[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 41 : 39 : เปิ้นฮักตั๋วเน้อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,123
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 71 ครั้ง
    18 มี.ค. 61







39

เปิ้นฮักตั๋วเน้อ

 

"พ่อกับแม่จะพายายมาเที่ยวกรุงเทพฯ อะ ที่เราเคยบอกไงว่าแม่กับน้องไปเชียงใหม่ นั่นแหละ เขาไปหายายแล้วยายอยากมาเที่ยวในเมือง แต่ห้องเราซ่อมฝ้าเพดานกับท่อแอร์อยู่ ก็เลยบอกแม่ว่าอาจจะให้มานอนห้องบีแทน แต่ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวเราช่วยบีจัดห้องใหม่"

ว้อท! อะไรคือไม่ต้องห่วงวะ

จอมพลกรีดร้องอยู่ในใจแต่ก็ทำได้แค่นั่งมองแฟนตัวเล็กที่ลุกขึ้นจากเตียงแล้วโทรหานิติบุคคลว่าตกลงห้อง 2207 จะสามารถเข้าพักได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่ และคำตอบมันคงไม่เป็นอย่างใจนัก เพราะจินตภัทรวางสายจากนิติบุคคลก็ถอนใจแล้วเดินมาทิ้งตัวลงนอนที่เตียงเซ็งๆ ครู่เดียวมือของคุณนักเขียนก็คว้าข้อมือของจอมพลแล้วดึงให้คนตัวโตกว่าเอนกายลงนอนข้าง ก่อนจะขยับไปกอดเอวหนาไว้

"บี..."

"หืม"

"ถ้าสมมติพ่อถามว่าบีทำงานอะไร บีไม่ต้องเครียดนะ ก็บอกเขาไปตรงๆ ถ้าเขาพูดอะไรมาก็ทำเป็นหูทวนลมไป"

"อ้าว ทำไมอะ"

"พ่อเราเป็นครูฝ่ายปกครองอะ จุกจิกแล้วก็ทำตัวเป็นครูทุกที่เลย จนเกษียณนี่เด็กแถวบ้านยังโดนดุตลอด แต่ดีที่เวลายายอยู่พ่อไม่ค่อยพูดมากเพราะพ่อกลัวยาย แต่คิดว่าเขาคงถามว่าบีทำงานอะไร ถ้าถามเรื่องส่วนตัวมากๆ เข้าเราจะช่วยพูดแก้เอง ไม่ก็บอกให้ยายเบรกพ่อให้"

"นี่หลานยายใช่ไหมเนี่ย..."

"อืม ตอนเด็กๆ ยายเลี้ยง พ่อเป็นครูบนดอยสอนเด็กชาวเขาเลยลงมาบ้านนานๆ ครั้ง ส่วนมากอยู่กับยาย จนมัธยมก็ลงมาเรียนกรุงเทพฯ มาอยู่กับแม่กับน้องชายที่นี่ ยายก็บ่นคิดถึงแหละ แต่ไม่ได้บอกให้ไปหาเพราะกลัวไม่ได้อ่านนิยาย"

"ยายอ่านด้วยเหรอ"

"ตอนแรกยายอ่าน แต่พอแก่ตัวแล้วตาไม่ดีก็ให้โจอ่านให้ฟัง น้องชายเราอยู่
ม.สี่ นี่เล่าเรื่องตัวเองบ้างสิ เดี๋ยวเกิดแม่แอบถามตอบไม่ได้ทำไงอะ"

"เรื่องอะไรดี..."

"ก็ตอนเด็กๆ โตมายังไง พ่อแม่ทำงานอะไร เหมือนที่เราเล่าให้บีฟังไง"

จอมพลก้มลงมองแฟนตัวเล็กที่นอนกอดเอวแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสายตาที่อยากรู้อยากเห็น ทั้งที่ก็คบกันมาเกือบสามเดือนแล้ว แต่เขากลับไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้แฟนฟังเลย ทั้งที่ไม่มีเรื่องอะไรต้องปิดบัง แต่ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาสนใจแต่เรื่องระหว่างกัน ก่อนหน้านี้ก็สนใจแต่ตัวเองที่จะต้องทำมาหากินเลี้ยงตัวเองให้พอจะได้ไม่เดือดร้อนพ่อแม่ แล้วพอมาตอนนี้ก็สนใจแค่อยากจะอยู่กับคนในอ้อมกอด จนลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยมีครอบครัว พอถูกถามขึ้นมาก็รู้สึกแปลกๆ มันบอกไม่ถูกว่าเศร้า หรือเจ็บปวดมากกว่ากัน

"ก็มีพ่อคนนึงแม่คนนึงเหมือนชาวบ้านนั่นแหละ บีเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง"

จินตภัทรฟังคำตอบที่เหมือนจะกวนประสาทของอีกฝ่าย แต่มองสบตากันแล้วมันมีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายเศร้าเกิดกว่าจะอยากเล่าออกมา...สุดท้ายเลยตัดสินใจถามคำถามที่ไม่เซ้าซี้จนเกินไป เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้

"พวกท่านสบายดีใช่ไหม" 

ริมฝีปากหยักอมยิ้มนิดๆ กับคำถามที่คนรักส่งมา เขาคงทำให้แฟนอึดอัดเหินไปถ้าจะไม่ยอมเล่าอะไรเลย ไปๆ มาๆ ก็เริ่มด้วยการเล่าเรื่องแม่ก่อน...

"สบายดี แม่ของบีขายขนมอยู่ที่ตลาดพรานนก มีลูกจ้างจากนานาชาติ ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง พม่า แขกอินเดีย"

"ตลาดพรานนกเราเคยไปเดินของอร่อยเยอะ เราเคยไปตอนเด็กๆ แม่พาไปไหว้พระแถวนั้นก่อนสอบเข้ามหา’ลัยแล้วก็พาไปเดินตลาด แล้วพ่อบีทำงานอะไร"

"ตอนไปไหว้ ไปวัดระฆังป้ะ"

"ใช่ๆ วัดระฆัง ที่ข้ามเรือนไปอะ พอไหว้เสร็จก็ต่อเรือไปท่าน้ำศิริราชไปตลาดพรานนก ทำไมเหรอ"

"ถ้าถวายสังฆทาน ก็น่าจะซื้อร้านพ่อเรานั่นแหละ ร้านพ่อเราจะอยู่ทางเข้าวัดตรงข้ามร้านขายปลาขายเต่า"

จินตภัทรเงียบไปชั่วอึดใจ เพราะความสงสัยที่มีอยู่ในใจมาตลอดที่เป็นสาเหตุที่วันที่เขาไปไหว้พระเขาไม่ยอมให้แม่ซื้อถังสังฆทานเพราะคิดว่าเป็นของวนมาขายจากในวัด รู้สึกเหมือนเสียเปรียบก็เลยไม่ซื้อ แต่พอรู้ว่าเป็นร้านพ่อแฟน ก็เกิดคำถามขึ้นมาทันทีทันใด

"ของที่เอามาขายในถังสังฆทานมันเป็นของที่วัดเอามาขายต่อให้ใช่ไหมอะ"

"ใช่สิ คิดว่าวัดจะเอาไปใช้ยังไงหมดอะ สมมติวันๆ นึงมีคนมาทำบุญสักร้อยคน ร้อยถังเลยนะ"

จินตภัทรมองหน้าคนรักด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก...

ขณะที่จอมพลนอนเท้าแขนกับศีรษะแล้วเริ่มต้นอธิบายความเข้าใจผิดที่รู้สึกได้จากแววตาของแฟนตัวเล็ก

"จีนเข้าใจคำว่าทำบุญแค่ไหน"

"ห๊ะ"

"ทำบุญแปลว่าเราทำเพื่อให้ได้บุญกับตัวเองถูกไหม ถ้าให้ได้บุญจริงอย่าไปคิดว่าของที่ให้ไปมันไปอยู่ไหน เราให้วัดไปไม่ว่าของสิ่งนั้นจะเป็นอะไร หลังจากนั้นของๆ เรามันจะไปอยู่ไหนหรือวัดจะเอาไปให้ใครต่อก็เป็นสิทธิ์ของวัด ที่สำคัญเวลาที่ทำบุญกันมากๆ วัดบางวัดมีพระไม่ถึงร้อยรูป ของที่ได้มาเหลือมากเกินไปอย่างของอุปโภคก็แปรเป็นเงินเอามาเป็นค่าบำรุงรักษาค่าน้ำค่าไฟวัดค่าทำความสะอาดอะไรอีกมากมายที่เป็นค่าใช้จ่ายในวัดได้ จริงอยู่ที่ของในถังสังฆทาน ส่วนหนึ่งพ่อค้าก็จะรับซื้อมาจากวัดแต่มันก็ด้วยความเต็มใจของมัคนายกวัดและเจ้าอาวาสเอง ทุกอย่างมีสองด้านนะ พ่อค้าไม่ได้ผิดหรอกถ้าไม่ได้ตั้งราคาแพงจนน่าเกลียด ร้านพ่อเราถังใหญ่สุดแค่สามร้อยกว่าบาทเอง มีหลอดไฟให้ด้วย"

ทั้งที่คิดมาตลอดว่าสิ่งที่ร้านแถวนั้นทำอยู่คือการเอาเปรียบ ไหนจะพวกปล่อยนกปล่อยปลาที่เห็นแล้วก็หงุดหงิดทุกครั้ง แต่มันก็เป็นวิถีชาวบ้านที่มีประโยชน์เอื้อต่อกันทั้งคนขายและคนที่อยากทำบุญ ไม่มีอะไรที่ถูกหรือผิดร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่จอมพลพูดจริงๆนั่นแหละ...ราวกับว่าถ้าไม่ใช่ลูกหลานเจ้าของร้าน ก็คงไม่มีใครกล้าบอกหรือพูดตรงๆ แบบนี้

ริมฝีปากอิ่มอมยิ้มน้อยๆ แล้วก็พยักหน้าส่งเสียงอืมในลำคออย่างเข้าอกเข้าใจ จินตภัทรคิดว่าคนเรานี่ก็แปลก... เรื่องบางเรื่องเราเคยติดใจสงสัยมาตลอดชีวิต ไม่ว่าใครจะอธิบายยังไงเราก็ไม่เปิดใจรับฟัง แต่เมื่อเป็นคนที่เรา รักและแคร์ เรากลับสามารถเปิดใจรับฟังสิ่งนั้นได้โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ

"เอาไว้ว่างๆ พาเราไปเที่ยวบ้านบีด้วยนะ"

จอมพลก้มหน้าลงมามองเจ้าของแก้มใสที่ช้อนตามองเขาราวกับเด็กเล็กๆ ทั้งรูปร่างและหน้าตาที่ลวงโลกของอีกฝ่าย ทำให้บางทีก็เผลอคิดไปว่าคบกับเด็กมัธยมอยู่ คนตัวโตกว่าโน้มใบหน้าลงมาขณะที่ค่อยๆ พลิกกายคร่อมร่างเล็กเอาไว้ ริมฝีปากหยักกดจูบเรียวปากอิ่มที่ตอบรับอย่างเย้ายวน แขนเล็กคล้องคอร่างสูงเอาไว้หลวมๆ ขณะที่ใบหน้าค่อยๆเอียงปรับองศาไปตามการชักพาของอีกฝ่าย

"พร่งนี้จะต้องสละเตียงให้ญาติผู้ใหญ่แล้ว ขอใช้ให้เต็มที่ทิ้งทวนก่อนได้ไหม"

คนที่คร่อมอยู่ด้านบนผละจูบออกมาแล้วถามด้วยสีหน้าและแววตาที่กรุ้มกริ่ม จินตภัทรหลุดขำออกมากับสีหน้าของแฟนหนุ่มที่ดูตลกมากกว่าดูเจ้าเล่ห์

"รอบเดียว..."

"แหม ขี้งก"

คนต่อรองแอบเบ้ปากย่นจมูก แต่สุดท้ายก็ยอมตามใจคุณนักเขียนที่เอาแต่ขำจนอารมณ์วาบหวามรันจวญใจมันหมดไป แต่สำหรับทั้งคู่แม้ว่าเซ็กซ์จะไม่ใช่เรื่องที่สำคัญเท่าไหร่ แต่มันก็ต้องมีบ้างเพื่อผ่อนคลาย จินตภัทรรู้ข้อนี้ดีเพราะที่ผ่านมามันก็แสดงให้เห็นว่าจอมพลเป็นพวกที่กินง่ายอยู่ง่าย ถึงจะโดนบังคับขืนใจให้ทำอะไรที่ไม่แฮปปี้ เช่น สละห้องให้พ่อตาแม่ยาย สุดท้ายคุณจอมพลก็ยอมโดยดีแม้ว่าคุณนักเขียนจะต้องเปลืองตัวนิดหน่อยเป็นการแลกเปลี่ยนก็ตาม....

 

....................

 

เช้าวันต่อมา

 “แล้วผัวน้องไปไหน” เสียงของคนเป็นพ่อถามถึงว่าที่ลูกเขยทันทีที่มาถึงคอนโดฯ  จินตภัทรพาคุณยายไปนั่งที่โซฟาที่ช่วยกันกับคุณแฟนตัวโตลากมาจากห้อง 2207 เพราะห้องนี้ไม่มีโซฟาให้นั่งเลย แถมก่อนหน้านี้ห้องรับแขกก็มีแต่ตู้ใส่กีตาร์กับลำโพงแอมป์อะไรไม่รู้ที่ตั้งวางอยู่ซึ่งทั้งหมดก็ถูกขนไปฝากไว้ที่บ้านกวินโดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้เรื่องด้วย

“ไปธุระ กำเดียวก่อมา ป้อนอนโซฟาได้ก่อ เตียงเดียวหื้อแม่กับยายนอนเนาะ”[1] ร่างเล็กตอบคนเป็นพ่อที่เริ่มเดินทั่วห้อง และซักไซ้ถามไม่หยุด ในขณะที่แม่เข้าไปเปิดตู้เย็นหาน้ำหาท่ากินเอง เรียกว่าชิลล์กว่าสามีมาก

“เออ ฮู้ละ แล้วผัวทำงานอะหยัง วันนี้วันปุด ม่ะทำงานก๋า”[2] พ่อถามออกไปแต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบ คนที่ ใหญ่ที่สุดในบ้าน ก็พูดสวนขึ้นมาด้วยความรำคาญลูกเขยตัวเอง

“น้องจีนมาหายายกำเลาะ ขอดูหน้าจั๊ดๆ กำ กินข้าวกินป๋านักก่อ กับข้าวลำก่อนิ หือ ยายส่งน้ำพริกมาหื้อดีก่อ”[3]

มือที่เหี่ยวย่นลูบหัวลูบหูหลานชายตัวน้อยที่เลี้ยงมากับมือ แอบเหลือบตามองลูกเขยที่แสนน่ารำคาญพลางกอดหลานไว้

“บ่าเอาอะยาย ส่งมานะกว่าจะถึงน่ะเน่าแล้ว บ่าแน่น้ำพริกหายกางตางโตย อย่างแคบหมูรอบตี้แล้วอ่า หายไปน่าซื่อ ไปรษณีย์ลักไปกิ๋น” [4]เด็กขี้อ้อนว่าพลางซบอกยายอย่างออดอ้อน

“แล้วแฟนน้องหล่อก่อ ยายขอดูฮูปหน่อยเลาะ”[5]

ถามพลางหัวเราะคิกคักกับหลานที่ก้มหน้าเขิน จินตภัทรมองตามแม่ที่เดินเอาน้ำไปให้พ่อแล้วก็ยิ้มให้ อย่างน้อยเวลายายดุ พ่อก็ยังมีแม่เอาอกเอาใจอยู่เสมอ หญิงวัยกลางคนที่ดูหน้าตาอ่อนวัยกว่าอายุหันมาลูบหัวลูกชายคนโตที่ถูกเลี้ยงมาไม่ต่างจากผู้หญิงเพราะฝีมือยาย พอเห็นลูกเขินก็รีบแก้สถานการณ์ให้

“เดียวก่อปะหน้ากันแล้วแม่ จะฟั่งผ่อยะหยัง น้องจีนบอกแผนแล้วแม่นก่อว่าวันนี้เฮาจะไปกิ๋นข้าวกั๋น ยายไค่อยากอาหารทะเล เลยว่าจะหือป้อขับรถไปมหาชัย”[6]

พอแม่บอกจะพายายไปมหาชัย จินตภัทรก็เริ่มนั่งไม่ติด เพราะถ้าต้องไปด้วยกัน ไม่รู้ว่าจอมพลจะทำตัวยังไงระหว่างนั่งรถ เพราะพ่อเช่ารถตู้ขับมาจากสนามบินไม่มีทางที่จะขอแยกไปนั่งรถอีกคันแน่ๆ

“ไปกิ๋นไกลแต้ว่าแม่ ร้านอาหารทะเลแถวนี้ก้อมี” [7]ร่างเล็กรีบออกความเห็นแล้วคิดหาร้านอาหารทะเลอื่นมาแทน แต่คนเป็นพ่อเหมือนจะรู้ทัน รีบพูดขัดแถมลามไปบ่นเรื่องอาหารกล่องที่ทิ้งในถังขยะอีก...

“บ่าเอาอะ กิ๋นของต้ำนี้มันบ่าเหมือนกิ๋นฮิมทะเล อาหารทะเลในกรุงเทพฯ มันจะมีอะหยัง นอกจากกับข้าวกล่อง ผ่อเลาะในขยะมีก้ากับข้าวกล่องเต็มหั้น...”[8]

“ปอๆ ตาเจริญ บ่าต้องมาจ่มหลาน แม่บ่าจ้อบ เมินๆ ป้ะกันยังจะมาจ่มลูกมันแหม จะเอี้ยะมันถึงม่ะไค่อยากอยู่โตย”[9]

เสียงยายที่บอกให้ลูกเขยหยุดบ่นทำเอาจินตภัทรแทบจะหลุดขำออกมา นึกถึงความสัมพันธ์ของยายกับพ่อแล้วก็อดขำไม่ได้จริงๆ ว่า ก่อนที่เขาจะเกิด ยายไม่ชอบพ่อเลยเพราะพ่อเป็นลูกศิษย์ที่ยายสอนสมัยเรียนมัธยมที่อำเภอสันป่าตอง

ยายก็เป็นครูประจำชั้นของพ่อ แต่ยายไม่ชอบพ่อเลย ยายบอกว่าพ่อเป็นเด็กขี้ฟ้อง เจอกันทุกเย็นหลังเลิกเรียนเพราะชอบมาเอาเรื่องเพื่อนในห้องมาฟ้อง

แต่ที่ไหนได้ มาจับได้ทีหลังว่าพ่อแอบมาเหล่แม่จินตหราลูกสาวครูประจำชั้นที่มาหายายที่ห้องพักครูหลังเลิกเรียนทุกวัน ตอนรู้ว่ารักชอบพอกัน แม่บอกว่ายายแกล้งให้ครูฝ่ายปกครองเรียกพ่อไปตีบ่อยๆ แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าตอนนี้พ่อก็เป็นครูเหมือนยาย แถมกลายเป็นครูฝ่ายปกครองด้วย...

“ยายๆ ยายจำต๋อนยายปาน้องมากรุงเทพฯ ได้ก่อ ตี้ยายสอนน้องอู้กลางอะ ยายอู้กับอ้ายบีเป็นภาษากลางเน้อ อ้ายเปิ้นม่ะค่อยฮู้เรื่อง”[10] จินตภัทรบอกคนอายุมากกว่าอย่างขัดเขินเพราะเรียกคนรักว่า อ้าย เพราะถ้ายายมารู้ทีหลังว่าจอมพลอายุมากกว่าแล้วเขาไม่ยอมเรียกพี่ ยายต้องดุแน่ๆ ว่าหลานเป็นเด็กไม่มีสัมมาคารวะ

“เอ๋อ อายุนักกว่าน้องก๋า”[11] ยายมองหน้าหลานชายแล้วถามอย่างเอ็นดู

“แม่นแล้ว อ้ายเปิ้นอายุนักกว่าน้องสองสามปี๋” [12]

ขณะที่กำลังคุยกับยาย คุณเจริญว่าที่พ่อตาก็พูดแทรกขึ้นมา

“ก็ใหญ่แล้วแม่นก่อ ยะหยังยัง…”[13] แต่ไม่ทันจะได้พูดอะไร ครูจรัสศรี แม่ยายคุณเจริญก็ด่าลูกเขยเสียงดังจนทั้งหลานทั้งลูกสาวสะดุ้ง

“ตาเจริญ! ปอ เลิกจ่มแล้วไปจ้วยแม่จินตหราจัดเสื้อผ้า เป๋นคนใหญ่แล้วเลิกจ่มเรื่องไร้สาระสักเตื้อ นี่ถ้าแม่บ่าอยู่ แม่จินตหราท่าจะได้หาผัวใหม่ละ ปู้จายอะหยังน่าเบื่อแต๊ๆ”[14]

ว่ากันว่าเวลายายดุ พ่อนี่กลัวแทบฉี่ราด แต่จินตภัทรก็ไม่เคยเห็นสักที พอมาเจอยายเวอร์ชั่นด่าลูกศิษย์ต่อหน้าต่อตาก็แอบสงสารพ่อเหมือนกัน แม่เดินไปลูบไหล่พ่อที่โดนด่าจนต้องเดินหนีไปนั่งเข้ามุมอย่างน่าสงสาร จินตภัทรรีบหาเรื่องเปลี่ยนอารมณ์คนเฒ่าคนแก่ที่แทบจะลุกขึ้นไปตบกบาลลูกเขยตัวเองด้วยเรื่องนิยาย

“ยายๆ น้องมีนิยายเรื่องใหม่โตย เดียวน้องปรินต์หื้อยายอ่านระหว่างรอแฟนน้อง” [15]

พอพูดเรื่องนิยายกับหลาน คนอายุมากกว่าก็หันมาคุยกับหลานด้วยน้ำเสียงที่มีความสุขผิดจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน

“เออ เอาตัวหนังสือใหญ๋ๆ เน้อลูก อยู่บ้านยายต้องใจ้แว่นขยายละ มานี่บ่าได้เอาแว่นขยายมาโตย”[16]

ดวงตารีมองนาฬิกาดิจิทัลบนผนังสลับกับมองโทรศัพท์เพราะคนที่บอกว่าไปธุระหายไปสามชั่วโมงแล้ว ไม่เข้าใจว่าจอมพลไปทำธุระอะไรกันแน่เพราะบอกแค่ว่าเดี๋ยวมา ใจหนึ่งก็แอบห่วงว่าพ่อตัวดีจะป๊อดหนีหน้าพ่อตาแม่ยาย แต่อีกใจก็ยังเชื่อมั่นว่าแฟนหนุ่มคงไม่ทำเรื่องน่าอายแบบนั้น คิดวนไปวนมาขณะที่มองพ่อแม่นั่งคุยกัน
กระหนุงกระหนิงหน้าโทรทัศน์ ส่วนยายก็นั่งอ่านนิยายอยู่ในห้องนอน

 

ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงคีย์การ์ดดังขึ้นที่หน้าประตู แต่จังหวะที่จะเดินไปดูเพราะคิดว่าเป็นจอมพลแน่ๆ คุณเจริญก็เดินปาดหน้าลูกชายตัวเล็กไปเหมือนเบิร์นยางรอว่าที่ลูกเขยนานแล้ว จินตภัทรอ้าปากค้างขณะที่เดินมาหยุดด้านหลังพ่อ เมื่อสบตากับคนที่เดินเข้ามาในห้อง

ถึงจะรู้ว่าตรงหน้าคือคนรักของตัวเองชัวร์ๆ

แต่รูปลักษณ์ของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปตั้งแต่หัวจดเท้ามันทำให้เสียงที่กำลังจะพูดทักทายถูกกลืนหายลงไปในคอ

เหมือนกับคุณเจริญว่าที่พ่อตาที่มองลูกเขยอย่างตกตะลึงเพราะคิดว่าคงเป็นพวกผู้ชายท่าทางกะล่อนทั่วๆ ไป

ชั่วอึดใจที่ทั้งพ่อและลูกชายตัวเล็กเงียบกันไป ก็มีเสียงของคุณจินตหราว่าที่แม่ยายคุณจอมพลที่วี้ดว้ายชี้ชวนยายที่เดินมาคู่กันราวกับสาวน้อยวัยแรกรุ่น

"หู๊ยยยยยยย หล่อขนาดดดดด นี่อ้ายบีของน้องจีนแม่นก่อ" [17]

"เอ่อ...ส...สวัสดีครับ" จอมพลยกมือไหว้แทบไม่ทันเพราะไม่คิดว่าทั้งครอบครัวจะมายืนรอรับหน้าประตูแบบนี้ แต่ดูเหมือนคนเป็นพ่อที่ยืนอยู่ใกล้เขาที่สุดจะไม่แฮปปี้เท่าไหร่ ทำหน้าดุใส่แถมไม่ยอมรับไหว้ด้วย

"..."

"ป้อ! ยะหยังบ่ะฮับไหว้! สวัสดีลูกเขยจ้ะ น้องจีน แม่ต้องอู้ภาษากลางแม่นก่อ"[18]

พอคุณเจริญเงียบ มือเรียวของคุณแม่ก็ฟาดแขนสามีพร้อมกับดุใส่ ก่อนจะกันไปคุยกับลูก

" เข้ามาดิ บี นี่ยาย แม่ กับพ่อเรา"

ขณะที่จินตภัทรค่อยๆ ฟื้นฟูสติได้ก็รีบดึงแขนคนที่ยืนมึนอยู่หน้าห้องให้เข้ามา แต่ยังไม่ทันจะปิดประตู เสียงยายก็ขัดขึ้นมาเพราะสิ่งที่คุยกับยายไว้กับความเป็นจริงมันยังปรับไม่ทัน เช่น...เรื่องสรรพนาม

"ยะหยังน้องจีนบ่าเรียกอ้าย หันอู้ก่ะยายว่าเปิ้นอายุนักกว่าน้อง" [19]

"..."  จอมพลหันมามองหน้าแฟนตัวเล็กเหมือนถามว่าเมื่อกี้ยายพูดอะไรทำไมถึงไม่แปลให้ฟัง แต่คุณจินตหรากลับพูดแทรกขึ้นมาก่อน

"แม่น่าจะพูดภาษากลางนะ..."

พอโดนท้วง คนแก่ที่เผลอพูดภาษาถิ่นออกไปก็อ้าปากใหม่เตรียมแปลให้ว่าที่หลานเขยฟังว่าเมื่อครู่พูดอะไรกัน แต่เด็กตัวเล็กก็รีบพูดขัดออกมาก่อนเพราะอาย

"ม...ไม่ต้องๆ ยายพูดแบบนี้แหละดีแล้ว เอ่อ เข้ามาสิ เร็วๆ ยุงเข้า"

พอเดินเข้าห้องมาแบบงงๆ ร่างสูงที่สวมสูทสีดำก็รีบเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อถอดสูทออกเพราะร้อน ความจริงถ้าไม่ต้องไปประชุมงานแทนพี่พัฒน์ เขาก็คงไม่ต้องแต่งตัวเว่อร์ๆ แบบนี้...

 

....................

 

flashback

สามชั่วโมงก่อนหน้า

(พี่พัฒน์ให้เราโทรมาหาบีเพราะเขาไว้ใจบีไง นี่มันงานสำคัญแล้วไม่มีใครรู้เรื่องนอกจากเธอแล้วนะ)

ชายหนุ่มลอบถอนใจขณะที่หูแนบโทรศัพท์และมองแฟนตัวเล็กเขย่งเท้าหมุนราวม่านให้เข้าที่ ไม่รู้เวรกรรมอะไรถึงงานเข้าเอาวันที่พ่อตาแม่ยายจะมาบ้าน โชคดีที่เช้านี้เขาช่วยแฟนย้ายโซฟากับจัดเตียงใหม่เสร็จแล้ว ก็มีแต่ของเล็กๆ น้อยๆ ที่จะต้องจัดตกแต่งเพิ่ม แต่ยังไม่ทันได้พัก แจน ก็โทรมาตามให้ไปประชุมแทนพิพัฒน์ เรื่องงานคอนเสิร์ตที่ทำร่วมกับการท่องเที่ยวที่เป็นงานส่วนของสเตจที่เขาเคยทำมาก่อน

"วันนี้ไม่ได้อะ นี่พ่อแม่จีนเขาจะมาแล้ว ให้ออกไปตอนนี้ได้ไง"

(แล้วจะให้เราบอกพี่พัฒน์ว่าไงอะ)

แจนเองก็ไม่สบอารมณ์เหมือนกัน แต่จนแล้วจนรอด ก็คิดว่าอีกฝ่ายคงจวนตัวแล้วจริงๆ ถึงมาขอความช่วยเหลือ

"ประชุมกี่โมง"

(สิบโมง บีมาที่ตึกแล้วมาหาเราก่อนนะ ต้องประชุมกับผู้หลักผู้ใหญ่ มาเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเดี๋ยวให้น้องจีเขาเตรียมไว้ให้)

"เฮ้ย ทำไมต้องแต่งตัววะ แค่ประชุมงาน"

(บี นี่มันหน้าตาของบริษัทนะ ถึงเธอจะเป็นแค่นักแต่งเพลงอิสระตามที่ตกลงไว้แต่แรก แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่แล้วไง พี่พัฒน์ให้เธอช่วยเป็นตัวแทนประชุมแทนก่อน เห็นแก่หน้าพี่เขาบ้างดิ)

สุดท้ายจอมพลก็จำใจต้องขออนุญาตแฟนออกไปทำธุระ เขาไม่ได้บอกรายละเอียดเพราะคิดว่าเดี๋ยวกลับมาค่อยเล่าให้ฟัง แต่พอไปถึงที่ตึกตามที่นัดกับแจนไว้ เขาก็โดนลากไปแต่งตัวใหม่ แถมโดนจับตัดผมทั้งที่อุตส่าห์ไว้ยาวเลยคิ้วมาตั้งหลายเซนต์ สุดท้ายก็กลายเป็นทรงสมัยนิยมที่เขาไม่ได้ชอบมันเลยแม้แต่น้อย แถมต้องมาสวมเชิ้ตสวมสูทราวกับพวกผู้บริหารที่ไม่ว่าจะลุกนั่งยืนเดินก็อึดอัดไปหมด

"ผมคิดว่าคุณจอมพลน่าจะรับผิดชอบงานนี้ได้ดีพอๆ กับคุณพิพัฒน์นะครับ เพราะจากการพูดคุยงานแล้วผมชอบไอเดียคุณมากเลย"

ทางประธานผู้จัดงานเอ่ยด้วยสีหน้าที่ชื่นชมจอมพลมาก เพราะการคุยงานกับอีกฝ่ายแตกต่างจากอีกคนที่ไม่มาในวันนี้มาก ถึงตอนแรกเห็นหน้าจอมพลแล้วจะรู้สึกว่ายังอายุน้อยเกินไป แต่ทักษะในการทำงานรวมทั้งความคิดในการจัดการดีกว่าพิพัฒน์มากทีเดียว อาจจะเป็นเพราะจอมพลเป็นเด็กรุ่นใหม่เลยมีความคิดนอกกรอบมากกว่า

"จริงๆ แล้วผมแค่มา..." คนถ่อมตัวยิ้มเจื่อนๆ และพยายามจะบอกว่าตัวเองแค่มาประชุมแทน คงรับผิดชอบงานนี้ไม่ได้ แต่หญิงสาวที่นั่งข้างๆ กลับพูด มัดมือชก ให้เขาเริ่มลำบากใจ

"บีเขากำลังจะกลับเข้ามาทำงานกับทีมเราเร็วๆ นี้ค่ะ ก่อนหน้านี้เขาเป็น
ฟรีแลนซ์ แจนมั่นใจว่าคุณนิกูลต้องได้ร่วมงานกับบีแน่นอนค่ะ"

"งั้นก็ดีเลยครับ ผมจะได้เบาใจหน่อย อ้าว นี่ใกล้เที่ยงแล้ว เราไปหาร้านกินมื้อกลางวันกันดีไหมครับ"

"คุณนิกูลครับ ผมต้องขอโทษจริงๆ วันนี้ผมคงไม่สะดวก พอดีพ่อแม่ของแฟนเขามาเยี่ยมบ้าน คงไม่ดีถ้าผมไม่รีบไปพบพวกท่าน"

"น่าเสียดายจัง ไม่เป็นไรครับ เอาไว้โอกาสหน้าค่อยว่ากันใหม่ ตอนแรกผมคิดว่าคุณจอมพลกับคุณยลรดาเป็นแฟนกันเสียอีก ฮ่าๆๆ เกือบจะเข้าใจผิดเสียแล้ว"

"ไม่เป็นไรครับ ยังไงผมขอตัวก่อน"

"บี!"

"ทำไมแจนถึงพูดแบบนั้นออกไป เราไม่เคยบอกเลยนะว่าจะกลับมาทำงานที่นี่ แค่ที่พี่พัฒน์ขอให้ช่วยเรื่องงานเพลงก็ยากพอแล้ว เราจะมารับงานโปรดักชั่นใหญ่ขนาดนี้ได้ไง"

"แจนไม่ได้อยากพูดเรื่องนั้น เพราะยังไงถ้าพี่พัฒน์ขอร้องบีก็มาอยู่ดี แต่ที่แจนไม่ชอบคือท่าทางของบีตอนที่คุณนิกูลเข้าใจผิดว่าเราเป็นแฟนกัน แจนเห็นนะว่าบีแอบเบ้ปาก" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่ตัดพ้อ จ้องหน้าร่างสูงที่ฟังจบก็แค่ยักไหล่ใส่

"แล้วทำไม ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ นี่"

"แต่แจนก็เป็นแฟนเก่าบีนะ ทำอะไรให้เกียรติกันบ้างสิ"

"เฮ้ย บีก็เห็นว่าคุณนิกูลเขาแอบสนใจแจนอยู่ แล้วให้บีไปแสดงความเป็นเจ้าของอะไรวะ แฟนเก่าไม่ใช่โล่เอาไว้กำบังพวกขี้หลีนะเว้ย"

สีหน้าท่าทางของจอมพลทั้งกวนประสาทและแค่นหัวเราะออกมาจนทำให้หญิงสาวทั้งเจ็บและอาย เธอรับรู้ในตอนนั้นเองว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่อดีตคนรักที่เคยแคร์เธออีกต่อไปแล้ว

"หึ แจนคงคาดหวังมากเกินไปที่จะขอให้บีช่วย แจนลืมไปว่าแฟนของบีคงพูดให้บีเกลียดแจนไปแล้ว แม้แต่ความเป็นเพื่อนบียังให้แจนไม่ได้เลย..."

หญิงสาวตัดพ้ออกมาด้วยความรู้สึกทั้งเจ็บใจและแค้นใจ แต่อีกฝ่ายกลับไม่เปลี่ยนท่าทีเลยแม้จะเห็นว่าเธอกำลังจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

"ไม่อะ ไม่ใช่เรื่องความเป็นเพื่อนนะ เออก็ใช่ จีนบอกบีว่าแจนนิสัยไม่ดี เหมือนที่แจนเข้าใจแหละ และบีเลือกจะเชื่อสิ่งที่จีนพูดนะ เพราะแค่เรื่องประชุมวันนี้แจนยังมัดมือชกให้บีมาทำงานได้ เรื่องส่วนตัวคงไม่ต้องพูดถึง"

หลังจากจบประโยคจอมพลก็เดินออกมาจากตึกออฟฟิศดวยความรู้สึกที่หงุดหงิดทิ้งหญิงสาวให้ยืนน้ำตาตกในอยู่ที่ชั้นสามสิบเก้า ระหว่างที่เดินออกมาจอมพลมองตัวเองจากเงาสะท้อนตามกระจกทางเดินยังหงุดหงิด เขาต้องรีบเดินจากมาเลยจำใจทิ้งเสื้อผ้าของเดิมเอาไว้แล้วสวมชุดสูทราคาแพงกลับมาที่คอนโดฯ แทน

ชุดบ้าๆ ที่เขาไม่ชอบ ไม่อยากใส่ แต่กลับกลายเป็นว่าคนที่บ้านที่รออยู่กลับชอบเสียอย่างนั้น...

 

....................

 

flashcome

หลังจากที่จอมพลกลับมาที่ห้อง ครอบครัวของคุณนักเขียนก็บอกว่าจะพากันไปกินปูที่มหาชัยโดยการนำของคุณยายที่พยายามพูดกับจอมพลด้วยภาษากลาง ชายหนุ่มถูกรุมล้อมด้วยคุณแม่และคุณยาย จนไม่มีเวลาได้คุยกับแฟนตัวเล็กเลยว่าก่อนหน้านี้เขาไปทำอะไรมา

"ปกติแต่งตัวแบบนี้ไปทำงานเรอะ"

เสียงของว่าที่พ่อตาที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยถามพลางเหลือบมองว่าที่ลูกเขยที่นั่งอยู่เบาะหลังราวกับจับผิด

"เปล่าครับ ปกติผมทำงานกลางคืน แต่พอดีมีโปรเจกต์ที่บริษัทเก่าเขาเลยโทรมาตามไปเข้าประชุมกับลูกค้าก็เลยต้องแต่งตัวดีหน่อย" เสียงที่เต็มไปด้วยความเกรงใจตอบไปก็ยิ้มเจื่อนๆ ไม่รู้ว่าจะโดนว่าที่พ่อตาสัมภาษณ์อีกนานไหม เพราะตั้งแต่ขึ้นรถมาก็โดนถามไม่หยุดเลย

"อ้อ ปกติก็คงใส่พวกเสื้อยืดกางเกงยีนส์สินะ" คุณเจริญพูดไปก็อมยิ้มเหมือนรู้สึกดีที่เดาถูกว่าพวกทำงานกลางคืนไม่น่าแต่งตัวแบบที่เห็น แต่เสียงของคุณยายก็แทรกขึ้นมาทำลายความรู้สึกเสียนี่

"พ่อเจริญอยู่บ้านก็ใส่แค่กางเกงขาก๊วยเสื้อกล้าม ไปสอนก็ใส่ชุดข้าราชการนี่นะ ใครมันจะใส่สูทตลอดเวลา"

จอมพลฟังเสียงคุณยายที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเขากับจินตภัทรแล้วได้แต่กลั้นขำ รู้สึกสงสารว่าที่พ่อตาขึ้นมาทันที และคิดว่าตัวเองโชคดีที่ไม่เจอแม่ยายแบบนี้

"เห็นน้องจีนบอกว่าอ้ายบีอยู่คนละห้องกับน้องแม่นก่อ" คุณยายหันมาถามว่าที่หลานเขยด้วยภาษากลางผสมคำเมืองที่ฟังแล้วก็น่ารักดี เพราะรู้ว่าคุณยายอยากจะคุยด้วยจริงๆ

"ครับ แต่ตอนนี้ห้องของจีนเขาซ่อมอยู่เลยย้ายมาอยู่ด้วยกันชั่วคราว"

พอฟังหลานเขยพูดจนมือเหี่ยวย่นก็ตบเข่าฉาดแล้วหลุดคำเมืองใส่จอมพลเป็นชุด

"เอ๋า เป็นแฟนกันแล้วละบ่าอยู่โตยกันละ ใหญ๋ๆ กันละ ถ้าน้องเป็นแม่ญิ๋งก่อผิดผีละ บ่าต้องแต่งแล้วงานน่ะ เป็นปะจายก่ออยู่โต้ยกันเลยสบายๆ"[20]

พอเจอ แร็ปเปอร์ล้านนาสไตล์ ของคุณยาย จอมพลก็หันไปหาตัวช่วยแต่จินตภัทรที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายของคุณยายกลับแกล้งหันหน้าหนีไปเสียอย่างนั้น มีแต่คุณจินตหราที่จับสังเกตได้ว่าลูกชายตัวน้อยไม่ยอมแปลเพราะอายสิ่งที่ยายพูดเลยแปลให้ว่าที่ลูกเขยฟังแทน

"คุณยายบอกว่าเป็นแฟนกันแล้วทำไมไม่อยู่ด้วยกันไปเลย โตๆ กันแล้ว ถ้าน้องจีนเป็นผู้หญิงก็ผิดผีแล้วนะ ไม่ต้องแต่งงานกันแล้วนะ เป็นผู้ชายก็อยู่ด้วยกันไปเลยสบายๆ"

คุณแม่ยายบอกพลางหัวเราะขำท่าทางของลูกชายตัวเองที่ซ่อนแก้มแดงๆ ไว้ไม่มิด คงเขินมากแต่จะไม่แปลคุณยายก็คงไม่ได้คำตอบจากว่าที่หลานเขย แต่พอมองมาทางหลานเขยก็อดขำไม่ได้ เพราะจอมพลเล่นยิ้มจนตาปิด ปากก็ฉีกยิ้มฟันครบสามสิบสองซี่ ดูท่าก่อนหน้านี้คงเกรงใจจินตภัทรไม่น้อยถึงไม่ได้รับอนุญาตให้มาอยู่ด้วยกัน

"อยากอยู่ด้วยมากเลยครับ แต่น้องจีนเขา..."

พอได้ยินอีกฝ่ายเรียกตัวเองว่าน้อง คุณนักเขียนก็หันขวับไปมองทันที แต่เพราะยายคาดโทษไว้แต่แรกเรื่องไม่ยอมเรียกจอมพลว่า อ้าย แถมยายก็ท่าทางจะ
#ทีมจอมพล ร่างเล็กเลยทำได้แค่บึนปากล่างออกมาอย่างไม่พอใจ

"น้องต้องทำงานนะยาย ถ้าอ้ายเปิ้นมาอยู่โตยแล้วจะเขียนนิยายยังไง"

พอเกรี้ยวกราดจินตภัทรก็เริ่มพูดผิดๆ ถูกๆ คำเมืองผสมภาษากลางออกไป จนคนฟังอย่างจอมพลต้องเม้มปากกลั้นขำเอาไว้เพราะกลัวโดนดุ ยิ่งกว่าจินตภัทรก็คุณยายนี่แหละที่ตอบโต้กลับมิกซ์ภาษาพอกัน

"ก็ได้กันแล้ว เป็นผัวเมียกันแล้ว บ่าต้องอยู่โตยกันได้ยังไง" 

จู่ๆ รถก็เบรกแล้วเสียงของคุณเจริญก็ถามขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าที่หงุดหงิด

"แม่ฮู้ได้จะใดว่าละอ่อนมันได้กั๋นแล้ว อู้จะอี้หลานเสียหายเน้อ" [21]

จอมพลมองหน้าว่าที่พ่อตาแล้วก็หันไปมองจินตภัทรที่เริ่มกุมขมับ ก่อนที่คุณยายจะโต้กลับเสียงแหลมแบบลืมแก่

"บ่าเสียหายแล้ว อายุมอกอี้คบกันบ่าได้กันเตื้อละจะคบกันยะหยัง ต๋อนยายมีผัวอายุซาวก็ต๊องแล้ว" [22]

"ยาย! น้องบ่าใจ้แม่ญิ๋งนะ บ่าเห็นต้องอยู่กับผัวเลย" [23]

เสียงจินตภัทรแหวออกมาอีกคนจนคุณแม่ที่นั่งข้างหน้าต้องหันมาห้ามทัพแต่ดูจะไม่ได้ผล...

"แม๋ๆ ใจเย็นๆ ก่อน หื้อละอ่อนมันตัดสินใจกันสองค๋นเต๊อะ" [24]

มือของคุณแม่ลูบหลังลูกชายสลับกับหันไปมองหน้าคุณยายราวกับขอร้อง คุณยายถอนใจพรืดออกเสียงดังจนจอมพลสะดุ้ง ก่อนที่คนอายุมากจะทิ้งท้ายไว้ด้วยคำพูดที่ทำเอาหลานชายน้ำตาตกใน

"บ่าฮู้ละ ยายบ่าจ้อบ น้องจะยะจะอี้บ่าได้ บ่าหันกะอ้ายเปิ้นเลย คบกันละบ่าอยู่โตยกันจะอี้ ฮะวังเน้ออออ อ้ายเปิ้นนอกใจขึ้นมายายตึงบ่าหันใจ๋น้องแล้ว"[25]

ว่ากันว่าคำพูดยายนั้นเป็นวาจาสิทธิ์ พอได้ยินแบบนี้ ทุกคนก็เงียบกันหมด ทั้งพ่อและแม่ของคุณนักเขียน มีเพียงจอมพลที่นั่งอึ้งไป ไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงต้องซีเรียสแบบนั้น เพราะเขาไม่รู้ว่าทุกคนเถียงอะไรกันด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าอะไรทำให้จินตภัทรถึงกับต้องก้มหน้าเงียบไปแบบนั้น...

 

สุดท้ายครอบครัวก็คือครอบครัววันยันค่ำ ทะเลาะกันในรถแทบตายพอเดินลงมาจากรถเข้าร้านอาหารร้านประจำที่มากันบ่อยๆ ต่างคนก็เปิดเมนูแล้วสั่งอาหาร ไถ่ถามกันว่าจะกินอะไรเท่าไหร่ และจบลงด้วยการมองคุณแม่ยายนั่งแกะเนื้อกุ้งใส่จานให้พ่อตา ส่วนจินตภัทรก็แกะปูแกะกุ้งให้แม่ตัวเอง ส่วนจอมพลก็นั่งแทะหัวกุ้งสบายใจเพราะไม่มีใครกินหัวกุ้งนอกจากเขา หัวกุ้งมันเยิ้มๆ เลยมากองอยู่ที่จานเขาคนเดียว

"เอาข้าวอีก... อ้ายบีเอาข้าวอีกไหม"

คนที่ถูกเรียกอ้ายเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงที่ถาม เพราะตอนแรกเหมือนจินตภัทรจะไม่ได้เรียกแบบนั้น แต่พอเห็นสายตาของคุณยายที่มองมาก็รู้เลยว่าทำไมแฟนตัวเล็กถึงเปลี่ยนสรรพนามเรียกเขากะทันหัน

เสียงหวานเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเป็น อ้าย วะเฮ้ยยยยย

จอมพลคิดในใจพลางทำเนียนดันจานไปให้ทั้งๆ ที่ปกติกินข้าวด้วยกันจะเป็นบีที่ตักเติมให้ แต่ได้แต้มบุญจากคุณยายที่มองอยู่เลยมีโอกาสได้นั่งมองแฟนตัวเล็กตักข้าวเติมให้อย่างน่าเอ็นดู

"ทำไมน้องไม่แบ่งเนื้อปูให้อ้ายเปิ้น ไม่ต้องแกะให้แม่แล้วแกะกินกันสองคนเลย" 

คุณแม่พยายามพูดภาษากลางบอกก่อนจะบุ้ยใบ้ไปทางจานของจอมพลที่เต็มไปด้วยซากหัวกุ้งที่นั่งแทะคนเดียวเป็นสิบ

"ไม่เป็นไรครับ ชอบกินแต่หัว น้องกินเลย พี่บีกินหัวกุ้งได้ โอเค้"

คนกะล่อนตอบว่าที่แม่ยายแล้วก็หันมาพูดแซวคนข้างๆ แถมเรียกตัวเองว่าพี่จนน่าหมั่นไส้

 

กึก!

 

ยังไม่ทันได้ร่าเริงเท่าไหร่อยู่ๆ จอมพลก็รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่เหยียบเท้าตัวเองอยู่ใต้โต๊ะ พอเหลือบมองคนที่นั่งตรงข้ามก็เห็นพ่อตานั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้หันไปตักปลาใส่จานเมียตัวเอง จอมพลพยายามจะดึงเท้าออก แต่อีกฝ่ายยิ่งขยี้รองเท้ากับนิ้วเท้าของจอมพลที่โผล่ออกมาจากรองเท้ารัดส้นจนหลุดเสียงร้องออกมา

"โอ๊ะๆ"

"เป็นอะไร"  จินตภัทรหันไปถามแฟนตัวโตที่ร้องเสียงหลง

ขณะที่ก้มลงไปดูเท้าตัวเอง จอมพลก็เหลือบเห็นรองเท้าแตะแอดด้าของคุณเจริญที่รีบยกออกแล้วเนียนหันไปชวนเมียตัวเองคุยหน้าตาเฉย...

"เปล่าๆ ไม่มีอะไร มดกัดอะ" จอมพลยิ้มเจื่อนๆ ขณะที่แอบมองคุณเจริญด้วยหางตา

ไม่คิดไม่ฝันว่าจะโดนพ่อตาแกล้งเหยียบเท้า ทำตัวเหมือนเด็กไม่มีผิด!

 

หลังอาหารมื้อใหญ่จัดหนัก คุณพ่อคุณแม่และคุณยายก็ไปเดินตลาดหาของแห้งซื้อกลับบ้าน จอมพลก็เลยอาสาเป็นคนขับรถไปส่งที่ตลาดมหาชัยแล้วตัวเองก็ขับพาจินตภัทรไปหาร้านขนมเพราะดูเหมือนกระเพาะของคุณนักเขียนจะต้องการขนมหลังอาหาร

"อยากกินบลูเบอร์รีชีสเค้กอะ" คุณนักเขียนบ่นพลางกวาดตามองร้านรมทางที่ขับรถผ่าน

"หืม"

"อะไร"

คนขี้แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องใส่ ถามอีกฝ่ายว่าคุยกับใครเพราะก่อนหน้านี้ตอนคุณยายอยู่ยังอ้ายบีงั้นอ้ายบีงี้อยู่เลย

"พูดกะใครอ่อ"

"จิ๊ ยายไม่อยู่ไม่ต้องมาบังคับให้เรียกอ้ายเลยนะ แล้วเมื่อกี้ตอนพายายไปดูตู้ปลาบีคุยอะไรกับยาย"

จินตภัทรบ่นพลางเบ้ปากใส่ แต่คนขับรถก็เถียงกลับทั้งๆ ที่กลั้นขำแทบไม่ไหว

"อ่าวจริงๆ ก็เรียกอ้ายมันก็ถูกแล้วป้ะ เราอายุน้อยกว่านะ"

"นิสัย..."  ร่างเล็กกรอกตาแล้วพึมพำด่าเสียงเบา แต่พ่อจอมก่อกวนก็ยังพูดเข้าข้างตัวเองจนได้

"นิสัยดีและหล่อเหลา"

"บี..." เสียงดุๆ ปรามขึ้นมาแก้เขิน ถึงจะยอมรับว่าไอ้เรื่องหน้าตาดีมันจะจริงก็เถอะแต่อดหมั่นไส้ไม่ได้จริงๆ

"จ๋า"

"บีคุยอะไรกับยาย"

จินตภัทรหาเรื่องคุยเลี่ยงประเด็นน่าหงุดหงิดไปแต่ดูเหมือนจะชวนคุยผิดเรื่องเสียแล้ว...

"ยายสอนภาษาเหนือ บอกให้พูดก่อนนอนทุกวัน เดี๋ยวน้องจีนจะใจอ่อนเอง"

ฟังแล้วก็หมั่นไส้อีตอนจีบปากจีบคอเรียกน้องจีน แต่ก็ไม่อยากจะด่ามากเพราะรู้ว่าพูดยังไงก็โดนป่วนกลับมาอยู่ดี

"ใจอ่อนเรื่องไรอะ"

"อื้อ ยายบอกให้พูดกับน้องจีนก่อนนอนทุกวันเดี๋ยวน้องจีนก็ยอมย้ายห้องมาเอง"

"บ้าเหอะ ยายสอนพูดว่าไร"

คนถามถึงกับหลุดหัวเราะ ไม่รู้ยายสอนอะไรจอมพล แค่ฟังว่าให้พูดก่อนนอนทุกวันนี่ก็ฮาจะแย่แล้ว

แต่...พออีกฝ่ายพูดประโยคที่ยายสอนออกมาให้ฟังเต็มปากเต็มคำ มันกลับไม่ฮาอย่างที่คิด

"อะแฮ่ม เปิ้นฮักตั๋วเน้อ"

คุณนักเขียนแกล้งกลอกตาแล้วเท้าศอกกับที่จับประตูมองออกไปนอกรถเพื่อซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ แต่ไม่ว่าจะซ่อนยังไง เงาสะท้อนที่กระจกก็ทำให้คนขับรถมองเห็นริมฝีปากอิ่มที่แอบอมยิ้มอยู่ดี พอเห็นแฟนเขินจอมพลก็ได้ทีแกล้งถามทำเป็นไม่รู้คำแปลทั้งที่มันไม่ได้ยากอะไร

"ละมันแปลว่าอะไรอะ" 

"มันเป็นภาษาพูดของพวกวัยรุ่นแบบแอ๊บแบ๊วๆ ไม่ใช่ภาษาทางการ"

"เหรอ แล้วแปลว่าไร"

คนถามก็เซ้าซี้ถามแล้วยิ้มกว้างจนตาหยีเมื่อได้ยินคำตอบซื่อๆ ของคุณนักเขียน

"เค้ารักตะเองนะ"

"หืม ถามว่าแปลว่าอะไรไม่ได้ให้มาบอกรักพี่บีนะครับน้องจีน"

จอมพลแกล้งหยอกออกไปด้วยสีหน้าเก๊กขรึม แต่กลับโดนคุณนักเขียนที่อายจนหน้าแดงหันมาด่าแล้วหันหน้าหนีไปทั้งๆ ที่เขินจนเก็บอาการไม่อยู่

"ไอ้บ้า! ขับรถเงียบๆ ไปเลย!"


 

 



[1] “ไปธุระ เดี๋ยวเดียวก็มา พ่อนอนโซฟาได้ไหม เตียงเดี๋ยวให้แม่กับยายนอนเนอะ”

[2] “เออ รู้ละ แล้วผัวทำงานอะไร วันนี้วันพุธ ไม่ทำงานเหรอ”

[3] “น้องจีนมาหายายนี่มา ขอดูหน้าชัดๆ หน่อย กินข้าวกินปลาบ้างไหม กับข้าวอร่อยหรือเปล่า หือ ยายส่งน้ำพริกมาให้ดีไหม

[4] “ไม่เอาอะยาย ส่งมานะกว่าจะถึงก็เน่าแล้ว ไม่แน่น้ำพริกหายกลางทางด้วย อย่างแคบหมูรอบที่แล้วอะ หายไปเฉยเลย  ไปรษณีย์ขโมยไปกิน”

[5] “แล้วแฟนน้องหล่อไหม ขอยายดูรูปหน่อยสิ”

[6] “เดี๋ยวก็เจอหน้ากันแล้วแม่ จะอยากดูไปทำอะไร น้องจีนบอกแผนแล้วใช่ไหมว่าวันนี้เราจะไปกินข้าวกัน ยายอยากกินอาหารทะเล เลยว่าจะให้พ่อขับรถไปมหาชัย”

[7] “ไปกินไกลจังแม่ ร้านอาหารทะเลแถวนี้ก็มี”

[8] “ไม่เอาอะ กินของแถวนี้มันไม่เหมือนกินริมทะเล อาหารทะเลในกรุงเทพฯ มันจะมีอะไร นอกจากกับข้าวกล่อง ดูสิ ในถังขยะมีแต่กับข้าวกล่อง”

[9] “พอๆ ตาเจริญ ไม่ต้องมาบ่นหลาน แม่ไม่ชอบ นานๆ เจอกันยังจะมาบ่นลูกมันอีก เพราะแบบนี้แหละมันถึงไม่ค่อยอยากอยู่ด้วย”

[10] “ยายๆ ยายจำตอนพาน้องมากรุงเทพฯ  ได้ไหม ที่ยายสอนน้องพูดภาษากลางอะ ยายพูดกับพี่บีเป็นภาษากลางนะ พี่เขาไม่ค่อยรู้เรื่อง”

[11] “อายุมากกว่าน้องเหรอ”

[12] “ใช่แล้ว พี่เขาอายุมากกว่าน้องสองสามปี”

[13] “ก็แล้วใช่ไหม แล้วทำไมยัง...”

[14] “ตาเจริญ! พอ เลิกบ่นแล้วไปช่วยแม่จินตหราจัดเสื้อผ้า เป็นผู้ใหญ่แล้วเลิกบ่นเรื่องไร้สาระสักทีเถอะ นี่ถ้าแม่ไม่อยู่ แม่จินตหราคงจะได้หาผัวใหม่ละ ผู้ชายอะไรน่าเบื่อจริงๆ”

[15] “ยายๆ น้องมีนิยายเรื่องใหม่ด้วย เดี๋ยวน้องปรินต์ให้ยายอ่านระหว่างรอแฟนน้อง”

[16] “เออ เอาตัวหนังสือใหญ่ๆ นะลูก อยู่บ้านยายต้องใช้แว่นขยายละ มานี่ไม่ได้เอาแว่นขยายมาด้วย”

[17] “หู๊ยยยยยย หล่อมากกกกกก นี่พี่บีของน้องจีนใช่ไหม”

[18] “พ่อ! ทำไมไม่รับไหว้! สวัสดีลูกเขยจ้ะ น้องจีน แม่ต้องพูดภาษากลางใช่ไหม”

[19] “ทำไมน้องจีนไม่เรียกพี่ เห็นบอกยายว่าเขาอายุมากกว่าน้อง”

[20] “เอ้า เป็นแฟนกันแล้วละไม่อยู่ด้วยกันละ โตๆ กันแล้ว  ถ้าน้องเป็นผู้หญิงก็ผิดผีละ ไม่ต้องแต่งแล้วงานน่ะ เป็นผู้ชายก็อยู่ด้วยกันเลยสบาย”

[21] “แม่รู้ได้ยังไงว่าเด็กมันได้กันแล้ว พูดอย่างนี้หลานเสียหายนะ”

[22] “ไม่เสียหายแล้ว อายขนาดนี้คบกันไม่ได้กันแล้วจะคบกันทำไม ตอนยายมีผัวอายุยี่สิบก็ท้องแล้ว”

[23] “ยาย! น้องไม่ใช่ผู้หญิงนะ ไม่เห็นต้องอยู่กับผัวเลย”

[24] “แม่ๆ ใจเย็นๆ ก่อน ให้เด็กมันตัดสินใจกันสองคนเถอะ”

[25] “ไม่รู้ละ ยายไม่ชอบ น้องจะทำอย่างนี้ไม่ได้ ไม่เห็นแก่พี่เขาเลย คบกันแล้วไม่อยู่ด้วยกันอย่างนี้ ระวังนะ พี่เขานอกใจขึ้นมายายจะไม่เห็นใจน้องเลย”



...........TBC.........

#2209Bnior

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 71 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18307 Moebeaj (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 07:38
    เขินนนนนน
    #18,307
    0
  2. #18088 Cartoonpbct (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 20:39
    ยายน่ารักมาก ยายชงหนักหน่วง บ้านนี้น่ารักจริงๆ พาเจอพ่อแม่ยายแบบนี้ ต่อไปก็ทางสะดวกแล้วว
    #18,088
    0
  3. #15429 ChoBBam (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 21:58
    ชอบเรื่องนี้อ่าไรต์ เขินมากมายย -///-
    #15,429
    0
  4. #14714 CViewMED (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 01:21
    โอ้ย!! มดกัด!! หวานเกินไปแล้ว 555555
    #14,714
    0
  5. #11960 Zomanica (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 17:36
    ชอบเวลาน้องพูดภาษาเหนือมากๆเลย น่ารักและดูเข้ากับน้องมาก
    #11,960
    0
  6. #11052 pqppp (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 16:40
    น่ารักอะตอนเน้ ขำที่พ่อเหยียบตีนสุด5555555555555
    #11,052
    0
  7. #9938 _jjswt (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 22:59
    โอ้ยยยย ชอบ คนที่เรารักหรือแคร์พอเค้าพูดอะไรมันน่าเชื่อมากกว่าจริงๆ5555555 พ่อตาน่ารักมากกก ฮื่อออ ครอบครัวน้องจีนโคตรน่ารัก แงงง อ้ายบีได้เข้าทางแม่ยายก็สบายใจ ฮึกกก เปิ้นฮักตั๋วเน้อออ
    #9,938
    0
  8. #9770 ImGunya (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2560 / 21:17
    แอบตลกความพูดไทยปะแร้ด อู้เมืองปะแร้ด ของครอบครัวจีน.. ฮ่าๆๆๆ แบบเวลาครอบครัวคนเมืองเขาพูดภาษากลางใส่กัน มันจะรู้สึกจั๊กปะจี้แปลกๆ ฮ่าๆๆๆ

    เปิ้นฮักตั๋วเน้อ ฮักจั๊ดหนักจ้าววววววว
    //แอบกระซิบบอกพี่บี ให้ไปพูดกับนุ้งจีนเพิ่ม//
    #9,770
    0
  9. #9370 PP_PEACHJY (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 00:08
    ฮักตั๋ว นอมูๆ เน้อ 55555555555555//
    #9,370
    0
  10. #9030 Onjira Ketbunnak (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 07:29
    ฮือออ เขินอะ เปิ้นฮักตั่งเน้อ ตั่วฮักเปิ้นก่อ? กรี๊ดดดด ขำพ่อเจริญอะ มีแอบเหยียบเท้าจอมพล555 จีนพูดคำเมืองละน่าฮักขนาดดด
    #9,030
    0
  11. #8937 shierichi (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 09:41
    เปิ้นฮักตั่วเน้อออ ฮือออ เขินนน
    #8,937
    0
  12. #8878 852626 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 20:30
    น่าร้ากกก
    #8,878
    0
  13. #8877 super_man (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 20:23
    บอกเลยว่าทีมคุณยาย
    แซ่บยิ่งกว่าวัยรุ่นอีกค่ะคุณขรา
    #8,877
    0
  14. #8835 น้องชวนยิ้มวายกีกี (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 04:28
    ฮือออ เขินแทนน้องจีนเลยย
    #8,835
    0
  15. #8829 grissini2 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2560 / 00:34
    ครอบครัวน่ารักเฮฮามากค่ะ
    ส่วนคุณจอมพลนี่มาวินจริงๆ มีคุณยายร่วมทีมขนาดนี้ พ่อตาทำอะไรไม่ได้แน่ๆ555
    #8,829
    0
  16. #8819 ntn.9846 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 22:04
    จะเอ็นดูใครก่อนดี ระหว่าง ลูกเขยตัวดี ขวัญใจ แม่ยาย กับ แม่ของแม่ยาย หรือ พ่อเขยขี้บ่น คู่ปรับกกับแม่ยาย ฮ่าๆๆๆๆ
    #8,819
    0
  17. #8796 P_pluralthepark (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 19:33
    น้องจีนกับอ้ายบีน่ารักแต๊เน้อออ คุณพ่อตานี่โดนคุณยายเบรกเอี๊ยดเลยนะคะ 5555555

    *ขออนุญาตไรต์ได้ไหมคะ 'สังเกต' นะคะ แอบเห็นมาหลายตอนแต่ไม่กล้าทัก
    #8,796
    0
  18. #8795 Naniile (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 19:30
    ไม่ได้ให้มาบอกรักพี่บีนะครับน้องจีน โง้ยยยยยยยย ทำไมเขิน
    #8,795
    0
  19. #8788 I'PeachNyoung (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 18:43
    น้อง น้อง น้อง งื้อออน้องจีน แทนกันน่ารักกก
    ฝั่งจอมพลสู้ๆนะจ้ะ พ่อตาโหด55555ชอบการปะทะของพ่อเจริญกับแม่ยายจรัสศรี ฮ่าๆๆ
    #8,788
    0
  20. #8769 จ้ำม้ำ จ้ำม้ำ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 15:41
    อ้ายยนยย
    #8,769
    0
  21. #8768 Serena_v (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 15:09
    อ้ายยยยยยยยยยย เขินง่ะ
    บีกรุ้มกริ่มมาก
    #8,768
    0
  22. #8766 Kimkratae (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 13:07
    ตั๊ลล๊าคคค อ้ายบีกับน้องจีนน อ้ายบีพูดเหนือแล้วหล่อตั๊ลล๊าคคค
    #8,766
    0
  23. #8763 plxjy (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 11:31
    น่าร้ากกกก แง้
    #8,763
    0
  24. #8760 ออมม่า (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 06:58
    อร้ายยย เค้ารักตะเอง น้าาาาาา #ทีมคุณยาย ด้วยคน ยายแซ่บมากไม่รู้หลานแซ่บได้ยายไหม
    #8,760
    0
  25. #8758 ChicJaebeom (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 06:38
    น่ารักมากเลยยยย
    #8,758
    0