[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 49 : 46 : คนแปลกหน้าที่รู้จักดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,444
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    17 ส.ค. 60





เราต่างเคยเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน

ในวันที่ฉันไม่รู้จักเธอ...


เราต่างสร้างความเจ็บปวดให้แก่กัน

ในวันที่เราต่างเป็นคนอื่น


แต่ฉัน...ยังจำเธอได้ดี

แม้ว่าเธอจะลืมฉันไปแล้ว








FLASHBACK 2013

3ปีก่อน.....


"เอินบอกป๊าแล้วว่าให้จองบิซ นี่เมื่อวานเอินไปช่วยซ้อมลีดฯให้เด็กในคณะมาปวดขาจะตายละยังจะต้อง..."

เด็กมหา’ลัยตัวผอมบางที่นั่งแถวหน้าสุดของที่นั่งชั้นประหยัดเหลือบมองแอร์โฮสเตสที่เดินเข้ามาแตะศอกเพียงเบาด้วยสีหน้าหงุดหงิด

"ผู้โดยสารคะ ตอนนี้เครื่องกำลังจะขึ้นแล้วรบกวนปิดเครื่องมือสื่อสารด้วยนะคะ..."

"ไม่มีมารยาทเหรอ แค่นี้นะป๊าเครื่องจะขึ้นละ ที่นั่งก็แย่แอร์ก็ห่วยเปลี่ยนไฟลต์ได้เอินเปลี่ยนไปละ เอ่า มองอะไรอะ ก็วางแล้วนี่ไง"

แอร์โฮสเตสสาวก้าวถอยออกมาด้วยสีหน้าเจื่อนๆ ก่อนจะเดินหลบไปที่ผนังกั้นห้องพักผู้โดยสารก่อนที่สจ๊วตรุ่นพี่จะทัก

"เป็นอะไรพิมพ์"

"ไม่มีอะไรค่ะ"

หญิงสาวเลือกที่จะไม่พูดอะไร เพราะชั่วโมงเดียวเครื่องก็ลงที่เชียงใหม่แล้ว พอหลังจากสอบมาเป็นแอร์โฮสเตสได้ก็ตั้งใจแล้วว่าจะอดทน แค่ลูกค้าขี้วีนคนเดียวคงไม่มีอะไร ทุกคนต่างก็เป็นคนแปลกหน้ากันทั้งนั้น เดี๋ยวเด็กคนนั้นก็ลงแล้ว ไม่มีอะไรแล้วล่ะ

พิมพ์ปลอบใจตัวเองขณะที่ทำหน้าที่ของตัวเองไปจนกระทั่งถึงเวลาที่เครื่องกำลังจะลงจอด เด็กเจ้าปัญหาคนเดิมก็ถอดเข็มขัดนิรภัยแล้วลุกไปห้องน้ำไม่สนใจเสียงประกาศของกัปตัน

ทุกอย่างล้วนเป็นหน้าที่ของแอร์ฯ ที่จะต้องดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสาร แต่เมื่อเธอลุกเดินไปตามผู้โดยสารคนดังกล่าว ทันทีที่อีกฝ่ายเหลือบเห็นเธอก็โมโหขึ้นมาทันที

"เข้าห้องน้ำไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ ทำไมต้องตามมา จะเข้าไปด้วยเลยมะ"

หญิงสาวชะงักไปและพูดไม่ออก ทั้งแอร์ฯและสจ๊วตรุ่นพี่เดินตรงเข้ามาหาเธอ แต่ท่าทางของผู้โดยสารคนดังกล่าวก็เปลี่ยนไป หันไปบอกรุ่นพี่ของเธอว่าปวดฉี่ไม่ไหวแล้ว แต่เธอกลับเดินตามเขามาราวกับจะจิกตัวผู้โดยสารจนเขารู้สึกแย่มากๆ

"พิมพ์เดี๋ยวไปหาพี่กุ้งด้วยนะ"

เสียงแอร์ฯรุ่นพี่ที่อายุคราวป้ากระซิบบอกเธอให้ไปหาหัวหน้าแอร์ที่รออยู่ในห้อง

หลังจากที่ถูกอบรมยกใหญ่เรื่องการเข้าหาผู้โดยสาร เพราะเรื่องบางเรื่องสำหรับผู้โดยสารมันเป็นเรื่องที่ส่วนใหญ่ถูก 'อะลุ่มอล่วย' ให้ทำได้มาตลอดเช่นเรื่องเดินไปเข้าห้องน้ำ ยิ่งสายการบินในประเทศ ยิ่งเจอผู้โดยสารที่เอาแต่ใจเป็นไทยสไตล์ที่ผู้โดยสารจะเห็นแอร์เป็นแค่คนให้บริการที่ไม่มีสิทธิ์ไปจุกจิกจู้จี้

พิมพ์เองตอนนี้ก็เป็นแค่แอร์ฯ ใหม่ที่เพิ่งมาทำงานได้ไม่กี่เดือนและเคร่งครัดกับกฏเพียงเพราะเทรนด์มาอย่างหนึ่งแต่สถานการณ์จริงนั้นต่างกันมาก เหมือนกฏก็ส่วนกฏ แต่เวลาทำงานจริงทุกคนก็ต้องใช้เซนซ์ส่วนตัวในเอาตัวรอดจากสถานการณ์ต่างๆเอาเอง

 

(พิมพ์เป็นอะไร)

"ฮึก พิมพ์เหนื่อยอะ แจ็คพิมพ์โทรหาบีไม่ติดอีกแล้วอะ..."

หญิงสาวนั่งร้องไห้อยู่ห้องน้ำในที่พักของแอร์ภายในสนามบินหลังจากที่เคลียร์งานทุกอย่างเสร็จแล้ว ทั้งที่เธออยากกลับอยากพักเพราะเรื่องแย่ๆ ที่เจอในวันนี้แต่เธอยังกลับไม่ได้เพราะมีไฟลต์บินต่อหลังจากนี้อีกสองชั่วโมง...

สิ่งเดียวที่จะเยียวยาได้ก็คือแฟนหนุ่ม แต่ก็เหมือนเดิม....เขาไม่เคยรับสายเธอ หือจะเรียกว่าเลี่ยงที่จะรับสายเธอในช่วงนี้ และคนที่เธอนึกถึงเป็นคนต่อมาก็เป็นผู้ชายอีกคนที่เธอรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้คุยกัน

(เออ บีมันนอนมั้งกว่าจะเสร็จงานในห้องอัดเมื่อคืนก็ปาเข้าไปตีสาม แล้วนี่เป็นไรอะ)

หญิงสาวระบายสิ่งที่อึดอัดและเรื่องราวที่มันประดังประเดเข้ามาในวันที่เธอยิ่งรู้สึกไม่สบายใจเรื่องแฟนหนุ่มอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ยังต้องมาเจอเด็กบ้าๆ ที่เธอเจอ ยาวไปจนเรื่องจิปาถะต่างๆ ที่อีกฝ่ายรับฟังหญิงสาวได้เรื่อยๆ ไม่รู้จักเบื่อ จากเสียงร้องไห้และคำพูดตัดพ้อ หญิงสาวสามารถยิ้มหัวเราะไปกับคำพูดของคนปลายสายที่ช่างขยันหยอดจีบเธอไปวันๆ ไม่ว่าจะทีเล่นทีจริงๆ หรือตั้งใจพูดแกล้ง แต่พิมพ์ก็รู้อยู่แก่ใจว่าใจเธอเลือกใคร...

ก็เหมือนคำกล่าวของใครบางคนว่าไว้ 'ถ้าคุณรักใครพร้อมกันสองคน ให้คุณเลือกคนที่สอง เพราะถ้าคุณรักคนแรกจริงๆ คุณจะไม่มีทางตกหลุมรักคนที่สองแน่นอน' ซึ่งกวินเองก็มีสถานะแบบนั้น ทั้งที่กวินเองก็เข้ามาจีบเธอก่อน แต่สุดท้ายคนที่เดินทำตัวโง่ๆใส่เธอ ทำให้เธอหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอหน้าอย่างจอมพล กลับเป็นคนที่พิมพ์รู้สึกดีๆ ด้วยและกลายเป็นความรักในที่สุด

'แจ็ครอได้ ไม่เป็นไร...'

เพราะคำพูดที่ทั้งเศร้าแต่กลับฟังแล้วหัวใจอ่อนยวบของอีกฝ่าย ทำให้พิมพ์ไม่สามารถตัดรอนหรือจบความสัมพันธ์ของเธอกับกวินได้ ผู้ชายที่น่ารักและแสนดี เป็นสุภาพบุรุษ เป็นที่ปรึกษายามที่เธอต้องการเสมอ ผิดกับคนที่เรียกว่าแฟน ที่นับวันก็ยิ่งจะเหินห่างไปทุกที แต่ทุกครั้งที่พิมพ์รู้สึกว่าต้นเหตุมันคือกวิน ก็มักจะมีคำพูดปลอบใจเสมอว่า... 'เราไม่เคยมีอะไรเกินเลยกันนะพิมพ์ บีมันไม่มีสิทธิ์มาหึงหรอก'

ใช่...เธอกับกวินก็ไม่มีอะไรเกินเลยกัน ไม่เคยแม้แต่จะจับมือถือแขนกัน...

 

"แอร์โฮสเตสนี่เป็นเมียกัปตันจริงป้ะวะ"

ขณะที่หญิงสาวกำลังจะเดินไปที่ขึ้นเครื่อง ก็ได้ยินเสียงคุยกันของเด็กสองคนที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งรอผู้โดยสารขาออกนอกประเทศ เพราะเสียงที่เอ่ยขึ้นมาตอนที่เธอเดินผ่านมันเป็นเสียงที่เธอจำได้ไม่มีวันลืม แต่เด็กคนนั้นคงลืมเธอไปแล้ว...

"เออ กูเจอแอร์คนนึงแม่งโคตรเชี่ยเดินตามกูเข้าห้องน้ำ มันดูไม่ออกเหรอว่ากูไม่เอาชะนี"

คำพูดเล่นๆ ที่กำลังคุยกับเพื่อนมันทำให้พิมพ์ทนไม่ได้ หญิงสาวอยู่ในชุดเดรสสีชมพูอ่อนหยุดมองก่อนจะกระชับกระเป๋าที่สะพายแน่น เธออยู่ในชุดลำลองเพราะไฟลต์ของเธอเลื่อนไปอีกวัน แถมหญิงสาวได้รับข้อความบางอย่างที่ทำให้อารมณ์เสียอยู่แล้วเป็นทุนเดิม เธอก้าวเข้าไปเด็กคนนั้น ก่อนจะทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว

"น้องคะ พี่ไม่ได้ตามน้องเข้าห้องน้ำ งานของพี่คือให้น้องเดินกลับมานั่งที่เหมือนคนอื่นเขา..."

แต่วันนี้...ไม่ใช่วันของพิมพ์

"คุณมีปัญหาอะไรกับลูกผม"

เสียงของชายวัยกลางคนถามขึ้นก่อนจะเดินไปลูบไหล่ปลอบลูกชายตัวดีที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ ช่างเสแสร้งจนเธอโกรธจนมือสั่น แต่เพราะมันไม่ใช่วันของเธอ....คนที่เดินตามพ่อของเด็กมาด้วยกลับเป็นหนึ่งในบอร์ดผู้บริหารสายการบินที่เธอทำงานอยู่...

 

....................

 

 

JAN

นี่ให้ไปหามีอะไรรึเปล่า

คิดถึง

วันนี้พิมพ์ไม่อยู่มาหาหน่อยสิ

โอเคจ้า

 

มือของหญิงสาวกำโทรศัพท์อีกเครื่องที่เอาไว้ต่อแชตเฟซบุ๊กของแฟนหนุ่มเอาไว้ ข้อความที่เธอไล่อ่านซ้ำไปซ้ำมายิ่งตอกย้ำความรู้สึกที่มันดิ่งตอนนี้จากเรื่องที่ถูกตักเตือนเรื่องพฤติกรรมมา เธอรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ใช่คน สังคมนี้เกรงใจลูกคนมีอำนาจมีเงินมากกว่าที่จะให้ความยุติธรรมกับพนักงานตัวเล็กๆ แบบเธอ

เช่นเดียวกับความรัก...

จอมพลเองก็ทำให้เธอเสียใจมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้เธอรู้สึกเกลียดทุกคนบนโลกนี้ที่ทำให้เธออยากฆ่าทิ้งให้หมด...

 

"แจ็ค...แจ็คยังชอบพิมพ์อยู่ไหม

(พิมพ์เป็นอะไร)

หญิงสาวเดินร้องไห้ไปเรียกรถแท็กซี่ขณะที่เล่าเรื่องแชตที่เห็นให้อีกฝ่ายฟัง กวินปลอบเธอและย้ำว่าให้ใจเย็นๆ พร้อมกับคำพูดที่บอกให้รู้ว่าเธอยังมีเขาอยู่ข้างๆ เสมอ แค่เพียงเธอเลิกกับจอมพลเขาก็ยังอยู่ตรงนี้และรอเธอเสมอ...

เธอต้องการจะไปดูหน้าอีผู้หญิงสารเลวที่จองล้างจองผลาญเธอ ผู้หญิงที่เธอเคยเกลียดแสนเกลียดเพราะพฤติกรรมที่อยู่ๆก็ทิ้งกวินไปแล้วเบนเป้าหมายมาวุ่นวายกับแฟนของเธอ แต่พิมพ์เชื่อเสมอว่าจอมพลจะไม่หักหลังเธอ...แต่มันไม่จริงเลย

 

....................

 

"พ่อแกจะทำไงกับพี่เขาเหรอ" เสียงเล็กๆ ถามขณะที่ที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่

"คงให้เพื่อนเขาไล่ออกมั้ง หมั่นไส้ จู้จี้อยู่ได้"

"เอิน แกเป็นฝ่ายผิดป้ะวะ ทำไมต้องไปทำกับเขาขนาดนั้น" ดวงตารีเบิกกว้างอย่างตกใจ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเรื่องแค่นี้ต้องทำให้คนๆ หนึ่งตกงานด้วย

"แกไม่รู้จักเขาสักหน่อยนะจีน จะไปสนใจนางทำไมอะ โอ๊ยนี่รถจะติดอีกนานป้ะพี่"

เด็กตัวผอมชะเง้อไปถามคนขับรถที่หันมาตอบลูกเจ้านายท่าทางเจื่อนๆ

"ข้างหน้ามีอุบัติเหตุครับคุณเอิน"

ร่างเล็กที่สวมหูฟังคนละข้างกับเพื่อนสนิทดึงตัวอีกฝ่ายมาพร้อมปรามก่อนจะชูโทรศัพท์ให้ดูแอปช้อปปี้งออนไลน์ที่เขากำลังเลือกเสื้อให้คนรัก

"แกก็รอหน่อยดิ จะไปเร่งพี่เขาทำไม มานี่ แกว่าเสื้อตัวนี้พี่เบญจะชอบมะ"

แต่ขณะที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ รถก็ค่อยๆเคบื่อนตัวไปข้างหน้าเรื่อยๆ จนผ่านจุดเกิดเหตุ ร่างบางชี้ชวนเพื่อนดูแต่จินตภัทรกลัวเกินกว่าจะหันไปมอง มือเรียวเล็กกระชากโทรศัพท์ออกจากมือเพื่อน

"จีน! แกดูดิ โหยเลือกสาดกระจายเลย เอาไปเขียนนิยายมะ"

"ไอ้บ้า เอินปิดกล้องเดี๋ยวนี้นะโรคจิตรึไงวะ"

 

แต่เด็กอยากรู้อยากเห็นยังชะเง้อถามคนขับ

"พี่ๆ เกิดไรขึ้นเหรอ"

"น่าจะมอเตอร์ไซค์ชนคนนะครับ น่าจะเป็นผู้หญิง ดูจากกระโปรงสีชมพูแว่บๆ"

"หูยยยย น่ากลัวเนาะจีน จีน แกทำอะไรวะ"

ร่างผอมบางมองเพื่อนที่ยกมือขึ้นพนมและก้มหน้าอยู่เงียบๆ

"ฉันสวดภาวนา ..ถ้าเขายังมีชีวิตอยู่ก็ขอให้ไม่เป็นอะไรมาก แต่ถ้าเขาเสียแล้วก็ขอให้เขาไปสู่ภพภูมิที่ดีและมีความสุข"

สิ้นเสียงเพื่อนตัวเล็กอธิบายจบ ก็ทำเอาอีกฝ่ายหัวเราะออกมาราวกับมันเป็นเรื่องไร้สาระ

 

"บ้าป้ะวะ จะสวดให้คนที่ไม่รู้จักทำไม"

อนิลตีเพื่อนแล้วขยับมานั่งคุยกันต่อหลังจากรถเลี้ยวผ่านมาจากจุดเกิดเหตุแล้ว แต่จินตภัทรไม่ได้ขำไปด้วย 

"เออน่า แม่ฉันสอนมา ถึงเราจะไม่รู้จักกันแต่เราก็ควรเสียใจกับการจากไปของเขานะ เออ ตกลงแกว่าเสื้อตัวนี้แกว่าโอเคมะ"

จินตภัทรอธิบายก่อนจะเปลี่ยนมาคุยเรื่องที่คุยกันค้างไว้ แม้ว่าภายในจิตใจจะรู้สึกสงสารหญิงสาวคนนั้นเหลือเกินแต่เขาคงช่วยอะไรไม่ได้...

 

....................

 

flashback 2013

หนึ่งสัปดาห์หลังจากพิมพ์เสียชีวิต

 

"ทำไมไม่อยู่บ้าน พี่เป็นห่วงนะ"

เบญจ์เอ่ยขณะที่ขับรถพาร่างบางมาจองห้องที่เซลล์ออฟฟิศตรงพระโขนง ตั้งแต่เสาเข็มยังไม่ขึ้น เพราะแฟนเด็กตัวน้อยๆ อยากออกมาอยู่คอนโดฯ คนเดียว

"ไม่อยากอยู่บ้านอะ เสียงหมาป้าข้างบ้านเห่าไม่หยุดเลยน่าเบื่อ..." เด็กตัวเล็กทำปากยื่นใส่อย่างไม่พอใจ แต่สักพักก็หันมาเกาะแขนคนที่ขับรถอยู่แล้วถามน้ำเสียงร่าเริง

"ว่าแต่ ทำไมถึงพามาดูที่นี่อะ"

"ลูกพี่ลูกน้องของพี่เขามาจองห้องไว้เหมือน เขาบอกว่ามันกว้างดี ถ้าอยู่ชั้นสูงๆ ก็เงียบหน่อย"

เบญจ์อธิบายขณะที่เอื้อมไปประสานมือกับเด็กตัวเล็กข้างๆ

"ขับรถมือเดียวอันตรายนะ เมื่อกี้เอินมันงอนด้วยแหละ ไปรับมักลับมาจากเชียงใหม่เสร็จก็มากับพี่เลย"

จินตภัทรเอ่ยพลางหัวเราะขำเพื่อนขี้งอนขณะที่ชะเง้อมองเซลล์ออฟฟิศที่ขายคอนโดฯ ข้างหน้าอย่างตื่นเต้น เหลือบเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินออกมาจากออฟฟิศขายคอนโดฯ ท่าทางแปลกๆ แม้จะเห็นข้างหลังก็เหมือนจะร้องไห้อยู่เลย... แต่พอเบญจ์ถามเรื่องคอนโดฯ ก็หันกลับมาคุยต่อ

"ตอนนี้มีว่างห้องหนึ่งพอดีค่ะ ลูกค้าเพิ่งมาขอยกเลิกเมื่อครู่ จะว่างห้อง 2209 นะคะ" เซลล์ขายห้องเอ่ยพลางส่งโบรชัวร์ตัวอย่างห้องให้ดูขณะที่เซลล์อีกคนเดินเข้ามาแล้วชวนเพื่อนคุยกันเบาๆ ขณะที่จินตภัทรกับเบญจ์กำลังนั่งดู

"น่าสงสารเนาะ เหมือนแฟนเขาเพิ่งเสียเลยมาขอยกเลิก ใช่ ผู้หญิงที่มาจองกับเขาเมื่อต้นเดือนที่แล้วรึเปล่านะ"

ไม่รู้สิแต่สงสารคุณกวินนะตอนเขาโทรมาฉันใจหายเลย.."

จินตภัทรแอบฟังเซลล์คุยกันแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เดินดูห้องตัวอย่างไปเรื่อยด้วยความเบิกบาน พลางหันไปชวนแฟนหนุ่มคุยว่าจะจัดห้องยังไง เดินกอดแขนอีกฝ่ายแล้วชี้ให้ดูว่าจะวางโต๊ะทำงานไว้ยังไง แม้เซลล์จะบอกว่าคอนโดฯ นี้สร้างค่อนข้างนานก็คือหลังจากนี้อีกสามปีถึงจะย้ายเข้ามาอยู่ได้ แต่จินตภัทรก็คิดถึงอนาคตเอาไว้แล้วว่าเขาต้องมีความสุขมากแน่ๆ ที่ได้มีห้องเป็นของตัวเอง หลังจากต้องเป็น
รูมเมตกับอนิลมาตั้งสี่ปี

 

....................

 

flashback 2015

หลังจากพิมพ์เสียชีวิตสองปีครึ่ง

"ตอนนี้ห้อง 2207 ว่างอยู่ค่ะเพราะเราปิดซ่อมเพดานไปรอบหนึ่งเลยไม่ได้เปิดให้จอง ยังไงเดี๋ยวทางเราทำเอกสารกู้ให้แล้ว..."

"ไม่เป็นไรครับผมจะจ่ายร้อยเปอร์เซนต์"

ชายหนุ่มคนเดิมที่ทุกคนในออฟฟิศขายห้องของสกายวอล์กจำได้ ด้วยใบหน้าที่หล่อเหลาและเป็นที่จดจำในวันที่มายกเลิกห้องเมื่อสองปีก่อน ชายหนุ่มมาในสภาพที่ตาแดงก่ำและสวมเสื้อผ้าไว้ทุกข์ แต่ถึงอย่างนั้น คุณกวินก็ยังดูหล่อมากในสายตาของพนักงานที่นี่ ทั้งที่คิดว่าคงไม่ได้เจอกันแล้ว แต่ผ่านมาสองปีชายหนุ่มกลับมาพร้อมซื้อห้องด้วยการจ่ายเช็คเงินสดทั้งหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ชื่อของผู้อาศัยที่จะทำเรื่องโอนนั้นกลับเป็นชื่อ จอมพล

ซึ่งน่าแปลกที่นี่คือลูกค้ารายที่สองที่จ่ายแบบนี้ หลังจากคุณจินตภัทร ผู้ชายตัวเล็กๆ ที่เขียนเช็คมายื่นให้ในวันนัดโอนห้อง ทั้งที่ดูเหมือนเด็กมัธยมแต่กลับไม่กู้สักกะบาท

"ค่ะเดี๋ยวทางเราจะทำเรื่องแล้วแจ้งนัดวันโอนห้องให้นะคะ"

"ห้อง 2209 ใช่ไหมครับ"

"2207 ค่ะ ห้องข้างๆ"

"ผมเห็นคุณเขียนตัวเลขหวัดไปหน่อย ระวังเข้าใจผิดนะครับ"

ขายหนุ่มเอ่ยพลางยิ้มให้อย่างใจดี หญิงสาวได้แต่ก้มหน้างุด แต่สุดท้ายก็ลืมแก้เลขห้องให้ชัดเจนตามที่อีกฝ่ายทัก...

 

....................

 

flashback 2015

หลังจากพิมพ์เสียชีวิตสองปี



"มึงกลับไหวแน่นะ" เสียงของคนที่นั่งอยู่ในรถถามเพื่อนที่ดูท่าทางจะยังไม่สร่างหลังจากที่เขาไปรับอีกฝ่ายกลับมาจากผับ

"งื้อ กูอะเครรรร เจอกันนะ เมิงไปเฝ้าเพ่สะใภ้ที่โรงบาลเหอะ กูสะบ้ายย เดี๋ยวโบกมอไซค์เข้าซอย"

ร่างสูงใหญ่เดินโบกไม้โบกมือให้เพื่อนก่อนจะเดินเซมาทิ้งตัวลงนั่งมันหน้าร้านสะดวกซื้อ เขามองรอบๆ บริเวณนั้นด้วยสายตาที่เหม่อลอย วันนี้เขาไปดื่มฉลองวันเกิดให้แฟนมา...

ถ้าพิมพ์ยังอยู่ตอนนี้ก็คงอายุยี่สิบสี่แล้ว คงจะเป็นแอร์โฮสเตสที่สวยมากๆ...

ชายหนุ่มคิดก่อนจะมองไปที่ถนนฝั่งตรงข้ามด้วยดวงตาที่มีม่านน้ำตากลบจนทุกอย่างมันเบลอไปหมด รถบรรทุกสี่ล้อวิ่งผ่านไปสองคันติด ก่อนที่เขาจะมองเห็นหญิงสาวเดรสสีชมพูที่ยืนรอข้ามถนนอยู่อีกฝั่ง

"พิมพ์..."

ชายหนุ่มเรียกชื่อคนรักที่จากไปก่อนจะลุกขึ้นยืนและมองตรงไปที่อีกฝั่งของถนน น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดและคิดถึงคนรักหมดทั้งหัวใจ... สองขาพาตัวเองมาหยุดอยู่ริมฟุตบาท มองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้างอื่นใด...

 

....................

 

(จีนแกไม่เป็นไรใช่ไหม ให้ฉันไปอยู่ด้วยไหม)

"ฮึก ไม่เป็นไรแก ฉันนั่งแท็กซี่กลับมาแล้ว ฉันโอเค"

ร่างเล็กพยายามจะห้ามน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะอายลุงแท็กซี่ที่คอยยื่นทิชชู่มาให้จากด้านหน้าด้วยความเอ็นดู จินตภัทรเพิงกลับมาจากงานแต่งงานของเบญจ์ พอขากลับขึ้นรถได้อยู่ๆ น้ำตามันก็ไหล...

แต่ขณะที่กำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่ รถท็กซี่คันที่นั่งก็เบรกจนจินตภัทรหัวเกือบทิ่ม เสียงสบถของคุณลุงดังลั่นแล้วหันมาปลอบจินตภัทรที่หันกลับไปมองผู้ชายขี้เมาที่เกือบถูกรถแท็กซี่ที่เขานั่งชน

"หนูเป็นอะไรไหม ไอ้บ้านั่นอยู่ๆ ก็เดินลงมาบนถนน ขี้เมาพวกนี้นี่แม่งจริงๆ เลย"

"ไม่เป็นไรครับ.."

จินตภัทรหันหลังไปมองผ่านกระจกรถ ผู้ชายคนนั้นหงายท้องอยู่บนฟุตบาทไม่ยอมลุก เขาไม่รู้ว่าบาดเจ็บรึเปล่าแต่อีกนิดก็จะถึงบ้านแล้ว...

"ลุงครับเดี๋ยวจอดหน้าทางเข้าก็ได้ผมเดินเข้าไป"

"อ้าว ทำไมล่ะ ไม่ต้องเลี้ยวเข้าไปส่งเหรอ"

"อะนี่ครับเงิน ลุงผมเพิ่มให้อีกร้อยนึง ช่วยขับกลับไปดูผู้ชายคนเมื่อกี้ได้ไหม ผมเห็นเขานอนอยู่บนฟุตบาทน่าสงสารอะ"

มือเล็กยื่นเงินเพิ่มให้จากที่โชว์ให้แอปฯ ก่อนจะขอร้องอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่อีกฝ่ายกลับแปลกใจ

"หื้ม คนรู้จักก็ไม่ใช่เนาะ ได้ๆ เดี๋ยวแวะไปดูให้ ยังไงก็กดห้าดาวให้ลุงด้วยนะ"

"ครับๆ ขอบคุณมาก"

จินตภัทรลงจากรถแล้วแอบมองแท็กซี่ว่าขับย้อนกลับไปทางเดิมตามที่ขอไหม แล้วลุงก็ขับไปตรงหน้าเซเว่นที่มีผู้ชายคนนั้นนอนอยู่จริงๆ

เขาไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นอะไร แต่ก็แต่งตัวดีเกินกว่าจะเป็นขี้เมาหรือคนจรจัด

ไม่ว่าจะเจอเรื่องหนักหนาในชีวิตยังไง ก็ไม่น่าจะดูแลตัวเองให้ดีกว่านี้

ถ้าเมื่อกี้ลุงแท็กซี่เบรกไม่ทัน ผู้ชายคนนั้นคงต้องเจ็บตัวมากกว่านี้แน่ๆ

น่าแปลกที่ความเจ็บปวดและแสนเศร้าเรื่องของเบญจ์ก่อนหน้านี้มันหายไปเป็นปลิดทิ้ง เพราะเป็นห่วงผู้ชายคนนั้น...

 

....................

 

"ไอ้หนุ่ม บ้านอยู่ไหนเนี่ย ลุกขึ้นๆ"

"ฮึก พิมพ์ ฮืออออออออออ"

ลุงแท็กซี่ถอนใจเมื่อเห็นสภาพขี้เมาที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น ไม่มีร่องรอยบาดเจ็บอะไรแต่กลับนอนหงายท้องร้องไหนเหมือนกับเด็ก มือหยาบกร้านดึงแขนแล้วพยุงชายหนุ่มขึ้นก่อนจะจับยัดใส่รถ

"ตกลงบ้านอยู่ไหน"

"ซอยข้างหน้าครับ" เสียงสะอื้นตอบขณะที่พิงศีรษะกับประตู น้ำตายังคงไหลไม่หยุด

"เออ ดีนะหนูคนเมื่อกี้ฝากเงินไว้ร้อยนึง พอดีค่ารถ"

"ใครเหรอครับ"

"ไม่ต้องไปรู้จักเขาหรอก รู้ไว้แค่เขาเป็นห่วงคนแปลกหน้าอย่างคุณมาก ถึงขั้นลงกลางทางแล้วให้ผมย้อนมารับคุณน่ะ"

 

จอมพลไม่รู้ว่าคนที่แสนดีคนนั้นเป็นใคร...

ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นห่วงคนแปลกหน้าอย่างเขา

แต่ยังไงก็รู้สึกขอบคุณ

ขอบคุณคนแปลกหน้าที่แสนใจดีคนนั้นที่ทำให้เขากลับบ้านอย่างปลอดภัย

 

....................

 

flashback 2015

หลังจากพ่อแม่พิมพ์เสียชีวิตสองสัปดาห์

"หนังสือตีกลับมาทั้งชุดเลยเหมือนบ้านนั้นไม่มีคนอยู่แล้ว แมสเซนเจอร์บอกว่าเจ้าของบ้านเสียไปได้สองอาทิตย์แล้วค่ะ"

เด็กฝึกงานบอกอนิลขณะที่แบกหนังสือนิยายชุดมาส่งให้เพราะเป็นชุดเดียวที่ไม่มีผู้รับ

"เอ๊า เปลี่ยนที่อยู่แล้วไม่แจ้ง มีเบอร์โทรไหม"

"มีค่ะ แต่ตอนแรกโทรไปแล้วไม่มีคนรับ..."

"โอเคเดี๋ยวพี่ตามเอง เจ๊โฉมจะประชุมรึยังขวัญ"

"ยังค่ะพี่เอิน"

ร่างบางพยักหน้าให้น้องฝึกงานก่อนจะถอนใจให้กับภาระตรงหน้า เพราะเป็นหนังสือนิยายของจินตภัทรที่ต้องจองกันข้ามเดือนหลังจากที่ยอดขายเกือบแสนเล่ม ไม่รู้ว่าทำไมเจ้าของถึงเปลี่ยนที่อยู่แล้วไม่แจ้ง มือเรียวยกหูโทรศัพท์ประจำโต๊ะก่อนจะกดโทรหาลูกค้าเจ้าปัญหา เขารอสายเพียงไม่กี่นาทีก็มีเสียงผู้ชายรับ แต่ชื่อที่จ่าหน้าไว้เป็นชื่อผู้หญิงนี่นา

 

"สวัสดีครับนี่ใช่เบอร์ของคุณพิมพ์ พัฒนโชติ รึเปล่าครับ"

อนิลหยิบปากกากระดาษมาจด เพราะเขาเพิ่งเขามาทำงานที่สำนักพิมพ์ได้ไม่นาน ข้าวของเครื่องใช้อะไรมันก็ยังมีไม่ครบเลย โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์

(ครับใช่พอดีผมเพิ่งไปขอซิมใหม่มา... ไม่ทราบว่าจากที่ไหนครับ)

"จากสำนักพิมพ์นกน้อยครับ พอดีหนังสือชุดนิยายของคุณจิตภัทรจัดส่งไปที่บ้านแลวแต่ไม่มีผู้รับ"

(อ้อ ครับ ช่วยเปลี่ยนที่อยู่จัดส่งได้ไหมครับ เดี๋ยวผมจ่ายค่าส่งเพิ่มให้)

"ไม่เป็นไรครับ แจ้งชื่อที่อยู่ใหม่ได้เลยครับ"

(ครับ ชื่อผู้รับ กวิน กิจเจริญ บ้านเลขที่ 852 ซอยอ่อนนุช 46...)

อนิลจดชื่อที่อยู่ของอีกฝ่ายแล้วก็ได้ยินเสียงของเด็กร้องไห้โยเยอยู่ตลอด ทำเอาหลุดขำ คิดว่าคนสั่งน่าจะเป็นแม่ของเด็กแล้วคนที่คุยกับเขาอยู่นี่น่าจะเป็นคุณสามีที่กำลังดูแลลูกให้...

(น้ำหวานไม่แทะกระดุมลูก ฮาโหล คุณครับ เอ่อ ถ้าหนังสือมาส่งแล้วช่วยโทรแจ้งด้วยนะครับ)

"ครับๆ เดี๋ยวผมบอกแมสเซนเจอร์ให้ ขอบคุณครับ"

อนิลวางสายไปก่อนจะเอาชื่อที่อยู่ใหม่แปะลงที่หน้ากล่อง แล้วก็ลืมไปเลยว่าควรจะก๊อปปี้เอาไว้อีกชุดอัปเดตเป็นฐานข้อมูลลูกค้า แต่ร่างบางเพิ่งเข้ามาทำงาน ก็เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก...และชื่อชื่อนั้นก็ไม่เป็นที่จดจำในสมองของอนิลอีกต่อไป

 

 

 


.............TBC...........

#2209Bnior




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18161 Defnan (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 02:57
    อ่านแล้วก็ย้อนกลับมาที่ตัวเองว่าบางที่คนที่เรารู้จักในวันนี้ อาจจะเคยเจอกันมาก่อนหน้านี้แล้วก็ได้แค่เราจำไม่ได้แค่นั้นเอง
    #18,161
    0
  2. #18096 Cartoonpbct (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 22:25
    ทุกคนเคยพบเจอกันเหมือนเป็นพรหมลิขิต
    #18,096
    0
  3. #18037 alisai (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 08:14
    อ่านไปอ่านมา ทุกคนเกี่ยวกะพิมพ์หมดเลย อนิลนี่ก็แสบจริงๆ
    #18,037
    0
  4. #17666 Cake__Cake (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:05
    ก็วนๆเวียนๆอยู่ใกล้กันมาตลอดเนาะ  ทำบุญทำกรรมร่วมมาจริงๆ
    #17,666
    0
  5. #15212 SehunMark (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 16:18
    ตามจริงก็อยู่เเค่ใกล้ๆ กันนี่เนอะ เเต่รู้สึกชอบคาเเรคเตอร์จีนมาก คิดมุมมองผู้ใหญ่ในแง่ดีตั้งเเต่สมัยก่อนเลย
    #15,212
    0
  6. #14731 CViewMED (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 16:16
    เป็นเรื่องราวที่มีแต่คนเขียนและคนอ่านอย่างพวกเรารู้สินะ^^
    #14,731
    0
  7. #11839 บานาน่าคิกซ์_ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:45
    รู้สึกได้ถึงพรหมลิขิตมาก เหมือนได้ถูกกำหนดเอาไว้เเล้ว ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานให้เขาทั้งหมดได้มาพบเจอกัน
    #11,839
    0
  8. #11832 super_man (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 22:14
    ทำบุญทำกรรมร่วมกันมา
    อาจจะเล็กน้อยหรือมากก็แล้วแต่กันไป สงสารพิมพ์อะโคตรซวยมากที่มาเจอเอิน เอินก็นิสัยแย่ไปหน่อยนะ
    หนูจีนก็คนดีมีภาวนาให้พิมพ์
    ด้วยเป็นคนที่จิตใจดีห่วงใยคนรอบข้างทั้งๆที่ก็ไม่ได้รู้จัก
    กันเลย รู้สึกรักมากเลย
    #11,832
    0
  9. #11800 陈 文月 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 16:12
    พรหมลิขิตสุดๆเหมือนทุกคนยังไงก็ต้องเจอกันแต่เจอกันในเวลาที่ถูกกำหนดแล้ว ขนลุกเลย
    #11,800
    0
  10. #11795 P_pluralthepark (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:29
    กลัวแล้วค่ะ......
    #11,795
    0
  11. #11793 deffjb (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 09:43
    ฮืออ ขนลุก ทุกคนเคยเจอกันแล้วแต่แค่จำกันไม่ได้......
    #11,793
    0
  12. #11069 pqppp (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 20:21
    ขนลุกซู่ววววววววว
    #11,069
    0
  13. #10646 pa rang (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 22:38
    พรหมลิขิตชัดๆเคยเจอกันมาแล้วทั้งนั้นแต่แค่จำกันไม่ได้
    #10,646
    0
  14. #10632 YUKX (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 21:38
    นอกจากคนที่รัก เอินนี่เทาแรงมากเหมือนกันนะนี่ 
    #10,632
    0
  15. #10520 เดร (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 09:06
    เกี่ยวพันกันหมดเลย คงทำบุญทำกรรม

    ร่วมกันมาสินะ ขอให้ลงเอยด้วยดีนะ T^T
    #10,520
    0
  16. วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 14:53
    ตอนนี้สั่งฟิคและโอนเงินเรียบร้อยแล้วคะ อยากให้แจ้งสถานะการโอนหน่อยค่าา เราไม่แน่ใจว่าไรท์เห็นหรือยัง
    #10,516
    1
    • #10516-1 LilyHZT(จากตอนที่ 49)
      1 กรกฎาคม 2560 / 15:47
      แจ้งทางอีเมล์ทุกคนค่ะ เชคเมล์ดู
      #10516-1
  17. #10515 juland (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 07:32
    จีนใจดีมากอ่าาาา ทั้งๆที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้อ่ะ
    #10,515
    0
  18. #10514 ppimdaowang (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 03:31
    เนื้อเรื้องดีมากง่ะ
    #10,514
    0
  19. #10511 Mamritore (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 17:10
    อ๋อ นี่เป็นเหตุผลที่กวินเป็นแฟนนิยายของจีนโดยบังเอิญนี่เองเพราะบ้านพิมพ์เสียกันทั้งบ้าน เรื่องเกี่ยวโยงกันหมดเลย กรรมลิขิตไหมอ่ะ5คนนี้ /เอ็นดูทุกตอนที่มีกวินกับน้ำหวานมากๆ
    #10,511
    0
  20. #10510 แม่น้องเอิน (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 12:27
    โอโห้้้้้้้้้้้้้้้้...อยู่กันแค่เนี้ย แค่เอือมมือ
    #10,510
    0
  21. #10509 P.Ploy Kung (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 11:13
    โห้ วนเวียนด้วยกันมานานแล้ว ถ้าพูดแบบโบราณๆเลยก็น่าจะทำเวรทำกรรมมาด้วยกัน
    #10,509
    0
  22. #10508 Chocomeme (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 10:11
    โลกกลมพรหมลิขิตเว่อ
    #10,508
    0
  23. #10507 FMBN9394_ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 08:13
    งื่อทุกคนเคยมีส่วนร่วมในชีวิตของกันและกันมาก่อนนะนี่ นี่รู้สึกดีกับจีนมากเลย เป็นห่วงคนอื่นทั้งๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ทำไมน่ารักขนาดนี้น้าาา ไม่แปลกเลยที่บีจะรักอ่า
    #10,507
    0
  24. #10506 MatteMe (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 01:19
    เหมือนทุกกรรมร่วมกันมา ยังไงก็ต้องเกิดมาเจอกันไรงี้ โอ้ย ลึกลับไปอีก
    #10,506
    0
  25. #10505 เป๊กเหลียง (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 01:19
    จีนคนดีของเจจจจจ้
    #10,505
    0