[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 39 : 37 : แค่เอื้อม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    17 ส.ค. 60






37

แค่เอื้อม

 

"จริงๆ เราไม่ควรมาทะเลาะกันเลยนะ เอินอาจจะทำผิด แต่จีนไม่เห็นต้องอารมณ์เสียขนาดนั้น ในเมื่อมันยังไม่เกิดขึ้นเลย...สุดท้ายเอินกับบีก็ยังไม่มีอะไรกัน"

"มองโลกในแง่ดีให้ได้ตลอดแล้วกัน เราอยู่ในโลกที่แจ็คไม่เข้าใจหรอก"

 

กวินนั่งทบทวนคำพูดของจินตภัทรที่พูดคุยกัน ได้แค่คิดแล้วก็ยิ้มออกมา ใช่ คุณนักเขียนอาจจะเป็นคนที่แปลก

แต่เขาเข้าใจโลกของจินตภัทรดี..และคิดว่ารู้จักมันดีพอๆ กับที่จอมพลรู้ในตอนนี้

เคยมีคำกล่าวว่าเราไม่ควรรู้จักนักเขียนมากไปกว่าหนังสือที่เราชอบอ่าน เพราะความประทับใจในผลงานเหล่านั้นที่เราเคยชอบ มันอาจจะลดลงเพราะผิดหวังในตัวนักเขียนเมื่อรู้ว่าตัวตนของเขาไม่ใช่ในแบบที่เราวาดฝันเอาไว้

ความจริงแล้วกวินเป็นคนหนึ่งที่แอบรู้จัก ตัวตน ของ จินตภัทร มาตั้งแต่เริ่มอ่านนิยาย เขารู้ด้วยซ้ำว่านักเขียนคนโปรดเรียนจบจากที่ไหนและหน้าตาเป็นยังไงเพราะเพจแฟนคลับของจินตภัทรแอบส่งรูปนักเขียนให้กันดู และทุกคนออกปากชมว่าคุณจินตภัทรเป็นคนน่ารักและหน้าตาเด็กกว่าที่คิดไว้ มิหนำซ้ำอายุของคุณนักเขียนก็น้อยกว่าที่เขาคิด แต่ผลงานกลับดีมากจนเขาเองยังทึ่งเมื่อได้มาเจอกับจินตภัทรตัวเป็นๆ ที่กำลังยืนด่าเพื่อนเขาฉอดๆ  ในวันแรกที่พบกัน

เพราะแบบนั้นเขาถึงได้เดาถูกว่าจินตภัทรโกรธจนขาดสติถึงได้ด่าอนิลออกไปแบบนั้น เพราะจินตภัทรที่กวินรู้จักมานานในฐานะนักเขียนเป็นคนมีเหตุมีผลพอสมควร เหมือนที่เคยเห็นในจดหมายจากนักเขียนที่เคยฝากมาให้แฟนคลับในเพจบ่อยๆ

กวินใช้ชื่อน้องสาวในการสั่งหนังสือหรือแม้แต่เขียนจดหมายไปให้กำลังใจคุณนักเขียนเพราะเขาไม่อยากเปิดตัวว่าเป็นผู้ชาย

เพราะแฟนคลับส่วนมากของจินตภัทรที่คุยในเพจก็มีแต่ผู้หญิงทั้งนั้น น่าจะมีเขาคนเดียวที่ผิดแผกไป หรือผู้ชายหลายๆ คนคงแอ๊บสาวเหมือนเขาเวลาสนทนากับเพื่อนๆ ในเพจเพราะเขินที่จะบอกว่าตัวเองเป็นผู้ชายแมนๆ ที่ติดนิยายขั้นบ้าแบบที่สามารถอ่านได้เรื่องหนึ่งเป็นสิบยี่สิบรอบ

ยิ่งตอนนี้คุณนักเขียนอยู่ใกล้แค่เอื้อม เขากลับรู้สึกว่าตัวน่าอิจฉากว่าใครที่ได้พบได้พูดคุยกับคนที่ไม่เคยฝันถึงว่าจะเจอ คนที่เขียนนิยายมากมายแต่กลับมีพล็อตเรื่องไม่ซ้ำกันเลย ยกเว้นจุดจบที่อาจจะเศร้าเหมือนกันหมด

นิยายของจินตภัทรเพิ่งมาดังเอาช่วงสองสามปีให้หลัง แต่จุดเริ่มต้นของเขามาจากเห็นแบมซื้อมาอ่าน น้องสาวเขาชอบไปขนซื้อหนังสือนิยายมาจากงานสัปดาห์หนังสือทีละเยอะๆ สะสมไว้อ่านช่วงปิดเทอมตั้งแต่เด็กๆ และเพราะว่าสนิทกันมากเวลาอ่านอะไรแล้วอินสุดๆ แบมก็จะมาเล่าให้ฟัง เขาเริ่มสนใจนิยายของจินตภัทรตั้งแต่ช่วงก่อนเรียนจบ และอ่านมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นแฟนนิยายตัวยง ยิ่งกว่าน้องสาวที่พอโตขึ้นเข้ามหา’ลัยก็หันไปสนใจอย่างอื่นมากกว่าอ่านหนังสือนิยาย และนิยายของจินตภัทรคือสิ่งเดียวที่ทำให้กวินหลุดพ้นความเจ็บปวดในช่วงที่แสนเจ็บปวดจากเรื่องของพิมพ์ เพราะทุกถ้อยคำที่เขียนในนิยายราวกับคนที่รักและรู้ใจกัน เห็นใจกัน และมองเห็นมุมมองของ มนุษย์ ในแบบที่น้อยคนจะเข้าใจและมองเห็น

หลังจากที่เจอกัน กวินตัดสินใจเขียนอีเมลไปหาคุณนักเขียนแอ๊บว่าเป็นผู้หญิงแล้วเล่าเรื่องของเขากับพิมพ์ให้ฟัง เป็นคนเดียวที่เขาระบายทุกอย่าง ทุกเรื่องราวระหว่างกัน โต้ตอบกันไปมาทางอีเมล เขาเขียนทุกอย่างในมุมของ พิมพ์ และส่งไปให้จินตภัทรในชื่อของพิมพ์ ตอนแรกเขาคิดว่าคุณนักเขียนจะจับได้ตั้งแต่แรก แต่มันใช้เวลานานมากกว่าที่จะโดนถาม...

เพราะจู่ๆ ก็มีอีเมลส่งกลับมาเมื่อสิบนาทีที่แล้วขณะที่เขากำลังทำเงินเดือนให้ลูกจ้าง เมื่อเหลือบไปมองไอคอนอีเมลและเห็นชื่อผู้ส่ง หัวใจของเขามันเต้นแรงมาก เหมือนกับตอนเด็กๆ เวลาเล่นซ่อนแอบแล้วเพื่อนหาเจอ...จินตภัทรเจอเขาแล้ว

 

เรียน (ร่างทรง) คุณพิมพ์

ก่อนอื่นต้องขออภัย ที่ส่งข้อความมาในเวลานี้นะครับ ผมมีบางเรื่องที่ค้างคาใจจนไม่เป็นอันทำอะไรและคิดอยู่หนึ่งวันเต็มหลังจากที่เราเจอกันครั้งสุดท้ายและตัดสินใจได้แล้วว่าคงต้องเรียนให้คุณทราบเสียที

ข้อแรก ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าคุณอาจจะเป็นเพื่อนของคุณพิมพ์ที่อยากเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวคุณพิมพ์ให้ผมรู้เพราะเห็นผมเป็นนักเขียนแล้วอาจจะอยากได้แรงบันดาลใจจากเรื่องของคุณ แต่หลังจากทบทวนคำพูดบางอย่างของคนใกล้ตัวที่เราได้คุยกันอย่างเปิดอกในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ผมรู้สึกแน่ใจว่าคุณไม่ใช่เพื่อนของคุณพิมพ์ แต่เป็น คนรัก ของเธอ

ข้อสอง หากคุณคิดว่านี่คือการไถ่บาปต่อเพื่อนของคุณ มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องนักเพราะสิ่งที่คุณควรทำคือขอโทษกับเขาอย่างจริงใจและตรงไปตรงมา ผมเห็นใจที่คุณพยายามไถ่โทษด้วยการทำดีกับเขา และช่วยเหลือเรื่องงานการของเขาเรื่อยมา แต่เรื่องที่คุณมีส่วนในการเสียชีวิตของคุณพิมพ์ ผมคิดว่าหมดเวลาที่ผมจะเก็บความลับนี้ไว้ให้คุณแล้ว

พูดตรงๆ คนของผมต้องถูกญาติฝ่ายคุณพิมพ์ตามจองล้างจองผลาญเป็นปีเพียงเพราะคุณไม่บอกพวกเขาว่าคุณยืนอยู่ในที่เกิดเหตุ และคุณคือคนที่ทำให้เธอพยายามข้ามฝั่งไปหาจนเกิดอุบัติเหตุ ถูกต้องไหมครับ

เรื่องนี้คุณไม่ได้บอกผม แต่ผมรู้เองจากการวิเคราะห์ที่คุณเล่า คุณบอกว่าคุณพิมพ์ตั้งใจจะข้ามกลับมาหา "รักครั้งใหม่" คุณใช้คำโคตรสวยหรู แต่เปล่าเลย คุณก็คือหนึ่งในฆาตกร เพราะถ้าคุณไม่ยืนอยู่ตรงนั้น เธอจะรีบข้ามถนนไปหาใคร

คุณอาจจะบอกว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ แล้วถ้าผมถามกลับบ้างว่า "ที่บีทะเลาะกับพิมพ์เขาตั้งใจให้พิมพ์ตายเหรอ"

สรุปแล้วคุณก็คือคนที่เห็นแก่ตัวมากที่สุด เลวที่สุด ที่ปล่อยให้คนคนหนึ่งต้องเผชิญกับปัญหาแทนคุณทุกอย่าง คนคนนั้นคือคนที่รักคุณและยังเรียกคุณว่าเพื่อนทั้งๆ ที่คุณทำตัวขี้แพ้และพยายามเป็นมือที่สามระหว่างเขากับคนรักมาตลอด

ถ้าคุณอยากแย้งข้อกล่าวหานี้ละก็ ช่วยมาบอกกับผมด้วยตัวเองแล้วกัน

 

ด้วยความเกลียดชังคุณอย่างหมดหัวใจ

จินตภัทร

 

 

แปลก...แปลกมากที่หลังจากอ่านจบจนถึงชื่อของอีกฝ่าย กวินก็กลับไปอ่านทวนใหม่ตั้งแต่แรกอีกครั้ง ซ้ำไป ซ้ำมา

ไม่ใช่แบบที่เขาคิดและคาดหวังไว้...

เขาไม่ได้อยากให้จินตภัทรเกลียดเขา แต่อยากให้เข้าใจเหมือนที่จอมพลมีคนรักที่เข้าใจ

ความรู้สึกน้อยใจปะทุขึ้นเมื่ออ่านประโยคเดิมซ้ำไปซ้ำมา

คุณก็คือคนที่เห็นแก่ตัวมากที่สุด เลวที่สุด ที่ปล่อยให้คนคนหนึ่งต้องเผชิญกับปัญหาแทนคุณทุกอย่าง คนคนนั้นคือคนที่รักคุณและยังเรียกคุณว่าเพื่อนทั้งๆ ที่คุณทำตัวขี้แพ้และพยายามเป็นมือที่สามระหว่างเขากับคนรักมาตลอด

มือที่สามเหรอ เขาไม่เคยเป็นมือที่สามของใคร เขาเจอพิมพ์ก่อน และรักพิมพ์ก่อน ทำไมเขาถึงต้องกลายเป็นคนผิด

เขาเจ็บปวดที่ถูกเพื่อนแย่งคนที่ชอบไป แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นมือที่สามจากคนที่เขาคาดหวังจะได้รับความเข้าใจ

กวินมองข้อความอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งม่านน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลออกมามันทำให้ทุกอย่างพร่าเลือนไปหมด มีแต่คำว่า ทำไม อยู่ในความคิด ทั้งที่ตอนที่คุยกันในร้านอาหาร จินตภัทรฟังเขาอย่างเข้าใจในคำแก้ต่างให้แก่อนิล

เขาบอกว่าอนิลเหมือนเด็กที่พูดเตือนเฉยๆ คงไม่เข้าใจ จะเข้าใจก็ต่อเมื่อทำให้เจ็บและอาย เขาไม่รู้ว่าจินตภัทรฟังแล้วจะไปเอาคืนอนิลแบบไหน แต่ในขณะที่เขาพยายามเข้าใจและรับฟัง แต่จินตภัทรกลับไม่เข้าใจตัวเขาเลย...

มือหนาคว้ากุญแจรถก่อนจะกระแทกปิดโน้ตบุ๊กลง กวินเดินผ่านเด็กเสิร์ฟในร้านออกไป พลางออกคำสั่งให้ปิดร้านหลังจากรับออเดอร์สุดท้ายตอนสี่ทุ่มตรง ก่อนจะขับรถออกไปทันที โดยที่ไม่ทันเห็นรถของใครบางคนที่ขับสวนมา...

 

....................

 

"จะรอจริงๆ เหรอ แล้วทำไมถึงไม่ไปคุยกันที่ร้านล่ะ"

"ผมคิดว่าเดี๋ยวเขาก็กลับมาครับ ไม่เป็นไรครับพี่ฝนผมรอได้"

เพราะตัดสินใจแล้วว่าจะพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมากับกวิน จอมพลเลยให้อนิลเป็นคนเอาโทรศัพท์ไปให้กวินที่ร้านก่อนแล้วตัวเองมานั่งรอที่บ้าน พอได้มานั่งอยู่ในห้องรับแขกของบ้านหลังนี้อีกครั้ง ทำให้เขาย้อนกลับไปเห็นภาพของตัวเองที่มาอาศัยบ้านเพื่อนอยู่เป็นอาทิตย์ๆ เพียงเพราะถูกขอร้องให้มาดูแลกวิน หลังจากที่พิมพ์จากไปกวินก็เป็นโรคซึมเศร้าแล้วเอาแต่เก็บตัวจนไม่ยอมทำอะไรเลย มีแต่ความรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ทำให้พี่ชายเป็นห่วงมากจนต้องขอให้จอมพลมาอยู่เป็นเพื่อน

มันตัดสินไม่ได้จากการกระทำของกวินว่าป่วยจริงหรือแกล้งบ้าหนีความผิด แต่ด้วยความรู้สึกของความเป็นเพื่อนในตอนนั้น มันต่างจากตอนนี้ เพราะเขาเชื่อกวินทุกอย่างด้วยความเป็นเพื่อน...แม้แต่ตอนที่กวินบอกกับเขาว่าจะไม่มีทางทำอะไรลับหลังเขาระหว่างที่เขายังคบอยู่กับพิมพ์ เขาถึงบอกไปว่าจริงๆ กวินก็ไม่มีสิทธิ์อยู่แล้วเพราะยังไงพิมพ์ก็ไม่ได้เลือกที่จะให้อีกฝ่ายมาอยู่ในฐานะคนรักแต่เป็นตัวสำรอง เขารู้ว่ามันเป็นคำพูดที่เลวร้าย และพอมานึกได้ตอนนี้ ก็ยอมรับว่าเขาเองก็คงมีส่วนให้กวินฝังใจในเรื่องนี้แล้วเป็นสาเหตุให้กวินตัดสินใจที่จะปล่อยให้เขาเผชิญปัญหาตามลำพัง

 

"ทุกอย่างมันน่าจะมีเหตุผลไม่ก็มีจุดเริ่มต้นนะ จากความรู้สึกฉัน แจ็คไม่ใช่คนเลวร้ายโดยสันดาน แต่คนดีไม่จำเป็นต้องดีกับทุกคน เหมือนที่แกทำตัวทุเรศใส่ฉัน แต่แกดีกับจีนมากกว่าใครในโลก แกต้องคิดดีๆ แล้วละว่าก่อนหน้านี้แกทำยังไง เพื่อนถึงร้ายกับแก เหมือนที่จีนร้ายกับฉัน ฉันก็ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านั้นฉันทำเลวกับมันมาก่อน เรื่องพี่เบญในนิยายฉันคิดว่าฉันไม่แคร์แล้วล่ะ เพราะฉันเชื่อใจจีนว่ามันยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่เสมอแม้ในวันที่ฉันทำเลวกับมันมากที่สุด ฉันเชื่อว่าต่อให้พี่โฉมขอให้มันเขียนตอนนั้นใส่ลงไปในนิยาย จีนก็จะไม่ทำ..."

"จะเชื่อได้ไงว่าที่ผ่านมามันไม่บอกเจ๊เรื่องที่มันเป็นแฟนนิยายของจีน เพราะความจริงมันอาจจะชอบจีนอยู่แต่ไม่บอกใครก็ได้"

จอมพลคิดเรื่องที่เขากลัวที่สุดออกไปเพราะตอนนี้อะไรก็ไม่สำคัญเท่าเรื่องแฟนเขา...

"เอาเป็นว่าถ้าจริงตามแกพูด แกจะทำยังไงถ้าแจ็คบอกว่าชอบจีน ถ้าเป็นฉัน ฉันจะถอยก็ต่อเมื่อจีนมันบอกว่ามันก็ชอบแจ็คเหมือนกัน"

 

เมื่อคิดถึงคำพูดอนิล ทำให้เขารู้สึกว่าอนิลแฟร์กว่าแฟนตัวเองมาก ในจุดที่ยอมถอยทันทีถ้าเพื่อนชอบ ในขณะที่กวินยังยืนยันที่จะอยู่โดยไม่สนใจเลยว่าเขาจะรู้สึกยังไง เขาเฝ้ารอให้กวินกลับมาเพื่อบอกในสิ่งที่เขารู้ และขอให้มันจบลงตรงนี้ ไม่ว่าอะไรคือเหตุผลที่กวินลงโทษเขาแบบนี้ มีสิ่งเดียวที่เขาจะขอแลกเปลี่ยนกับอะไรก็ตามที่กวินต้องการจากเขา เขาพร้อมจะรับมันแทนได้ทั้งหมดเหมือนที่ผ่านมา ขอแค่อย่างเดียว...อย่ายุ่งกับแฟนเขา

 

....................

 

"หืม"

"ยอดเงินในบัตรเหลือศูนย์บาทค่ะ"

นี่มันวันอะไรเนี่ย ตอนกลับบ้านก็ฝนตกจนเปียกไปหมด พอหิวเปิดตู้เย็นห้องแฟนก็ไม่มีอะไรกิน นี่จะเที่ยงคืนแล้วลงมาซื้อของกินในเซเว่นทุกอย่างอุ่นพร้อมแล้วเหลือแค่หิ้วขึ้นห้องแต่บัตรเซเว่นไม่มีเงิน!

"เอ่อ เดี๋ยวพี่ฝากไว้ก่อนได้ป้ะ ขึ้นไปหยิบเงินแป๊บ"

"คะ"

"ไม่ถึงสิบนาทีเดี๋ยวพี่ลงมาเรา เจอหน้ากันบ่อยจะตาย วันนี้พี่ไม่ได้พกเงินมา แฟนก็ไม่ได้พกมาเหมือนกันไม่ต้องมองหา วันนี้คงเป็นวันซวยจริงๆ เดี๋ยวพี่ขอไปเอาเงินก่อน โอเค้?"

"ค่ะๆ"

พนักงานเซเว่นยิ้มให้จินตภัทรเจื่อนก่อนที่ร่างเล็กจะวิ่งปรู๊ดออกมาด้วยความรู้สึกอายแทบบ้า ทำไมต้องมาตังค์หมดตอนที่จอมพลไม่อยู่ ทำไมต้องมาหมดอะไรตอนที่เขาหิวสุดๆ ด้วยนะ คิดแล้วก็จ้ำอ้าวมาที่ทางเข้าคอนโดฯ  แต่ก่อนที่เท้าจะได้ก้าวผ่านประตูไปก็มีใครบางคนเดินตรงเข้ามาเรียกไว้

"จีน...ขอแจ็คคุย..." ขณะที่สีหน้าของอีกฝ่ายดูอมทุกข์มากๆ

แต่สีหน้าของจินตภัทรกลับเป็นตรงกันข้าม คุณนักเขียนมองหน้าอีกฝ่ายราวกับเจอเพื่อนเก่าที่ไม่พบกันมานานก่อนจะตะโกนเรียกอีกฝ่ายดังลั่นอย่างดีใจ

"แจ็ค!"

"ห๊ะ" คนที่กำลังเสียใจจนสติแตกชะงักไปก่อนจะมองมือเล็กๆ ที่ยื่นมาหา

"มีสองร้อยไหม"

 

ห้านาทีต่อมา

กวินเพิ่งเข้าใจจอมพลในตอนนี้เองว่าจินตภัทรเป็นคนที่แปลกมากๆ ในกรณีขอเหรียญเซเว่นหลังจากทะเลาะกันจะเป็นจะตายอาจจะดูร้ายกาจมากแล้ว แต่การเขียนอีเมลมาด่าเขา แต่ครึ่งชั่วโมงให้หลัง เจอหน้ากันก็ไถตังค์สองร้อยไปจ่ายค่าอาหารกล่องและขนมสารพัดชนิดเพราะตัวเองบัตรเซเว่นหมด กวินถือเป็นเรื่องที่อาจจะน่ามหัศจรรย์กว่า...

และหนักกว่าคือเขาไม่มีโอกาสพูดในสิ่งที่เตรียมมา ความเจ็บช้ำสารพัดที่อยากจะระบายถูกหยุดไว้เมื่อเขาพยายามจะเอ่ยด้วยคำว่า

"ขอกินก่อน หิวมากเลย รู้ไหมไปทำรีเสิร์ชนะไม่ได้สั่งอะไรกินเลย ของในคาราโอเกะแพงมาก แค่ถั่วทอดอาบังนะจานละตั้งสามร้อยแปดสิบ! บ้ารึเปล่า"

พอจินตภัทรพูดแบบนี้ อารมณ์ของกวินที่ถูกบิวต์มาตั้งแต่ขับรถ ร้องห่มร้องไห้เหมือนตัวเองสูญสิ้นคนเข้าใจบนโลกนี้ไปแล้ว ความรู้สึกนั้นก็หายวับไปเหมือนโดนเตะปลั๊กทีวีหลุด...

"อะ ทิชชู่.."

กวินบอกอีกฝ่ายก่อนจะส่งทิชชู่ที่เขาเดินไปซื้อมาให้ เขาได้แต่นั่งข้างๆ ในเซเว่นที่มีคนเดินผ่านหลังเป็นพักๆ จำใจต้องนั่งอยู่จนกว่าจินตภัทรจะเขมือบทุกอย่างตรงหน้าหมดก่อนเพราะเจ้าตัวหิวมากๆ ซึ่งดูจากผลงานข้าวผัดปูที่กินเข้าไปพร้อมกับอีกมือที่ยัดขนมจีบกุ้งใส่ปากด้วย...

"งื้อ"

อีกฝ่ายตอบกลับมาแต่ไม่รับทิชชู่ไปเสียทีเพราะกำลังพยายามฉีกซองน้ำจิ้มจิ๊กโฉ่ที่ใส่ขนมจีบเพิ่มเข้าไปอีก ไปๆ มาๆ กวินเลยเอื้อเฟื้อคุณนักเขียน ค่อยๆ เช็ดปากที่เลอะให้อย่างเบามือ

ดวงตาหลังแว่นกรอบหนาเหลือบมองแว่บหนึ่งพลางคว้าทิชชู่ไปเช็ดเองแล้วส่งถุงซอสเละๆ ที่ผ่านทั้งมือทั้งฟันมาแล้วแต่แทะเท่าไหร่ก็ไม่ออกให้ สุดท้ายก็เป็นภาระกวินต้องเดินไปขอให้พนักงานเซเว่นที่แอบซุบซิบกันอยู่ให้ใช้กรรไกรตัดถุงซอส สายตาของเจ้าหล่อนทั้งหลายเหมือนจับผิดเขายังไงไม่รู้

ก็อย่างว่า มันเป็นถิ่นของจอมพลแถมเพื่อนเขาหวงแฟนอย่างกับอะไรดี ก็คงเดินกางปีกป้องหน้าป้องหลังเป็นแม่ไก่จนใครต่อใครรู้ถึงความเป็นเจ้าของตัวจินตภัทร กวินกลับมาที่โต๊ะเล็กๆ ที่มีไว้อำนวยความสะดวกลูกค้าให้นั่งกินที่นี่ได้เลย แต่พอหันกลับมาก็พบความเละเทะเหมือนเด็กสามขวบที่จินตภัทรก่อไว้กับเสื้อลายเป็ดของตัวเองที่ซอสจิ๊กโฉ่ราดลงมาตั้งแต่อกเสื้อจนถึงกางเกงขาสั้นที่สวมอยู่ และใบหน้าเหยเกเหมือนเด็กที่เบะปากเหมือนจะร้องแงออกมา

"นั่งก่อนๆ อย่าเพิ่งลุก" กวินลอบถอนใจเบาๆ ขณะที่สั่งให้คุณนักเขียนนั่งนิ่งๆ ก่อนที่มันจะเลอะเทอะไปกว่านี้แล้วค่อยๆ เอาทิชชู่ซับซอสที่เลอะเละเทะจนหมาดๆ และหันไปโกยซากของกินที่กองไว้ใส่ถุงเตรียมทิ้ง

"อ๊ะ อ๊ะ มันยังไม่หมดอะ" จินตภัทรอ้าปากงอแงเป็นลูกนกตามถุงขนมจีบที่ยังเหลืออยู่ไป ก่อนที่จะถูกกวินโยนทิ้ง

"มันเละแล้วจีน...เห้อ อ้าปาก"

สุดท้ายแม้จะอธิบายออกไปแต่อีกฝ่ายยังทำหน้าเหมือนหิวแล้วทำปากแจ๊บๆ ใส่เขาเหมือนเด็ก กวินก็จำใจต้องจิ้มขนมจีบชิ้นที่เหลือเละๆ ในถุงแล้วยัดใส่ปากให้

มองท่าทางฟินๆ ที่เคี้ยวขนมจีบจนแก้มโย้แล้วอดมันเขี้ยวไม่ได้ เข้าใจมุมที่จอมพลหึงหวงบ้างแล้วเพราะจินตภัทรมีมุมที่ยิ่งดูก็ยิ่งน่ารักจริงๆ ไม่ใช่ใบหน้าที่สวยโดดเด่น แต่เป็นการกระทำที่ดูน่ารักไปหมดทุกอย่าง เหมือนเด็กเล็กๆ โดยไม่ต้องเสแสร้งแอ๊บแบ๊ว

"มาหาบีเหรอ"

คำพูดของจินตภัทรที่เพิ่งจะถามว่าเขามาทำไมเกิดขึ้นหลังจากที่เขาเดินตามจินตภัทรขึ้นห้องมาเพราะคิดว่าจอมพลกลับมาแล้วแต่ก็ยัง...

"เปล่า เรา..."

กวินหันไปมองคนที่เดินออกมาจากในห้องน้ำทั้งที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตตัวโตๆ สีขาวตัวเดียว แถมกระดุมก็กลัดไว้แค่ตรงกลางตามความเคยชินของเจ้าตัวที่คงจะกะว่ามากลัดเอาข้างนอก

จินตภัทรเงยหน้ามองคนที่ตัวโตกว่าที่เดินเข้ามาหาและหยุดอยู่ตรงหน้าในระยะที่ใกล้มาก มือของกวินเอื้อมมาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับความรู้สึกสับสนที่จินตภัทรก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่ถอยหนีจนกระทั่งมือของอีกฝ่ายค่อยๆ กลัดกระดุมเสื้อให้ทีละเม็ดอย่างเบามือและใจเย็น

"แจ็คเคยบอกจีนแล้วนะว่าบางครั้งจีนก็ทำอะไรให้คนอื่นคิดมากเหมือนกัน จีนเป็นพวกขี้อ่อยไม่รู้ตัว แต่ก็แก้นิสัยนี้ไม่หายสักทีนะทั้งที่เราก็เคยเตือนแล้ว..."

ร่างเล็กยืนนิ่งมองมือหนาที่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาตามกระดุมเสื้อที่กลัดให้เรื่อยๆ เป็นความรู้สึกที่แปลกๆ ในทุกๆ ครั้งที่เจอกวิน

เหมือนกับที่กวินปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยให้ตอนอยู่ในรถ ทั้งที่ใกล้กันมากแต่กลับไม่รู้สึกถึงการคุกคามจากอีกฝ่าย นี่คงเป็นข้อดีที่กวินทำให้รู้สึกเหมือนอยู่กับ "พี่ชาย เพราะอีกฝ่ายเป็นคนอบอุ่นและสุภาพมากเกินกว่าจะคิดว่าจะถูกล่วงเกินอะไร

แล้วมันก็จบลงแค่นั้นจริงๆ กระดุมถูกกลัดขึ้นมาจนถึงเม็ดก่อนสุดท้าย มันปิดมิดชิดจนไม่เห็นกระดูกไหปลาร้าของจินตภัทรด้วยซ้ำ มือของกวินละออกไป แต่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม มีเพียงลมหายใจอุ่นๆ ที่ยังเป่ารดหน้าผากเนียนอยู่

"จีนอย่าเกลียดแจ็คเหมือนที่บอกในอีเมลได้ไหม..."

คำพูดที่เอ่ยขึ้นมาของอีกฝ่ายฟังแล้วเศร้าจับใจ ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่มองสบตากันอย่างเศร้าๆ ไม่รู้ว่ากวินรู้สึกไหม ว่าตลอดมามันมีค่าแค่ไหนที่ได้อ่านอีเมลจากอีกฝ่ายเสมอมา ราวกับว่าจินตภัทรเองก็เติบโตมาพร้อมกับกำลังใจของคนที่ส่งอีเมลมาหาเสมอ

และกวินเองก็คงไม่รู้ว่ามันเศร้าแค่ไหนตอนที่รู้ว่าคนที่ทำร้ายคนที่เขารัก คือคนเดียวกับแฟนคลับคนโปรดที่เขาเฝ้ารออีเมลในทุกๆ สัปดาห์...และเป็นคนเดียวที่จินตภัทรตอบอีเมลหาส่วนตัว

"แจ็คอยากรู้เรื่องที่แย่กว่านี้ไหม" จินตภัทรถามด้วยสีหน้าที่ไม่ต่างจากอีกฝ่าย

กวินสบตาร่างเล็กด้วยความรู้สึกที่หน่วงไปหมด แต่ก็ฝืนยิ้มออกมาขณะถามกลับ

"มันจะมีอะไรที่แย่ไปกว่าโดนคนที่แจ็คเคยคิดว่าจะเข้าใจกันมากกว่าคนอื่น พูดว่าเกลียด"

"มีสิ..."

ร่างเล็กตอบและหยุดไปพร้อมกับน้ำตาไหลออกมาก่อนจะพรั่งพรูสิ่งที่อยู่ในใจออกมา...

 

"เรื่องที่แย่ที่สุดคือ เรารู้มาตลอดว่าเจ้าของอีเมลหลอกเราว่าเขาเป็นผู้หญิงทั้งๆ ที่ภาษาที่ใช้แม้แต่ความรู้สึกที่บรรยายมาแต่ละคำมันไม่ใช่ แต่เราก็อยากคุยกับเขา ไม่ว่าวันที่เครียดหรือในวันที่เราเศร้า อีเมลทุกฉบับจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งและเราอ่านมันไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง แต่... ฮึก... แต่มันคงดีกว่านี้ถ้าแจ็คไม่เล่าเรื่องพิมพ์ ไม่พูดเรื่องนี้ขึ้นมาจนเรารู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือแจ็ค  รู้ไหมเราผิดหวังแค่ไหนที่...เรา เราเคยชอบเขามากเลย ทั้งที่เราไม่เคยเห็นหน้าด้วยซ้ำ..."

เสียงร้องไห้โฮแทรกขึ้นมาจนร่างเล็กสะอื้นตัวโยนก่อนที่จะพูดจบประโยค สองมือยกปิดหน้าตัวเองขณะที่คนฟังได้แต่ดึงตัวจินตภัทรไปกอดปลอบด้วยความรู้สึกที่สับสนและไม่คาดคิดว่าจะเป็นฝ่ายถูกสารภาพออกมาแบบนี้ เขาปล่อยให้คนตัวเล็กร้องไห้จนพอใจพร้อมๆ กับมือที่ลูบหัวปลอบไม่ต่างจากเวลาที่เขาปลอบน้ำหวาน

"รู้ไหม มันเจ็บมากเลยตอนที่เราต้องเลือกระหว่างผู้ชายในชีวิตจริงกับคนที่เราหลงรักเขาผ่านตัวหนังสือโง่ๆ พวกนั้น...ฮืออออ"

เสียงอู้อี้ที่ดังอยู่ในอ้อมกอด คำสารภาพเหล่านั้น ทำให้กวินรู้สึกว่ามันคือครั้งแรกที่เขาชนะและเป็น คนที่ถูกรัก โดยที่ไม่ต้องพยายามอะไร ทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่ควรจะรู้สึกดีได้เลย แต่ไม่รู้ทำไมหัวใจมันกลับพองโตและลืมไปหมดแล้วในสิ่งที่รู้สึกน้อยใจมาตลอด...ลืมแม้กระทั่งคนที่เคยบอกรักกันก่อนหน้านี้

 

....................

 

ริมฝีปากนุ่มนิ่มและแดงฉ่ำค่อยๆ กดจูบลงที่แก้มสากจนชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย และปรือตามองเจ้าของริมฝีปากที่ขโมยจูบแก้มเขา เจ้าของจุมพิต ยิ้มหวานโชว์ฟันน้ำนมซี่เล็กๆ อย่างเขินอาย

"จ๋อม จ๋อม เปนจ้าวหงิงนิทา นะหวันเปนจ้าวชาย"

 

เฮือก!

 

เจ้าหงิงของน้ำหวานสะดุ้งลุกพรวดขึ้นมานั่งมองรอบตัว จอมพลรู้สึกอยากจะบ้าที่ตื่นขึ้นมาบนโซฟาในสภาพที่จำไม่ได้ว่าตัวเองเงิบไปตอนไหน

"จ๋อมจ๋อมน้ำยายไหย"

"ห๊ะ!" มือหนารีบหันไปดูสภาพหมอนอิงที่เป็นคราบน้ำลายคล้ายน้ำตกไทรโยค ก่อนจะพลิกหมอนกลับด้านด้วยความอาย เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กหญิงตัวน้อย

"อาแจ็คล่ะ" ถามเด็กหญิงออกไปทันทีและคำตอบที่ได้รับทำเอาใจเสีย

"กากาวินม่ายยู้ ป่าป๊ะบอกนอนกะแฟนทิบ้านอื่นๆ"

"บ้านอื่นๆ"

"งื้อ บ้านอื่นๆ นะ จ๋อมจ๋อม แปรงฟาน หม่าม้าห้ายมาปุกละแปรงฟาน"

มือน้อยๆ ล้วงแปรงสีฟันพกพาแบบพับอันเล็กมาจากกางเกงเอี๊ยมสีชมพู ก่อนจะยื่นให้จอมพล ชายหนุ่มยิ้มตอบกลับไปพลางอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาอยู่ในอ้อมกอด เดินไปทักทายพี่สะใภ้ของเพื่อนด้วยความรู้สึกอายเล็กน้อยที่เผลอหลับไป

"ขึ้นไปใช้ห้องน้ำชั้นบน ห้องน้ำหวานนะจ๋อม ข้างล่างอ่างล้างหน้าท่อมันตันอยู่"

พี่ฝนบอกขณะที่ยังวุ่นอยู่กับอาหารเช้าของน้ำหวาน เธอเดินมารับน้ำหวานไปนั่งที่เก้าอี้นั่งของเด็กข้างโต๊ะกินข้าว เด็กหญิงโบกมือให้จอมพลแล้วยิ้มหวานให้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินขึ้นมาชั้นสอง

 

ห้องของน้ำหวานอยู่ตรงข้ามห้องของกวินที่จอมพลเคยมานับครั้งไม่ถ้วนตอนที่น้ำหวานยังแบเบาะ พอเปิดประตูเข้าไปด้านใน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือกรอบรูปซึ่งตั้งอยู่บนตู้เตี้ยๆ ที่ใช้เก็บหนังสือนิทานของน้ำหวาน กรอบรูปสองอันวางคู่กัน รูปหนึ่งคือผู้หญิงที่เขาเคยรัก และอีกรูปเขากับกวินยืนกอดคอกันและคนที่ถ่ายรูปนั้นก็คือผู้หญิงที่อยู่ในรูปข้างๆ

เขายังจำได้ดีถึงเรื่องราวในรูปถ่าย ราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำ เพียงแค่มีบางสิ่งอย่างที่รูปถ่ายเป็นเหมือนกุญแจที่ปลดล็อกกล่องความทรงจำ...ทั้งเรื่องที่ดี และเรื่องที่ไม่อยากจำ

รูปที่จอมพลหยิบขึ้นมาคือรูปที่เขากับกวินยืนคู่กัน ในวันนั้นเป็นวันที่เขาได้ขึ้นไปโชว์กับวงรุ่นพี่ก่อนที่จะเดบิวต์วงตัวเองในอีกหนึ่งเดือนถัดมา ทั้งกวินและพิมพ์ไปให้กำลังใจเขา อยู่เคียงข้างและให้กำลังใจแม้ว่าสบตากันกับอีกฝ่ายจะบอกเขาเป็นนัยๆ ว่าเขาควรหยุดเรื่องแจน แต่ตอนนั้นมันเกิดความรู้สึกท้าทายมากกว่า และอยากให้พิมพ์รู้สึกแย่ให้มากที่สุด

เขาอยากแก้แค้นที่พิมพ์ไม่ยอมปล่อยมือจากกวิน เขาตั้งใจจะคบกับแจนและพัฒนาความสัมพันธ์กันมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนที่เขาเองก็รู้ว่ากวินเองก็รอเวลาที่เขาจะเลิกกับพิมพ์ เพียงแต่วิธีการของเขามันเป็นการประชด ในขณะที่กวินใช้วิธีให้ท้ายพิมพ์และพยายามบอกว่าเอาไว้พิมพ์ตัดใจได้ค่อยบอกเลิกก็ได้ เพราะยังไงกวินก็รอได้

เหมือนสงครามประสาทที่กวินพยายามปิดหูปิดตา พาพิมพ์เดินไปทางอื่นในทุกๆ ครั้งที่แจนเดินมาหลังเวที จนกระทั่งถึงเวลาแสดงคอนเสิร์ตในฐานะนักร้องนำที่ยืนอยู่บนเวที ทุกขณะที่เขาร้องเพลงอยู่ สายตากลับมองลงไปยังคนสองคนที่ยืนจับมือกันแทบจะตลอดเวลา ราวกับท้าทายและตั้งใจแกล้งให้เขาโกรธ กวินพยายามทำทุกอย่างที่จะให้เขาเป็นฝ่ายพูดบอกเลิกพิมพ์ก่อน เป็นฝ่ายทนไม่ได้ก่อน พิมพ์จะได้ไม่ต้องรู้สึกเสียใจที่เป็นฝ่ายบอกเลิกเอง

แต่สุดท้ายแล้วสงครามระหว่างพวกเขาสองคนกลับจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของพวกเขาทั้งคู่สูญเสียเหมือนกัน เจ็บปวดเหมือนกัน และเสียน้ำตาไม่น้อยกว่ากัน...

มือหนาวางกรอบรูปในมือลง ก่อนจะหันไปมองรูปของพิมพ์ที่วางอยู่ข้างๆ ตอนนี้เขาไม่รู้สึกเสียใจอีกต่อไปแล้ว ไม่มีอะไรที่เขาต้องชดใช้ให้พิมพ์ ไม่มีอะไรที่เขารู้สึกเสียใจต่อพิมพ์ การฟูมฟายเสียใจมันจบลงแล้วในวันที่เขาชดใช้กรรมของตัวเองด้วยการรับเอาทุกอย่างมาไว้ที่ตัวเองคนเดียว จอมพลค่อยๆ คว่ำรูปของพิมพ์ลง และยิ้มให้รูปของเขากับกวิน

"ก็เอาที่มึงสบายใจแล้วกัน..."

เสียงทุ้มพูดกับรูปราวกับว่าเพื่อนสนิทยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ปลดปลงกว่าก่อนหน้านี้ เหมือนว่าเช้าวันนี้ ความโกรธแค้นที่เกิดขึ้นหลังจากที่พบความจริงเหล่านั้น มันหายไปพร้อมกับการลืมตาขึ้นมาเจอน้ำหวานที่ยิ้มให้เขาอย่างไร้เดียงสา ทำให้รู้สึกว่าเรื่องบางเรื่องมันจบไปแล้ว แม้ว่ามันจะจบลงไปอย่างไม่ถูกต้องและรู้ว่าความจริงมันโหดร้ายแค่ไหน

แต่ทว่า ถ้าในปัจจุบันนี้มีความสุขมากพอ

และเอาเวลาไปให้ความสำคัญกับความสุขนั้นมากกว่าอดีตที่เจ็บปวด

อดีต ก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว...

 

สิบนาทีต่อมา

167 สายที่ไม่ได้รับ...

เบอร์ที่โทรเข้า ไอ้เหี้ยแจ็ค เป็ดน้อย เจ๊เอิน ผู้ที่เป็นเจ้าของเบอร์ซึ่งโทรเข้าสูงสุด 113 สายจากทั้งหมดคือ เป็ดน้อย

19 ข้อความ SMS

ข้อความ

บีเมื่อไหร่จะกลับอะ

บีอยู่ไหน

บีทำไมไม่รับสายอะ

และสารพัดที่ขึ้นต้นด้วย บี ที่ตามด้วยการถามนั่นถามนี่ ถามๆๆๆๆๆ จากคนส่งคนเดียวกันหมด เป็ดน้อย

86 ข้อความในไลน์

ไม่ต้องอธิบายว่ามาในรูปแบบไหน ทั้งคำพูดน่ารัก คำพูดงอนๆ สติ๊กเกอร์ฟรี สติ๊กเกอร์จ่ายเงิน

และสารพัดคำด่าสาดลงมาจนขนหัวลุก จาก เป็ดน้อย

ตบท้ายด้วยข้อความฝากมาบอกผ่านกวี

"เออ เมื่อคืนประมาณตีห้าพี่ลุกมาเข้าห้องน้ำเลยเห็นว่ามีสายเข้า แจ็คมันโทรมาถามพี่ว่าเจอแกไหม พี่เลยบอกว่าแกหลับอยู่ที่นี่ แจ็คฝากบอกว่าเมียแกเกือบไปแจ้งความแล้ว...เพราะแกไม่รับโทรศัพท์ไม่ตอบข้อความเขาเลย"

คนฟังพยักหน้ายิ้มเจื่อนก่อนจะกดดูเบอร์ที่โทรเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำอีก เขาไม่รู้จะทำยังไง ไม่รู้จะเริ่มชีวิตที่ตรงไหน แปลกที่คนแรกที่เขากล้าโทรหากลับเป็นคนที่ไม่น่าจะเป็นที่พึ่งได้เลย...

 

Calling....เจ๊เอิน

รอสายอยู่สามตึ๊ด แล้วปลายสายก็รับ

"เจ๊! เมื่อคืนจีนเป็น..."

(โหล...เออ บีเหรอ เมื่อคืนมึงจะไปค้างบ้านกูไม่โทรบอกวะ)

"ห...หืม ไอ้แจ็คเหรอ"

(เออ ไอ้เชี่ย เมื่อคืนกูกับเอินอยู่เป็นเพื่อนจีนจนเกือบเช้าเลย เมียมึงร้องไห้ทั้งคืนไม่หยุดจนพี่กวีโทรกลับมาบอกกูตอนตีห้า พวกกูถึงได้กลับมานอนเนี่ย แค่นี้นะ กูง่วง มึงมีไรโทรหาจีนเลย เอินก็หลับอยู่ข้างๆ กู แค่นี้ก่อนนะ คุยนานไม่ได้)

 

แก๊ก

 

โดนตัดสายไปเหมือนโดนตัดตัวช่วยไปด้วยพร้อมกันถึงสองคน เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น (เหมือนที่คนอ่านไม่รู้เช่นกัน) ว่าอยู่ๆ ทำไมกวินถึงไปนอนอยู่กับอนิล ทั้งที่เมื่อคืนมันควรจะเป็นสเต็ปที่อนิลเอาโทรศัพท์ไปให้เสร็จก็ให้เพื่อนกลับบ้านมาเคลียร์กันตามที่คุยกันไว้ แต่กลายเป็นว่า ทั้งอนิลและกวินไปนอนเสวยสุขกันแล้วปล่อยให้เขารอจนเงิบหลับอยู่ที่โซฟา ขณะที่จินตภัทรร้องไห้แทบขาดใจปานแม่นาคพระโขนงที่อุ้มไอ้แดงรอผัวที่ท่าน้ำจนเช้า จอมพลกระวีกระวาดออกจากบ้านเพื่อนพร้อมกับจิตใจที่วุ่นวายไปหมด

"เอาวะ..."

ชายหนุ่มกระซิบบอกตัวเองขณะที่กดโทรหาคนรักที่น่าจะตื่นแล้วในเวลานี้ เสียงรอสายดังแค่ตึ๊ดเดียวก็กดรับทำเอาใจหายวาบเหมือนเมียรอรับสายตลอดเวลา ไวยิ่งกว่าคอลเซ็นเตอร์ทั้งประเทศจับเวลาแข่งกัน

(บี...)

"ขอโทษนะจีน คือเมื่อคืน..."

(ฮึก บี ฮือออออออออ)

โอ้โห อินเนอร์เมียกู แหกปากร้องไห้มาเต็ม แรงจนขี้หูสั่น

มือหนายกหูออกห่างเพราะเสียงร้องไห้ที่แผดใส่ จนกระทั่งอีกฝ่ายพอที่จะพูดภาษามนุษย์ปกติได้แล้ว

(บี ฮ...ฮ...ฮัลโหล ฮึก บี)

"จ้าๆ ขอโทษนะ เมื่อ..."

(ไปไหนมาอะ ทำไมไม่รับสายเลย ข้อความก็ไม่ตอบ ไลน์ก็ไม่ตอบ ใครโทรไปก็ไม่รับเลย เค้าคิดว่าบีเป็นอะไรไปแล้วอะ ฮืออออ)

มือที่กำลังจะสตาร์ทรถมันอ่อนปวกเปียกไปหมดกับคำพูดของอีกฝ่ายที่เอ่ยอยู่ในสาย ทั้งน้ำเสียงและคำที่สื่อสารพาให้หัวใจเต้นแรงและโกรธตัวเองที่เมื่อคืนเขาคิดแต่เรื่องจะไปเคลียร์กับกวินจนลืมคนที่รออยู่ที่ห้อง ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันก่อนที่น้ำตาอุ่นๆ จะไหลออกมาด้วยความรู้สึกผิด...

เพราะในขณะที่เอาแต่คิดถึงเรื่องในอดีต เขากลับลืมคนที่อยู่ในปัจจุบัน

และในขณะที่เอาแต่คิดแค้นใจ น้อยใจ ใส่ใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้ว

มันทำให้ใครบางคนต้องรอคอยเขาเพียงลำพัง

ทำให้กลับมาคิดว่า...

ทำไมเราถึงเสียเวลาอันมีค่าที่ควรจะอยู่กับคนที่เรารัก

เพื่อมาพยายามแก้ไขสิ่งที่มันผ่านไปแล้ว

ในเมื่อ...

คนที่อยู่ในอดีตไม่มีใครแคร์เราสักคน...

และคนที่อยู่ในอดีตไม่มีใคร...รักเรา เท่ากับคนที่อยู่กับเราในปัจจุบันสักคน...

 

"ขอโทษนะครับ...บีจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว"

(หงึก ฮือออออ จะถึงยัง อยู่ไหนอะ)

ชายหนุ่มยิ้มทั้งน้ำตาก่อนจะหันไปหยิบสายสมอลทอล์กมาใส่ แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้คนในสายฟังระหว่างที่ขับรถไปหาด้วยหัวใจที่พองโต...

 

....................

 

ชายหนุ่มนอนมองใบหน้าสะสวยของคนที่หลับสนิทอยู่บนหมอนใบเดียวกัน ได้แต่คิดว่าเขาเกือบจะพลาดอะไรไปแล้วก่อนหน้านี้ คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คำพูดของอนิล สายตาของอนิลในตอนนั้นไม่ต่างจากมือที่จิกกบาลแล้วลากเขาออกมาจากความเพ้อฝันโง่ๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งขำ

มือหนาแกล้งแหย่นิ้วเข้าไปในปากที่อ้าเผยอน้อยๆ จนคนที่หลับอยู่ขมวดคิ้วแล้วส่งเสียงรำคาญใส่ มือเรียวพยายามยกขึ้นเพื่อปัดออก แต่กลับถูกคว้าเอาไว้และถูกดึงไปจูบหลังมือเบาๆ แต่กลับโดนด่ากลับมา

"ตื่นแล้วก็ไสหัวไปไกลๆ เลยคนเลว!"

กวินหลุดขำออกมาพลางรั้งกายบางมากอดไว้ ถึงจะปัดป้องถองศอกใส่แต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้อยู่ดี  

"แจ็คไปแล้วใครจะอยู่ให้ทนมือทนไม้เวลาโกรธ"

เสียงทุ้มพูดหยอกแล้วกดจมูกโด่งหอมซอกคอขาวนวลเนียนซ้ำไปซ้ำมาจนพอใจก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น

กวินอมยิ้มและคิดถึงเรื่องเมื่อคืนที่เป็นเหตุให้เขาต้องมาค้างที่บ้านอนิล

เพราะเรื่องเมื่อคืนทำให้เขาทะเลาะกันอย่างจริงจังครั้งแรก

ทะเลาะกันทั้งน้ำตา ตะโกนใส่กัน แถมยังโดนอนิลตบจนหน้าชา

แล้วก็เพราะเรื่องเมื่อคืนเช่นกัน ที่ทำให้เขากับอนิลมีอะไรกันครั้งแรก...


 




(เราจะย้อนเวลากลับไป ระหว่างที่จ๋อมจ๋อมหลับคาโซฟา ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างในตอนหน้าจ้า)


...........TBC...........

#2209Bnior










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18305 Moebeaj (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 07:28
    พี่จีนร้องไห้แน้วววว
    #18,305
    0
  2. #18269 _JT_ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 20:45
    ไรท์คือสุดยอดม่กๆๆๆ
    #18,269
    0
  3. #18194 Lim_Lina (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 03:55
    พีคในพีคในพีค ไรท์คือนักเขียนที่เก่งที่สุดเท่าที่เราเคยอ่านมาเลย ชอบมากๆ ประทับใจมากๆค่ะ
    #18,194
    0
  4. #18086 Cartoonpbct (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 17:04
    ต้องมีสติตอนอ่านอย่างมาก ไม่งั้นนะ เก็บดีเทลไม่ได้แน่นอน ละเอียดมากๆ แล้วซับซ้อนมากๆ สนุกกกกกมากกกกก
    #18,086
    0
  5. #17783 ButanolBelle (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:40
    ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ตามก็ติดงอมแงม
    #17,783
    0
  6. #14005 LittleBuzz (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2560 / 21:13
    วางเรื่องมาซับซ้อน ซ้อนแล้วซ้อนอีก สนุกจ๊นนนนนนน
    #14,005
    0
  7. #11787 บานาน่าคิกซ์_ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 01:38
    โอ้โหหหห จ๊าคคคคคคคคคคคคคคคค มีอ่ะไรกันครั้งเเรก โอ้โห้ไ่ไร ห่าห ทายห ชอบความคิดจอมพลในตอนนี้เอามากๆ ถึงกลับไปคิดเรื่องอ่ะไรในอดีตอีก พิมพ์ก็ไม่ฟื้นขึ้นมา มันผ่านไปเเล้ว เเละตอนปัจจุบันนี้ใช้ชีวิตเเบบปกติก็ดีอยู่เเล้ว ปลาอยมันไป ปลงๆ เเล้วก็ขึ้นอยู่กับความพีคของเรื่องนี้ในตอนต่อๆไปที่ไรท์เเต่งค่ะ????
    #11,787
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #11045 pqppp (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 15:03
    ได้กันอีกแล้วเด้ออออ
    #11,045
    0
  10. #8931 pa rang (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 21:19
    ไม่รู้ว่าใครเป็นแบบเรามั้ยแต่ยิ่งอ่านยิ่งหน่วงมันแบบมีปมมาให้แก้ทุกตอนเลย แบบอ่านๆไปกำลังยิ้มอยู่ดีๆดึงดราม่าเฉย
    #8,931
    0
  11. #8665 Bonkersgirl (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 16:59
    เป็นฟิคที่ถึงพริกถึงขิงมากค่ะ ต้องแซ่บไรเบอร์เน้
    #8,665
    0
  12. #8563 KTHY. (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 13:20
    อมก.อมก.อมก.อมด.สอบไบำบไขหยไยหบหบไขำขขดสดวปงๆลฃขพยแวปงไบไ
    #8,563
    0
  13. #8505 กีกี้ส์ :-*) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 21:41
    อื้อหืออออออ อะไรจะถึงพริกถึงขิงขนาดนี้ เอาเลย เอาให้เต็มที่เลยพรรคพวกกก เราพร้อม!!
    #8,505
    0
  14. #8486 deffjb (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 20:03
    หึกกกก
    #8,486
    0
  15. #8400 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 13:45
    น่ารักกกกกกก
    #8,400
    0
  16. #8381 shawty_aeris (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 02:17
    หลับก่อนก็พลาดไปนะจ๋อมนะ
    #8,381
    0
  17. #8324 super_man (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 20:16
    อยู่กับปัจจุบันกันนะคะทุกคน
    แล้วจะมีความสุขแบบจอมพล
    #8,324
    0
  18. #8264 JubJujube (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 18:00
    ฮอลลล ฉันพลาดอะไรไปตรงไหน พิแจ็คคคคค!!!!!
    #8,264
    0
  19. #8230 กันแจ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 17:21
    น่ารักมากกฮื่ออออออออ รอตอนต่อไปนะคะะะะะ
    #8,230
    0
  20. #8226 Mr.cm (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 13:54
    จ๋อมเอ้ยไม่น่าหลับ555555
    #8,226
    0
  21. #8225 HMKY_ELF (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 00:46
    ว้ายยยยย จ๋อมหลับไปครึ่งคืนพลาดอะไรไปหลายอย่างง 55555 รอตอนต่อไปค่า
    #8,225
    0
  22. #8224 GreenOmeGa (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 23:26
    งือออ น่ารักจังงง คิดถูกแล้วนะบี เราควรให้ความสำคัญแล้วก็อยู่กับปัจจุบันจะดีก่าาา อยากรู้แล้วว่าแจ็คกับเอินทะเลาะกันยังไงงงง
    #8,224
    0
  23. #8223 mallow101 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 23:03
    ซื้อสติกเกอร์ไก่มาจนได้ โดนชักจูงจากลู่ก่าย
    #8,223
    0
  24. #8222 giftfully (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:49
    ไปซื้อไก่มาใช้ละไรท์55
    #8,222
    0
  25. #8221 PatteemaS. (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2560 / 21:33
    อู้หู ซับซ้อนซ้อนเงื่อนสุดๆ หมั่นไส้การเมมเบอร์แฟนมาก แหมมมมมนังจ๋อมมมมม
    #8,221
    0