[GOT7-FIC] INSBD ไอนี้ดซัมบอดี้ #ไอนี้ดซัมบอดี้ #BNyoung #ฟิคบีเนียร์

ตอนที่ 2 : 2.ตัวเล็กสเปคเกาหลี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    2 เม.ย. 63

 

+2+

 

 

"นี่เราชอบพี่ปะเนี่ย?"

คำถามที่ดังไล่หลังมาเหมือนคำถามที่ "ลองใจ" เพราะความไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าจะเป็นที่รักของใครนอกจากป๊าและคนที่บ้าน ยิ่งกับพี่ปันแล้วคะน้าไม่แม้แต่จะฝันถึง เพราะทางเดียวที่คนแบบพี่ปันจะมาชอบคนอย่างคะน้า ก็คือ "โดนแกล้ง"

ตั้งแต่เด็กๆ คะน้าโดนคนอื่นแกล้งมาตลอด เพราะด้วยความที่เก็บอาการไม่เก่ง และแสดงออกทางสีหน้าจนใครๆดูออกว่าเขิน พอมีคนรู้ว่าคะน้าชอบใคร ก็มักจะโดนแกล้ง แรงที่สุดก็แกล้งมาบอกชอบ แล้วพอคะน้าตอบว่าชอบเหมือนกันก็พูดว่าล้อเล่น และเอาไปล้อเลียนกันสนุกปากจนคะน้ารู้สึกกลัวที่จะมีคนมาบอกชอบ

มันคือการแกล้งแน่ๆ และคะน้าจะไม่เป็นเหยื่อของคนหล่ออีกต่อไป!

เด็กตัวเล็กหันกลับมามองคนที่ยืนอมยิ้มอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ นี่คือความผิดพลาดที่เขาเกิดมาเก็บอาการไม่เป็น พี่ปันคงมองหน้าแล้วเดาออกแน่ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นละก็....

"ถึงพี่จะขาวตี๋หุ่นดีและหน้าตาหล่อมากๆ เวลายิ้มแล้วทำให้รู้สึกใจสั่น แถมยังตัวหอมด้วย แต่นี่ก็ไม่ชอบหรอกนะ พี่ไม่รู้อะไรอย่าพูดเอาเองสิ"

เด็กตัวเล็กตอบด้วยความมั่นใจมากๆ ว่านี่คือการปฏิเสธที่จะทำให้ตัวเองรอดพ้นจากการ "ถูกหาว่าชอบ" คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันริมฝีปากยู่ยามที่ย้ำคำว่า "พี่ไม่รู้อะไร" เหมือนเน้นคำว่า "ไม่รู้" ให้อีกฝ่ายเข้าใจตามนั้นจริงๆ

พออีกฝ่ายไม่พูดอะไรและดูเหมือนจะกำลังมึนเล็กๆ น้อยเหมือนสตั๊นขั่วขณะ คะน้าก็รีบวิ่งกลับไปที่ร้านตัวเองก่อนเหมือนหาเกราะกำบังหลังจากวิ่งไปตีหัวคนอื่นมา

 

.................

 

"เห้ยมาแล้วเว้ยๆ"

เสียงแซวของเพื่อนที่ดังมาจากในห้องทันทีที่ปันเปิดประตูเข้าไปทำเอาชายหนุ่มถอนใจ เพราะเดาได้เลยว่าจะโดนถามเรื่องอะไรเป็นอย่างแรก

"ไงมึงเกาหลี ขอบคุณพวกกูยัง?"

เพื่อนที่ชื่อไฟว์คือคนแรกที่ชกไหล่และทวงถามคำขอบคุณทั้งที่มันไม่ได้ช่วยอะไรสักนิด

"ขอบคุณเชี้ยไร" ปันตอบเซงๆ ขณะที่เดินไปหยิบกล่องบุหรี่ที่เพื่อนโยนทิ้งไว้ที่โต๊ะคอมพ์

"ก็ที่พวกกูให้มึงได้คุยกะน้องเค้าไง พวกกูเห็นมึงเขินตอนโดนแซว ไม่ได้ชอบน้องเค้ารึไง? ผิวขาวตัวเล็กสเปคมึงนี่"

ไฟว์พูดต่อก่อนที่จอมเพื่อนอีกคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำจะโพล่งออกมาถึงรสนิยมของปัน

"อ่าว มันไม่ได้ชอบผู้หญิงหรอ?"

"โห ยุคนี้แล้วมึงใครเค้าเลือกเพศกันวะ ไม่เห็นหน้าไอ้เกาหลีตอนพวกกูแซวเรื่องมันไม่แดกคะน้าหรอ? พิรุธสัดๆ"

สิ่งที่ไฟว์ตอบแทนปันไม่ได้ผิดทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ถูกร้อยเปอร์เซนต์

เพราะความจริงแล้วตอนที่ปันเห็นคะน้าในร้าน เขาแค่ตกใจที่เห็นเด็กคนนั้นกำลังรับออเดอร์อยู่ในร้านอาหารตามสั่งที่เขาเพิ่งปากเสียพูดออกไปว่ามันสกปรกจนไม่อยากเข้ามากิน เขาแค่กลัวว่าน้องจะได้ยินแล้วจะรู้สึกไม่ดี

แต่ในส่วนที่บอกว่าคะน้านั้นตรงสเปคเขา นั่นก็ถูกแค่ครึ่งเดียวอีกนั่นแหละ เพราะจริงๆ เขาไม่ได้มองคะน้าเป็นเด็กผู้ชายเลยแม้แต่น้อย

ยามที่ใส่เสื้ออยู่บ้านที่คอกล้างจนไหล่ตกเห็นกระดูกไหปลาร้า มันทำให้รู้สึกใจสั่นมากกว่าได้เห็นร่องอกของผู้หญิงสวยๆ จนปันปรับสีหน้าไม่ถูกและเพื่อนเลยเข้าใจผิดว่าเขาชอบน้อง

ก็แค่หวั่นไหวนิดๆแหละตอนนั้น เห็นอะไรขาวๆ เข้าตามันก็ประหม่าไปหมด...

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่ามันจะมีอะไรมากกว่าโดนเพื่อนแกล้งให้น้องเดินมาหา

แต่ปรากฏว่ามันแย่กว่านั้นตรงที่...คะน้าตัวนิ่มมาก นุ่มนิ่มไปหมดจนเผลอกอดเอาไว้ตั้งนาน

ถึงจะไม่อยากยอมรับว่าพวกไอ้ไฟว์มันรู้ใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันมองออกจริงๆ ว่าปันเองต้องชอบอะไรแบบนี้

พอคิดถึงคะน้าแล้ว ก็รู้สึกเจ็บแปรบๆ ในหัวใจเพราะถ้ารู้ว่าจะ "ชอบ" ขนาดนี้ ตอนที่เจอกันในห้องเรียนของปริม เขาน่าจะพูดกับคะน้าให้ดีกว่านี้ น้องจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าเขาเป็นคนใจร้าย

ก็ไอ้ปริมมันกวนประสาทก่อนนี่หว่า...

ชายหนุ่มคิดถึงน้องสาวจอมเหวี่ยงแล้วก็รีบคว้าโทรศัพท์มาเพื่อโทรหาน้อง ขณะที่ปากก็คาบบุหรี่ไปด้วย

ปันชิ่งหลบออกมายืนโทรหาน้องที่ระเบียง รอสายไม่กี่ครั้ง เสียงเหวี่ยงๆ ก็ทำเอาตกใจ

(อะไร!)

"โห รับโทรศัพท์แบบนี้ได้ไงวะ"

(เออ แล้วมีไร)

"ทำไรอยู่วะ"

(ทำการบ้านดิ เยอะจะตาย ทำตั้งแต่หกโมงละเนี่ย ยังไม่เสร็จเลย เมื่อไหร่จะกลับมาช่วย)

"ละบูมอะ?"

(ไม่รู้อะ ยังไม่กลับมา)

"การบ้านอะไรที่ยาก"

(ภาษาไทย)

"แล้วทำไมไม่โทรไปถามเพื่อนอะ?"

(เพื่อนไหน?)

"ก็....คนที่ชื่อคะน้า"

(คะน้า? อ่อ ใช่เจอกันเมื่อเช้าสินะ คะน้าทำไม? ถามถึงทำไมไม่ทราบยะ)

"ก็....เพื่อนเราป่ะล่ะ"

(เออ ก็เพื่อนร่วมชั้น ไม่สนิทหรอก แต่คะน้ามันอยู่คนละกลุ่มกะเราอะ)

"แล้วเค้าอยู่กลุ่มไหน"

(กลุ่มไอ้อ้อ เอ๊ะ ถามเรื่องคะน้าทำไมเนี่ย มีไรกะมันปะเนี่ย)

"เปล่า ก็ถามดู..."

(ไม่ใช่เรื่องของตัว)

"ใจร้ายจังวะ"

 

ปันได้แต่ถอนใจเมื่อน้องสาวตอบเหมือนรำคาญเขา ที่ถามถึงคะน้าก็เพราะว่าอยากรู้จักมากกว่านี้อยากรู้ว่าเด็กคนนั้นนิสัยยังไง ถึงได้กล้าปฏิเสธคนแบบเขาได้ลงคอ

ใช่ มันเป็นครั้งแรกที่ปันโดนปฏิเสธที่จะไม่สานสัมพันธ์อะไรด้วย แถมตอนพูดเหมือนคะน้าจะโกรธๆ เหมือนไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดจากสีหน้าของน้อง

ปันไม่รู้ว่าที่คะน้าบอกว่าถึง 'พี่จะขาวตี๋หุ่นดีและหน้าตาหล่อมากๆ เวลายิ้มแล้วทำให้รู้สึกใจสั่น แถมยังตัวหอมด้วย แต่นี่ก็ไม่ชอบหรอกนะ' อันนี้มันแปลว่าอะไร? แปลว่าอาจจะเคยชอบ แต่ไม่ชอบแล้วรึเปล่า?

เพราะวันนั้นที่เขาพูดขู่เรื่องที่แกล้งปริมแล้วไม่อยากให้คะน้าไปพูดกับคนอื่นรึเปล่านะ?

แค่นั้นก็เลิกชอบได้ง่ายๆ เลยหรอ?

 

(ถอนใจอะไรอะ)

เสียงของปริมจากปลายสายเรียกสติคนที่คิดมากให้กลับมาคุยกับน้องสาวอีกครั้ง

"อืม ไม่มีไรแล้ว เดี๋ยวทำงานบ้านเพื่อนเสร็จแล้วจะรีบกลับนะ"

(เออ แม่ส่งพัสดุมาให้นะ มีของพี่ด้วย ขอแม่ซื้อไรอีกเนี่ย)

"อ่อ หนังสืออะ ไม่มีไรหรอก แล้วแม่คอลมายัง?"

(คอลแล้ว เห็นว่าคอลไปหาพี่บูมแล้วนะ ยังไม่คอลหาพี่หรอ?)

"น่าจะรอพี่กลับบ้านก่อนมั้ง ช่วงนี้แม่รู้ว่าพี่ทำงานกลุ่มที่คอนโดไอ้ไฟว์เลยไม่อยากกวนมั้ง"

(อืมๆ รีบกลับมาสอนการบ้านด้วยนะ)

"เอออออ รู้แล้ว"

 

บทสนทนาระหว่างพี่ชายน้องสาวจบลงและเหลือไว้แค่เพียงบุหรี่ที่ยังไม่ถึงครึ่งมวนที่มือของปันยังคีบไว้ พอคิดว่าแม่อาจจะโทรมาก็ไม่กล้าสูบต่อ

เพราะแม่เคยขอเอาไว้ให้เลิกสูบ แต่พอมันติดไปแล้ว ก็ยากที่จะเลิก...

ไม่รู้ว่าในโลกนี้มีอะไรที่เลิกยากกว่าบุหรี่อีกไหมนะ?

 

"ไรวะมึง ออกมาตั้งนาน บุหรี่ไม่ถึงครึ่งมวน"

เสียงทักของ 'ยู' เพื่อนในกลุ่มอีกคนที่ปันสนิทมาตั้งแต่มัธยม เรียกก่อนจะเดินมายึดบุหรี่ไปจากเขาเพื่อสูบต่อ

"กลัวแม่คอลมาว่ะ" ปันตอบพลางยิ้มเจื่อนๆ

"ก็เลิกดิวะ จะได้ไมต้องมาพะวงเวลาแม่วิดีโอคอลมา" ยูให้ทางเลือกขณะที่เป็นฝ่ายยึดบุหรี่เพื่อนไปสูบแทน

"เลิกยากอะ ชาตินี้กูจะเลิกได้ป่าวไม่รู้"

"ได้แหละ แต่มึงแค่ยังไม่เจอคนที่ทำให้มึงอยากเลิกบุหรี่เพื่อจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับเขาไปนานๆ" ยูตอบพลางยิ้มให้

รอยยิ้มที่ปันรู้สึกเสมอว่ายูเป็นคนที่รู้จักเขาดี แต่ไม่ค่อยได้ซอกแซกถามอะไรเหมือนไอ้พวกข้างในห้อง แต่ดูจากสีหน้าก็รู้ว่ายูเองก็คงอยากให้เขาเล่าเรื่องคะน้าให้ฟัง

"มึงมองหน้ากูยิ้มๆ นี่จะถามไร?"

"ก็ เรื่องที่มึงอาจจะอึดอัดแล้วอยากเล่า..." ยูตอบพลางหัวเราะเบาๆ

"เฮ้อ แม่งไม่น่าใช่ว่ะ คือกูว่ากูคงไม่เปลี่ยนง่ายขนาดนั้น หมายถึง คบผู้ชายได้แบบที่มึงทำได้"

"เห่ย กูไม่คบผู้ชาย แค่คนที่กูรักเป็นผู้ชาย" ยูตอบพลางพยักเพยิดไปหาคนพิเศษของตัวเองที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนที่ทำรายงานด้วยกัน

"น้องเค้าก็คล้ายๆ จะเป็นสเปคกูนะ ตัวเล็กๆ ขาวๆ หน้าตาน่ารัก แต่แบบ กูไม่ได้มองว่าเค้าเป็นผู้ชายอะตอนแรก แต่พอมารู้ตัวอีกที ก็คือเหมือนกูจะชอบเขา แต่ไม่อยากให้เค้าเป็นผู้ชาย"

ปันสารภาพออกมาอย่างเปิดอกถึงความรู้สึกของตัวเองตอนที่เจอคะน้า ก่อนหน้านี้ปันสาบานได้ว่าเขาไม่ได้สนใจคะน้าขนาดนั้น จนกระทั่งเพื่อนพูดแซวนั่นแหละ ถึงรู้สึกว่ามันเขินแปลกๆ กับการได้เห็นคะน้าในชุดอยู่บ้าน ใส่เสื้อยืดคอกว้างกับกางเกงขาสั้นที่โชว์เรียวขาจนเผลอกลืนน้ำลายทุกครั้งที่เหลือบไปมอง คะน้าในชุดนักเรียนเด็กม.ต้น กับชุดอยู่บ้านมันเหมือนคนละคนเลยจริงๆ เหมือนมีเซ็กซ์แอพพีลเพิ่มขึ้นเพียงแค่เปลี่ยนเป็นเสื้ออยู่บ้านอะไรแบบนั้น ตัวที่ดูเล็กอยู่แล้ว พอใส่เสื้อตัวโตๆ ก็ดูตัวเล็กไปกันใหญ่ เทียบความสูงกันแล้ว คะน้าน่าจะไม่ถึง 160 ด้วยซ้ำ ในขณะที่ปันสูงถึง 186 ห่างกันเยอะมาก ยิ่งตอนที่กอด....

"มึงหน้าแดงอะ คิดอะไรอยู่วะ?" ยูถามขึ้นมาขณะที่ปันกำลังจินตนาการถึงคะน้าในชุดอยู่บ้าน

"อืม ก็คิดเล่นๆ ดูว่าถ้ากูอยากคบกับน้องเค้าจริงๆ มันจะ...มันจะดีไหมวะ?"

"กลัวที่จะชอบผู้ชายหรอ?"

"เปล่า กูกลัวว่ากูจะชอบน้องเค้าฝ่ายเดียว คือ..กูแกล้งถามเค้าไปก่อนกลับ เค้าบอกกูคิดไปเอง"

ปันเล่าให้เพื่อนฟังด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง เพราะถึงจะไม่ได้ชอบขนาดที่ไม่ได้คบคงรู้สึกจะเป็นจะตาย

แต่การถูกปฏิเสธ มันแย่ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นใคร....

"ก็แล้วมึงชอบน้องเค้ามากปะล่ะ?"

"ไม่รู้อะ ก็ ชอบมั้ง รู้สึกว่าเค้าน่ารักดีอะไรแบบนั้น" พอตอบออกไปก็รู้สึกเขินขึ้นมาจริงๆ

"ก็จีบดิ" ยูให้ทางเลือกง่ายๆ ที่ปันรู้สึกว่ามันโคตรยาก

"กูไม่เคยจีบผู้ชายอะ มันแปลกๆปะ" ปันทำท่าทางลำบากใจ เพราะไม่เคยรู้สึกชอบใครแบบไร้เหตุผลแบบนี้มาก่อน

"ก็เมื่อกี้มึงบอกเค้าไม่ใช่ผู้ชายในสายตามึง ก็แค่เห็นเขาเป็นคนที่มึงชอบก็พอปะ?"

แค่เป็นคนที่ชอบ....

แค่นั้นก็พอแล้วงั้นหรอ?

................

 

 

เช้าวันต่อมา...

 

"ใครมันมาจอดรถติดเครื่องทิ้งไว้เนี่ย จะเอาของลงก็เอาลงไม่ได้!"

เสียงโวยวายหน้าร้านของหม่าม้าเล็ก ทำเอาทั้งป๊าและคะน้าต้องรีบลงมาจากห้องกันเร็วกว่าทุกวัน

"มีไรหรอ?" คะน้าถามขณะที่ใส่เข็มขัดนักเรียนไปด้วย

"รถเบนซ์คนรวยน่ะซี่ มาจอดทำไมไม่รู้เนี่ยข้างบ้านแล้วนี่จะจอดรถเอาของลงยังไง"

ไม่รู้ทำไม คำว่ารถเบนซ์คนรวยมันถึงทำให้คะน้าคิดถึงพี่ปันขึ้นมา ทั้งๆที่มีคนเยอะแยะที่ขับรถแพงๆได้

เพียงแต่...คนแรกที่คะน้าคิดถึงมันกลับเป็นพี่ปันกับเบนซ์สปอร์ตสีน้ำเงินที่ยังติดตาอยู่จนเก็บไปฝัน

ฝันว่าโดนพี่เขาขับรถไล่เหยียบเพราะหัวเหม็นกะเพราหมูสับ...ทุเรศจริงๆ

 

เด็กตัวเล็กสวมรองเท้านักเรียนเหยียบส้นอย่างรีบๆ เดินไปดูรถที่หม่าม้าบ่น แล้วก็ต้องผงะเพราะราวกับฝันร้ายตามมาหลอกหลอน เพราะรถที่จอดอยู่มันรถของพี่ปันจริงๆ

คะน้ายืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะถอยหรือจะเดินหน้าดี เพราะไม่กล้าเข้าไปทักอีกแล้ว แต่เหมือนว่าพอคนในรถมองเห็นคะน้า ก็รีบเปิดประตูออกมา

เสียงเปิดประตูเรียกให้คะน้ามองคนที่ก้างลงมาจากรถ ราวกับพระเอกในซีรีส์เกาหลีก้าวลงรถด้วยท่าทางสุดเท่และถอดแว่นกันแดดราคาแพงออกมาก่อนจะมองมาที่คะน้า

นี่มันบ้าสุดๆ ไปเลย...

คะน้าพยายามจะตบแก้มตัวเองเพราะคิดว่ายังติดอยู่ในความฝัน เพราะคนที่กำลังเดินมาหานั้น ราวกับมีออร่าสว่างไสวรอบๆ ตัว เหมือนโฆษณาน้ำยาซักผ้าขาวก็ไม่ผิดไปนัก

"พออยู่ใกล้โรงเรียนก็ออกสายได้สินะ พี่รอตั้งนาน"

คำพูดที่เหมือนในนิยายที่ออกจากปากพี่ปันบอกกับคะน้าด้วยท่าทางขัดเขิน เหมือนว่าจะบอกเป็นนัยๆว่ามารอนานแล้ว และมารอเพื่อพาไปส่งโรงเรียนอะไรแบบนั้น

บ้าน่า....นิยายแจ่มใสปะเนี่ย

คะน้าคิดในใจขณะที่เดินถอยห่างจากอีกฝ่ายช้าๆ เหมือนกลัวว่าพี่ปันจะรู้ตัวว่ากำลังจะถูกทิ้งอีกรอบ

"กินอะไรรึยัง? ที่บ้านทำไรให้กินหรอวันนี้?" พี่ปันถามพลางยิ้ม..ยิ้มร้ายกาจนั่น ที่คะน้าไม่อยากจะชอบเลย

"................." ไม่มีคำตอบจากปากเด็กตัวเล็กที่ตอนนี้ถอยออกมาห่างจากพี่ปันสี่ห้าก้าวเหมือนหนีคนโรคจิต

"เอ่อ ตกใจหรอ? คือพี่แค่อยากมาเจอก่อนเราไปโรงเรียน เมื่อวานเหมือนว่าเราจะเข้าใจผิดกัน" พี่ปันบอกพลางเดินเข้ามาหา

เข้าใจผิดหรอ? เข้าใจผิดเรื่องไหนอีกล่ะ?

เข้าใจผิดว่าพี่เขาคุยดีด้วยเพราะจะแกล้งให้อายทีหลัง

หรือว่าเข้าใจผิดที่กล้าเดินไปชวนพี่เขาคุยทั้งๆที่เขาไม่อยากคุยด้วย?

คะน้าประมวลความผิดพลาดที่เกิดขึ้นกับตัวเองในแง่ลบไปหมด เพราะดูเหมือนจะไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

"ขะ ขอโทษ...ทะที่ เมื่อวาน ที่ทำให้พี่โดนเพื่อนล้อ" คะน้าพูดเสียงเบาขณะที่ถอยหนีอีกฝ่ายจนหลังติดกำแพง

ไม่รู้ว่าทำไมถึงหนีมาอยู่ตรงกำแพงเป็นนางเอกละครไทย ทั้งๆ ที่วิ่งหนีเข้าบ้านแบบเมื่อวานก็ทำได้

เหมือนเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเดินมาล็อคตัวได้ง่ายๆ เลย โง่ชะมัด...

"เดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะ ขึ้นรถก่อนไหม? เดี๋ยวพี่ไปส่งแล้วเดี๋ยวบอกให้ฟังว่า..."

ขณะที่พี่ปันกำลังเดินเข้ามาหา ความรู้สึกปั่นป่วนในท้องก็ทำให้คะน้าเลือกที่จะ...

"ป๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"

เด็กตัวเล็กแหกปากเสียงดังจนชายหนุ่มในชุดนักศึกษายืนอึ้งเหมือนถูกตบจนมึน ทันทีที่คะน้าแหกปาก ร่างท้วมของเฮียหวังเจ้าของร้านคะน้าฮ่องกงน้ำมันหอยสูตรเด็ดที่ส่งต่อความอร่อยรุ่นสู่รุ่นมา50ปี ก็รีบวิ่งออกมาจากร้านพร้อมกระบวยคู่ชีพที่ผ่านการผัดคะน้าฮ่องกงมาแล้วกว่าแสนจาน

"เอ้ย...เดี๋ยว!" เจ้าของรถเบนซ์รีบเผ่นขึ้นรถตัวเองทันทีที่กระบวยที่เลอะน้ำมันหมูเหวี่ยงวืดผ่านศีรษะไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปด

เด็กตัวเล็กรีบวิ่งไปหลบหลังพ่อ ขณะที่เสียงของเฮียหวังโวยวายด่าลั่นทั้งภาษาไทยภาษาจีนกวางตุ้ง จนไม่รู้ว่าด่าอะไรออกไปบ้าง แต่ที่แน่ๆ รถของพี่ปันก็ขับออกไปจากซอยภายในไม่กี่นาที...

ความกลัวที่คะน้าไม่รู้ว่ามันคืออะไร มันเกิดจากรอยยิ้มของพี่ปันยามที่เดินเข้ามาหาและพยายามพูดดีด้วย

มันน่ากลัวสำหรับหัวใจอันบอบบางของคะน้าที่พร้อมจะสะดุดตกหลุมรักพี่ปันซ้ำๆ จนกลัวจะพิการก่อนจะได้เข้ามหาลัย!

 

..................

 

 

อาการตกใจและเสียหน้าประดังประเดเข้ามาเหมือนมรสุมชีวิตของผู้ชายหน้าตาดี ใครมันจะไปคิดว่าการไป "จีบ" เด็กสักคนมันจะอันตรายขนาดนี้ นึกไม่ออกเลยว่าถ้ากระบวยเหล็กนั่นเหวี่ยงมาฟาดใส่หัวจะเจ็บขนาดไหน

ขณะที่กำลังขับมาจอดติดไฟแดง เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นจากสายของคนที่ปันไม่อยากจะเจอมากที่สุด

"เออ!" ปันตอบรับสายนั้นด้วยเสียงไม่พอใจ ขณะที่คนปลายสายกลับตอบมาอย่างร่างเริง

(เตงอยู่ไหนอะ เห็นบูมว่าเตงไม่ได้ไปส่งป้าที่โรงเรียนด้วยกัน)

สรรพนามน่าเบื่อหน่ายถูกใช้เรียกปันแบบนี้มาตั้งแต่มัธยม ก็มีแค่คนเดียวแหละจะเรียกปันว่า เตงๆๆ จนอยากจะเบิ้ดกะโหลดสักที

"เตงพ่องสิ มีไรเบน กูขับรถอยู่"

(อยู่แถวไหนอะ แวะมารับได้มะ วันนี้มีโมเดลต้องส่งอะ)

"มึงไม่เรียกแกรบวะ กูเป็นคนขับรถมึงหรอ?"

(เตงเป็นคนที่เค้าอยากให้มารับไง)

"เชี้ยเบน มึงนี่แม่ง เออๆ อีกสิบนาทีถึงคอนโดมึง ลงมารอเลยนะ"

 

ชายหนุ่มตวาดใส่ปลายสายก่อนจะกดวางไป อารมณ์เดือดขึ้นมามันไม่ใช่เพราะเบนโทรมากวนใจ แต่มันเพราะปันไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด น้องถึงตะโกนเรียกพ่อท่าทางเหมือนเด็กประถมโดนไถตังค์แบบนั้น

"กูหน้าตาเหี้ยหรืออะไรวะ? แม่งเอ้ย.....น่ารัก"

คำพูดที่สับสนระหว่างโกรธกับเหนื่อยใจเกิดขึ้นเมื่อคิดถึงภาพที่เด็กตัวเล็กๆ ทำหน้าเสียขวัญ มันเป็นเพราะเขารึเปล่าที่ไม่นึกถึงอายุของน้องเลยว่า เด็กตัวแค่นั้นไม่มีทางเข้าใจหรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยิ่งประชิดตัวเร็ว ก็เหมือนคุกคามอีกฝ่ายมากกว่าทำให้รู้สึกดี

"กูแม่ง...."

 

ไม่นานปันก็ขับรถมาจอดใต้คอนโดที่เบนอยู่ ร่างผอมบางที่แบกโมเดลสิ่งก่อสร้างท่วมหัวตัวเอง เดินมาขึ้นรถอย่างทุลักทุกเล แต่เบนก็ไม่บ่นอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าคนขับไม่มีวันลงมาช่วยแม้แต่จะเปิดประตู

"ขอบใจน้าเตง" เบนตอบพลางยิ้มให้ ยิ้มให้คนที่เมินไม่แม้แต่จะมองหน้า

"กองไว้ตรงนั้นแหละ" ปันตอบพลางมองตรงไปข้างหน้า ไม่ได้สนใจคนที่นั่งอยู่ข้างๆเลย

แต่แม้จะพูดแบบนั้น คนฟังก็ยังยิ้ม ยิ้มให้กับตัวเอง กับความสุขเล็กๆน้อยๆ ยามที่ได้อยู่กับปัน

 

เบนเป็นผู้ชายรูปร่างผอมบางและมีผิวที่ขาวจัด แต่ใบหน้ากลับแต่งแต้มด้วยเครื่องหน้าที่สมบูรณ์ไม่ว่าจะดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้นและริมฝีปากอิ่มแดง ทุกส่วนรวมกันเป็นใบหน้าแสนหวานเกินชายที่แต้มไปด้วยรอยยิ้มไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน โดยเฉพาะเวลาอยู่กับปัน

ทั้งสองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ปันเคยสนิทกับเบนมาตั้งแต่ประถม ทั้งสองคนแทบจะรู้เรื่องราวของกันและกันเป็นอย่างดี จนกระทั่งความสัมพันธ์เริ่มเปลี่ยนไป หลังจากที่เบนเริ่มมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนทางเพศอย่างชัดเจน แต่นั่นไม่ได้ทำให้ทุกอย่างมันแย่เท่ากับที่เบนสารภาพว่าปันคือคนที่เบนแอบชอบมาตลอด

แต่ปันไม่ใช่คนที่จะทิ้งใครไปเพียงเพราะรสนิยมที่ต่างกัน แม้จะไม่สามารถทำให้เบนเลิกชอบตัวเองได้ แต่ก็พยายามแล้วที่จะตีตัวออกห่างด้วยการทำตัวหงุดหงิดใส่อีกฝ่ายตลอดเวลา

เพื่อน...เพราะเบนคือเพื่อนสนิทคนเดียวที่รู้เรื่องราวทุกอย่างในชีวิตปัน

เพราะยังเป็นเพื่อนคนสำคัญ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีความรู้สึกที่ต่างกัน

แต่ปันก็ยังคงอยู่เบนมาตลอด ไม่เคยทิ้งเพื่อนคนนี้ได้ลงสักที....

 

ความเงียบปกคลุมภายในรถอยู่เพียงครู่ ปันก็เป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมาในที่สุด

"กับผู้ชาย...มันเป็นยังไงวะ?" ปันถามออกมาอย่างไม่เต็มประโยคนักด้วยเพราะเขิน

"หืม? ไรนะ?" เบนหันมายิ้มและมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายที่ยังมองตรงไปข้างหน้า

"ก็ คบกับผู้ชาย แบบ... ถ้าเกิดกูชอบผู้ชาย มันมีไรต่างกับผู้หญิงมากไหม?"

"ในแง่ไหนล่ะ? เซ็กซ์? เรื่องเซ็กซ์ปันก็รู้อยู่แล้วนี่" เบนพูดเสียงติดตลกออกมา ราวกับหยอกล้ออีกฝ่าย

"กูหมายถึงความรู้สึกเวลาคบ การปฏิบัติตัว ไม่ใช่แค่เรื่องเอากัน แค่อยากเอากันกูเอากะมึงก็ได้ แต่นี่คือกูแค่อยากรู้ว่าถ้ากูจะจีบผู้ชายสักคนกูต้องทำตัวยังไง"

พอได้ฟังจนจบ เพียงเสี้ยววิที่ใบหน้าของเบนก็หม่นลงเพราะความรู้สึกเศร้าเล็กๆ ในใจ แต่พอคิดว่าบางอย่างต้องทำใจให้ชิน ใบหน้าของเบนก็กลับมาเปื้อนยิ้มอีกครั้ง

"ถ้าเตงจะเริ่มชอบผู้ชาย เตงจะเริ่มจีบเค้าเมื่อไหร่อะ?" เสียงเล็กเสียงน้อยของเบนที่แกล้งถามออกไป ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้นเลย

"บางทีมึงก็ต้องอารมณ์กูมั้งอะ จะตลกก็ดูนิดเหอะ" ปันสวนกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงดุๆ

"ก็น้าาาา ทำไมล่ะ มีคนที่ชอบแล้วหรอ?"

"ก็ ไม่เชิง กูแค่บ้ายุ ตอนแรกก็ไม่คิดอะไร แต่พอไอ้ไฟว์มันแซวมากๆ กูก็..."

"ไฟว์นี่ขี้เสือกเหมือนกันเนาะ แย่งเพื่อนเราไปแล้วยังจะสนับสนุนอะไรแบบนี้อีก"

"มึงตอบให้ตรงคำถาม ไม่ต้องหลอกด่าเพื่อนกูอะเบน"

"ก็ เกย์ก็คนอะ มีหลายแบบ นิสัยก็แตกต่างกัน เตงจะชอบใครสักคนต้องศึกษาเองจากการไปหาเค้าบ่อยๆ แล้วคนๆนั้น อายุเท่าไหร่ล่ะ?"

"ก็ สิบห้าได้มั้ง?"

"โอ้โห ติดคุกได้เลยนะ" เบนพูดหยอก

"เห้ย ติดคุกไรวะแค่ชอบไม่ได้ไปข่มขืนเค้า" ปันปฏิเสธเสียงหงุดหงิด

"ฮ่าๆๆๆ เข้าใจ แต่ก็อีกนานเลยนะกว่าจะขอน้องเค้ามีไรกันได้ ถ้าแอบมีก็อย่าให้พ่อแม่เค้ารู้ล่ะ เข้าคุกจริงๆนะ"

แม้เบนจะอยากพูดให้ขำ แต่ยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ตลกด้วย แถมยังตวาดใส่จนหูแทบแตก

"เบน! กูไม่ได้อยากเอาน้องเค้า กูแค่อยากคบกับเค้า กูชอบเค้าแบบที่ยังไม่เคยคิดไปถึงเรื่องนั้นเลย มึงเลิกเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานเหอะ"

 

มีแต่คำพูดที่ทำให้เสียใจ...

ก็เสียใจมาตลอดนั่นแหละ

แต่จะให้ทำยังไง ในเมื่อเบนก็เสียปันไปไม่ได้

ยอมเป็นเพื่อนก็เพราะแบบนี้...

เบนสะอึกไปเพียงชั่วครู่เพราะพยายามข่มความรู้สึกเสียใจเอาไว้ให้มันอยู่เพียงแค่ในใจ เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ ถ้าพูด ก็มีเพียงทางเลือกเดียวที่ปันให้มาตลอด คือ ถ้าทนเป็นเพื่อนไม่ไหวก็ต้องเลิกคบกันไป

สุดท้าย การได้อยู่ข้างๆ มันก็คือสิ่งที่เบนเลือก....

"ก็น้องเค้ายังเด็กนี่นา ปันเข้าหาน้องเข้าเร็วไปรึเปล่าล่ะ" เบนถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอีกครั้ง

"ก็วันนี้ไปรับ แต่น้องเค้าตะโกนเรียกพ่อ คือทำท่าเหมือนโดนจิ๊กโก๋ไถตังค์อะ" ปันตอบเซงๆ

"ชอบมานานรึยัง?"

"ไม่นะ เพิ่งรู้สึกว่าชอบเมื่อวาน เห็นแล้วก็ชอบเลย ไม่รู้ว่ะ เสปคด้วยมั้ง เค้า...น่ารัก"

"อืม งั้นก็ต้องพยายามใจเย็นๆ ค่อยๆคุยเป็นพี่น้องกันไปก่อนไหมอะ คนเรามันไม่เหมือนกัน น้องเค้าอาจจะไม่ใช่คนที่สนิทกับใครเร็ว ปันเองก็อาจจะเคยชินกับการที่เจอแต่ผู้หญิงที่อยากมีผัวจนตัวสั่น เจอผู้ชายหยอดนิดหยอดหน่อยก็..."

"มึงไม่ต้องหาเรื่องมาย้อนด่าแฟนเก่ากูก็ได้นะ เอาจริงกูไม่เคยถามมึงเลยสักครั้งนะว่ามึงไปพูดอะไรกับแฟนเก่ากูรึเปล่า แต่ละคนที่เลิกกับกูนี่เพื่อนรักมึงทั้งนั้นเลยนี่?"

คำว่า "เพื่อนรัก" ที่มักใช้เปรียบกับคนที่เกลียดขี้หน้า แล้วก็ ใช่ ตลอดมาแฟนของปันก็มักจะเป็นเพื่อนในคณะไม่ก็เพื่อนร่วมชั้นของเบนมาตลอด แต่สุดท้ายพอใครรู้ว่าเบนเองมีความรู้สึกพิเศษกับปัน ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนทนให้เบนยังอยู่ใกล้ปันได้ แต่นั่นก็เป็นปริศนาสำหรับปันมาตลอดว่าเบนทำให้ผู้หญิงพวกนั้นเป็นฝ่ายขอเลิกปันหมดทุกคนได้ยังไง...

"ปันกลัวเราไปแกล้งน้องเค้า ทั้งๆที่ปันมาปรึกษาเราว่าจะขอคบน้องเค้ายังไง มันไม่ตลกหรอ? ถ้าปันแน่ใจว่าตลอดมาเราคือคนผิด ปันมาถามเราทำไมอะ?"

"ก็กูมีมึงเป็นเพื่อนสนิทอยู่คนเดียว เรื่องแบบนี้กูจะไปถามพวกไอ้ไฟว์ยังไงวะ"

"งั้นก็ให้เกียรติเราหน่อยได้ปะล่ะ? มาขอความเห็นละยังจะด่า"

"อะๆ ยอมๆ ตกลงกูต้องทำไง?"

"ก็เป็นพี่น้องไปก่อน ให้น้องเค้าหวั่นไหวและรู้สึกชอบปัน คนที่ชอบปัน เห็นหน้ามันก็เหมือนมีคำว่า "ชอบ" แปะอยู่ที่หน้าผากแล้วนะ" เบนให้ความเห็นพลางอมยิ้มน้อยๆ

"ยังไงวะ?" ปันถามขณะที่เลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าตึกคณะสถาปัตย์ อีกฝ่ายเงียบไปจนต้องหันไปมอง

"แบบเค้าไง เตงมองหน้าเค้าเตงก็รู้ละปะล่ะ?" เบนพูดหยอกพลางหัวเราะร่วน ขณะที่ปันได้แต่ทำหน้าตาเอือมระอาใส่คนที่เดินลงจากรถ

 

 

............

 

 

เพราะไม่เคยจีบใคร จีบที่แปลว่าชอบใครก่อน ปันไม่คิดเลยว่ามันจะทำตัวลำบากขนาดนี้ เขาไม่เคยเจอใครที่ทำให้รู้สึกประหม่าขนาดนี้เลย จนวันนี้ทั้งวัน เขาเอาแต่ส่งข้อความไปหาปริม ถามว่าน้องทำอะไรอยู่ เรียนอะไรอยู่ เพื่อที่จะได้รู้ว่าคะน้ามาเรียนรึเปล่าและกำลังทำอะไรตอนนี้

(นี่พี่มีอะไรกับคะน้าปะ? ดูถามถึงมันเยอะนะวันนี้)

ปันมองข้อความที่น้องสาวส่งมาถามแล้วไม่กล้าตอบความจริง เขาได้แต่พิมพ์ไปบอกว่าเดี๋ยววันนี้แวะรับน้องสาวไปช้อปปิ้ง ซึ่งปริมก็ไม่ได้สงสัยอะไรเพราะตลอดมาปันก็พาน้องไปห้างช่วงต้นเดือนอยู่ประจำเพราะความสุขของผู้หญิงคือการช้อปปิ้ง

เด็กผู้หญิงน่ะ เข้าใจง่ายจะตาย แต่เด็กผู้ชายนี่สิ...

ปันคิดในใจ ก่อนจะนับเวลาถอยหลังที่จะพุ่งตัวออกจากห้องเลคเชอร์ ไปหาน้องสาวที่โรงเรียนมัธยมที่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยเขา

3

2

1

ไป!

ปันรีบลุกพรวดจากที่นั่งก่อนเพื่อนทุกคนในห้องจนคนที่นั่งใกล้ๆสะดุ้ง แต่ขนาดรีบแล้ว ก็ยังไม่วายถูกหัวโจกของกลุ่มตะโกนมาชวนไปแฮงค์เอ้าท์

"เห้ยมึง วันนี้ไป..."

"เจอกันเว้ยมึง กูรีบไปรับปริมก่อน!"

ปันรีบตัดบทและวิ่งออกมาจากห้อง แบบที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต เขากลัวว่าคะน้าจะกลับบ้านเร็ว กลัวว่าจะไม่ได้เจออีก

ทุกความรู้สึกกลัวทำให้สองเท้าของปันวิ่งเร็วมาก จนมาถึงรถที่จอดไว้หลังตึกคณะเพียงแค่ไม่กี่นาที

เขาเตรียมแผนแล้วสำหรับเย็นนี้ และหวังว่ามันจะได้ผล...

 

............

 

 

มือเล็กๆ กำแน่นอยู่สายกระเป๋าเป้ตัวเอง ขณะที่ยืนมองซ้ายมองขวาหน้าประตูโรงเรียนราวกับคนระหวาดระแวง

คะน้าไม่ชอบเลยที่ตัวเอง "กลัว" พี่ปัน มากกว่าอยากเจอ เพราะสีหน้าของพี่ปันเมื่อเช้า มันทำให้รู้สึกแปลกๆ

หัวใจเต้นแรงแปลกๆ รู้สึกเหมือนมีอะไรร้อนๆ ไหลวูบวาบในท้องน้อย มันเป็นอาการที่ไม่สบายตัวเลย

มันไม่เหมือนกับตอนที่เห็นพี่ปันไกลๆ ไม่เหมือนกับตอนที่ได้ยินเรื่องพี่ปันจากคนอื่น

มันแปลกจนทำให้เด็กอายุสิบห้าตัดสินใจหนีความรู้สึกนั้นด้วยการตะโกนเรียกป๊า

คะน้าคิดว่าไม่เห็นเหมือนในละครสักนิด เวลาคนที่ชอบมาใกล้ๆ แล้วรู้สึกเคลิ้มอะไรแบบนั้น

มันเหมือนถูกคุกคามแปลกๆ เหมือนว่ากำลังจะโดนกิน หน้าตาพี่ปันเหมือนจะหิว...

 

"คะน้า"

เสียงของคนที่เดินตามหลังมาเรียกชื่อพลางสะกิด

พอเจ้าของชื่อหันไป ก็เจอปริมยืนขมวดคิ้วมองอยู่

"ว่าไงปริม"

"วันนี้ว่างไหม? รีบกลับบ้านไหม?"

"ไม่หรอก มีอะไรรึเปล่าอะปริม"

"เราว่าจะไปซื้อเครื่องเขียนเพิ่มล่ะ เราชอบปากกาสีๆของคะน้ามากเลย เราเคยไปเดินหาเองไม่เจออะ คะน้าไปช่วยดูกับเราได้ไหม?"

"อ่อได้สิ อันนั้นหม่าม้าเราพาไปซื้อที่ห้างอะ แพงหน่อยนะแต่ใช้ได้นานดี" คะน้าตอบอย่างใจดีขณะที่จู่ๆ ปริมก็เหมือนจะก้มลงไปสนใจข้อความในมือถือมากกว่า

"โอเคดีล เดี๋ยวขึ้นรถไปกะเรานะ" ปริมบอกก่อนจะชะเง้อมองไปที่ถนน

"ห่ะ? รถ?" คะน้าทวนสิ่งที่ได้ยินซ้ำอย่างตื่นตระหนก

"อื้ม มันแพงนี่เราต้องมีคนจ่ายเงินให้สิ มาสิ พี่เรามาละ"

"พะ พี่หรอ?" คะน้าทวนคำถามเสียงหลงขณะที่ถูกมือของปริมลากให้วิ่งตามไปขึ้นรถที่จอดอยู่

เบนซ์คันเดิมกับเมื่อเช้าไม่ผิดแน่! พี่ปัน!

สองเท้าที่เคยวิ่งหนีเมื่อเช้า ตอนนี้มันไม่กล้าแม้แต่จะสบัดมือของปริมออก เพราะกลัวว่าเพื่อนจะโกรธ

คะน้าถูกจับยัดเข้าไปนั่งเบาะหลังก่อนที่ปริมจะกระโดดไปนั่งข้างคนขับ วินาทีนั้นคะรู้สึกเหมือนเด็กที่โดนรถตู้จับเด็กไปเรียกค่าไถ่ เพราะรถของพี่ปันมันมืดมาก ราวกับคนละเวลากับด้านนอก ภายในรถ...

หอมมาก!

กลิ่นของพี่ปันเต็มรถไปหมด กลิ่นหอมๆนั่น กลิ่นที่ทำให้ใจเต้นแรง คะน้าก้มหน้ามองแค่มือตัวเองที่กำลังบีบฝ่ามืออีกข้าง ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนขับความรู้สึกหลากหลายปังประเดเข้ามา จนกระทั่งเสียงทุ้มๆ ทักทายขึ้นให้หัวใจยิ่งสั่นไหว

"ดีครับ" คำทักทายของพี่ปันทำให้คะน้าเงยหน้าขึ้นมองตามเสียง และเมื่อสายตาโฟกัสที่ใบหน้าอีกฝ่าย ราวกับมีออร่าฟรุ้งฟริ้งรอบๆ ตัวพี่ปัน

เห้ย! ดีครับไรวะ ดีครับด้วยฟิลเตอร์พระเอกมากเลยอะ เห้ยทำไงดี!

คะน้าคิดในใจขณะที่ตาดันเผลอไปมองริมฝีปากอีกฝ่ายที่กำลังเม้มเข้าหากันขณะที่ดวงตารียาวนั่นมองหน้าเขาอยู่

"คะ คือ ปริม เรา" คะน้าพยายามจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่...

ตึ๊ก! เสียงของประตูรถที่ถูกล็อคเกิดขึ้นเร็วเท่าความคิดของคนขับที่ตั้งใจกดมันเพื่อดักไม่ให้อีกฝ่ายเปิดประตูรถออกไปได้

ดวงตากลมใสเหมือนลูกแก้วสีน้ำตาลเบิกกว้างขณะที่ได้ยินเสียงล็อคประตู แต่เสียงหัวเราะของปริมก็เรียกสติคะน้ากลับมา

"เห้ย ไม่ได้ลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่นะ ทำไมต้องเกร็งขนาดนั้นอะ แกเคยเจอพี่ชายเราแล้วนี่"

"เอ่อ ใช่ หวัดดีคับพี่ปัน" คะน้ารีบตอบรับคำทักทายและยิ้มเจื่อนๆ

ร่างเล็กค่อยๆ ปล่อยให้หลังพิงลงไปกับที่นั่ง ขณะที่คนขับที่เคยเอี้ยวตัวหันมามองหันกลับไปออกสตาร์ทรถ

เสียงเพลงเกาหลีที่ปริมเปิด ทำให้ทุกอย่างตึงเครียดน้อยลง คะน้าฟังเพลงที่เพื่อนเปิดด้วยท่าทางที่สบายมากขึ้น แต่ไม่นานก็รู้สึกเหมือนมีสายตาของใครจ้องอยู่จนต้องเหลือบมองไปที่กระจกมองหลังที่มีสายตาของพี่ปันมองอยู่

มันไม่เหมือนเมื่อเช้าที่อีกฝ่ายทำให้คนะน้ากลัว แต่กลับกัน สายตาที่พี่ปันมองผ่านกระจกมองหลังมาที่คะน้า มันดูเหมือนมีความกังวล ริมผีปากหยักเม้มเข้าหากันบ่อยและถอนใจเล็กน้อย

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง และรถก็เริ่มติดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเส้นทางนี้มาก่อน คล้ายกับมีอุบัติเหตุข้างหน้า จนกระทั่งปริมเริ่มบ่น

"พี่ แวะปั้มแปบได้ปะ ปวดฉี่อะ ก่อนออกมาจากรร.ลืมเข้าห้องน้ำก่อน" ปริมร้องขอขึ้นมา ขณะที่คะน้าไม่ได้ทันตั้งตัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้

จนกระทั่งรถไปจอดที่หน้ามินิมาร์ทเล็กๆในปั๊มน้ำมัน แล้วปริมก็รีบพุ่งตัวลงจากรถไปโดยไม่รอให้คะน้ารู้ตัวเลยว่าจะต้องอยู่กับพี่ปันสองคนในรถ

พอประตูรถปิดลง คะน้าก็เริ่มประหม่า แม้เสียงเพลงเกาหลีที่ปริมเปิดอยู่มันจะเพราะมาก แต่การได้หายใจร่วมกันของคะน้ากับพี่ปันมันช่างอึดอัดจนคนอายุมากกว่าต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

"รู้ปะ พี่ต้องเสียค่าจ้างให้ปริม500เลยนะ กว่าจะได้เจอคะน้า" เสียงของพี่ปันมันฟังดูเศร้าแปลกๆ ทั้งที่อีกฝ่ายพยายามพูดติดตลก

"......" คนฟังได้แต่เงียบแล้วก้มหน้ามองมือตัวเอง ความรู้สึกตื่นเต้นมันก่อตัวอีกครั้ง

"พี่ไม่รู้ว่าพี่อะไรผิด ถ้าเป็นเรื่องที่พี่พูดไม่ดีกับเรา พี่ขอโทษได้ไหมครับ?"

น้ำเสียงของอีกฝ่ายมันทำให้คนฟังใจอ่อนยวบ และเริ่มตอบกลับ

"ไม่ได้โกรธสักหน่อยอะ"

"แล้วไม่มองหน้าพี่เลยนี่เคืองไรอ่า" พี่ปันถามขณะที่ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเลื่อนเบาะที่นั่งคนขับมาด้านหลังเล็กน้อย และเอี้ยวตัวเพื่อมองหน้าเด็กตัวเล็กชัดๆ

"เปล่า" คะน้าตอบพลางส่ายหน้า

"แล้วเมื่อเช้า..."

ยังไม่ทันจะถามจบประโยค คะน้าก็ตอบแทรกขึ้นมา เหมือนกลัวคนฟังจะเข้าใจผิด

"ก็มันตกใจอะ พี่หน้าตาเหมือนหิวอะไรมา น่ากลัวอะ อยู่ๆก็เดินมาประชิดตัว!"

เป็นครั้งแรกที่พี่ปันยิ้มกว้างให้คะน้าได้เห็นเพียงคนเดียว รอยยิ้มที่คะน้ารู้สึกว่ามันเป็นของคะน้าคนเดียว...

"โอเค พี่ขอโทษที่เข้าหาผิดจังหวะไปหน่อย งั้นเอาแบบนี้ เราเริ่มกันใหม่"

"เริ่มอะไร?" เด็กตัวเล็กถามพลางมองอีกฝ่ายตาปริบๆ จนกระทั่งพี่ปันเริ่มแนะนำตัวเอง

"เริ่มทำความรู้จักกันใหม่ พี่ชื่อพี่ปันนะครับ ชื่อจริงปัญรินทร์ สุระศิลป์ อายุ 20 ปี เลขที่ประจำตัวนักศึกษา 601524945 เรียนอยู่คณะศิลปกรรม สาขาออกแบบนิเทศน์ศิลป์ มหาลัย..."

ยังไม่ทันจะได้แนะนำตัวเองจบ สองมือของคะน้าก็ยกขึ้นปิดหู พร้อมเสียงโวยวาย

"งื้อออออออออออ ไม่เอาไม่อยากฟังอะ"

"เอ่า.." คนอายุมากกว่าเริ่มงง

"มัน.. มันเท่อะ พี่ต้องพูดเท่ๆงี้ตลอดเวลาหรอ?" เด็กตัวเล็กตัดพ้อ

"เอ่อ พูดไงคือพูดเท่ นี่พูดปกติเลย" พี่ปันตอบและยังยิ้มให้อยู่ รอยยิ้มที่หล่อเกินบรรยาย...

"ไม่! เวลาพี่พูดมันหล่อไป ไม่อยากฟังแล้วอะ" นอกจากปิดหู คะน้าก็เริ่มปิดตาแล้ว

"ไม่อยากรู้จักพี่หรอ?"

"ยังได้ปะล่ะ" คะน้าพยายามกอดเป้นักเรียนตัวเอง และมุดหน้าหนี ไม่อยากเห็นหน้าหล่อๆ ที่ทำให้ใจเต้นแรงจนเหนื่อย

"งี้พี่จะต้องทำไงอะ" แต่เหมือนเสียงของอีกฝ่ายมันใกล้เข้ามา...

"ทำอะไรเพื่ออะไรอะ" เสียงอู้อี้ถามกลับ

"ก็ทำยังไงจะได้คุยกับเราไง พี่แนะนำตัวคะน้าก็ไม่อยากฟัง พี่คุยด้วยคะน้าก็ไม่ชอบอีก งั้นถ้าพี่อยากคุยกับคะน้าพี่ต้องทำยังไง?"

"พี่จะอยากคุยกะนี่ทำไมอะ ก็ไม่ต้องคุยกันได้ไหมล่ะ"

ไม่ว่าจะต่อรองยังไง เด็กที่เขินจนยีหัวตัวเองพยายามปฏิเสธ

"ไม่ได้อะ"

"ทำไมอะ"

"ก็เวลาพี่ชอบใคร พี่ก็อยากคุยกับเค้าเยอะๆ"

"พี่ไม่ได้ชอบหรอกคิดไปเอง"

"ห่ะ?"

"พี่แค่อยากแกล้ง..."

พอเด็กตัวเล็กพยายามปฏิเสธไม่หยุด

มุกเด็ดถูกงัดขึ้นมาใช้ในที่สุด มุกที่ปันเองก็ไม่คิดว่ามันจะได้ผล

"สาบานให้รถคว่ำตายแล้วให้เรากับปริมรอดก็ได้นะ"

พอพี่ปันพูดจบเท่านั้นแหละ คะน้าก็เงยหน้าขึ้นมามองด้วยสีหน้าที่ตกใจเอามากๆ

"ไม่ๆๆๆๆ ทำไมพูดแบบนี้อะ! พี่ตบปากๆ ถอนคำพูด!" กลายเป็นเสียงโวยวายของคะน้า ที่ทำให้น่ารังแกขึ้นไปอีก

"ไม่! เดี๋ยวจะไปสาบานวัดพระแก้วด้วย!" ปันแกล้งท้า

"ไม่เอางี้ดิ โหย เคๆ เชื่อก็ได้ ตบปากดิเร็ว ตบปากสองทีแล้วเขวี้ยงทิ้งเลย"

คะน้ารนรานสั่ง โบกไม้โบกมือเป็นระวิง

"ทำยังไงอะ ทำให้ดู"

"แบบนี้อะ" คะน้าทำท่าตบปากตัวเองเร็วๆ สองทีแล้วก็เขวี้ยงไปที่อากาศด้วยท่าทางตลกๆ จนปันเกือบหลุดขำ

"ทำมือไงนะ?"

"ไม่ๆ อย่างงี้ๆ"

เด็กที่หลงกลเอื้อมไปคว้ามืออีกฝ่ายจนได้ แต่พอจะยกมือของพี่ปันขึ้นให้ทำตาม

มือนั้นของพี่ปันกลับรวบมือเล็กๆ ของคะน้าไปหอมดังฟอดที่หลังมือนิ่ม ก่อนจะดึงรั้งให้เจ้าของมือขยับเข้ามาใกล้ๆ

ริมฝีปากอิ่มของคะน้าอ้าค้างพะงาบๆ เหมือนถูกมนตร์สะกด ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร

หรือควรจะปัดป้องยังไง ในเมื่อที่หลังมือยังรู้ถึงสัมผัสของริมฝีปากอุ่นของอีกฝ่ายที่ยังตราตรึงอยู่ที่หลังมือ

สายตาที่มองมาของพี่ปัน สะกดให้เด็กตัวเล็กต้องหยุดฟังในที่สุด

"ชอบนะครับ"

 

 

 

......โปรดติดตามตอนต่อไป......

ถ้าไม่เป็นการรบกวน ช่วยหวีดผ่านแท็ก Twitter #ไอนี้ดซัมบอดี้ ด้วยก็ดีนะคะ เงียบจุง

#ไอนี้ดซัมบอดี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

124 ความคิดเห็น

  1. #116 Aungot7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 21:05
    อีพี่มันร้าย
    #116
    0
  2. #115 Aungot7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 21:05
    อีพี่มันร้าย
    #115
    0
  3. #112 Arayaaa tt (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 22:21
    บ้าบอมากกรี้ดดดดด
    #112
    0
  4. #103 Aquila_Eagle (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 11:25

    ง้อยยยยยย!! เขินนนน ไอ่พี่ปันบ้าาาๆๆๆ >////<



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 11 เมษายน 2563 / 11:27
    #103
    0
  5. #96 nyoungsdef (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 09:55
    รุกหนักมากกกขอร้อง5555
    #96
    0
  6. #90 Zevaaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 02:36
    ละมุนละไม
    #90
    0
  7. #89 Zevaaa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 02:36
    เปงเขิลแท้อ่ะ
    #89
    0
  8. #80 ออมม่า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 20:34

    โอ้ยยยยย มันจะหวานไปแล้ว พี่ปันคนเหวี่ยงตอนแรกหายไปไหนอะ

    #80
    0
  9. #67 MeDuZa_23 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 17:45
    ตายๆๆๆ พี่รุกน้องเร็วแบบนี้ น้องเขิลๆๆ ทำตัวไม่ถูกแน่ 😅
    #67
    0
  10. #66 PiiProud (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 16:52
    โห เอางี้เลยนะพี่ปัน
    #66
    0
  11. #64 after (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 00:09
    งืออออ เขินไปหมดเลยทำไมคะน้าน่ารักอย่างงี้ พี่ปันก็คือหล่อไม่หยุดหย่อน ส่วนเบนบางทีก็ดูน่าสงสารง่ะะะะ บูมนี่น่าจะค่าตัวแพงนะ5555
    #64
    0
  12. #63 Jujupeach (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 23:35
    พี่ปันรุกน้องแรงง่าาา สงสารใจน้องตั้งรับไม่ทัน เรียกป๊ามาช่วยอีก 555
    #63
    0
  13. #62 xx_x_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 22:50
    ว้อยยยยพี่ปันนนนนจ้างปริมคุ้มแล้วจ้าา นี่ว่าเบนต้องมีอะไรแน่ๆฮืออออปมขมวดแน่นมาอีกแล้วค้าาา ไรเตอร์ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ
    #62
    0
  14. #60 KaTToRo_TH (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 18:37
    พี่ปันลุนแลงงงง มากกกก เขินนนน☺️☺️☺️😆
    #60
    0
  15. #59 Crabby2166 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 18:16
    โอ้ยยยยนนยจะตายๆๆๆๆ ใจบางมากอิพี่ปันรุกแรงมากแม่ คะน้าาาาาลูกกกกกก
    #59
    0
  16. #58 Fernjindef (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 14:53
    บ้าเอ้ยยยเขินพี่ปันชิบหายย
    #58
    0
  17. #57 pepi_def (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 14:47
    รู้สึกใจสั่นเขินจนตัวบิดแทนคะน้าเลย พี่ปันรุกแรงมากก กรี๊ดดดดดดดด
    #57
    0
  18. #56 nuneoleejh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 11:31
    รุนแรงมากพี่ปัน กรี๊ดดดดดดด ตายแน่ๆคนอ่านเนี้ยแหละตายแน่ๆ
    #56
    0
  19. #55 Masome (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 11:09
    เขินพี่ปันไปหมด แอ้แงงงงงง้
    #55
    0
  20. #53 yokekikiei (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 09:12
    เขินพี่ปันแทนคะน้า><
    #53
    0
  21. #52 dark.tz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 09:04
    แรง แรงมากพี่ปัน นอกจากจะรุนแรงต่อใจคะน้าแล้วยังรุนแรงต่อใจดิฉันด้วยค่ะ เขินแทนน้องเลย5555555
    #52
    0
  22. #51 wouldumind (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 06:20
    มาแรงมากนะพี่ปันนน ใจเย็นกับลูกเราหน่อยยย เราเลี้ยงคะน้ามาไม่ได้ให้เป็นอาหารนะพี่ จะมาทำท่าหิวกระหายกับลูกเราไม่ได้ 555555555555555555555555
    #51
    0
  23. #50 Defnan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 03:34
    โอยยย ลู๊กกกก เอ็นดูแท้ พี่เค้าดูหิวเหรอ 555555555
    #50
    0
  24. #49 sevenjp7 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 03:06
    เขินแทนคะน้าแร้วนะเนี่ย ไอต้าวพี่ปัน😭
    #49
    0
  25. #48 mixfifi06 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 03:00
    ปันแกมันร้ายนักกกกก คะน้าลู๊กกหนีไปปป
    #48
    0