[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 94 : EP.32 We

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    4 ธ.ค. 60

Upside Down


#2209UpsideDown
โลกของผม โลกของคุณ โลกของเรา ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม




Welcome To The Upside Down

EP.32





'เป็นเพื่อนกันแท้ๆ ไม่ลองคุยกันดีๆละ'


ท่ามกลางบรรยากาศที่น่าอึดอัดในรถ คำพูดของจินตภัทรกลับลอยเข้ามาในความคิดของกวินทั้งที่เขาเคยเมินเฉยกับมันก่อนหน้านี้ การพูดคุยกลายเป็นสิ่งที่เขาเลี่ยงมาตลอด ทั้งที่มันอาจจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่า คำพูดของจอมพลเมื่อครู่ทำให้เขาคิดถึงจินตภัทรขึ้นมาคิดถึงคำพูดที่นักเขียนร่างเล็กบอกกับเขาหลังจากที่มาปรึกษาเรื่องหนี้สินที่เขาเองไม่เคยรู้มาก่อน


"จีนมาคุยกับฉันเรื่องที่นายมีหนี้อยู่ก้อนนึง ฉันไม่เห็นนายเคยพูดถึง" 

คำถามที่เริ่มต้นประโยคสนทนาระหว่างกันหลังจากเงียบไปพักใหญ่ของกวิน เรียกสายตาคนที่นั่งข้างๆ หันมามองก่อนจะหันกลับไปดังเดิม

"ทำไม ถ้าฉันบอกนายว่าฉันกำลังลำบากนายจะเปลี่ยนใจจากสิ่งที่ทำอยู่เหรอ?" 

"ฉันทำอะไร.."

"หึ ก็แบบนี้ไงถึงไม่พูดดีกว่า นายให้แจนมาวุ่นวายเป็นผู้จัดการฉันก็เพราะเรื่องเงินใช่ไหม? นายแบ่งกันคนละเท่าไหร่?" 

คำถามตรงไปตรงมาของจอมพลทำให้คนฟังเบือนหน้าหนีแทบจะทันที กวินไม่มีคำตอบสำหรับคำถามนี้ ถ้าจะพูดก็คงไม่ต่างจากสารภาพว่ายักยอก 

เป็นอีกครั้งที่กวินเงียบและไม่ตอบอะไร ปล่อยให้อีกฝ่ายแค่นหัวเราะออกมาอย่างเอือมระอาและคิดทุกอย่างไปเองคนเดียวอีกครั้ง

ไม่รู้ทำไม...

พอมาถึงจุดนี้แล้ว กวินกลับนึกถึงสมัยที่ทั้งคู่ยังเด็ก และเป็นเพื่อนที่รักกันมากจนสามารถรับผิดแทนกันได้ทุกอย่าง..


'เธอให้จอมพลลอกชีทงานใช่ไหม? มันเหมือนกันอย่างกับคนๆเดียวกันทำ ปรับเปลี่ยนประโยคแค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง'

'เปล่าครับ เราทำงานนี้ด้วยกัน มันก็คงมีเหมือนกันบ้าง'


คำโกหกของกวินที่บอกอาจารย์ประจำวิชาไป ทำให้สุดท้ายจอมพลก็รอดตัว ทั้งที่ความจริงแล้วคนที่ทำรายงานนี้มันคือตัวกวินเอง เพียงแต่เขาเปลี่ยนปากกาและปลอมลายมือหวัดๆ ของเพื่อน ที่ต้องทำแบบนั้นก็เพราะจอมพลต้องเข้าห้องซ้อมหลังเลิกเรียน ไม่มีเวลาสนใจการบ้านหรือโครงงานวิชาที่อาจารย์ให้มา หน้าที่ในวงของกวินไม่มีอะไรนอกจากช่วยจองห้องซ้อมให้เพื่อนๆ และคอยดูแลซื้อข้าวซื้อขนมมาให้เวลาที่ในวงสุมหัวกันแกะเพลงอยู่ในห้องซ้อม เขาไม่มีความสามารถอะไรเลยในทางดนตรีเป็นแค่คนที่เดินตามหลังจอมพลและชื่นชมสิ่งที่เพื่อนทำมาตลอด เมื่อตัวเองไม่มีโอกาสแบบนั้นเพราะพี่ชายไม่สนับสนุนให้เขาเล่นดนตรีหรือทำอะไรที่พี่ชายไม่ชอบ

หากจะเปรียบสิ่งที่เขาเป็นในวัยเด็ก ก็คงไม่ต่างจากลูกไล่ของจอมพลมาตลอด เขาไม่เคยคิดเสี่ยงออกนอกกรอบที่พี่ชายวางไว้ เหตุผลก็ง่ายๆ คือไม่กล้าพอที่จะอยู่อย่างอดๆ อยากๆ หากพี่ตัดค่าขนม ที่ต้องเรียนวิศวะก็เหตุผลเดียวกัน ถ้าไม่เรียนในสิ่งที่พี่อนุญาตก็คงไม่ต้องเรียนต่อมหาลัย ในขณะที่จอมพลทำทุกอย่างที่อยากทำตามใจชอบมาตลอดชีวิตและดูเหมือนจะประสบความสำเร็จในทางที่เลือกด้วยตัวเองมาตลอด ในขณะที่ตัวกวินเองจบวิศวะมาก็ทำทุกวิถีทางให้ตัวเองสอบตกสัมภาษณ์ทุกบริษัทที่ไปสมัคร แม้แต่บริษัทของพี่ชายก็ทำตัวมีปัญหาจนต้องลาออก ก็เพิ่งจะเลือกสิ่งที่อยากทำครั้งแรกก็คือการเป็นผู้จัดการดูแลวงเดฟโซล พอมีรายได้เลี้ยงตัวเองพี่ชายก็เลิกวุ่นวายกับเขาในที่สุด


เหมือนกับว่า...ในโลกนี้ นอกจากจอมพลแล้ว เขาก็ไม่มีใครที่จะใส่ใจชีวิตส่วนตัวของเขานอกจากเพื่อนคนนี้



.....................

Flash back


'มึงรู้ตัวว่าเป็นเกย์ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?'

ในวงเหล้าหลังเลิกเรียนตอนมัธยมปลาย ก็มีคำถามจากจอมพลขณะที่เพื่อนคนอื่นหลับกันหมดและเหลือเพียงพวกเขาสองคน

คำถามที่ไม่มีใครกล้าถามแม้จะรู้ว่ากวินแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ มาตลอด...


'กูไม่ได้ชอบผู้ชาย...แต่คนที่กูเคยชอบเขาเป็นผู้ชาย'

กวินตอบอย่างซื่อสัตย์ เพราะเขาไม่เคยคิดจะโกหกเพื่อน มันแปลกที่จอมพลไม่ได้ล้อเลียนหรือแสดงอาการใดๆ ให้เขารู้สึกแย่ ก็แค่พยักหน้าและตบไหล่เขาเบาๆ พร้อมกับคำพูดที่เขายังจำมันได้ไม่มีวันลืม


'ความรักก็เงี้ยแหละมึง จะเกิดแม่งก็เกิดไม่มีเหตุผล'

คำตอบของจอมพลในตอนนั้นราวกับลางบอกเหตุในสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเจ้าตัวหลังจากนั้น ไม่ถึงสองอาทิตย์ จอมพลก็เจอน้องดาวองค์ที่กลายเป็น "รักแรก" และมาสารภาพกับเขาด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเข้าอกเข้าใจกัน


'กูว่ากูเป็นเกย์ว่ะ'

'น้องดาวองค์ทำให้มึงเปลี่ยนจากผู้ชายปกติเลยเหรอ?'

'อืมก็ไม่เชิงว่ะ กูไม่เคยคบผู้หญิงคนไหนนี่ และน้องเขาเป็นผู้ชายนี่หว่า ผู้ชายชอบผู้ชายก็เป็นเกย์นั่นแหละ'


หลังจากวันนั้นผ่านไปไม่ถึงครึ่งปีความลับระหว่างกันกลายเป็นเรื่องที่ถูกลืมชั่วขณะ เมื่อจู่ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในชีวิตพวกเขา...


'น้องรหัสมึงน่ารักดี กวนตีนชิบหาย'

คำพูดที่จอมพลเอ่ยหลังจากเจอพิมพ์ครั้งแรก ทั้งที่มันควรจะเป็นเรื่องขบขันแต่กวินกลับรู้สึกหนักใจราวกับถูกล้วงความลับในใจไปด้วย

'เออ พิมพ์มันเป็นเด็กกวนตีน มันบ้าๆ บอๆ ดูไม่ค่อยเป็นผู้หญิงเท่าไหร่ ทำไม? มึงชอบเหรอ?'

'ชอบมั้ง ไม่รู้ว่ะ เจอหน้าเแม่งชอบแยกเขี้ยวใส่กูตลอด แต่เอาจริงก็สวยอยู่นะ มึงไม่ได้ชอบน้องมันใช่ปะ?'

ทั้งที่มันเป็นคำถามที่ตรงไปตรงมาที่สุดแล้วในช่วงเวลานั้น เพราะพวกเขาไม่เคยมีปัญหากันเรื่องนี้มาก่อน แต่นั่นกลับเป็นครั้งแรกที่กวินได้แต่หัวเราะและเลือกที่จะ 'โกหก' กลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเอง


'มึงก็รู้..กูไม่ชอบผู้หญิง' 


วันเวลาผ่านไปเขายอมหลีกทางให้จอมพลและเก็บความรู้สึกตัวเองเอาไว้ มองดูความสัมพันธ์ของเพื่อนสนิทและน้องรหัสอย่างเงียบๆ แม้ว่าหัวใจของเขาเจ็บเสมอยามที่เห็นทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนิทสนม เขาใช้ชีวิตเหมือนคนอกหัก พยายามตีตัวออกห่างจากพิมพ์ อยู่ในที่ๆ ตัวเองควรอยู่ ฝังความรู้สึกหวั่นไหวเอาไว้ให้ลึกสุดใจ ตอบรับความรักจากยลรดาแลเปลี่ยนสถานะระหว่างกันจากเพื่อนร่วมคณะมาเป็นแฟน ทุกอย่างกำลังไปได้ดี เขากำลังจะลืมความรู้สึกที่มีต่อพิมพ์ไปแล้ว


ถ้าไม่ต้องกลายเป็นญาติกันเพียงชั่วข้ามคืน...


'นี่พิมพ์กับแจ็คเป็นพี่รหัสน้องรหัสกันเหรอเนี่ย? โลกกลมมากเลย กวีว่าไหมคะ?'

'อืม ถ้าไม่บอกว่าเป็นแค่ลูกพี่ลูกน้องผมคงคิดว่าฝาแฝดของคุณนะ พิมพ์กับคุณคล้ายกันมากเลย สวยเหมือนกันเลย'

คำพูดของพี่ชายและพี่สะใภ้ของเขาที่พูดคุยกันบนโต๊ะอาหารก่อนที่ทั้งคู่จะหมั้นหมายกันราวกับสายลมที่เบาบางจนกวินแทบไม่ได้ยินในวินาทีที่เขาสบตากับน้องรหัสที่นั่งอมยิ้มอยู่ฝั่งตรงข้ามกันในฐานะ "เพื่อนเจ้าสาว" ที่ฝนทิพย์เป็นคนเลือก เพราะในบรรดาญาติพี่น้องในตระกูล พิมพ์กับฝนทิพย์สนิทกันมากที่สุด ในวันที่นัดญาติทั้งสองฝ่ายมารับประทานอาหารร่วมกันพร้อมกับวางแผนงานวิวาห์ของกวีและฝนทิพย์ กลายเป็นวันที่กวินรับรู้ว่าหัวใจของเขาไม่สามารถลืมความรู้สึกที่มีต่อพิมพ์ได้เลยแม้เสี้ยววินาทีเดียว


ผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขา "สุข" และ "เศร้า" ไปพร้อมกัน

แม้จะสามารถใกล้ชิดกันได้ในฐานะญาติ โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเพื่อนสนิทอย่างจอมพลอีกต่อไป

แต่พิมพ์ก็ไม่ต่างจากสิ่งที่เขาเอื้อมไปไม่ถึง แม้จะอยู่ใกล้กันแค่ไหน...



'แจ็คมีรักแรกตอนอายุเท่าไหร่เหรอ?'

ขณะที่พวกเขากำลังช่วยกันเก็บข้าวของหลังจากงานแต่งงานของพี่ชายและพี่สะใภ้ หลังจากบทสนทนาต่างๆ หมดลงและเหลือแต่ความเงียบ พิมพ์ก็ถามถึงรักแรกของเขา และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่เขายอมเล่าถึงคนที่ทำให้เขาเคยยอมรับกับจอมพลว่าตัวเองคงเป็นเกย์ไปแล้ว


'แจ็คอยู่ม.3 ตอนนั้นเตะบอลอยู่กับเพื่อนหลังเลิกเรียน แล้วข้างสนามอะ๕มันมีเด็กประถมมาซ้อมหลีด...'

'เห้ย ชอบเด็กประถมอ่อ?' คำถามปนขำของพิมพ์ทำเอากวินชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ส่ายหน้ายิ้มๆ พลางตอบ 

'ไม่ใช่ แจ็คชอบเด็กที่มาสอน เป็นเด็กม.1ม.2นี่แหละ คือน้องเขาเป็น...เอ่อ'

พิมพ์เริ่มนึกออกถึงคำพูดแซวของเพื่อนๆ ในกลุ่มของจอมพลชอบพูดว่ากวินไปปิ๊งตุ๊ดเด็ก เธอร้องอ๋อออกมาก่อนจะถามขณะที่อีกฝ่ายยังอ้ำอึ้งไม่กล้าตอบตรงๆ 

'ที่พวกพี่โจ้แซวว่า...' 

'อืม นั่นแหละ น้องเขาเป็นเด็กผู้หญิงในร่างผู้ชาย'

กวินตอบออกไปอย่างขัดเขิน เขาไม่กล้าสบตาพิมพ์ในตอนนั้นเพราะอาย แต่หญิงสาวกลับถามต่ออย่างอยากรู้อยากเห็นราวกับว่าสิ่งที่กวินเป็นนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่

'น่ารักไหม? น้องเขาหน้าตาเป็นไง?'

'ก็ ตัวเล็กๆ ขาวๆ ตาโตแล้วก็ปากแดงมากๆ เห็นไอ้โจ้บอกว่าน้องเขาทาน้ำยาอุทัยมั้ง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเด็กกรุงเทพคริสเตียน ตอนเห็นตราโรงเรียนก็งงเหมือนกันเพราะโรงเรียนน้องเขาไกลจากโรงเรียนแจ็คนะ ก็มาซ้อมหลีดให้เด็กโรงเรียนประถมแถวนั้นแหละแต่มาซ้อมในสนามบอลโรงเรียนแจ็ค เจอกันอยู่ประมาณอาทิตย์นึง' 


ชายหนุ่มเล่าพลางคิดถึงภาพตุ๊ดเด็กตัวเล็กๆ ที่แหกปากใส่เด็กประถมจนกลัวหงอไปหมด ไม่รู้ทำไมตอนนั้นเขาถึงชอบอะไรแบบนั้นทั้งที่เพื่อนๆ ที่เตะบอลด้วยกันต่างบอกว่า 'น่ากลัวชิบหาย'


'ได้คุยกันไหม?'

'ไม่ได้คุย ไม่รู้ชื่อด้วยซ้ำ รู้แต่เด็กที่เรียนเต้นเชียร์ลีดกับเขาเรียกเจ๊ๆ แจ็คแค่ไปนั่งดูน้องเขาเฉยๆ ก็ดูแล้วยิ้มให้ แต่น้องเขา...'

'เขาทำไม?'

'เขาเบ้ปากใส่ ฮ่าๆๆ ไม่รู้สิตอนม.ต้นแจ็คเป็นเด็กหน้าสิวใส่แว่นหนาๆ มันก็คงไม่ใช่เสปคน้องเขามั้ง นั่งมองน้องเขาอยู่แบบนั้น จนวันนึงแจ็คไปเจอน้องเชียร์หลีดเดอร์ตัวน้อยๆ ที่อยู่แกงค์ซ้อมหลีดในร้านเกมแถวบ้านไอ้บี พอถามถึงเจ๊ น้องเขาบอกว่าเจ๊โกอินเตอร์ไปแล้ว ไม่แน่ใจว่าไปเรียนต่อเมืองนอกจริงๆ หรือว่าไปร้องรำทำเพลงแถวไหนแล้ว ไม่เคยเจอกันอีกเลย...ถ้าเจอกันอีกก็คงจำไม่ได้แล้วแหละ'


น่าแปลกที่ในตอนนั้นพิมพ์นั่งฟังและอมยิ้มตามไปกับอดีตความรักชวนขนลุกของเขาที่คนทั่วไปคงว่าเขาบ้า หรือถ้าเป็นเพื่อนก็คงสะอิดสะเอียน แต่พิมพ์กลับถามและชวนคุยราวกับกันว่า "เพศสภาพ" ของรักครั้งแรกของกวินนั้นไม่ได้แปลกประหลาดอะไร แถมยังไม่ถามเหมือนคนอื่นด้วยว่าเขาเป็นเกย์หรืออะไร แทบไม่มีคำถามที่ทำให้เขาอึดอัดเลย

ในตอนนั้นนอกจากจอมพลแล้ว....

พิมพ์ก็กลายมาเป็นทั้ง น้องรหัสและเพื่อนสนิทอีกคน ที่กวินสามารถเล่าทุกเรื่องให้ฟังได้อย่างสบายใจ และความสบายใจนั้นเองกลับกลายเป็นเชือกที่รัดคอเขาให้หายใจไม่ออกขึ้นเรื่อยๆ ยามที่กลับมาสู่โลกแห่งความจริงว่าเขากำลังหลงอยู่ในวังวนที่มีพิมพ์อยู่ในใจอีกครั้ง ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นแฟนของเพื่อนสนิท


'ถ้าไอ้บีมันไม่จีบพิมพ์ ตอนนั้นแจ็คอาจจะจีบพิมพ์ก็ได้นะ..'

คำพูดที่พลั้งเผลอยามที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตอนที่กวินนั่งดื่มกับจอมพลจนเมาแอ๋อยู่ในห้องและพิมพ์กับแจนก็มาอยู่ด้วยแต่แฟนสาวของเขากลับหนีไปนอนก่อนคนแรกขณะที่จอมพลลงไปร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อโซดาน้ำแข็งเพิ่ม หญิงสาวไม่ได้มีอาการตกใจ เธออมยิ้มและสบตาเขาและตอบด้วยเสียงแผ่วเบาแต่กลับชัดเจนในทุกโสตประสาทการรับรู้ของกวิน


'แจ็คไม่ได้ชอบพิมพ์หรอก แจ็คแค่สบายใจเวลาที่เราได้คุยกัน ความสบายใจกับความรักมันไม่เหมือนกันหรอก แจ็คแค่สับสนระหว่างสองสิ่งนี้ คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เรารัก เพราะแจ็คเองก็เป็นแบบนั้นสำหรับพิมพ์เหมือนกัน' 




..................


Flash come


"ขอบคุณนะครับลุง กลับบ้านดีๆ"

"พักผ่อนเยอะๆ นะครับคุณบี"


คำบอกลาระหว่างคนขับรถและนักร้องหนุ่มเรียกสติที่หลุดลอยไปในห้วงอดีตของกวินให้กลับมาสู่ปัจจุบันอีกครั้ง เขามองจอมพลเปิดประตูรถและหยิบข้าวของๆ ตัวเองจากไปโดยไม่ลาเขาสักคำ ชั่วอึดใจก่อนที่ประตูรถตู้จะปิดลงกวินตัดสินใจดึงประตูรถเอาไว้จนจอมพลชะงักและมองสบตากัน


"กูขอเวลาหน่อย..."

"หน่อยนี่มันแค่ไหน?" เสียงยียวนกวนประสาทของจอมพลเอ่ยถามพลางเอียงคอมอง

"สามวัน ก่อนที่เอินจะกลับมาทำงาน มึงไปทำงานกับกูก่อน แล้วเรื่องที่คุยค้างไว้กูขอเวลากลับไปคิดก่อน" 

ทั้งคู่มองหน้ากันไม่กี่วินาที ก่อนที่จอมพลจะพยักหน้าแบบขอไปทีแล้วเดินเข้าล็อบบี้คอนโดไป กวินกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองขณะที่เรียบเรียงความคิดของตัวเอง และคำสารภาพบาปที่คิดว่าถึงเวลาที่ควรจะบอกอีกฝ่ายเสียที

มันยากมากจริงๆ ยากจนทำให้เขานึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองยืนอยู่ขอบสนามและมองไปทางเด็กผู้ชายตัวผอมบางใส่เสื้อนักเรียนปล่อยชายกับกางเกงนักเรียนสีดำที่พับเอวขึ้นมาจนกลายเป็นกางเกงขาสั้นกำลังเต้นสะบัดสุแรงเกิดไม่สนสายตาชาวโลก สุดท้ายเขาไม่กล้าเดินเข้าไปถามแม้กระทั่งชื่อของเด็กคนนั้น....

เพราะยังไม่กล้ายอมรับความรู้สึกที่มีต่อเด็กคนนั้น ยอมรับว่าตัวเองต่างจากเพื่อนในกลุ่ม 

เหมือนกับที่ไม่กล้ายอมรับความผิดของตัวเองที่มีต่อเพื่อนสนิทในตอนนี้


การยอมรับว่าตัวเองชอบผู้ชายในวัยเด็ก 

ก็ไม่ต่างจากการยอมรับว่าตัวเองทำผิดกับเพื่อนสนิทมาตลอด 

มันยิ่งใหญ่พอๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับแบบไหน....




.....................




"ป้า นี่จดหมายอะไรอะ?" 

เสียงคุณหนูคนเล็กของบ้านเอ่ยถามเมื่อแม่บ้านเอาจดหมายที่เพิ่งได้รับจากบุรุษไปรษณีย์มาวางให้ที่โต๊ะรับแขกที่เขากำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ก่อนจะออกไปทำงาน

"อ๋อ จากสมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียนที่คุณเอินเลยเรียนก่อนไปจะกลับไปแอลเอไงคะ เขาส่งมาทุกปีละค่ะ เชิญไปงานสมาคม..."

"เคยเรียนแค่ม.1นี่ยังเป็นศิษย์เก่าได้อ่อ? พิลึกว่ะ"

"แหม ก็ไม่ใช่แค่คุณเอินที่เคยเรียนนี่คะ คุณท่านก็เรียนเหมือนกัน ยังไงก็ฝากไปให้คุณท่านที่ออฟฟิศด้วยนะคะ" 

แม่บ้านวัยชราเอ่ยก่อนจะเดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองในครัว ส่วนอนิลก็นั่งพลิกซองที่ฝากไปให้พ่อไปมาก่อนจะวางอย่างไม่สนใจใยดี เพราะเป็นโรงเรียนที่พ่อเขาเคยพยายามใช้เส้นสายพาเขาเข้าไปเรียนได้ แต่สุดท้ายก็อยู่ไม่รอดอีกหนึ่งโรงเรียน ในบรรดาโรงเรียนที่อนิลถูกย้ายมานับสิบตั้งแต่ประถมจนสุดท้ายก็ต้องส่งเขาไปอยู่กับพี่สาวเพราะจนปัญญาจะต่อกรกับระบบการศึกษาไทยที่มีปัญหากับพฤติกรรมเบี่ยงเบนของเด็กมากกว่าสนใจความสามารถของเขา 


"น้องอนิลแกออกสาวเกินไป กลัวว่าจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเพื่อนๆ"

"เป็นผู้ชายทำไมเดินแบบนี้น่าเกลียดมากเลย เดินให้มันแมนๆหน่อย"

"เสียชื่อสถาบันหมด ดูด็รู้ว่าเป็นตุ๊ดเดินบิดขนาดนี้"


สารพักคำตำหนิที่อนิลได้รับมาจากโรงเรียนในประเทศนี้เพราะความอรชรอ้อนแอ้นมาตั้งแต่เด็กและรักสวยรักงามแอบทาลิปกลอสบ้าง ปัดขนตาบ้างไปโรงเรียน แล้วอีที่สุดท้ายที่เขาเรียนอยู่ที่เพิ่งส่งจดหมายเชิญเลี้ยงสังสรรค์นี่ ตอนนั้นก็เชิญผู้ปกครองให้มาทำเรื่องลาออกให้เขาทั้งที่ยังเรียนไม่จบมัธยมหนึ่งด้วยซ้ำเพราะอนิลดันไปแต่งสวยเต้นระบำอยู่ที่โรงเรียนประถมในฐานะเชียร์ลีดเดอร์รับเชิญ(ตัวเอง)ไปสนุกสนานกับงานกีฬาสีเด็กๆ แถวบ้านจนครูฝ่ายปกครองไปเจอ 

ทั้งที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่ครูอาจารย์กลับเดือดร้อนแทนพ่อแม่เขาโดยไม่สนใจผลการเรียนเลยว่าเขาเองก็ไม่ได้เรียนแย่กว่าเด็กผู้ชายแมนๆ ทั่วไป 


"ก็กูเป็นตุ๊ดไงอีกะหล่ำ จะให้เดินแบบไหนวะ แม่ง...."

เสียงสบถดังขึ้นขณะที่ร่างบางนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์แต่ในหัวย้อนกลับไปคิดถึงคำตำหนิที่เคยได้รับในวัยเด็ก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างเคียดแค้น เพราะสุดท้ายแล้วเพศที่สามที่คนในโรงเรียนตราหน้าว่าจะทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียงมันก็ไม่ได้ทำให้โรงเรียนเดือดร้อนอย่างที่ว่า 

เพราะปัจจุบันบุคคลมีชื่อเสียงมากมายจากหลากหลายวงการที่เปิดตัวเป็นเพศที่สาม ส่วนนึงก็จบมาจากโรงเรียนพวกนี้นี่แหละแถมโรงเรียนดังๆ พวกนี้ยังมีหน้ามาเรียกพวกเขาว่า "ศิษย์เก่า" ทั้งที่ตอนเรียนอยู่ปฏิบัติกับเด็กที่แปลกแยกราวกับวรรณะจัณฑาลในอินเดีย


เสียงแตรรถที่ดังอยู่นอกรั้วเรียกให้ร่างบางกระเด้งตัวขึ้นจากโซฟาก่อนจะคว้าจดหมายที่ป้าแม่บ้านฝากไว้กับกระเป๋าถือพร้อมวิ่งถลาออกไปหาคนที่ขับรถมารับไปทำงานแต่เช้า อารมณ์หงุดหงิดเมื่อครู่จากหายไปราวกับลมตดโดนพายุพัด รอยยิ้มกว้างเข้ามาแทนที่ส่งไปถึงคนขับที่ลดกระจกรถลงมาหา


"รถติดมากเลยเอิน รีบขึ้นรถเถอะ"


ร่างบางขึ้นรถได้ก็ดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดแล้ววางซองจดหมายเอาไว้บนกระเป๋า กวินยิ้มให้คนรักก่อนจะเหลือบมองซองในมือของอนิล

"จดหมายอะไรอะ?" 

"อ๋อ ของพ่ออะ สมาคมศิษย์เก่ากรุงเทพคริสเตียน เออ แล้วเมื่อวานไปทำงานกับบีเป็นไงอะ?"

"เอ่อ แจ็คแค่ไปรับน่ะ ตอนเช้าให้ลุงคนขับไปคนเดียว ติดธุระที่บ้าน...คุณพ่อเอินเรียนกรุงเทพคริสเตียนเหรอ?"

คนถามรู้สึกตะหงิดๆ กับชื่อโรงเรียนนี้นิดหน่อยเพราะเป็นความทรงจำในวัยเด็กที่ไม่เคยลืม แต่ก่อนที่จะคลายความสงสัยไป คนรักกลับพูดให้คิดมากยิ่งกว่าเดิม...


"ใช่ เอินก็เคยเรียนนะ แค่แปบเดียวก่อนไปเมกา"

"อ่าว ทำไมล่ะ?"

"โดนเชิญออกข้อหาสวยเกินไป"

"ถามจริง?" 

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพลางถามกลับ ขณะที่ร่างบางเบ้ปากอย่างไม่พอใจกับอดีตของตัวเอง

"ข้อหาเป็นตุ๊ดออกสาวเกินงาม"

"อ่าวนี่ เป็นตุ๊ดเหรอ?" กวินถามพลางกลั้นขำ เมื่อคนสวยของเขาหันมามองตาขวาง

"ที่ได้อยู่ทุกวันนี่คิดว่าเป็นอะไร? อย่างจีนนี่ก็ใช่นะ.."

"อ่าวเขาไม่ได้เรียกเคะเหรอ? อ่านนิยายมา..." 

ขณะที่คนอ่านนิยายมามากหันไปถามขณะที่ติดไฟแดงอย่างซื่อๆ

เสียงแหลมอย่างลืมตัวก็หวีดใส่คนรักอย่างรำคาญสุดฤทธิ์


"เคะไหน? ปลอมมมมมม ตุ๊ดก็คือรับ อุเคะก็คือรับในภาษาญี่ปุ่น เคะนี่มันเป็นแสลงเด็กไทยผมติ่งหูใช้เรียกตุ๊ดในนิยายบอยเลิฟให้ดูน่ารักขึ้นแต่โดยพฤตินัยมันก็คือตุ๊ดเว้ย ร่างบาง หัวนมแดง ขาเรียว ตัวเท่าลูกหมา ปากเชอร์รี่ เฮลโหล~~ ตุ๊ดในตุ๊ด ถ้าไม่ออกสาวก็แค่เกย์รับ อย่างเอินอย่างจีน โดยพฤตินัยมันก็คือผู้ชายฝ่ายรับออกสาว Meaning ว่าตุ๊ด เก็ทปะ? นี่เพิ่งเป็นรุกครั้งแรกในชีวิตเหรอ?" 

ดวงตากลมโตที่กรีดอายไลน์เนอร์คมกริบหันมาจิกตาใส่กวินพลางถาม


"ก็...อืมมมม" คนถูกถามตอบเขินๆ พลางอมยิ้ม

"เค้าเป็นคนแรกของแจ็คเหรอ?"

"อืม...ไม่เชิงถ้าไม่นับเด็กที่เคยหิ้วมานอนด้วยตอนเปลี่ยวๆ แต่ก็จะเรียกว่าเรื่องทางโลกแบบที่เอินรู้แจ็คไม่รู้ไง" 

"โหย ตอนแรกคิดว่ามิสเตอร์เกรย์มาแนวซาดิสโซ่แส้กุญแจมือ คิดว่าเชี่ยวมาก่อน อ่อนหัด! อ่อนหัด! ที่แท้ก็พวกรุกหมอชิตสไตล์มากๆ รุกถือถุงกระดาษถือชลอมตะกร้าหนีบแตะช้างดาว"  


สิ้นเสียงหวีดแหลมของอนิลที่เผลอเป็นตัวเองกับแฟนหนุ่ม ทำเอากวินหัวเราะดังลั่นพร้อมกับน้ำตาที่พานไหลออกมาเพราะหัวเราะมากเกินไป 

อนิลราวแม่มดที่มีเวทมนตร์วิเศษที่ทำให้เขาหัวเราะออกมาได้หลังจากผ่านคืนวันที่ทะเลาะกันหนักหน่วงจนเกือบเลิกลากัน 

ยิ่งคบกันนานวัน ก็ยิ่งรู้ว่าแท้จริงแล้วอนิลเป็นคนตลกมากๆ แม้จะเคยตกใจหลายครั้งเวลาแอบฟังคนรักโทรศัพท์คุยกับเพื่อน พอมานั่งคิดๆ ดูแล้วก็โกรธตัวเองที่เคยทำให้อนิลเสียใจและร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร 


ช่วงเวลาที่อนิลกอดเขาเอาไว้และขอร้องไม่ให้เขาไปนั้น...

เป็นช่วงเวลาที่กวินคิดว่าว่าจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว 


เมื่อได้มานั่งหัวเราะด้วยกันในรถแบบนี้ มันทำให้กวินตัดสินใจที่จะจบปัญหาทุกอย่างโดยเร็วเพื่อใช้เวลาที่มีค่าอยู่กับคนที่ทำให้เขาหัวเราะและมีความสุขอยู่เสมอ 

รอยยิ้มของอนิลคือสิ่งที่ทำให้กวินเห็นคุณค่าของเวลาที่เขาใช้มันไปกับคนในอดีตมากเกินไป

เขาใช้เวลากับเรื่องของพิมพ์มามากเกินไปแล้ว....

มันคงถึงเวลาแล้วที่เขาจะปล่อยมือจากอดีต

และกอดคนในปัจจุบันเอาไว้และเดินไปสู่อนาคตที่มีความสุขด้วยกัน





...........TBC..........

ใครคิดถึงคุณจินตภัทรรอนิดนึงนะคะ555555







 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18135 Cartoonpbct (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:52
    อยากให้กวินรุ้ว่าเอินคือน้องลีดคนนั้นน
    #18,135
    0
  2. #17546 jan05199 (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:52
    ชอบความเอินชอบจริตนางโดนเชิญออกเพราะสวยเกินไป
    #17,546
    0
  3. #17140 pailinkamlue11 (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 20:54
    ไม่มีอะไรจะพูดนอกจาก บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต #เพลงพี่บั้บโปเตโต้มา
    #17,140
    0
  4. #17020 super_man (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 21:30
    เด็กกรุงเทพคริสเตียนขวัญใจกวินนี้เอง โลกกลมไปอีก
    #17,020
    0
  5. #16997 ~AnNiE~ (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 23:48
    พี่บีกับน้องดาวองซ์
    แจ็คกับเด็กกรุงเทพคริสเตียน
    โลกกลมจริง
    #16,997
    0
  6. #16952 คัชช๊ะ (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 02:54
    โลกกลมมมมมไปอี๊ดกดดก
    #16,952
    0
  7. #16877 0806_k (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 22:52
    เอินนน หนูลูก ความตุ๊ดเด็ก โอ้ยยยย ละดูที่ด่าแจ็คตอนพูดเรื่องเคะ 555 เก้วกราดเบอร์แรง

    รักคาแรคเตอร์เอินมากๆ
    #16,877
    0
  8. #16589 Gotdr7 (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 05:29
    นี่ว่าถ้าแจ็คเปิดใจคุยกะบีก้อาจจะไม่มีปัญหาไรอะ แต่สองคนก้มีกำแพงอะเนอะ ลำบากทั้งคู่ เหิ้มมมมม วงวารร
    #16,589
    0
  9. #16588 Gotdr7 (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 05:29
    นี่ว่าถ้าแจ็คเปิดใจคุยกะบีก้อาจจะไม่มีปัญหาไรอะ แต่สองคนก้มีกำแพงอะเนอะ ลำบากทั้งคู่ เหิ้มมมมม วงวารร
    #16,588
    0
  10. #16586 † FuNe ~ Real † (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 01:07
    ขำอนิลมาก โอ้ยยย 55555
    เราว่าถ้าแจ็คบอกความจริงไป บีอาจจะไม่โกรธนะ บีคงแค่อยากให้แจ็คพูดความจริงออกมา เป็นเพื่อนกันไม่อยากให้มีอะไรปิดบังกันงี้ป่าว
    #16,586
    0
  11. #16585 parkjinyoung_43 (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 21:23
    นี่ก็ว่าถ้าเเจ็คบอกความจริงทั้งหมดไป จอมพลจะไม่โกรธนะ
    #16,585
    0
  12. #16584 Amber Aunyamanee (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 12:33
    โอ้ยยอยากรู้ว่ากวินจะบอกจอมพลยังไงง
    #16,584
    0
  13. #16583 SosweetNW (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 21:25
    ตุ๊ดดดด เคะก็คือตุ๊ดดด 555555555555555 โอ้ยยยเอิน ขำมาก 555555555555
    #16,583
    0
  14. #16582 _ST4BLE (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 11:01
    ก็กูเป็นตุ๊ดไงอีกะหล่ำ 55555555555555555555555555555555555555555 ขำแบบหยุดไม่ได้
    #16,582
    0
  15. #16581 Buawgeang (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 12:28
    หื่ออออยากให้รู้ควัมจิงงง
    #16,581
    0
  16. #16580 Mukimukii (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 03:02
    งื้ออ รักเอินนนน ตลกกก
    #16,580
    0
  17. #16579 Mukimukii (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 03:02
    งื้ออ รักเอินนนน ตลกกก
    #16,579
    0
  18. #16575 DefjeffAum (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 10:36
    แจ็คสู้ๆนะ บอกความจริงทั้งหมดกับจอมพลไปเลย เราเชื่อว่าถ้าจอมพลเข้าใจเรื่องทุกอย่างจะดีขึ้น ดีกว่ามานั่งเงียบแล้วให้บีคิดทุกอย่างไปเองแบบนี้นะ
    #16,575
    0
  19. #16574 ThanMintTH (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 01:51
    งื้ออ เอินแน่นอนน ฮื้ออ
    #16,574
    0
  20. #16573 ampppese (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 00:42
    /me เปิดเพลง บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต
    #16,573
    0
  21. #16572 Yunau (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 23:51
    คนเดียวกันใช่ไหมเอินกับน้องคนนั้น ฮู้ยยยยยย
    #16,572
    0
  22. #16570 Mnr-mm (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 07:58
    หู้ยยยยยยยน้องเอินนนนนน
    #16,570
    0
  23. #16569 Ompiangtak (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 04:31
    หอมหัวคุณหนูเอินตัวน้อยๆ น่ารักเกินไปแล้วใจบางไปหมด และในส่วนของการเป็นตุ๊ดเด็กของน้องนี่ภาพในหัวมันมาเลยตัวเล็กๆแห้งๆหัวเกรียนๆ ปากแดงเป็นไฟจราจร 555555555555 แต่น้องคงน่ารักแหละไม่งั้นพี่แจ็คไม่ปิ๊งน้องหรอก เอาจริงๆน้องเอินก็สวยมากตลอดชีวิตเลย
    #16,569
    0
  24. #16568 Ompiangtak (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 04:30
    หอมหัวคุณหนูเอินตัวน้อยๆ น่ารักเกินไปแล้วใจบางไปหมด และในส่วนของการเป็นตุ๊ดเด็กของน้องนี่ภาพในหัวมันมาเลยตัวเล็กๆแห้งๆหัวเกรียนๆ ปากแดงเป็นไฟจราจร 555555555555 แต่น้องคงน่ารักแหละไม่งั้นพี่แจ็คไม่ปิ๊งน้องหรอก เอาจริงๆน้องเอินก็สวยมากตลอดชีวิตเลย
    #16,568
    0
  25. #16567 Ompiangtak (จากตอนที่ 94)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 04:30
    หอมหัวคุณหนูเอินตัวน้อยๆ น่ารักเกินไปแล้วใจบางไปหมด และในส่วนของการเป็นตุ๊ดเด็กของน้องนี่ภาพในหัวมันมาเลยตัวเล็กๆแห้งๆหัวเกรียนๆ ปากแดงเป็นไฟจราจร 555555555555 แต่น้องคงน่ารักแหละไม่งั้นพี่แจ็คไม่ปิ๊งน้องหรอก เอาจริงๆน้องเอินก็สวยมากตลอดชีวิตเลย
    #16,567
    0