{fic bts/kookv} That 's the trouble with us.

ตอนที่ 2 : .Bipolar chapter one (100%/100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    9 เม.ย. 60







อากาศของเช้าวันใหม่สดชื่นไม่เคยเปลี่ยน อีกทั้งยังมีความรู้สึกนุ่มนิ่มของเตียงที่รั้งเขาไม่ให้ลุกไปไหนยกเว้นเสียงนาฬิกาปลุกที่ถูกตั้งเวลาเดิมเป็นสิ่งที่พรากเขาให้หลุดจากภวังค์ จองกุกพลิกกายหันเข้าสู่เพดานห้องสีไม้โอ๊คอ่อน ยานครางเสียงงึมงำ ก่อนมือจะยกขึ้นมาขยี้ขอบตาเล็กน้อยเพื่อขจัดขี้ตาออก เสียงเหล็กกระทบกันอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่ก็กลับไปเงียบสงบเช่นเดิม พร้อมกับการเคลื่อนย้ายสองขาที่จำเป็นต้องเดินช้า ๆ ไปชำระล้างร่างกาย


สายน้ำไหลจากฝักบัวลงกระทบตั้งแต่หัวลงสู่กายเปลือยเปล่า จองกุกเลือกที่อาบน้ำเย็นแทนน้ำอุ่นที่ชอบแช่เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกแสบซ่านแผลจากเมื่อวานมากเกินไป ค่อย ๆ บรรจงลูบไล้ฟองสบู่เหลวโดยเฉพาะบริเวณที่เห็นรอยฟกช้ำเขียวม่วงชัดเจน จบด้วยการล้างหน้าและแปรงฟันก่อนออกจากห้องพร้อมผ้าเช็ดตัวสีแดงเลือดปกปิดท่อนล่างและผืนผ้าสีขาวขยี้เส้นผมดำขลับเปียกปอน


การแต่งกายในชุดนักเรียนก็ยังถูกสวมใส่อย่างเป็นระเบียบเหมือนตลอด ทว่ากลับมีบางสิ่งที่ทำให้กิจวัตรประจำวันของเขาได้เปลี่ยนไป. . .


จองกุกกำชับชายเสื้อนอกและปรับความยาวเนคไทนิดหน่อย หันหลังให้กับตู้เสื้อผ้าที่เพิ่งปิดไปเมื่อกี้ มองกล่องสีเหลี่ยมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่ในถุงมินิมาร์ทร่วมกับผ้าก็อตและยาต่าง ๆ วางอยู่ขอบโต๊ะทำการบ้านจากตรงนี้


กล่องคอนแทคเลนส์. . .


ยืนมองอยู่นานสองนานก่อนตัดสินใจเดินไปหยิบมันขึ้นมาเพื่อครุ่นคิด แน่นอนว่าเขาไม่ได้สงสัยอะไรกับกล่องบรรจุภัณฑ์หรอก เพียงแต่สิ่งที่เขากำลังนึกใคร่ครวญคิดคือเมื่อวานต่างหาก


เขาจำได้แค่ว่าตัวเองถูกเขาคนนั้น….



เรามาเล่นกันเถอะ จองกุกอ่า:)’



เฮือก!!!



จู่ ๆ สองขาก็ล้มลงตึง ไม่เพียงแค่แผ่นหลังที่ชวนร่างกายสั่นสะท้านชาหวาบไปหมด มือไม้อ่อนจนกล่องคอนแทคเลนส์ตก ดันนึกถึงใบหน้านั่น รอยยิ้มนั่นและการกระทำดิบเถื่อนป่าช้านั่น ก้อนเนื้อข้างซ้ายก็ยิ่งเต้นถี่ระรัวมากขึ้น มากขึ้น กระทั่งลมหายใจที่พ่นออกมาทางปากยังขาดห้วง จองกุกยันตัวเองที่พยายามกอบโกยอากาศให้ได้มากที่สุด ส่วนมืออีกข้างก็กุมหน้าอกข้างซ้ายไว้แน่น จิกเล็บเข้าสู่ชั้นผิวหนังที่ถูกปกคลุมด้วยเนื้อผ้า


หะ หายใจ. . .ไม่ออก


ทุกอย่างที่เขาเห็นมันเหมือนถูกหยดน้ำแต่งแต้มให้ภาพนั่นเริ่มไม่ชัดเจน บิดเบี้ยวเสียจนสิ่งที่ตามองนั่นกลายเป็นบางสิ่งบางอย่างที่ถูกผสมปนเป ในหัวที่ปวดจี๊ดราวกับถูกไฟฟ้ากระตุ้นก็ปรากฏแต่เพียงเสียงที่ดังก้องและภาพของผู้ชายนั่นก็วนเวียนซ้ำ ๆ เหมือนกับถูกรีสตาร์ทให้วกวนไม่มีวันหยุด


ราวกับถูกบังคับให้จดจำการกระทำแสนต่ำช้าและเลวทรามนั่น


พ พอ. . หยุดได้แล้ว. . .”


ลำคอหนาสะอื้นจนอดไม่ได้ที่จะต้องปล่อยความหวาดกลัวมาในรูปธรรมของน้ำตา ริมฝีปากบางที่เคยเป็นเกล็ดเลือดกับต้องเลือดซิบอีกครั้ง น่ากลัว น่ากลัว สองคำที่เริ่มแทรกเข้ามาในหัว ซ้อนทับน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ก้องกังวานให้หูทั้งสองข้างได้ยินชัดเจน


กลัว. . .กลัว


ดีใจด้วย มึงคือผู้โชคดี. . .เหยื่อของกู


ไม่เอาแล้ว. . .ย หยุดเถอะ


ชู่วว อย่าส่งเสียงดังสิ ฉันยัง. . .เล่นกับนายไม่เต็มที่เลยนะ


พอซักที. . .ฮึก พ พอแล้ว. . .


รู้ไหม เจ้าของคิดถึ๊งคิดถึงสัตว์เลี้ยงมากๆเลย แถมวันนี้ก็ไม่ได้อยู่กับสัตว์เลี้ยงทั้งวัน ที่มาหาเพราะกลัวสัตว์เลี้ยงจะเหงาก็เลยจะมาเล่นด้วย. . .’


ขอร้องล่ะ. . .ได้ ได้โปรด. . .


เรามาเล่นกันเถอะ จองกุกอ่า:)’


!!!


จองกุกกรีดร้อง ราวกับเส้นบางอย่างขาดผึงจนสติหลุดและส่งเสียงให้ดังที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ แต่เชื่อสิ เขาจะสามารถร้องมันได้สูงเท่านักร้องโอเปร่าหรือไม่ก็อาจจะมากกว่านั้น


ถ้าไม่ติดว่าเขามาแทน


กลีบปากที่อ้าจนกว้าง ค่อย ๆ หุบลงพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่หายไป ใบหน้าที่เชิดจนเห็นสันกรามคมก็ก้มต่ำ ผมหน้าม้าสีดำขลับ ไม่เหลือร่องรอยสีสเปรย์ของเมื่อวานปรกนัยน์ตาเขาไว้ ทว่ามันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคที่อยากจะมองอะไรสักอย่างหรอก จองกุกหยิบกล่องคอนเทคเลนส์ขึ้นมา หันขวับมองตัวเลขของนาฬิกาปลุก


ทันอยู่. . .


ก่อนจะแกะกล่องแล้วนำมันใส่ให้ตรงกับนัยต์ตาสีดำ  เมื่อใส่ครบทั้งสองข้าง จองกุกก็พริ้มตาสักพักให้มันเข้าที่เข้าทาง จากนั้นก็หยิบกระเป๋าสะพายที่จัดเตรียมตามตารางสอนของวันนี้ไว้ออกจากห้อง แต่ก่อนที่บานประตูจะกลืนกินร่างของเขา แววตาเฉื่อยชามองเตียงของตัวเองอยู่ชั่วครู่ ––ไม่นานมุมปากก็เหยียดยิ้มที่แฝงความเย้ยหยันเอาไว้


 และแล้วเวลา 7 นาฬิกา 13 นาที จอนจองกุกก็ขึ้นรถเมล์ขาประจำลงใกล้ ๆ โรงเรียน






 

เอาล่ะ การบ้านของวันนี้ก็คือไปทบทวนหน้า 54-56 นะ พรุ่งนี้ตอนเย็นหัวหน้าห้องก็รวบรวมสมุดมาส่งบนโต๊ะครูด้วย


นักเรียนในห้องต่างโห่ร้องกับความไม่ยุติธรรมที่มีเวลาทำการบ้านเพียงแค่วันนี้เท่านั้น แถมยังยากอีกต่างหากสำหรับความคิดของนักเรียนที่ฟังผ่านหู แต่ก็ต้องทำใจยอมรับกันแม้พวกเขาจะวางแผนกันเอาไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะยืมสมุดใครไปลอก


ก็ไม่พ้นจอนจองกุกอีกตามเคย. . .


ไม่ใช่เพราะมันสมองที่ล้ำเลิศ หากเป็นเพียงความขยันหมั่นเพียรที่พวกเขาเหล่านั้นย่อมไม่มี จึงทุกเข้าใจผิดอยู่เสมอว่าเขานั้นช่างเฉลียวฉลาดอะไรเช่นนี้


นี่ ๆ จองกุกอ่า พรุ่งนี้เดี๋ยวฉันมาลอกนะ!” สาวใจกล้าที่ยอมพูดคุย. . .ไม่สิ ที่กลำกลืนฝืนคุยด้วยเพราะหวังผลประโยชน์กล่าวน้ำเสียงหวานใสให้ผู้ที่นั่งติดริมหน้าต่างได้ยิน จองกุกที่ไร้แว่นตามากำบังก็สบตาเข้า –– แววตาละม้ายโกรธเกรี้ยว จู่โจมให้กลุ่มสาวใจกล้าต้องใจสั่น ไม่เว้นกระทั่งเพื่อนร่วมห้องที่คราแรกมองด้วยความสมเพชต้องเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกัน



แววตาที่แผ่ความคุกกรุ่นนั่น––น่ากลัว



จองกุกพึ่งรู้สึกตัวก็สะดุ้งเล็กน้อย งุนงงและตกใจผสมเข้าด้วยกัน เพราะรอบ ๆ ตัวที่กวาดมองพร้อมเหงื่อตกต่างก็เห็นแต่ละคนมีทีท่าหวาดกลัวอะไรสักอย่าง


เกิดอะไรขึ้น ?


แน่นอนว่าเจ้าตัวย่อมไม่รู้ต้นเหตุอยู่แล้ว เพราะมัวแต่คิดว่าทำไมตัวเองถึงจำอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวาน แถมยังมาถึงโรงเรียนโดยที่ตัวเองก็ไม่ทราบอีก ความที่ว่าเห็นผู้หญิงตรงหน้าเรียกเขากลับไหล่สั่นอย่างไม่ทราบสาเหตุก็พอรู้คำตอบอยู่แก่ใจ ––ไอ้ประโยคเดิม ๆ นั่น



เดี๋ยวพรุ่งนี้จะวางบนโต๊ะให้นะ

 




 

16.45 นาที ใคร ๆ ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อ่า สวรรค์จริง ๆ  โดยเฉพาะวัยเรียนและวัยทำงานที่จะได้กลับบ้านพักผ่อน ใช้เวลาอันสั้นก่อนจะกลับไปพบวันใหม่เพื่อใช้เวลาไปกับการอยู่ร่วมกับครอบครัว ร่วมรับประทานอาหาร แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสิ่งที่พบเจอในแต่ละวันของตัวเอง พูดคุยอย่างสนุกสนาน ตามด้วยเสียงหัวเราะที่สดใสเหมือนเสียงกระดิ่งอันเล็ก



เป็นอะไรที่ [น่าอิจฉาจัง]



วันนี้ไม่ใช่เวรเขาอย่างแน่นอน แต่ก็ถูกไหว้วานให้จัดการแทนเพราะเจ้าของเวรวันนี้ต้องรีบไปดูแลน้อง ปากก็พูดว่า เดี๋ยวจะตอบแทนให้นะ  ก็เข้าหูมาเป็นร้อย ๆ รอบ แต่ก็ไม่เคยมีวันไหนที่คนผลัดเวรจะยอมทำตามที่ปากว่าไปที เป็นเพียงสัญญาลมปากที่กล่าวอ้างให้ตัวเองรอดพ้นจากสิ่งที่ได้รับมอบหมาย อีกอย่างจองกุกก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการจะไปเล่นเกมเซนเตอร์จึงได้กุเรื่องขึ้นมา  ใครต่อใครต่างคงคิดว่าจอนจองกุกนั้นปฏิเสธใครไม่เป็น


อันที่จริง เขาไม่ใช่ [ปฏิเสธใครไม่เป็น] หากเป็น [ไม่กล้าปฏิเสธ] ต่างหาก


ด้วยความที่ไม่กล้าปฏิเสธ เพราะต้องการความไว้เนื้อเชื่อใจจากคนรอบข้างสักนิดก็ยังดี เขาจึงตอบรับเสมอมา เป็นทั้งแม่แบบการบ้านให้คนในห้องลอกอยู่ทุกครั้ง ยอมทำเวรให้โดยไม่เรียกร้องสิ่งใด แม้กระทั่งยอมโดดเรียนไปหยิบหนังสือที่ปลิวตกตรงพุ่มไม้มาให้ จนต้องถูกหักคะแนนจิตพิสัย แต่กระนั้นอีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าจะใส่ใจ. . .


มือที่จับด้ามไม้ถูพื้นหยุดกลางคัน จองกุกรู้สึกลำคอเขานั้นแหบแห้งและสั่นเครืออยู่เล็กน้อย มือหนายกปาดแก้มตัวเองทั้งสองข้าง พยายามไม่ให้เสียงดังเล็ดลอดแม้ตัวเองจะอยู่เพียงลำพังในห้องเรียนที่ว่างเปล่าร้างผู้คน


หัวใจดวงเล็ก ๆ ที่ถูกบีบรัดแน่นจวนจะแตกสลายเป็นผุงผงในไม่ช้า. . .



ฮึก ฮือ ฮือ



ไม่เคยมีวันไหนเลยที่จอนจองกุกคนนี้จะได้รับสิ่งตอบแทน แม้กระทั่งคำขอบคุณ

 

 



เส้นทางที่สัญจรต่างมีผู้คนเดินขวักไขว่เต็มไปหมดไม่ต่างกับมดชุลมุน นักเรียนชั้นม.ปลายจอนจองกุกกำลังเดินก้มหน้าก้มตาไม่สนใจสิ่งใดรอบกายที่เดินพ้นผ่าน เสียงจากพ่อค้าแม่ค้าที่ก้องเรียกลูกค้าอย่างตั้งอกตั้งใจ เสียงพูดคุยระหว่างคนรักและกลุ่มนักเรียนคนอื่น ๆ ริงโทรที่ดังเป็นระยะ ๆและเสียงส้นเท้าที่กระทบกับพื้นหิน แต่กระนั้นเขาก็ยังคงจดจ่อกับการเดินอย่างมีจุดหมายปลายทาง นั่นก็คือบ้าน


ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่จองกุกกลับนึกถึง [บ้านหลังเก่า] ความทรงจำเริ่มย้อมกลับไปโผล่สถานที่ที่เขาเคยอาศัยอยู่เป็นที่แรก ––บ้านของเขา


บ้าน ที่ไร้ [พ่อ] ชอบบ่น ชอบตินู่นนี่นั่นจนมีบางครั้งต้องร้องไห้อย่างอดไม่ได้และ [แม่] ผู้ชอบตามใจลูก แต่ก็ไม่ได้จะตามใจจนเสียคน ทั้งสองคนที่มีบุคลิกแตกต่างราวฟ้ากับเหว ทว่ากลับสามารถอยู่ร่วมกันได้ราวกับชดเชยซึ่งกันและกัน เป็นจิ๊กซอว์ที่เฝ้าค้นหามานานมาต่อเติมส่วนที่ขาดหายให้ครบสมบูรณ์ นั่นคือครอบครัวที่ครบองค์ประกอบ


ไม่ต้องเริ่ดเลอมากจนต้องเป็นครอบครัวตัวอย่างแก่ใคร เพียงแค่มอบรอยยิ้ม เสียงหัวเราะให้กัน และการแสดงถึงความรักออกมาหลากหลายรูปแบบให้อิ่มเอมหัวใจ ต่อให้อยู่ในสถานการณ์เลวร้ายสุดจะแก้ไขก็ยังจับมือฝ่าฝันมันไปด้วยกัน


สถานภาพครอบครัวเช่นนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าครอบครัวไหนเลย


––จนกระทั่งเหตุการณ์ในวันนั้น วันที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งถึงสองคนให้กลับสู่อ้อมอกของพระผู้เป็นเจ้า


แต่ละเหตุการณ์ปรากฏเหมือนแสงแฟลช  ภาพของผู้เป็นบิดาที่กำลังจับพวงมาลัย ร้องเพลงอย่างสนุกสนานไปพร้อมกับแม่ที่นั่งข้าง ๆ และลูกชายเพียงคนเดียวนั่งเบาะหลัง ห่วงยางลูกเป็ดสีเหลืองอ๋อยที่อยู่ข้าง ๆ ตัวเด็กเป็นสิ่งยืนยันว่าพวกเขามีทริปที่ชายหาด ภาพของการคดเคี้ยวของยางล้อหน้าหักตามพวงมาลัยที่พ่อหันอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ด้วยความที่เด็กชายนั้นมีวัยเพียง 6 ขวบเศษ ๆ ลักษณะรูปร่างนับว่าเกณฑ์ต่ำกว่ามาตรฐานร่างกายเด็กทั่วไป เพราะสภาพร่างกายของจองกุกตอนนั้นยังนับว่าอ่อนแออยู่เล็กน้อย จึงมองเห็นเพียงท้องฟ้าสีครามที่ล่องลอยเฉื่อย ๆ เท่านั้น


ทว่าก่อนหน้ารถจะเข้าสู่แรงโน้มถ่วงของโลก ––หน้ารถที่ค่อย ๆ จมดิ่งตกลงไปอย่างน่าหวาดเสียว  ความรู้สึกลึก ๆ มันได้บอกกับเขาในวันนั้น ว่าสีหน้าของพ่อไม่เพียงแต่ตื่นตระหนกธรรมดา มากกว่าความตกใจก็คือความกลัวอะไรบางอย่างที่ตาเห็นและด้วยความอยากรู้เด็กชายจึงหันมองกระจกฝั่งซ้ายมือที่ค่อย ๆ เคลื่อนราวกับภาพสโลโมชั่น บางสิ่งบางอย่างที่มีสีดำสนิทและมีประกายแสงยามต้องแสงอาทิตย์ แม้จะหรี่นัยน์ตาที่คลอสายน้ำตาไว้ให้เห็นชัดเจน  ––แรงโน้มถ่วงก็ฉุดรั้งลงไปเสียแล้ว


ภาพของห้องสีขาวล้วนชวนโดดเดี่ยว รายล้อมด้วยลูกจ้างที่ภักดีในบ้านกอบกุมมือเล็กที่ไร้เรี่ยวแรงมาตั้งแต่ก่อนลืมตาร้องไห้โฮด้วยความดีใจล้นปรี่ แต่ทำไมในใจเด็กชายกลับรู้สึกว่างเปล่าเสียเหลือเกิน ภาพของกรอบรูปที่เก็บรูปถ่ายสองบุคคลที่รู้จักเป็นอย่างดีถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีขาวและผูกโบว์สีดำไว้เหนือหัว อยู่ในมือของสองคนใช้ที่เอาแต่ร่ำไห้จนขอบตาแดง จมูกแดง จอนกงยูว ประธานผู้บริหาร JEON Corperation ซึ่งเป็นบริษัทหลักในเกาหลีใต้และ ชเวโอซอง ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ มือขวาของประธานกงยูวและควบภรรยาผู้รู้ใจสามี


 บุคลากรทั้งสองท่านที่มักได้รับคำยกย่องจากคนอื่น ๆ ขึ้นชื่อว่าเป็น [พ่อ] และ [แม่] ของเขา


ณ วินาทีนั้นเด็กชายรู้สึกถูกแรงโน้มถ่วงขนาดมหึมากดทับราวกับต้องการตรึงอยู่กับที่ แข็งขาอ่อนระทวย ทรุดลงนาบกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบจากความเย็นของเครื่องปรับอากาศจนไรขนขาชัน แววตาสั่นไหววูบใหญ่ ยากจะหักห้ามใจฝืนกลั้นความอดทนนี้ได้เมื่อโลงศพอันสวยงามและเรียบหรูสะท้อนอยู่ในม่านตาของเขา ขอบตาเด็กชายแดงก่ำพอ ๆ กับใบหน้าและปลายจมูก ลำคอส่งเสียงสะอึกสะอื้นสลับกับการร้องโฮ น้ำมูกเยิ้มจนใกล้แตะขอบปาก จองกุกก็ใช้แขนเสื้อผู้ป่วยปาดมันออกลวก ๆ และยังคงร้องเรียกหาตามประสาเด็ก  เหล่าผู้ป่วยหรือแม้แต่นางพยาบาลที่แวะมาเข้าร่วมต่างก็ทำสีหน้าสลดใจไม่แพ้กันกับคนใกล้ชิดของเด็กชายที่กำพร้าบิดามารดาตั้งแต่วัยเพียงเท่านี้


พิธีศพถูกจัดที่อีกตึกของโรงพยาบาลเอกชนซึ่งห่างจากที่พักแรมไปแปดกิโล โลงศกที่กักเก็บร่างของศพเอาไว้ภายในถูกขนย้ายออกมาทันทีเพื่อให้เหล่าญาติ ๆ มาทำพิธีศพต่อ  ด้านหลังของเด็กชายต่างมีเสียงกระซิบกระซาบใหญ่ในหมู่ญาติ ๆ ว่าใครจะเพิ่มภาระค่าเลี้ยงดูเด็กกำพร้าคนนี้ ทั้ง ๆ ที่เลือกจะเมินเฉย แต่หูไม่รักดีกลับนำประโยคเหล่านั้นกรอกเข้าหูจนอกข้างซ้ายบีบรัดแน่น เด็กน้อยจองกุกเกือบจะร้องไห้ออกมาเสียตรงนั้น หากไม่ได้มีมือหนึ่งที่เข้ามาจับไหล่เล็กเขาไว้ ปานนี้ก็คงหมดสภาพ กลายเป็นเด็กขี้แยในสายตาคนอื่น


หญิงสาววัยทอง สวมเสื้อผ้าดูมีฐานะยิ้มตาหยีจนริ้วรอยขึ้นตามเมื่อสังเกตุเห็นเด็กชายมองด้วยสายตาระแวง มือหยาบกระด้างยกขึ้นมาลูบหัวปอย ๆ เชิงปลอบขวัญ และถ้อยคำที่สร้างความประทับใจอยู่ไม่น้อย


ปาร์คซองอึนเป็นคนเดียวที่อาสารับเลี้ยงดูเขาโดยไม่อิดออด คุณป้าเพียงคนเดียวที่มอบความรัก ความเอาใจใส่ทดแทนจองกุกที่สูญเสียพ่อแม่ไป อีกทั้งยังทำหน้าที่ของแม่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะซองอึนไม่ได้สามารถให้กำเนิดบุตรได้อีกแล้ว เธอจึงอยากจะดูแลจองกุกเสมือนลูกในไส้แท้ ๆ พวกเขาที่ต่างต้องสูญเสียบุคคลสำคัญสำหรับการมีชีวิตต่อจึงตกลงที่จะอยู่ร่วมกันเพื่อทดแทนซึ่งกันและกัน สำหรับจองกุกครอบครัวใหม่ก็ไม่ได้แย่ เพียงแต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาเฝ้าครุ่นคิดและค้นหาคำตอบมาตั้งแต่คราวนั้น วันที่เขาและป้าซองอึนอาศัยด้วยกันมาเกือบครึ่งปี


จู่ ๆ คุณป้าที่แสนใจดี ชอบซื้อของเล่นมาฝากเป็นประจำ ––คุณแม่คนที่สองของเขา ถึงได้ทำตัวเหินห่างขนาดนี้ สัดส่วนหุ่นค่อนจะอวบนิดหน่อยมักจะสั่นระริกเล็กน้อยอยู่เสมอ เมื่อเห็นจองกุกทุกครั้ง ––ยกเว้นแววตาหวาดหวั่นบางอย่างอย่างไม่คิดจะปิดบัง


มันเป็นแบบนั้นอยู่ทุกครั้ง หากเดินผ่านก็ได้รับความเคารพ เมื่อเข้าใกล้เธอก็จะเริ่มส่งเสียงและกรีดร้องในเวลาต่อมา สรรพนามที่เจ้าตัวเคยเรียกมาตลอด [จองกุกอ่า] ชื่อเล่นที่เขาชอบมากเวลาป้าซองอึนเรียก เมื่อไหร่กันที่เธอจะใช้สายตาเช่นนั้นมองเขาแล้วจะทักทายด้วยสรรพนามห่างเหินว่า [คุณจองกุก] เมื่อไหร่กันที่ระยะห่างของเราเริ่มออกห่างจวนจะเป็นคนแปลกหน้ามาอาศัยร่วมกันเฉย ๆ อ่า ไม่สิ ก็คนแปลกหน้าไปแล้วนี่


ไม่ว่าเวลาจะผ่านพ้นไปสักเท่าไร จองกุก็ยังคงภาวนาอยู่ลึก ๆ ว่าได้โปรดขอให้คุณป้าซองอึนกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนเถอะ. . .สักครั้งก็ยังดี   


เหอะ! โลกสวยจังนะ. . .


“!!!” จองกุกหลุดจากภวังค์ถึงความหลัง หยุดเดินกึกทันที หันขวับทั้งซ้ายขวาที่เริ่มไร้ผู้คนเดินเตร็ดเตร่ เพราะถนนเส้นนี้แทบไม่มีย่านร้านค้าหรือห้างให้มาชุกชุม มีแต่ย่านคาราโอเกะกับร้านเหล้าเท่านั้นที่มาประปราย กวาดมองผู้คนที่พบเจอในบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว เริ่มต้นจากเสาไฟฟ้า สองสาวแต่งตัวสไตล์พั้งค์สูบบุหรี่อยู่ด้วยท่าทีชิว ๆ  ต่อมาก็ตามม้านั่งที่มีร่างท้วมนอนหงายอยู่ โดยมีเศษหนังสือพิมพ์ห่มแค่เฉพาะตัวเท่านั้น  จบท้ายด้วยชายแก่ร่างผอมแห้ง หนังเนื้อติดกระดูก ทรงผมแห้งกรังทรงรักนกสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ นั่งอยู่ขอบถนน ––ไร้วี่แววคนกระซิบที่เอ่ยอยู่ข้างหู


แถมเสียงเมื่อครู่ที่ได้ยินนั้นเป็นเสียงผู้ชายที่คาดว่ามีอายุรุ่นคราวเดียวกับเขาหรือไม่ก็อายุต้องน้อยกว่าแน่นอน ประโยคเมื่อกี้เต็มไปด้วยความประชดอย่างแท้จริง แต่ทำไมน้ำเสียงช่างฟังดูคุ้นเคยเหลือเกิน


หรือเมื่อกี้เขาหูฝาดเหรอ ??? จองกุกนึกสงสัย มือจับคางมนครุ่นคิดอย่าละเอียดถี่ถ้วน ––สักพักก็หน้าซีดเขียว หันมองสะเปะสะปะอีกครั้งก่อนจะเร่งฝีเท้ายิ่งขึ้นราวกับตนเป็นนักกรีฑากำลังซ้อมเดินเร็วอย่างไรอย่างนั้น เพราะจองกุกคิดไปเองว่าเขาเจอของดีเข้าให้แล้วนะสิ. . .


เพิ่มสมรรถภาพของขาให้พ้น ๆ จากที่นั่นได้สำเร็จ ก็กลับไปเดินตามปกติ มีบ้างที่จะระแวงหลังเป็นครั้งคราวเพื่อความสบายใจนิด ๆ


จองกุกเป็นคนที่กลัวผีมาก ต่อให้เป็นผีปลอมหรือผีในทีวีก็เล่นเอาใจกระตุกใหญ่จนหล่นไปอยู่ตาตุ่มแทบทุกครั้ง. . .


แต่น่ากลัวก็ผี ก็คงเป็น. . .


เฮือก!!! อีกแล้ว. . .มันเป็นอีกแล้ว



กลีบปากอ้าไว้เพื่อกอบโกยอากาศจากการหายใจขาดห้วง ในขณะเดินสะเปะสะปะ ใช้ไหล่พิงผนังตึกหนึ่งไว้ประคับประคองตัวเอง มือทั้งสองข้างเข้าโอบรัดลำตัวไว้แน่นราวกับต้องการหยุดความรู้สึกเมื่อเช้าที่จู่โจมจนทั่วทั้งร่างกายสั่นสะท้านเหมือนคนเป็นไข้อย่างหนักนี่ให้กลับเป็นปกติ ก็ยังดีที่อย่างน้อยสติยังอยู่ครบบางส่วน ไม่ถึงกับจะต้องกรีดร้องแบบเดียวกับเมื่อเช้าอีก แต่ก็เกือบ


ยังได้เอ่ยถึงก็มีปฎิกิริยาต่อต้าน ไม่เคยคิดถึงว่าชื่อนั้นจะมีอิทธิพลรุนแรงกับเขาแบบนี้ ––ชื่ออัปมงคล


แขยงหู. . .ไม่อยากได้ยินอีก. . . น่าจะหาย ๆ ไปซะ––


. . .หายไปซะได้ก็ดี จองกุกพึมพำโดยไม่รู้ตัว และเป็นอีกครั้งที่สะดุ้งโหยงจนลืมไปเลยว่าเคยเอ่ยอะไรไป จู่ ๆ ก็มีคนแผดเสียงลั่นใกล้ ๆ ราวกับขอความช่วยเหลือ จากนั้นก็เงียบกริบเหมือนก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเสียงกรีดร้องเจ็บปวด


อ่า เขารู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น


ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ไม่คิดลังเลจะวนกลับไปช่วย. . .เพราะอะไร ???


บางทีจองกุกก็ควรสำเหนียกไว้สักหน่อย ว่าการทำตัวเหมือนฮีโร่ก็ไม่ต่างกับแมงเม่าบินเข้ากองไฟด้วยความเต็มใจ. . .

 

 



แค่อึดใจเดียวเขาก็มาถึงต้นตอของเสียงกรีดร้อง มันมาจากในหลืบหนึ่งซึ่งเป็นหลังร้านสักที่ เพราะมีหลอดไฟจากหลังร้านค่อยช่วยเพิ่มการมองเห็นในที่มืด จึงทำให้ในซอยนี้มองเห็นเกือบจะทั่วถึง และเขาก็เห็นผู้ชายร่างผอมแห้งเหมือนไม้ตะเกียบ สวมสูทสีน้ำตาลอ่อนโดยด้านในของเสื้อเชิ้ตกลับเปื้อนด้วยคราบเลือดที่มาจากริมฝีปากกึ่งนั่งกึ่งนอน พนมมือวิงวอนให้ปล่อยเขาไป หากมองอีกทีตอนที่ผู้ชายคนนั้นเผยอปากเพื่อจะพูด จะรู้เลยว่าส่วนใหญ่น้ำสีแดงจะทะลักจากเหงือกเปล่า ส่วนฟันที่หลุดก็เรี่ยราดพื้นใกล้ ๆ ผู้ชายคนนั้น


เหลือบขึ้นมาอีกทีก็จะพบร่างชายฉกรรจ์ถึง 3 คน หนึ่งในนั้นจะมีคนหนึ่งที่ผอมอยู่นิดหน่อยยกรองเท้าผ้าใบเปื้อนฝุ่นกดทับไหล่บางของชายคนนั้นจนล้มระนาบเดียวกับพื้น ความเจ็บปวดจาการถูกเหยียบไหล่แล่นริ้วจนกรีดร้องอีกครั้งทั้งน้ำตา จองกุกเห็นคนที่เดาไว้ลึก ๆ ว่าคงจะรุ่นเดียวกันแสยะยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม และขาก็ยังคงกดย้ำไปเรื่อย ๆ สองชายฉกรรจ์ข้าง ๆ ก็หัวเราะใส่ผู้ชายที่นอนดิ้นไปมาเหมือนถูกน้ำร้อนลวกโดยไม่ใส่ใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นตายร้ายดียังไง ยิ่งเน้นย้ำหัวไหล่มากเท่าไหร่ เสียงกรีดร้องก็ยิ่งทวีคูณมากเท่านั้น เสียงดังซะขนาดคนอยู่ไกลต้องได้ยินแน่ก็กลับไร้ผู้มาช่วยเหลือ


ไม่มีใครอยากจะเสนอหน้า โดนลูกหลงด้วยหรอก ยกเว้นคนที่กำลังทำตัวเป็นฮีโร่ยืนมองด้วยความตกตะลึง


ภาพตรงหน้าซ้อนทับกับสิ่งที่เขาเคยโดน ทั้งใบหน้าเยาะเย้ย เสียงหัวเราะด้วยความสะใจ  น้ำหนักของแรงเท้าที่ไม่คิดจะผ่อนแรงและสีหน้าทรมานของฝ่ายถูกกระทำ


ความมั่นใจที่คิดอยากจะช่วยเหลือ บัดนี้ถูกความกลัวครอบงำอีกครั้งจนขาสั่นพับ ๆ และล้มลงไปไร้คนผลักดัน


 เมื่อก้นลงพื้นตุบจึงเรียกพวกมันหันมาทั้งหมด แสงจากหลอดไฟทำให้จองกุกได้เห็นโครงรูปหน้าชัดเจนกว่าเดิม คนลงมือทำร้ายผู้ชายวัยทองมีใบหน้ายาวแต่คางเบี้ยวไปทางขวา หางตาเฉียงขึ้นทำให้ดูตาเล็กกว่าเดิมทำหน้าไม่พอใจ สวมจิวจมูกสีเงินดูเถื่อน ไว้ทรงผมปอมปาดัวร์ยกดูหน้ายาวกว่าเดิมด้วยซ้ำ อีกทั้งหูทั้งสองข้างก็เต็มไปด้วยตุ้มหูอันแหลมคมจนดูน่ากลัวมากว่าดิบเถื่อน ส่วนสองคนที่เหลือที่มายืนขนาบทั้งซ้ายก็มีเพียงรูปร่างอ้วนท้วมและสูงใหญ่กว่าคนตรงกลางเท่านั้นราวกับมีไว้เพิ่มความน่าเกรงขาม 


ส่วนผู้ชายคนนั้นก็หมดสติไปจนคนทำจิ๊ปากไม่พอใจ ของเล่นแก้เซ็งสำหรับพวกมันจึงต้องเปลี่ยนอันใหม่ และสายตาของมันก็หันไปทางจองกุกที่นั่งตัวสั่นเทิ้ม มันแสยะยิ้มให้


ทำไม จะไปบอกตำรวจเหรอ หื้มเสียงแหลม ๆ เปล่งออกมาอย่างขี้เล่น ขายาว ๆ ของเด็กหนุ่มตรงกลางก้าวออกมาเพียงก้าวเดียวก่อนจะสะเอวทั้งสองข้างลดท่อนบนต่ำมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายียวน จองกุกยังคงนั่งสั่นระริกอย่างเดียว ไม่คิดจะตอบคำถามเพราะตอนนี้ในหัวขาวโพลน


ฉันยุนวอนกี คนที่อ้างว่าเป็นวอนกีเอ่ยก่อนจะถามกลับ แล้วนายชื่ออะไร


ฉะ ฉะ ฉัน. . . ด้วยความตกใจทำให้ลิ้นพันกันจนพูดไม่ได้ศัพท์ แต่กระนั้นวอนกีก็หลับตายกมือห้ามไว้พร้อมรอยยิ้มชวนขนลุกหลังจบประโยค


อ้อ ไม่ต้องบอกหรอก ไม่อยากรู้ ว่าแต่นายเห็นนี้ไหม วอนกีบอกให้จองกุกมองตามนิ้วที่ชี้ไปยังชายวัยทองที่สลบไม่ได้สติแล้วจึงเข้าสบตาวอนกีด้วยท่าทีเหมือนผู้อ่อนแอ นั่นคือของเล่นแก้เซ็งพวกฉัน เพราะว่ามันพยายามจะแย่งเงิน พวกฉันก็เลยลากมันเข้าต่อย แม่งอ่อนปวกเปียกชิบหาย แต่ก็ยังสู้ดิ้นรนจะเอาเงินจากพวกฉันไปให้ได้ รู้ไหมก่อนจะเหยียบมันให้จมดิน มันว่าอะไร?”


จองกุกส่ายหน้าช้า ๆ ในขณะที่วอนกียังคงรอยยิ้มไว้ ––ชวนขยะแขยง


มันตะโกนใส่ว่า ฉันมีลูกมีเมีย! เงินก้อนนี้สามารถประทังชีวิตได้ทั้งเดือน! พวกเด็กงี่เง่าอย่างพวกแก วัน ๆ ก็เอาแต่ผลาญเงินพ่อแม่อยู่นั่นแหละ พอใช้หมดก็ผันเป็นนักเลงขโมยของคนอื่น ไอ้เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!! จากนั้นก็ต่อยใส่ วอนกีกล่าวและจริตเสียงให้สมจริง ในขณะที่พูดไปก็แสดงสีหน้าไปด้วย เรียกว่านับประโยคที่ฟังเต็มไปด้วยหลากอารมณ์ แต่พอวอนกีจบด้วยคำว่า 'ต่อย สายตาก็กลับไปมองจองกุกจุดเดียวก่อนจะหัวเราะคิกคักอ้อ หมายถึงฉันเข้าไปต่อยมันเลยนะ เห็นเอาแต่พล่ามอยู่นั้นก็เลยคันไม้คันมือ แต่ดันเล่นแรงไปหน่อย ฟันหลุดไปหลายซี่. . . พ่อกูก็ไม่ใช่อย่าริมาสั่งสอนซะให้ยาก


วอนกีกล่าวเสียงหนักแน่นจนทั่วร่างจองกุกกระตุกเฮือก ทันใดนั้นเองร่างของชายฉกรรจ์ก็เข้ามาขนาบทั้งซ้ายขวา ต้นแขนอวบสอดเข้าสู่เอวสอบหมายจะยกร่างของเขาขึ้นมา เหตุการณ์ของเมื่อวานเริ่มซ้อนทับเข้ากัน. . .


ก็นั่นแหละ พอพูดแล้วแม่งก็ของขึ้นอีกละ ไหน ๆ นายก็พลาดมาเจ๋อถึงที่ ยอม ๆ เป็นที่รองรับอารมณ์กูหน่อยเถอะ!”


หลังของจองกุกชนเข้ากับกำแพงก้อนอิฐจัง ๆ ตรงหน้าเขาถูกรายล้อมด้วยพวกของวอนกีทั้งสิ้นจนไร้ทางออกหลบหนี ––ราวกับสุนัขจนตรอก


เขาไม่น่า. . .มาเลยจริง ๆ


เห้ย พวกมึง กูขอจัดการก่อน แม่งเห็นหน้าหล่อ ๆ มันแล้วอยากซัดซักสองสามหมัดให้หน้าแหกวะวอนกีหักนิ้วดังกร๊อบแกร๊บ ราวกับจะเบ่งอำนาจความเป็นนักเลงในตัวให้จองกุกขยาด


จะทำอะไรก็เชิญ แต่เหลือสภาพดี ๆ ให้พวกกูเล่นต่อมั้ง ไอ้คนห่าเมื่อกี้ก็สนุกอยู่คนเดียว หนึ่งในสองชายฉกรรจ์ว่า ส่วนวอนกีก็กอดเอวหัวเราะด้วยความสะใจ ก่อนสายตาแน่วแน่ถือดีจะสบเข้ากับจองกุกที่กอดกระเป๋านักเรียนแน่น หลุบตาต่ำจนผมหน้าม้าปรกไว้


คร้าบ ๆ กระผมจะแบ่งให้นะ. . . วอนกีกล่าวจบ ก็หันมองจองกุกตรงหน้าอีกครั้ง จู่ ๆ เหยื่อที่หมายจะเล่นสนุกสักหน่อยก่อนจะขโมยเงินไปเข้าผับควงสาวสักหน่อยกลับมีท่าทีต่างจากไปเมื่อกี้ ––ความสงบนิ่งนี่มันอะไร


แต่ด้วยความหยิ่งผยอง คาดไว้ว่าคงจะยืนช็อคหมดสติไปเพราะกลัวพวกเขา นั่นจึงทำให้วอนกีรับอาสาปลุกอีกฝ่ายด้วยการพูดข่มขู่


เห้ย กลัวจนยืนช็อคไปเลยเหรอ ห๊า! ไอ้หน้ากรวก  น้ำเสียงยีวนบวกกับท่าทางหาเรื่องหวังจะเพิ่มความโฉดของตัวเอง แต่นั่นกลับทำให้อีกฝ่ายที่ดูจนมุมแค่นหัวเราะ ––ยกมุมปากขึ้นราวกับได้ชัยไปกว่าครึ่ง



ไอ้หน้าโหลอย่างมึง คิดว่าตัวแม่อยากจะเอาทำพันธ์รึไง หื้ม



 “มึงนะมึง––อั่ก!!


วาจาหยาบช้าบั่นทอนความมั่นใจสำหรับคนที่ติ่งจิวตุ้มหูอย่างหนัก สำหรับวอนกีถือว่าไอ้หน้ากรวกตรงหน้าคิดจะท้าทายฝีมือของเขาซะแล้ว อีกทั้งยังขุดปมด้อยใบหน้าที่มีมาแต่เกิดให้เจ็บแค้นใจ ด้วยความที่วอนกีมีพื้นฐานอารมณ์ร้อน ไม่คิดหน้าคิดหลังถึงผลกระทบที่ตามมา จึงไม่รังรอยกหมัดซ้ายหมายที่เต็มไปด้วยความโกรธจัดจะซัดไอ้เหี้ยนี่ให้ฟันร่วงไปซะ


แต่เพราะวอนกีช้าไปก้าวเดียว มัวแต่หลงภวังค์ความโกรธแค้นมากเกินไปจนไม่คิดจะเพิ่มการป้องกัน ข้อมือแขนข้างซ้ายถูกไอ้หน้ากรวกเมื่อครู่จับแน่นเจียนกระดูกจะหัก ดึงกระชากวอนกีที่พึ่งได้สติเข้าหาตัว จนวอนกีรู้สึกได้ว่าตัวเองไหล่หลุดก่อนจะวาดขาให้ท่อนบนหมุนด้วยใช้ศอกแหลมข้างขวาซัดเข้ากระพุ้งแก้มวอนกีเต็มแรง จนร่างที่คุ้นตากระเด็นไปทางที่ถูกศอกซัดใส่ สลบลงไปนาบกับพื้น คางที่เบี้ยวอยู่กลับเบี้ยวหนักไปอีก  แถมวอนกีสลบแบบอ้าปากค้าง จึงเห็นคราบเลือดล้นทะลักจากร่องเหงือกเปล่า ส่วนฟันที่กระเด็นเพราะแรงศอกแหลมก็ตกอยู่เหนือหัววอนกีราวกับที่ฟัดเหวี่ยงไปเมื่อครู่หวังจะให้เป็นของแถมที่กล้ามาเล่นกับไฟอย่างเขา


ตาต่อตา ฟันต่อฟัน แรงมาต้องแรงกลับเป็นเท่าตัว. . .


สักพักก็ฉุดคิดอะไรเล็กน้อย


ยุนวอนกี. . .วอนกี. . . ผู้มีพละกำลังแข็งแรง. . .


ริมฝีปากกระตุกยิ้ม ในขณะที่มองผลงานตัวเองด้วยท่าทีหยิ่งยโส


ไอ้หน้าเหี้ยนี่ไม่เห็นจะเก่งสมชื่อมันเลยสักนิด


ตายซะเถอะมึง!!” ด้านหลังของผู้ที่ทำร้ายพรรคพวกของมันไปเมื่อกี้ก็ปรากฎชายฉกรรจ์เบอร์หนึ่ง. . .เพราะพวกมันไม่ได้บอกชื่อก็เลยไม่รู้จะเรียกอะไรดี จึงนิยามไอ้คนที่โผล่มาด้านหลังหวังจะลอบโจมตีเป็นเบอร์หนึ่ง ส่วนไอ้คนที่สองที่อยู่หลังเบอร์หนึ่งรอจังหวะก็เป็นเบอร์สองก็แล้วกัน


จองกุกมองเงาที่เริ่มใหญ่ขึ้นมา ––มองทุกอิริยาบทของเงา จากนั้นจึงเอี้ยวร่างที่เล็กกว่าและมีความว่องไวกว่าเข้าหันใส่ ยกหน้าแข้งขึ้นใส่ใต้หว่างขาของเบอร์หนึ่งที่วิ่งถ่างขา ใส่แรงทั้งหมดในครั้งเดียวให้ไอ้นั้นระบมหรือไม่ก็แตก ๆ ไปซะจนไร้สมรรถภาพการสืบพันธ์ ตัวเบอร์หนึ่งที่พลาดท่าภายในเวลาไม่กี่นาทีก็มีสภาพเดียวกับวอนกี ––ล้มพับใต้เท้าเขา และความเจ็บปวดยังส่งผลอยู่ต่อเนื่องจนขยับตัวไม่ได้อีกต่อไป จองกุกมองเบอร์หนึ่งด้วยความสมเพช


ว่าแต่เคยมีคนสอนบ้างไหมว่าเวลาจะลอบทำร้ายใครต้องหุบปากนะ ??? อ่า ลืมไป. . .พวกหน้าโง่ ๆ อย่างพวกมึงคงไม่รู้เรื่องหรอกเนอะ ว่าไหม สองพยางค์ท้ายประโยคกล่าวลากยาน ก่อนหางตาจะมองเบอร์สองที่ตอนแรกยืดหลังตรงอกผายไหล่ผึ่ง บัดนี้กลับมีสภาพไม่ต่างกับตัวจองกุกที่มาเจอเหตุการณ์เลวร้ายอย่างนึกสมเพชอีกราย เบอร์สองกำมัดแน่นราวกับหาหนทางการเอาชนะผู้ชายตรงหน้า แต่คงเป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูด เพราะมักผยองในกำลังกลุ่มมากกว่ากำลังตัวเองจึงมักได้เปรียบเสมอ แต่นี่มันอะไร!?


3 รุม 1 หรือ 1 รุม 3 กันแน่ !!


ไม่คาดคิดว่าไอ้คนที่มีท่าทางอ่อนปวกกเปียกจะน่ากลัวได้ถึงขนาดนี้ ราวกับที่ผ่านมาจงใจจะแกล้งให้ดูต่ำต้อยกว่าเพื่อตบตาพวกเขา !!


ทันใดนั้นก็เหลือบเห็นเบอร์หนึ่งส่งซิกทางสายตาให้โดยที่จองกุกไม่ทราบ เพราะหันหลังให้เบอร์หนึ่งเต็ม ๆ เบอร์สองมีท่าทีอึกอัก ใจหนึ่งก็อยากจะซัดมันให้หมอบ ให้สมกับที่มันกล้าท้าทายอำนาจพวกเขา ใจหนึ่งก็หวาดกลัวเหลือเกินว่าอาจจะมีโอกาสสูงที่จะมีสภาพพิกลการชั่วคราว


แต่เขาก็เลือกที่เผชิญกับคนตรงหน้าทันทีที่เห็นเบอร์หนึ่งคว้าหมับจับขาซ้ายของจองกุกไว้ สาวขาวิ่งพร้อมหมัดขวาที่ใส่สุดแรงเกิด ส่วนจองกุกที่ถูกเบอร์หนึ่งตรึงไว้กับที่โดยไม่คิดจะหลุดหนีก็ถอนหายใจยาวก่อนจะใช้ขาขวาเป็นฐานมั่นในการเตะในครั้งนี้



. . .อุตส่าห์จะเว้นให้กลับไปฟ้องแม่แล้วนะ



ทันทีที่สายตาดุจเหยี่ยวมองสิ่งที่กำลังพุ่งเข้าตนโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ก็ยกขาซ้ายที่ถูกตรึงราวกับโซ่ไว้เมื่อครู่ ใช้หน้าเท้าใส่แรงของกล้ามขาซัดเข้าคางของเบอร์สองดังป้าบ!สลบไปทางซ้าย ในขณะเดียวกัน ด้วยความที่เบอร์หนึ่งเสร่ออยู่ใกล้เขามากเกินไป แขนที่จับข้อเท้าอย่างหนาแน่นก็ต้องไปตามแรงของขายาวที่เอนเอียงไป จน. . .



กร๊อบ!!!


อ้ากกกกกกกกกกกกกก!!!!!



แขนข้างซ้ายของเบอร์หนึ่งหักเป็นที่เรียบร้อย. . .


เพราะแขนที่เต็มไปด้วยไขมันหรืออาจจะซ่อนกล้ามเนื้อไว้ของเบอร์หนึ่งใช้การไม่ได้อีกต่อไป ข้อเท้าของจองกุกจึงเป็นอิสระ และไร้บาดแผลไว้ให้เป็นที่ระลึก


กะ แก แกเป็นใครกัน แน่!!”


ขณะที่จองกุกกำลังเดินไปเก็บกระเป๋านักเรียนที่ตัวเองปล่อยทิ้งไว้ก่อนจะใส่ศอกวอนกี เบอร์หนึ่งที่มีสติอยู่เพียงลำพังจึงตะโกนถามจากด้านหลัง  จองกุกที่ยืดตัวขึ้นพร้อมกับร่างชายที่ยังไม่ได้สติสักที หมายจะออกจากที่เส็งเคร็ง เมินเฉยต่อคำถามเมื่อกี้แล้วก้าวนำเพื่อจะไปที่ที่หนึ่ง โดยข้างหลังเขาก็ยังมีเสียงตะโกนของเบอร์หนึ่งร้องเรียก


แต่ถึงแม้จะไม่รู้ชื่ออของคนที่มีศักด์เป็นศัตรูเต็มตัว มันก็มีคำตอบบ่งบอกจากตัวมันอยู่แล้ว. . .


ชุดเครื่องแบบของโรงเรียนฮันจองริม. . .


โรงเรียนเดียวกับลูกพี่. . .

 




 

เวลานี้ก็ปาไป 18. 52 เกือบจะทุ่มแล้ว จองกุกต้องเสียเวลากับการพาชายวัยทองซึ่งมีสภาพเกือบปางตายไว้ตรงหน้าร้านขายยาที่ต้องวนกลับไปอีกเส้นทาง เมื่อวางและจัดเตรียมท่าให้เหมาะสมกับอีกฝ่าย เขาก็ยืดตัวขึ้นไปกดออดยาวให้ที่พักอาศัยที่เป็นทั้งร้านและบ้านคิดว่าเป็นคนนอกมากดเล่น จากนั้นก็รีบไปพ้น ๆ จากตรงนั้นก่อนจะถูกเข้าใจผิด


ในขณะที่ลงส้นเท้าเดิน พร้อมรับกลิ่นของลมหนาวที่พัดอย่างเฉื่อยฉิวเข้าปะทะกับผิวไข่ค่อนจะซีดเพราะลม ส้นเท้าก็หยุดกึกตรงหน้าตึกที่มีขนาดสูงใหญ่พอตัวหรือก็คือม่านรูด สายตาของจองกุกปะทะกับคู่ควงคู่หนึ่ง โดยฝ่ายชายมีลักษณะอ้วนกลมราวกับลูกบอล และมีส่วนสูงค่อนข้างเตี้ยกว่าฝ่ายหญิงอยู่มากโข เดินควงแขนกระหนุงกระหนิงเข้าไป


ตามด้วยเขาอีกที. . .


ยินดีที่ต้อนรับครับ––


กุญแจห้อง 402 ก่อนที่พนักงานต้อนรับชายจะกล่าวต้อนรับ จองกุกก็ดักไว้ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แผ่ความเย็นชาให้อีกฝ่ายหุบปาก พนักงานต้อนรับก็จำใจทำตาม ยื่นกุญแจตามหมายเลขที่จองกุกบอกก่อนจะค้อมตัวให้กับแผ่นหลังยืดตรงก่อนจะขึ้นลิฟต์ไป


ไม่ทันไรลิฟต์ก็มาถึงชั้น 4 หลังจากที่ก้าวขาเรียวไปหยุดที่ห้อง 402 ตามหมายเลขกุญแจ จองกุกก็ไม่รีรอเสียบลูกกุญแจแล้วบิดเข้าไป ปรากฏร่างอันคุ้นตานอนหงายอยู่บนเตียง พยายามจะกระเสือกระสนกระชากเชือกที่มัดข้อมือและข้อเท้าไว้จนเกิดรอยช้ำแดงม่วงและเกล็ดเลือดบางจุดที่สมานตัว  อีกทั้งยังถูกผ้าผืนสีดำปกปิดการมองเห็นและปากอีกด้วย จึงมีแค่ประสาทสัมผัสการได้ยินเท่านั้นที่รู้ว่าไอ้เหี้ยเมื่อวานกลับมาแล้ว


อ่อยอูเอี๋ยวอี้!!!!(ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!!!)


ประโยคเดิมที่ตะคอกตั้งแต่รู้สึกตัว. . .


จองกุกเลื่อนเก้าอี้หันหน้าไปหาคนที่ชอบวางท่าเป็นนักล่าตัวดี. . .อดีตนักล่าต่างหาก ที่อาการคลุ้มคลั่งมากกว่าเก่าเสียอีก แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไหร่ หรือให้ถูกก็คือไม่เคยแม้แต่จะคิดสักนิด


นี่นะหรือ คนที่ใคร ๆ ก็กลัวหนักกลัวหนา. . .เหอะ


อูออกอ่าอ่อยอ้ออ่อยอิวะ!!!(กูบอกว่าปล่อยก็ปล่อยสิวะ!!!)


ถึงแม้จะมีผ้าปิดปากไว้ลดเสียงอันน่ารำคาญไว้ แต่พอเข้าจริง ๆ ก็คิดว่าดีแล้วที่ปิดไว้ ให้ข้างห้องเข้าใจผิดว่าพวกเขานะร้อนแรงกันแค่ไหน ตัวแทฮยองก็ยังไม่ล้มเลิกที่ว่าจะกระชากเชือกบ้า ๆ นี่ออกกลางคัน เรือนร่างบางที่แต่ร่องรอยสีแดงฉานช้ำไปเกือบททั่วตัวที่มาจากการเล่นของเขากระสับกระส่าย ดิ้นพล่านเหมือนคนบ้ามากไปทุกทีเมื่อความหงุดหงิดที่ไม่สามารถหลุดพ้นจากการถูกตรึงไว้กับเตียงตั้งแต่ลืมตาก็เพิ่มทวีคูณยิ่งกว่าเดิม


เพราะมัวแต่สนใจกับเชือกเส็งเคร็งจึงลืมไปเลยว่าตัวการที่จองจำเขาไว้เริ่มคลืบคลานมาอยู่ใกล้ ๆ


อยากตายมากขนาดนั้นเลยเหรอ แทฮยองสะดุ้งโหยงทันทีที่ได้ยินเข้า ถึงแม้จะมองไม่เห็น แต่ความรู้สึกไรขนเกิดชันขึ้นมาก็รู้สาเหตุ จู่ ๆ ก็ถูกมือดีของอีกฝ่ายกระชากผ้าที่ปิดปากไว้ เขาจึงสามารถที่จะตอบได้อย่างปกติ แต่อดีตนักล่ายังคงมีท่าทีหยิ่งยโสเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือสวนคำถามกลับไป


มีสามัญสำนึกเป็นห่วงคนด้วยเหรอ และแทฮยองก็ได้ยินเสียงแค่นหัวเราะราวกับเยาะเย้ย จนมีความคิดไว้ในใจว่าหากหลุดไปได้เมื่อไหร่เขาจะคืนให้ทบต้นทบดอก!


มี แต่กับสัตว์ต่ำ ๆ ก็ไม่ ราวกับจะมอบนิยามของถ้อยคำที่เน้นย้ำทีละตัวชัด ๆ ไว้ให้แทฮยอง ––เจาะจงโดยเฉพาะ จนอีกฝ่ายต้องอาละวาดอีกครั้ง ถึงแม้การที่จะปัดป่ายแขนและขาเริ่มจะมีเลือดซิบส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งกับน้ำยาของเครื่องปรับอากาศก็ตาม จองกุกก็ไม่ได้หวังให้อีกฝ่ายจะอยู่เงียบ ๆ หรอก


ยิ่งพยศ. . .ยิ่งต้องถูกเสี้ยมสอน


อ่า อาละวาดได้ขนาดนี้ คงมีแรงเหลือเฟือใช่ไหม ทันใดนั้นแทฮยองก็หยุดชะงักกึกราวกับถูกแช่เป็นน้ำแข็ง ในขณะเจ้าของประโยคเริ่มยื่นใบหน้าหล่อคมคายเข้าหาใบหู


––ชักชวนด้วยเสียงกระซิบของปิศาจ


สัก 5 เลยดีมั้ย ?แทฮยองรู้สึกข้างแก้มชื้นเหงื่อ ไรขนชันโดยอัตโนมัติซึ่งไม่ใช่มาจากอุณหภูมิเครื่องแอร์แน่นอน เขาเข้าใจความหมายของตัวเลขนั่นเป็นอย่างดี ––ไอ้การกระทำต่ำช้านั่น. . .



ไหน ๆ ก็ไหน ๆ . . .เรามาย้อนบทรักเมื่อวานไหม เมีย







 

ฉากที่รอคอย !! (รึเปล่านะ)

ไรท์มีข่าวจะบอกคะว่า เปลี่ยน # แล้วนะ

เป็น #กุกวีใจเถื่อน 

ติดแท๊กหน่อยเป็น กลจ. อีกทางให้ไรท์นะคะ

 

Ps. ขอลบชื่อตอนนะคะ เพราะคิดไม่ออก 

Ps2. ถ้ารีดคนไหนเก่งสำนวนอังกฤษก็ช่วยไรท์ตั้งชื่อตอนเจ๋ง ๆ ด้วยนะคะ 

_______________________

 

เบื้องหลังของนิยาย (ฉากตอนที่เบอร์หนึ่งถามจองกุกเวอร์เลวนะคะ)

 

จองกุกเวอร์เลว : รู้งี้น่าจะตอบมันไปว่าแค่คนที่ผ่านทางมาเท่านั้นเอง. . .เสียดายโอกาส

 

ผู้แต่ง : ก็อปเรื่องไรมาป่าวคะ ??? 

 

จองกุกเวอร์เลว : . . .

  
T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

140 ความคิดเห็น

  1. #132 buai5679 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 01:39
    ไรท์~~~~ กลับมาต่อได้มั้ยขอร้องหละ ฮือออออออออ ชั้นชอบเรื่อง ไม่รู้จะหาเรื่องแบบนี้ได้ที่ไหนอีก ได้โปรด ได้โปรดด วีต้องรับรู้ถึงสิ่งที่จองกุกได้รับ อ้ากกกกกกกก
    #132
    0
  2. #129 kurojin2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 19:46
    อรั้ย แบด แบดๆๆๆบอย ชอบ สุ้ๆา
    #129
    0
  3. #122 Whan301295010891 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 10:14
    ขอจองกุกเวอร์เลวนานๆ เราเปล่าโรคจิตนะ55555555
    #122
    0
  4. #121 Flint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 19:34
    ทำไมสีตัวอักษรของเราจ๊างจาง เป็นเฉพาะแชปนี้ด้วยอ่ะ
    #121
    1
  5. #120 spinsong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 23:21
    หื้มมมมม 10 ยกเลยเถอะกุก555555 อ้ากกกกกเถื่อนได้ใจชอบบบ รอรอออ
    #120
    0
  6. #119 vpvlvovy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 03:06
    จองกุกเวอร์เลวอยู่นานๆนะ เลาชอบ /บ้าเราไม่ได้โรคจิต
    #119
    0
  7. #118 zanderpp00 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:00
    ดิบเถื่อนได้ใจมากกกก ตามหาฟิคเเนวนี้มานานเเล้ว งื้ออ
    #118
    0
  8. #117 spinsong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 23:57
    กุกสู้ๆนะะ งื้อออออออ
    #117
    0
  9. #116 Sendou Nunny (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 22:23
    เข้มแข็งไว้นะกุกอ่าาาา
    #116
    0
  10. #115 LITTEL PEACH (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 20:18
    มาแล้วๆ ไรท์กลับมาแล้ว เย่
    #115
    0
  11. #113 m_mark2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 16:33
    อ้ายไรท์มาต่อแล้วหรอ เริ่ด
    #113
    0
  12. #112 vpvlvovy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 15:57
    ดีใจ รอเรื่องนี้มาก มาต่อเถอะนะคะ
    #112
    0
  13. #111 MaiPCN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 15:34
    รอนะคะ
    #111
    0
  14. #105 Flint (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 20:58
    สู้ๆจ้าาา
    #105
    0
  15. #88 songsonglove2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 22:48
    งื้ออออออรอนะคะะะ เราจะรอวันที่ไรท์มาอัพเรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อ
    #88
    0
  16. #86 1230Kimv (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 17:43
    สู้ๆนะคะ :)
    #86
    0
  17. #85 winnywaralees (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 15:00
    นึกถึงวันจันทร์ที่ 16 แล้วขนพองสยองขวัญ โฮ~~ ไม่ทิ้งหรอก จะตามเรื่อยๆ ค่ะ
    #85
    0
  18. #84 BunNy'girl ❤ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 12:34
    รอนะ ~T_T~
    #84
    0
  19. #83 Budsada Painujit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 09:34
    เข้าใจนะ~ สู้ๆนะคะ จะรอค่ะ รอต่อไป รอในวันที่ไรท์มาอัพ 555555555 ><"
    #83
    0
  20. #81 It's_my_style (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 08:47
    สู้ๆนะยังไงเราก็จะติดตามค่ะ! ไรต์พูดถูกเลย วันจันทร์16นั้นน่ากลัวแท้ ยังไงก็จะรอนะคะ
    #81
    0
  21. #80 PXXsDq (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 07:57
    รอได้~ ไม่ทิ้งเรื่องนี้เด็ดขาด
    #80
    0
  22. #79 rghqute (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 00:48
    เข้าใจไรท์นะ ตอนมอ5งานเยอะมากกกกกกกกกกๆๆๆๆๆ นานๆทีมาอัพก็ได้เนอะะ ตั้งใจเรียน ขอให้ได้เกรดงามๆ ขอให้โน้ตบุคกับทรสสุดที่รักยังคงอยู่นะ555
    #79
    0
  23. #78 valentineloza (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 00:34
    นี่เปิดตั้งแต่อังคาร10แล้วค่ะ!!
    555555555555555555555//รู้สึกเหมือนน้ำตาไหล
    #78
    0
  24. #77 Love All Kpop (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2559 / 00:30
    ฮื่อออ เค้าเข้าใจ รอได้จ้าาา นี่ชอบมากกก ><
    #77
    0