวีทให้ดูสักหน่อย แต่คงไม่ได้แล้วล่ะ

 

"งั้นก็บอกผมมาสักที"

 

"สนใจเรื่องของไอฮันบินมากกว่าฉันอีกนะ"

 

"พี่ครับ.." อีกคนหันมามองคิ้วขมวด

 

"โอเคๆไม่แกล้งแล้ว" ผมหย่อนตัวนั่งลงข้างๆร่างเล็ก ก่อนจะส่งแขนไปโอบไหล่อีกคนเบาๆ พร้อมทำหน้าจริงจัง ก็เรื่องมันจริงจังนี่เนอะ

 

"ไอฮันบินมันก็สภาพอย่างที่เห็นนั่นแหละ หนักเอาการ ตอนเอาไปส่งพี่จินฮวานก็ดูตกใจนะ แต่เหมือนยังฟอร์มๆอยู่ ฉันว่าป่านนี้อาจจะคืนดีแล้วก็ได้"

 

ผมวางแผนมาดีไง คิคิ

 

"แต่ผมว่าไม่นะ.."

 

"หืม? ยังไงอะ"

 

"ผมว่าถึงพี่ฮันบินจะเป็นหนัก แต่พี่จินฮวานก็ไม่ยอมคืนดีเพราะเรื่องแค่นี้หรอก เรื่องที่ต้องดูแลพี่ฮันบินมันก็เป็นหน้าที่อยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่ทะเลาะกันก็อีกเรื่องสิ"

 

เออว่ะมันก็จริง

 

"แต่มันก็คงทำให้พี่จินฮวานยอมอ่อนกับพี่ฮันบินได้บ้างแหละนะ"

 

"ใช่ๆ ฉันก็ว่างั้น" แฟนผมมีมุมนี้ด้วยหรอเนี้ย แอบตกใจแฮะ

 

"ผมว่าถ้าพี่ฮันบินยอมรับว่าตัวเองผิดที่อารมณ์ร้อนใส่พี่จินฮวาน แล้วง้อดีๆก็จบแล่ว จะถูกหรือผิดก็แล้วแต่เถอะ ทำไมไม่คุยกันดีๆ ปล่อยให้บานปลายแบบนี้ได้ยังไง"

 

"ดงดงของเราเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะ"

 

"ก็มันจริงนี่ครับ"

 

"น่ารักที่สุด"

 

"พี่ก็เลิกเล่นสักที ผมจริงจังอยู่"

 

..โอเคครับคุณแฟน

 

ยังไงพวกผมก็จะช่วยให้สองคนนี้คืนดีกันให้ได้เลย คอยดู!




120%



กลับมาได้รึเปล่า.. ถึงรีดเดอร์



TALK
ตอนนี้ยาวมากกกก
555555555555555555555555
ไม่มีคนอ่านก็จะมาอัพนะงึก


ต่อไปตอนเราจะประมาน 6000-7000 คำน้า
ซึ่งก็คือจะประมาน 120-150% นะงับ
จะมาอัพบ่อยๆเนอะเย้ๆ



เม้น / สกรีม #ฟิคคนไข้ของฮันบิน



/ NC ขอได้ในทวิตเตอร์ @pinkqx97 นะงับผม ไม่ส่งเมลเนอะ-3-

.



Small Grey Outline Pointer
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,509 ความคิดเห็น

  1. #5365 impp8cxpxc (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 15:31
    เริ่ด นังบาบิ สุดยอดมาก ฮาตรงโกหกพี่จินเพื่อให้เพื่อนดูเท่ห์
    #5,365
    0
  2. #5342 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 13:39
    ฮืออออ คืนดีกันสะกทีเถอะพลีสส บ๊อบทำดีมากกก
    #5,342
    0
  3. #4941 ซอกขาหนีบอปป้า (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2558 / 17:01
    โอเค เพื่อนที่ดีต้องช่วยเพื่อน5555555 บีจินคืนดีกันได้แล้ววว??
    #4,941
    0
  4. #4854 [ : BLAQ faNtase'' : ] (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 14:17
    ดีมากบ็อบบี้ นายทำดีแล้ว อย่างน้อยฮันบินกับพี่จินก็น่าจะดีขึ้นมาหน่อย แต่ยังไงก็เลิกโกรธกันได้แล้วนะ โกรธไปนานๆ มันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นมาจริงๆ ถ้าอยากให้ดีขึ้นต้องหันมาคุยกันด้วยอารมณ์เย็นๆ มันต้องคุยกันไม่ใช่เมินนะพี่จิน พี่จินนี่พอมาบทใจแข็งนี่ก็แข้งเกิ้นนนน สงสารฮันบินเลย แดกเหล้าเป็นลังแล้วมั้งนั่น เป็นไงล่ะถึงคอแข็งแต่แดกยันเช้าก็ไม่ไหวหรอกนะ หายโกรธหายงอนกันได้แล้วนะเห้ยยยย ส่วนไรท์ก็สู้ๆนะ กว่าจะแต่งได้ตอนนึงนานแน่เลย สู้ๆๆๆๆ เป็นกำลังใจให้อยู่นะ
    #4,854
    0
  5. #4811 milkkmilk (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 / 20:53
    บ๊อบบี้ทำดีมากกก. 555555555555555555555
    #4,811
    0
  6. #4791 _IP-P.VIP_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 22:22
    บีจินอย่างอนกันนานดิ TT
    #4,791
    0
  7. #4790 dongdanglee (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2558 / 03:01
    ชอบฟิคเรื่องนี้มากกกกกก นานๆจะมีเรื่องถูกใจ อยากได้รวมเล่มอ่ะค่ะ ชอบจัง
    #4,790
    0
  8. #4789 youngkyun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 15:16
    บินง้อพี่จินเร็วๆน่ะ
    #4,789
    0
  9. #4787 bbbbbbb (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 11:00
    พีจินคราวนี้ใจแข็งไปป้าววววคืนดีกันได้แล้ว
    #4,787
    0
  10. #4786 Fah@hk21 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 00:49
    แงงงงงง พี่จินบางทีก็ใจแข็งไปนะเนี่ยแต่พอนึกถึงคำพูดของบินมันแรงๆจริงๆอ่ะ จะให้หายง่ายๆก็ไม่ใช่เรื่องป่ะทำไมต้องพูดขนาดนี้ #ขึ้นแทนๆ555 หวังว่าบินต๋าจะสำนึกผิดแล้วขอโทดพี่จินดีๆซะทีนะ รักไรท์นะจุ๊บๆอย่าลืมรีดน้าาาาาาา
    #4,786
    0
  11. #4785 DAEZQ_TG (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 00:37
    แหนะ..
    #4,785
    0
  12. #4784 gnihkk (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 23:28
    พี่จินใจอ่อนได้แล้วน้าาา ฮันบินก็สู้สู้ ค่อยๆง้อพี่เขาไป
    #4,784
    0
  13. #4783 justmarkbam (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 23:13
    พี่จินฮวานใจเเข็งอ่ะ55555บินเอ้ยยสู้ๆๆนะเเก
    #4,783
    0
  14. #4782 Aor-Aor Vl Sol (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 22:09
    ดีกะบินเหอะพี่จิน สงสารทั้งคู่
    #4,782
    0
  15. #4781 `มนุษย์ล่องหน (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 17:43
    ฮันบินไปเมามาหรอ ตีเลยพี่จิน ตีเลยยยย
    บางทีพี่จินก็ควรจะบอกให้ฮันบินรู้ จะได้ไม่ต้องคอยห่วงกันเกินไป
    บางทีฮันบินก็ควรจะเข้าใจ ว่าไม่สบายไม่ได้จะตายพรุ่งนี้เนอะ ฮือออ อย่าทะเลาะกันเลยนะ
    #4,781
    0
  16. #4780 Fah@hk21 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 16:59
    บินต๋าทำไมทำกับพี่จินแบบนี้แกใจร้ายมากอ่ะพูดแบบนั้นได้ไงอ่าาาา พี่จินก็ใจแข็งเกิ๊นนนนน แล้วบินมากับบ๊อบได้ไงอ่ะ พี่จินน่าสงสารจังงงง แล้วนี่ยังไม่คลายปมเรื่องที่พี่จินป่วยเลยนะที่ว่าไปโรงพยาบาลแล้วบินไม่รู้อ่ะตอนนั้นที่เน่บังเอิญไปเจออ่ะสรุปแล้วพี่จินเป็นไรอ่าแงงงงงงงงงงงงงง รอไรท์มาอัพเสมอนะจุ๊บๆ
    #4,780
    0
  17. #4776 aom (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 17:41
    ฮันบินเมามาใช่มั้ย บ๊อบบี้เลยแบกมาส่งที่ห้อง หึๆ ปากร้ายกับพี่จินแล้วยังไม่สำนึกมาขอโทษ ปล่อยให้นอนเน่าๆๆไปนั้นแหละ 5555555555555555555555
    #4,776
    0
  18. #4775 kimmild (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 11:11
    เห้ยยยย
    #4,775
    0
  19. #4774 jhbpp (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 00:10
    เกิดเหตุอันใดดดดดดดดด
    #4,774
    0
  20. #4772 DAEZQ_TG (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 21:11
    คือร้องตามอ่ะ.. ;-; มาต่อไวๆนาาาาา
    #4,772
    0
  21. #4763 Jaccy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 20:28
    กำลังอินเลย ;-; มาต่อไวๆนะคะ
    #4,763
    0
  22. #4758 youngkyun (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 21:42
    ฮับบินเเรงไปป่ะ สงสารพี่จิน
    #4,758
    0
  23. #4757 Chup.psc (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 13:01
    เหยย ห่านเกินไปปะแค่นั้นเองนะเว้ยย โอ้ย สงสารพี่จินอะ จะร้องงง
    #4,757
    0
  24. #4750 Bbinguk (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 00:28
    จุนเน่ฮันบยอลน่ารักมากกกกก เขิลลล ><

    บีจินกำลังม่าแล้ว งื้อออ T^T

    รอที่เหลือค้าบบบ
    #4,750
    0
  25. #4749 Bbinguk (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 00:28
    จุนเน่ฮันบยอลน่ารักมากกกกก เขิลลล ><

    บีจินกำลังม่าแล้ว งื้อออ T^T

    รอที่เหลือค้าบบบ
    #4,749
    0