[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 51 : 47 : คนของเธอ (ตอบคำถามในTalk)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    17 ส.ค. 60

 

ไม่ว่าเธอจะเคยเป็นใคร 

จะผ่านอะไรมา ขอจงอย่าเป็นกังวล นี่คือคนของเธอ 

ไม่ว่ามันจะเกิดอะไร

ต่อจากนี้ไปฉันจะอยู่ดูแลเธอ ด้วยคำว่ารักด้วยใจ

 

 ~ คนของเธอ - จิระศักดิ์ ปานพุ่ม ~ 

 

 

 

 

 

 

Jeen 's Part 

 


 ไม่มีใครที่ไม่กลัวความตาย น้อยที่สุดก็แค่ปลงและคิดว่าความตายเป็นเรื่องที่วันหนึ่งทุกคนก็ต้องเจอ

แค่ไม่ใช่คิดถึงมัน เพียงแค่ใช้ชีวิตไปตามปกติ ไม่ต้องรอคอยความตาย ไม่ต้องคิดถึงมันให้มากนัก

ผมเป็นคนที่ไม่เคยคิดถึงเรื่องความตายของตัวเอง ของคนในครอบครัว หรือใคร...

ไม่เคยตระหนักถึงช่วงเวลาแห่งการสูญเสีย หรือแม้แต่มีประสบการณ์สูญเสียคนใกล้ตัวหรือคนในครอบครัวที่เคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไป แม้แต่คุณตาของผมท่านก็เสียไปตั้งแต่ผมยังไม่เกิดด้วยซ้ำ เพราะคุณยายมีลูกเร็ว แม่เป็นคนสุดท้อง ส่วนปู่ย่าตอนนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ดีและผมไม่สนิทกับครอบครัวทางพ่อเท่าไหร่

คงเพราะแบบนี้ ผมเลยไม่เคยรู้เรื่องของญาติเลย ถ้าพ่อแม่ไม่เล่า หรือต้องไปงานศพใครสักคน แต่เพราะผมเป็นคนเดียวในบ้านที่ยายบอกว่าห้ามมาวุ่นวาย ผมเกิดและโตมาโดยมียายคอยห้ามพ่อแม่ตลอดว่า "อย่าไปกวนน้องมัน ให้มันเขียนหนังสือไป" นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่เคยรู้เรื่องอะไรนอกจากเรื่องของตัวเอง

แต่หลังจากที่ผมได้รู้จักพิมพ์ ผู้หญิงที่ผมไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าของเธอ หรือตัวตนของเธอด้วยตาของตัวเอง ผมกลับรู้สึกสะเทือนใจและรู้สึกว่าชีวิตมันเข้าไปพัวพันกับเรื่องของเธอตั้งแต่ผมคบกับบี ข้อแรกคือเขาเป็นแฟนเก่าบี ข้อสองคือผมเดาไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเธอไม่ใช่คนเลวร้าย...เมื่อดูจากสิ่งที่เธอทิ้งไว้ให้บี

ผมพยายามที่จะหาเหตุผลความผูกพันของผมกับพิมพ์ ผมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ถ้าเราจะไม่รู้จักกัน แล้วเราจำเป็นอะไรจะต้องมาเกี่ยวข้องกันมากมายขนาดนี้ เหมือนนิยายที่ผมเคยเขียน... อย่างน้อยก็มีหักมุมแบบที่แฟนเก่าพระเอกเป็นพี่สาวนางเอก นางเอกมาแก้แค้นให้พี่สาวตัวเอง พล็อตละครไทยที่ผมจำเป็นต้องเขียนเพราะมันขายได้และพี่โฉมอยากได้แบบนั้น

 

แต่สุดท้ายไม่ว่าผมจะเช็กชื่อนามสกุล หรือชื่อพ่อแม่ของเธอ เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย แอบคิดว่าหรือจะเป็นเพื่อนสมัยประถมมัธยม...ก็ไม่น่าเป็นไปได้อีก เพราะผมเรียนชายล้วนมาตลอดตั้งแต่มัธยมหนึ่งถึงสาม จนมาเรียนเตรียมอุดมที่กรุงเทพฯ ก็ไม่มีเพื่อนคนไหนที่คล้ายพิมพ์เลย จะว่าเป็นเพื่อนตอนประถม ภูมิลำเนาที่เราเกิดก็คนละจังหวัด ผมเกิดเชียงใหม่ ส่วนพิมพ์เกิดกรุงเทพฯ ผมสืบเรื่องเธอมาตั้งแต่ผมเริ่มเปิดใจคุยกับแจ็ค ผมถามเรื่องพิมพ์ทุกเรื่องที่แจ็ครู้ โดยเฉพาะเรื่องนิยายของผม ตอนแรกผมก็สงสัยเช่นกันกันที่เคยสงสัยแจ็ค ว่าพิมพ์รู้จักผมไหม แต่แจ็คก็บอกว่าไม่มีทางเพราะพิมพ์ไม่อ่านนิยาย แต่แม่ของพิมพ์อ่าน หนังสือชุดหนึ่งที่เป็นของแจ็คตอนนี้เจ้าของเดิมคือแม่ของพิมพ์ ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะนิยายชุดนั้นส่วนมากก็มีแต่วัยนั้นที่อ่าน คนที่ปลื้มที่สุดก็ยายของผม

สรุปผมกับพิมพ์ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันสักอย่าง ไม่มีอะไรที่ผมเคยทำให้ใครต้องมาอาฆาตด้วยเพราะผมอยู่ของผมคนเดียวในห้องสี่เหลี่ยมมากกว่าใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก ยกเว้นเวลาเอินมันไปเที่ยวแล้วงอแงว่าอยากเจอ มันก็แค่เอารถมารับผมที่หอแล้วเราก็ไปกินข้าวกันที่บ้านเอิน ผมไม่ค่อยไปห้างสรรพสินค้า แน่นอนว่าผมคงไม่เคยไปด่าพนักงานเค้าเตอร์เครื่องสำอางไหนแน่ๆ ไม่ว่าจะหาเหตุผลอะไรมาเชื่อมโยง ผมกับพิมพ์ไม่ใช่มนุษย์ที่เคยเสวนากันแน่นอน

พิมพ์ในจินตนาการของผม เธอเป็นผู้หญิงน่าสงสารที่เกิดมาถูกตามใจตั้งแต่เด็ก เลยเป็นคนเอาแต่ใจเหมือนที่เอินเป็นแต่ต่างกันแค่เอินอาการหนักกว่าเพราะลูกชายคนเดียวทั้งพ่อแม่พี่สาวตามใจหมด ตัวเอินเองก็เกิดมาเพอร์เฟคจนเรียกได้ว่ามองหาข้อด้อยของตัวเองไม่แทบไม่เจอ แต่ผมว่าพิมพ์อาจจะดีกว่าเอินตรงที่เขารักบีทั้งที่บีในตอนนั้นอาจจะเป็นเด็กมหา’ลัยที่ไร้สเน่ห์เหมือนตอนนี้ผมคิดด้วยซ้ำว่าถ้าเราได้เจอกันตอนมหา’ลัย ผมไม่น่าชอบบีได้ จะด้วยทัศนคติหรือความชอบ ไม่มีอะไรที่เราจะเข้ากันได้เลย

แต่ที่เราคบกันได้ทุกวันนี้เป็นเพราะบีโตขึ้นจากเหตุการณ์ของพิมพ์ มันทำให้เขารู้จักคิด และรู้ว่าความผิดของตัวเองคืออะไร

ผมตั้งคำถามตั้งแต่ตีสามครึ่งหลังจากนั่งอ่านทวนนิยายของตัวเอง ตัวละครของ 'แคร์' ที่ผมได้แรงบันดาลใจมาจากตัวพิมพ์ มันมีบางอย่างที่ผมพยายามจะปะติดปะต่อมันให้ลงล็อกกันสิ่งที่ 'จอมพล' พระเอกในเรื่องเจ็บปวดกับการจากไปของเธอ มันทำให้อยู่ๆ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องของพิมพ์มันดูมีช่องว่างแปลกๆ เหมือนที่ผมหาเหตุผลให้ตัวละครไม่ได้ว่าทำไมพิมพ์ถึงรักคนแบบบี ทำไมถึงรักผู้ชายที่เจ้าชู้ขนาดนั้นและยอมมาตลอดที่จะเป็นฝ่ายรอเพื่อให้คนอย่างบีรู้สึกถึงคุณค่า

เพราะผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้พิมพ์ตัดสินใจคบซ้อน มีแจ็คด้วยมีบีด้วยในช่วงเวลาเดียวกันเพราะเธอต้องการให้บีเห็นคุณค่าของตัวเองเธอ เหมือนเธอเป็นศูนย์กลางของผู้ชายสองคนที่เธอก็ไม่ได้เท่ากัน ผมยังเชื่อว่าพิมพ์รักบีจริงๆ แต่กับแจ็คมันก็แค่คนที่เข้าใจและอยากจะมีไว้ให้อุ่นใจ แต่ไม่ได้รัก...

ก็แปลกตรงนี้ พิมพ์อาจจะเหมือนผู้หญิงมากมายที่ไม่ได้ชอบคนดีคนหล่อเพอร์เฟค แต่กลับชอบคนที่ท้าทาย และดึงดูดให้รู้สึกว่าอยากสยบเขาให้ได้ ถ้าบียอมตกเป็นเบี้ยล่าง พิมพ์น่าจะพึงพอใจและรู้สึกสึกเป็นผู้ชนะ เพราะเธอก็เป็นคนสวย

หนึ่งที่คิดว่าตัวเองไม่น่าจะแพ้ผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น และต่อรองได้ทุกอย่างแม้แต่เรื่องเซ็กซ์ที่เธอไม่เคยมีกับใครเลย ทั้งบีและแจ็ค

 

ตีสามสามสิบห้านาที

ผมตั้งโจทย์ให้กับตัวเองถึงคาแรกเตอร์ของแคร์ที่ผมจะเขียนโดยยังมีพิมพ์เป็นอิมเมจในจินตนาการอยู่แต่มันยากตรงที่ผมจะจินตนาการต่อไปยังไงในเมื่อผมหาเหตุผลที่เธอเลือกรักคนแบบจอมพลไม่ได้เลย จอมพลที่เป็นพระเอกในเรื่องเองก็มาจากตัวตนของบีซึ่งผมใช้จินตนาการในการเปลี่ยนคาแรกเตอร์ให้จอมพลต่างจากแฟนตัวเองไปค่อนข้างมาก แต่ยังคงอิมเมจเดิมไว้

แต่นั่นแหละ...

ผมยังไม่เข้าใจความคิดของพิมพ์อยู่ดีว่าทำไมถึงรักคนแบบบี ในเมื่อคนแบบแจ็คก็อยู่ข้างๆ

บีมีอะไรที่ดึงดูดมากกว่าผู้ชายที่เพอร์เฟคอย่างแจ็ค ถ้าถามตัวเองผมคิดว่าผมชอบบีเพราะเขาพยายามที่จะเข้าใจผม เราทั้งคู่ตกหลุมรักกันและกันอย่างแฟร์ๆ รูปลักษณ์ของบีก็มีส่วน ผมเป็นเกย์นะครับมันก็มีผู้ชายอยู่ไม่กี่ประเภทหรอกที่จะต้องตาต้องใจซึ่งผู้ชายอย่างบีก็จัดอยู่ในกลุ่มที่คนแบบผมมองกันตาเป็นมัน...ยกเว้นเอินที่ชอบประเภทที่หล่อแอบร้ายแบบแจ็คที่หลอกให้หลงคิดว่าเจ้าชายแต่สุดท้ายคือซาตาน... หลังจากผมรู้ว่าเอินต้องอยู่กับแฟนโรคจิตขั้นไหนก็ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมเขาดูรักใครกันดีเพราะเอินก็คงชอบอยู่นะ ถ้าไม่ชอบจะปล่อยให้แจ็คทำโรคจิตใส่ได้ยังไง

แต่ที่แปลกอีกเรื่องก็คือเรื่องของเซ็กซ์ ผมคิดว่าวัยรุ่นในช่วงมหา’ลัย ถ้าลองว่ามีแฟนหรืออยู่กับผู้ชายสองต่อสองมันเป็นไปได้ยังไงที่จะไม่มีอะไรกัน ถ้าทางฝั่
แจ็คผมแน่ใจเพราะเขาไม่มีรสนิยมแบบปกติทำให้เขาต้องระวังความสัมพันธ์ในช่วงระยะที่ยังอยากเอาอกเอาใจพิมพ์ แต่กับบี ผมกลับมองว่ามันโคตรแปลกที่พิมพ์ไม่ยอมมีอะไรด้วย แต่บีก็ยืนยันว่าเขาไม่เคยมีอะไรกับพิมพ์จริงๆ แล้วจะคบกันเพื่ออะไร รอแต่งงานงั้นเหรอ ถ้าจะมองอีกมุมหนึ่งก็เหมือนเธอไม่ได้ตั้งใจจะสานสัมพันธ์อะไรจริงจังกับทั้งสองคนเลย ไม่คบใครให้สุด กับบีก็ค้างๆ คาๆ กับแจ็คก็มีค่าตอนเหงาๆ

"ก่อนที่พิมพ์จะรู้เรื่องแจนประมาณหนึ่งอาทิตย์ พิมพ์ขอให้แจ็คช่วยจองคอนโดฯ ให้เพราะเขาจะย้ายออกมาอยู่คนเดียว แต่ยังไม่ทันได้ย้ายมาก็มีเรื่องซะก่อนแจ็คก็เลยต้องยกเลิกห้างแล้วยอมจ่ายค่าปรับไป เพื่อของเงินดาวน์คืน แต่พอหลังจากที่บีมีปัญหากับบ้านพิมพ์แล้วต้องหาที่อยู่ใหม่ ตอนที่แจ็คได้เงินมาจากพ่อแม่พิมพ์ก็เลยคิดถึงที่นี่ เลยมาซื้อให้บีซึ่งห้องที่ได้ตอนนั้นคือ 2207"

นั่นคือสิ่งที่แจ็คอธิบายหลังจากพูดเรื่องเงินประกันกับบี เราสองคนยังรู้สึกแปลกใจอยู่เลยว่าทำไมสุดท้ายแจ็คถึงวนกลับมาที่เดิมไม่หาที่ใหม่ให้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้คอนโดฯ ถูกจองเต็มแล้ว แต่แจ็คก็ยืนยันว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ที่เขาขับรถมาหาคอนโดฯ ใกล้ๆ บ้านของตัวเองแล้วเห็นที่สกายวอร์คกำลังจะเปิดในต้นปีถัดไป เขาเลยลองเขามาถามออฟฟิศเซลล์ดู และพบว่ามันมีห้องหนึ่งที่ปิดซ่อม นั่นคือห้องของผมที่กำลังรอขายอยู่ตอนนี้

แสดงว่าห้องของผมมันมีปัญหามาตั้งแต่ก่อนที่จะย้ายเข้ามาอยู่สินะ...

 

ผมคิดสงสัยขึ้นมาก็ลุกจากเตียงที่มีแฟนหนุ่มหลับอุตุอยู่บนเตียง บีเคยชินไปเสียแล้วกับการนอนโดยมีผมนั่งทำงานอยู่ข้างๆ เขาสามารถทำให้ตัวเองนอนหลับสนิทโดยไม่กรนเพราะกลัวผมทำงานไม่ได้ แถมยังไม่รำคาญเสียงคีย์บอร์ดเวลาผมพิมพ์นิยายด้วย

"ไปไหนอะ" แต่เขากลับตื่นขึ้นมาตอนผมกำลังจะเปิดประตูห้องออกไป...

"เข้าไปเช็กของในห้อง ไม่แน่ใจว่าลืมอะไรไหม" ผมบอกบีที่ยืนขยี้ตาแล้วบ่นว่าทำไมต้องตอนนี้ด้วยก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนอนแล้วบ่นคำสุดท้ายว่าให้กลับมาเร็วๆ

ผมขำนิดๆ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องแล้วใช้คีย์การ์ดสำรองเปิดประตูเพราะอีกอันผมฝากไว้ที่นิติบุคคลเผื่อว่ามีคนมาดูห้องเวลาที่ผมไม่สะดวก ความจริงมีคนมาดูแล้วหลายคนแต่ไม่มีใครสนใจห้องที่มีปัญหาเรื่องผนังที่เก็บเสียงไม่ได้ ผมเองก็เพิ่งรู้ว่าก่อนหน้านี้ที่ผมรำคาญเสียงข้างห้องก็เพราะห้องของผมมันผนังด้านในเป็นโพรง เป็นความสะเพร่าของผู้รับเหมา แต่จะให้ทุบซ่อมตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้วนอกจากคนใหม่ที่มาอยู่จะบุผนังห้องใหม่อีกชั้นและยอมเสียพื้นที่นิดหน่อยให้ห้องมีผนังที่หนาขึ้น

ผมเปิดไฟและเดินสำรวจห้องตัวเอง จริงๆ มีสองสามจุดที่ช่างซ่อมให้คือท่อแอร์ที่มีน้ำรั่ว กับท่อระบายน้ำในห้องน้ำที่มีน้ำซึมลงมาจากชั้น 23 ซึ่งเป็นห้องของคุณป้าท่านหนึ่ง พอถอยออกมามองดีๆ ห้องนี้เหมือนถูกตกแต่งใหม่ เพราะห้องของบีจะไม่มีโซนห้องครัว และไม่มีเค้าเตอร์ทำอาหารยื่นออกมา แปลว่ามันถูกทำบิ้วอินพวกนี้ขึ้นมาต่างหาก ก่อนที่ผมจะย้ายเข้ามาอยู่ นั่นหมายความว่า ห้องของบีมีการตกแต่งก่อนหน้านี้แล้วแต่เพราะเอกสารมันสลับกับของผม ก็เลยทำให้เราสลับห้องกัน

แปลว่าต้องมีคนอื่นนอกจากแจ็คที่รู้ว่าห้องนี้เป็นห้องของบี...

การตกแต่งห้องขณะที่กำลังก่อสร้างมีอยู่ในสัญญาของคอนโดฯ ที่สามารถจะต้องตกแต่ห้องหรือให้อินทีเรียเข้ามาออกแบบตกแต่งให้ได้ เพราะถือว่าเป็นสิทธิ์ของเราแล้ว แต่ผมไม่คิดว่าคนที่ขอให้ตกแต่งจะเป็นบี เพราะเขายังเด๋อด๋าเข้าไปอยู่ห้องของผมที่ผมเป็นคนให้อินทีเรียเข้าไปตกแต่งทาสีเป็นสีเขียวทั้งห้องได้โดยเฉพาะวันแรกที่เราเจอกันแล้วเขาถอดม่านสีเขียวมาคืน ก็แสดงว่าบีย้ายเข้ามาโดยที่ไม่รู้ว่าห้องตัวเองเป็นแบบไหน...

แล้วใครจะมาหวังดีได้ขนาดนี้นะ...

ใครจะมาออกเงินตกแต่งหรือให้อินทีเรียเข้ามาทำห้องให้ ในเมื่อบีเองก็มีแค่แจ็ค ยกเว้นแต่ตัวแจ็คเองจะทำ แต่ผู้ชายส่วนมากถ้าไม่ใช่สายเรียนออกแบบตกแต่งหรือมีคลาสมีเงินพอใครจะมาทำให้...

 

....................

 

กลิ่นโรงพยาบาล อนิลรู้สึกตัวเพราะสัมผัสนุ่มนิ่มที่แก้มซ้าย พอลืมตาขึ้นก็เป็นเด็กตัวเล็กๆ พยายามปีนขึ้นมาบนเตียง มือที่อ่อนแรงพยายามคว้ากันไม่ให้เด็กหญิงตกลงไป แต่เสียงของหญิงสาวที่เดินเข้ามาก็ดุเข้าให้เสียก่อน

"น้ำหวาน แม่บอกแล้วไงว่าอย่าปีนเก้าอี้ อ้าว เอินตื่นแล้วเหรอ เดี๋ยวพี่เรียกพยาบาลก่อนนะ"

เจ้าของชื่อที่นอนอยู่บนเตียงพยักหน้าอย่างอ่อนแรง น้ำหวานเห็นแม่เดินออกไปเรียกพยาบาลก็แอบปีนขึ้นมาบนเตียงจนได้ อนิลอมยิ้มก่อนจะลูบผมนิ่มของเด็กหญิงแล้วไถ่ถามด้วยเสียงที่อ่อนเพลีย

"อากวินไปไหนจ๊ะ"

"กากาวินคุยกะพิตำหนวด.."

เด็กหญิงตอบขณะที่มือน้อยๆ เล่นเชือกที่ผูกเสื้อของโรงพยาบาลที่อนิลสวมอยู่ ร่างบางถอนใจและคิดว่าคงจะเป็นปัญหาไม่น้อยที่เขาทำร้ายลูกศร ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นยังไงบ้างแต่พอนึกถึงสีหน้าตอนที่ลูกศรเดินก้าวเข้ามาหามันเต็มไปด้วยความคับแค้นและอาฆาต

 

"มึงอยากให้กูตายใช่ไหม มึงอยากให้กูตายไปเลยใช่ไหม"

คำถามของลูกศรก่อนที่จะพุ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับมีดทำครัวในมือ อนิลเดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่ายพร้อมถีบเข้าเต็มแรงโดยไม่ต้องคิดซ้ำ เขาไม่สนใจว่าลูกศรจะตั้งใจแค่ขู่หรือหมายจะเอาชีวิตเขาจริงๆ แต่ในสถานการณ์นั้นใครจะต้องการถามหาเหตุผล แค่บุกเข้ามาบ้านคนอื่นก็ถือว่าอันตรายแล้ว...

 

ขณะที่กำลังคิดทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นคนที่ก้าวเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยพร้อมกับน้ำฝนแม่ของเด็กหญิงตัวเล็ก ก็คือโฉมฉายเจ้านายของอนิลที่หน้าซีดหน้าเซียวเดินเข้ามา อนิลหันไปร้องขอคุยกับเจ้านายตามลำพังก่อนจะเปลี่ยนรอยยิ้มที่เคยมอบให้น้ำหวานเป็นสีหน้าเฉยชาและยิ้มบางให้โฉมฉายที่ร้อนรนจนหมดความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่

"แกโอเคดีแล้วใช่ไหม แฟนแกบอกว่าแกขอไม่ให้โทรไปบอกจีน ทำไมล่ะ นั่นเพื่อนแกนะ"

"เอินแค่บาดเจ็บนิดหน่อย มีดแค่ถากๆ สีข้างไป ไม่อยากให้จีนมันถามเรื่องลูกศร พี่โฉมก็รู้ว่าจีนมันฉลาดถ้ามันถามหาสาเหตุขึ้นมาเราสองคนไม่ซวยเหรอ"

โฉมฉายมองหน้าผู้ช่วยของตัวเองที่แคร์ความรู้สึกเพื่อนตัวเองมากจนรับเอาบาปทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเอง ได้แต่คิดถึงตอนที่ลูกศรกลับเข้ามาขอคุยเรื่องต้นฉบับแล้วอนิลยิ้มให้ราวกับเข้าอกเข้าใจ

แต่สุดท้ายต้นฉบับเรื่องใหม่ของลูกศรกลับถูกส่งไปให้นักเขียนสมัครเล่นใช้เป็นโครงเรื่องเขียนลงในแอปฯนิยายของสำนักพิมพ์ แน่นอนว่าเป็นฝีมือของอนิลล้วนๆ และสิ่งที่โฉมฉายจะไม่มีวันลืมเลยคือสีหน้าของลูกศรตอนที่เดินเข้ามาคุยกับเธอทั้งน้ำตาแต่กลับถูกอนิลตอกกลับอย่างไร้ความเมตตาสงสาร

"เธอรู้สึกยังไงบ้างเวลาที่ถูกขโมยงานไป"

"หนูสัญญากับพี่โฉมแล้วว่าหนูจะไม่ลอกงานใครอีก ทำไมพี่ทำแบบนี้ หนูพยายามเขียนเรื่องนี้ หนูพยายาม..."

เสียงของลูกศรที่ร้องไห้โฮออกมาทำให้โฉมฉายเริ่มใจอ่อน แต่เธอต้านทานโทสะของอนิลไม่ไหว...

"คนเรามันไม่ได้มีโอกาสแก้ตัวทุกครั้งหรอกนะ จริงอยู่ที่จีนมันไม่เอาเรื่อง แต่ฉันเห็นมาตลอดว่าเพื่อนฉันพยายามมากแค่ไหนกว่าจะเขียนนิยายเรื่องนึงจบ พี่โฉมจะเอาต้นฉบับของลูกศรคืนก็ได้นะ แต่คิดว่าตอนนี้ลินลาลงนิยายเรื่องนั้นไปแล้ว ต่อให้ลูกศรขอคืนไปขายสำนักพิมพ์อื่นใครจะเชื่อว่าเธอแต่งเองในเมื่อก็เคยมีประวัติลอกคนอื่นมา..."

อนิลใจร้ายมาก...

จนโฉมฉายรู้สึกผิดที่ให้อนิลเป็นคนปฏิเสธต้นฉบับของลูกศรไป แต่สุดท้ายกลายเป็นการกลั่นแกล้งที่ร้ายกาจจนลูกศรเหมือนตายทั้งเป็น...

แล้วบาปกรรมที่ทำไว้มันก็ส่งผลภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์ ลูกศรจิตตกและคลุ้มคลั่งขึ้นมา เด็กสาวตามหาอนิลที่สำนักพิมพ์แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนบอกว่าอนิลอยู่ที่บ้านของกวิน ทั้งที่ตอนแรกอาจจะแค่อยากคุยหรือด่าทอ สิ่งที่ทำร้ายจิตใจลูกศรมากขึ้นไปอีกก็คือการเจอแบมกับแก้มยุ้ยที่บ้านของกวิน

หญิงสาวคิดว่าสิ่งที่อนิลทำเป็นเพราะจะแก้แค้นเธอเรื่องแก้มยุ้ยกับเรื่องคลิปที่สุดท้ายอนิลก็ลบทิ้งได้สำเร็จ เพราะคิดว่าทั้งหมดคือเรื่องเดียวกัน ลูกศรต้องเสียคนรักไป แถมเสียงานที่รักไปในเวลาพร้อมๆ กันเป็นใครก็คงคลุ้มคลั่งขึ้นมาจนปีนเข้าไปในบ้านแล้วลงมือทำร้ายแก้มยุ้ยเป็นคนแรก แบมเข้ามาช่วยเอาไว้ทันแต่ตอนที่ตะโกนขึ้นไปบอกอนิลมันพลาดตรงที่แบมเองก็ไม่มีสติพอที่จะคิดว่าหลานสาวอยู่ข้างบนด้วย ไม่รู้ว่าโชคร้ายของลูกศรหรือเป็นโชคดีของน้ำหวานกันแน่ที่อนิลอยู่ด้วย

ลึกๆ ในใจของโฉมฉายเธอไม่คิดว่าลูกศรจะตั้งใจฆ่าใคร

แต่ถ้าเป็นอนิลน่ะไม่แน่...เพราะจากบาดแผลที่แทงลงมาที่อกของลูกศรเทียบกับร่อยรอยที่อนิลโดนทำร้าย ตำรวจบอกว่าลูกศรแทบไม่ทันได้ก้าวเข้าไปในห้องของน้ำหวานด้วยซ้ำ...ก็เสียชีวิตแล้ว

"ยังไงถ้าข่าวเรื่องลูกศรออกทีวีจีนก็ต้องเห็นอยู่ดี"

"ก็ไม่ต้องบอกมันหรอก เอินไม่ได้เป็นอะไรมาก..." ร่างบางยังยืนยันคำเดิม เขาไม่ต้องการให้เพื่อนมารับรู้อะไรที่เขาทำหรอก

โฉมฉายมองลูกน้องคนสนิทด้วยความรู้สึกที่ทดท้อใจ คนเรามันมีความรู้สึกผิดชอบต่างกันขนาดนี้ได้ยังไง ทั้งที่เป็นเพื่อนสนิทกัน...

"ไม่ใช่เรื่องนั้นสิ แกคิดว่าจีนจะรู้สึกยังไงที่เพื่อนฆ่าคน แล้วคนๆ นั้นคือเด็กที่จีนมันอุตส่าห์เข้าใจและให้อภัยแล้ว แต่คนที่ไม่จบมันคือแก แกไม่คิดบ้างเหรอว่าถ้าวันนั้นแกไม่เอาต้นฉบับของลูกศรไปให้ลินลาเขียนต่อ เด็กมันจะแค้นใจขนาดนี้ไหม

คนเรามันไม่ต้องโต้ตอบวิธีเดียวกันหรอก แกมีเพื่อนที่ฉลาดคิดและรู้จักให้อภัยคนอื่นแบบจีน แต่แกกลับเป็นตรงข้ามมันทุกอย่างเลย พี่ผิดหวังในตัวแกจริงๆ ..."  

 

....................

 

 

 

 

flashback

 “ลงไป!”

อนิลตวาดใส่เด็กสาวตัวเล็กที่ยืนตัวสั่นอยู่หน้าห้อง อนิลเดินเข้ามาหาก่อนจะดึงมือของแบมมาเช็ดกับเสื้อของตัวเองก่อนจะเขย่าไหล่เด็กตัวเล็กให้มีสติพอที่จะฟังเขาพูด

“ลงไปอยู่กับแก้มยุ้ย ถ้าใครถามอะไรก็ห้ามพูดทั้งนั้น ห้ามบอกใครเข้าใจไหม” เสียงของอนิลย้ำก่อนจะลากแบมลงมาชั้นล่าง โชคดีที่แก้มยุ้ยสลบอยู่จึงไม่มีพยานรู้เห็นนอกจากเขากับแบม

 “พี่เอินหนูกลัว...”

เด็กสาวร้องไห้ออกมาขณะที่ถูกดึงให้ลงมานั่งที่พื้นแล้วให้แก้มยุ้ยหนุนตักไว้ แก้มยุ้ยแค่สลบไปเพราะโดนลูกศรผลักล้ม แต่ทันทีที่ลูกศรได้ยินเสียงอนิลตะโกนลงมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นลูกศรก็วิ่งขึ้นมาหาเขาตะโกนใส่พร้อมกับมีดทำครัวในมือที่หวังจะทำร้ายเขา

แต่ทันทีที่ลูกศรวิ่งเข้ามาถึงกรอบประตูอนิลก็ถีบอีกฝ่ายจนหงายท้องลงไปนอนกับพื้น วินาทีที่ร่างผอมเพรียวจะตรงเข้าไปล็อกตัวอีกฝ่าย แบมกลับคว้ามีดที่หล่นกระเด็นไปพุ่งเข้าใส่ลูกศรและแทงเข้ากลางอกของอีกฝ่ายจนมิดด้าม

อนิลกลับขึ้นมาดูศพของลูกศรด้วยหัวใจที่เต้นรัว เขายังได้ยินเสียงร้องไห้ของแบมจากชั้นล่าง พอสำรวจตัวเองก็พบว่าเขาไม่มีร่องรอยการต่อสู้เลย และทางเดียวที่เขาคิดได้ก็คือคว้ากรอบรูปของพิมพ์ ก่อนจะทุบมันจนกระจกแตกเป็นเสี่ยง กลั้นใจกรีดเศษกระจกลงไปที่สีข้างของตัวเอง ปล่อยให้เลือดไหลซึมออกมาจากเสื้อ มือเรียวปล่อยเศษกระจกก่อนจะนั่งอยู่บนเตียง เสี้ยววินาทีที่ความเจ็บปวดค่อยๆ ปวดตุบๆ ขึ้นมา ราวกับหญิงสาวในภาพกำลังมองสบตาเขาด้วยความรู้สึกที่เวทนาสงสาร แต่อนิลไม่สนใจเลยว่าเขาจะต้องทำเรื่องแบบนี้เพื่อใคร...

กวินเป็นผู้ชายที่เขารัก...

แบมก็คือน้องสาวที่กวินรัก..

น้ำหวานนั้นยิ่งกว่าดวงใจของคนในบ้านหลังนี้

ถ้าเปิดอะไรขึ้นกับน้ำหวานในช่วงเวลาที่เขาดูแลเด็กหญิงอยู่ เขาคงรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต

และมันคงเจ็บปวดกว่าบาดแผลที่อยู่บนตัวเขา...

ความจริงเพียงเรื่องเดียวที่เขาจะบอกกวินคือน้ำหวานปลอดภัยดีเพราะเขาอุ้มเธอไปซ่อนไว้ในตู้ได้ทันก่อนที่ลูกศรจะวิ่งขึ้นมาชั้นบน

แต่ส่วนเรื่องที่ใครเป็นคนลงมือจะต้องตายไปพร้อมกับตัวลูกศรเอง เพราะเขาจะไม่มีวันให้แบมปริปากบอกใครว่าความจริงคืออะไร อนิลเกิดมาในครอบครัวของผู้มีอิทธิพลพาที่จะรอดคดีแบบนี้ได้แต่ไม่ใช่เด็กมหา’ลัยที่มาอาศัยครอบครัวญาติอย่างแบมต้องรับโทษ

มันน่าสงสารเกินไปถ้าแบมจะต้องรับโทษข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา...ทั้งที่ความจริงแล้วแบมอาจจะแค่ห่วงหลานเท่านั้น ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวเลย

 

flashcome

พอมาถึงตอนนี้ อนิลคิดว่าถ้าเป็นตัวเขาเองมีคนบ้าบุกเข้ามาในบ้านแล้วมีเด็กเล็กๆ อยู่ เขาก็คงเลือกที่จะทำแบบเดียวกันแบม แต่เพราะเขาเป็นผู้ชายยังไงลูกศรก็สู้แรงเขาไม่ไหว แต่แบมไม่ได้คิดแบบนั้น คงไม่มีใครมีเวลาคิดต่อรองกับคนบ้า ในช่วงเวลาที่อีกฝ่ายมีมีดอยู่ในมือ ใครจะรู้ว่าคนอย่างลูกศรคิดจะทำอะไร ถึงแม้ว่าเขาจะตกใจที่แบมแทงลูกศรจนตายทั้งที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ป้องกันตัวก็ตาม

“เป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนรึเปล่าจ๊ะ”

เสียงของคุณแม่ของน้ำหวานถามขณะที่ชงเครื่องดื่มร้อนมาให้ อนิลยิ้มให้ก่อนจะรับแก้วเซรามิกมาไว้ในมือ

“ไม่แล้วครับ”

หญิงจับไหล่ของอนิลอย่างอ่อนโยน ก่อนจะพูดคำคุณอีกครั้ง

“ยังไงก็ขอบคุณอีกครั้งนะจ๊ะที่ดูแลน้ำหวานของพวกเราอย่างดีและปกป้องแกจากอันตรายต่างๆ พี่คงหัวใจสลายถ้าเกิดอะไรขึ้น เพราะกว่าจะมีนางฟ้าใจดีมอบเด็กคนนี้มาให้ พี่กับวีก็เกือบจะยอมแพ้กันแล้ว”

อนิลฟังเสียงของคนเป็นแม่ที่สั่นเครือแล้วรู้สึกสะเทือนใจตาม มันทำให้ให้เขารู้สึกว่าตัวเองคิดถูกแล้วจริงๆ ที่เลือกปกป้องแบมกับน้ำหวาน เขาอาจจะต้องรับบาปแทน แต่มันก็คุ้มที่จำทำให้ครอบครัวนี้กลับมามีความสุขอีกครั้ง...โดยเฉพาะพี่สะใภ้ที่แสนดีอย่างพี่น้ำฝน

แต่พอมองแผ่นหลังของน้ำฝนที่กำลังหันไปจัดที่นอนให้กวิน เพราะคืนนี้กวินจะมานอนเฝ้าอนิล คำพูดบางคำกลับทำให้อนิลฉุกคิดบางเรื่องขึ้นมาได้...

‘หลังจากกลับมาจากฮันนีมูน ยัยน้ำหวานก็มาเกิดเลย’

เขายังจำได้เรื่องคลิปช่วงฮันนีมูนของกวีกับภรรยา และช่วงเวลาที่น้ำหวานเกิด....ทำไมน้ำฝนถึงพูดเหมือนว่ากว่าจะมีน้ำหวานพวกเขาเกือบจะล้มเลิกความตั้งใจแล้ว ถ้ามีอะไรกันตามธรรมชาติก็ไม่เห็นต้องพูดแบบนี้...ไม่ใช่เหรอ

“พี่ฝนครับ ไม่ทราบว่าน้ำหวานเกิดวันที่เท่าไหร่เหรอครับ”

“สองพฤษภาจ๊ะ อีกสองเดือนน้องก็สี่ขวบแล้ว เด็กๆ นี่โตไวจังเลยน้า”

เสียงของหญิงสาวที่เอ่ยถึงลูกสาวสุดที่รัก เต็มไปด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยรัก แต่อนิลกลับรู้สึกว่าสิ่งที่เขาเคยคิดก่อนหน้านี้....กำลังถูกเปิดเผยเพราะความหลงลืมของน้ำฝนที่ลืมไปว่าสิ่งที่เคยเล่าให้อนิลฟัง กับสิ่งที่พูดถึงตอนนี้มันขัดกัน

เพราะคลิปที่ลูกศรแอบถ่ายเป็นช่วงที่ลูกศรเรียนปีหนึ่ง นั่นหมายความหลังจากฮันนีมูนน้ำฝนไม่ได้ท้องทันที เพราะนับตามเดือนเกิดของน้ำหวานแล้ว มันหลังจากคลิปที่ถ่ายไว้เกือบหกเดือน....

 

“พี่น้ำฝนมีความสัมพันธ์อะไรกับพิมพ์ครับ พี่สาว ญาติ หรือ...ลูกพี่ลูกน้อง”

เสียงของอนิลที่ถามอย่างตรงไปตรงมา ทำเอามือของหญิงสาวที่กำลังจัดที่นอนให้น้องชายของสามีหยุดกึกกลางอากาศ

“ผมไม่คิดว่าการที่น้ำหวานหน้าตาเหมือนพิมพ์มันจะเป็นเรื่องบังเอิญเหมือนที่แจ็คพยายามหลอกตัวเองว่าน้ำหวานคือพิมพ์กลับชาติมาเกิด พี่บอกว่านางฟ้าเป็นคนมอบน้ำหวานมาให้ แจ็คเองก็พูดถึงพิมพ์ให้น้ำหวานฟังว่าเธอคือนางฟ้าเช่นกัน มันไม่น่าบังเอิญนะครับ”

น้ำฝนสูดหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่หมุนตัวกลับมาสบตากับอนิล และเฉลยสิ่งที่มีเพียงเธอกับสามีเท่านั้นที่รู้ให้อนิลฟัง

ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน อนิลรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลยแม้ปากของพี่น้ำฝนจะขยับอยู่ ราวกับโลกทั้งใบเงียบสงัด เขายังจำได้ดีว่ากวินเคยพูดถึงความรักของตัวเองที่มีต่อพิมพ์มันมากมายเพียงใด แต่หญิงสาวกลับไม่เคยยอมรับมันไม่ว่ากวินจะทุ่มเทเพียงใดก็ตาม...

 

....................

 

 “ห้อง 2207 มีอินทีเรียเข้ามาตกแต่งนะคะ แต่เป็นสัญญาฉบับเก่าของเจ้าของเดิมก็คือคุณพิมพ์ค่ะ ซึ่งก่อนที่คุณกวินมาซื้อโดยใช้ชื่อคุณจอมพลทางเราก็แจ้งแล้วว่ามีการตกแต่งเอาไว้แล้วจากเจ้าของเดิมแต่เหมือนคุณกวินจะไม่ได้สนใจทางเราก็เลยไม่ได้แจ้งดีเทลไป”

เซลล์ออฟฟิศหน้าเดิมๆ ที่จินตภัทรคุ้นเคยดูเอกสารให้หลังจากที่เขามาสอบถามเรื่องการตกแต่งห้องก่อนเข้าอยู่

“ครับ แล้วทราบไหมว่าอินทีเรียที่เข้ามาตกแต่งห้องก่อนที่จะโดนยกเลิกสัญญาให้เป็นใคร”

“คุณกวี กิจเจริญค่ะ เอ๋อ ดิฉันก็เพิ่งสังเกตว่านามสกุลเดียวกับคุณกวินเลยนะคะ”  

นั่นไง...

จินตภัทรอยากจะตบเข่าฉาด แต่กลัวคุณเซลล์ตกใจ แต่ก่อนจะได้สอบถามต่อว่าห้อง 2207 ตกแต่งอะไรบ้างแล้วทำไมถึงหยุดไป เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเรียกความสนใจให้จินตภัทรขอตัวออกมารับโทรศัพท์ก่อน

 

“เอินว่าไง”

(จีน แกมาหาฉันได้ไหม...)

“แกอยู่ที่ไหน”

(โรงพยาบาล A ฉัน...มีเรื่องอยากเล่าให้แกฟัง)

“เสียงแกไม่ค่อยดีเลย เกิดอะไรขึ้นวะ”

(ฮึก ฉัน... คิดว่าแกควรรู้ก่อนที่บีจะรู้เรื่องนี้ ฉันคิดว่าสักวันถ้าบีรู้เรื่อง ฉันคิดว่าบีคงทนไม่ได้..)

“อะไรของแกเนี่ย พูดอะไรไม่เห็นเข้าใจเลย”

(น้ำหวานเป็นลูกของพิมพ์ ฮึก แก ครอบครัวนี้เขาใจร้ายมากเลย เขาขอให้พิมพ์บริจาคไข่ให้พี่ฝนเพราะพี่ฝนมีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์พอที่จะผลิตไข่ได้ตามธรรมชาติ เขาขอให้พิมพ์บริจาคไข่ให้เพื่อเอาไปผสมแล้วฉีดกลับไปให้พี่ฝนเป็นคนตั้งครรภ์ แต่แกเข้าใจไหม มันเป็นไข่ที่เป็นของพิมพ์ เขาทำแบบนี้กับพิมพ์ได้ไง เขาเอาความรักของผู้หญิงคนนึงมาต่อลองขอเรื่องแบบนี้ได้ไง)

“แล้วใครเป็นพ่อเด็ก...”

(...บี บีบริจาคสเปิร์มกับแจ็คจริงๆ เหมือนว่าจะเป็นโครงการที่พี่กวีหลอกให้แจ็คไปแล้วแจ็คก็พาบีไปด้วย แต่หลังจากบริจาคพี่กวีที่มีภาวะสเปิร์มไม่แข็งแรงตั้งใจจะใช้เสิร์มของแจ็ค แต่สเปิร์มของแจ็คอ่อนแอเกินไปเหมือนจะเป็นกรรมพันธุ์ เขาเลยตัดสินใจขอของบีไปผสมแทนโดยจ่ายเงินให้คนดูแลธนาคารเสิร์มเพื่อเอาสเปิร์มของบี แกมันผิดร้ายแรงมากนะ ทั้งๆ ที่บีก็อยู่ตรงนี้ แต่เขาไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าน้ำหวานเป็นลูกอะ)

“มันไม่เม้กเซ้นซ์เลย พิมพ์จะบริจาคไข่ให้ได้ไงในเมื่อเขา...”

(พี่น้ำฝนเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพิมพ์ เขาสัญญาว่าจะให้พิมพ์เจอลูกด้วย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพิมพ์ถึงซื้อคอนโดฯ ใหม่ พี่กวีเป็นคนจ่ายทั้งหมดแลกกับค่าบริจาคไข่ให้พี่ฝน)

เรื่องเห็นแก่ตัว...ของคนรวยที่อยากมีลูกจนไม่สนใจว่ามันผิดศีลธรรมมากแค่ไหนสินะ...

จินตภัทรรู้สึกเดือดดาลจนอยากจะสบถหยาบๆ ออกมา แต่พอเห็นรถของคนรักขับมาจอดเทียบใกล้ๆ หัวใจมันกลับอ่อนยวบและคิดว่าสิ่งที่ตัวทำได้ในตอนนี้ไม่ใช่การระบายอารมณืกับสิ่งที่มันผ่านไปแล้ว เขาควรจะรักจอมพลให้มาก ในเมื่อคนพวกนี้ใจร้ายกับจอมพลมากมายจนเกินจะรับไหว...

“แค่นี้ก่อน บีมาแล้ว เอิน...ขอร้องอย่าพูดเรื่องนี้กับใครทั้งนั้นนะ”

(แต่ว่า...)

“ถ้าแกยังเห็นความเป็นเพื่อนของเราอยู่ อย่าพูด..”

(เข้าใจแล้ว โอเค)

 

พอวางสายก็รู้สึกเหมือนจะเป็นลม...

จินตภัทรรู้สึกเวียนศีรษะไปหมด เขารับไม่ได้กับเรื่องที่ได้ยิน ไม่ใช่เพราะเรื่องพิมพ์ที่น่าสงสาร แต่คนที่น่าสงสารที่สุดคือคนรักของเขา...

หลังจากจอดรถเทียบข้างฟุตบาทตรงหน้าเขา คนตัวโตก็เดินลงมาจากรถพร้อมรอยยิ้มและคำพูดที่แสนน่ารัก

“จีน เสร็จยังอะ หิวข้าวแล้ว นี่เราไปกิน...”

 

หมับ

 

จินตภัทรเดินเข้าไปกอดอีกฝ่ายไว้แน่น จนจอมพลรู้สึกเขิน เขามองซ้ายมองขวาพราะสายตาของคนรอบข้างที่มองเขาทั้งคู่ ทั้งที่ตลอดมาจินตภัทรเป็นฝ่ายเขินอายที่จะเดินจับมือกับเขาด้วยซ้ำ...

“เอ่อ คนมองเต็มเลย..” จอมพลถามเขินๆ เขายิ้มออกมาแล้วมองศีรษะของคนที่ซบอยู่ที่อกกว้าง และคำตอบของจินตภัทรก็ทำให้คนตัวโตต้องเขินจนหน้าแดงก่ำ

“ก็ให้มองไปสิ...จีนรักบี แล้วก็จะรักแบบนี้ จะกอดแบบนี้ ช่างหัวคนอื่นปะไร”

จอมพลกอดแฟนตัวเล็กเอาไว้ด้วยความรู้สึกที่ขวยเขิน อายจนได้แต่ก้มหน้างุดกอดตอบแฟนตัวเล็กอยู่มันริมฟุตบาทที่คนเดินผ่านไปผ่านมาก็แอบอมยิ้มกับภาพของผู้ชายสองคนที่ยืนกอดกันกลม

ผิดกับอีกฝ่ายที่ตั้งใจซบใบหน้าลงกับอกกว้างเพื่อซ่อนน้ำตาเอาไว้...

ด้วยความรู้สึกที่หม่นหมองและเศร้าจนไม่อาจมองหน้าจอมพลได้เลย

จินตภัทรไม่เข้าใจเลยว่าทำไมโลกจะต้องใจร้ายกับผู้ชายที่เขารักมากขนาดนี้

“จีนรักบีมากนะ...” เสียงหงุงหงิงในอ้อมกอดบอกรักซ้ำอีกครั้งราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะจำมันไม่ได้

“ครับ เข้าใจแล้ว บีก็รักจีนมากที่สุดเหมือนกัน”


 

 

 

 

 




................TBC................


มีคนสงสัยมาตอบคำถาม เผื่อมีคนสงสัยไม่กล้าถาม 5555


คำถามคือ



คำตอบคือ

ก็พี่ฝนนางลืมว่าเพิ่งวันเกิดน้ำหวานไปไงคะ ด้วยความที่กวินยังไม่อยากให้เอินรู้วันเกิดที่ตรงกับพิมพ์ พี่ฝนก็เลยจะโกหก

แต่มันดันโป๊ะ แถมลืมว่าเคยบอกเรื่องมีน้ำหวานหลังฮันนีมูน

นางโป๊ะแตกไงจ๊ะอนิลถึงจับได้ว่าพูดไม่ตรงกัน คนโกหกจะลืมว่าตัวเองเคยโกหกอะไรไว้





 

การบริจาคไข่ อสุจิ หรือตัวอ่อน


          ในกรณีที่ภรรยาไม่สามารถผลิตไข่ได้ เช่น อายุมาก รังไข่เสื่อม ไม่มีรังไข่ หรือมีโรคติดต่อทางพันธุกรรม คู่สามีภรรยาอาจหาสตรีอื่นมาบริจาคเซลล์ไข่แทนได้ แล้วผ่านกระบวนการเด็กหลอดแก้ว โดยปฏิสนธิกับตัวอสุจิสามี

          ในกรณีที่สามีเชื้ออสุจิคุณภาพไม่ดีอย่างมาก หรือไม่มีเชื้ออสุจิ หรือมีโรคติดต่อทางพันธุกรรม  คู่สามีภรรยาอาจหาชายอื่นมาบริจาคเชื้ออสุจิหรือใช้เชื้ออสุจิจากธนาคารอสุจิของโรงพยาบาล แล้วผ่านกระบวนการผสมเทียมหรือเด็กหลอดแก้วแล้วแต่กรณี

          ในกรณีที่ทั้งสามีและภรรยา ไม่สามารถผลิตไข่และตัวอสุจิได้หรือมีโรคทางพันธุกรรมที่ต้องการหลีกเลี่ยง อาจขอบริจาคตัวอ่อนจากคู่สามีภรรยาอื่นที่มีเหลือเก็บแช่แข็งไว้ แล้วใส่กลับเข้าไปในมดลูกของฝ่ายภรรยา เพื่อให้ตั้งครรภ์

          ธนาคารอสุจิ (Sperm bank) คือ การที่เราเก็บรักษาเชื้ออสุจิไว้ที่อุณหภูมิ ลบ 196 องศาเซลเซียส ทำให้สามารถเก็บรักษาเชื้ออสุจิไว้เป็นเวลานานนับสิบปี ได้  เพื่อเป็นแหล่งเก็บสะสมเชื้ออสุจิจากผู้บริจาค และนำมาบบริจาคให้คู่สมรสที่ต้องการได้

ที่มา http://www.a-ivf.com/articles/generate.php?content=0005

 

เราแจ้งในทวิตเตอร์แล้วนะคะว่าจะมีรางวัลพิเศษให้ 1 คอมเม้นท์ที่เดาตอนล่าสุด 50% หลังได้ใกล้เคียงมากๆ 

นั่นคือคุณ BlinkNooknick คนเดิม เพิ่มเติมคือได้รางวัลอีกแล้ว 555555 เพราะเดาถูกเรื่องแบมกับเอิน

ยังไง DM มาหาเราอีกรอบนะจ๊ะ


 

#2209Bnior

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18284 Lhilhi Jj (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 มกราคม 2563 / 23:15
    ไรท์ คะ แต่งแบบซับซ้อนซ่อนเงื่อนมาก

    ปมแล้วปมเล่า สุดยอด
    #18,284
    0
  2. #18104 Cartoonpbct (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 07:34
    กังวลใจเหลือเกิน บีบหัวในเหลือเกินน
    #18,104
    0
  3. #17037 Jbmtjsjyyjbbyg.G7 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 20:35
    อื้อหือ อ่านไปเกร็งไป หัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม ไรท์แต่งดีมากกกกกกกกยอมแล้ววว
    #17,037
    0
  4. #16590 MuayNaiwong (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 09:05
    รักเรื่องนี้มากก
    เดาทางไม่ถูกเลย
    #16,590
    0
  5. #15868 JinYounG_Omma (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 23:44
    น้ำตาร่วงเลย ฮืออ
    #15,868
    0
  6. #15561 Marudew Phayunghom (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 17:36
    อ่านไปอ่านมา ความดันจะขึ้น ????????
    #15,561
    0
  7. #15213 SehunMark (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 17:08
    ตอนนี้ฉันเริ่มมึนงงกับตัวเองเเล้วค่ะ 555555
    #15,213
    0
  8. #14737 CViewMED (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 16:57
    โอ้ยฉันรักเรื่องนี้!!! เดาอะไรไม่ถูกแล้วฮือออออ
    #14,737
    0
  9. #14161 LittleBuzz (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 16:44
    พีคในพีค แต่ละตอนเดาอะไรไม่ได้เลย ตอนต่อไปจะมีไรอี้ก มาาาาาา
    #14,161
    0
  10. #11971 Zomanica (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2560 / 00:03
    โอยยยยไรท์โยงเรื่องได้โคตรดีอะ ดีจนพูดไม่ออก หาจุดแยกไม่ได้ มันดีจนรู้ถึงจิตใจตัวละครทุกตัวดูมีความหลังมี่แย่และเลวร้ายหมดเลยอะ อยากให้เอาไปทำละครเลยค่ะ
    #11,971
    0
  11. #11927 MICA_MINT (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 15:31
    โอ้นนยนี่มันโครตปมมม หลังจากที่เราติดเกมส์จนดองนิยาย กลับมาอ่านอีกทีเหมือนเจอเซอไพร์ ทั้งเรื่องน้ำหวาน เรื่องที่ลูกศรตาย อห มันพีคไปหมด
    #11,927
    0
  12. #11880 DD_Thai (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 00:52
    มันส์มากกกก น่าติดตามทุกตอนเลย 
    #11,880
    0
  13. #11841 super_man (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:46
    พีคไปอีก อ่านไปก็เดาไปคิดว่าลูกของพิมพ์กับกวีหรือเปล่าแอบไปกิ๊กกันงี้ อ่านจบพีคเลยสเปิร์มคุณจอมพลเรานี้เอง สงสารจอมพลเลยตั้งแต่โดนด่าเรื่องพิมพ์ตายแหละ ดีนะที่ได้แฟนดีๆแบบจีน
    #11,841
    0
  14. #11801 陈 文月 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 17:03
    เป็นนิยายเรื่องแรกที่อ่านแล้วพีคได้ขนาดนี้ชอบมากเลยอ่ะสุดยอดดอ่ะ
    #11,801
    0
  15. #11781 P.Ploy Kung (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 00:06
    มีปมตั้งแต่ต้นยั้นเกือบจบเลยยยย สนุกกกก
    #11,781
    0
  16. #11536 ChicJaebeom (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 18:07
    สงสารโคตรสงสาร ฮือออเศร้าาามาก
    #11,536
    0
  17. #11397 I'PeachNyoung (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 17:07
    สาบานเลยตั้งแต่อ่านมาตอนนี้เป็นตอนที่อ่านนานมาก ยังมีของเซอร์ไพรส์มาแถมอีก ฮือออ สงสารบีTT
    #11,397
    0
  18. #11178 pqppp (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 22:54
    ทำไมบีต้องมาเจ็บซ้ำๆอะ ถ้ารู้นี่ไม่ทรุดเลยอ่อ นิสัยอะพี่ฝน อยากให้บีช่วยก็แค่บอกอยากแมะ หงุดหงิดเด้อออ ละน้ำหวานเกิดวันเดียวกับวันเกิดแบมจริงๆด้วยอะ จะไม่มีอะไรอีกใช่ป่าวคะ55555
    #11,178
    0
  19. #11019 ImGunya (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 09:42
    เนี่ยเราไม่เข้าใจอารมณ์คนที่ใช้ทั้ง sperm donor กับ oocyte donor เลยจริงๆ
    คือลูกที่เกิดมาไม่ต่างกับเด็กที่ถูกขอมาเลี้ยงเลยนะ ..ถึงจะถูกฝังตัวในผนังมดลูกของคนที่คลอดออกมา แต่ไม่มีความเชื่อมโยงทางสายเลือดเลยง่ะ

    ทำไมคุณฝนกับคุณกวีไม่พยายามคะ TT


    //ถ้าคุณฝนกับคุณกวีพยายาม เรื่องนี้ก็ไม่เกิดซินะ...ถถถถถถ+//

    #11,019
    0
  20. #10798 ออมม่า (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 10:45
    อ่านตอนนี้ เหมือนโดนน็อค เพราะมึนกับหลายปมที่เฉลย แบบ โห แบบนี้ก้อได้หรอ ไม่อยากเชื่องิ ไรท์เก่งมากอะ
    #10,798
    0
  21. #10782 giftfully (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 00:00
    อินนนนน
    #10,782
    0
  22. #10781 giftfully (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 23:58
    เกือบเป็นหนังผีแล้วค่ะไรท์ น่ากลัวจริงๆ
    สรุปว่าพี่กวีกับน้ำฝนไรเนี่ย ใจร้ายมากๆ
    ถ้าบีรู้จะเป็นยังไง...
    เรื่องแบมกับลูกศรอีก...
    #10,781
    0
  23. #10773 imJPk (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 22:51
    โอ้โห...นึกว่าอ่านเชอร์ล็อคโฮร์ม...อะไรมันจะซับซ้อนซ่อนเงื่อนได้ขนาดนี้. มีอะไรให้พีคอีกมั้ยคะไรท์ 55555 มันยิ่งกว่านิยายรักหรือแฟนฟิตใดใด มีปมมากมายที่ต้องคลีคลาย อ่านไปลุ้นไปว่าจะมีเรื่องอะไรเซอร์ไพรซ์อีกมั้ย เหนื่อยค่ะ เกรงไปหมดแร้วววว แต่ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองใช่มั้ย เราเชื่อแบบนั้น รอตอนต่อไปนะคะ อยากรู้ว่าจะผ่านเรื่องนี้ไปทางไหน
    #10,773
    0
  24. #10768 chopchapchap (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 21:29
    เหมือนหนูอ่านนิยายใสๆแต่ตอนจบเป้นฆาตรกรรมเบยค่ะ
    #10,768
    0
  25. #10752 Mamritore (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 19:26
    สรุป

    แบมฆ่าลูกศร เพราะตั้งใจจะขึ้นมาช่วยหลานโดยแก้มยุ้ยก็สลบอยู่ข้างล่าง แล้วน้ำหวานก็เป็นลูกของบีกับพิมพ์ อืม ช็อค ไม่คิดว่ากวีกับพี่ฝนจะซับซ้อนขนาดนี้ จะมีอะไรพีคเกี่ยวกับพี่โฉมไหม ฮื่อออ
    #10,752
    0