[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 44 : 41 : มันก็จะเขินๆนิดนึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    17 ส.ค. 60






 

41

มันก็จะเขินๆ นิดนึง

 

"จะใดก่อปาอ้ายเปิ้นมาแอ่วบ้านเฮาผ่องเน้อลูก"[1]

คุณแม่พูดพลางยิ้มให้ลูกชาย และเหลือบมองว่าที่ลูกเขย ที่ยังคง เป็นแค่ว่าที่ เพราะยายประกาศกร้าวว่าถ้ายังไม่อยู่ด้วยกันก็ไม่ต้องเรียกว่าหลานเขย แถมคนพ่อก็แอบมากระซิบอีกว่าสองคนนี้เพิ่งคบกันอย่าเพิ่งปักใจอะไร...

"ฮักษาเนื้อฮักษาตัว ห้ามเจ็บห้ามไข้เน่อลูกเน้อ"[2]

จินตภัทรมองตามเสียงของยายและมองมือยายที่จับมือจอมพลแน่นอย่างกับหลานแท้ๆ ท่าทางก็เข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยไม่รู้เอ็นดูกันมาแต่ชาติปางไหน

"ยาย…น้องอยู่ตางเพ่ ก๋ำมืออ้ายเปิ้นแน่นเลยเน่อ"[3]

จอมพลหลุดขำออกมากับท่าทาง หวงยาย ของหลานชายตัวน้อยที่พูดไปก็ทำปากเป็ดใส่เขาเหมือนขโมยยายไปอย่างไงอย่างงั้น ส่วนคนแก่ที่โดนหลานต่อว่าก็ได้แต่พูดแก้เก้อออกมาพร้อมหันไปแขวะลูกเขยตัวเองที่เอาแต่ยืนเงียบไม่พูดไม่จา กลายเป็นที่ระบายอารมณ์ของยายเสียอย่างนั้น

"เอ้า ก่ออวยพรหื้อตึงสองคนน่ะ ป้อเจริญจะอู้อะหยังก่อ มาก่อบ่ามีประโยชน์อะหยังเลยเนอะคนเฮา อู้อะหยังก่อบ่าอู้"[4]

"ก็ตั้งใจทำงานทำการนะลูก มีแฟนได้แต่อย่าลืมหน้าที่ตัวเองด้วย พ่อรออ่านหนังสือของน้องอยู่นะ"

นานๆ ทีคุณเจริญจะพูดกับลูกภาษากลางเสียที แต่คราวนี้เขาแค่อยากให้จอมพลเข้าใจด้วยว่าจินตภัทรเป็นลูกที่เขาภูมิใจ ที่มาอยู่ตัวคนเดียวไม่ใช่ไม่มีครอบครัวไม่มีใคร

"จ้ะพ่อ เดี๋ยวเขียนจบแล้วจะส่งหนังสือไปให้ที่บ้านก่อนใครเลย" จินตภัทรพูดกับพ่อก่อนจะรับเอาซองสีขาวที่พ่อเตรียมเอาไว้ให้เป็นเงินที่อยากจะช่วยค่าใช้จ่ายลูกชาย แต่มือเรียวกลับพับซองแล้วส่งให้ยายแทน

"น้องโตแล้ว พ่อไม่ต้องให้เงินแล้ว น้องเอาให้ยายแล้วกันนะ เป็นค่าจ้างยายห้ามดุพ่อสองอาทิตย์"

ทั้งคุณเจริญ ภรรยา และคุณยายต่างหัวเราะออกมาอย่างขบขัน จอมพลยิ้มและมองภาพตรงหน้าและพานนึกถึงพ่อแม่ตัวเองที่เวลาอยู่ด้วยกันก็ตลกแบบนี้ เห็นแบบนี้แล้วมันรู้สึกจุกในอก อยากกลับบ้านแต่ไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นยังไงดี....ในเมื่อเขาไม่ได้คุยกับพ่อมาเกือบสองปีแล้ว

มือเหี่ยวย่นของยายบีบมือหลานชายคนโตก่อนจะกอดเอาไว้ ส่งผ่านความรู้สึกที่โหยหาอ้อมกอดนี้อยู่เสมอ เพียงแต่ยายเองก็เข้าใจหลานดีว่าต่างก็มีหน้าที่ของตัวเอง ทั้งคู่กอดกันก่อนที่คุณแม่จะเตือนว่าต้องไปขึ้นเครื่องแล้วเพราะเกตในสนามบินดอนเมืองอยู่แสนไกล กว่ายายจะเดินถึงก็คงใกล้ขึ้นเครื่องพอดี (เพราะยายไม่ยอมนั่งรถเข็นด้วยบอกว่าเดินไหวแค่ช้านิดหน่อย)

 

ขณะที่จินตภัทรเดินไปอยู่ข้างๆ ยายกับแม่ คุณเจริญว่าที่พ่อตาก็ถอยออกมายืนข้างจอมพลแล้วพูดขึ้นมาลอยๆ โดยไม่มองหน้าอีกฝ่าย

"ฉันไม่เคยหวังหรอกนะว่าคนที่มันเกิดมาเป็นแบบจีนจะมีคนรักจริงใจ เพราะไอ้คนเก่ามันก็หนีไปมีเมียมีลูกทิ้งเขาให้เสียใจมาแล้ว ฉันไม่รู้พื้นฐานครอบครัวของเธอ ไม่รู้ว่าเขาจะรับได้ไหมหากลูกชายจะไม่มีทายาทสืบสกุล ยังไงรักกันก็มีสติด้วย บอกพ่อแม่ตัวเองเสียตอนนี้ว่าเราจะมีคนรักเป็นผู้ชาย อย่าให้มันมีปัญหาทีหลัง ถ้าพ่อแม่เธอเกิดรับจีนไม่ได้ขึ้นมา แล้วบังคับให้เธอเลิกกับจีน ฉันคงทนไม่ได้ถ้าลูกที่ฉันเลี้ยงมาอย่างเข้าใจต้องโดนคนอื่นทำให้เสียใจซ้ำๆ ฉันเลี้ยงลูกมาอย่างดี ไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรเขาคือแก้วตาดวงใจของฉัน ก่อนสิ้นเดือนพาจีนไปหาพ่อแม่เธอซะจอมพล ถ้าไม่กล้าพาไปก็เลิกกันตั้งแต่ตอนนี้ อย่าคบกันจนถึงวันที่ใครคนใดคนหนึ่งต้องตายทั้งเป็นในวันที่ถูกทิ้งไป..."

คุณแม่ตะโกนเรียกคุณเจริญพลางกวักมือหยอยๆ ชายวัยกลางคนเหลือบมองจอมพลด้วยหางตาก่อนจะเดินจากไป ขณะที่เดินไปโอบไหล่ภรรยามือของคุณเจริญก็ลูบหัวจินตภัทรแล้วก้มลงจูบกระหม่อมลูกชายตัวเล็กก่อนจะพาคุณยายไปทางเข้าเกท ร่างเล็กที่หันกลับมาตาแดงก่ำและมีน้ำตารื้น มือเล็กๆ โบกให้ครอบครัวของตัวเองที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป

จอมพลเดินเข้าไปหาก่อนจะโอบกอดคนตัวเล็กเอาไว้จากด้านหลังอย่างปลอบโยน เขาคิดว่าเขาเข้าใจความรักของพ่อกับแม่เป็นอย่างดี เข้าใจที่คุณเจริญบอกเขาแม้จะเป็นคำพูดในเชิงข่มขู่ แต่นั่นก็คือความจริงใจที่สุดที่ว่าที่พ่อตาพูดให้เขารับรู้ว่านอกจากตัวเขาเองแล้ว จินตภัทรเป็นที่รักของคนในครอบครัวมากแค่ไหน ชายหนุ่มคงต้องคิดให้เยอะและยอมลดทิฐิลงเพื่อกลับไปคุยกับพ่อแม่ก่อนที่จะพาแฟนตัวเล็กไปแนะนำอย่างจริงจังสักที...

 

....................

 

"บี โทรศัพท์"

"อื้อ รับเลย ใครอะ"

"ป้าแจน..."

"ฮ่าๆๆ รับสิ"

"แล้วทำไมเค้าต้องคุยกะป้าแจนอะ"

"บอกว่าอ้ายบีนอนอยู่ขี้เกียจรีบเลยให้น้องรับแทน"

"หงึ...อ้ายบ้าอะดิ"

บทสนทนาที่เกิดขึ้นในห้องนอนหลังจากที่โทรศัพท์ของจอมพลแผดเสียงลั่นห้องนั่งเล่น แต่เจ้าตัวกลับนอนคว่ำอ่านนิยายของแฟนไม่ยอมวางเลย หลังจากได้รับอนุญาตให้หยิบหนังสือนิยายของคุณจินตภัทรในตู้มาอ่านเล่นได้

 

"สวัสดีครับ"

(หืม นี่ใครอะ)

"จีนพูดสายครับ บีเขา..."  ขณะที่กำลังจะอธิบายคนในห้องนอนก็ประท้วงเสียงแหลมออกมาเอาความแก่มาอ้างท่าเดียว

"อ้าย อ้าย อ้ายยยยยยยยยยยย"

จินตภัทรได้แต่กลอกตาแล้วถอนใจออกมาก่อนจะพูดใหม่อีกครั้งทั้งที่รู้สึกเขินยังไงก็ไม่รู้...

"พี่บีเขาไม่ว่างอะครับ เขาบอกให้จีนคุยแทนก่อน"

(อ๋อ งั้นเหรอจ๊ะ ไม่รู้บีเขาบอกจีนไหมว่าวันนี้เขาต้องเข้ามาประชุมงานที่บริษัทตอนทุ่มครึ่งนะคะ)

"ไม่ได้บอกครับ เดี๋ยวบอกให้นะครับ"

เสียงของคนในห้องนอนก็พูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง

"บอกไร ไม่รู้เรื่องเว้ย!"

แต่คราวนี้ความอดทนของจินตภัทรมันหมดลงแล้ว ร่างเล็กเอาโทรศัพท์ออกจากหูแล้วหันไปตวาดใส่อีกฝ่ายบ้าง

"มาคุยเองไหมล่ะ น่าเบื่อจริงๆ เลย ลุกจากเตียงได้แล้ว!" มือเรียวดึงผ้าห่มออกจากคนที่กลิ้งไปกลิ้งมาพันตัวเองกับผ้าห่มเหมือนขนมครัวซองต์

"มีเมียก็ต้องให้เมียคุยดิ จะออกไปไหนก็ต้องให้เมียอนุญาตก่อน มาถามพี่ทำไมอะ"

คนกวนประสาทพูดพลางยื่นมือมาดึงข้อมือบางให้จินตภัทรลงไปนั่งบนเตียงด้วย แต่พอแฟนตัวเล็กจนทิ้งตัวลงมามืออีกข้างที่ว่าของจอมพลก็หันไปปิดหนังสือก่อนแต่ดันโดนคนรักหนังสือด่าเปิดเปิงเพียงเพราะพับมุมหน้าที่อ่านค้างเอาไว้

"จะไปไหนก็ไปสิ น่ารำคาญ อย่าพับมุมหนังสือ! ไอ้บ้าเอ๊ย มีที่คั่นให้แล้วไง บ้านป่าเมืองเถื่อนจริงๆ เลย"

"นี่ๆ ป้าในโทรศัพท์ยังอยู่ป่าว" มือหนาชี้ไปทางโทรศัพท์ในมือแฟนตัวเล็กขณะที่กอดเอวบางไว้แล้วคลานกระดุ๊บๆ เหมือนหนอนมาหนุนตักคุณนักเขียนที่เอาสันหนังสือโขกหัวทำโทษที่บังอาจพับมุมจนหนังสือยับ

"ไม่รู้อะ คุยดิ" 

จอมพลรับโทรศัพท์มาแนบหูก่อนจะขยับไปนั่งพิงหัวเตียงดีๆ โดยมีคุณนักเขียนตัวเล็กนั่งเอียงคอมองหน้าอย่างอยากรู้อยากเห็นว่าเขากับแจนจะคุยอะไรกัน

(บีวันนี้มีประชุมนะ)

"รู้ แต่ไม่ไปก็ได้นี่ เมื่อวานเราประชุมไปแล้วนะ วันนี้แจนก็แค่อธิบายให้พี่พัฒน์ฟังเฉยๆ"

(แต่มันเป็นโปรเจกต์ของบี ทำไมบีไม่มาคุยเอง)

ชายหนุ่มอมยิ้มขณะที่ใบหน้าของจินตภัทรขยับเข้ามาใกล้ๆ เหมือนเด็กแอบฟังผู้ใหญ่คุยกันจนแก้มนุ่มเฉียดไปเฉียดมาอยู่ที่ปลายจมูกของเขา

"กี่โมงนะ"

(ทุ่มครึ่งที่ตึก ให้แจนไปรับไหม แจนอยู่ใกล้ๆ คอนโดฯ ของบีนะ ไปพร้อมกันก็ได้)

"ป้าเขามาทำไรแถวนี้..."

เสียงกระซิบของคนตัวเล็กทำเอาจอมพลหลุดขำ จมูกโด่งกดหอมแก้มนุ่มพลางโอบรั้งเอวบางให้ขยับเข้ามาใกล้ แขนเรียวกอดคอเขาอย่างอัตโนมัติขณะที่แจนยังคงอธิบายอะไรก็ไม่รู้มากมาย พยายามโน้มน้าวเขาทุกวิธีทางให้ออกไปด้วยให้ได้

(ยังไงก็อยากให้บีมานะ มันเป็นโปรเจกต์ใหญ่ เราคนเดียวอธิบายกับพี่พัฒน์ไม่ไหวหรอก...บี ฮาโหล)

เสียงของแจนเรียกอยู่ในสายดังแว่วออกจากโทรศัพท์ ขณะที่มือของจอมพลยกโทรศัพท์ขึ้นพร้อมเอียงใบหน้ารับจูบจากริมฝีปากอวบอิ่มที่กดจูบลงมาราวกับตั้งใจกลั่นแกล้งไม่ให้เขาคุยกับแจน บั้นท้ายกลมกลึงบดเบียดเข้าหาหน้าตักแกร่งไปพร้อมถอดถอนจูบออกมาอย่างอ้อยอิ่ง

ดวงตาคมหลุบตาลงมองใบหน้าของคนรัก ก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากล่างที่เชื่อมไปด้วยน้ำใสที่เลอะจนถึงมุมปากของแฟนตัวเล็ก ดวงตากลมใสใต้แว่นกรอบดำกระพริบตาปริบๆ เอียงคอมองอย่างออดอ้อน จอมพลมองแล้วก็ถอนใจออกมาขำๆ เขายังไม่ได้บอกเลยว่าจะไป

มือหนาขยับโทรศัพท์มาแนบหูอีกครั้ง มองสบตาคนรักพลางตอบคำถามของอีกฝ่ายที่อยู่ในสายถึงนัดสำคัญในวันนี้

"ฮาโหลแจน... วันนี้บีไปไม่ได้จริงๆ ฝากขอโทษพี่พัฒน์ด้วยนะ"

(อ้าว ทำไมล่ะ ติดธุระเหรอ)

"อืม นัดทุ่มครึ่งเราคงไปไม่ได้อะ ต้องกล่อมแฟนนอนก่อน"

คำตอบกวนๆ เอ่ยพร้อมสีหน้าที่ชวนให้คนมองอย่างจินตภัทรอายม้วนจนก้มหน้างุด

สุดท้ายจอมพลก็ตัดสายไปพร้อมกับกอดคนตัวเล็กเอาไว้แน่น

ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะออกมาดังลั่นเพราะทั้งขำตัวเองและสงสารแจนที่ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลที่โคตรจะบ้าบอ...

 

....................

 

Set me free, leave me be

ปลดปล่อยฉันเสียที… ปล่อยให้ฉันไป

I dont want to fall another moment into your gravity

ฉันไม่อยากถูกดึงเข้าไปอยู่ในแรงดึงดูดของเธออีกแล้ว

Here I am and I stand so tall

ฉันอยู่ตรงนี้… ยืนอยู่ตรงนี้…

Just the way Im supposed to be

อยู่อย่างที่ฉันควรจะเป็น

But youre on to me and all over me

แต่เธอเข้ามาในชีวิตฉัน และดึงเอาชีวิตของฉันไป

(Sara Bareilles - Gravity)

 

เสียงเพลง Gravity ของ Sara Bareilles ถูกเปิดวนไปวน วนมา ดังอยู่ในหูฟังโอเวอร์เอียร์สีเปลือกมังคุดที่ถูกออกแบบโดย 'Calvin Harris' ศิลปินระดับโลก เป็นหนึ่งในแรร์ไอเท็มของนักดนตรีที่ต้องไปสรรหาซื้อมาให้ได้เพราะความลิมิเต็ดของมัน แต่คนที่กำลังใช้งานหูฟังราคาแพงอยู่ตอนนี้กลับเป็นนักเขียนตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้จักแม้แต่ความแตกต่างของหูฟังธรรมดาทั่วๆ ไป กับหูฟังที่สวมอยู่ตอนนี้...

เป็นเวลาเกือบยี่สิบนาทีเพลงถูกเปิดวนไปวนมา พร้อมมือเล็กๆ ที่คอยเช็ดน้ำตาให้ตัวเองเป็นระยะขณะที่พิมพ์คำบรรยายถึงความรู้สึกของตัวละครในนิยาย มันเป็นฉากที่ จอมพล พระเอกในเรื่องกำลังพยายามตัดใจจาก อริญช์ ความรักครั้งใหม่ที่ชายหนุ่มไม่มั่นใจ และไม่คิดจะเสี่ยง หลังจากพบกับความเจ็บปวดมาจากคนรักเก่าที่ตายจากไปพร้อมทิ้งความรู้สึกผิด ราวกับผลักชายหนุ่มลงไปในนรกให้ตายทั้งเป็น...

จินตภัทรจำใจต้องหยุดเขียนลงอย่างพ่ายแพ้ต่อต่อมน้ำตาที่ไม่สามารถหยุดได้อีกแล้ว เสียงร้องไห้โฮดังขึ้นพร้อมกับหูฟังที่ถูกถอดออก สองมือยกขึ้นปิดหน้าตัวเองก้มหน้าสะอึกสะอื้นจนตัวโยน จนคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนอนรีบวิ่งมาดู

จริงๆ จอมพลก็วิ่งมาเป็นรอบที่สามแล้ว ตั้งแต่คุณนักเขียนเริ่มเขียนนิยาย เพียงแต่สองรอบแรกมันไม่รุนแรงเท่าไหร่ เพราะแค่สะอื้นงื้ดๆ แล้วก็เงียบไป แต่คราวนี้มันหนักหนากว่าเดิมตรงที่เขาเดินเข้ามาหาแล้วเห็นแฟนตัวเล็กเอาโน้ตบุ๊กลงจากตักแล้วร้องไห้ไม่หยุด ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก้าวเข้าไปหาคนรัก และทันทีที่เขานั่งลงข้างๆ และโอบไหล่รั้งกายบางให้ขยับมาอยู่ในอ้อมกอด จินตภัทรโผเข้ามากอดไว้ราวกับเด็กแล้วพูดอะไรก็ไม่รู้ที่เขาฟังไม่รู้เรื่องเลย...

ฝ่ามืออุ่นทำหน้าที่อย่างที่มันควรจะเป็น ลูบหลัง ลูบศีรษะ พร้อมกับโยกกายช้าๆ ราวกับโอ๋เด็กอายุไม่กี่ขวบ สองแขนของร่างเล็กกอดเอวหนาไว้ขณะที่ซบอกกว้างเอาไว้ ไม่นาน...ความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ก็ทุเลาลง มันช่างง่ายดายกว่าตอนที่จินตภัทรอยู่เพียงลำพัง เขาเคยร้องไห้อยู่หลายชั่วโมงเพราะหยุดไม่ได้ แต่ตอนนี้เพียงแค่อยู่ในอ้อมกอดของจอมพล มันกลับหยุดลงได้อย่างมหัศจรรย์โดยใช้เวลาไม่ถึงสามนาที

 

"พี่บี..." เสียงอู้อี้ขึ้นจมูกถามพลางสูดน้ำมูกเหมือนเด็กๆ ถามขณะที่ขยับกายผละออกจากอ้อมกอดอีกฝ่าย

"หืม" เจ้าของชื่อเลิกคิ้วพลางมองใบหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา

ก่อนจะดึงชายเสื้อยืดตัวโตของเขายกขึ้นเช็ดหน้าให้คนขี้แย

"ตอนที่นอกใจพิมพ์ พี่ตั้งใจนอกใจเขาจริงๆ หรือ..."

"ตอนที่คบกับแจนเหรอ"

"งือ นอกใจไปคบกับป้าแจนเพราะชอบป้าแจนหรือว่าหมดรักพิมพ์แล้ว"

จอมพลสบตาคนรักพลางคิดไปถึงช่วงเวลาที่เขาตัดสินใจคบแจน...

จริงๆ แจนไม่ใช่คนที่เขาเพิ่งรู้จักตอนฝึกงานเสียทีเดียว แต่เป็นเพื่อนของกวินที่เขาเคยเห็นที่มหา’ลัย แล้วก็มาเจอกันจริงจังตอนช่วงปีสี่ที่เขาแทบจะอยู่ที่บริษัทที่ไปฝึกงานเต็มตัว แล้วใช้ใบรับรองเข้าทำงานเป็นตัวช่วยเกรดเฉลี่ยในปีสุดท้าย เขากับแจนสนิทกันเพราะแจนเดินเข้ามาหาเขาก่อนและแสดงตัวว่าเป็นเพื่อนต่างเอกของกวิน แต่สุดท้ายความแตกตรงที่เขามารู้หลังจากคบกับแจนเป็นเดือนๆ ว่าแจนเป็นแฟนเก่าเพื่อนเขาเอง แต่เหตุที่ไม่รู้เพราะกวินตอนปีสอง แต่เลิกกันเร็วแบบที่ยังไม่ทันได้พามาแนะนำให้เพื่อนรู้จักด้วยซ้ำ

เขาคบกับแจนก็เพราะเขา เหงา ไม่ใช่ความเหงาเหมือนคนที่อยู่ตามลำพัง มันเป็นความว้าเหว่มากกว่าที่เกาะกินจิตใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงเพราะมีแฟนก็เหมือนไม่มี เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นทั้งที่พิมพ์เองก็ยังอยู่กับเขา คบกัน อยู่ด้วยกัน ถึงจะไม่ใช่ทุกวัน แต่ก็ติดต่อกันเสมอ เหมือนมีแฟนให้รู้สึกว่ามี...แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลย

แต่กับแจน..หญิงสาวเข้ามาหาเขาและใช้เวลาไม่นานในการพัฒนาความสัมพันธ์ ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือความเข้าอกเข้าใจ อาจจะเพราะว่าแจนเองรู้เรื่องเพลง รู้เรื่องเกี่ยวกับงานที่เขาทำ เหมือนมีแฟนที่เข้าอกเข้าใจว่าเรากำลังทำอะไรโดยไม่ต้องถามหรืองอแงเวลาที่ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ชายอย่างเขาถึงต้องไปเจอเพื่อนบ่อยๆ อยู่ในผับหรือสถานบันเทิงเปลี่ยนที่ไปเรื่อย

เพราะขณะที่เขาทะเลาะกับพิมพ์ทุกวันเรื่องที่ไม่กลับห้องแล้วไปค้างที่อื่น หรือบางคืนก็กลับดึก แต่แจนกลับอยู่ข้างๆ เขา เธอคอยขับรถไปรับไปส่ง มีแต่คำพูดดีๆ และให้กำลังใจเขาเสมอไม่ว่าเขาจะทำอะไร รวมๆ แล้ว แจนรักเขาอย่างที่เขารู้สึกได้จริงๆ ทั้งที่ตัวจอมพลเองยังไม่แน่ใจเลยว่าเขาเองรักแจนมากขนาดนั้นไหม

แต่ผู้ชายที่ไหนก็คงแพ้ผู้หญิงเทคแคร์และเข้าใจ แถมสวยและไม่หวงตัวมากจนเกินไป นั่นคงเป็นสาเหตุที่เขาปันใจให้แจนโดยไม่แคร์อีกแล้วว่าอาจจะต้องเลิกกับพิมพ์ เขาอยากเลิกโดยที่พิมพ์จะต้องรู้สึกเสียดายเขา เสียใจที่ทำให้เขากลายเป็นตัวเลือก

"แจนอาจจะเอาแต่ใจนะ ในมุมมองของคนนอก หรือคนที่เลิกกันแล้วอย่างบี แต่ในฐานะแฟน บีคิดว่าแจนเป็นแฟนที่ดีที่พร้อมซัพพอร์ตคนรักเสมอ ในขณะที่พิมพ์พยายามให้โลกหมุนรอบตัวเอง บีชอบแจนในช่วงเวลานั้นมันเป็นความรู้สึกที่สบายใจที่ได้อยู่ด้วยกัน จนลืมอีกคนไปได้..."

จินตภัทรมองสีหน้าของจอมพลที่อธิบายออกมาด้วยความจริงใจ ถึงจะแอบน้อยใจเล็กๆ เมื่อได้ฟังความดีความงามของ "ป้าแจน" ที่ไม่ชอบขี้หน้า แต่ก็คิดว่าจอมพลเป็นสุภาพบุรุษพอสมควรถึงยอมรับตรงๆ ว่าตอนนั้นก็มีใจให้แจนจริงๆ ไม่ใช่พวกหลอกฟันทิ้งฟันขว้างแล้วมาพูดลับหลังถึงผู้หญิงเสียๆ หายๆ

"แล้วตอนนี้คบกับเค้าแล้ว พี่รู้สึกยังไงเหรอ"

บางครั้งเราก็ถามอะไรออกไปโดยไม่รู้ตัว เหมือนที่จินตภัทรเป็นตอนนี้...

มันเป็นความสงสัยที่เกิดขึ้นเมื่อตัวเองคือ คนปัจจุบัน ใครๆ ก็คงอยากรู้ว่าการมีเราอยู่ในตอนนี้มีความสุขมากพอที่จะลืมคนในอดีตไปได้รึยัง ไม่จำเป็นต้องรักมากที่สุด เพียงแค่อยากมีความสำคัญที่สุด

"รู้สึกกลัว..."

เสียงทุ้มกระซิบตอบขณะที่เอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กๆ ของคนรักเอาไว้ มันเป็นความรู้สึกที่เกิดตั้งแต่วันแรกที่ตกหลุมรักจนกระทั่งตอนนี้ที่มันค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งกลัว และ หวาดหวั่นใจ

"กลัวเหรอ"

ดวงตากลมใสเหลือบมองใบหน้าของร่างสูงอย่างประหลาดใจ มันเป็นความกลัวแบบไหนกันที่อีกฝ่ายรู้สึก แต่ส่วนตัวของจินตภัทรเอง เขามีความกลัวแค่ตอนเริ่มต้นเท่านั้น เคยกลัวที่จะเปิดใจและไม่อยากผิดหวังซ้ำๆ หรือว่าจอมพลเองก็กลัวผิดหวังเหมือนกัน

"บีกลัวว่าวันหนึ่งถ้าจีนไม่อยู่แล้วบีจะทำยังไง... ถ้ารักกันไปนานๆ บีคงหลงลืมไปว่าเราก็เป็นมนุษย์มีเลือดเนื้อและมีวันที่ต้องจากลากัน 'สิ่งที่น่ากลัวกว่าการเลิกลาไป คือการตายจาก' ยิ่งบีรักจีนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งคิดว่าหากวันหนึ่งตรงนี้ไม่มีจีนอยู่แล้วบีจะมีชีวิตอยู่ยังไง มันคงไม่เหมือนตอนที่พิมพ์จากไปเพราะความผูกพันระหว่างกันมันไม่มากมายเท่านี้ ไม่ใช่ความรู้สึกเดียวกันกับตอนนี้เลย บีไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครจริงๆ นะ...บีกลัวจะ..."

คำพูดที่ไม่ได้สวยหรู และไม่ใช่บทพูดของตัวละครในนิยาย แต่กลับทำให้รู้สึกอบอุ่นในหัวใจราวกับถูกกอดเอาไว้แน่นทั้งที่เพียงแค่นั่งสบตากันแล้วกอบกุมมือของกันและกันเอาไว้ จินตภัทรไม่เคยเขียนถ้อยคำที่สวยงามอย่างที่ฟังอยู่ในตอนนี้มาก่อน และไม่เคยมีความคิดเช่นนี้แม้ว่าที่ผ่านมาจะเขียนนิยายที่มีการจากลาของตัวละคร คนแล้ว คนเล่า

เสียงของจอมพลขาดห้วงไปเพราะมือเล็กๆ ที่ยกขึ้นแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากหยัก หยุดคำพูดเหล่านั้นไว้พร้อมกับดวงตากลมใสเหมือนลูกแก้วที่พินิจพิจารณาใบหน้าคนรักราวกับไม่เคยเห็นมันมาก่อน

 

"บี..."

"ครับ"

มือของจินตภัทรค่อยๆ ลดลงพร้อมกับที่ขยับไปประคองใบหน้าของอีกฝ่ายไว้และค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแตะกันเบาๆ กลิ่นหมากฝรั่งอดบุหรี่ในปากของจอมพลลอยมาแตะจมูก วินาทีที่คนตัวโตเอียงศีรษะเล็กน้อยหมายจะทาบทับริมฝีปากลงที่ริมฝีปากอวบอิ่มตรงหน้า สิ่งที่ตั้งใจไว้ก็หยุดชะงักไปทันทีเมื่อจินตภัทรพูดความในใจออกมา ราวกับเครื่องเสียงงานวัดที่โดนมัคนายกวัดสะดุดเตะปลั๊กหลุดจนดับไปทั้งวงหมอลำ...

"จีนรักบีมากเลย แต่เรายังไม่รู้อนาคต ยังไงก็อย่าเพิ่งดราม่าเนอะ... ตอนนี้จีนขอให้บีพูดประโยคเมื่อกี้ใหม่อีกทีได้ไหม จีนขอวิ่งไปเอาสมุดดินสอก่อน ชอบมากเลย ซื้อนะ! จะเขียนลงในนิยายอะ!"

สายตาของจอมพลมองตามร่างเล็กที่วิ่งดุ๊กๆ กลับเข้าไปในห้องนอน เขาได้แต่กระพริบตาปริบๆ แล้วนั่งถามตัวเองว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เขาพยายามสื่อสารอะไรออกไปแล้วคุณนักเขียนเข้าใจมันยังไง และก็ได้คำตอบว่าจินตภัทรเป็นคนที่เขาไม่เคยเดาความคิดความอ่านได้เลยแม้จะคบกันมาสามสี่เดือนแล้วก็ตาม...

 

....................

 

(ซ่อมตรงท่อแอร์ลงท่อใหม่แล้วก็มีส่วนที่เป็นท่อน้ำทิ้งของชั้นบนที่รั่วลงมาเราสวมท่อใหม่ให้แล้วครับ)

"อ่า ครับ ขอบคุณมากครับ"

มือเรียวกดวางสายจากแผนกช่างของคอนโดฯ เพราะความเซ้าซี้ของเจ้าตัวที่จะไม่คุยกับนิติบุคคลเพราะอยากรู้ว่าซ่อมอะไรในห้องบ้าง แม้ว่าพูดมาแล้วก็ไม่เข้าใจหรอก แต่ยังไงก็อยากถามคนซ่อมมากกว่า

จินตภัทรกลับมาจากคุยงานกับสำนักพิมพ์ในเวลาบ่ายโมง หลังจากที่ตื่นมาก็ทิ้งแฟนหนุ่มให้นอนหลับอุตุอยู่บนเตียงแล้วเผ่นออกไปก่อนพร้อมทิ้งโน้ตบอกกล่าวกันไว้ก่อนแปะที่ประตูตู้เย็น เพราะคิดว่าถ้าพ่อยักษ์ที่นอนกรนอยู่ข้างๆ ตื่นมาพร้อมกันคงได้เถลไถลจนไปประชุมสายแน่ๆ

 

วันนี้จินตภัทรจำใจต้องใส่ชุดเป็นทางการเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแลกพอดีตัวสีเดียวกันและรองเท้าหนังเพราะมีคนใหญ่คนโตร่วมประชุมด้วย มือเรียวค่อยๆ แกะกระดุมสองเม็ดบนออกให้ได้หายใจได้หน่อย ขณะที่ล้วงหาคีย์การ์ดในกระเป๋าคลัชต์สีดำ และหย่อนโทรศัพท์มือถือใส่เอาไว้ ทันทีที่แตะคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไปรู้สึกถึงไอเย็นภายในห้องราวกับว่าเครื่องปรับอากาศเพิ่งถูกปิดไปไม่นาน เมื่อก้าวผ่านหน้าประตูไฟอัตโนมัติเปิดขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ที่คล้ายกับกลิ่นดอกไม้ผสมกลิ่นแอปเปิ้ลลอยมาแตะจมูก ร่างบางเดินเข้าไปในห้องรับแขกและอมยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นแจกันที่ใส่ดอกคาโมมายล์เอาไว้ เขาไม่รู้ว่าคุณนักดนตรีข้างห้องแอบเข้าห้องมาได้ยังไง เพราะคีย์การ์ดสำรองก็ถูกริบคืนมาแล้ว แต่ด้วยเล่ห์กลที่เคยมีประวัติมาก่อนหน้านี้คิดว่าจอมพลคงหาวิธีเข้าห้องเขาได้ด้วยความเจ้าคารมที่เจ้าตัวถนัด

ความจริงแล้วดอกคาโมมายล์ไม่ได้มีกลิ่นหอมจนฉุนมากนัก แต่กลิ่นที่ลอยไปไกลเป็นกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากดอกคาโมมายล์ที่ถูกหยดเอาไว้ที่หมอนตรงโซฟา จินตภัทรไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนที่หายหน้าหายตาไปถึงตั้งใจทำอะไรพวกนี้ขึ้นมา เขาล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดถ่ายรูปตัวเองคู่กับช่อดอกคาโมมายล์ดอกเล็กๆ แสนน่ารักเอาไว้ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

เช่นเดียวกับห้องนั่งเล่น บนเตียงมีช่อดอกคาโมมายล์วางอยู่ แต่ที่เพิ่มเติมมาคือรูปถ่ายโพลารอยด์อิริยาบถน่ารักๆ ของคุณนักดนตรีที่หลับตาอมยิ้มถ่ายรูปคู่กับช่อดอกไม้ที่อยู่บนเตียง มือเรียวพลิกด้านหลังดูมีข้อความเขียนเอาไว้ด้วยลายมือไก่เขี่ยที่อ่านยากพอสมควร...

 

'คาโมมายล์มีกลิ่นหอมที่ช่วยให้คลายเครียดได้นะ คนขายบอกอย่างนั้น (โคตรแพงอะบอกตรงๆ อย่าขอให้ซื้อให้อีกนะ)

บีอยากให้จีนเขียนนิยายอย่างราบรื่น และพักผ่อนอย่างสบายในทุกๆ คืน ในตู้เสื้อผ้าบีใส่ขวดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นเดียวกันไว้ให้จีนหยดลงบนหมอนก่อนนอน จะได้นอนหลับฝันดีทุกวันนะครับ

ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวันหรือนอนกอดกันทุกคืนก็ไม่เป็นไร เหมือนที่คุณพ่อตากล่าวไว้ มีแฟนได้แต่อย่าลืมหน้าที่ตัวเองด้วย บีก็มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเหมือนกัน

บีมีหน้าที่เป็นคนรักที่จะต้องช่วยเป็นกำลังใจให้จีน และเข้าใจในหน้าที่ของคนที่บีรักเช่นกัน'

 

จินตภัทรอ่านข้อความจบก็อมยิ้มออกมา นั่งลงที่ปลายเตียงก่อนจะกดโทรศัพท์เข้าแอปไลน์ก่อนจะส่งรูปตัวเองที่ถ่ายคู่กับช่อดอกไม้ไปให้ แต่อีกฝ่ายคงยุ่งอะไรอยู่เลยยังไม่เปิดอ่าน เมื่อกวาดตาดูรอบห้องของตัวเองแล้วความรู้สึกแปลกๆ ก็ก่อตัวขึ้นเมื่อทั้งห้องมีแต่ความเงียบที่ควรจะคุ้นเคยและชอบใจเพราะนี่คือสิ่งที่จินตภัทรชอบที่สุด

เขาเคยชอบความเงียบ เคยชอบความสงบยามเมื่ออยู่ตามลำพัง แต่น่าแปลกที่ตอนนี้ความเงียบคล้ายกับคนแปลกหน้าที่จินตภัทรไม่รู้จัก มันเงียบเกินไป อ้างว้างเกินไป ในห้องสี่เหลี่ยมที่เขานั่งหายใจอยู่ตรงนี้ มันกลับอึดอัดจนอยากเดินออกไป ไม่ใช่เพราะห้องที่เงียบเกินไป แต่มันไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ชีวิต อยู่ในห้องนี้

เพราะชีวิตของเขา ชีวิตที่ดำเนินอยู่ได้ในตอนนี้ คือชีวิตที่มีจอมพลอยู่ข้างๆ

มีกลิ่นกายอ่อนๆ ของอีกฝ่าย กลิ่นสบู่ที่ปะปนไปด้วยน้ำหอมที่คุ้นเคย

เสื้อผ้าระเกะระกะที่พาดไว้ตามเก้าอี้ ที่เขาต้องคอยเก็บให้

รองเท้าผ้าใบสารพัดสีในตู้รองเท้า ที่เปิดออกมาแล้วจะเป็นลมจนต้องเอาสเปรย์มาฉีดกลบ

นั่นคือชีวิต...ที่มีชีวิตจริงๆ ไม่ใช่ความคร่ำเคร่งที่จินตภัทรอยู่กับมันมาตลอดหลายปี...

 

ร่างเล็กถอนใจออกมาก่อนที่มือเรียวจะกดหาเบอร์โทรศัพท์ และกดโทรออกในทันทีเมื่อหาเบอร์ที่ต้องการเจอ มือข้างหนึ่งดึงกิ่งบอบบางของดอกคาโมมายล์ดอกหนึ่งออกมาจากช่อ สูดดม แตะกลีบดอกที่ปลายจมูกไปมาจนกระทั่งปลายสายตอบรับกลับมา

(สวัสดีค่ะ นิติบุคคลสกายวอล์กคอนโดฯ มิเนียมค่ะ)

"ครับ ผมจินตภัทรเจ้าของห้อง 2207 อยากทราบว่าถ้าผมจะทำเรื่องฝากขายห้องจะต้องทำยังไงบ้างครับ"


 



[1] “ยังไงก็พาพี่เขามาเที่ยวบ้านเราบ้างนะลูก”

[2] “รักษาเนื้อรักษาตัวอย่าเจ็บอย่าไข้นะลูกนะ”

[3] “ยาย...น้องอยู่ทางนี้ จับมือพี่เขาแน่นเลยนะ”

[4] “เอ้า ก็อวยพรทั้งสองคนแหละ พ่อเจริญจะพูดอะไรไหม มาก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรนะคนเรา พูดอะไรก็ไม่พูด”


........TBC.......


แจ้งให้ทราบสำหรับกำหนดปิดหน้าฟิคเพื่อลงต้นฉบับที่ปรู๊ฟและแก้ไขคำผิดแล้วนะคะ

เราจะปิดหน้าฟิคในวันที่ 30 มิถุนายนพร้อมกับวันปิดโอนหนังสือ

และเปิดให้อ่านอีกครั้งในวันที่ 22 กรกฏาคมค่ะ 


ในส่วนของคำผิดถ้าไม่มากมายแค่พิมพ์ตกหล่น ตอนนี้ไม่ต้องแจ้งเข้ามาแล้วนะคะ

เพราะตอนนี้ต้นฉบับแพรอยู่ในมือทีมปรู๊ฟและจัดหน้าแล้วจ้า

#2209Bnior



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18212 WangJimung (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 20:28

    ทุบกำแพงแล้วรวมห้องกันเลยลู้กกกก

    #18,212
    0
  2. #18090 Cartoonpbct (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 05:58
    ทำไมจินตภัทรจะขายคอนโดอ่า งื้อ
    #18,090
    0
  3. #15867 JinYounG_Omma (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2560 / 21:29
    ขออนุญาติขำตรงที่จีนไปหยิบสมุดจดอะ นี่ลั่นแรงมาก จินตาพ้าดดดดด หนูลู๊กกกกกก55555555555
    #15,867
    0
  4. #15602 บัง 16. (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 01:21
    แบบนี้เค้าเรียกว่าเขินไม่นิดเเล้วจ้า
    #15,602
    0
  5. #14282 บัง 16. (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 08:57
    น้องจีนพูดคำว่าพี่บีนี่โครตเขินเลยฮืออ สงสารป้าเจนเค้านะคะ555
    #14,282
    0
  6. #11058 pqppp (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 17:51
    ชอบฉากจูบกันแบบไม่สนใจปลายสายมากๆเลย5555555
    #11,058
    0
  7. #9944 _jjswt (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 23:49
    เค้าเรียกกันพี่ๆน้องๆนี่ฉันเขินจะตาย ฮื่ออออออ น่ารัก คนเราไม่ได้มีมุมเดียวเนอะ แจนเองก็มีมุมดีๆบีบอกในฐานะแฟน คือดีอะ ดูแลใส่ใจขนาดนี้ แต่คนเรามันมองด้านเดียวไม่ได้อะ55555555555 /แหมมมมคุณจอมพลโรแมนติกเหมือนกันนะ น่ารักมั่กกก
    #9,944
    0
  8. #9548 wishkind (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 18:28
    กำลังจะหวานๆ ต้องหยุดกึก พี่บีงงเลยน้องจีนเล่นอัลไลลลล  5555555

    จีนจะไปอยู่กะบีใช่ปะจะขายห้องอะอ้ายยยยย
    #9,548
    0
  9. #9393 smorasee54 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 18:25
    โอ้ยยยยเขินตอนคุยโทรศัพท์กับป้าแจนมาก ละเขินทุกตอนที่พี่บีพูด "ครับ"
    #9,393
    0
  10. #9149 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 15:43
    เอาล่ะะะะ หล่อนจะย้ายห้องตามผู้ชายแล้วใช่มั๊ยจีนนนน นี่ยังเหลือปมแจนกับปมพ่อแม่ของบีอีกอะเนาะ แล้วลู่ก่ายยนี่เป็นไงบ้างน้ออ?
    #9,149
    0
  11. #9146 P_pluralthepark (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 11:17
    ว้ายยยยยยยย จินตาพ้าดดดดดดดด อยากขายห้องแล้วหรอ จะย้ายไปอยู่กับพี่บีหรอคะ หรอคะ

    จีน แจน นี่จะไม่ถูกกันทุกชาติไปใช่มั้ย 55555555
    #9,146
    0
  12. #9145 super_man (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 07:41
    อยู่กับจอมพลแล้วหนูจีน
    ก็เริ่มมีความผูกพันธ์มีความคุ้นชิน ชอบที่พ่อจีนพูดนะ ถึงจะดูโหดแต่ก็เป็นความจริง
    ไม่มีใครอยากให้ลูกตัวเองเสียใจหรอก. จอมพลต้องสู้ๆนะ
    #9,145
    0
  13. #9143 Mamritore (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 02:27
    ย้ายห้องแหล่วจ้าาาาา อิจ๋อมจ๋อมลูกเขยแม่ดูแลน้องดีๆนะ น้องออดอ้อนหลุดเรียกพี่บ่อยละ ฮึ่มมม
    #9,143
    0
  14. #9142 sxq.wlp7 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:25
    งึยน่ารักมากกกกกกกว่าจะผ่านมรสุมชีวิตในอดีตมาได้จนมาถึงตอนนี้ก็รู้แฮปปี้มากๆ หวังว่าพ่อกับแม่จอมพลจะโอเคกับชีวิตรักของทั้งคู่นะคะแล้วก็เป็นกำลังใจให้คุณไรท์เตอร์ด้วยงิงิ
    #9,142
    0
  15. #9141 deffjb (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 22:59
    แงง ความรักมาเต็ม โรแมนซ์มาดดดดดจอมพ้ลลลลล สหทกาไากวหสกาหหสหาหา
    #9,141
    0
  16. #9140 pimonwan.mome (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 22:26
    อร๊ายยยย จีนยอมย้ายไปอยู่กับจอมพลแล้ว เขินจอมพลมากอ่ะตอนนี้โรแมนติกเกิ้นนนน
    #9,140
    0
  17. #9139 ChicJaebeom (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 21:35
    โคตรรร โคตรอิจฉา น่ารักมากเลยยย
    #9,139
    0
  18. #9138 BlinkNooknick (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 20:58
    ขอความยุติธรรมให้แจนด้วยค่ะแฟนเก่าเหมือนกันทำไมพิมพ์เป็นพิมพ์แต่แจนเป็นป้าแจนละคะคุณๆ555
    ยิ่งเรื่องยาวก็ยิ่งรู้จักพิมพ์มากขึ้นเนาะเอาแบบตรงๆคือเราเกลียดตัวละครตัวนี้มากอ่ะเหมือนกับที่ว่าจะมีคนที่เรารู้สึกไม่ถูกชะตาไม่มีเหตุผลอะไรแค่เกลียดซึ่งเราก็รู้สึกแบบนั้นอ่ะ
    ฉันเขินตอนยัยน้องเรียกพี่บีอ่ะ คริๆๆๆๆๆหุๆๆๆๆ555555เขินมากสติหลุดแต่ยัยจีนชอบแบบสกัดขาอ่ะระหว่างที่เราเขินตอนนางคุยกันอยู่ดีๆก็ดีดขึ้นมาซะงั้นคือจีนแฟนแกกำลังบอกรักอยู่นะเข้าใจไหมอ่ะว่ามันควรจะแบบเข้าโหมดซึ้งๆแล้วก็จูบหวานๆไม่ใช่รีบไปเอากระดาษมาจดไดอาร็อกนิยายค่าาา
    ถ้าเจอคนที่ใช่แล้วก็พอดีกับเราแล้วต่อให้เค้าดีไม่พอก็ไม่จำเป็นต้องรออะไรจีนไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธการย้ายไปอยู่กับบีซึ่งพนันว่าถ้าจ๋อมๆรู้ว่าเมียขายห้องนี่คงยิ้มเปิดฟันเข้าโพดโชว์นิติบุคคลเลยทีเดียวดีใจด้วยนะจ๋อมนะฮิ้ววว
    #9,138
    0
  19. #9137 ออมม่า (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 19:57
    2 คนมีความลงตัว เติมเต็มกันและกัน ทำให้ มีชีวิต มีรสชาด ขึ้น
    #9,137
    0
  20. #9136 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 18:42
    เขินนนรรร
    #9,136
    0
  21. #9133 Xqpxss (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 17:15
    มันก็จะหวานหน่อยๆอะนะ นี้แหละะะที่เขาบอกว่าคนเรามันไม่มีทางเหมือนเดิมได้ตลอดไปหร๊อก
    #9,133
    0
  22. #9131 แม่น้องเอิน (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 12:12
    พี่บี หงึ หนูจีนเรียกพี่บี ฮืออออออจาบ้าตายแย้วว
    #9,131
    0
  23. #9130 Chocomeme (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 12:10
    โอ๊ยยย เขินแรงๆๆๆๆๆๆๆๆ ทำไมพี่บีคนเลวในตอน123456กลายมาเป็นคนละมุนนีได้ขนาดนี้คะ ดาวจะไม่ทนล้าววววววว #ทีมเมียน้อยอ้ายบี
    #9,130
    0
  24. #9129 Aeemmii'z (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 11:34
    ฮี๊วววว จะไม่มีข้างห้องแล้วมีแต่ห้องเดียวกัน
    #9,129
    0
  25. #9128 btoeyk_27 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 11:06
    ตอนนี้ดีต่อใจมากกกก ชอบบีอ่ะดูแลดีมากกก เกือบจุ๊บละจ้าน้องจีนทำไม555555 จีนจะขายห้องแล้วววค่ะสังคมม
    #9,128
    0