[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 54 : 50 : นาฬิกา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,077
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    17 ส.ค. 60





นาฬิกาเรือนเก่า เวลาไม่เดินแล้ว

ไม่มีวี่แวว เนิ่นนานเท่าไร

นาฬิกาเรือนเก่า ที่เคยหยุดเอาไว้

อยู่ในหัวใจ เวลาของเรา


นาฬิกาเรือนเก่า - ปาล์มมี่


 





 

50

นาฬิกา

 

นาฬิกาเรือนเก่า เวลาไม่เดินแล้ว

ไม่มีวี่แวว เนิ่นนานเท่าไร

นาฬิกาเรือนเก่า ที่เคยหยุดเอาไว้

อยู่ในหัวใจ เวลาของเรา

(ปาล์มมี่ - นาฬิกาเรือนเก่า)

 

....................

 

"ตอนนี้บีกลับไปช่วยแม่ขายขนมตาลสลับกับช่วยพ่อขายถังสังฆทาน จริงๆ ก็ขายแค่ช่วงเย็นนะ แล้วก็ขับรถกลับมานอนเอาแรงก่อนไปเล่นดนตรีที่ร้านต่อ เขาก็พยายามทำทุกอย่างเต็มที่แล้วแต่มันก็แค่เริ่มต้น ก็คงต้องรอดูกันไป ยังไงพิมพ์ก็ให้โอกาสเขาหน่อยแล้วกันนะ"

ร่างเล็กเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม ขณะที่มองคู่สนทนาที่ตรงหน้าที่ไร้คำตอบใดๆ กลับมา

"เราว่าบีเขารับรู้แล้วนะ ว่าพิมพ์รู้สึกยังไง ให้อภัยเขาได้ไหม ให้คนๆ หนึ่งได้มีโอกาสแก้ตัวเลิกแล้วต่อกันต่างคนก็ใช้ชีวิตของตัวเองเถอะนะ"

มือเรียวยกขึ้นสัมผัสดวงตากลมโตผ่านเงาสะท้อนจากกระจกเหนืออ่างล้างหน้า

คู่สนทนาที่มีเพียงดวงตาคู่สวยที่อยู่กับเขามาเป็นเวลาหนึ่งปีกว่า...

นับตั้งแต่จินตภัทรรอรับบริจาคดวงตาจากคนใจดี หลังจากที่จินตภัทรประสบปัญหาแผลที่กระจกตาสืบเนื่องมาจากอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้คิดว่ามันส่งผลให้เกือบตาบอด

คำตอบจากสิ่งที่เขาสงสัยถูกส่งมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว...

คำตอบจากสิ่งที่จินตภัทรสงสัยมาตลอดว่าพิมพ์เกี่ยวข้องกับเขายังไง ทำไมต้องเป็นเขาที่ต้องรู้สึกเสียใจและผิดหวังในตัวของจอมพลแทนเธอ ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขารู้เรื่องพิมพ์จากปากจอมพล ความรู้สึกที่เขาไม่รู้ว่าทำไม...

เช่นเดียวกับคำถามว่าทำไมผู้หญิงคนหนึ่งถึงทิ้งปัญหาไว้มากมายหลังจากตายไป โดยเฉพาะกับเขาที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย แต่ทำไมเขายังรู้สึกเจ็บปวดและทุกข์ร้อนไปกับเรื่องของเธอ

 

9:42 AM

แม่

เอาน้ำพริกไปส่งแล้วก็อย่าลืมขอบคุณป้าเขาด้วยล่ะ

ตอนนั้นถ้าเขาไม่หาให้

น้องอาจจะเป็นเด็กตาบอดไปแล้ว

 

จินตภัทรถูกสั่งให้ไปขอบคุณเพื่อนของแม่ที่เป็นพยาบาลบ่อยๆ เหมือนกับตอนที่เขาเอาของฝากไปให้ แล้วบังเอิญเจอแจนคราวนั้น เพราะคุณป้าเป็นคนที่ช่วยประสานงานกับทางศูนย์รับบริจาคดวงตาให้เขาเมื่อเกือบสองปีที่แล้วหลังจากที่เขาเริ่มมีปัญหาเรื่องดวงตา เพราะอัตรารอคิวในการรอผ่าตัดค่อนข้างนาน โดยเฉลี่ยประมาณ ห้าปีขึ้นไป ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามความสำคัญของกลุ่มคนไข้ด้วย อาทิ คนไข้ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้กระจกตา ในบางครั้งก็จะต้องมีการจัดคิวเร่งด่วนเข้ามาให้ ซึ่งคุณป้าก็สามารถลัดคิวให้เขาก่อนที่เขาจะกลายเป็นคนตาบอด แต่หลังจากเปลี่ยนดวงตามาเขาไม่เคยได้ขอบคุณเจ้าของดวงตาเลย เพราะตามหลักการบริจาคทั้งคนให้และคนรับจะไม่รู้จักกัน เพราะญาติของผู้บริจาคจะมีหนังสือคล้ายใบอนุโมทนาบัตรส่งไปให้ว่าดวงตาที่บริจาคมานั้นมีผู้รับแล้ว

"จริงๆ มันผิดกฏนะ แต่ถ้าน้องจีนอยากรู้ป้าจะถามให้" คุณป้าพยาบาลพูดกับเขาด้วยความเอ็นดูเมื่อจู่ๆเขาก็รบเร้าขอชื่อของคนที่บริจาค

"ผมแค่อยากขอบคุณเขา...แค่ไปหาเขา ขอบคุณอัฐิของเขาด้วยตัวเอง"

 

สองอาทิตย์หลังจากวันที่เขาตกลงแยกกันอยู่กับจอมพล เขาได้รู้ว่าคนที่เป็นผู้บริจาคดวงตาให้กับเขาในตอนนั้นคือพิมพ์ พิมพ์บริจาคร่างกายไว้ แต่เพราะอุบัติเหตุ สิ่งที่สามารถจะบริจาคได้จึงมีเพียงดวงตาที่ไม่ได้รับการกระทบกระเทือน

ทั้งที่จินตภัทรพยายามสืบหาความเกี่ยวข้องระหว่างเขากับพิมพ์จากหลายๆ ที่ ไปไกลถึงเรื่องเพื่อนหรือญาติ แต่เขากลับเจอพิมพ์อยู่ใกล้ๆ เขาเพียงแค่ลืมตามองกระจก

ราวกับพิมพ์พยายามทำทุกอย่างให้ได้อยู่กับคนที่รัก...

ได้เฝ้ามองคนที่รักหมดหัวใจผ่านดวงตาคู่นี้ไปนานๆ

ไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากจินตภัทรเพียงคนเดียว เขาคิดว่าพิมพ์เองก็ไม่ได้อยากรบกวนอะไรเขา เพียงแต่พรหมลิขิตนี้คงเกิดจากความรักที่พิมพ์ยังรักและห่วงจอมพลอยู่เสมอ นำพาให้จินตภัทรมาพบเจอและรักผู้ชายคนเดียวกับเธอ ไม่ว่าจะเป็นเพียงจินตนาการ แต่จินตภัทรเชื่อว่ามันมีเหตุผลในตัวมันเอง การพบเจอ และ รักกัน

 

....................

 

"มองอะไร ไม่เคยเห็นคนไม่มีเวลาโกนหนวดรึไง"

คนขับหันมาถามขณะที่ชะลอรถรอติดไฟแดงอยู่ที่แยกก่อนจะถึงจุดหมายคือคอนโดฯ

"ทำไมล่ะ มองไม่ได้รึไง รู้ไหมเวลาบีไม่โกนหนวดมันก็ไม่ได้ดูแย่เท่าไหร่หรอก อาจจะดูหล่อกว่าเมื่อก่อนด้วย"

"ย้อนแย้ง! เมื่อก่อนใครกันเรียกบีว่าไอ้หนวด สรุปชอบไม่ชอบวะ"

จินตภัทรแกล้งบึนปากใส่แล้วอมยิ้มไม่โต้ตอบ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาอยากมองความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายให้มากขึ้น เหมือนที่พิมพ์เองก็คงต้องการแบบนั้น...

ไอ้หนวดผู้เกรี้ยวกราดและหยาบคายกลับมาแล้วหลังจากที่จอมพลต้องทำงานหนักและเริ่มเป็นตัวของตัวเองจริงๆ เสียที เพราะไม่ต้องมาทำตัวแสนดีน่ารักเพื่อแลกกับความสะดวกสบาย โอ๋แฟนตัวเล็ก ปากหวานเพื่อมีเงินทองใช้สบายๆ  เหมือนเมื่อก่อน

แน่นอนว่าตัวตนของจอมพลไม่ใช่ผู้ชายน่ารักเลย หมายถึงในสายตาคนภายนอก

เพราะก่อนหน้านี้ภาพที่พยายามจะสร้างขึ้นมามันเพราะผลประโยชน์ล้วนๆ เรื่องราวของคนที่พยายามจะมีชีวิตทางลัด ใช้หน้าตาและคารมต่อรองได้ทุกอย่างมาฟรีๆ

แต่ตอนนี้พอทำมาหากินได้แล้ว มีภาระหน้าที่ มีครอบครัวต้องดูแลจนกลายเป็นหัวหน้าคอบครัว พ่อแม่ไม่ต้องมาทำงานอีกแล้วเริ่มมีความภูมิใจในตัวเอง ความน่ารักก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป...

เช่นเดียวกับนักร้องกลางคืนสุดหล่อที่จากไปแล้วเมื่อจอมพลค้นพบว่าการขายของในตลาดตอนเช้าได้เงินดีกว่าที่แม่เขาเคยขายแต่ช่วงเย็น เวลาทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด นอนสองทุ่ม ตื่นตีสามไปซื้อของสด เตรียมของ เปิดร้าน เริ่มขายตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า จนถึงบ่ายๆ ก็เก็บร้าน กว่าจะเสร็จก็เกือบสามโมงเย็น แล้วก็ขับรถกลับมาคอนโดฯ  พาแฟนไปกินข้าว ก่อนจะสลบเหมือดไปตอนสองทุ่ม...ชีวิตวนลูปแบบนี้เจ็ดวันไม่เคยหยุดพัก เพราะนอกจากเลี้ยงตัวเอง เลี้ยงครอบครัว ก็มีหนี้ที่ต้องใช้...

 

"เออ แอร์ที่ห้องเสียอีกแล้วอะ" จินตภัทรหันไปบอกคนตัวโตที่ทำเสียงจิ๊จ๊ะรำคาญรถติดเพราะเหนื่อยเต็มทนแล้วอยากจะอาบน้ำนอนเต็มแก่

"ไม่ต้องมาเลยบีจะนอน ถ้าจะมาก็ไม่ต้องเอาโน้ตบุ๊กมา จีนก็รู้บีต้องตื่นเช้านะ"

นั่นแหละตัวตนของไอ้หนวดที่เกรี้ยวกราด...คบกันมาหกเดือนกว่า พอเดือนที่หก ไอ้หนวดก็เริ่มดุ เริ่มสั่ง เริ่มไม่พอใจเป็น

แต่ใช่ว่าเขาจะรักกันน้อยลง...

"รู้แล้วๆ นี่วันไหนปิดร้านได้มั่ง อยากไปเที่ยวสวนเบญจฯ ข้างๆ เอ็มโพเรียม บีเอากีตาร์โปร่งไปด้วยสิ"

"วันอังคารอะ มีเทศบาลมาล้างตลาดฉีดยุงลายอัดท่อควันโขมง ก็คงไม่ได้ขาย แต่เดี๋ยวบีเอาค่าเทอมน้ำหวานไปเข้าแบงค์ให้ไอ้แจ็คก่อนนะ"

นั่นแหละ 'หนี้' ที่จอมพลต้องจ่าย ทั้งที่ความจริงแล้วไม่จำเป็นเลยเพราะครอบครัวของกวินก็ร่ำรวยอยู่แล้ว แต่จินตภัทรบอกว่ายังไงก็ต้องใช้เงินที่เอาไปจากพิมพ์คืน ก็เลยตกลงกันที่ช่วยจ่ายค่าเทอมให้หลานสาวตัวน้อยๆ แทน เผื่อในอนาคตหากน้ำหวานเติบโตและรู้เรื่องขึ้นมาก็จะได้ไม่น้อยใจมากว่าพ่อแท้ๆ ไม่เคยมาดูแลเลย

 

....................

 

"โทรศัพท์นี่จะทิ้งไหมเอิน เก่ามากแล้ว"

เสียงของแฟนหนุ่มเรียกให้อนิลเงยหน้าขึ้นจากกองหนังสือที่กำลังเก็บลงจากลัง พวกเขากำลังเก็บของเพื่อย้ายไปอยู่ด้วยกันหลังจากที่กวินเป็นอิสระจากการเลี้ยงหลานแล้ว เพราะน้ำหวานโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเอง เด็กสี่ขวบครึ่งที่กำลังซนสุดขีดจนครูประจำชั้นปวดหัว เด็กหญิงรวินท์ตัวแสบที่แก่นมาก ดื้อมากเป็นเท่าตัว หลังจากที่กวินปล่อยให้พี่ชายกับพี่สะใภ้เลี้ยงเอง

"เออ ทำไมเราไม่ทิ้งนะ" อนิลรับโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นเก่าของตัวเองมาก่อนจะกดเปิด เขาจำได้รางๆ ว่าหลังจากกลับจากไปเที่ยวเครื่องก็เปิดไม่ได้อีกเลย ไม่รู้ทำไม แต่หลังจากที่กดปุ่มพาเวอร์ค้างเครื่องก็เปิดขึ้นมาได้ ทุกอย่างในเครื่องก็ปกติหมด ยกเว้นคลิปวิดีโอที่หลงเหลืออยู่คลิปเดียวในโทรศัพท์

"คลิปอะไรอะ"

อนิลเอียงคอมองและพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะกดเข้าไปดู

(จีน! แกดูดิ โหยเลือกสาดกระจายเลย เอาไปเขียนนิยายมะ)

เสียงเจ้าของโทรศัพท์เอ่ยขณะที่พยายามซูมไปที่กลุ่มคนที่ริมฟุตบาท ผู้ชายเสื้อขาววิ่งมาจากฝั่งตรงข้ามก่อนจะช้อนร่างหญิงสาวที่นอนจมกองเลือดบนพื้นขึ้นมากอดไว้ท่าทางราวกับหัวใจสลาย พยายามเขย่าตัวเธอแล้วร้องขอให้คนช่วย ก่อนที่ภาพจะตัดกลับมาที่หน้าของคนที่นั่งข้างๆ

(ไอ้บ้า เอินปิดกล้องเดี๋ยวนี้นะโรคจิตรึไงวะ)

มือเรียวที่ถือโทรศัพท์ไอโฟนเครื่องเก่าของตัวเองเอาไว้แทบหมดแรง มองคนที่กำลังเอาของใส่กล่องอยู่อีกมุมของห้องขอบตาร้อนผ่าว เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ชายในคลิปที่เขาถ่ายมาเล่นๆ กับคนที่กำลังนั่งเก็บของให้นั่นจะเป็นคนเดียวกัน เพราะช่วงจังหวะที่รถผ่านไปช้าๆ กล้องยังถ่ายภาพตัวแต่ผู้ชายคนนั้นวิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่งก่อนจะทิ้งตัวลงกอดผู้หญิงที่ถูกรถชนเอาไว้

มันกินเวลาพอสมควรเมื่อกดพอสก็ยิ่งชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้อนิลรู้สึกแย่ที่สุดคือรองเท้าและกระเป๋าที่หล่นกระจายอยู่ข้างตัวของหญิงสาว...ที่มันกระตุ้นความทรงจำบางอย่างที่อนิลเคยหลงลืมไป...

"แอร์คนนั้นไม่ได้มาทำงานแล้วล่ะ เห็นคนในเขาว่าโดนรถชนนะ" พ่อของอนิลเอ่ยขึ้นมาขณะที่นั่งกินข้าวเย็นกับครอบครัว

"เหรอ ตายๆซะก็ดี บาปกรรมตามทันแล้วป้ะ มาด่าเอินก่อนอะ" เขาเอ่ยด้วยความคะนองปากและส่งผลให้โดนแม่หยิกแขนเต็มๆ

"น้องเอินไม่น่ารักเลยลูกทำไมพูดแบบนี้"

"ช่างมันเถอะ เรื่องแค่นี้" สุดท้ายคนเป็นพ่อก็ปรามการต่อปากต่อคำของแม่ลูกแล้วกลับมาสนใจอาหารตรงหน้า

 

อนิลยกมือปิดปากตัวเอง จู่ๆ ก็รู้สึกเวียนหัวจนอยากอาเจียนขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

"อุ๊ก" ร่างบางทำท่าเหมือนจะอาเจียนก่อนจะรีบลุกไปห้องน้ำ

"เอิน เป็นไรอะ" กวินถามขณะที่เห็นร่างบางมีท่าทางแปลกๆ ร่างหนาเดินตามไปดูด้วยความห่วงใย แต่ทันทีที่เดินไปถึงกรอบประตูห้องน้ำกลับถูกตวาดใส่

"จะเดินตามมาทำไม!"

ท่าทางของอนิลยามที่ตะโกนใส่ราวกับจะร้องไห้ออกมา คนที่ถูกตำหนิถอยหลังไปอย่างสับสนและไม่เข้าใจ

"เพราะแบบนี้เอง... เพราะแบบนี้ทุกอย่างมันถึงง่ายดายไปหมด"  เสียงพึมพำราวกับคนไม่มีสติเอ่ยขณะที่เดินออกมาจากห้องน้ำ ขณะที่เดินสวนกันมือหนาพยายามดึงข้อมือบางเอาไว้ แต่กลับโดนสะบัดทิ้ง

"อย่ามาแตะ!"

"เอิน! เป็นบ้าอะไรเนี่ย!" ชายหนุมเริ่มทนไม่ไหวเพราะไม่รู้ว่าแฟนตัวผอมเป็นอะไรถึงพูดจาไม่ดีกับเขา มือหนากระชากต้นแขนอีกฝ่ายแล้วลากกลับมา แต่คำพูดที่กำลังจะตวาดใส่กลับถูกกลืนลงคอไปเพราะใบหน้าที่เปรอะเปื้อนน้ำตาของอนิล

"มาเอาคืนใช่ไหม ตั้งใจจะมาหลอกกันใช่ไหม...ฮึก ใช่...ต้องใช่แน่ๆ ใครมันจะมารักกันง่ายดายขนาดนี้ ที่ชอบทำให้เจ็บ ที่ชอบทำแบบนั้น..." เสียงพึมพำคละเคล้ากับเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นทำเอากวินใจอ่อน เขาไม่รู้ว่าอนิลเป็นอะไร มีอะไรอยู่ในโทรศัพท์เครื่องนั้น...

"เอิน เอิน มองหน้าแจ็ค...พูดมา มีอะไร" สองมือประคองใบหน้าของคนรักเอาไว้ จ้องลึกเข้าในดวงตากลมใสดั่งลูกแก้วที่เคลือบไปด้วยน้ำตา

"พิมพ์...เป็นแอร์โฮสเตสคนนั้น ฮึก เอินทะเลาะกับเขา แล้วบอกให้พอไล่เขาออก แต่วันที่มีเรื่องกันเขาถูกรถชนตาย...." มือเรียวหยิบโทรศัพท์ที่เปิดคลิปค้างไว้ส่งให้กวินก่อนจะผละออกมาจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย

 

เพราะไม่มีใครอยากให้คนที่รักรู้ถึงด้านที่ไม่ดีของเรา ด้านที่เราไม่ได้น่ารัก ไม่สวยงาม และน่ารังเกียจเสียด้วยซ้ำ

เพราะอยากจะเป็นเพื่อนกับจินตภัทรต่อไป อนิลถึงต้องพยายามเปลี่ยนนิสัยของตัวเอง

ยอมไม่แสดงด้านแย่ๆ อีก และปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น สาเหตุที่เขาเหลือแค่จินตภัทรคนเดียวที่เป็นเพื่อนแท้ และรักมากกว่าใครก็เพราะจินตภัทรรู้ทั้งด้านที่ดีและไม่ดีของเขามาตลอด

แต่เพื่อนก็คือเพื่อน ไม่เหมือนกับคนรักที่ไม่อาจรู้ได้ว่าเขาจะรับเราในทุกๆ อย่างที่เราเป็นได้หรือไม่..

ถ้าเราไม่น่ารักอีกต่อไปแล้ว ไม่ใช่คนแสนดี ไม่ใช่คนเขาคาดหวังไว้....เขายังจะรักเราต่อไปไหม

แล้วถ้าเราคือคนที่เคยทำร้ายคนที่เขารัก ทำเรื่องเลวร้ายที่สุดกับคนที่คิดว่าก็คนแปลกหน้าเพียงแค่ ก็ผ่านมาและผ่านไป

อนิลไม่เคยเชื่อจินตภัทรเรื่องนี้ ทำให้มีศัตรูมากมายและคนเกลียดชังเพียงเพราะเขาไม่สนใจว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร

เพราะคนอื่นก็แค่คนแปลกหน้าสำหรับเขา...

 

"แกพูดดีๆ กับพนักงานเสิร์ฟหน่อยได้ป้ะ ทำไมต้องพูดจิกวะ"  สีหน้าไม่พอใจของจินตภัทรกับคำตำหนิที่ต่อว่าทุกครั้งที่อนิลไปร้านอาหารด้วยกันแล้วชอบเหวี่ยงวีนเวลาพนักงานบริการช้าไม่ทันใจ

"ก็แค่พนักงานเสิร์ฟป้ะ ฉันไม่มากินร้านนี้อีกแล้วล่ะ เดี๋ยวมันจำหน้าฉันได้แอบใส่อะไรมาให้กินก็ไม่รู้"

"ก็ปากแบบนี้ไง ต้องระแวงต้องหนีไปตลอดชีวิต..." สุดท้ายก็โดนตำหนิเรื่องเดิมๆ แต่อนิลก็ทำหูทวนลมมาตลอด

 

ใช่...จินตภัทรพูดถูก เพราะเขาทำไม่ดีกับคนอื่นก็เลยต้องระหวาดระแวงไปตลอด

เขาต้องกลัวทุกคนตั้งแต่รุ่นน้องในคณะที่โดนเขาด่าว่ามันจะแอบนินทาเขาลับหลัง

หรือแม้แต่เรื่องลูกศรที่สุดท้ายมันก็เป็นผลมาจากความไม่ยอมของเขา

แล้วตอนนี้เขาจะแน่ใจได้ยังไงว่าหลังจากที่กวินรู้เรื่องและเห็นคลิปแล้วจะยังรักเขาเหมือนเดิม

 

"คุณหนู ร้องไห้ทำไมคะ" ป้าแม่บ้านเดินขึ้นมาชั้นสองของบ้านเพราะได้ยินเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของอนิลที่นั่งคาบันไดเหมือนที่เธอเคยเห็นมาตลอดเวลาที่คุณหนูเสียใจและไม่สบายใจ

"ป้า เอินเป็นคนไม่ดีอะ ฮึก คงไม่มีใครรักเอินแล้ว..."

ร่างบางโถมกายกอดคุณป้าแม่บ้านที่เห็นกันมาตั้งแต่เขายังเด็ก มือเหี่ยวย่นลูบศีรษะคุณหนูที่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังจะคงเป็นเด็กตัวเล็กๆ ในสายตาเธอ... 

 

....................

 

มือหนาที่ถือโทรศัพท์เครื่องเล็กเอาไว้มันสั่นไปหมด เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี...

ระหว่างโกรธอนิล กับรู้สึกสงสาร

เขาควรทำยังไงกับความรู้สึกที่มันค้างคาจิตใจมาตลอด เขายังคงรักพิมพ์ รักเสมอและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

เพียงแต่ตอนนี้เขามีคนที่รักมากกว่า เขารักอนิลมากกว่าพิมพ์ ทั้งรักและผูกพันมากกว่า เขากำลังจะมีอนาคตกับอนิล ย้ายไปอยู่ด้วยกันในเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ใกล้ๆ บ้านเขา เพราะอยากมีเวลาส่วนตัวด้วยกันมากขึ้น และเพื่อให้สะดวกเวลาแวะไปหาหลานหรือพาหลานมาเล่นที่ห้อง

"ฮึก..."

กวินปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความสับสนจนร้องไห้ออกมา เขาเกลียดคนที่นิสัยแบบอนิลที่สุด แต่อีกใจเขาก็พยายามคิดว่าอนิลเองก็คงไม่ชอบนิสัยบางอย่างของเขา...แต่เพราะเรารักกัน ทำให้สิ่งเหล่านั้นถูกมองข้ามไปได้ แม้ว่ามันจะเป็นความผิดในอดีตและถือว่าแย่มากๆ ทั้งเรื่องที่ตั้งใจจะแกล้งพิมพ์และเรื่องที่ถ่ายคลิปเอาไว้อย่างสนุกสนานทั้งที่ไม่รู้จักกัน แต่อนิลก็ถือว่าเป็นเด็กที่มีจิตใจหยาบกระด้างพอสมควรถึงได้ถ่ายคลิปแบบนั้นได้หน้าตาเฉย...

ภาพแห่งความเจ็บปวด วินาทีที่เขาใจสลายมันฉายซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในจอโทรศัพท์ สุดท้ายกวินก็ต้องลบมันทิ้งไป...

เขาต้องเลือกปัจจุบันและมองข้ามความผิดพลาดของอนิลไป พยายามอยู่ให้ได้แม้จะรู้ถึงข้อบกพร่องของกันและกัน

ไม่ว่าพิมพ์จะพยายามบอกอะไร...

ไม่ว่าพิมพ์ต้องการให้เขารู้ว่าอนิลใจร้ายแค่ไหนกับเธอ

แต่มันเปลี่ยนความรู้สึกที่เขามีกับอนิลไม่ได้....

 

"คุณหนู..."

ป้าแม่บ้านเอ่ยขณะที่เหลือบมองเห็นกวินเดินออกมาจากห้อง เธอไม่รู้ว่าทั้งสองคนทะเลาะอะไรกันคุณหนูของเธอถึงร้องไห้เสียใจแบบนี้ แต่คุณกวินก็ถือว่าเป็นคนรักที่เธอเห็นแววตาและการปฏิบัติที่ดีกับอนิลมาดีตลอด..

"ป้าครับขอผมคุยกับเอินก่อนนะครับ"

"ไม่...ป้าอย่าไป เอิน..."

มือเรียวพยายามคว้ามือเหี่ยวย่นของหญิงชราเอาไว้ขณะที่ถูกกวินดึงให้ลุกขึ้น หญิงชราทำได้แค่ยิ้มให้กำลังจะและปลอบโยน

"ป้าจะรออยู่ข้างล่าง ถ้ามีอะไรคุณหนูตะโกนลงมาได้เลย โอเคไหมคะ ถ้าอีกสิบนาทีคุณหนูไม่ลงมาทางข้าวป้าจะขึ้นมาดู"

 

สุดท้ายร่างบางก็โดนจูงกลับเข้ามาในห้อง นั่งอยู่บนเตียงของตัวเองโดยมีมือหนาที่ถือผ้าเช็ดหน้าสีฟ้าเช็ดหน้าเช็ดตาให้ กวินนั่งชันเข่าอยู่ที่พื้นขณะที่มองใบหน้าของคนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเดิมๆ ...เขารักอนิลไม่ว่ายังไง

"ถ้าเอินกลัวก็ยังไม่ต้องไปอยู่กับแจ็คก็ได้ แต่น้ำหวานคงเสียใจมากๆ น้ำหวานคงคิดถึงพี่ลูกไก่มากๆ ถ้าพี่ลูกไก่ไม่แวะมาหา"

ดวงตาคมมองริมฝีปากอิ่มที่ทำปากยื่นเหมือนเด็ก อนิลบึนปากและทำจมูกบานทุกครั้งที่อยู่ในโหมดน้อยอกน้อยใจราวกับวัยเดียวกันกับหลานเขาไม่มีผิด

"เอินเป็นคนไม่ดีนะ..แจ็คจะรักเหรอ"

คำถามที่เรียกรอยยิ้มอีกฝ่ายออกมาอัตโนมัติ กวินได้แต่ส่ายหัวให้กับบุคลิกเด็กๆ ของอนิล ซึ่งเขาควรจะเคยชินได้แล้ว แต่ก็ยังรู้สึกขำอยู่ตลอด...

เพราะมันมีเขาคนเดียวนั่นแหละที่จะเห็นอนิลในสไตล์เด็กขี้งอนแบบนี้ทั้งที่อนิลเป็นลูกนักธุรกิจที่ปากกล้าและหยิ่งยโสมาตลอดกับคนอื่นที่ไม่รู้จักตัวตนของแฟนเขา

"รักครับ แต่ถ้าดื้อก็ตี น้ำหวานเคยโดนตีไปแล้วนะโทษฐานเอาเท้ายัดปากบิลลี่จนบิลลี่คอหัก...ฉะนั้นเอินไม่ต้องน้อยใจว่าจะโดนตีคนเดียว ถ้าดื้อแจ็คจับตีก้นเหมือนน้ำหวานแน่ๆ"

คำพูดเชิงหยอกล้อของคนรักทำให้อนิลหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะกอดอีกฝ่ายไว้ ความรู้สึกหวาดกลัวและหม่นหมองจนร้องไห้ออกมาก่อนหน้านี้จางหายไปเป็นปลิดทิ้ง...

เรื่องของพิมพ์ไม่ถูกหยิบยกมาพูดอีก และอนิลก็เห็นแล้วว่ากวินลบคลิปไปพร้อมกับที่บอกให้อนิลเลิกสนใจและช่วยกันเก็บของให้เสร็จ ราวกับความผิดนั้นไม่เคยเกิดขึ้น แต่จริงๆ แล้วกวินรู้ดีว่าแฟนของเขารู้สึกผิดมากแค่ไหนกับการกระทำของตัวเอง

นั่นคือสาเหตุที่เขายกโทษให้และคิดว่าพิมพ์คงพอใจแล้วสำหรับการลงโทษอนิลกับสิ่งที่เคยทำผิดต่อกันในอดีต

 

....................

 

"อะไรอะ"

"อย่ามาแบ๊ว เห็นอยู่ว่านาฬิกา"

ความหวานแหววก็เหมือนโปรโมชั่นเครือข่ายโทรศัพท์ ที่จะมีเขียนเอาไว้ตัวเล็กๆ ตัวหนังสือประมาณ 4pt. ว่า สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่นโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

คุณจอมพลนั่งหน้ามุ่ยอยู่บนเตียงดึงข้อมือเรียวของแฟนตัวเล็กมาวางไว้ที่ตักก่อนจะใส่นาฬิกาข้อมือสายหนังสีน้ำตาลตัวเรือนสี่เหลี่ยมโค้งมนกรอบทองคำขาวเรียบหรูลงบนข้อมือเล็ก ก่อนจะยื่นมือของตัวเองให้พร้อมกล่องใส่นาฬิกาเรือนใหญ่ที่ดีไซน์แบบเดียวกัน

"แหม ต้องใส่ให้ด้วย" จินตภัทรแซวแฟนหนุ่มก่อนจะเขยิบเข้าไปใกล้แล้วขยับไปนั่งตักคนตัวโตกว่าก่อนจะหยิบนาฬิกาเรือนใหญ่กว่าของตัวเองมาสวมให้ขณะที่เอนกายลงพิงอกกว้าง ยกขึ้นมาดูก็พบว่านาฬิกาดันไม่เดินเสียนี่....

"อ้าว มันตายอะ" เจ้าของดวงตากลมใสหันไปถามพลางทำแก้มพองลมใส่ จมูกโด่งกดหอมแก้มเนียนใสของคนรักก่อนจะอธิบาย นิ้วมือชี้ให้ดูก่อนจะอธิบาย

"นาฬิกาออโต้ มันอาศัยการขยับข้อมือ ไปหมุนตุ้มเหวี่ยงเพื่อทำหน้าที่ขึ้นลานให้อัตโนมัติ ตอนกลางวันใส่ติดข้อมือ มีการขยับข้อมือตลอด ทำให้ลานถูกขึ้นอยู่ตลอด เห็นไหมสวมแล้วก็เดิน..." จอมพลเอ่ยขณะที่เทียบให้ดูกับของเขาที่ค่อยๆ เดินไปพร้อมกัน ในเวลา 22.09 น.

"อ้าวแล้วเวลานอนทำไง ต้องใส่ตลอดเหรอ" ถามพลางหมุนตัวไปคล้องคออีกฝ่ายไว้

"ก็ต้องเขย่าเยอะๆ ให้ลานมันทำงานเช้ามามันก็จะยังเดินอยู่" คนเจ้าเล่ห์บอกพลางคลอเคลียปลายจมูกอยู่ที่ลำคอระหงส์ของคนตัวเล็ก

"อ้อ...เขย่าเยอะๆ" จินตภัทรแกล้งทำเป็นพูดเสียงเรียบ แต่ก็รู้ทันคนลามกว่าไอ้ "เขย่าเยอะๆ" ที่ว่ามันต้องเขย่าแบบไหน

"ทำไมถึงเลือกแบบนี้มา ใช้ยากนะ เวลาทำงานบีก็เห็นว่าจีนไม่ใส่นาฬิกา"

"อยากได้ความใส่ใจเยอะๆ ถ้าจีนปล่อยให้นาฬิกาตายก็เท่ากับจีนไม่สนใจบีแล้ว..." เสียงทุ้มกระซิบขณะที่มือหนาค่อยๆ ลูบต้นขาขาวใต้เสื้อยืดตัวโตไปมาก่อนจะสอดเข้าไปเกี่ยวขอบกางเกงชั้นในสีขาวที่ร่างเล็กสวมอยู่ลงพร้อมกับริมฝีปากหยักที่กดจูบเรียวปากอิ่มอย่างอ่อนโยน

ร่างบางขยับกายและค่อยๆ อ้าเรียวขาออกขณะที่มือหนากดปลายนิ้วกลืนหายเข้าไปในช่องทางที่ชวนให้หลุดเสียงครางหวานออกมา ยามที่ก้านนิ้วแข็งขยับลึกเข้าไปเป็นจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ ปลายเท้าเรียวก็จิกเกร็งไปกับผ้าปูที่นอนสีดำสนิทจนยับเยิน ลำแขนแกร่งกอดร่างบางเอาไว้ขณะที่ขยับข้อมือเร่งจังหวะ

"อ๊ะ บี บี อื้อ" เสียงหงุงหงิงของร่างเล็กคละเคล้าไปกับหอบหายใจจนตัวโยน ในทุกๆ จังหวะที่ถูกปลุกเร้า ร่างกายที่ถูกปลุกเร้ากระตุกเกร็งและปลดปล่อยความต้องการออกมาโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้สัมผัสส่วนนั้นเลย มือหนาค่อยๆ ถอดถอนก้านนิ้วออกมาแล้วแกล้งยกนาฬิกาข้อมือให้คนที่นอนอ่อนระทวยพิงอกอยู่ดู

"ถอดคืนนี้ ลานนาฬิกาก็น่าจะอยู่ได้ถึงบ่ายพรุ่งนี้เลย"

"ไอ้บ้า" เสียงติดงอแงว่าพลางเงยหน้าขึ้นจูบปลายคางสากที่เต็มไปด้วยไรหนวดของอีกฝ่ายที่ยืนยันจะปล่อยให้ตัวเองเป็นไอ้หนวดอยู่แบบนั้น คนถูกด่าว่าเป็น
ไอ้บ้าก้มลงมาจูบหน้าผากเนียนก่อนจะขยับลุกจากเตียงไปล้างมือ

 

ไม่มีกิจกรรมอะไรต่อไปจากตรงนั้น เพราะภาระหน้าที่ของคนตัวโตที่ต้องตื่นแต่เช้า ถ้าเกิดมีอะไรกันตอนนี้กว่าจะเสร็จสมอารมณ์หมายก็คงปาเข้าไปเที่ยงคืน แค่สี่ทุ่มครึ่งก็ลดทอนเวลานอนของจอมพลไปมากเกินเลย แขนเรียวกอดเอวหนาเอาไว้ขณะที่ซบหน้าอยู่อกแกร่งขอ'คนรักที่นอนกอดกันเอาไว้ จินตภัทรนอนไม่หลับเพราะมันไม่ใช่เวลาที่เขาคุ้นเคยนัก เลยได้แต่นอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนได้ยินเสียงจอมพลกรนเบาๆ บอกว่าอีกฝ่ายเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว..

ร่างเล็กลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปเปิดระเบียงเพื่อสูดอากาศหายใจ เขาชอบอากาศในตอนดึกๆ ช่วงเวลาที่เขาไม่ต้องการเครื่องปรับอากาศเลยแม้แต่น้อย ลมแรงๆ ที่พักผ่านชั้นยี่สิบสองมันเย็นสบายพอแล้วในค่ำคืนนี้ วิวจากระเบียงมองเห็นแสงไฟรอบๆ ของเขตที่เขาอาศัยอยู่ ชีวิตยามค่ำคืนของคนเมืองยังคงดำเนินอยู่ท่ามกลางความเงียบสงบในคืนเที่ไร้แสงของพระจันทร์สาดส่องเพราะเมฆหนาที่บดบังเอาไว้ แต่ก็ทำให้เห็นแสงดาวสว่างไสวได้ชัดเจนขึ้นพานทำให้นึกถึงเพลงๆ หนึ่งที่จอมพลเคยร้องไห้เขาฟัง

"ดึกดื่นคืนใด มองฟ้าไม่เห็นจันทร์ ไม่เจอะเจอกัน ให้รู้ไว้ว่ามันไม่หายไป แค่หมอกบังตา แค่แผ่นฟ้ากั้นเอาไว้ ด้วยความห่างไกลจึงมองไม่เห็น..."

เสียงของจินตภัทรฮัมเพลงของท่านศาสดาของคนรักออกมา เพลงจันทร์ยังเต็มดวงของบอดี้สแลมเป็นอีกเพลงหนึ่งที่จินตภัทรร้องได้เพราะช่วงที่แยกกันอยู่และจอมพลทำงานหนักมาก ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ทุกครั้งคนรักของเขาก็จะร้องเพลงนี้ให้ฟังเสมอเวลาที่เขากับจอมพลไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน เสียงเพราะๆ ที่ส่งผ่านมาทางปลายสายที่โทรหากัน

จอมพลมีชีวิตช่วงเวลากลางวันเริ่มทำงานตั้งแต่ดวงอาทิตย์ฉายแสงที่เส้นขอบฟ้า

ขณะที่จินตภัทรจะเริ่มทำงานในช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วด้วยความเคยชิน...

เพราะต่างฝ่ายก็มีความรับผิดชอบต่อตัวเอง จินตภัทรต้องรับผิดชอบต่อความฝันที่เขากำลังทำอยู่ งานเขียนทุกชิ้นที่เขาตั้งใจ

จอมพลเองก็มีความฝันที่กำลังจะเริ่มต้น การมีเงินเก็บมากพอที่จะพาแฟนไปนอนซั่มกันที่ศรีพันวาเป็นเดือนๆ โดยไม่ต้องส่งซองเถ้าแก่น้อย แม้จะเป็นฝันที่ไร้สาระ แต่ก็นับเป็นความฝันเช่นกัน

 

มือเรียวเกาะระเบียงขณะที่ก้มมองความเคลื่อนไหวของผู้คนที่อยู่ข้างล่างที่เห็นตัวเท่ามด สูดอากาศเย็นสบายเข้าไปเต็มปอดก่อนจะมองขึ้นไปฟ้าเพื่อบอกลาดวงดาวแสนดวง แต่จู่ๆ เมฆก้อนใหญ่ก็เคลื่อนออกตามกระสแลมพัดพา ทำให้มองเห็นดวงจันทร์สีเหลืองนวลอีกครั้ง ดวงตากลมใสจ้องมองดวงจันทร์ที่อยู่ห่างไกลแต่กลับรู้สึกใกล้เพียงแค่มือเอื้อม

ทำให้คิดถึงใครบางคนขึ้นมา...

หญิงสาวที่เป็นเหมือนดวงจันทร์ สวยงามและเศร้าสร้อย

บางคนบอกว่าเธอแสนขี้เหร่ บางคนบอกว่าเธอช่างเย่อหยิ่ง

บางคนกล่าวอ้างว่า ตัวตนของเธอนั้นไม่ได้สวยงามอย่างที่เห็น

บางคนก็หลงรักเธอหมดหัวใจเพราะมองเห็นเพียงด้านที่สวยงามของเธอ

พิมพ์เป็นเหมือนดวงจันทร์สำหรับจินตภัทร คนที่เขาไม่เคยรู้จักแต่กลับใกล้กันเพียงแค่เอื้อม

ความรักสอนให้เธอเห็นแก่ตัวแต่เธอไม่ได้เห็นแก่ตัวเสมอไป...

เขาเองก็โชคดีที่เป็นคนหนึ่งที่ได้เห็นด้านดีๆ ของเธอ

 

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมพิมพ์ถึงรักจอมพล คำถามที่เขาไม่เข้าใจว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงรักผู้ชายที่ไม่ได้เรื่องเลย เพราะมันคือความไม่สมบูรณ์ในจิตใจเธอเช่นกัน ทำให้เธอต้องการจะครอบครองคนที่เธอรู้ดีว่าไม่มีวันรักเธอไปมากกว่าตัวเอง

ผิดกับตัวจินตภัทรที่ไม่ได้คิดครอบครองจอมพลเอาไว้ เขาเพียงต้องการที่จะรักและให้กำลังใจกันไปเรื่อยๆ เหมือนกับครั้งแรกที่เจอกัน จอมพลเป็นเพื่อนบ้านที่เลวร้ายที่สุดที่เขาเคยพบเจอมา คนเห็นแก่ตัว ปากจัด เจ้าอารมณ์และรักเพียงแค่ตัวเอง

ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนตัวตนของคนรักได้ เหมือนที่พิมพ์เองก็เปลี่ยนไม่ได้ เพียงแต่...

เขาโชคดีกว่าพิมพ์ตรงที่รอได้ และมีโอกาสที่จะมองเห็นการเรียนรู้ที่จะรักและรับผิดชอบของจอมพล

 

ร่างบางเดินกลับเข้ามาพร้อมกับปิดระเบียงให้สนิท ก่อนจะค่อยๆ ปีนกลับขึ้นมาบนเตียงอย่างระมัดระวังและสอดกายกลับเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับคนที่นอนอ้าปากกรนดังสนั่นเหมือนหมีตัวโตๆ แต่เมื่อกายสัมผัสกันเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวโดยอัตโนมัติและพลิกกายนอนตะแคงวาดแขนแกร่งกอดคนข้างๆ เอาไว้และเงียบเสียงลง

"เค้ารักบีนะ..."

เสียงกระซิบข้างหูที่เรียกรอยยิ้มให้คนที่อยู่ในห้วงนิทรา เพียงแต่ว่าคำพูดนี้กลับทำให้เขาฝันเห็นหญิงสาวแสนสวยที่เคยพูดคำๆ นี้เช่นกัน...

ในความฝันของจอมพลเขายืนอยู่ที่หน้าบันไดที่สูงเสียดฟ้า กับหญิงสาวในชุดเดรสสีชมพู

"เค้ารักบีนะ..." หญิงสาวเอ่ยขณะที่เขย่งตัวจูบแก้มสากของชายหนุ่มเพื่อบอกลาคนที่รักหมดหัวใจไปตลอดกาล...

 

....................

 

"แกซื้อหวยเหรอ" อนิลถามเพื่อนขณะที่มองใบสลากกินแบ่งรัฐบาลในมือเพื่อน

"เออ ก็ไปทำบุญให้พิมพ์เสร็จ พ่อบีบอกให้ซื้อสักชุด คนที่ไม่เคยซื้อมักจะถูก" 

จินตภัทรเอ่ยพลางอมยิ้ม สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาไปวัดระฆังมา ไปเยี่ยมธุรกิจแฟนตัวโตที่ตอนนี้แทบจะแยกร่างเพราะเด็กที่ขายสังฆทานหน้าวัดดันไปมีเรื่องชกต่อยกับร้านขายเต่าขายปลาไหลฝั่งตรงข้าม ทำให้จอมพลต้องมาดูร้านเอง ส่วนร้านขนมของแม่ก็ได้ลูกมือพม่ามาช่วยแม่ช่วยคราวไปก่อนเพราะแม่ของจอมพลเองก็บ่นว่าเบื่ออยู่บ้านเฉยๆ สุดท้ายก็กลับมาขายขนมแต่ก็ไม่ได้ตื่นแต่เช้าเตรียมของเพราะลูกชายทำให้หมดแล้วเบาแรงแม่จอมขวัญเจ้าของกิจการไป

"ไหนแกเลขอะไร"

"112209"

"โอ๊ย คงถูกหรอกซื้อวันเกิดตัวเองเนี่ย!"

"ฮ่าๆๆๆ ก็ทำไมล่ะ ชอบนี่ ห้องบีก็เลขนี้...จีน..."

อนิลกวักมือเพื่อนมาดูหน้าจอเว็บไซต์ตรวจผลสลากประจำวันที่ 1 มีนาคม 2561 จินตภัทรหัวเราะก่อนจะอ้อมมายืนด้านหลังเพื่อนพร้อมกับมองใบสลากชุดในมือสลับกับมองจอด้วยท่าทางอึ้งๆ

 

ผลการตรวจสลากหมายเลข

112209

ถูกรางวัลที่ 1

มูลค่า 3,000,000 บาท

 

"อ...อันนี้คือถูกหวยใช่มะ" อนิลถามด้วยสีหน้าอึ้งๆ มองสบตาเพื่อนที่งงพอๆ กัน

"เฮ้ย ไม่ใช่หรอก..." จินตภัทรพูดยังไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงเรียกเข้า พอดูก็เห็นหน้าจอชื่อแฟนตัวเอง เมื่อกดรับสายก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจนตกใจ

(สามสิบล้านนนนนนนนนนนนน สามสิบล้านนนนนนนนนนนนนนนนน อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก)

เสียงของจอมพลเหมือนคนประสาทเสียจนจินตภัทรเริ่มจับทางได้ว่าตัวเองคงถูกหวยจริงๆ สามสิบล้านที่ว่านั่นเพราะเขาซื้อมาทั้งชุดสิบใบ ใบละสามล้าน ก็เท่ากับสามสิบล้านสินะ...

"ขอโทษนะครับคุณคงโทรผิดแล้ว..."

จินตภัทรตอบกลับไปเสียงเรียบๆ ก่อนจะกดปิดโทรศัพท์แล้วหยิบกระเป๋ามาใส่สลากในมือก่อนจะดึงแขนอนิลให้ลุกขึ้น

"อ้าว ไปไหนอะ"

"ไปขึ้นเงินสิ ไปก่อนที่ผัวฉันจะมา..."

"ห๊ะ" อนิลลุกขึ้นแล้วเดินตามด้วยความรู้สึกมึนงงไปหมด แต่พอได้ยินขำตอบของจินตภัทรที่พูดออกมาหน้าตาเต็มไปด้วยความกังวล ก็รู้เลยว่าต่อให้รักกันแค่ไหนเรื่องเงินมันก็เป็นเรื่องที่อันตรายจริงๆ

"เจ็ดล้านมันใช้ปีเดียวหมด แกคิดว่าสามสิบล้านจะเหลือไหม"

 

....................

 

"บิลี่ บิลี่มานี่มา..." มือเล็กๆ ลากแขนตุ๊กตาคอหักลงมาจากบันไดบ้านขณะที่คนเป็นอายืนมองด้วยท่าทางขยาดสุดๆ

"น้ำหวานไม่เอาไปไม่ได้เหรอ" กวินถามหน้าตาแหยๆ แต่มือของหลานสาวกลับไม่ยอมปล่อยไอ้ตุ๊กตาหน้าผีเลย

"เพิ่ลนะหวันเอาะ" เด็กหญิงบอกด้วยสีหน้าที่เริ่มหงุดหงิด พอถึงตอนนี้กวินก็โทษความเจ้าอารมณ์ของพ่อแท้ๆ เลยว่าผิดที่จอมพลนั่นแหละ ที่นิสัยไม่ดี หลานสาวเขาเลยเอาแต่ใจ...

"ครับๆ โอเค" สุดท้ายคุณอากวินของน้ำหวานก็ต้องยอมแพ้ มือหนาจับจูงหลานที่กอดเจ้าตุุ๊กตาไม้ที่ตัวพอๆ กันมา หลังจากที่ได้รับความอนุเคราะห์พาไปซ่อมหัวที่หลุดออกจากตัวก่อนหน้านี้ แต่อาการคอเอียงของบิลลี่ก็ยังไม่สามารถจะดามให้หัวตัวได้อย่างเดิมเพราะน้ำหวานบอกว่าชอบเวลาบิลลี่ "งง" คอเอียงแปลว่าทำหน้างงนั่นเอง... 

พอจับเด็กน้อยและตุ๊กตาผีใส่รถได้ก็ถึงเวลาไปรับแฟนคนสวยที่รออยู่ที่อพาร์ตเม้นท์ใกล้ๆ อนิลโบกมือให้เมื่อเห็นรถเบนซ์ของแฟนหนุ่มมาจอดเทียบ แต่พอเปิดประตูด้านหลังเท่านั้นคนขับก็โวยวายทันที

"เฮ้ย ทำไมนั่งข้างหลังอะ ไม่ใช่คนคนขับนะ"

"ลู่ก่ายๆ ฮ้อยยยยย ตะล้ากกกกก" แต่เสียงโวยวายของกวินกลับโดนหลานสาวที่กรี๊ดๆ กับเสื้อฮู้ดสีขาวหมวกเป็นหัวไก่ที่อนิลสวมอยู่ เด็กหญิงตื่นเต้นและยิ้มหวานอย่างดีใจขณะที่อนิลดึงเจ้าบิลลี่ออกก่อนจะจับวางตรงที่นั่งข้างคนขับแทนตัวเองแล้วรักเข็มขัดให้...

"อะ มีคนนั่งด้วยแล้วเลิกโวยวาย วันนี้พี่ลู่ก่ายจานั่งกะนะหวันเพิ้ลรัก" ร่างบางว่าพลางหันไปจูบแก้มเด็กหญิงที่นั่งอยู่บนคาร์ซีทเพราะน้ำหวานซน ก็เลยยังต้องนั่งคาร์ซีททั้งที่อายุเกินแล้ว

 

กวินเหลือบมองตุ๊กตาหัวเอียงหน้าตาผีที่ถูกจับนั่งข้างๆ ด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัวเพราะจินตนาการอันสูงส่งที่กลัวว่ามันจะหันมามองนี่แหละ แต่สุดท้ายการไปสวนสาธารณะก็เป็นไปอย่างปลอดภัยเพราะการขับรถสี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงของกวินที่อนิลได้แต่หาวหวอดๆ เพราะเซ็ง แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่ในเมื่อรถมันมีเด็กหญิงตัวน้อยๆ นั่งอยู่ด้วย

"เออ แล้วสรุปเรื่องเงินทำยังไงอะ"

"มันเอาเข้าบัญชียายทั้งหมด เห็นว่าพอเสียภาษีก็เหลือแค่ยี่สิบเจ็ดล้านเองนะ แต่ก็นั่นแหละพออยู่บัญชียาย อีจ๋อมก็หมดสิทธิ์จะขอมีส่วนร่วม เพราะกลัวยายจีนจะผิดหวังในตัวมันด้วยแหละมั่ง เห้นว่ายายเป็นเอฟซีจอมพลด้วยนะ เพราะนิยายที่จีนมันวางขายล่าสุด"

"พ่อพระเอกในนิยาย..."  กวินพูดแซวขึ้นมาขำๆ นึกถึงตอนที่จอมพลสติแตกโทรมาบอกว่าจินตภัทรปิดโทรศัพท์หนีวันหวยออก ก็รู้เลยว่าโดนแฟนดัดสันดานอีกแน่ๆ ความฝันจะพาแฟนไปนอนซั่มกันทั้งวันทั้งคืนที่ศรีพันวาก็เลยเป็นเพียงแค่ฝันต่อไป...

พอมาถึงก็เจอจินตภัทรกับจอมพลที่ยืนฉีกยิ้มอยู่ที่สวนเบญจศิริอยู่ก่อนแล้ว ท่าทางจอมพลเองก็เป็นปกติดี ก็ดีกว่าก่อนหน้านี้ที่กลัวเมียหายไปพร้อมเงินสามสิบล้านสุดหัวใจ เหมือนตอนนี้จะรู้แล้วว่าควรเลือกอะไร ระหว่างเงินสามสิบล้านกับเมีย

"ลู่เปะ!" เด็กหญิงทิ้งบิลลี่ลงพื้นหญ้าก่อนจะวิ่งไปหาจินตภัทรที่ย่อตัวลงมารับเด็กหญิงเอาไว้ในอ้อมกอด เด็กหญิงตัวน้อยยิ้มหวานก่อนจะกอดคอจินตภัทรเอาไว้แน่นจนอนิลแอบแซว

"อะไรเนี่ยเจอกันนานๆ ครั้งแต่รักกันจิ๊งงงงง"

จอมพลมองภาพตรงหน้าแล้วได้แต่รู้สึกพิศวงในตัวแฟนตัวเล็กที่ไม่รู้ว่ามี
เวทมนตร์อะไรที่ทำให้น้ำหวานติดแจทุกครั้งที่เจอ ยามที่เดินด้วยกัน เด็กหญิงแทบจะไม่มองอย่างอื่นเลยนอกจากใบหน้าของจินตภัทร ดวงตากลมๆ ของน้ำหวานชอบมองสบตาจินตภัทรแล้วหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง

"ไปๆ เราไปเล่นตรงนู้นกัน พี่ลูกเป็ดจะอ่านหนังสือฟังเพลงละ เราไปถ่ายรูปกันเถอะ" กวินที่สังเกตเห็นหนังสือในมือจินตภัทรรีบรับน้ำหวานไปอุ้มอย่างรู้งาน ขณะที่เดินไปประชิดตัวเพื่อรับตัวเด็กหญิงดวงตากลมใสของจินตภัทรเหลือบมาสบตากวิน ชายหนุ่มชะงักไปเพียงครู่หนึ่งมีอะไรบางอย่างที่มันคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก...

แต่เสียงจอมพลก็แหวออกมาเสียงดังจนตกใจจนกวินต้องรีบอุ้มหลานแล้วผละออกมา

"มองไร อย่ามองตานานเดี๋ยวเมียกูท้อง" คนขี้หึงโวยวายก่อนจะเดินโอบจินตภัทรไป ร่างเล็กได้แต่หัวเราะขำแล้วเดินไปตามแรงกึ่งจูงกึ่งลากของจอมพลที่สะพายกระเป๋ากีตาร์ไว้ที่ไหล่อีกข้าง

 

เสียงกีตาร์โปร่งดังขึ้นเป็นเพลงเพราะๆ ที่แม้ว่าจะไม่ได้เล่นบ่อยแต่กลับไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มฝีมือตกเลย เสียงเพลงที่ไม่จำเป็นต้องมีคำร้องมีพียงเสียงฮัมในลำคอเบาๆ ของคนตัวโตขณะที่จินตภัทรนอนหนุนตักเอาไว้และเปิดหนังสืออ่านไปด้วย...

การพักผ่อนที่แสนเรียบง่ายในหนึ่งวันที่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่มีการพูดคุย ต่างฝ่ายต่างทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และใช้ชีวิตอยู่ข้างๆ กัน มันไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมที่ทำเหมือนกันหรือทำร่วมกัน ชอบอะไรก็ทำสิ่งนั้นไป และเรียนรู้ที่จะแชร์กัน อยู่ด้วยกันอย่างเข้าอกเข้าใจ จินตภัทรเคยเป็นคนขี้รำคาญที่ไม่สามารถอ่านหนังสือในขณะที่มีเสียงรบกวนได้ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกมีความสุขยามที่ได้ฟังเสียงทุ้มฮัมเพลงไปเรื่อยกับเสียงกีตาร์โปร่ง เหมือนที่จอมพลยอมที่จะใช้ชีวิตช้าลงและมีความสุขง่ายๆ เลิกเที่ยวเลิกทำอะไรอย่างที่เคยทำ มีชีวิตที่ค่อยๆ เดินไปพร้อมกันเหมือนนาฬิกาที่ทั้งคู่ใส่อยู่

 

"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"

เสียงดังลั่นมาจากอีกฝั่งของสวนที่มีอนิลกับน้ำหวานยืนหัวเราะกันอยู่ เพราะผู้ชายรูปหล่อที่กำลังเต้นเป็นเจ้าเข้าทั้งอายและตกใจจนแทบบ้า

"มันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย อย่าขวัญอ่อนเลยน่า ดูสิน้ำหวานยังไม่ตกใจเลย ขำจะตาย"

อนิลพูดขณะที่ลูบหลังปลอบคนขี้ตกใจที่ก่อนหน้านี้กำลังนอนถ่ายรูปด้วยกัน แต่เพราะน้ำหวนยืนยันว่าจะให้บิลลี่เป็นคนถ่ายให้ ก็เลยจับเจ้าบิลลี่ไปนั่งพิงต้นไม้ แล้ววางกล้องจับเวลาไว้แล้วทั้งสามคนก็นอนคว่ำหันหน้ามายิ้มให้กล้อง

แต่ทว่า วินาทีที่ชัตเตอร์นับถอยหลังและกดถ่ายภาพ เจ้าบิลลี่ก็คอหักป๊อก หัวกลิ้งลงมากับพื้น จนกวินกรี๊ดแตกเป็นสาวน้อยแล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนจนหน้าฟาดกับกิ่งใหญ่ของต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ

"โอ๋น้าาาา โอ๋ๆ" น้ำหวานกอดหัวบิลลี่ที่หลุดออกมาแล้วโอ๋ๆ อย่างไร้เดียงสา ขณะที่กวินกรีดร้องออกมาอย่างหมดมาดคุณอาแสนใจดี

"โอ๋มันทำไม! โอ๋อานี่ โอ้โห แม่งหัวหลุดออกมาใครจะไม่ตกใจวะ เชี่ยเอ๊ย หัวใจจะวาย!"

เสียงโวยวายของกวินทำเอาจินตภัทรหัวเราะออกมา จอมพลคนใจร้ายก็แอบย่องไปหลอกผีเพื่อนจนสะดุ้งอีกรอบ เรียกเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากของน้ำหวานที่หัวเราะจนตัวสั่น ส่วนอนิลก็มีหน้าที่ปลอบแฟนขวัญอ่อนทั้งที่หัวเราะจนร้องไห้ออกมา เป็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ทุกคนต่างได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างคุ้มค่าในทุกๆ วินาที เพราะไม่รู้ว่าความทุกข์จะมาทักทายเราอีกเมื่อใด แต่ไม่จำเป็นต้องคิดกังวลไปไกล อะไรที่ยังมาไม่ถึง...ก็คงเป็นเพียงแค่อนาคตที่เราต่างไม่รู้ว่ามีอะไรรอเราอยู่...

 

 

 

 

 




บทส่งท้าย


"ฉันขอโทษ ฮึก ฉัน...อยากอยู่คนเดียว ได้โปรด..."

เสียงของหญิงสาวที่บ่นพึมพำพูดออกมาประโยคเดิมๆ ซ้ำๆ จนพยาบาลที่ดูแลรู้สึกสงสาร

"คุณแจน กินยาเถอะค่ะ เดี๋ยวเราจะได้ออกไปเดินเล่นกันหลังจากที่คุณตื่นนะคะ" พยาบาลร่างอวบเดินเข้ามาหาแต่หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่ตอนนี้กลายเป็นผู้ป่วยจิตเภทที่ถูกส่งมาอยู่ที่โรงพยาบาลเพราะมีอาการประสาทหลอนขั้นรุนแรง

"ไม่ได้...ฮึก แจนไปไม่ได้ พิมพ์โกรธ ไม่ให้แจนไปไหน..." หญิงสาวชี้ไปที่เตียงนอนที่เธอไม่เคยขึ้นไปนอนเลย ยกเว้นเวลาที่หมอและพยาบาลลากเธอขึ้นไปหรือยามที่เธอหลับสนิทอยู่บนพื้นจนบุรุษพยาบาลต้องอุ้มขึ้นไปนอน

"คุณพิมพ์ไม่โกรธหรอกค่ะ คุณแจนกินยาเถอะนะคะ" พยาบาลเอ่ยด้วยความเห็นใจเธอไม่รู้หรอกว่าพิมพ์เป็นใคร เป็นญาติฝ่ายไหน แต่จากที่รู้มาหญิงสาวถูกพาตัวมาที่นี่หลังจากที่สลบอยู่ในลิฟต์ของบริษัทเมื่อหกเดือนก่อน เธอบอกกับหมอว่าพิมพ์จะมาฆ่าเธอเพราะเธอแย่งแฟนไป หญิงสาวพูดย้ำอยู่เรื่องเดียว และทรมานตัวเองสารพัดรูปแบบ

รุนแรงที่สุดก็คือทิ้งตัวลงมาจากเตียงผู้ป่วยจนหัวแตก แต่เธอยืนยันว่าถูกพิมพ์ผลักลงมาไม่ให้นอนด้วย...เพราะนั่นคือเตียงของพิมพ์...

 

เสียงประตูห้องผู้ป่วยปิดลง มีเพียงแค่เสียงลมหายใจของหญิงสาวที่มองที่ประตู ก่อนที่จะค่อยๆ หันไปมองที่เตียงนอน ดวงตาที่มีน้ำตาที่เอ่อคลอค่อยๆ ไหลอาบสองข้างแก้ม

สายตามองเท้าเปลือยเปล่าที่หย่อนลงมาจากเตียงค่อยๆ โบกไปมา เท้าข้อเท้าหักบิดหันไปคนละทาง ไล่มองจากเรียวขาที่เขียวช้ำ ชายกระโปรงเดรสสีชมพูมีแต่เลือดแดงฉานเป็นคราบและขาดวิ่น ศีรษะและแขนทั้งสองข้างบิดกลับอย่างผิดรูป ใบหน้านั้นหันมามองเธอพร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำและมุ่งร้าย

"นังสารเลว!"

เสียงในจินตนาการดังขึ้นพร้อมกับร่างของยลรดาที่ลงไปนอนหงายและดิ้นพล่านอยู่กับพื้นพร้อมกับกรีดร้องสุดเสียงราวกับถูกใครกระโจนใส่และจิกหัวกระแทกลงกับพื้น

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด"

เสียงกรีดร้องที่เรียกให้หมอและพยาบาลแห่กันเข้ามาในห้อง...อีกครั้ง

เพราะยลรดามีอาการแบบนี้นับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่ถูกส่งเข้ามาอยู่ที่โรงพยาบาลศรีธัญญา

 

 

 

END


#2209Bnior

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18237 Keiharu_jbjy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 13:48
    มาถึงตอนจบ คือสนุก และเซอร์ไพรส์ในทุกๆ ตอน ทั้งดิ่งทั้งเครียด ทั้งขำตามตัวละครและเนื้อเรื่องที่เข้มข้นจนอ่านจบภายในไม่กี่วัน ให้อารมณืเหมืิอนดูหนังที่ปมตัวละครเยอะๆ หนักหน่วง แต่ก็มีความดราม่าแบบที่เจอกันในชีวิตจริงได้ มีความพิศวงในรูปแบบของ เรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาด้วย ทึ่งกับไรท์มากจริงค่ะ โอยยยย คนอ่านยังเหนื่อย คนแต่งนี่น่าจะต้องใช้พลังในการเขียนเยอะมาก ยิ่งกว่าคำว่าเหนื่อย ฮือออ ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ
    #18,237
    0
  2. #18164 Defnan (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 06:19
    ตั้งแต่ตอนแรกยันตอนจบ เลเวลความหน่วยมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนตอนสุดท้าย บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไงกับตอนจบนี้ แม้ทุกคนจะได้รักกัน แต่เราไม่ได้รู้สึกมีความสุขด้วยเลย มันมีหลายอย่างอึดอัดอยู่ในใจบอกไม่ถูก ไรท์แต่งดีมาก มากจริงๆ สัญญาว่าจะติดตามผลงานไปตลอดเลยค่ะ
    #18,164
    0
  3. #18159 memexph (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 20:06
    อ่านจบแล้วอยากบอกว่าประทับใจมากค่ะ TT วินาทีที่ความจริงทุกอย่างมันค่อยๆประกอบเข้าหากันคืออ่านแล้วขนลุกไปหมด ไรท์แต่งและวางพล็อตเรื่องเก่งมากๆ ชอบความเทาและความเรียลของมนุษย์ที่มันมีทั้งดีและร้าย มีขึ้นมีลง เหมือนนั่งอ่านเรื่องเล่าของใครซักคนมากกว่าอ่านนิยายเลย
    #18,159
    0
  4. #18108 Cartoonpbct (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 16:06
    หน่วงตั้งแต่ต้นจนจยเลย แต่มรุษย์ก็คือมนุษย์ มีความเห็นแก่ตัว มีด้านมืดอยู่ในตัวเองทุกคน เรื่องนี้ดึงมุมมองของคนในอีกเ้านออกมาได้ดีสุดๆ คนดีก็ใช่ว่าจะไม่มีด้านมืด คนบางคนก็สมหวัง คนบางคนก็ผิดหวัง คนบางคนก็ไม่เหลือใคร
    #18,108
    0
  5. #18056 VivianMT2 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 14:35
    มันหน่วงนะ มันคือ มนุษย์ ที่เป็น มนุษย์ จริงๆ แต่ถึงแม้จะเลวขนาดไหน สิ่งที่ทุกคนในเรื่องนี้ มี ก็คือ คนข้างๆที่เข้าใจ และพร้อม ให้อภัย สรุปแล้ว คนที่น่าสงสารที่สุดในเรื่อง ก็คือ แจน คนที่ต้องมีชีวิตโดดเดี่ยวในบั้นปลายสุดท้ายของชีวิต ทั้งๆที่ความจริงแล้ว คาแรคเตอร์ตัวละครของแจนเอง ก็คือ ปุถุชน คนธรรมดา และเธอเองก็ไม่ได้เป็นคนเลว 100 % เลยด้วยซ้ำ
    #18,056
    0
  6. #18039 alisai (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 12:06
    ทุกคนในเรื่องนี้สีเทาหมดเลย ชอบแบบนี้จริงๆ คนเราไม่มีใครดำอย่างเดียว ขาวอย่างเดียว ทุกคนล้วนเป็นสีเทา อยู่ที่ว่าจะเทาเข้มหรืออ่อน สิ่งที่อยู่รอบตัว ตั้งแต่ครอบครัว เพื่อน หนังที่ดู หนังสือที่อ่าน อาหารที่ชอบ ล้วนมีผลกับชีวิตเราทั้งนั้น การที่ตัวละครแสดงพฤติกรรมต่างๆออกมา มันมีเหตุผลหมด ชอบการเขียนของคุณจริงๆ เขียนจนเราสามารถเห็นด้านความคิดและพฤติกรรมที่เราเจอได้ในชีวิตจริง ของคุณมี่เขียน อกมาให้ได้อ่าน ขอให้มีความสุขกับการเขียนตลอดไปนะคะ
    #18,039
    0
  7. #18036 phitchayathidada (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 22:19
    สำหรับเราเรื่องนี้เป็นเดอะเบสท์สุดตั้งแต่อ่านนิยายมา ใครไม่ได้อ่านนี่ถือว่าพลาด มันดีมากจริงๆ น้ำตาไหล คนเราจะเขียนดีแบบนี้ได้ไงเนี่ย ขอบคุณที่ทำผลงานดีๆให้ผู้อ่านนะคะ
    #18,036
    0
  8. #17864 Mook K'kai (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:26
    ขอบคุณมากนะคะ ขอให้ไรท์มีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ
    #17,864
    0
  9. #15835 ammishappy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 07:10
    สนุกมากๆเลยค่ะ มีหลากหลายอารมณ์หลายเหตุการณ์แต่รวมกันแล้วสนุกมากกกก ค่ะ ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องนี้มาได้สนุกมากก
    #15,835
    0
  10. #15461 ChoBBam (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 08:26
    ไรท์เก่งมาก มากอ่ะ (ใครไม่อ่านจะเสียใจ)
    มันเป็นเรื่องที่สร้างปมอยู่ตลอด ย้อนไปย้อนมาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน กับปมของแต่ล่ะคน เราว่ามันเป็นการเขียนที่ยากมากแน่ๆ
    สนุกมากจริงๆ เรื่องนี้ สำหรับคนที่ลังเลที่จะอ่านเหมืิอนเรา จริงๆเรื่องนี้เราเก็บไว้นานแล้วที่ว่าจะอ่าน แต่เห็นมันยาวหลายตอนเลยยังไม่อ่าน และคิดว่ามันน่าจะมาแนวดร่าม่า เลยกะว่าเอาไว้ก่อนเดียวค่อยอ่าน
    แต่เดียวความรู้สึกอยากอ่านคู่ BNyoung จึงมาย้อนดูคอมเม้นของเรื่องนี้ ที่มีคนคอมเม้นเยอะมากกกกกก 15,000+ ทำให้อยากอ่านขึ้นมา ว่าทำไมคนถึงมาคอมเม้นเยอะ อ่านไปแล้วไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนถึงมาพูดคุยกันเยอะ ขนาดนี้ ขนาดเราเองอ่านมาหลายเรื่องแล้ว แต่ไม่คอยคอมเม้นอะไร แต่กับเรื่องนี้ อดไม่ได้เลย อยากจะเข้าไปคอมเม้นแทบทุกตอน ไม่มีตอนไหนที่ไม่พีค ไม่มีตอนไหนที่ไม่มีปม ทำให้รู้เลยว่าคนแต่งเก่งแค่ไหน อิอิ
    จะย้อนกลับไปอ่านของไรท์ทุกเรื่องเลยยย ถึงแม้จะไม่ได้ชิป Jark แต่จะลองเปิดใจอ่านดู เหมือนเรื่องนี้ ^^
    ขอบคุณมากน๊า ที่แต่งฟิคดีๆ มาให้อ่าน ^^
    #15,461
    0
  11. #15424 JBJunior ^W^ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 15:29
    ขอบคุณไรต์ที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านนะคะ เป็นเรื่องที่หักมุมมาก ลุ้นทุกตอน และยังให้ข้อคิดดีๆอีก เป็นนินายที่เหมือนชีวิตจิงมากได้เห็นในหลายแง่มุมของแต่ละคน ชอบมากๆคะ เป็นกำลังใจให้ต่อๆไปนะคะ
    #15,424
    0
  12. #14751 CViewMED (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 19:10
    โอ้ยฮือ ถ้าเรื่องนีไม่ใช่แฟนฟิคนะ มันก็นิยายที่ดีมากๆๆๆๆๆ และสนุกมากๆๆๆอีก1เรื่องเลยฮือออ.
    #14,751
    0
  13. #14165 LittleBuzz (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 17:59
    สุดยอด ไม่มีอะไรจะพูดเลย เยี่ยมมากๆ ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ
    #14,165
    0
  14. #11949 pailinkamlue11 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 00:56
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ สนุกมากเลย จะติดตามผลงานต่อไปเรื่อยๆเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^
    #11,949
    0
  15. #11945 Mukimukii (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:59
    สนุกมากกก ได้เห็นด้านเลวร้ายของแต่ละตัวละคร ไม่ได้โลกสวยอย่างเดียว ผูกเรื่องได้ดีไปอีก พลิกทุกตอน แต่แฮปปี้ งื้ออ ชอบบ ขอบคุณน้าาาา
    #11,945
    0
  16. #11917 _jjswt (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 09:10
    โอโห้ทุกคนล้วนเกี่ยวกันทั้งหมดอะ สงสารแจนอะ โอ้ยยยยย จ๋อมมมความฝันนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆนี่นางคิดจริงจังหรอกหรอ55555555555555555555 จีนนี่รวยแล้วก็รวยอีกได้ พิมพ์เฉลยให้จนหมด ขนาดเรื่องในอดีตเอินยังไม่รู้ตัวแต่รู้จนได้ กวินสงสัยอีกนิดนี่สามารถมีตอนต่อไปได้อะ555555 เข้าใจกันดี ฮื่ออ น่ารัก ชอบเรื่องนี้มาก ได้แง่คิดมุมมองของคนเรา ชอบมุมมองบวกของจินมาก ช่วงแรกๆเราว่างรออ่านทุกวัน5555หลังๆมายุ่ง ก็ย้อนกลับมาอ่าน ไรท์อัพไปสามสี่ตอนแล้วก็มี ฮื่ออ ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้นะคะ
    #11,917
    0
  17. #11892 P_pluralthepark (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 02:05
    ชอบบบบ ชอบมากกก ไม่รู้จะพูดยังไงเลย แต่ชอบมากกกกกกก จบดีมาก จริงๆตลอดทั้งเรื่องก็ดีมากเลยแหละ ตอนท้ายๆที่อ่านมาคือยิ้มตลอดเลย ชอบมากๆเลย กวินกับเอินก็รู้จักให้อภัยกัน หนูนะหวันก็เหมือนได้อยู่กับพ่อแม่ จีนกับบีก็มีความรักที่เข้าใจกัน เป็นความรักที่ทำให้ชีวิตมีความสุขทั้งคู่ แต่เกลียดอย่างเดียวคือความฝันที่จะไปซั่มกันที่ศรีพันวานี่แหละ 55555555

    แต่ของแจนนี่ยังอึ้งอยู่ ไหนว่าไปแล้วไงพิมมมมมมมมมม
    #11,892
    0
  18. #11871 super_man (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:08
    พิมพ์มาให้หวยจีนป่ะเนี้ย
    สองคนนี้มีชะตาต้องกัน
    ตัดไปที่ยลรดารายนี้หนักสุด
    ไปเกิดได้แล้วนะพิมพ์
    #11,871
    0
  19. #11804 Park-Nadia (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 19:32
    อยากจะกรี้ดดดดดด ฮื่ออออ ไม่อยากให้จบเลยฮื่ออออ ??????
    #11,804
    0
  20. #11794 deffjb (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 11:52
    ตอนแรกเรื่องนี้เหมือนไม่มีอะไร แต่พอกลางเรื่องเริ่มเหมือนโคนัน ฮืออ สรุปไรท์แต่งดีมากครับ
    #11,794
    0
  21. #11792 ntn.9846 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 09:23
    เฮ้ออออออ จบฝันร้ายนี่ซะทีนะ จอมพล กวิน พิมพ์ เอิน จีน
    #11,792
    0
  22. #11790 G6O1JJ922T7 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 07:45
    ขำจ๋อมจ๋อมสามล้อถูกหวย5555555555555 ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ สร้างความสุขให้เราทั้งเรื้องเลย
    #11,790
    0
  23. #11789 Ompiangtak (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 06:31
    ทำไมแจนถึงกับเป็นบ้าเลยอ่ะ ตลกความกลัวผัวเอาเงินไปใช้เล่นไหน แกเป็นคนใหม่ทำมาหากินไง นี่มันจอมพลตนเดิมเลยนะ 555555 สถานการณ์มันบีบบีงคับให้พี่ต้องทำงานด้วยใจรักความสบายเป็นอีกเรื่องใช่ไหม
    #11,789
    0
  24. #11786 nn_mwmmy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 01:35
    เย้ๆ จบแล้ว เป็นฟิคที่ทำให้ลุ้นเกือบทุกตอน ยากที่จะคาดเดาด้วย เรียกได้ว่ามันพีคในพีคมากๆ แต่มันก็ทำให้เราได้อะไรหลายๆอย่างเหมือนกันได้แง่คิดดีๆของจีน ได้ทุกอารมณ์จริงๆตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนสุดท้าย ยังไงก็ต้องขอบคุณไรท์ที่เขียนงานดีๆแบบนี้มาให้อ่าน และก็ขอเป็นกำลังใจให้ไรท์เขียนงานดีๆแบบนี้ต่อไป เลิฟฟ
    #11,786
    0
  25. #11785 P.Ploy Kung (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 01:19
    ฮือออออออจบแล้วววว เป็นฟิคที่แบบบเป็นชีวิตจริงๆอ่ะ ไม่ได้สวยงามแต่ก็มีความสุขในแบบของมัน ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่าานะคะ แอบสงสารแจนนะเนี่ยฮื่ออออออ เราจะติดตามไรท์ทุกเรื่องเลยยย
    #11,785
    0