[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 48 : 45 : เผชิญหน้ากับอดีต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    17 ส.ค. 60









 

 

 

45

เผชิญหน้ากับอดีต

 

JOMPHOL's PART



พระเอกนางเอกในนิยายเขาทำมาหากินอะไรกันไหมครับ

ส่วนมากก็ได้มรดกมาจากโคตรเหง้าเหล่ากงเหล่าม่าแล้วก็ร่ำรวย ใช้ชีวิตไปวันๆ กับความรักและเซ็กซ์ใช่รึเปล่า

แล้วก็คงเป็นอาชีพยอดฮิต เช่น หมอและสถาปนิก ที่วันๆ ก็ไม่ทำห่าอะไร จีบสาว เที่ยวกลางคืน เมาปล้ำนางเอกอะไรแบบนี้ใช่ไหม

คุณไม่ควรสร้างความเคยชินกับการอ่านนิยายที่มันมีแต่เรื่องเพ้อฝัน หนุ่มสาวเต๊าะกันไปวันๆ คนเรามันต้องมาหากินนะครับ โลกนี้ไม่มีใครมีเงินทองใช้ได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ทำงานหรอก แต้มบุญเยอะที่สุดก็คงมีพ่อแม่รวย แต่มันก็คือชาวเกาะดีๆ นี่เอง...

ผมอายุยี่สิบหกแล้วครับ เป็นผู้ชายที่ต้องกินต้องใช้แม้จะมีความต้องการแค่ กิน ขี้ ปี้ นอน แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะสภาพคล่องทางการเงินมันไม่อำนวย แม้ว่าผมจะมีแฟนที่รายได้เยอะกว่า (น่าจะ10เท่าของที่ผมได้ต่อเดือน) แต่ผมคงไม่หน้าด้านไปขอเงินแฟนใช้จ่าย เพราะนอกจากเงินที่จะใช้เป็นค่าใช้จ่ายรายวันแล้วผมก็มีนั่นนี่จิปาถะที่อยากได้อยากมี สรุปก็คือ ไม่ทำงานก็ไม่มีเงินใช้นั่น

 

"บีจะไปไหนอะ"

เสียงของแฟนไซส์มินิที่เดินงัวเงียมาจากห้องนอนถามขณะที่ผมกำลังพยายามจะติดกระดุมคอให้ตัวเอง แต่แม่งลำบากฉิบหายไม่รู้ว่าอ้วนขึ้นหรือคอสั้นลง แล้วไอ้กระดุมห่านี่มันจะเล็กไปไหนวะ

"ไปสัมภาษณ์งาน"

ผมตอบขณะที่ถูกจินตภัทรปัดมือทิ้งก่อนจะเอื้อมมาติดกระดุมคอให้ผมแทน เขาตัวเล็กมากจนแงนมองผมทีแล้วแทบจะหงายหลังเพราะบั้นท้ายที่มองแล้วทำเอาใจสั่นทุกที ไม่รู้พระเจ้าสร้างสรีระเมียของผมให้ออกมาน่าปล้ำขนาดนี้ได้ยังไงในร่างของผู้ชายตัวเล็กสูงแค่หนึ่งร้อยห้าสิบกว่าๆ จะว่าไปเขาก็ต่างจากมาตรฐานชายไทยทั่วไปอยู่มากโข

ไม่ว่าจะ ใบหน้ากลม แก้มยุ้ย ตารีเหมือนหยดนน้ำ ริมฝีปากอิ่มชอบคว่ำลง
บึนปากล่างเหมือนเด็กงอแง แต่ยามที่ยิ้มกลับสวยหวานจนผมใจสั่น เขาไม่เหมือนผู้ชายแม้แต่น้อย ยามที่เราอยู่ใกล้กัน แต่ก็ไม่ใช่ตุ๊ดกะเทย ที่ทำตัวเป็นผู้หญิง เขาคือผู้ชายที่ดูน่ารักกว่าผู้ชายทุกคนที่ผมเคยเจอ ไม่นับอนิลที่ไม่มีเค้าของความเป็นผู้ชายเลย เพราะอนิลจะติดไปทางสวยเหมือนผู้หญิง ไม่ได้น่ารักเหมือนจินตภัทร 

"ทำไมต้องไปสมัครงานใหม่ แล้วโปรเจกต์ที่ GGM ไม่ทำแล้วเหรอ"  ใบหน้าที่ไม่ได้สวมแว่นตาเงยขึ้นมามองผม เพราะเพิ่งตื่นนอนก็เดินมาผมทั้งอย่างนั้น ผมชอบนะ ผมชอบเวลาที่เขาไม่สวมแว่นแต่จะขอให้เขาใส่คอนแท็กเลนส์ก็คงไม่ดี เพราะมันก็อันตรายเหมือนกันถ้าจะให้เขาต้องสวยแต่เสี่ยงตาติดเชื้อเอาทีหลัง

"ลองหางานใหม่ดีกว่าไม่อยากทำงานกับป้าแจน เดี๋ยวมีปัญหาอีก"

ผมคิดว่าเขาจะพอใจที่ผมเลือกที่จะไม่ไปเจอแจนอีก แต่พอเห็นจินตภัทรคิ้วขมวดเข้าหากันก็ทำเอาใจเสียไปเลย จะโดนดุอะไรอีกรึเปล่าเนี่ย...

"ปัญหาอะไร ก็งานนี้ถนัดอยู่แล้วทำไมต้องเสียโอกาสทำงานที่ชอบไปเพราะคนๆ เดียวล่ะ"

 

นั่นแหละความเมีย...

เขาไม่เข้าใจความหึงหวงเหมือนมนุษย์ทั่วไปเท่าไหร่นะผมว่า เขาสนใจแค่ผมซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี แต่ใครจะไปรู้ว่าแจนจะสร้างปัญหาให้เราอีกเมื่อไหร่...

 

"งานที่ชอบมันก็โอเค แต่ถ้าบีแคร์คนที่บีชอบมากกว่า อะไรที่มันจะสร้างปัญหาเลี่ยงๆ ไปดีกว่า" ผมบอกกับเขาก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหมายจะจูบแต่มือเล็กก็ยกขึ้นปิดปากตัวเองไว้

"ยังไม่ได้แปรงฟัน..."

ผมเลิกคิ้วมองก่อนจะกดจูบหลังมือนิ่มที่ยกปิดปากตัวเองไว้แทน จินตภัทรเอามือออกแล้วอมยิ้มจนแก้มตุ่ย

"อืม โอเค ถ้าบีอยากจะลองทำงานอื่นดูก็ได้...แต่ถ้าไม่ชอบก็ไปทำงานเดิมได้นะ เรื่องของป้าแจนจีนไม่คิดมากอะ ก็แค่ต้องทำงานด้วยกัน ถ้าบีใจแข็งมันก็จะไม่เกิดปัญหา จริงไหม"

 

จริงครับ...

จริงอย่างที่แฟนผมบอกจริงๆ ถ้าใจแข็งพอก็จะไม่เกิดปัญหา

แต่ถ้าอย่างอื่นมันแข็ง อันนี้ควรทำยังไง

 

ผมเหลือบมองดูหว่างขาตัวเองขณะที่นั่งประชุมงานอยู่ เพราะสุดท้ายไอ้ที่วางแผนจะไปสัมภาษณ์งานที่ใหม่ แม่งก็ล่มไม่เป็นท่าเพราะดันโดนเลื่อนนัดสัมภาษณ์ แถมพี่พัฒน์โทรมาขอให้ผมไปประชุมเตรียมงานด้วยตอนแรกก็ปฏิเสธครับ แต่พอเขาบอกว่าโปรเจกต์นี้จบงานผมจะได้สี่แสนห้าเพราะเป็นงานที่มีสปอนเซอร์ค่อนข้างเยอะ ผมก็รีบตกลงทันที แบ่งไว้สองแสนนี่กินใช้สบายได้เป็นเดือนๆ แถมพาเมียไปซั่มที่ศรีพันวาได้เป็นอาทิตย์โดยไม่ต้องส่งซองเถ้าแก่น้อยให้เมื่อยด้วย!

แต่เมื่อย้อนกลับไปอ่านสถานการณ์ที่ผมเจอตอนนี้ก็แอบลังเลแล้วสี่แสนห้ามันคุ้มกับการทะเลาะกับเมียที่มีรายได้เดือนเป็นล้านรึเปล่า (เพราะล่าสุดนิยายเมียผมได้เอาไปทำภาพยนต์ก็ได้ค่าลิขสิทธิ์เป็นล้านเลยผมแอบเห็นเช็คที่เอินเอามาให้จีน) มันจะคุ้มไหมที่จะมานั่งหรรมตุงเพราะตีนยัยแจนที่ยื่นมาแหย่ไม่หยุด....

มันมีเส้นบางๆ ระหว่าง 'อยากแกล้ง' กับ 'ยั่วให้อยาก' เพราะแจนเองก็มีนิสัยกวนประสาทไม่น้อย ใบหน้าของแจนตอนนี้โดนกลบร่องรอยช้ำม่วงด้วยเครื่องสำอางที่น่ามหัศจรรย์สุดๆ เธอดูสวยเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือกวนตีนผมเหมือนเดิมเช่นกันอาจจะเพราะแค้นใจที่ผมไม่ไปต่อยกับไอ้แจ็คมีเรื่องกันให้สมใจคนขี้ยุ

กว่าจะประชุมเสร็จยัยแจนก็โดนผมหยิกขาไปสามรอบ จนรอบสุดท้ายผมแกล้งขยับเก้าอี้ออกแล้วเจ๊แกก็หงายเงิบตกเก้าอี้ไป

"ไอ้บ้า!"

แจนด่าผมเสียงกระซิบขณะที่เรายืนอยู่ในลิฟต์ตัวเดียวกันรวมกับพนักงานในตึกหลายชีวิตที่เบียดกันเข้ามาเหมือนลิฟต์มีหลุมดำ

"เจ๊หาเศษหาเลยกับผัวเก่าเหมือนหาใหม่ไม่ได้แล้วงั้นอะ" ผมหันไปกระซิบตอบแล้วก็ตามคาดโดนหยิกกลับมาทันที

"คนเราสันดานมันไม่เปลี่ยนง่ายๆ หรอกจีนน่าจะรู้ดี แต่ก็คงมั่นใจว่าเธอเชื่องพอที่จะไม่นอกใจง่ายๆ สินะ"

ผมไม่ชอบท่าทางแจนเลย เขาดูเหยียดผมนิดๆ ตั้งแต่เขามองออกว่าผมกลัวเมียมากแค่ไหน เพราะจินตภัทรไม่เหมือนพิมพ์ มันก็ไม่ง่ายที่ใครจะทำให้ผมเกรงใจขนาดนี้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเอามาล้อเหมือนผมเป็นหมาอะ

"เขาเรียกเชื่อใจ คนเรามันรักกันอะต้องเชื่อใจกันนะรู้ป้ะ"

"หึ เหมือนที่..."

พอเขาจะอ้าปากเปรียบเทียบเรื่องพิมพ์ขึ้นมา ผมก็เรียนรู้ได้ในวินาทีนั้นเองว่าไม่ใช่แค่ผมที่กลัวเมีย แต่แจนควรจะกลัวเมียผมเอาไว้มากๆ ด้วย

"ถ้าเจ๊ไม่อยากโดนตบอีกรอบเจ๊ควรจะสงบปากสงบคำ เมียผมจริงๆ ก็ตบเก่งเหมือนเพื่อนเขานะ..."

เงียบครับ ป้าแจนเงียบไปเลย ยัยหมวยที่เคยทำหน้ากวนใส่ตอนนี้เจื่อนไปทันที แน่นอนว่าผมไม่ได้ขู่ลอยๆ นี่เป็นประสบการณ์ตรงจากผู้ที่เคยโดนคุณจินตภัทรตบมาแล้ว เมียผมอะตบทีเหมือนโดนตีนถีบ...

"แกเคยโดนตบเหรอ" แจนกระซิบถามท่าทางกลัวๆ

"อืม กรามแทบหลุด เลือดกลบปากเลย" ผมตอบใส่ไข่ใส่หมูไปเพียบ

 

ขณะที่เราคุยกันอยู่ลิฟต์ก็ลงมาถึงชั้นล่างพอดี ผู้คนเริ่มทยอยออก ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

แต่พอผมเดินออกมาแจนกลับยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิมและยืนตกตะลึงอะไรบางอย่างอยู่ ผมหันไปมองตามสายตาของเธอแต่ไม่เห็นใคร พอหันกลับมาก็เห็นแจนยืนทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

"แจน..."

ผมเรียกแจนแต่เหมือนเธอไม่ได้ยิน เธอยังคงมองอะไรบางอย่างที่อยู่ในกลุ่มคนมากมายด้านหลังของผม ก่อนที่ประตูลิฟต์จะค่อยๆ ปิดลง ผมงงเล็กน้อยกับท่าทีของแจน แต่ก็เดินออกมาเพราะอยากกลับบ้านแล้ว ผมล้วงกระเป๋าหาโทรศัพท์กะว่าจะโทรบอกแฟนก่อนว่าประชุมเสร็จแล้ว แต่ขณะที่กำลังเดินก้มหน้ากดโทรศัพท์อยู่ก็มีใครบางคนเดียวมาขวางผมไว้ ผมมองที่รองเท้าหนังที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาหวังว่าจะขอทาง แต่เมื่อสบตากับคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคำพูดที่กำลังลังจะเอ่ยออกไปถูกกลืนกลับลงไปในคอโดนอัตโนมัติ....ผมคิดว่าผมรู้แล้วว่าทำไมแจนถึงไม่กล้าออกมาจากลิฟต์

"ไงไอ้เสือ ไม่เจอกันนานนะ..."

เสียงของชายวัยกลางคนตรงหน้าเอ่ยทักผมขึ้นมาก่อนด้วยสีหน้าและสายตาที่ผมอ่านไม่ออก...

"คุณลุง สวัสดีครับ" ผมทำได้แค่ยกสองมือขึ้นมาพนมไหว้เขา แบบที่ผมเคยทำมาก่อนเมื่อหลายปีก่อน

"อ่า ฉันไม่ใช่คุณพ่อเหมือนเมื่อก่อนแล้วสินะ ไม่ชินเลยเวลาที่เธอทำตัวเหินห่าง"

เมื่อวานผมถูกจินตภัทรจับจูงมือพาเดินไปยังโลกที่แสนสวยงามพร้อมกับความรักที่ถูกปลูกขึ้นใหม่อีกครั้ง

แต่เพียงชั่วข้ามคืน ผมถูกดึงกลับมาบนโลกใบเดิมที่เคยเจ็บปวดอีกครั้ง...

 

....................

เสียงโทรศัพท์เรียกให้คนที่ใช้เวลานอนกลางวันหลังมื้อเที่ยงโงหัวขึ้นมาจากหมอนนุ่มมือเรียวป่ายปัดไปทั่วหัวเตียงคว้าแว่นมาสวมก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ชื่อที่โชว์บนหน้าจอ 'ป้าแจน' ทำให้จินตภัทรบึนปากขมวดคิ้วงงๆ ก่อนจะกดรับ

ความหงุดหงิดงุนงงที่เกิดขึ้นค่อยๆ สลายหายไปเมื่อฟังน้ำเสียงของอีกฝ่ายที่สั่นเครือและร้องขอความช่วยเหลืออย่างเร่งรีบ ร่างเล็กลุกพรวดขึ้นมานั่งเบิกตาขณะที่คนในสายพูดอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างร้อนรน

"พ่อของพิมพ์มาที่ตึก เราไม่รู้ว่าเขามาทำอะไรแต่ตอนเขามองเราสายตาของเขามันน่ากลัวมากจนเราไม่กล้าเดินออกจากลิฟต์ แต่พอเขาเห็นบีก็รีบเดินไปดักบีเอาไว้ เราไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรแต่เขาเคยขู่จะทำร้ายเรา หลังจากพิมพ์เสีย จีนเราว่าบีอยู่ในอันตราย...."

 

....................

 

"ไม่ได้มากินข้าวด้วยกันนาน รู้สึกเกร็งๆ สินะ"

"ครับ..."

จอมพลมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความรู้สึกที่มันตีกันไปหมดในหัว เขาไม่ได้กลัว หรือหวาดผวา เพียงแต่..พ่อของพิมพ์เคยเป็นหนึ่งในคนที่ 'รักเขา' เหมือนกับลูกแท้ๆ แต่หลังจากที่พิมพ์เสียไปแล้วญาติทางฝั่งแม่ของพิมพ์แทบจะรุมประชาทัณฑ์เขา และวุ่นวายกับพ่อแม่เขา พ่อของพิมพ์กลับไม่อยู่ในเหตุการณ์ต่างๆ และเงียบหายไปเหมือนมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แม้แต่ในวันที่เขาไปงานศพของพิมพ์ พ่อของพิมพ์กลับเบือนหน้าหนีไปไม่ทักทายหรือรับไหว้เขาด้วยซ้ำ นั่นก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้จอมพลเสียใจและรู้สึกผิดหวัง แต่เมื่อมาถึงตอนนี้เขากลับมองโลกเปลี่ยนไป พ่อของพิมพ์คือคนที่สูญเสียลูกสาวไปในวัยที่กำลังจะเป็นกำลังสำคัญที่จะตอบแทนเลี้ยงดูพ่อแม่ เพราะพิมพ์เองก็เป็นลูกสาวแท้ๆ เพียงคนเดียวที่ครอบครัวนี้มี ส่วนพี่น้องที่มีก็เป็นลูกป้าลูกอาทั้งนั้นที่มาอินเนอร์แรงสาปแช่งด่าเขาก่อนหน้านี้

"ไม่ได้เจอกันนาน เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไปเลยตั้งแต่ตอนนั้นสินะ"

"ครับ"

จอมพลยังคงถามคำตอบคำไม่สามารถที่จะแสดงความเห็นอะไรไปมากกว่านั้น เขายังติดอยู่กับความรู้สึกที่สับสนและหดหู่ในทุกๆ ครั้งที่เจอคนในครอบครัวของพิมพ์ มันมีทั้งความรู้สึกผิดที่ถูกตอกย้ำและเตือนให้นึกถึงวันที่เขายืนอยู่ที่หน้าห้องไอซียูแล้วมองพ่อแม่ของพิมพ์ร้องไห้เหมือนหัวใจสลายตอนที่หมอเดินออกมาบอกว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว...

นั่นคือเหตุผลว่าต่อให้พ่อแม่พิมพ์มาระรานยังไง แม่ของเขาก็บอกเสมอว่าให้อดทน แล้วตัวเขาเองก็เติบโตขึ้นจากเหตุการณ์นั้น การสูญเสียพิมพ์อาจจะสร้างบาดแผลเอาไว้ให้คนรอบตัวเขาไม่ว่าจะเป็นกวินหรือยลรดา แต่ทุกคนก็สามารถที่จะพ้นข้อกล่าวหาไปได้ไม่ว่าจะเป็นกวินที่เป็นฝ่ายเริ่มวางกับดักให้พิมพ์มาเจอเขาอยู่กับแจน หรือแจนเองที่ท้าทายและมีปัญหากับพิมพ์มาตั้งแต่ก่อนคบกับเขา

แต่คนที่เลี่ยงความผิดไปไม่ได้คือตัวเขาเอง...ที่ทำให้พิมพ์เสียใจ

เหมือนที่จินตภัทรบอกว่าเขาควรสำนึกเอาไว้เสมอถึงความผิดที่ทำลงไปก่อนจะกล่าวโทษใคร พอได้มานั่งอยู่ต่อหน้าพ่อของพิมพ์แล้ว เขาก็รู้ว่าประเด็นหลักที่ทำให้เขาต้องโดนบาปกรรมตามทันและรับเอาผลที่ตามมาด้วยครอบครัวและชีวิตของตัวเองเพราะว่าตัวเขาเองก็ทำลายชีวิตคนอื่นเช่นกัน...

 

"ฉันอยากเจอเธอก่อนหน้านี้ แต่แจ็คเขาขอเอาไว้ว่ามีอะไรให้พูดกับเขา...เธอมีเพื่อนดีนะ"

จอมพลได้แต่ยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบายกับคำว่า 'มีเพื่อนดี' ที่พ่อของพิมพ์พูด เขาไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้กวินพูดคุยอะไรหรืออธิบายอะไรกับครอบครัวพิมพ์ไป โดยที่เขาไม่มีโอกาสได้พูดแม้แต่คำเดียว....

"ผมไม่ทราบครับว่าแจ็คไปคุยกับคุณลุง เขาไม่เคยบอก.."

จอมพลเลือกที่จะพูดตรงๆ เขาเหนื่อยเหลือเกินที่จะต้องเงียบในขณะที่ไม่เคยรู้เลยว่ากวินทำอะไรลับหลงเขาบ้าง

"อืม ฉันเข้าใจ แจ็คเป็นเด็กดีนะ เขามาหาฉันกับแม่ของพิมพ์หลังจากนั้นหลายครั้ง หลังๆ พอมีหลานก็เลยห่างหายไปแต่ก็ยังโทรมาถามสารทุกข์สุกดิบกัน เขาช่วยครอบครัวของเราไว้ตอนที่มีปัญหาเรื่องเงินประกันของพิมพ์เพราะบริษัทประกันคิดจะตุกติกเราด้วยการอ้างว่าพิมพ์ตั้งใจฆ่าตัวตาย ตอนนั้นฉันไม่รู้จะทำยังไงแต่แจ็คก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาให้ทนายที่บ้านเขามาดูแลคดีจนจบ"

"ไม่ครับ เขาไม่เคยพูด..."

มันเป็นความรู้สึกที่หน่วงอยู่ลึกๆ ในใจ กับทุกถ้อยคำที่พ่อของพิมพ์พูดออกมาเหมือนตั้งใจที่จะชื่นชมกวินให้ฟัง ในขณะที่เขาไม่สามารถทดแทนอะไรให้ครอบครัวของพิมพ์ได้เลย เพราะไม่เคยได้รับโอกาสแม้แต่จะให้เขาเอ่ยคำว่าขอโทษ

"เธอยังโกรธพวกเราอยู่สินะ เรื่องที่ทำให้ครอบครัวเธอเดือดร้อน แต่ฉันอยากให้เธอรู้ว่าคนที่สูญเสียมักจะมองหาใครสักคนเพื่อกล่าวโทษหรือกลายเป็นแพะรับบาป ครอบครัวของเราก็เหมือนกัน เพราะพิมพ์เป็นเหมือนนางฟ้าและเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัวการสูญเสียเขาไปตอนนั้นสิ่งที่เรารับรู้ก็คือเธอทำให้พิมพ์เสียใจ เพราะเธอมีคนอื่น เธอคงปฏิเสธไม่ได้ว่า...."

"พิมพ์ไม่ได้คบผมคนเดียว คุณลุงทราบไหมครับ"

"เธอกำลังจะบอกว่าลูกสาวฉันเองก็นอกใจเธอเหรอ"

"เขาไม่เคยนอกใจผม แต่พิมพ์เขาไม่เคยมีผมอยู่ในใจคนเดียวมาตั้งแต่แรก ขณะที่เราคบกัน พิมพ์เขาคบกับแจ็คด้วย นั่นคือสาเหตุที่แจ็คพยายามกุลีกุจอช่วยครอบครัวคุณลุง ผมจะไม่พูดว่าตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำเพราะตอนนี้ผมเข้าใจคุณลุงเรื่องที่สูญเสียพิมพ์ไปผมรับผิดในส่วนที่ทำให้พิมพ์เสียใจ แต่ใช่ว่ามจะเสียใจไม่เป็น เพราะพิมพ์เขาไม่เคยรักผมมากเท่าที่ผมรักเขา.."

จอมพลไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขามีความกล้ามากมายขนาดนี้ แต่ปฏิกิริยาของอีกฝ่ายดูเหมือนจะอึ้งไปและเลือกที่จะหันไปจิบน้ำแล้วเรียกบริกรมาสั่งอาหาร ชายหนุ่มมองแก้วน้ำตรงหน้าและได้แต่คิดว่าตอนนี้จินตภัทรกำลังทำอะไรอยู่ อาจจะกำลังนอนหลับสบายหรือตื่นขึ้นมาเขียนนิยายที่ชอบ จินตภัทรน่าจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้จอมพลหลุดไปจากความอึดอัดตรงหน้าได้

 

ขณะที่กำลังคิดถึงคนรักอยู่ในใจมองอาหารที่ยกมาเสิร์ฟตรงหน้า สายตาก็เหลือบมองออกไปที่ถนนนอกร้านที่ฝั่งตรงข้ามเขาเห็นหญิงสาวที่ยืนรอข้ามถนนอยู่ ผมยาวสลวยกับเดรสสีชมพูที่เข้าชุดกับกระเป๋าที่สะพายไว้ที่ไหล่ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับมือที่เสยผมช้าๆ เสี้ยวใบหน้าที่จอมพลมองเห็นตอนนั้นมันทำให้ชายหนุ่มหัวใจเต้นแรงและลุกขึ้นจากที่นั่งโดยไม่ได้ยินเสียงของชายวัยกลางคนที่พยายามเรียกเขา

ร่างสูงใหญ่เปิดประตูออกไปนอกร้านอย่างรีบร้อน สายตายังจับจ้องหญิงสาวที่ยืนอยู่อีกฝั่งของถนน เธอยังยืนอยู่ตรงนั้นและมองรถที่ยังวิ่งอยู่เพื่อรอข้าม

วินาทีที่ตะโกนเรียกอีกฝ่ายออกไปอย่างลืมตัว จอมพลไม่ได้ยินเสียของตัวเองเลย และคิดว่าผู้หญิงคนนั้นก็คงไม่ได้ยินเช่นกัน ราวกับโลกทั้งใบเงียบสงัด มีเพียงภาพของรถที่ผ่านตาไป

เบื้องหลังที่ชายหนุ่มยืนคนอายุมากมองร่างของจอมพลค่อยๆ ก้าวลงจากฟุตบาทขณะที่รถบรรทุกสี่ล้อเล็กกำลังตะบึงขับเข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความเร็ว...

"บี!"

คนเป็นพ่อที่สูญเสียลูกสาวไปใจเต้นไม่เป็นส่ำขณะที่มองจอมพลที่ยืนอยู่ริมฟุตบาทกำลังจะก้าวขาลงไปเหยียบพื้นถนน เสี้ยววินาทีที่มือเหี่ยวย่นยกขึ้นกุมหัวใจตัวเองและมองรถบรรทุกคันใหญ่วิ่งตรงมาที่ร่างของอดีตแฟนหนุ่มของลูกสาว จู่ๆ ก็มีร่างเล็กๆ เหมือนเด็กมัธยมที่วิ่งมากระชากแขนจอมพลกลับขึ้นมาบนฟุตบาท ท่ามกลางเสียงแตรรถบรรทุกสี่ล้อเล็กที่ดังลั่นจนทุกคนในบริเวณนั้นรวมทั้งคนในร้านตกใจไปตามๆ กัน

"บี!"

เสียงของจินตภัทรเรียกสติคนที่ยังยืนมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สายตาของจอมพลยังคงมองหาใครบางคนอยู่แต่หญิงสาวที่เดินข้ามฝั่งมากลับมีลักษณะที่คล้ายแฟนเก่าเขาเฉยๆ แต่พอเดินมาใกล้ๆ กลับเหมือนคนละคนกันเลย

"จีนถามว่าบีทำอะไร ได้ยินไหมเนี่ย" เสียงดุๆ ของจินตภัทรถามซ้ำอีกครึ่งขณะที่กระชากข้อมือหนาให้เดินตามมา แต่จอมพลกลับขืนตัวเอาไว้ ก่อนจะหันไปที่ร้าน

"บีแค่... จีน บีกำลังจะกินข้าวกับพ่อของพิมพ์"

จินตภัทรมองใบหน้าของคนรักด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหดหู่ ราวกับความรู้สึกที่มันบิดเบี้ยวในใจของคนที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่สร้างสถานการณ์บางอย่างขึ้นมาในช่วงเวลาที่มีความกังวลใจ หรือยังคิดวนเวียนอยู่กับความผิดของตัวเองไม่ต่างจากแจนที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน...

 

flashback

"พ่อของพิมพ์มาที่ตึก เราไม่รู้ว่าเขามาทำอะไรแต่ตอนเขามองเราสายตาของเขามันน่ากลัวมากจนเราไม่กล้าเดินออกจากลิฟต์ แต่พอเขาเห็นบีก็รีบเดินไปดักบีเอาไว้ เราไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรแต่เขาเคยขู่จะทำร้ายเรา หลังจากพิมพ์เสีย จีนเราว่าบีอยู่ในอันตราย...."

จินตภัทรฟังคำพูดของอีกฝ่ายแล้วรู้สึกสับสนไปหมด เขาเหลือบมองนาฬิกาเพื่อความแน่ใจว่านี่มันกี่โมงกี่ยาม ทำไมคนที่โทรมาถึงพูดอะไรไม่รู้เรื่องเลย ดูเพ้อๆ เหมือนคนเมา...

"เดี๋ยวนะๆ เจอที่ไหน"

(ที่ตึกอะ เขามายืนรออยู่แล้วก็...)

จินตภัทรลุกจากเตียงแล้วเดินไปเปิดม่านดู นี่ก็แค่ช่วงบ่ายแก่ๆ ยลรดาก็ไม่น่าจะดื่มเวลานี้เลยนะ

"แน่ใจนะว่าไม่ได้มองผิด"

ร่างเล็กถามก่อนจะหยิบสายสมอล์ทอล์กมาเสียบแล้วมือก็กดเข้าแอป life360 ที่เอาไว้บอกตำแหน่งของอีกฝ่าย จริงๆ เขามีมันมาตั้งนานแล้วและโหลดเอาไว้ในเครื่องของจอมพลแต่แอปซ่อนไอคอนไว้ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ พอกดดูก็เห็นจุดแจ้ง GPS อยู่บริเวณร้านอาหารแถวถนนสุขุมวิทใกล้ตึกที่จอมพลไปทำงาน

(ไม่เราจำเขาได้ พ่อของพิมพ์เขาเคย...)

จินตภัทรถอนใจกับความเพ้อเจ้อของอีกฝ่าย พลางส่งข้อความไปหากวินว่า 'ป้าแจนต้องการหมอ'

ก่อนจะเรียบเรียงคำพูด ค่อยๆ อธิบายช้าๆ ชัดๆ ให้คนในสายหยุดเพ้อเสียที

"แจน พ่อของพิมพ์เขาเสียไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เขาจะมาได้ไง เรายังคุยกับแจ็คอยู่เลย แจ็คไปงานศพแล้วญาติเขาก็ฝากเงินก้อนหนึ่งมาให้บี เงินที่ให้มันมาซื้อคอนโดฯ อยู่เนี่ย ไม่เชื่อโทรถามแจ็คดิ พ่อแม่ของพิมพ์เสียไปแล้วทั้งคู่เลย คุณแม่เสียก่อนเพราะเป็นมะเร็งส่วนคุณพ่อเขาตรอมใจ เพราะแบบนี้ถึงไม่มีใครไปวุ่นวายกับบีอีกไง"

หลังจากที่แจนเงียบแล้ววางสายไปจินตภัทรก็ออกจากห้องแล้วเรียกวินมอเตอร์ไซค์นั่งมาลงตามที่ GPS แจ้ง แต่พอลงรถได้ก็เจอจอมพลกำลังยืนเหม่ออยู่หน้าร้านอาหาร ทำท่าเหมือนจะข้ามฝั่งไป จังหวะที่อีกฝ่ายจะก้าวขาลงจากฟุตบาทโชคดีที่ร่างเล็กวิ่งมาคว้าเอาไว้ทัน

 

flashcome

"กูไม่ได้อยากจะปิด แต่พ่อเขาบอกกูก่อนจะเสียว่าไม่ให้พูด"

คำสารภาพจากปากเพื่อนสนิททำเอาคนที่ถูกลากกลับมาที่ห้องได้แน่นั่งทบทวนความจำว่าตัวเองเดินออกมาจากตึกได้ยังไง แล้วคุยกับใครระหว่างนั้น แต่เมื่อสอบถามพนักงานในร้านก็ได้รับคำยืนยันว่าจอมพลมาคนเดียวแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรกับใครเลย แค่นั่งดูเมนูอาหารนานไปหน่อย แล้วจู่ๆก็เดินออกจากร้านไปเหมือนเจอคนรู้จัก

แต่เรื่องที่จอมพลคิดว่าเขารับไม่ได้ที่สุดคือเรื่องของเงินที่กวินเสนอมาให้เขายืมตอนที่กำลังหาที่อยู่ อาจจะเพราะกลัวว่าเขาจะสงสัยก็เลยพูดว่าให้ยืม แต่ก็ไม่เคยคิดจะทวงคืน เพราะคอนโดฯ ที่เขาอยู่มันราคาเกือบสี่ล้าน เขาก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมกวินถึงให้ยืมเงินเยอะขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรเพราะตอนนั้นเขาก็ลำบากจริงๆ

"พ่อเขาฝากประกันของพิมพ์เงินไว้ให้มึงส่วนนึง เขาอยากขอโทษเรื่องที่ทำให้มึงลำบากแล้วเขาบอกพิมพ์อยากให้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามพูดว่าเขาให้ ส่วนเรื่องที่มึงเล่า มันก็จริงกูช่วยเรื่องรับเงินประกันจริงแต่กูแค่อยากช่วยไง พ่อแม่เขาก็เดือดร้อนนะ เสียลูกสาวไปคนนึงแถมบริษัทประกันยังจะมาเอาเปรียบอีกเพราะแม่งหาว่าพิมพ์ตั้งใจฆ่าตัวตาย... แต่ไอ้เหี้ยกูจะเชื่อได้ไงวะว่ามึงโดนผีหลอกกลางวันอะ ไอ้สัดทำไมต้องมาอะไรวันนี้วะ ตอนเย็นไปแฮปปี้เบิร์ทเดย์หลานกูด้วยนะ น้ำหวานรีเควสมึงด้วย"

กวินบ่นจบก็ถอนใจออกมาด้วยความรู้สึกที่โล่งอกที่ไม่ต้องปิดบังอีกแล้วและที่สำคัญเขาไม่เคยพูดปกป้องพิมพ์ได้เต็มปากเลยว่าทำไมเขาถึงไม่เคยเกลียดพิมพ์ เพราะยังไงพิมพ์ก็รักเพื่อนเขาไม่งั้นคงไม่ไปขอให้พ่อแม่เขาเอาเงินมาให้จอมพล ซึ่งมันก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคลของพ่อแม่เขาอีกนั่นแหละจู่ๆก็เรียกเขาไปหาแล้วบอกว่า "พิมพ์เขาอยากฝากเงินประกันส่วนหนึ่งให้แฟนเขา ลุงเชื่อใจแจ็คนะ"

เรื่องเหนือธรรมชาติแบบนี้เขาไม่เคยเจอจังๆ กับตัวเองแต่ก็กลัวผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยรับปากรับคำพ่อแม่พิมพ์มา แต่สุดท้ายเขาก็ถูกพ่อของพิมพ์ย้ำเอาไว้ว่าอย่าบอกจอมพลเรื่องเงินเด็ดขาด แต่ก็ไม่รู้ทำไมมาถึงตอนนี้คุณพ่อถึงโผล่มาบอกอดีตลูกเขยด้วยตัวเองซะนี่....

"วันเกิดพิมพ์...วันนี้วันเกิดพิมพ์" จอมพลพึมพำออกมาจากความทรงจำที่นึกออกในตอนนั้น...

ใช่ เขาลืมวันเกิดพิมพ์ วันนี้เมื่อสองปีที่แล้ว และเมื่อปีที่ผ่านมา เขามักจะมองเห็นอะไรแปลกๆ เสมอแต่เขาไม่เคยเชื่อเรื่องผีสางเทวดาอะไรทั้งนั้น จอมพลคิดว่าเขานอนน้อยและประสาทหลอนไปเอง แต่ทุกปีที่เป็นวันเกิดของพิมพ์เขาจะต้องเจออะไรที่นึกถึงเธอเสมอ อาจจะเพราะเธอไม่อยากให้เขาลืมเธอ เพียงแต่ปีนี้มันรุนแรงต่างจากทุกๆ ปี อาจจะเพราะเขามีจินตภัทรแล้ว

"กูลืมสนิทเลย..." กวินสารภาพออกมาพลางนึกถึงเรื่องที่จะบอกอนิล เขายังไม่เคยบอกแฟนเลยเลยว่าพิมพ์กับน้ำหวานเกิดวันเดียวกัน เขาปรึกษาพี่สะใภ้แล้วก็ยังหาวิธีพูดแบบที่ไม่ให้อนิลคิดมากหรือเสียใจอีก...

"คงเพราะทุกคนลืมละมั้ง พิมพ์ถึงมาหา..."

ทั้งจอมพลและกวินหันไปมองจินตภัทรด้วยท่าทางหวาดผวา และเป็นกวินที่ตัดพ้อคนแรกเพราะกลัวผี ไม่ว่าจะเป็นผีของคนที่รักก็ตาม...

"จีน...ทำไมพูดน่ากลัวเงี้ย"

"แจ็คมีเอินแล้วก็ลืมไปทำบุญให้พิมพ์ เขาก็มาทวง ถ้าวันนี้ไม่ไปอีก คืนนี้เขาก็น่าจะ..."

"จีน! หยุดพูดนะ!"

จอมพลมองแฟนตัวเล็กโดนเพื่อนตัวใหญ่แต่ใจมดแกล้งปิดปากแล้วลากลงจากเตียงเหมือนตุ๊กตาตัวเล็กๆ ที่ไม่มีแรงจะสู้คนตัวโตกว่า เขาคิดอยู่เสมอว่าตัวเองโชคร้ายแต่ในวันนี้เองที่เขาคิดว่าตัวเองโชคดีและเลิกคิดว่ากวินคือคนที่ทำให้เขาต้องเจอเรื่องแย่ๆ ก็คงอย่างที่จินตภัทรเคยบอก...กวินเองก็อาจจะไม่ใช่เพื่อนที่ดีที่สุด แต่การรักษาสัญญาแล้วยังเอาเงินที่พ่อแม่พิมพ์ให้ไว้มาจ่ายค่าคอนโดฯ ให้เขา ทั้งที่จริงๆ เงินมากมายขนาดนั้นถ้ากวินเป็นคนไม่ดี แถมพ่อแม่ของพิมพ์ก็ห้ามบอกเขาอีก มีตั้งหลายวิธีที่จะโกงเงินก้อนนี้ไป ถ้ากวินไม่ใช่เพื่อนก็คงไม่รักษาเงินก้อนนี้ไว้ให้

สุดท้ายก็คงเป็นเรื่องพิมพ์ที่เขาคิดมาตลอดว่าอีกฝ่ายไม่เคยรักเขาเลย...

แต่ถ้าไม่รักกัน ก็คงไม่ทำแบบนี้

เขาคงไม่เชื่อเรื่องที่กวินบอกหรือสิ่งที่พ่อแม่ของพิมพ์เจอ หากวันนี้เขาไม่เจอเรื่องนี้กับตัว

เขายังจำได้ในวินาทีที่มองหน้าพ่อของพิมพ์ และอีกฝ่ายยังมีสายตาที่เอ็นดูเขาเหมือนเคย

พ่อของพิมพ์คงอยากบอกให้เขาเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นพ่อที่เสียลูกสาวไป และคงอยากรับฟังความทุกข์ของเขาเช่นกัน

 

"บี..."

มือเรียวโอบไหล่หนาขณะที่ดึงอีกฝ่ายมากอดเอาไว้ คำสารภาพจากปากที่แม้จะรู้สึกละอายแก่ใจแต่เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของคนรัก ก็ถูกเอ่ยออกไปทั้งน้ำตา...

"บีคิดถึงพิมพ์...ฮึก ขอโทษนะจีน..."

"ไม่เป็นไรบี จำแต่เรื่องดีๆ ของเขาเอาไว้นะ เราคบกันที่ปัจจุบันแต่ให้พิมพ์เป็นอดีตที่สวยงามต่อไปเถอะนะ ไม่ต้องลืมเขาหรอก ไม่เป็นไร จีนโอเค"

กวินได้แต่เดินถอยออกมาและปล่อยให้พื้นที่นั้นเป็นของจอมพลกับคนรัก แม้จะแอบรู้สึกอิจฉาที่จินตภัทรดูพร้อมที่จะเข้าใจเพื่อนเขาอย่างไม่มีข้อแม้ ผิดกับอนิบที่สะเทือนใจง่ายและขี้น้อยใจจนเขาคิดหนักที่จะบอกความจริงเรื่องน้ำหวานเกิดวันเดียวกับพิมพ์ออกไป เขายอมรับว่าก่อนหน้านี้เขารักและหลงหลานสาวมากราวกับเป็นตัวแทนของพิมพ์แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว...

 

....................

 

รถเบนซ์สปอร์ตสี่ประตูจอดที่หน้าบ้านเพราะวันนี้แบมกับแก้มยุ้ยก็มาฉลองวันเกิดให้ยัยน้ำหวานด้วยเพราะพ่อกับแม่ของน้ำหวานดันมีงานด่วนที่ภูเก็ตเลยไม่ได้อยู่ฉลองกับลูกสาว อาคนสวยอย่างแบมก็เลยอาสามาสร้างความบันเทิงให้หลานที่จอดรถก็เลยไม่พอ

กวินมองตุ๊กตาลูกเจี๊ยบสีขาวที่นั่งหน้ากลมๆ ตัวก้อนๆ อยู่ข้างที่นั่งคนขับแล้วก็ได้แต่อมยิ้ม เขานึกถึงหน้าของอนิลและคิดว่าเจ้าลูกเจี๊ยบนี่หน้าตาเหมือนแฟนเขาจริงๆ ขณะที่กำลังลงจากรถและอุ้มเจ้าตุ๊กตาลูกเจี๊ยบกลมๆ เอาไว้ในอ้อมแขน บรรยากาศของบ้านดูเงียบจนกวินรู้สึกแปลกๆ ทั้งที่ก่อนจะออกมาหาจอมพลบ้านทั้งบ้านมีแต่เสียงวุ่นวานของแบม และอนิลที่ชวนน้ำหวานเล่นอยู่ชั้นบนเพราะไม่อยากให้น้ำหวานเป็นเซอร์ไพรซ์ก่อนเวลา

แต่ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้าน โต๊ะกลมที่วางเค้กเอาไว้กลางบ้านกลับล้มคว่ำและมีร่องรอยเหมือนมีคนเข้ามาค้นบ้านเขา ทุกอย่างในบ้านกระจัดกระจายแม้แต่ของเล่นของน้ำหวานก็เละเทะเต็มพื้นไปหมด กวินทิ้งตุ๊กตาแล้วเดินไปดูในครัวกลิ่นคาวเลือดลอยมาแตะจมูกเป็นอย่างแรก ก่อนที่เขาจะมองเห็นขาของแก้มยุ้ยที่นอนอยู่ตรงพื้นหลังตู้โดยที่มีน้องสาวของเขากอดอีกฝ่ายเอาไว้แน่น สภาพของแบมไม่ต่างจากอีกฝ่ายเพียงแต่ยังมีสติอยู่

"แบม เกิดอะไรขึ้น ใครทำ น้ำหวานไปไหน"

"อีลูกศร ฮึก มันเข้ามา มันขึ้นไปชั้นบน ฮึก แบมลุกไปไม่ได้ ขาเจ็บ..."

ทันทีที่ได้ยินคำบอกเล่าของน้องสาว กวินรีบกดโทรแจ้งตำรวจก่อนจะค่อยๆ เดินขึ้นไปชั้นบนเพราะคิดว่าลูกศรยังคงอยู่ในห้องหลานสาวของเขา หัวใจเต้นแรงในทุกย่างก้าวที่กำลังเดินขึ้นไป น้ำตาอุ่นไหลอาบแก้มด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัว มือของร่างที่นอนอยู่หน้าประตูทำเอาใจหาย แต่เมื่อเห็นเส้นผมที่กระจายอยู่ก็รู้ว่าไม่ใช่แฟนของเขา

กวินหยิบแจกันลายมังกรที่อยู่ที่พื้นขึ้นมาไว้ในมือ ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูเข้าไป สายตาเหลือบไปเห็นมีดทำครัวที่ปักอยู่ที่อกของลูกศรก็ทำเอาใจหาย เงยหน้ามองเข้าไปในห้องเขาก็เห็นอนิลนั่งอยู่บนเตียงสายตายังจับจ้องไปที่ร่างของลูกศรด้วยความระหวาดระแวงและเหนื่อยหอบ สองมือของอนิลเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดที่เริ่มแห้งกรัง

"เอิน...น้ำหวานอยู่ไหน" กวินกระซิบถามทั้งน้ำตา เขากลัวคำตอบจากปากของอนิล ได้แต่ภาวนาให้หลานสาวของเขายังปลอดภัย อนิลมองหน้าเขาก่อนจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากให้เงียบๆ  ก่อนที่ร่างบางจะลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้าที่อยู่ข้างเตียงนอน เด็กหญิงตัวน้อยนอนหลับสนิทอยู่ในตู้มีหูฟังเสียบอยู่ที่หู

"น้ำหวานนอนฟังเพลงในมือถือเราแล้วหลับไปตอนมันเข้ามาเรากำลังจะเข้ามาปลุก แต่พอได้ยินเสียงแบมข้างล่างก็เลยอุ้มน้ำหวานมาซ่อนในนี้ มันคงไม่รู้ว่ามีผู้ชายอยู่บ้านเพราะแอบปีนเข้ามาหลังจากที่แจ็คออกไปพอดี พอมันเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนเราก็กันมันออกไปนอกห้องแล้วก็..."

เสียงที่ระโหยโรยแรงของอนิลและเลือดที่ซึมออกมาดวงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ บนเสื้อสีขาวขณะที่อนิลยืนพิงตู้เอาไว้เหมือนจะเซล้ม กวินก็รีบเดินเข้าไปประคองและกอดคนรักเอาไว้ทั้งน้ำตา มือหนาปิดตู้เสื้อผ้าที่มีหลานสาวที่ยังหลับสนิทเอาไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้ตื่นมาตกใจกับสภาพห้องและศพของลูกศรที่ยังนอนอยู่คาประตู ก่อนจะหันมาคุยกับคนรักเสียงกระซิบทั้งน้ำตา

"พอแล้วเอิน เดี๋ยวค่อยเล่า ขอบคุณนะ ฮึก เอิน เราไปโรงพยาบาลกันนะเลือดออกเยอะเลย.."

กวินกัดฟันข่มเสียงสะอื้อเอาไว้ก่อนจะประคองแฟนตัวผอมมานั่งที่เตียง เสียงรถตำรวจมาถึงพร้อมกับรถพยาบาล เขาได้แต่ด่าตัวเองในใจหลังจากวันที่แบมมาบอกเขาว่ากลัวมากแค่ไหนหลังจากรู้ว่าลูกศรได้รับประกันตัวออกมาแล้ว แต่เขากลับคิดว่าเรื่องมันจะจบและพ่อแม่ลูกศรคงจะพาลูกสาวไปเมืองนอกอย่งที่บอก แต่ก็ไม่เป็นแบบนั้น

เขาคิดไม่ออกเลยว่าถ้าอนิลไม่อยู่ หลานสาวเขาจะเป็นยังไง

จะรู้สึกยังไง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเกิดของตัวเอง

ถ้าอนิลไม่อยู่และไม่พาน้ำหวานไปซ่อนในตู้ จิตใจของเด็กสี่ขวบจะต้องจดจำอะไรไปตลอดชีวิต

กวินคิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะเป็นยังไงถ้าเขาไม่มีอนิล...


 

 


........TBC.......

ความสุขนั้นเหมือนความฝันที่แสนหวานในระยะสั้นๆ

เพราะความทุกข์จะปลุกคุณขึ้นมา

ให้เผชิญหน้ากับโลกแห่งความจริง

#2209Bnior

















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18263 xxabw (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 22:50
    อ่านตอนกลางคืนง่ะ ตอนนี้10:49 PM คือหลอนมากๆ
    #18,263
    0
  2. #18215 WangJimung (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 16:30

    ขนลุกเลยตอนอ่าน ใจหวิวมากๆ

    #18,215
    0
  3. #18094 cartoon_pbct (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 10:13

    ลูกศรเลวอะไรได้เบอร์นี้อะ แบบตั้งใจจะฆ่ากันเลย

    #18,094
    0
  4. #17036 Jbmtjsjyyjbbyg.G7 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 11 มกราคม 2561 / 00:23
    ตอนนี้แบบขนลุก ㅠㅠ
    #17,036
    0
  5. #15616 บัง 16. (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 14:59
    ตอนนี้ทำให้เราร้องให้ มันหวาดผวาไปหมด กวินโชคดีจริงๆที่มีอนิลอยู่ด้วย ตอนนี้คือที่สุดของที่สุด อยากรู้ว่าตอนต่อไปจะมีอะไรพีคกว่าไหม
    #15,616
    0
  6. #15210 SehunMark (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 16:07
    ผีพ่อนี่พีคมากค่ะ เรื่องลูกศรยิ่งพีคกว่า โอ้ยยย
    #15,210
    0
  7. #14723 CViewMED (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 15:45
    มีทั้งเรื่องผี และมีคนตายในตอนเดียว ฮือออ ปรับอารมณ์ไม่ทันนนนTT
    #14,723
    0
  8. #14350 poohoip (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 01:07
    นิยายเรื่องนี้โคตรพีคในพีคแล้วก็ในพีคอีกที ฮรึกกก หลอนนนน
    #14,350
    0
  9. #11969 Zomanica (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 23:43
    ตอนนี้น่ากลัวไปหมดเลย ฮือ
    #11,969
    0
  10. #11966 super_man (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 22:38
    นิสัยแบบเอินต้องเจอ
    แจ๊คโหมดโหด จะได้สงบเสงี่ยม 55555
    #11,966
    0
  11. #11802 K_NARAPONG (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 17:48
    พีคมากก ไม่คิดว่าจะมีฉากนี้ ขนลุก!!!
    #11,802
    0
  12. #11799 陈 文月 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 15:47
    ครบรสพีคเวอรรรรรร ขนลุกเลยทั้งผีทั้งคนบ้าแบบลูกศร
    #11,799
    0
  13. #11325 P_pluralthepark (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 12:54
    ความพีคของเรื่องนี้ กลัวแล้วค่ะ ตอนจินบ้านบ้านพิมพ์เสียทั้งบ้านนี้แทบหยุดหายใจ แต่ว่าก็ว่าเถอะไม่รู้พิมพ์หรือลูกศรที่เฮี้ยนกว่ากัน......
    #11,325
    0
  14. #11068 pqppp (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 20:09
    ผีบ้านพิมพ์เฮี้ยนเด้อ กลัวเด้อ
    #11,068
    0
  15. #11046 PuiPui--r (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 15:04
    บ้านยัยพิมพ์นี่ตายแล้วก็ไปผุดไปเกิดเถอะค่ะ
    #11,046
    0
  16. #10960 biren (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 00:53
    หักจนไม่รู้จะหักยังไงแล้ว ยังมีอีกกี่มุมให้หักอะ
    #10,960
    0
  17. #10519 852626 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 08:56
    เราขนลุกรอบที่4
    #10,519
    0
  18. #10513 shawty_aeris (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 01:37
    เรื่องผีก็มา ฆาตกรรมก็มี ฮรืออออ ครบมากกก สนุกด้วย
    #10,513
    0
  19. #10503 Cadillacj11 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 23:41
    เป็นฟิคที่ครบรสมากอ่ะ5555
    #10,503
    0
  20. #10489 I'PeachNyoung (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 20:02
    โอ้ยยยยยอ่านไปก็ขนลุก นี่มันฟิคแนวไหนเนี่ย ฮือออ ไหนบอกว่ากุ๊กกิ๊กไง มีแฟนตาซี ฆาตรกรรมเลือดสาดยังบอกไม่หมดสินะ
    ตอนจอมพลเจอขนลุกเกรียวเเล้วพอมาตอนกวินนึกว่าจะโดนแบบกรณีจอมพลซะอีก ฉากกวินไปหาน้ำหวานใจหล่นถึงตาตุ่ม กลัวมาก โชคดีมีอนิลช่วย ไหนจะฉากจอมพลเจอ พอมารู้ความจริงก็อึ้งไปอีก โชคดีที่จีนช่วย พีคคคคคคคคคคคคคคคค
    #10,489
    0
  21. #10449 MatteMe (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 22:53
    อื้อหือ พีคในพีค มีความแซวถกนนะคะไรท์ รู้เลยว่านกเหมือนกัน เอ้ะหรือไรท์ไม่นก 555555 ตอนแรกแอบคิดว่าพิมพ์ยังไม่ตายแล้วโผล่มา ที่ไหนได้ พีคกว่านั้น แล้วนี่....โอ้ย อย่าเป็นอะไรนะเอิน หือออออ ฆ่าลูกศรไปอีก จะโดนคดีอะไรไหมเนี่ย โอ้ย T^T
    #10,449
    0
  22. #10447 smorasee54 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 18:54
    สุดท้ายแล้วแต่ละคนก็มีด้านดีและไม่ดีในตัวเนอะ แต่ถ้าเป็นคนสำคัญของเรา เราจะยอมรับเขาและให้เขาเป็นข้อยกเว้นของเรา
    //นี่อ่านมา ยังไม่คิดว่าไรท์จะแต่งมาแบบนี้เลย พีคในพีคไปอีก5555
    #10,447
    0
  23. #10422 sawneko (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 00:07
    ฮือออ มีความเลือดสาด ยัยลูกศรน่ากลัวเกินไปแล้ว ดีที่อนิลเป็นผู้ชายมีแรงเยอะกว่า ดีที่ดูแลน้ำหวาน โอ๊ยย คนน่ากลัวกว่าผี TT
    #10,422
    0
  24. #10411 parkchan16 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 23:12
    ตอนนี้ทั้งตอนใจสั่นมากค่ะ ฮืออ
    #10,411
    0
  25. #10396 jjtk (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 21:45
    พีคคคคมากกกกกกก พีคคคคคค ไม่ไหวแล้ววววววว
    #10,396
    0