[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 52 : 48 : นางฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    17 ส.ค. 60





 

 

48

นางฟ้า

 

"จ๋อมจ๋อม เค้ก"

มือน้อยๆ ที่จิ้มเค้กชอกโกแลตเละๆ มาจ่อที่ปากคนที่อุ้มอยู่ด้วยรอยยิ้มที่คล้ายจะข่มขู่ให้กิน ริมฝีปากหยักอ้าปากหงับเค้กเละเข้าปากแล้วหน้าแหยเคี้ยวเสียงแจ๊บๆ พาให้เด็กหญิงหัวเราะเอิ้กอ้ากสนุกสนาน มือเล็กเอื้อมมาเช็ดคราบครีมที่เลอะปากจอมพลก่อนจะเอนศีรษะพิงอกกว้างเอาไว้ สองเท้าแกว่งไปมาอย่างสบายอกสบาย

"น้ำหวานลงมานั่งบนเก้าอี้ดีๆ สิลูก ทำไมชอบไปนั่งเบียดอาเขาอยู่เรื่อยเลย"

"ไม่เป็นไรครับพี่ฝน ผมชินแล้ว"

หญิงสาวอมยิ้มให้ก่อนจะรวบจานกับช้อนส้อมเพื่อยกไปในครัว เหลือบมองสามีและน้องชายของสามีที่นั่งคุยอยู่กับทนายในห้องทำงานทั้งที่เป็นปาร์ตี้วันเกิดลูกสาวที่ยกเลิกเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อน ก็เลยมีแต่จอมพลที่นั่งเล่นอยู่กับน้ำหวาน แขกคนพิเศษคนเดียวของลูกสาวที่ต้องชวนมางานวันเกิดตั้งแต่เริ่มอ้อแอ้จำหน้าคนได้ก็มีจอมพลนี่แหละที่ถูกจริตกันมากแบบชนิดที่ว่าเจอหน้าก็ยิ้มหวานให้ทั้งที่เพิ่งร้องไห้อยู่แหมบๆ

"พี่ฝนครับ พอดีจีนเขาจะแวะเอาของขวัญมาให้น้ำหวานแทนเอิน ผมอุ้มน้ำหวานไปเปิดประตูแป๊บนะครับ"

จอมพลเอ่ยชื่อคนที่ทำให้หญิงสาวใจเต้นแรงขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ตกอยู่ในความกังวล เพราะหลังจากสารภาพกับอนิลไปเรื่องของน้ำหวาน หญิงสาวก็ไม่คิดว่าจินตภัทรจะมาหา แถมกวินเองก็เคยบอกว่าสองคนนี้เป็นเพื่อนสนิทกันด้วยถ้าจินตภัทรรู้เรื่องของน้ำหวานแล้วจะโกรธหรือเกลียดเธอที่เห็นแก่ตัวรึเปล่านะ...

"สวัสดีค่ะ ใครเจ้าของวันเกิดเอ่ย"

"นะหวันนนนน"

เด็กหญิงยกสองมือขึ้นอย่างดีใจก่อนจะกอดรับตุ๊กตาลูกเจี๊ยบสีขาวที่รู้เลยว่าใครฝากมา เพราะหน้าตาเหมือนอนิลไม่มีผิด

จอมพลแอบอมยิ้มกับเสียงสองของแฟนตัวเล็กที่พูดกับเด็กหญิง คะ ขา น่ารักจนอยากแกล้ง

"น้ำหวานสวัสดีพี่ลูกเป็ดรึยัง"  เสียงทุ้มหันไปบอกหลานสาวในอ้อมกอดพลางเหลือบมองคนที่ยืนจ้องหน้าเขาดุๆ กลับมา

"หื้อ ลู่เปะอ่อ"

"ช่าย เพื่อนพี่ลูกไก่ก็ต้องเป็นลูกเป็ดใช่ไหมเอ่ย"

จินตภัทรหมั่นไส้คนตัวโตที่หันไปพูดกับหลานเป็นตุเป็นตะแล้วหันมายิ้มตาหยีให้เขาอย่างเจ้าเล่ห์ พอเห็นใบหน้าของน้ำหวานที่ดูจะสนุกไปกับชื่อลูกเป็ดที่เรียกไม่ค่อยจะชัดเท่าไหร่ก็ได้แต่ผสมโรงด้วยอย่างเสียไม่ได้

"พี่ลูกเป็ดเป็นเพื่อนพี่ลูกไก่ แล้วอาจ๋อมของหนูทำไมเป็นอาจ๋อมละจ๊ะ เป็นตัวอะไรที่มันน่ารักกว่านี้ดีไหม"

จินตภัทรถามขณะที่หรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างพิจารณาว่าควรจะเป็นตัวอะไรดี

"บี..."

"จ๋า" คนที่คิดว่าอีกฝ่ายเรียกรีบขาดตอบเสียงหวาน

"...เวอร์"

แต่พอคำที่สองออกมาจากปากคนตัวเล็กสีหน้าของจอมพลก็ถึงกับเจื่อนลงพร้อมคิ้วที่ขมวดเข้าหากันพร้อมส่งเสียงเชิงถามออกมา

"ว้อท"

ร่างเล็กแกล้งยักไหล่ก่อนที่จะส่งมือเรียวสอดเข้าใต้รักแร้เด็กหญิงคว้าตัวน้ำหวานมาอุ้มไว้อย่างง่ายดาย แอบมองแฟนหนุ่มด้วยหางตาแล้วเริ่มแนะนำให้น้ำหวานได้รู้จักสัตว์ที่จะเป็นตัวแทนคุณอาจ๋อมจ๋อมของเธอต่อจากนี้ไป...

"น้ำหวานรู้จักบีเวอร์ไหมลูก"

"ม่ายค่ะ" เด็กหญิงผมแกละส่ายหัวปฏิเสธก่อนจะมองจินตภัทรตาแป๋วด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"โอเค เดี๋ยวพี่ลูกเป็ดเปิดให้ดูในโทรศัพท์ดีกว่าน้อ หน้าตาเหมือนจ๋อมจ๋อมมากเลย"

จอมพลเดินตามทั้งสองคนไปก่อนจะแวะมองเงาสะท้อนจากกระจกใสตรงประตูคิ้วขมวดและได้แต่พึมพำถามตัวเองอย่างไม่แน่ใจนัก

"นี่กูหน้าเหมือนบีเวอร์เลยเหรอวะ"

 

....................

 

"เพิ่งได้เจอนักเขียนในดวงใจแจ็คตัวเป็นๆ ตื่นเต้นมากเลย แจ็คเขาหวงหนังสือของจีนทุกเล่มเลยนะคะ พี่จะยืมยังไม่ได้เลย"

คำพูดที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ชื่นชมและยินดี เอ่ยออกมาไม่หยุดปากจนจินตภัทรที่นั่งอยู่ข้างๆ แฟนหนุ่มได้แต่รู้สึก 'เวทนา'

เพราะท่าทางของน้ำฝนคล้ายกับคนที่พยายามจะพูดเอาอกเอาใจจนดู ปลอม แต่สีหน้าที่ดูซีดเซียวมันไม่ได้เข้ากับรอยยิ้มจากริมฝีปากอิ่มสวยนั่นเลยแม้แต่น้อย

จินตภัทรเลือกที่จะยิ้มให้แทนคำพูดที่เขาไม่รู้ว่าจะช่วยให้หญิงสาวสบายใจได้อย่างไร หากคนเราเลือกที่จะมีความลับและกลัวว่าความลับจะถูกเปิดเผย จนทำให้หวาดกลัวไปหมดทุกอย่าง เขาเองเป็นเพียงแค่คนตัวเล็กๆ ที่ไม่เคยสร้างภาระทางจิตใจให้ตัวเองแบบที่น้ำฝนทำ การขโมยและโป้ปด เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำ เพราะเขาไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เพื่อลงโทษตัวเองไปตลอดชีวิต...

มันเห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนที่พยายามจะเป็นพ่อแม่คนกับคนที่สายเลือดเดียวกันมันเป็นไปโดยธรรมชาติ ทั้งที่อนิบอกเขาตลอดว่าน้ำหวานติดอากวินมาก แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าน้ำหวานสบายใจที่จะอยู่กับจอมพลเช่นเดียวกัยกวิน เด็กหญิงนั่งตักไม่ยอมห่างชวนคุยนั่นนี่โดยที่ไม่ต้องกดเปิดคลิปอะไรหลอกล่อเด็กน้อยให้ดูด้วยเลย แต่กับพ่อและแม่ ถ้าน้ำหวานงอแงทั้งสองคนก็จะรีบกดเปิดยูทูปให้ลูกดูรายการโปรดให้เงียบทำอะไรก็ได้ไม่ให้ลูกร้อง สปอยล์เด็กจนเป็นนิสัยไปแล้วเพราะกลัวลูกไม่รัก น่าจะมีแต่กวินคนเดียวที่ยังดุหลานบ้าง

"น้ำหวานชอบไปโรงเรียนไหมจ๊ะ" จินตภัทรหันไปถามเด็กตัวเล็กที่เอนกายพิงอกกว้างของจอมพลเอาไว้ เด็กหญิงส่ายหน้าแล้วฟ้องสิ่งที่หงุดหงิดออกมาจนปากจู๋อย่างน่าเอ็นดู

"ม่ายค่ะ เชอร์รีอะ ว่านะหวันม่ายเหมือนแม่ บอกว่า เนี่ยๆ แม่เก็บนะหวันมาจากถังขยะ"

คำพูดไร้เดียงสาที่ฟ้องด้วยท่าทางไม่พอใจทำเอาจินตภัทรหลุดขำ จริงๆเด็กทุกนก็น่าจะโดนเพื่อนล้อเลียนหรือแกล้งมุขเดิมๆ เรื่องที่พ่อแม่เก็บมาจากถังขยะนี่ก็มุขคลาสสิกมากๆ

แต่ดูเหมือนมันจะแทงใจดำใครบางคนที่จู่ๆ ก็วีนออกมาทั้งที่มันเป็นเรื่องขำๆ ที่มองข้ามมันไปก็ได้เพราะท่าทางน้ำหวานก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนมาก ก็แค่อยากหาข้ออ้างที่จะไม่ไปโรงเรียนแค่นั้น

"เชอร์รีพูดแบบนี้ได้ยังไง แม่ไม่ชอบเลย เดี๋ยวแม่ต้องไปคุยกับคุณแม่ของเชอร์รีหน่อยละ มาทำให้ลูกแม่เสียใจได้ยังไง" 

ท่าทางโอ๋ลูกของน้ำฝนทำเอาจินตภัทรยิ่งสงสารเธอ แม้ว่าหลังจากที่เขาไปคุยกับอนิลมา อนิลก็ยังบอกเลยว่าครอบครัวนี้เห็นแก่ตัวเกินไป แต่ถ้าให้มองตามหลักความจริง เขาไม่คิดว่าจอมพลจะอยากมีครอบครัว...

นั่นคงเป็นเหตุผลที่พิมพ์ไม่กล้าเสี่ยงที่จะมีอะไรด้วย ผู้หญิงบางคนก็รู้อยู่แก่ใจว่าคนที่เรารักไม่ใช่คนที่พร้อมจะมีครอบครัว มันไม่แปลกที่พิมพ์จะรู้สึกแบบนั้น แต่ถ้าเลือกได้ก็ยังอยากจะมีลูกกับคนที่ตัวเองรักที่สุดอยู่ดีแม้ว่าเขาจะไม่ได้รักเธอมากพอที่จะเข้าใจมัน...

เหมือนที่จินตภัทรเข้าใจพิมพ์ ในขณะที่อนิลไม่เข้าใจและยืนยันว่าน้ำฝนทำไม่ถูก

 

flashback

'พี่ฝนแกร้องไห้แล้วขอร้องให้ฉันเก็บเรื่องนี้ไว้ ฉันเข้าใจนะว่ามันก็ยากที่จะเข้าใจ ไข่และสเปิร์มไม่ใช่ของตัวเขาและสามีเลยเป็นของคนอื่น แต่เขาก็ท้องน้ำหวานมา เลี้ยงน้ำหวานมา แต่ฉันคิดว่าอย่างน้อยบีควรรู้นั่นลูกทั้งคนนะ'

อนิลเป็นพวกที่ทนเห็นสิ่งที่ไร้ความยุติธรรมไม่ได้ ทั้งเรื่องลูกศรกับแบมที่สุดท้ายก็สารภาพให้เขาฟังว่าจริงๆ แล้วแบมคือคนที่พลาดทำร้ายลูกศรจนตาย เพราะต่อให้โกหกยังไงจินตภัทรที่คบกับอนิลมาเกือบสิบปีไม่มีทางเชื่อว่าคนอย่างอนิลจะสามารถฆ่าใครตายได้อยู่ดี

เรื่องที่อย่างถูกสารภาพออกมานั้นแย่มาก แต่โชคดีของอนิลเพราะมีเรื่องของน้ำหวานที่ทำให้จินตภัทรสามารถหักลบกันได้เพราะว่าต่อให้อนิลเกลียดขี้หน้าจอมพลแค่ไหน ก็ยังรู้สึกสงสารและเห็นใจแฟนเขาอย่างจริงใจ ทำให้ความผิดเรื่องลูกศรมันตกไปทั้งที่เขาควรจะโกรธความเจ้าคิดเจ้าแค้นของอนิลที่ทำอะไรไม่ปรึกษา

'แกเคยฟังนิทานเรื่องนกกาเหว่าไหม นกกาเหว่ามันไม่เคยฟูมฟักเลี้ยงลูกของตัวเอง มันแอบเอาไข่ไปฝากไว้ที่รังของอีกา สุดท้ายพอเลี้ยงดูกันจนโตอีกาถึงรู้ว่าไม่ใช่ลูกของตัวเอง แต่เรื่องของน้ำหวานมันสลับกัน สุดท้ายฉันคิดว่าน้ำหวานจะรู้ว่าใครคือครอบครัวของเขา แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าครอบครัวที่อุ้มชูเลี้ยงดูมาก็คือคนที่รักน้ำหวานมากเช่นกัน แกเองก็เห็นว่ากวินรักหลานมากแค่ไหน ถึงมันจะเป็นเพราะน้ำหวานหน้าตาเหมือนพิมพ์ แต่สุดท้ายน้ำหวานก็คือหลานสาวที่กวินรัก เพราะฉันคิดว่าถ้ากวินยังยึดติดอยู่กับพิมพ์จนตอนนี้ เขาจะไม่คบแก ความรักมันต้องใช้เวลา แกก็แค่ต้องสู้ต่อไปจนกว่าจะหมดรักเขาแล้ว..'

'แกไม่คิดว่าบีจะอยากมีลูกเหรอ'

อนิลยังคงถามในสิ่งที่เรียกว่าความถูกต้อง แต่เพราะไม่ใช่เรื่องที่ประสบกับตัวเอง จะพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น ความถูกต้อง ความยุติธรรม ที่ไม่มองความจริงบนโลกเลย...

'ตอนนี้ฉันคือคนเดียวที่จะต้องสำคัญที่สุดในชีวิตเขา เรื่องของพิมพ์จบไปแล้ว และฉันจะไม่เอาเรื่องของน้ำหวานเข้ามารบกวนจิตใจบีอีก ตอนนี้เด็กกำลังน่ารักถ้ารู้ตอนนี้บีก็อาจจะจิตตกไปอีกแล้วก็คิดถึงพิมพ์ขึ้นมา ฉันคิดว่ามันไม่มีความจำเป็นต้องสร้างภาระทางจิตใจให้ตัวเองซ้ำๆ เพียงแค่อยากให้เขารู้ความจริง แกว่าถ้าบีรู้ว่าน้ำหวานเป็นลูกแล้วชีวิตเขาจะเป็นไงต่อ'

'ฉันก็ไม่รู้...' สุดท้ายอนิลก็ได้แต่ตอบออกมาหน้าเจื่อนๆ ทั้งที่ตัวเองอยากจะช่วยแต่กลับกลายเป็นคนที่ยุ่งไม่เข้าเรื่องจนโดนเพื่อนดุ จะว่าไปสิ่งที่จินตภัทรพูดมันก็ถูกต้อง

'ใช่ไง ความจริงบางเรื่องรู้ไปก็เท่านั้น เพราะบ้านของน้ำหวานไม่มีทางคืนลูกให้เพราะเขาลงทุนไปเยอะกว่าจะได้น้ำหวานมา แล้วบีเองก็ไม่มีทางเลี้ยงเด็กคนนั้นได้เพียงลำพังแกก็เห็นว่าตอนนี้บียังไม่มีงานการทำเป็นชิ้นเป็นอันเลย หรือแกคิดว่าฉันจะยอมเอาเงินที่ฉันหามาทั้งชีวิตเลี้ยงลูกให้คนอื่น แกอ่านนิยายมากไปนะถึงจะคิดว่าคนอย่างฉันจะยอมเลี้ยงลูกแฟนเก่าของคนรัก แถมแฟนฉันเองไม่ได้ตั้งใจที่จะมีด้วยนี่ไม่ใช่นิยายน้ำเน่านะนี่มันชีวิตของฉัน'

'แล้วทำไมพี่เขาต้องเลือกบีเป็นพ่อเด็กอะ...'

อนิลถามออกไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ได้ต้องการคำอธิบายมากมาย มันก็แค่...อยากรู้ว่าทำไม

'เพราะคนเลือกคือพิมพ์ไง ฉันคิดว่าเรื่องแจ็คมันไม่เม้กเซนซ์ ต่อให้พี่กวีมีลูกไม่ได้ คิดว่าเขาเลือกแจ็คแทน ผู้ชายที่สุขภาพดีและเป็นถึงนักกีฬามหา’ลัยมาก่อนไม่มีทางที่เชื้อจะอ่อนแอ แต่พิมพ์คงรู้ว่าบีเองก็มาบริจาคเหมือนกันถึงได้ขอให้พี่ฝนกับพี่กวีเลือกบีแทน...ถึงมันจะผิดและเห็นแก่ตัว แต่มันคงเป็นความฝันเดียวที่พิมพ์ต้องการ อย่างน้อยถ้าไม่ได้รักกันก็ขอให้ได้มีลูกด้วยกันมีตัวแทนของคนที่เรารักอยู่กับเรา...'

อนิลได้แต่นั่งมองมือตัวเอง และคิดตามสิ่งที่เพื่อนบอก ทุกอย่างมันคือความทุกข์และความสุขของมนุษย์ที่ยากแท้จะหยั่งถึง ความทุกข์พิมพ์ก็คือความไม่แน่นอนในชีวิตรักที่รู้ทั้งรู้ว่าวันหนึ่งก็ต้องเลิกกับจอมพล แต่ความสุขของน้ำฝนคือการมีลูก อาจจะดูเห็นแก่ตัวที่มาทวงบุญคุณลูกพี่ลูกน้องแบบนั้น...

แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่น้ำฝนจะเอาข้ออ้างเรื่องที่ฝากพิมพ์เข้าทำงานในสายการบินภายในประเทศโดยใช้เส้นสายของกวีฝาก ทั้งที่หญิงสาวไม่ได้เรียนจบมาด้านนี้และไม่ได้เก่งพอที่จะสอบเข้าได้แต่เพราะกวีก็ยอมทุกอย่างที่จะได้มีทายาท ไม่ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ให้พิมพ์ได้เข้าทำงานเขาก็ยอม แถมไม่ใช่แค่เรื่องงาน เรื่องเงินก็เช่นกัน พิมพ์ขอคอนโดฯ ห้องชุดราคาแพงพร้อมตกแต่งและทำสัญญาว่าเธอจะได้เจอลูกของเธอทุกๆ ครั้งที่เธอต้องการ ทั้งน้ำฝนและกวีก็ยอมทำตามข้อตกลงทั้งที่ต้องปิดเรื่องนี้ไม่ให้น้องชายรู้

'นอกจากบี แกไม่ควรพูดกับแฟนแกด้วย แกคิดว่าแจ็คจะหัวใจสลายแค่ไหน ผู้หญิงที่ตัวเองรักเอาความต้องการของพี่ชายและพี่สะใภ้เขามาแลกกับเงินเกือบสิบล้าน...คอนโดฯ  งาน แล้วก็ทำประกันชีวิตให้คนทั้งครอบครัว ที่เขาคืนเงินมาให้บีก็เพราะพ่อแม่พิมพ์รู้ว่าลูกสาวเอาเงินมาจากไหน ทั้งหมดนั่นแกว่าถ้าบอกแจ็คไปเขาจะรู้สึกยังไง ถ้าแกแค่อยากให้แจ็คเกลียดพิมพ์ แกก็พูดเลย แต่ถ้าแกเลือกจะดูแลหัวใจของคนที่แกรัก แกก็แค่มองข้ามมันไปซะ ถ้าเขาต้องรู้เรื่องนี้ ก็ให้เขารู้เอง แต่แกอย่าเป็นคนทำร้ายเขา'

ก็จริงอย่างที่จินตภัทรบอก ถ้ากวินรู้ว่าผู้หญิงที่ตนเองเรียกว่านางฟ้ารีดไถเงินจากพี่ชายไปมากมายขนาดนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากขายลูกกิน...ใครจะทนได้ เขาอาจจะได้เห็นกวินก่นด่าพิมพ์อย่างเกลียดชัง แต่สุดท้ายกวินก็เสียใจอยู่ดี...

พิมพ์เองมีความฝันที่ทำไม่ได้ อยากเป็นแอร์โฮสเตสแต่กลับเรียนไม่เก่งพอที่จะสอบเข้าได้

น้ำฝนเองก็มีความฝันที่ทำไม่ได้ อยากมีลูกแต่กลับมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์พร้อม

ทุกคนล้วนมีความฝันที่ทำไม่ได้ แต่ถ้าหากมีลู่ทางที่จะวิ่งตามความฝันและพร้อมจะแลกกับทุกอย่าง

สิ่งที่เรียกว่าความถูกต้องก็กลายเป็นสิ่งที่พวกเขาเลือกที่จะมองข้ามมันไป...

 

....................

 

 

"อาบน้ำก่อนไหม ขี้เกียจอีกแล้วอะ"

เสียงที่เตือนออกมาไม่ได้จริงจังนักถ้าเทียบกับสายตาที่มองคนตัวโตทิ้งตัวลงบนเตียงนอนเหมือนเด็กงอแง

"พักก่อนดิขับรถกลับมากว่าจะฝ่ารถติดเป็นชั่วโมงเลยปวดหลังอะ"

เสียงทุ้มบ่นขณะที่ขยับยกเอวถอดกางเกงยีนส์ออกเหลือแค่บ็อกเซอร์ลายสป๊องค์บ๊อบสีเหลืองอ๋อยที่สวมอยู่ จินตภัทรเดินไปหยิบกางเกงยีนส์ขาดๆ ที่ถูกถอดกองไว้บนเตียงก่อนจะเอาไปพาดไว้ที่ราวข้างตู้เสื้อผ้าจัดวางให้เรียบร้อยพร้อมที่อีกฝ่ายจะหยิบมาสวมได้สะดวกๆ ขณะที่ยืนหันหลังอยู่แขนแกร่งของคนตัวโตก็โอบเอวบางกระชับอ้อมกอดแน่นก่อนจะซบหน้าลงมาที่ไหล่ของคนตัวเล็ก

"วันนี้เป็นอะไรรึเปล่า อึดอัดใช่ไหมที่ชวนอยู่ต่อที่บ้านแจ็ค ขอโทษนะครับ..."

คนที่ไม่รู้แต่ก็ใช่ว่าไม่สังเกต...

คำขอโทษที่ไม่ได้มาจากความผิดใดๆ เลยถูกเอ่ยออกมาเพียงเพราะไม่รู้และแคร์อีกฝ่ายมากกว่าใคร

เพราะตลอดเวลาที่อยู่ที่บ้านนั้น นอกจากน้ำหวานจินตภัทรก็ไม่คุยกับใครเลย เอาแต่ยิ้มไม่ได้พูดคุยอะไรมากไปกว่าขอบคุณและตอบรับตามมารยาท

"เปล่า..แค่ไม่สนิทกันก็เลยไม่รู้จะพูดอะไรน่ะ"

ร่างเล็กตอบก่อนหมุนตัวเข้าหาอีกฝ่าย สีหน้าของจอมพลเต็มไปด้วยความสงสัย เขาไม่เชื่อว่าแค่เรื่องไม่สนิท เพราะจินตภัทรไม่ใช่พวกที่เข้ากันคนยากขนาดพ่อแม่เขาก็ยังสามารถพูดคุยได้ปกติอยู่เลยทั้งที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก ถ้าจะไม่สมเหตุสมผลที่สุดก็คงเป็นข้ออ้างนี้แหละ แต่ถ้าไม่อยากพูดเขาเองก็ไม่ควรที่จะบังคับ ถึงเวลาแฟนตัวเล็กก็คงพูดเอง

"น้ำหวานน่ารักไหม จีนเพิ่งเคยเจอครั้งแรกนี่นา"

และเพราะความไม่รู้ก็ทำให้ถามในสิ่งที่จินตภัทรไม่อยากตอบ จินตภัทรไม่ได้มีอคตดิอะไรกับเด็กสามขวบ แต่คำถามแบบนี้มันก็จะต่อยอดไปถึงเรื่องของครอบครัวกวินอยู่ดี...แต่ก็เลีย่งที่จะไม่ตอบจอมพลก็อาจจะคิดว่าเขาไม่ชอบน้ำหวานก็ได้

"น่ารัก เป็นเด็กช่างพูดช่างคุย..." ตอบอย่างประหยัดคำมันก็ช่วยได้ไม่มากนัก ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เข้าใจความรู้สึกของจินตภัทรตอนนี้เลยแม้แต่น้อย...

"อื้ม ถ้าเรามีลูกกันได้ก็คงน่ารักเหมือนน้ำหวานแน่ๆ เลยเนาะ แต่ตอนนี้บีมีแค่จีนพอแล้ว ก็น่ารักเหมือนกัน"

สองแขนกอดเอวหน้าเอาไว้และซบใบหน้ากับอกกว้าง เขาไม่ได้เสียใจ หรือ น้อยใจ คำพูดของจอมพลเองก็ไม่ได้พูดให้เขารู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าใคร เพราะแต่สิ่งที่รู้อยู่เต็มอกว่าน้ำหวานเป็นลูกใครมันทำให้รู้สึกเศร้าขึ้นมา...

ก็อย่างที่อนิลถาม..."แกไม่คิดว่าบีจะอยากมีลูกเหรอ" ใช่เขาไม่ตอบคำถามนี้อย่างฟันธงเพราะยังไงเขาก็รู้สึกแทนคนรักไม่ได้ แต่พอตอนนี้คนรักกำลังพูดถึง "ลูกของเรา" ที่เป็นเพียงจินตนาการที่จอมพลพูดขึ้นมาเล่นๆ แต่จินตภัทรกลับรู้สึกเจ็บช้ำและเศร้าจนห้ามความรู้สึกเศร้าภายในใจไม่อยู่

"ฮึก..."

"จีน...ร้องไห้ทำไม ขอโทษนะครับ เอ่อ คือบีแค่พูดถึงเราสองคนน่ะรู้ไหม คือไม่มีก็โอเค บีอยากอยู่กับจีน ไม่ร้องไห้สิ จีน..."

เสียงทุ้มละล่ำละลักพูดออกมาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล มือหนาพยายามเช็ดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาเปรอะเปื้อนแก้มใสอย่างเงอะงะ แม้ว่าจะโดนร้องไห้ใส่มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่มันก็ทำให้จอมพลรู้สึกผิดในทุกๆ ครั้งที่แฟนตัวเล็กมีน้ำตา

"ไม่รู้อะ ฮึก มัน...ไม่รู้ทำไมถึง..." เสียงขึ้นจมูกของคนที่สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กพยายามจะปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้ร้องไห้เพราะเรื่องที่เพิ่งคุยกัน แต่กลับยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมเพราะไม่รู้ว่าตกลงร้องไห้เพราะอะไรกันแน่...

มือหนาดึงคุณนักเขียนที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนเด็กมารวบกอดเอาไว้ เขารู้สึกผิดที่พูดให้แฟนเสียใจ ไม่ว่าจะเรื่องใดก็ตาม...

"ไม่ร้องน้า บีขอโทษนะครับ บอกได้ไหมเอ่ย จีนเสียใจเรื่องอะไร หื้ม" ทั้งที่คำปลอบใจมันไม่ต่างจากพูดกับเด็กเลย แล้วถ้าเป็นเวลาปกติเขาคงโดนจินตภัทรทุบเข้าให้แล้วที่ทำเหมือนตัวเองเป็นเด็กปัญญาอ่อนด้วยคำพูดแบบนั้น

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่...

 

เพราะอยากเป็นคนสำคัญเพียงคนเดียว

เพราะกลัวว่าวันหนึ่ง เขาจะไม่สำคัญกับอีกฝ่ายอีกต่อไปแล้ว

เพราะแบบนั้น..ถึงไม่อยากพูดเรื่องน้ำหวานให้รู้

เพราะไม่อยากจะให้คนที่รักที่สุดให้ความสำคัญกับคนอื่น

แม้แต่เด็กสาวขวบอย่างน้ำหวาน...จินตภัทรก็ไม่ต้องการให้สำคัญกว่าเขา

 

"ห้ามนะ...ฮึก ห้ามทิ้ง ไม่ว่ายังไง บีสัญญาแล้ว ฮือออออ"

เสียงสั่นเครือที่ทวงสัญญาตั้งแต่วันแรกที่คบกันขึ้นมาทำเอาคนฟังอยากจะหลุดขำ จินตภัทรเหมือนเด็กที่ทวงสัญญาพ่อแม่ที่เคยสัญญาว่าจะซื้อของเล่นให้ เขาอยากจะถ่ายวิดีโอไว้จริงๆ เลย เวลาที่จินตภัทรงอแงแบบนี้

"ไม่ครับ ไม่ทิ้ง ใครจะกล้าทิ้งลูกเป็ดตัวน้อยๆ กัน ไม่ร้องไห้เนาะ ก็สัญญาแล้วนี่ ว่ายังไงก็จะอยู่ด้วยกันใช่ไหม"

ร่างสูงใหญ่ผละออกก่อนจะจับมือเรียวมาเกี่ยวก้อยกันเหมือนเด็ก เพราะจินตภัทรก็ไม่ต่างจากเด็ก พอถามว่าใช่ไหม อีกฝ่ายก็พยักหน้าหงึกหงักทำปากยื่นเหมือนลูกเป็ดเอาแต่ใจในการ์ตูนไม่มีผิด

มือหนาข้างที่ว่างเช็ดน้ำตาให้แล้วบีบจมูกรั้นที่แดงก่ำเบาๆ ริมฝีปากหยักกดจูบหน้าผากเนียนก่อนจะดึงแว่นตาที่ขุ่นมัวและเลอะน้ำตาออก แตะริมฝีปากอุ่นที่แก้มนุ่มอย่างแผ่วเบาเรื่อยลงมาที่ริมฝีปากอิ่มแดงของคนตัวเล็กที่ขยับเงยหน้าขึ้นรับจูบอย่างเคยชิน แว่นกรอบหนาถูกโยนลงไปที่กองผ้าในตะกร้าก่อนจะเชยมนขึ้นและส่งเรียวลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากเล็กขณะที่แขนเล็กของจินตภัทรคล้องคอเขาเอาไว้ ก่อนที่ร่างเล็กจะถูกยกขึ้นจนลอยจากพื้น สองขากอดเกี่ยวเอวหนาไว้ขณะที่จอมพลพาร่างเล็กในอ้อมกอดเอนกายลงบนเตียง รสจูบที่เริ่มจากการปลอบประโลมและอ่อนหวานเปลี่ยนเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความต้องการ ไม่เพียงแต่คนตัวโตที่คร่อมอยู่ด้านบน แต่คนที่เพิ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาก็ต้องการเช่นกัน

 

วินาทีนั้นราวกับอาภรณ์ที่อยู่บนร่างกานเป็นสิ่งน่ารำคาญ ยามที่ต่างฝ่ายพยายามดึงรั้งสิ่งที่สวมใส่อยู่ของฝ่ายตรงข้ามออกอย่างรวดเร็วจนกระทั่งสองร่างที่ทาบทับกันอยู่บนผ้าปูที่นอนสีขาวเปลือยเปล่า

ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านบนหัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อจู่ๆ ก็ถูกผลักลงนอนหงายแล้วคนรักตัวเล็กก็ขยับกายลงต่ำพร้อมกับมือนุ่มนิ่มที่กอบกุมส่วนเอาไว้ก่อนที่ริมปากอิ่มจะครอบครองมันเข้าไปทั้งเกือบทั้งหมด หัวใจของจอมพลเต้นแรกจนรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย ไม่ใช่แค่มีความสุข แต่เขาตื่นเต้นจนจะบ้าตาย ถ้าร้องกรี๊ดเป็น เขาก็คงกรี๊ดไปแล้ว...

ดวงตารีก้มลงมองอีกฝ่ายที่ปรนเปรอให้เขาอยู่ด้านล่าง ไม่อาจจะถอนสายตาจากริมฝีปากอิ่มแดงที่ครอบครองส่วนนั้นเอาไว้ได้เลย ได้แต่กลืนน้ำลงคอเริ่มหายใจติดขัดผิดจังหวะมากขึ้นเรื่อย ริมฝีปากหยักหอบหายใจออกมาหลับตาและเงยหน้าขึ้นพยายามกลั้นความรู้สึกสุขจนปริ่มจนจะปลดปล่อยออกมาไว้ มือหนากำผ้าปูที่นอนแน่น สองจิตสองใจระหว่างผละออกก่อนที่มันจะถึงกับ...ปล่อยเลยตามเลย

และความชั่วร้ายในใจก็ชนะความดีงามที่น้อยนิดในใจ....

 

"แค่กๆ อื้อ แค่กๆ ไอ้บ้าเอ๊ย!"

ไม่กี่วินาทีหลังจากที่ 'ปล่อยเลยตามเลย' เสียงสะลักและคำสบถด่าของคนตัวเล็กก็ดังขึ้นพร้อมกับลุกจากเตียงวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำทันที...

ก็แน่ล่ะ...นี่มันชีวิตจริงที่ไม่ใช่โลกจินตนาการที่ใครจะสามารถจะกลืนสิ่งที่ปลดปล่อยออกมาลงคอไปอย่างเอร็ดอร่อย...

สิ่งที่ประกอบกันเป็นน้ำสีขาวๆ ที่ปล่อยออกมาก็มีโปรตีนผสมเกลือแร่ชนิดเข้มข้นที่รสชาติชวนคลื่นเหียน

เพราะนอกจากจินตภัทรจะอาเจียนจนหมดไส้หมดพุ่ง ก็แปรงฟันบ้วนปากตามไม่รู้กี่รอบ...

 

"ลูกเป็ดค้าบ..."

"ไม่ต้องมาสะกิด!"

"ไม่ทำต่อแล้วเหรอ..."

"ไม่! หมดอารมณ์ อี๋! คิดแล้วจะอ้วก ถอยไป! จะไปแปรงฟันอีกรอบ!"

จอมพลได้แต่หัวเราะแหะๆ ทำหน้าเจื่อนเมื่อแฟนตัวเล็กสะบัดก้นลุกหนีเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันอีกรอบเพราะความ 'ปล่อยเลยตามเลย' ที่จอมพลผิดเต็มๆ เพราะความชั่วร้ายที่อยากจะลองเสร็จในปากแฟนดู แต่คนรักไม่ยักกะทำหน้าอร่อยเหมือนนางเอกเอวี

 

ขณะที่กำลังหัวเราะเขินตัวเอง รอจินตภัทรเข้าห้องน้ำ เสียงข้อความเข้าก็เรียกความสนใจของจอมพลไปที่โทรศัพท์มือถือของจินตภัทรที่เจ้าตัววางไว้หัวเตียง มือหนาหยิบมาดูแล้วก็เห็นข้อความของอนิลที่ส่งมาให้ ความตั้งใจแรกกะว่าจะถ่ายรูปตัวเองส่งไปกวนประสาทคู่สนทนา แต่พอสไลด์หน้าจอมาอ่านข้อความทั้งหมดพร้อมรูปที่แนบมา ร่างสูงก็เดินหลบมาที่ระเบียงที่อยู่ตรงห้องนั่งเล่น สายตาเหลือบมองประตูห้องน้ำก่อนจะปิดประตูระเบียงแล้วไล่สายตาอ่านข้อความของอนิลซ้ำไปซ้ำมา...

 

11:12 PM

BabyEarn

ฉันว่าเราโดนหลอกแล้วล่ะ

ฉันให้เพื่อนพ่อที่ทำงานอยู่ที่

ศูนย์รับบริจาคที่โรงพยาบาลที่น้ำหวานเกิด

เขาบอกว่ามันไม่ใช่การขโมยหรือแอบทำ

ทั้งเจ้าของไข่และเจ้าของอสุจิเซ็นอนุญาตทั้งคู่

และเป็นการขออย่างถูกต้อง

สาเหตุที่เป็นบีก็เพราะมีแค่บีคนเดียวที่รู้เรื่อง

และบริจาคให้ด้วยความเต็มใจ

แจ็คไม่รู้เรื่องเลยและไม่เคยพาบีไปอย่างที่พี่น้ำฝนพูด

เขาอ้างแจ็คเพราะอยากให้ฉันเชื่อ

เขารู้ว่าฉันจะไม่มีวันปริปากถามแจ็คเหมือนที่แกขอ

คนที่รู้เรื่องนี้คือครอบครัวพิมพ์ ตัวพิมพ์เองแล้วก็บี

แถมตอนที่น้ำหวานเกิด เขาบอกว่าผ่าคลอด

เพราะต้องการให้น้ำหวานเกิดวันเดียวกับพิมพ์

คลอดก่อนกำหนดด้วย คนของพ่อฉันยืนยันว่า

หลังจากน้ำหวานคลอดบียังไปเยี่ยมอยู่เลย

ส่วนเรื่องบัญชีของพี่กวี

ฉันให้คนเข้าไปเช็กแล้วมีการโอนเงินให้พิมพ์จริง

แต่ไม่ใช่สิบล้าน ทั้งหมดที่เข้าบัญชีพิมพ์แค่ห้าล้าน

แต่ส่วนที่เหลือเข้าบัญชีของบี

ฉันว่าแกคิดผิดแล้วจีน แฟนแกมันไม่ได้โง่นะ

เพราะคอนโดฯ ที่มันเคยอยู่กับพิมพ์หลังจากพิมพ์เสีย

มันขายไปเกือบสามล้าน

เงินก็โอนเข้าบัญชีของบีหมด

ทั้งที่เป็นห้องของญาติพิมพ์คนนึง

แต่เพราะตอนที่บีย้ายเข้าไปอยู่

พิมพ์หลงผัวมากถึงขั้นขอให้ญาติโอนเป็นชื่อบีอะ

แม่งไม่ธรรมดาแล้วล่ะ

จีนแกเลิกกับมันเหอะ ฉันกลัว....

 

ใบหน้าหล่อเหลามองข้อความด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ก่อนที่นิ้วมือจะกดค้างที่ข้อความทีละข้อความจนกระทั่งเครื่องหมายติ๊กให้ลบแสดงขึ้นมา เสียงถอนหายใจดังขึ้นก่อนที่จะกดลบทุกข้อความที่อนิลส่งมาทิ้งไป...

"บี! ไปไหนอะ"

"จ๋าาาาา มาปิดประตูระเบียงจ้า"

เสียงทุ้มตอบกลับก่อนที่จะกดปิดเครื่องแล้วโยนโทรศัพท์ของจินตภัทรไว้ที่โซฟา

ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องนอนตามเสียงเรียกของแฟนตัวเล็ก...


 

 

 

 

...............TBC...............

นี่ไม่ใช่นิยายน้ำเน่า

- จินตภัทร 2017- 



 

#2209Bnior

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18309 Moebeaj (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 06:57
    พีคมากกกกก
    #18,309
    0
  2. #18293 MeDuZa_23 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 15:24
    เด๋ว!!!!!!! ช็อคคคคค
    #18,293
    0
  3. #18285 Lhilhi Jj (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 23:27
    พีคไปอีก
    #18,285
    0
  4. #18278 giftza1503 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 05:08
    พีคมาบีอ่ะ
    #18,278
    0
  5. #18258 JJayThanya (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:43

    ชอบนิยายแนวนี้อะ มันคือความจริงทุกคนีความเทาอยุ่ในตัวเอง ทุกคนรักตัวเอง มีความเห็นแก่ตัว ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง

    #18,258
    0
  6. #18236 Keiharu_jbjy (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 12:29
    เดี๋ยว เกียมปืนลูกซองเกียมยิงลูกเขยแป้บ
    #18,236
    0
  7. #18216 WangJimung (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 17:35

    คงจะมีแค่น้ำหวานคนเดียวป้ะที่จิตใจสะอาดที่สุด

    #18,216
    0
  8. #18162 Defnan (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 04:27
    โอ้ยยย หลอน กลัวไปหมด T-T
    #18,162
    0
  9. #18107 WirawanKamsiri (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 17:16
    น่ากลัวอ่ะ
    #18,107
    0
  10. #18105 Cartoonpbct (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 07:58
    เดี๋ยวไม่นะ นี่คนที่จะต้องเสียใจหนักคือ จีนเหรอ
    #18,105
    0
  11. #17038 Jbmtjsjyyjbbyg.G7 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 21:31
    ทุกคนแบบมีความน่ากลัว..
    #17,038
    0
  12. #15869 JinYounG_Omma (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 00:30
    อะไรอะ อะไรรรรรรร ฮือออ พึ่งร้องไห้ตอนจีนไปเองงง อะไรรรร นังจ๋อมมมมมมม
    #15,869
    0
  13. #15448 ChoBBam (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 02:04
    อ่านตอนนี้แล้วเกร็งเลย อะไนเนี้ยยย
    คนใกล้ตัว ร้ายที่สุดงั้นหรอ ??? (อ่านต่อ ก่อนนะ)
    #15,448
    0
  14. #15422 JBJunior ^W^ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 05:35
    ฮืออออ พี่บีพีคสุด กลัวแล้วววว สงสารหนูจีน TOT
    #15,422
    0
  15. #14742 CViewMED (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 17:15
    เดี๋ยวนะอิจ๋อม เดี๊ยวววววววววว
    #14,742
    0
  16. #14480 poohoip (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 20:31
    นิยายเรื่องนี้มันยังไงกันแน่นะ เดาทางไม่ถูกเลยย คนแต่งสุดยอดดดดดดด
    #14,480
    0
  17. #14286 Zevaaa (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 10:19
    พีคเกินนนนนน สุดยอดดดดดดด
    #14,286
    0
  18. #14201 งิจังอีโช่ (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 08:44
    คนที่เราคิดว่าไม่รู้อะไรมากที่สุดอาจจะเป็นคนที่รู้ทุกอย่างมาตั้งแต่แรกก็ได้อ่ะ น่ากลัว ไม่ไหวแล้ว ฮือออออ
    #14,201
    0
  19. #14162 LittleBuzz (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 17:07
    อะไรอี๊กกกกกก พอล้าววววว ไม่เอาแล้วววว ยังจะพีคกว่านี้ได้อีกเรอะ ไรต์โปรดไว้ชีวิตเราาา อมกกกกกก
    #14,162
    0
  20. #11976 bbeekiki21 (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 16:48
    โอ้โหหหหห พีคในพีคในพีคในพีคคคคค
    #11,976
    0
  21. #11972 Zomanica (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 00:15
    โอยยยยยย เหมือนเป็นโรคจิตกันทั้งเรื่องเลยอะ ฮือออออ คนอ่านด้วยเพราะวางไม่ลงเลย กลัว
    #11,972
    0
  22. #11953 asjnyong (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 07:32
    เ-้ยอมก
    #11,953
    0
  23. #11943 eyewang (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:45
    อ่านไปก้ามค้างไป ยอมใจในความพีค ฮืออกลัว
    #11,943
    0
  24. #11882 DD_Thai (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 01:08
    ฮือออ กลัวแล้ว นอนไม่หลับเลย 😭
    #11,882
    0
  25. #11852 super_man (จากตอนที่ 52)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 23:07
    อะไรกันนี้ พีคไปอีกๆๆๆๆๆๆๆ
    ปล่อยออกมาให้หมดด้านมืดของแต่ละคน พีคๆๆๆๆๆ
    #11,852
    0