[bts] LOOKISM.╯︵ { kookv }

ตอนที่ 2 : LOOKISM. EPISODE 1 #100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 พ.ค. 60

O W E N TM.




"Life can be always refreshing everyday without having to be reborn"


ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน โดยไม่จำเป็นต้องไปเกิดใหม่ -








หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นแทฮยองก็ตัดสินใจจะขอแม่ไปเรียนในกรุงแทน แต่เขาไม่ได้ไปอยู่เพียงลำพัง ยังมีแบคฮยอนหนุ่มบูชอนตามไปเรียนด้วย อันที่จริงถ้าพูดให้ถูกก็คือเขาต่างหากที่ตามเพื่อนหน้าหวานคนนี้ เพราะแบคฮยอนศึกษาอยู่ที่นั่นอยู่ก่อนแล้ว มาอาศัยแดกูชั่วคราวก็เพื่อมาร่วมแสดงความยินดีกับญาติฝั่งพ่อเท่านั้นและจะเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น แน่นอนว่าพอบอกที่เรียนต่อออกไป แบคฮยอนก็จับเขาไปทักทายพ่อแม่ตัวเองทันทีแล้วก็คุยสัพเพเหระเรื่องจะขอเขาไปอาศัยด้วยก่อนจะพามาส่งถึงบ้านจนฟ้าเกือบมืด เขาคิดว่าแบคฮยอนอาจจะพูดเล่นก็ได้ แต่คนอย่างแบคฮยอนพูดจริงทำจริงเสมอ นี่คือสิ่งหนึ่งที่แทฮยองรู้ ไม่งั้นเจ้าตัวคงไม่เข้ามาตามหลังเพื่อขออนุญาตจากผู้ปกครองเขาหรอก  


แม่ของแทฮยองที่ยืนรออยู่หน้าประตู ใจกระวนกระวายจนต้องเดินวนไปมา เมื่อเข็ดหน้าปัดนาฬิกาบอกถึงหกโมงแล้ว ยังไม่เห็นแม้แต่เสี้ยวเงาลูกชายเข้าบ้านสักที กลัวเหลือเกินว่าลูกจะเป็นอะไรไหม พอได้ยินเสียงเปิดประตูเผยใบหน้าลูกฟกช้ำและเปื้อนรอยมือเต็มสองข้าง อีกทั้งปากบวมเป่งห่อเลือดแข็ง แม้จะไร้หยาดน้ำตาแต่ขอบตาแดงเถือกเป็นหลักฐานชั้นดีว่าลูกชายของเธอผ่านการร้องไห้อย่างหนักมา หล่อนถึงกับใจหาย มือทาบอกอ้ำอึ้งกับสภาพโดยรวมของลูกชายเมื่อเข้าบ้านแล้วยืนประเนียมตัว ขอบตาเธอก็เริ่มรื้อชื้นแต่ก็พยายามไม่ให้น้ำตาร่วง ใช่ว่าหล่อนจะไม่โกรธกับคนที่บังอาจทำร้ายลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอ เธอโกรธมากจวนจะปลดปล่อยความคุกกรุ่นในอกให้รู้แล้วรู้รอด หากแต่เห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของผู้เป็นลูกส่งมา เธอคงทำได้แค่โผเข้าไปกอดปลอบประโลมหลังและจูบซับหน้าผากอย่างไม่รังเกียจอวยพรโชคดี


บางทีหล่อนก็นึกน้อยใจสวรรค์ เหตุใดจึงต้องกลั่นแกล้งชีวิตลูกชายเธอพบประสบภัยเช่นนี้ด้วย


พลันสายตาก็เห็นหนุ่มน้อยหน้าตาดีคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังมุมห้องอมยิ้มแล้วหุบฉับเลี่ยงการสบตากับเธอ เธอฉงนใจเล็กน้อย พอดีกับแทฮยองผละจากอ้อมอกแล้วก็แนะนำอีกฝ่ายด้วยสีหน้าและน้ำเสียงสดใสที่เธอเพิ่งเคยเห็น


เขาชื่อแบคฮยอนครับ เขาเป็นเพื่อนผม!” คนเป็นแม่ถึงกับผงะกับประโยคหลัง มองหนุ่มน้อยนามแบคฮยอนทำตัวไม่ถูกแล้วก็ยิ้มปากสี่เหลี่ยมจนเห็นฟันสามสิบสองซี่เก้อเขิน


บยอนแบคฮยอนครับ แหะๆ ขอโทษที่พาแทฮยองกลับบ้านดึกนะครับ พอดีพาไปรู้จักกับพ่อแม่ เพียงแค่นี้น้ำตาที่อดกลั้นไว้ก็ทลายพรั่งพรูเป็นสาย ความรู้สึกยินดีล้นปรี่จนยากจะหยุดไหว มันเหมือนตอนที่เธอได้เด็กทารกตัวน้อยๆคนหนึ่งผล็อยหลับอยู่ในอ้อมอกอุ่นๆ เมื่อแทฮยองพูดคำว่าเพื่อนเต็มปากเต็มคำแถมยังร่าเริงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน โอ้ อย่างน้อยสวรรค์ก็ไม่ใจดำทิ้งลูกชายเปล่าเปลี่ยวเพียงคนเดียว  


คะ คุณป้าเป็นอะไรรึเปล่าครับ หนุ่มน้อยแบคฮยอนถามเสียงสั่นทันที เธอจึงส่ายหน้าเบาๆอมยิ้มเล็กน้อย ปาดคราบน้ำตาด้วยนิ้วเดียว


ไม่จ้ะ ป้าไม่เป็นอะไร แล้วก็ส่งยิ้มอ่อนให้เด็กหนุ่มใจหวั่น ยิ้มสวยจัง     


แทฮยองสลับมองเพื่อนคนแรกกับแม่ ก่อนจะอ้าปากนึกขึ้นได้ว่าตนมาทำอะไร มือเล็กกระตุกชายเสื้อร่างสูงของแม่ตนสองสามครั้งจนฝ่ายโดนกระทำก้มมอง


แม่ครับ คือผมขอไปเรียนที่โซลได้ไหม คิมอาราถึงกับขมวดคิ้วแปลกใจกับคำขอจากปากแทฮยอง ถ้าเป็นแต่ก่อนลูกชายก็แจ้วๆเสมอว่าจะอยู่โรงเรียนเดิมต่อจนจบม.ปลาย จู่ๆก็เปลี่ยนใจไปเรียนโรงเรียนที่เธอลองให้สอบสำรองไว้เสียซะงั้น แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมากเพราะเธอรู้สาเหตุมากกว่าครึ่งแล้ว ย่อตัวให้อยู่ในระดับเดียวกับลูกชาย มือแห้งกรานที่ผ่านการใช้งานมานานโขลูบไล้แขนแทฮยองอย่างอ่อนโยน สบสายตาเอ็นดูก่อนจะกุมมือเล็กไว้แน่น


ได้สิจ้ะ ถ้าลูกสอบติดน่ะแทฮยองยิ้มกว้างทันทีเมื่อเธอไฟเขียว แล้วลูกจะอยู่หอนอกหรือหอในล่ะ เธอถามด้วยความกังวลเล็กน้อย บ้านที่เคยอยู่โซลเธอก็ขายทิ้งไปแล้วจึงมาตั้งฐานครอบครัวใหม่ที่บ้านเกิด รอยยิ้มของแทฮยองขจัดความขุ่นมัวเธอไปเยอะเลยทีเดียว


ผมจะให้เขามาอยู่กับผมครับเป็นแบคฮยอนที่โพลงตอบแทนแทฮยองหมดจนอีกฝ่ายฉีกยิ้มแหะๆแทนหลังจบประโยค คือโรงเรียนที่แทฮยองจะไปสอบมันคือโรงเรียนผมเองใช่ไหมล่ะ ผมเองก็ต้องเข้าสอบเหมือนกัน มันกะทันหันเกินไป เพราะพรุ่งนี้ผมต้องกลับโซลแล้ว ที่มาที่นี่คือผมมาขออนุญาตคุณป้าว่าจะให้แทฮยองไปกับผมได้รึเปล่าครับ และผมก็มีบ้านอยู่ที่นั้นด้วย พ่อแม่ผมไม่ปฏิเสธที่จะรับแทฮยองมาร่วมอาศัย ให้ตายสิ พูดถึงพ่อแม่ผมแล้วขอระบายหน่อยเถอะ ผมเป็นลูกพวกเขานะ แต่พอแนะนำแทฮยอง พวกเขาก็ผลักผมออกจากวงล้อมทันที แถมประคบประหงมแทฮยองอย่างกับลูกในไส้อีกแหน่ะ!” ประโยคตัดพ้อร่ายยาวใหญ่แถมพองแก้มเป็นการยืนยันชัดเจนว่าในเวลานั้นตนเองถูกบุพการีเมินโดยสิ้นเชิง ใช่ หลังจากแนะนำแทฮยอง พ่อกับแม่เขาก็ปรีเข้ามารุมล้อมถามสารทุกข์สุขดิบอีกฝ่ายฟังจนมึนหัวตึบกับคำถามหลายๆคำ เขาที่กระเด็นออกมามองภาพด้วยสีหน้าอึ้งๆ ตอนนั้นได้ยินแว่วๆจากคุณนายบยอนด้วยว่า แบคฮยอนเป็นคนพูดมาก ถ้ารำคาญก็ต่อยปากน่วมได้เลย  ด้วย!


 คิมอาราถึงกับแอบขำกับนิสัยช่างจ้อของแบคฮยอน อมยิ้มมองภาพลูกชายถกเถียงว่าก็นายไม่เข้ามาเองนี่นา และแบคฮยอนก็ตอบน้ำเสียงขึ้นๆเล็กน้อยว่านี่เป็นความผิดฉันใช่ไหม แล้วตามมาด้วยเสียงหัวเราะใสจากเด็กหนุ่มทั้งสองเหมือนบทเพลงเสนาะหูเธอ


อ่ะ นี่ก็ดึกดื่นกลางคืนมากแล้ว แบคฮยอนจะกลับได้เหรอจ้ะคิมอาราอุทานเมื่อมองนาฬิกาบนหน้าประตูบ้านบ่งบอกว่ามันเกินความสามารถที่เด็กคนนึงจะเดินกลับบ้านคนเดียวได้ แบคฮยอนหยุดหัวเราะแล้วหันมองหน้าคิมอารา


เอ๊ะ จริงเหรอครับแล้วก็หันหน้าหวานมองตามปลายนิ้วของร่างผู้สูงอายุ หนุ่มน้อยถึงกับอ้าปากกว้าง แทฮยองเห็นร่างเพื่อนสนิทแข็งไปโดยปริยายหลังจากดูเวลาเลยใช้นิ้วเล็กจิ้มๆเรียกสติ คิมอารายิ้มแห้งแสดงว่าหนูแบคฮยอนคุยจ้อจนลืมเวลาแน่ๆ เธอจึงตัดปัญหา


งั้นก็นอนพักที่นี่ก่อน แล้วพรุ่งนี้ก็ค่อยไปดีกว่าไหมจ้ะ หนูแบคฮยอนคงใส่เสื้อแทฮยองได้อยู่นี่เป็นประโยคเชิญชวนครั้งแรกที่ได้หลุดจากปากของเธอ แบคฮยอนมองคิมอาราราวกับซาบซึ้งในพระคุณ ส่วนแทฮยองก็ดีใจออกนอกหน้าใหญ่ที่มีเพื่อนมาค้างบ้าน ฉุดแขนเพื่อนผ่านร่างคุณแม่ขึ้นไปดูห้องของตัวเอง คิมอาราลอบถอนหายใจยิ้มๆกอดเอวพลิกตัวมองร่างหนุ่มน้อยทั้งสองแจ้นตรงบันได อาบน้ำเสร็จแล้วอย่าลืมลงมาทานข้าวด้วยน่ะ


แทฮยองหยุดแล้วขานรับยิ้มกว้าง ก่อนจะนำแบคฮยอนที่เกือบหน้าทิ่มขอบบันไดไป เธอถอนหายใจอีกครั้งกับความตื้นเต้นปนรีบร้อนของลูกชายแล้วเดินไปห้องครัวเพื่อโชว์ฝีมือในการทำอาหารค่ำแสนพิเศษ


ดินเนอร์ธรรมดาตามประสาคนเดินดินที่ถูกปรุงด้วยคำว่า ครั้งแรก


กินกันจนอิ่มท้องก็ชวนกันไปบ้วนปากก่อนจะขึ้นไปจองตำแหน่งที่บอกไว้ก่อนลงมาทานข้าว แบคฮยอนเป็นเด็กช่างประจบ ชมคิมอาราว่าทำอาหารอร่อยกว่าแม่ของตัวเองจนเธอเกือบลอยติดหลังคา  


เตียงขนาดพอดีถูกเด็กน้อยทั้งสองนอนเบียดกันจนเหลือที่ว่างเล็กน้อยตรงกลาง โดยแทฮยองจะนอนอยู่ทางซ้ายและแบคฮยอในชุดนอนของเจ้าของห้องขนาบอยู่ทางขวา คิมอาราอาสาอ่านนิทานก่อนนอนให้เด็กน้อยทั้งสองได้หลับฝันดี เรื่องราวนิทานยังดำเนินไปไม่ถึงไหนก็ผล็อยหลับไปเสียแล้ว ชั่งดูเข็มหน้าปัดนาฬิกาข้อมือก็ล่วงเลยไปห้าทุ่มจึงลดมือลง เธอนั่งอยู่ข้างๆแบคฮยอนมองสิ่งมีชีวิตทั้งสองบนเตียงนอนหายใจสม่ำเสมอ เธออดยิ้มไม่ได้ มันเป็นภาพที่น่ารักสำหรับเธอมากจริงๆ ราวกับว่าเธอมีลูกชายสองคนให้เลี้ยงดู


นิทานครึ่งหน้าถูกพับไว้วางบนโต๊ะข้างๆ ลุกขึ้นก้มท่อนบนลงในระยะประชิดร่างแบคฮยอนที่พริ้มตา สายตาคิมอาราดูอ่อนลงไปมาก กระซิบเสียงแผ่วกลัวเด็กคนนี้ปรือตาตื่นขึ้นมากลางคันก่อนจะปิดโคมไฟเหนือหัวแล้วเดินออกจากห้อง


ขอบคุณที่หนูเกิดมาเป็นเพื่อนแทฮยอง 


ขอบคุณมากจริงๆนะจ้ะ. . .แบคฮยอน








หากฟ้าวันนี้สดใส ก็คงเหมือนกับแทฮยองในตอนนี้ไม่น้อย ร่างบางในชุดเอี๊ยมสีน้ำตาลเข้มหน้ากระจกห้องน้ำ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นกำลังยิ้มเบิกบาน กลุ่มผมเผ้ากระดกก็ใช้น้ำเปล่าลูบบริเวณนั้นเล็กน้อยพลางใช้มือลากลงให้ผมดูเรียบร้อยเพื่อต้อนรับเช้าวันใหม่ กับอีกคนที่ยังยืมชุดมาสวมใส่อยู่เข้ามาวางมือแหมะลงผมนิ่มของแทฮยองและขยี้เบาๆจนเสียทรงเด็กสุภาพหมด  เขาปั้นหน้าหงิกให้กระจกสะท้อนว่าเขาทำหน้าเช่นไร นั่นดูจะทำให้แบคฮยอนชอบใจไม่น้อย


แบคฮยอนในลุคนี้น่ารัก แต่เจ้าตัวบอกชมได้แค่หล่อกับหล่อเท่านั้น เหนืออื่นจากคำที่กล่าวไว้ก็อย่าพูด การแต่งตัวเหมือนเขาไปเสียหมดยกเว้นแต่เอี๊ยมที่เป็นผ้ายีนส์ฟ้า เสื้อผ้าของเขาไม่ใช่แบรนด์ดังหรืออะไร เป็นเสื้อผ้าราคาย่อมเยาสำหรับคนธรรมดาพอมีพอกิน พอไปอยู่กับตัวแบคฮยอนแล้วดูมีราคาไม่ใช่น้อยๆเลย ก็แตกต่างดี


หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ แบคฮยอนอาสาขอช่วยเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ถึงเขาจะปฏิเสธน้ำใจอันดีงาม อีกฝ่ายก็ดื้อดึงจะช่วยให้ได้ ไม่พอยังตัดพ้อว่าถ้าไม่ให้ช่วยจะงอนให้ดู และมันคงจะไม่ดีสำหรับตัวแทฮยองหนัก เพราะเขาไม่เคยมีเพื่อนมาก่อนและง้อคนไม่เก่งเสียด้วย จึงจำยอมให้อีกฝ่ายช่วยแต่โดยดี เฉพาะเสื้อผ้าเท่านั้น


เป็นคนนิสัยดี จริงจัง รักษาคำพูด แต่ขี้แกล้งและพูดมากน้ำไหลไฟดับ. . .นี่คือสิ่งที่แทฮยองสังเกตจากนิสัยเจ้าตัวที่บ่งบอกเด่นชัด อ้อ หลงตัวเองด้วย นี่เพิ่งรู้เมื่อกี้นี้เอง แววตาแทฮยองดูซึมไปเล็กน้อย มือวางลงบนกางเกงที่ยังไม่ถูกจัดเรียบร้อย


อยากให้ความสัมพันธ์ดีๆแบบนี้คงอยู่ไปชั่วนิรันดร์จะได้รึเปล่านะ ????


นี่เลขอะไร จู่ๆแบคฮยอนก็โพลงถามแถมยกนิ้วชี้ให้ แทฮยองหลุดจากภวังค์มองก็ตอบตามไปที่เห็น


หนึ่งไง ทำไมเหรอ?ร่างบางเลิกคิ้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายทำตาโตปากค้าง แล้วก็ปล่อยให้เสื้อที่พับไว้หน้าตักหล่นกองพื้นมาใช้สองมือยันและยื่นหน้าพรวดสบตาเขาใหญ่


เห!! ก็นายไม่ได้ใส่แว่นนี่นา นึกว่าจะสายตาสั้นจริงๆ แค่ใส่ประดับเฉยๆเหรอ? คำถามรัวจากปากเล็ก เรียกเหงื่อตกผุดข้างแก้มแทฮยองอย่างดีเลยล่ะ ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร สายตาเลิ่กลักมองอย่างอื่นราวกับหาบางสิ่งมาช่วยตอบคนตรงหน้าปั้นหน้าอยากรู้แทน และมาจบตรงที่พยักหน้านิดหน่อยกับอืมเบาๆ   


แบคฮยอนยันตัวกลับไปท่าเดิม แล้วก็พูด


งั้นต่อไปนี้นายห้ามใส่นะ


ทำไมล่ะ แทฮยองมองแบคฮยอนยกยิ้มมุมปากสองข้างเหมือนแมวน้อย พอได้รับคำตอบหน้าก็เริ่มขึ้นสี


เพราะตานายสวยดี อย่าให้แว่นพรรค์นี้มาปิดบังความงามของตัวเองเลย


บะ บ้า ไม่ต้องมาชมเลย เสียงสั่นพร้อมกับกลีบปากหนาเมื่อถูกชมโดยไม่ทันตั้งตัว เอนหน้าไปอีกทางเพื่อเลี่ยงการสบหน้าอีกฝ่าย  แบคฮยอนยิ้มเจ้าเล่ห์โดยไม่คิดจะปิดบัง นิสัยชอบแกล้งผู้อื่นเริ่มมาอีกแล้ว น้ำเสียงขี้เล่นเอ่ยขึ้นมาในขณะมือยังพับผ้าชิ้นต่อไป สายตาล้อเลียนส่งมา


ฮั่นแน่ เขินเหรอ กิ้วๆ


ไม่ได้เขิน อย่าคิดไปเองสิ แทฮยองคงยังไม่รู้ตัว ว่าใบหน้าแดงซ่านอย่างกับลูกตำลึงสุกนั่น แดงจนเขาอยากจะเอามันฝรั่งทอดมาจิ้มยืนยันกับเสียงสั่นๆที่ยังโกหกตัวเอง มันเพิ่มความน่าแกล้งเป็นพันเท่า


ใครเห็นเขาเป็นคนดีประเสริฐศรี เจ้าตัวขอยืนยันว่าคิดผิด หมายถึงผิดนิดหน่อย เพราะเขาก็ไม่ได้จะดีเลิศเลอขนาดนั้น


เขามันปิศาจในคราบเด็กน้อยน่ารักต่างหากล่ะ


โดยเฉพาะแทฮยองแล้วเขาถูกชะตาอย่างไม่ทราบสาเหตุนี่อยากจะแกล้งข้ามวันข้ามคืนเสียจริงๆ!


ทำไมแบคฮยอนจะไม่รู้ ว่าคิมแทฮยองเหมาะกับรอยยิ้มที่สุดแล้ว นอกจากจะตาสวยจนคนมองต้องหลงใหลก็คงมีรอยยิ้มบริสุทธ์นี่เช่นเดียวกันที่จะทำให้อีกฝ่ายดูน่ามองมากแค่ไหน น้ำตานั่นไม่ควรมาประดับใบเป็นจุดด่างพร้อยชีวิตอีกฝ่าย เขาจะเป็นคนจุดเทียนไขที่เคยมีคนนึงทำมันดับวูบให้กลับมาลุกโชนแม้มันจะเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม


เขาจะทำให้แทฮยองได้รับรู้ว่ายังมีเขาที่ยังเป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่ายไม่แพ้มารดาแท้ๆหรือพ่อแม่ของเขาเอง


เพื่อนรักคนนี้จะยืนอยู่ข้างๆเสมอ สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มอันน่ามองให้เอง ฉะนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรทั้งนั้นนะ แทฮยอง


ความทรงจำอันเลวร้ายพวกนั้น ฉันจะไม่ให้นายได้สัมผัสกับมันอีกเป็นครั้งที่สอง


 ฉันสัญญา



เมื่อช่วยกันจัดสัมภาระใส่กระเป๋าสะพายเสร็จแล้วก็ลงไปทานมื้อเช้าโดยฝีมือคิมอาราอีกครั้ง แบฮยอนตาพราวเมื่อเห็นอาหารบนโต๊ะระยิบระยับทั้งๆที่มันไม่ได้เป็นอาหารหรูหราอย่างนั้น แม้เขาจะตักเตือนว่าเว่อร์ไปแล้ว แต่ดูอีกฝ่ายจะชอบฝีมือแม่เขามากแถมยังอวยอีกว่ารสชาติสูสีกับภัตราคารในกรุงเลยนะแบบนี้ คิมอาราลอบขำเล็กน้อยแล้วเชิญชวนเทวดาน้อยทั้งสองนั่งตามจุดของตัวเอง ตอนที่แบคฮยอนบอกว่าลองเปิดร้านอาหารขายแล้วก็ทำท่าโอเว่อร์โดยการชูช้อนขึ้นฟ้าเรียกเสียงหัวเราะธรรมชาติของแม่ลูกคิมได้เป็นอย่างดี


เป็นมื้อเช้าที่เขารู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ แทฮยองคิด เขาคงไม่ได้ฝันไปใช่ไหม สิ่งที่เขากำลังสัมผัสและซึมซับมันช้าๆในตอนนี้ ราวกับเป็นความฝันที่เกิดขึ้นมาในโลกแห่งความจริง เขารู้สึกได้ว่าตอนนี้เขามีความสุขมากเหลือเกิน  


แทฮยองกำลังมีความสุข


และความสุขนี้กำลังทำให้หัวใจที่เคยแตกร้าว ค่อยๆสมานมันไปทีละนิดตามกาลเวลา แม้จะรักษาไม่หายขาด อย่างน้อยก็ทุเลาความเจ็บช้ำไปได้มากพอสมควร


ไม่รู้ตัวว่าตัวเองยิ้มกว้างมากแค่ไหน ไม่รู้เลยว่าตอนนี้หัวใจอิ่มเอมากแค่ไหน ไม่รู้เลยจริงๆว่าโต๊ะที่มีสมาชิกแค่สามคนแค่นี้จะทำให้เขามีความสุขมากแค่ไหน เขาไม่สามารถวัดค่าปริมาณมันได้เลยสักนิด มันมีแต่จะเพิ่มพูนมากขึ้นไปอีกเท่านั้น จนความเจ็บที่เคยได้รับมาเมื่อวานถูกรักษาหายเป็นปลิดทิ้ง หากเปรียบเสมือนแทฮยองคือแก้วเปล่าใบหนึ่งซึ่งไร้ทุกอย่างภายใน และมีน้ำไหลรินลงมาซึ่งก็คือสิ่งที่เขาได้รับมันในขณะนี้ มันคงเออล้นท่วมท้นเสียแล้วเพราะมันรั้งแต่ต้องการให้แทฮยองสำลักความสุขตาย


และคนที่กำลังรินน้ำใส่แก้วเปล่าเช่นเขาคงไม่พ้นแบคฮยอนที่ยิ้มปากสี่เหลี่ยมส่งเสียวหัวเราะเจือแจวมาให้อย่างแน่นอน


ไปอยู่ที่นั่นก็อย่าเป็นเด็กดื้อ อย่ารบกวนเขามากนะ รู้ไหมจ้ะ ปากเล็กของเธอเอ่ยสั่งสอนพร้อมกับลูบใบหน้าลูกชายสุดที่รักยืนอยู่นอกประตูบ้านจับสายกระเป๋าที่มีเสื้อผ้าไว้ใช้เพียงแค่หนึ่งสัปดาห์ เพียงเพราะแบคฮยอนยืนยันมาว่าใช้ของร่วมกันดีกว่าจึงเอาไปแค่นี้พอเพื่อไม่ให้ทุกเข้าใจผิดเป็นเด็กเหลือขออาศัยไปวันๆ


แม้มันจะเป็นประโยคส่งท้าย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้หัวใจคิมอาราห่อเหี่ยวเหมือนแต่ก่อนเลยสักนิด กลับกันมันเปรมปรีดาเสียเหลือเกิน ในตอนที่เห็นลูกชายลงมาโดยไม่มีแว่นสวมใส่ เธอก็รับรู้โดยสัญชาตญาณว่าลูกของเธอเริ่มมีความมั่นใจกล้าแสดงออกแล้ว สาเหตุคงมากจากหนูแบคฮยอนแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย เธอรู้นิสัยลูกตัวเองดี ความขี้อายนั่นแหละจึงปกปิดสิ่งที่สวยงามหลงเหลือไว้ให้ นัยน์ตาคู่ดูไร้ชีวิตชีวา แต่มันกลับน่าหลงใหลและส่งผลให้ผู้ที่สบตาต้องมนต์สะกด มันเป็นของขวัญที่ผู้เป็นพ่อได้มอบไว้ให้เมื่อแทฮยองลืมตาขึ้นมาดูโลกอันกว้างใหญ่นี้ก่อนจะประสบอุบัติเหตุ


ข้างกายบุตรรักก็มีเพื่อนคู่หูคู่ใจหน้าจิ้มลิ้มที่สวมเสื้อเอี๊ยมคล้ายกัน เธอจะไม่แปลกใจหากมีคนทักพวกเด็กๆว่าเป็นฝาแฝด เพราะด้านหลังเหมือนกันจนเธอเองก็ยังแยกไม่ออก


แทฮยองพยักหน้ารับคำสอนพร้อมฉีกยิ้ม ในสายตาเธอแทฮยองเหมือนลูกเป็ดน้อยที่กำลังออกจากรังเพื่อหาเส้นทางของตัวเอง แม้ในใจจะเป็นห่วงอยู่ลึกๆด้วยความรู้สึกของคนเป็นแม่ แต่ในฐานะมนุษย์ผู้ร่วมโลกคนนึงเขาต้องเรียนรู้อนาคตที่กำลังเผชิญและก้าวผ่านมันไปให้ได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ใช้สิ่งที่สั่งสมมาให้เป็นประโยชน์


อย่างน้อยเธอคงทำได้แค่ร่ำภาวนาในทุกๆคืน ว่าที่นั่นจะไม่ทำให้ลูกเธอต้องเจ็บช้ำน้ำใจอีก แค่นี้เธอก็อดสงสารลูกตัวเองจนไม่ไหวอยากจะเป็นแทนเสียเหลือเกิน


เพราะมันเป็นไปไม่ได้ จึงทำได้แค่ภาวนาต่อฟากฟ้าอันแสนไกลให้ปกปักษ์คุ้มครองลูกน้อยกลอยใจของเธอ


ครับ ผมสัญญาจะเป็นเด็กดี แทฮยองให้คำมั่นแก่คนตรงหน้า เขาจะไม่ทำตัววุ่นวายสร้างเรื่องให้ลำบากใจแน่นอน เพียงแค่นี้เขาก็เป็นหนี้พระคุณพ่อแม่บยอนและแบคฮยอนมากมายแล้ว


แม้แบคฮยอนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านสายเลือด แต่เขาก็รับรู้ผ่านจากสะท้อนนัยน์ตาว่าสองแม่ลูกคู่นี้ผ่านอุปสรรคลำเข็ญมานับไม่ถ้วนจนมาถึงจุดนี้ได้ เขาสังเกตตั้งแต่เข้าบ้านของแทฮยองแล้วว่าครอบครัวคิมไม่มีผู้นำของบ้าน แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะถามให้ใจเสีย เพราะกรอบรูปผู้ชายคนหนึ่งแขวนบนหิ้งยิ้มทั้งน้ำตาพรั่งกับเด็กทารกตัวน้อยหงีบหลับในอ้อมแขนแกร่งเป็นคำตอบอยู่แล้ว แบคฮยอนสะบัดความคิดนี้ทิ้ง แล้วกลับไปมองพวกเขาต่อ


แค่ภาพที่แม่มักจะลูบหัวลูกและส่งยิ้มซึ่งกันและกันก็เห็นอยู่บ่อยครั้ง เขากับแม่ก็ออกจะทำกันเป็นกิจวัตรประจำวัน อาจเป็นเฉพาะสองแม่ลูกคู่นี้หรือเปล่าที่ทำให้แบคฮยอนรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย ทั้งๆที่ตนนั้นก็มีทุกอย่างสมใจอยาก


เพราะมันดูอบอุ่นมากๆ จนตัวเขาซึมซับมันมาอีกทีโดยไม่รู้ตัว


เอาล่ะ เดินทางกันปลอดภัยนะ ถ้าถึงแล้วก็ยืมมือถือบ้านของหนูแบคฮยอนโทรมาบอกแม่ด้วยนะจ้ะ เลขมือถือบ้านคิม เธอไม่จำเป็นต้องจดให้เสียเวลาเพราะลูกชายเธอก็จำได้อยู่แล้ว แทฮยองกระตุกเรียกแบคฮยอนยืนเหม่อ คิมอาราโบกมือเมื่อร่างเด็กน้อยทั้งสองเริ่มเดินห่างไกลไปยังบ้านญาติของหนูแบคฮยอน ร่างที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดีหันมาส่งไม้ส่งมือสองข้างไปมาแถมเดินถอยหลังอีกต่างหาก เธอแทบอดกลั้นน้ำตาไม่ได้ ยื่นแขนสูงเท่าที่จะทำได้แล้วโบกกลับไปอีกจนอีกฝ่ายลับตา


คิมอาราลดมือลง นั่งยองเช็ดสายน้ำตาอาบแก้มนวล หาไม่เป็นน้ำตาแห่งความโศกเศร้า เธอไม่รู้จะอธิบายสิ่งนี้ว่ามันคืออะไร ความรู้สึกของเธอไม่ได้มีความเสียใจเสียหน่อย เหตุใดเธอจึงร้องไห้เหมือนเด็กน้อยกันเล่า


หรืออาจเป็นเพราะเธอเห็นร่างชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเคียงข้างแทฮยองยิ้มโบกไม้มือให้พลิกกายราวกับต้องการให้เห็นใบหน้าได้ชัดเจนก่อนจะหายไปพร้อมสายลมเบาหวิว เธอไม่ได้ตาฝาด เธอไม่ได้คิดไปเองใช่ไหม


แต่รอยยิ้มที่เขาคนนั้นส่งมาเธอจำมันได้และไม่เคยลืมเลือนแม้เวลาจะผ่านมาแสนนานก็ตาม เสียงหวานสะอื้นแต่ก็ยังพยายามเปล่งมันเป็นคำพูด แม้มันสั่นเครือจนฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เชื่อไหมมันกลับทำให้เธออุ่นใจไม่น้อยเมื่อปลดปล่อยมัน


ฮึก ช่วย ฮึก ดูแลลูกของเรา. . .ด้วยนะ ฮือ ค่ะ   


ดูแลแทฮยองแทนฉันด้วยนะค่ะ คุณ








ในที่สุดแทฮยองกับแบคฮยอนก็มาถึงบ้านญาติ เล่นเอาแอบเหนื่อยพอสมควร คุณนายบยอนเห็นเจ้าลูกชายชะโงกมองหน้าบ้าน หลังจากเธอจะเปิดกระโปรงรถเพื่อเก็บข้าวของ เธอรีบกรูนำร่างเพียวสมส่วนมาบิดหูลากแบคฮยอนเข้ามาทันทีและดุด่าเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วง คืนนั้นก็กลัวว่าลูกจะถูกลักพาตัวหรือลอบไปทำมิดีมิร้ายรึเปล่า มันก็ดึกดื่นมากแล้ว เธอนั่งเฝ้าบานประตูทั้งคืนว่าลูกชายจอมปากมากของเธอจะกลับมาแต่ก็ไม่ อย่างน้อยเธอก็โล่งอกไปเปราะนึงเมื่อหนูแทฮยองช่วยพูดให้เธอลดอารมณ์ลงหน่อยว่าทั้งคืนนั้นแบคฮยอนไปค้างบ้านเจ้าตัว แต่กระนั้นก็อดจะกล่าวตักเตือนเสียไม่ได้เลยกับความขี้หลงลืมเวลากลับบ้านกลับช่อง


แบคฮยอนยืมประเนียมก้มหน้าบูดไว้เมื่อโดนคุณนายบยอนว่าอีกแล้ว รู้สึกใบหูที่ถูกบิดไปเมื่อครู่ไม่ค่อยจะชาเท่าความรู้สึกขายหน้าเท่าไหร่ เขารู้ดีว่าแม่ของตนเป็นห่วง แต่มาถูกแม่บังเกิดเกล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าเพื่อน ความชาติชายนัมจาที่สั่งสมมาคงถูกแทฮยองล้อตาย อีกทั้งกลีบปากบางเอ็ดสองสามฉอดมากกว่าเดิม ทำให้รู้เลยว่าคุณนายบยอนเมนส์มา


ผู้นำบ้านบยอนที่กำลังกล่าวลาญาติผู้น้องเห็นเหตุการณ์จากในบ้านก็ขำทันที เมื่อเห็นสีหน้าลูกชายทำหน้าเบี้ยวตอนถูกกล่าวตำหนิ ยิ่งช่วงนี้สิ่งที่เรียกว่าประจำเดือนมาเยือนคงถูกเอ็ดไปไม่น้อย ความดันของภรรยาจะขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ นำสองขาที่ยังใช้งานได้เดินออกมาทักทายหนูแทฮยองยืนอึ้งอยู่ไม่ไกลตัวแบคฮยอน แน่นอนสิ ก็ยังไม่เคยเจอคุณนายบยอนโหมดนี้นี่นา


ไง แทฮยองเขาไม่ใช่ผู้ชายสมัยคร่ำครึ แม้ภายนอกจะดูเหมือนคุณลุงยุคแปดสิบที่แต่งตัวเนี๊ยบเสียไปหมด แต่ก็ตามกระแสของโลกทัน จึงเอ่ยตามประสาชาวตะวันตก


แทฮยองหลุดภวังค์เล็กน้อย หันไปตามเสียงทุ้มนุ่มหูเรียก พอรู้ว่าเป็นใครก็ทำความเคารพโดยการโค้งคำนับทันที


อ่ะ สวัสดีครับ คุณลุง  บยอนกวางวู มองเด็กน้อยโค้งตัวด้วยสายตาเอ็นดู ในวันแรกที่ได้พบกับเด็กคนนี้เข้ามาในบ้านพร้อมกับแบคฮยอนนั้น เสื้อผ้ามอมแมมเป็นรอยรองเท้ากลางหน้าท้อง หนำซ้ำยังถูกทำร้ายไปทั่วตัว โดยเฉพาะใบหน้าที่เห็นชัดเจน ขนาดเขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างหล่นไปอยู่กองพื้นตุบ หากคนเป็นแม่มาเห็นคงใจหายไม่น้อย แม้กระทั่ง บยอนอึนจาง ภรรยาของเขาถึงกับมือป้องปากเมื่อเห็นสภาพเช่นนี้ เธอไม่รีรอให้หนูแทฮยองเข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นโดยไม่ซักถามชื่อแต่อย่างใด


เหตุการณ์ทั้งหมดถูกผู้เป็นลูกชายเล่าความให้ฟัง อีกทั้งยังทำท่าประกอบแค้นฝังใจยืนยันว่าลูกของเขานั้นโกรธมากกับสิ่งที่พวกผู้หญิงไร้จรรณญาบรรณกระทำกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นหนุ่มหน้าตาดีขโมยหัวใจหนูแทฮยองไป ยังโชคดีนักที่ทางเจ้าของบ้านขอตัวไปฉลองกันข้างนอกจึงไม่มีใครทราบนอกจากครอบครัวบยอน อย่างน้อยแผลฟกช้ำม่วงเชียวก็แค่ทายาให้เป็นรอยจาง ไม่ต้องติดพลาสเตอร์หรือสำลีแผ่นมาบดบังให้รำคาญใจ   พอทราบชื่ออีกฝ่ายจากปากแบคฮยอนก็ซักไซ้ถามอาการต่างๆด้วยความเป็นห่วงในฐานะหัวอกพ่อแม่คนหนึ่ง สิ่งเดียวที่รับรู้คือหนูแทฮยองเป็นเด็กน่าสงสารมากและดูเหมือนเขาต้องการเริ่มต้นใหม่ คำขอของลูกชายจึงสำฤทธ์ผลพร้อมกับความมั่นใจว่าครอบครัวบยอนจะช่วยเลี้ยงดูและขัดเกลาไม่แพ้ครอบครัวของอีกฝ่ายแน่นอน


หือ วันนี้ไม่สวมแว่นเหรอ ถามทันทีเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติไปจากเดิมของคนตรงหน้า ริ้วแก้มแทฮยองขึ้นสีจางเล็กน้อยแล้วฉีกยิ้มหวานเก้อเขินอาย สองมือเล็กจับสายกระเป๋า สายตาเหลือบมองเด็กหนุ่มรุ่นคราวเดียวกันพร้อมขานรับเสียงที่กวางวูพอจะได้ยิน 


ครับ แบคฮยอนเป็นคนบอกไม่ให้ใส่ กวางวูหลุดยิ้มกว้างเมื่อสาเหตุมากจากเจ้าลูกชายตัวดีถูกแม่เอ็ดอยู่


เป็นฉันก็คงบอกแบบนั้นเหมือนกัน เพราะดวงตาเธอสวยมากจริงๆเขาไม่ได้โกหก


แทฮยองแทบกลั้นฉีกยิ้มไม่อยู่


ขอบคุณครับ เอ่อ. . .ผมขอยืมโทรศัพท์ได้รึเปล่าครับ จะบอกแม่ว่ามาถึงแล้วพอเงียบไปสักระยะ แทฮยองก็เอ่ยถามกวางวูด้วยน้ำเสียงสุภาพ ท่าทีเอ็นดูแบบนี้ต่อให้ไม่รู้จักกันก็คงให้ยืมใช้แน่นอน หยิบเครื่องเทคโนโลยีในกระเป๋ากางเกงยื่นให้เด็กหนุ่ม แทฮยองโค้งอีกรอบแล้วรับมันมาเพื่อโทรบอกแม่ของตน     


กวางวูมองแทฮยองยิ้มอ่อนตอบเสียงปลายสายแล้วอมยิ้ม เขาคิดไปเองรึเปล่าว่ารอบตัวหนูแทฮยองมันสดใสมากขึ้นกว่าครั้งแรกที่ได้รู้จักกันเสียอีก สงสัยเจ้าไวรัสที่ชื่อแบคฮยอนคงไปแพร่อะไรบางอย่างมาแน่ๆ


แต่สำหรับผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน เขาย่อมรู้ดีว่าหนูแทฮยองคงจะบอบช้ำไปไม่น้อยในเรื่องของความรัก. . .



เพราะความรักก็เหมือนดาบสองคม นอกจากเป็นยาชั้นดีในการรักษา ในขณะเดียวกันก็เป็นยาพิษชนิดรุนแรงที่สามารถบงการชีวิตของคนเราได้อีกด้วย



มนุษย์ไม่ได้มีชีวิตอยู่ได้จากข้าวปลาเพียงอย่างเดียว พวกเขายังต้องอาศัยสิ่งอื่นด้วย หนึ่งในสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตและต่อความเป็นมนุษย์ซึ่งนั่นก็คือความรัก. . .


ความรักแม้จะมีหลากหลายรูปแบบความสัมพันธ์ ผลที่ตามมาของมันนั้นจะเรียกว่าความทุกข์ก็อาจใช่ ความสุขก็ไม่เชิง มันขึ้นอยู่กับอคติบวกลบของแต่ละคน  


ยิ่งสำหรับรักแรกที่พังถลายไม่เป็นท่า ต่อให้พยายามลืมเลือนมันไป ก็ยังฝังรากลึกเพื่อตอกย้ำช่วงเวลานั้นให้เราทุกข์ เพราะมันคือครั้งแรกที่เราได้ตกหลุมรักใครสักคนหนึ่งจนหมดใจ พอถูกมันทำร้ายก็เสียใจจนอยากตรอมตาย



แต่ถ้าหากยังคิดในอีกแง่มุมหนึ่ง. . .ว่าถึงแม้มันจะย่ำแย่หรือเลวร้ายแค่ไหน. . .มันก็เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ. . .ว่าครั้งนึงเราเคยมีความสุขมากมายขนาดนี้



อีกอย่างเขาอาจจะไม่ใช่คนๆนั้นของเรา เราก็ควรไม่ท้อถอยในการตามหารักต่อ  อย่างน้อยหนูแทฮยองก็ไม่เหมือนเด็กคนอื่น ที่อกหักแล้วก็เอาจมปลักกับความเศร้ามากเกินไป


กว่าเขาจะได้พบกับอึนจาง ได้พบกับรักแท้ ก็เสียน้ำตามานับไม่ถ้วนเช่นกัน. . .ความรักไม่ได้หามาครอบครองได้ง่ายๆ


กวางวูรู้ตัวดีว่าเขาไม่สมควรจะเอื้อนเอ่ยประสบการณ์ตัวเองให้ฟัง แม้เด็กวัยนี้จะรู้เรื่องรักๆใคร่ๆมากกว่าก็ตาม ให้เจ้าตัวรู้เองเสียดีกว่าจากชีวิตใหม่ในครั้งนี้ว่าจะทำเช่นไร


จะเก็บมันไว้หรือเลือกไม่เก็บมาคิด. . .ขึ้นอยู่กับตัวหนูแทฮยองทั้งนั้น


ขอบคุณที่ให้ยืมนะครับพอยื่นคืนให้ก็โค้งอีกรอบราวกับไม่เคยเบื่อเลย กวางวูยิ้มรับมันเก็บใส่ที่เดิม เป็นเด็กที่เรียบร้อยจริงๆ บางทีกวางวูก็คิดว่าเข้ากับเด็กแสบซนอย่างแบคฮยอนได้ยังไงกัน แต่คงเพราะลูกชายตัวดีเข้าหากับคนอื่นได้ง่ายดายกระมั้ง     


เอ้าๆ มัวแต่โลกของสองเราอยู่นั่นแหละ รีบๆขึ้นมาได้แล้ว เดี๋ยวก็ทิ้งไว้ที่นี่หรอก ประโยคแซวเรียกทั้งคู่หันไปมองต้นตอเสียงใส คุณนายบยอนว่าแล้วเปิดประทุนรถย้ายตัวไปนั่งฝั่งข้างคนขับ ส่วนแบคฮยอนพอถูกดุจนพอใจแม่บังเกิดเกล้า ก็ไปนั่งอยู่เบาะด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้แล้วก็กวักมือเรียกแทฮยองให้มาไวๆ ลดกระจกที่กั้นเสียง มืออีกข้างหยิบถุงมันฝรั่งทอดโชว์


ถ้านายขึ้นช้า อดกินขนมแน่


ไม่ใช่เพราะถูกล่อด้วยขนมหรอกนะ แต่เป็นเพราะตื่นเต้นนกับสิ่งที่ไม่เคยได้สัมผัสต่างหาก แทฮยองรีบสาวขาไปนั่งด้วยกันกับตำแหน่งสำหรับเด็กๆ กวางวูก็เข้ามาหลังแทฮยอง มือเสียบกุญแจรถไว้แล้วบิด สตาร์ทเครื่องยนต์ให้พร้อมทำงานสักพัก แล้วเคลื่อนตัวรถออกไปจากท่าเพื่อเข้าสู่ถนนหลัก


บรรยากาศในรถดูสนุกสนานมากกว่าเป็นทุนเดิม นั่นเพราะว่าทายาทบยอนมีเพื่อนติดสอยมาด้วย แบคฮยอนชวนแทฮยองคุยสัพเพเหระเรื่องต่างๆโดยจะเน้นตัวเองเป็นใหญ่และเกี่ยวกับในกรุงเป็นรอง ส่วนแทฮยองก็ดูสนอกสนใจสิ่งที่เจ้าตัวเล่ามาทุกเรื่องเป็นพิเศษ สองผู้นำบยอนก็ฉีกยิ้มเด็กน้อยทั้งสองหัวเราะแจ้วๆผ่านกระจกอันเล็กห้อยลงมาสะท้อน คุณนายบยอนหลับตาส่ายหน้าระอาเล็กน้อยกับลูกชายที่ยกยอตัวเองเสียเต็มประดา นิสัยเช่นนั้นเหมือนหล่อนเมื่อครั้งยังเด็กไม่มีผิดเพี้ยน ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ


ในรอบ 13 ปี นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่แทฮยองได้หัวเราะเต็มเสียงและเป็นครั้งแรกที่มีคนยอมรับเขาอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆแบบนี้ หลังจากที่เขาโดดเดี่ยวมานาน


หลังจากที่ต้องเก็บความทรมานเอาไว้คนเดียว. . .


ผ่านไปหลายนาที แบคฮยอนเริ่มปรือตาแล้ว ทีท่าเหมือนสำนวนหนังท้องตึง หนังตาหย่อน สังเกตุจากบรรดาถุงห่อมากมายที่ถูกแงะในถุงเก็บขยะ แทฮยองแทบไม่ค่อยกินเท่าไหร่เพราะตัวเองก็ไม่ได้รับประทานขนมเป็นหลักเหมือนใครบางคน อีกทั้งไม่เคยได้ออกไปเที่ยวไหนจึงตื้นตันกับสิ่งต่างๆที่เคลื่อนผ่านกรอบหน้ากระจกไป


อืออ ถ้าถึงแล้ว ปลุกฉันด้วยนะ เสียงหวานครางงื้อ หลับตาพริ้มและเอนหัวซบกับขอบประตูเข้าสู่ห้วงนิทรา แทฮยองไม่ตอบแล้วก็ย้ายตัวไปติดกับขอบกระจก นัยน์ตาส่องประกายกับอาคารบ้านเรือนแปลกใหม่แปลกตาและผู้คนไม่คุ้นหน้า



เขาคิดดีแล้วใช่ไหม ที่เลือกเส้นทางนี้



เขาคิดดีแล้วจริงๆใช่ไหม ???



ถ้าหากเขาเลือกมันถูกต้องแล้ว. . .มันคงถึงเวลาที่ต้องกล่าวคำนี้จริงๆ ประโยคที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมีวันได้พูดมันออกมาด้วยความรู้สึกหน่วงๆเต็มอกในหัวใจ ของเหลวกักอยู่รอบขอบใต้ตา แต่แปลกที่เขากลับยิ้มได้ แม้มันดูเป็นรอยยิ้มเศร้าๆ




ลาก่อนนะ

รักแรกของฉัน. . .




หากโชคชะตานำพาเขาทั้งสองได้พานพบกันอีกครั้ง เมื่อถึงวันนั้นลูกเป็ดที่ขี้เหร่จะถูกฟูมฟักเติบโตจากกาเหว่ากลายเป็นหงส์สวยสะกดสายตานับพัน. . .


วันนั้นแทฮยองคนเดิมจะเปลี่ยนไป. . .






 

 

 

 คิมอารากำลังกวาดพื้นบ้านให้สะอาดเอี่ยม ไม่ทันจะได้ย้ายไปเก็บกวาดจุดอื่น จู่ๆก็มีเสียงกดออดดังถึงสามครั้งเป็นจังหวะก้องลั่น เธอจึงวางของพาดกับโซฟาไว้ แล้วเดินไปเปิดประตูบ้านด้วยความสงสัยว่าใครกันที่มา สายตาคู่โตกวาดมองบุคคลยืนข้างนอกโดยมีรั้วเล็กๆสูงถึงแค่ไหล่ของเด็กผู้หญิง


คิมอาราแปลกใจเล็กน้อย เมื่อคนที่มากดออดคือเด็กสาวที่คาดว่าจะมีอายุน้อยกว่าแทฮยองเป็นแน่ ใบหน้าจิ้มลิ้มกับการแต่งตัวหวานๆสมวัย สองขาที่ยืนอยู่ บัดนี้ไปประจันกับเด็กคนนั้น รอยยิ้มประดับใบหน้ามีริ้วรอยเล็กน้อย


มาหาใครเหรอจ้ะ?เธอถามเป็นพิธีสำหรับคนแปลกหน้า เพราะในบ้านก็มีแค่เธอกับลูกชายเท่านั้น เด็กสาวคนนั้นยิ้มตาหยีพร้อมกับปากเล็บได้รูปขยับ



คิมแทฮยอง. . .อยู่รึเปล่าค่ะ?

 






 

 

ใช้เวลานานพอสมควรก็มาถึงจุดหมายที่เรียกว่า กรุงโซล


เมืองหลวงที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวบ้าดาราไอดอล ย่านอาหาร สินค้าแบรนด์ดังหรือทุกอย่างที่เป็นจุดเด่นในสายตาชาวต่างประเทศมารวมเป็นหนึ่งเดียวในศูนย์กลางของเกาหลีใต้ พอช่วยกันขนย้ายสัมพาระต่างๆลงจากรถ เขาจับปากล่างชิดกับปากบนแทบไม่ทัน


บ้านชั้นเดียวแต่กินพื้นที่ไปมากโข อีกทั้งสไตล์ตัวบ้านเรียกได้ว่าสวยและหรูเอาการ จุดที่เขายืนอยู่มีเสาทั้งสองชนายซ้ายขวายันส่วนที่พ้นโผล่บังแดดไว้  มีผู้ชายและผู้หญิงสี่ห้าคนสาวขาเดินเร็วมาและรับกระเป๋าทั้งหมดเข้าตัวบ้าน กระเป๋าที่เขานำติดตัวมาด้วยก็ถูกพวกเขาเหล่านั้นเอาไปแล้ว


ตะลึง คือสิ่งที่ยืนยันแทฮยองในตอนนี้ได้จริงๆ บ้านก็หลังใหญ่สุดๆ มีคนรับใช้อีกต่างหาก. . .


แบคฮยอนเป็นคนรวย ????


ระวังจะมีแมลงบินเข้าปากนะ ทันทีที่เดินมาอยู่ข้างๆ แบคฮยอนยิ้มแซวเมื่อเห็นอาการคลับคล้ายสติหลุดของแทฮยอง คนถูกแซวก็ยังค้างท่านั้น แบคฮยอนจึงกระแอมเป็นพิธี ไม่เอาน่า อย่าทำอย่างนั้น เห็นแล้วรู้สึกอยากอวดฐานะชอบกล


ประโยคถัดมาแทฮยองหันไปเบ้ปากใส่และเขยิบตัวเล็กน้อยอย่างรังเกียจทันที ส่วนคนที่รู้ตัวว่าอีกฝ่ายไม่พอใจก็ปล่อยหัวเราะ นั่นจึงถูกฝ่ามือเฉียดลั่นเพียะที่ต้นแขนโดยไม่สนว่าเพื่อนคนนี้จะเป็นเจ้าของบ้านก็ตาม ก็คนไม่เคยได้เห็นบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้มาก่อนนี่นา ส่วนใหญ่ก็เห็นตามแต่โปสเตอร์หรือใบโบชัวร์สถานที่จัดสรรค์เท่านั้น


ไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่ว่าเด็กบ้านนอกคอกนาอย่างเขาจะได้มาอาศัยบ้านหลังนี้ ทันใดนั้นเองความคิดถึงก็แล่นเข้ามา


อยากให้แม่มาอยู่ด้วยจัง. . .


จริงๆก็อยากพานายเดินดูรอบบ้านนะ แต่มาคิดดูอีกทีค่อยดูทีหลัง หลังกลับจากที่นั่นก็แล้วกัน ไม่ว่าเปล่าก็จับข้อมือเขาลากวิ่งออกไปจากบ้านบยอนหลังพูดประโยคกำกวมจบ กวางวูที่เดินมาพร้อมกับภรรยาเพื่อมาเรียกสองเด็กหนุ่มเข้าบ้าน พอเห็นร่างคุ้นเคยวิ่งเข้าโค้งก็ยิ้มขำ


ไปที่นั่นใช่ไหมค่ะ คุณ อึนจางเอ่ยถามสามี กวางวูดึงร่างเล็กเข้ามา


ก็มีที่เดียวที่ลูกของเราจะไปนี่นา เอาล่ะ เราไปพักผ่อนกันเถอะ นี่ก็เหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว


ค่ะ

 






 

นี่นายจะพาฉันไปไหน แทฮยองถามด้วยความสงสัย จู่ๆก็ไม่ให้สำรวจตัวบ้าน แต่กลับมาชักชวนวิ่งเล่นไปเส้นทางที่คงมีเพียงเขาไม่รู้


ก็แหม นายอุตส่าห์มาที่นี่ทั้งที ก็ต้องมาแบบชีวิตใหม่!. . .ไม่ได้หมายความว่าให้นายไปตายนะ อย่าเข้าใจผิด แบคฮยอนตอบ แต่ก็ยังไม่หยุดวิ่งเสียที แทฮยองขมวดคิ้วพันวน กลีบปากหนารออ้าเพื่อจะซักถามต่อ แต่แล้วร่างของพวกเขาก็มาหยุดอยู่ที่หนึ่ง ซึ่งมันคือร้านคลีนิก แทฮยองหันไปหาแบคฮยอนฉีกยิ้มซนและกล่าวน้ำเสียงขี้เล่น


ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วนะ แทฮยอง:)”

 







#lookismkv ค่าา

ตอนนี้กำลังปั่นเรื่องอื่นๆอยู่นะค่ะ QAQ

ใจเย็นๆ ณาบอกแล้วสองวันจะใช้ให้คุ้มในวันเรียน

555555555555 ตลกที่มีคนบอกเรื่องนี้จองกุกไม่จำเป็น

จำเป็นสิค่ะ ไม่งั้นเรื่องไม่ดำเนินมาเลยเถิดขนาดนี้หรอก

ตอนของกวางวู ณามึนๆเล็กน้อย เพราะด้อยเรื่องความรักค่ะ

คือบั่บเราไม่เข้าใจคนมีความรักปร้า เออ-.,- (วิญญาณฮุนในเรื่องแต่งหญิงเข้าสิง)

ไว้เจอกันตอนหน้านะค่ะ เรื่องอื่นด้วย 

ขอบคุณ เฟบ 103 ที่มีแค่ 2 ตอนค่ะ5555 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #101 inchx_ (@pfakame) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 02:55
    เยิ้ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ รอตอนต้อไปรอความสวยของแทแท
    #101
    0
  2. #98 Paperheart (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2559 / 23:47
    รอไรท์คัมแบคคคคค กรีดร้องงงง ชอบเรื่องนี้มากๆ TT
    #98
    0
  3. #87 dyodo_8812 (@bleach_pa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 21:50
    ใครมาหาแทแทกัน?
    #87
    0
  4. #84 pakamook (@pakamook) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 10:39
    รอน้าาา
    #84
    0
  5. #83 kkim_sky (@kkim_sky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 08:13
    มาต่อน้าา ไฟติ้ง
    #83
    0
  6. #82 m_mark2 (@M_MARK) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2559 / 02:23
    เดี๋ยวนะอีแบค ร้านคีลนิกนีาเกี่ยวไรกับการเปลี่ยนแปลงแทแทกัน โอ้ยอยากรู้ ว่าแต่ผญที่ไปถามหาแทแทถึงที่บ้านนั้นคือผู้ใดตอนแรกเดาว่าเป็นอิจอนซะอีก
    #82
    0
  7. #80 Mirage of Darkness (@blissdestiny) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 23:48
    ไรท์มาต่อไวๆนะค้าาาาาา อาทิตย์ละสองวันก็จะรอ!! เรื่องนี้เกือบจิ้นแบคแทแล้วค่ะ มันใช่ 5555 แต่เรารู้สึกแหม่งๆกับคนมาเยือนบ้านแทฮยองยังไงไม่รู้ อย่าทำเราใจเสียเลยน้าาาาา
    #80
    0
  8. #79 rapbit- (@jukialol) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 23:16
    เด็กที่มาหาแม่แทคือ???
    แทจะไม่เศร้าใช่มั้ย มีแบคอยู่รักันรักกันนนนน
    อ่านแล้วเริ่มเอนไปแบคแท แต่เราจะไม่ให้แม่ลูกกินกันเอง(?)
    สู้ๆนะคะไรท์รอติดตาม

    #79
    0
  9. #78 lvbaek (@natha2001) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 23:12
    รอตอนต่อไปปปปป ฮือออ อยากเห็นหงส์แล้ว แทแทสุดสวย
    #78
    0
  10. #77 faifany (@fai1998fai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 21:56
    กรี้ดดดดดดแทจะเปลี่ยนไปเป็นหงษ์แล้ว ว่าแต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครอะ // ไรรีบกลับมาอัพนะอยากอ่านต่อแล้ว
    #77
    0
  11. #75 songsonglove2 (@songsonglove2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 21:30
    แทจะเปลี่ยนตัวเองแล้ววอ้ากกกกรอรออออออ ผญคนนั้นคือใครรอ่าาามาหาแททำไมกันนะ / รอรอออ
    #75
    0
  12. #74 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 21:26
    ถึงเวลาที่เเทเเทจะกลายร่างเป็นหงษ์งาม?เเล้วสินะ อันที่จริงจองกุกก็ไม่ผิดนะ เเค่ตอนนั้นที่ตวาดไปคงเพราะโมโหนั่นเเหละ เฮ้อเเต่อย่าที่เเทบอกนัานเเหละ เดี๋ยวพรหม(ไรท์)ลิขิตก็มาเจอกันอีกนั่นเดหละนะ ว่าเเต่ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร??นาวมาดีมาร้ายคะ??
    #74
    0
  13. #73 Markzzx (@markzzx) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 20:37
    ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วนะ55555555555 กรี้ดดดดดดดด นี่มันเวลาที่ฉันรอ555555คือรอมานานมาก จจกต้องเสียใจที่ทำแบบนี้ ย้อนกลับไปอ่านตอนที่จองกุกทำกับแทไว้แล้วแบบ เห้ย เจ็บปวดยังไงก็ยังเจ็บปวดอยู่อย่างนั้น แทฮยองจะเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว พฮือออออ รอตอนต่อไปมากคืออยากรู้ รอแกนะ!
    #73
    0
  14. #72 alexyy (@alexyy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 20:24
    แทจะเป็นหงส์ล้าาาวววววสสส
    #72
    0
  15. #71 ser065 (@fahzabaha5) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 19:41
    รีบมาต่อนะค้าาา
    #71
    0
  16. #69 เด็กแดนแทกู (@advicerbs) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 18:14
    จองกุกดูไม่จำเป็นสำหรับเรื่องนี้แล้ว
    เพราะแบค ??? น้องแทจะสวยแล้ว
    #69
    1
    • #69-1 ณาซัง. (@hunhan1994) (จากตอนที่ 2)
      14 พฤษภาคม 2559 / 18:24
      พระเอกม่องเท่งแล้วค่ะ *โดนจองกุกเสย
      #69-1
  17. #58 *Heineken* (@heineken007) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 16:17
    เดี๋ยว ถ้าคุณไรท์ไม่พิมพ์ตรงทอล์กไว้เราไม่รู้นะเนี่ย พอเข้าไปดูนิยายที่คุณไรท์เขียนทั้งหมดมีสองสามเรื่องที่เราเฟบไว้ หรือเปล่า ไม่รู้ว่าคนเขียนคนเดียวกัน ขอโทษค่ะ ฮืออ5555555555555 แต่จริงๆไม่ต้องขอบคุณเราหรอกนะ ที่เราต้องการบอกคือเราก็เป็นนักอ่านธรรมดาทั่วไปเหมือนคนอื่นๆนี่แหละค่ะไม่มีอะไรพิเศษเลย เพราะเราก็คอมเม้นไปตามที่อ่านและตอบแทนคุณไรท์ตามที่คุณไรท์เขียนมาให้ เราเสียอีกที่ต้องขอบคุณที่คุณไรท์เขียนฟิคดีๆมาให้อ่าน

    เอาหละเข้าเรื่องฟิคดีกว่าเนอะ มาเพิ่มอีกนิดแล้ว แต่ความรู้สึกเรายังเหมือนเดิมนะคะ หมายถึงว่ามันยังก้าวไม่พ้นความรู้สึกของความเป็นแม่ แม่คนหนึ่งที่รักลูก แทฮยองไปอยู่กับแบคฮยอนแล้ว เข้าใจที่คุณแม่ร้องไห้เลย ไม่เสียใจที่ลูกจะไปอยู่ที่อื่นเพราะถึงยังไงลูกก็ต้องออกไปเจอกับโลกกว้างด้วยตัวเองอยู่ดี แต่กลับเป็นความดีใจเสียอีกที่ลูกได้พบเจอกับคนดีๆ เพื่อนดีที่จะพากันก้าวออกไปเจอโลกกว้างด้วยกัน เพื่อนที่เป็นเพื่อนแท้ ถึงจะมีเพียงหนึ่งแต่กลับทำให้เชื่อใจได้ว่านี่แหละคือสิ่งที่ดีอีกอย่างหนึ่งในชีวิตของลูกเรา แบคฮยอนในตอนนี้ไม่ใช่แค่เพื่อน แต่เป็นเหมือนพี่น้องที่จะคอยปกป้องแทฮยอง คอยดึงไม่ให้แทฮยองไม่ต้องไปเจอกับความโหดร้ายของโลกใบนี้ ถึงจะห้ามได้ยากแต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าที่แทฮยองจะต้องเจอกับความโหดร้ายนั้นเพียงลำพัง อย่างน้อยข้างๆแทฮยองก็ยังมีแบคฮยอนอยู่นะอะไรประมาณนี้ ซึ่งมันดีจริงๆกับความรู้สึกของคนที่ไม่เคยมีเพื่อนมาก่อนเลยอย่างแทฮยอง และดีกับความรู้สึกของแม่อย่างเรา(?)ด้วย;-; ยังไงก็รอที่เหลือนะคะ และขอบคุณสำหรับฟิคจริงๆค่ะ:)
    #58
    0
  18. #57 songsonglove2 (@songsonglove2) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 14:11
    งื้ออออออ รอรอออออ อยากอ่านต่อแว้วววววว
    #57
    0
  19. #56 faifany (@fai1998fai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 09:39
    ไรท์รีบกลับมาอัพนะอยากอ่านต่อแล้ว
    #56
    0
  20. #55 faifany (@fai1998fai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2559 / 09:39
    ซึ้งมากอะไรท์ (T3T) ไรท์แต่งเก่งมากอะ ชอบอะชอบ
    #55
    0
  21. #54 quietdreamer (@quietdreamer) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 22:41
    เป็นฟิคที่ดีมากๆค่ะ ชอบมาก แบคฮยอนดูใจดีแล้วก็ละมุนมากๆเลย ส่วนน้องวีก็น่ารักไปแล้ว โอ๊ย รออยู่นะคะ //////-//////
    #54
    0
  22. #53 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 21:18
    โถ่ว่าจะชิปซักหน่อย5555 เเต่ก็ชอบนะคะ ความสัมพันธ์เเบบนี้ สนิทกันไปอีกนานๆเลยนะ ไรท์บรรยายดรมากๆเลยค่ะ เข้าใจเเบค เข้าใจเเท เข้าใจหัวอกคนเป็นเเม่เลยอ่ะ ตอนนี้จอนจองกุกคือใครคะ??!!5555
    #53
    1
    • #53-1 ณาซัง. (@hunhan1994) (จากตอนที่ 2)
      6 พฤษภาคม 2559 / 21:19
      มันตายแล้วค่ะ *โดนพระเอกโบก
      #53-1
  23. #52 AOMROMS (@AOMROMS) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 19:58
    พออัพก็รีบมาเลยค่ะ
    #52
    0
  24. #51 VYill Waranya Yorlibutra (@minniecake) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 15:59
    รอนะคะ
    #51
    0
  25. #50 On12Sujira (@On12Sujira) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2559 / 15:02
    เราเม้นยาวแบบคนอื่นไม่เป็นสมองมันตัน แต่เราชอบนะความสัมพันธ์แบบเพื่อนที่น่ารักแบบนี้
    #50
    0