[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 114 : EP.48 in my room..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,172
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    20 ก.พ. 61

Upside Down


#2209UpsideDown

โลกของผม โลกของคุณ โลกของเรา ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม




Welcome To The Upside Down

EP.48




ยังเก็บรักนั้น อยู่ในหัวใจ

เธอจะรู้ไหมฉันยังคงพร่ำเพ้อ

หลับตาทุกครั้ง ก็ยังเห็นเพียงแต่เธอ

ฉันยังคิดถึงเธอเสมอ ไม่เคยจะลบเลือน

อยากรู้เธอเป็นอย่างไร

จากครั้งที่เราแยกทาง

อธิษฐานไปอย่างเลื่อนลอย

อยากพบเธออีกครั้ง


เข็มของนาฬิกา ไม่เคยบอกเวลา

นานแค่ไหน ก็เหมือนเดิมเสมอ

ตั้งแต่เราจากกัน จนในวันนี้ ก็มีเพียงเธอ



นาฬิกาตาย

อัลบั้ม save my life ศิลปิน Bodyslam





"ตอนนี้เราต้องการเลือดกรุ๊ปRh-veด่วนมากค่ะ มีญาติของผู้ป่วยมาด้วยไหมคะ? ระหว่างที่เรากำลังแจ้งขอไปทางธนาคารเลือดหากมีญาติผู้ป่วยที่มีเลือดหมู่เดียวกันละก็.."

ญาติผู้ป่วยที่ยืนอยู่หน้าห้องฉุกเฉินตอนนี้ไม่สามารถช่วยได้เลย อนิล กันนิชา จินตภัทร..เพราะกวินมีกรุ๊ปเลือดหมู่พิเศษ ที่มีเพียว 0.03% ของคนไทยที่มีเลือดกรุ๊ปนี้ และไม่สามารถรับเลือดกรุ๊ปอื่นทดแทนได้ เมื่อฟังคำขอของพยาบาลที่เดินออกมาแจ้งอนิลแทบจะทรุดลงไปนั่ง ถ้าไม่ได้แขนของจินตภัทรที่พยุงเอาไว้


เพราะคนแรกที่อนิลคิดถึงคือกวี...

มันเป็นความผิดของเขา เป็นเวรกรรมที่ตามสนองเขา

ถ้าเขาช่วยกวี ถ้าเขาไม่คิดที่จะฆ่ากวี ไม่ทำร้ายกวี แฟนของเขาก็คงไม่ต้องลำบากแบบนี้


มือของจินตภัทรบีบมือเพื่อนแน่น เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะอนิลก็ไม่ยอมพูดไม่อธิบายว่าทำไมกวินถึงถูกพี่ชายทำร้ายแบบนี้ แล้วตอนนี้คนเดียวที่จะช่วยกวินได้ก็คือพี่ชาย แล้วพวกเขาจะทำยังไงดี?


แต่ไม่นานมือของอนิลก็เลื่อนหลุดจากมือของเพื่อน ร่างผอมหมุนตัวกลับไปทางลานจอดรถ เสียงหายใจสะอื้นดังขึ้นเล็กน้อยขณะที่ข่มใจพยายามพาตัวเองกลับไปที่รถและตามหากวี หนทางเดียวที่จะสามารถช่วยคนที่ตัวเองรักไว้


"แกจะไปไหน?" จินตภัทรถามเพื่อน ดวงตาช้ำๆ ของอนิลหันกลับมามอง สายตาที่สบกันและคำสารภาพที่จินตภัทรรู้สึกใจหาย คำสารภาพทั้งน้ำตาของอนิลที่ขาดๆ หายๆ ... ทำเอาน้องสาวของกวินที่ยืนอยู่ไม่ไกลแทบเป็นลม


"ตามหาพี่กวี...เขา ไม่ได้ตั้งใจ ฉัน ฮึก ฉันเป็นคนเริ่ม พยายามฆ่าเขา เราทั้งคู่กำลังจะ.. ฮืออออ แจ็ควิ่งเข้ามาผลักฉันออก แล้ว แล้วก็.."

"หนูรู้..ฮึก หนูรู้ว่าพี่วีไม่มีวันทำขนาดนี้ พี่วีเลี้ยงพี่แจ็คมา เขาจะ..." เสียงสั่นเครือของกันนิชาตัดพ้ออนิล แม้จะเสียใจแค่ไหน รู้สึกผิดแค่ไหน แต่คำพูดคำจาของกันนิชามันทำให้อนิลสติหลุด


"เพราะแจ็คโดนซ้อม! โดนพี่ชายซ้ทุบตีมาตลอดชีวิต เธอต่างหากที่ไม่รู้อะไรเลย! ต่อให้เขาไม่ได้ตั้งใจแทงแจ็ค แต่เขาก็ทำร้ายแจ็คมาตลอดชีวิต เธออยู่บ้านเดียวกัน แต่ไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายต้องเจออะไรบ้าง ยังมีหน้ามาปกป้องไอ้สารเลวนั่นอีกเหรอ!"


ขณะที่จินตภัทรพยายามยื้ออนิลให้ห่างจากกันนิชา ญดาก็เข้ามาขวางแฟนตัวเองไว้เช่นกัน เพราะท่าทางของอนิลดูพร้อมจะพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันทีที่มีจังหวะ


"พี่! พอแล้ว แบมมาพอแล้วมานี่มา"


หน้าห้องฉุกเฉินวุ่นวายเพราะญาติผู้ป่วยที่หันมาทะเลาะกัน พยาบาลและบุรุษพยาบาลรีบเข้ามากันทั้งสองฝ่ายออกไป จินตภัทรปล่อยมือจากเพื่อนและพลันสายตาก็หันไปเจอหญิงสาวที่เดินเข้ามา ยลรดาที่พยายามตีตัวออกห่างแฟนเก่าไปหลังจากวางระเบิดใส่อนิลครั้งล่าสุดจนเกือบทะเลาะกับกวิน รองเท้าสีฟ้าอ่อนก้าวเข้ามาพร้อมกับสายตาของอนิลที่หันไปมอง สีหน้าของยลรดาดูไม่ต่างจากอนิล ขอบตาแดงก่ำ ยืนกำมือแน่น...เธอคงยืนอยู่สักพักแล้ว และคงนานพอที่จะได้ยินเรื่องทั้งหมด


ขณะที่อนิลขยับตัวกำลังจะเดินเข้าไปถามอดีตแฟนสาวของกวิน มือเรียวสวยก็ตบหน้าอนิลอย่างแรงจนหน้าสะบัด ท่ามกลางความมึนงงของทุกคน อนิลหันกลับมาและเงื้อมือขึ้นเตรียมโต้ตอบ แต่คำพูดของยลรดาที่หันไปพูดกับพยาบาลกลับทำให้มือของอนิลค่อยๆ ลดลง และตกลงข้างตัว


"ฉันเลือดกรุ๊ป Rh-ve ค่ะ ที่ทางโรงพยาบาลติดต่อไป" เสียงของหญิงสาวแม้จะสั่นเครือ แต่กลับก้องกังวาลและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่เหนือกว่า


"ขะ.." สิ่งที่อนิลตั้งใจจะบอก คำขอบคุณที่จะเอ่ย กลับไม่เพียงพอสำหรับคนอย่างยลรดา


"ไสหัวไปจากชีวิตแจ็คซะ เพราะนอกจากเธอจะช่วยอะไรเขาไม่ได้แล้ว ยังสร้างแต่ปัญหาให้เขาอีก ตั้งแต่วินาทีที่เลือดของฉันเข้าไปอยู่ในร่างกายของเขา...เขาเป็นของฉัน นับจากนี้เป็นต้นไป"


ไม่ใช่เรื่องโกหก ทุกอย่างที่ยลรดาพูดเป็นความจริง ก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งปีทั้งคู่มาตรวจสุขภาพก่อนจะมีการพูดคุยเรื่องหมั้นหมายและบริจาคเลือดด้วยกันตอนวันเกิดของยรดาเพราะเลือดกรุ๊ปพิเศษนี้เป็นที่ต้องการมาก เบอร์โทรศัพท์ของยรดาและกวินจึงถูกเก็บบันทึกไว้ที่ส่วนกลางตั้งแต่ตอนนั้น เพราะในใบทะเบียนของโรงพยาบาลทั้งคู่ยังมีประวัติเมื่อปีที่แล้วตอนคบกันอยู่จึงไม่แปลกที่หญิงสาวจะได้รับการติดต่อไปเป็นคนแรก


"เธอไม่มีสิทธิ์ต่อรองแบบนี้ นั่นชีวิตคนๆ นึงนะ" อนิลเอ่ยเสียงเบาน้ำตาไหลอาบแก้มอย่างน่าสงสาร จินตภัทรได้แต่ยืนเงียบ และฟังสิ่งที่ยรดาตอบกลับมา


"ตอนนี้ฉันมีสิทธิ์ต่อรองอยู่แล้ว ฉันรักเขาพอๆ กับที่เกลียดเธอ ฉันจะปล่อยให้เขาตายก็ได้ มันคงสะใจดีนะ เพราะถ้าแจ็คตายเธอเองก็เหมือนตายทั้งเป็น จะได้รับรู้ความรู้สึกของฉันตอนที่ถูกเขาทิ้งไปไง"


จินตภัทรคิดว่าเขาเข้าใจความรู้สึกของยลรดา มากพอๆกับที่เข้าใจอนิล

ผู้หญิงคนนึงถูกผู้ชายทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย

แต่มาวันหนึ่งกลับถูกตามให้กลับมาช่วยเหลือคนรักเก่า

เพื่อต่อชีวิตผู้ชายที่ทอดทิ้งตัวเองไปให้เขาได้มีชีวิตอยู่เพื่อรักคนอื่น


ถ้าคนที่อยู่ในห้องไอซียูเป็นพี่เบญ จินตภัทรคิดว่าเขาคงไม่สามารถทำได้อย่างยลรดา การกลับมาช่วยผู้ชายที่ทอดทิ้งตัวเองไปจะต้องเข้มแข็งแค่ไหน? ดูจากใบหน้าที่อิดโรยไม่แพ้อนิลแล้ว จินตภัทรคิดว่ายลรดาเองยังคงรักกวินอยู่ไม่เปลี่ยน ถึงจะข่มขู่แบบนั้นแต่เขารู้ว่าลึกๆ เธอคงห่วงกวินไม่ต่างจากเพื่อนเขา


ขณะที่เขามองแผ่นหลังของยรดาที่เข้าไปในห้องพร้อมพยาบาล จินตภัทรก็คิดว่าความรักเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการให้ที่ยิ่งใหญ่ ความรักเป็นเหมือนตัวแปรที่ทำให้ทุกคนพร้อมเสียสละ แม้จะทุกข์ใจมากแค่ไหนก็ตาม...


"ถ้าเป็นฉัน ฉันจะถอยออกมาเหมือนที่พี่แจนบอก" จินตภัทรพูดเบาๆ ขณะที่หันไปกอดเพื่อนเอาไว้แน่น อนิลสะอึกสะอื้นออกมาอย่างปวดร้าว มือเรียวลูบแผ่นหลังของเพื่อนแผ่วเบาและพูดต่อ


"อะไรที่เป็นของๆ แก มันก็จะเป็นของแกวันยันค่ำ แกไม่จำเป็นต้องพยายามเพื่อเขา ไม่จำเป็นต้องทำร้ายคนอื่นเพื่อเขา แกแค่รักเขาและรู้พื้นที่ของตัวเอง ฉันคิดว่าตอนนี้ที่ตรงนี้ไม่ใช่ของแกแล้วเอิน ถ้าแกไม่มีชนักติดหลังป่านนี้แกคงสู้ขาดใจ ไม่ก็เถียงเขาไปแล้ว แต่แกร้องไห้เพราะแกทำผิดใช่ไหม แกทำอะไรเอินแกทำอะไรลงไป แกทำอะไรพี่ชายเขา?"




.....................




JEEN's Part



ผมกลับมาที่ห้องเกือบเที่ยงคืน เรารอจนกระทั่งพยาบาลเดินออกมาบอกว่าแจ็คพ้นขีดอันตรายแล้ว ผมและเอินถึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ก่อนกลับแบมเดินมาบอกว่าพี่ฝนอยู่โรงพยาบาลใกล้บ้านพาพี่กวีไปหาหมอ


ผมไม่ถามด้วยซ้ำว่าพี่กวีเป็นอะไร ขณะที่แบมบอกรายละเอียดกับผมว่าพี่ชายคนโตของเขาประสบอุบัติเหตุผมรู่ทันทีว่าเพื่อนผมรอดแล้ว พี่กวีเองคงไม่พูดว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะตัวเขาเองกำลังจะโดนข้อหาพยายามฆ่าหลังจากที่ตำรวจไปเจอมีดที่มีรอยนิ้วมือของพี่กวี


เรื่องน่ายินดีเพียงเรื่องเดียวคือเรื่องที่พี่ฝนถอนฟ้องหย่าแล้วและทันทีที่พี่กวีฟื้นพวกเขาทั้งคู่จะกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง


มันควรจะเป็นเรื่องน่ายินดี ผมควรจะดีใจกับน้ำหวานที่ได้มีโอกาสเติบโตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์อีกครั้ง และไม่ว่าพี่กวีจะทำผิดอะไรมามากมายแค่ไหน คนนอกอย่างผมไม่มีสิทธิ์ตัดสินแทนภรรยาของเขา หากพี่ฝนจะให้อภัยสามีตัวเองให้โอกาสเขาอีกครั้งเพราะเหตุการณ์นี้ มันคงเป็นความดีเล็กๆ ของเอินที่ทำให้ให้ครอบครัวของแจ็คกลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าอีกครั้ง แต่...เอินต้องเป็นฝ่ายเดินจากไป


ใช่ ถ้าพี่กวียังมีลมหายใจอยู่ มันยากเหลือเกินที่แจ็คจะตื่นขึ้นมาและยอมรับสิ่งที่แฟนตัวเองทำได้ เอินทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัย ศาลคงไม่ฟังเหตุผลของเอิน เหตุผลที่อยากปกป้องแฟนหนุ่ม ปกป้องทั้งที่เจ้าตัวเขาไม่ได้ร้องขอและคงหนักกว่านี้อีกถ้าเกิดโรงพยาบาลส่งผลตรวจร่างกายพี่กวีมา และพบว่าเขาเองก็ถูกทำร้ายไม่ต่างกัน


ผมคิดว่าแม้แต่พ่อเอินคงช่วยลูกในเรื่องนี้ไม่ได้... มันมากเกินไปจริงๆ



ผมบอกให้เอินกลับบ้านแล้วสารภาพทุกอย่างกับพ่อ ผมรู้ว่าเอินคงกลัวมากแต่นั่นคือคนแรกที่จำเป็นต้องรู้สถานการณ์ของเอิน เป็นคนเดียวที่จะช่วยเอินได้ไม่มากก็น้อย


ห้องนี้ดูไม่เหมือนห้องเดิมที่ผมอยู่กับบี ตอนที่เดินเข้าไปในห้อง2209หัวใจผมสั่น ผมร้องไห้เพราะความเหนื่อยล้า แต่มันแค่เพียงชั่วขณะหนึ่ง เพราะผมเคยพบความผิดหวังมากแล้ว มันก็ไม่ต่างจากตอนพี่เบญเท่าไหร่นัก ผมโดนพี่เบญทิ้งไป ขณะที่บีเองก็ไม่ได้เลือกผม มันอาจจะเศร้าในคราแรกที่คิดว่าเราไม่ใช่คนที่สำคัญที่สุดสำหรับเขา แต่ผมมั่นใจว่าคุณพริมเองก็คงเจ็บไม่ต่างกันตอนที่บีคิดจะเลือกผม แต่มันเป็นไปไม่ได้เพราะที่สุดแล้วคนที่บีรักมากที่สุดคือตัวเขาเอง


เขาอยากเป็นนักร้อง เหมือนกับที่ผมอยากเป็นนักขียน

เขามีสิ่งที่เขารักมากกว่าผม รักงานของเขา ชื่อเสียงของเขา

มองกลับกันหาไม่เอาอารมณ์เป็นใหญ่ ผมเองก็เลือกงานของตัวเอง หากวันดีคืนดีบีบอกให้ผมเลือกเขียนหนังสือแล้วไปเป็นผู้จัดการให้เขา ผมก็คงทำไม่ได้และเราก็คงเลิกกันเหมือนตอนนี้


ผมคิดตอนจบของตัวเองแล้วตั้งแต่วันที่ผมรู้ว่าบีมีความสัมพันธ์ลึกซิ้งบางอย่างกับคุณพริม ผมเขียนตอนจบนั้นลงในนิยายของผม สุดท้ายนางเอกก็ได้แต่มองคนรักผ่านจอโทรทัศน์ จอมได้เป็นนักร้องดัง จบลงแบบนั้น ผมคงจะต้องมองบีผ่านจอโทรทัศน์เช่นกัน ผมอาจจะทำใจมองเขาไม่ได้ในช่วงแรก แต่คิดว่าพอนานๆ ไป หัวใจของผมจะแข็งแกร่งขึ้น


ผมเก็บของๆ ตัวเองใส่กระเป๋า เปิดลิ้นชักดูข้าวของๆ เราที่อยู่ปะปนกัน เสื้อของบี เสื้อของผม ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดตัว กางเกงยีนส์ ผมค่อยๆหยิบของๆตัวเองออกมา ขณะที่น้ำตามันไหลออกมาอีกครั้ง ผมซบหน้าลงกับเสื้อยืดตัวหนึ่งของบี กลิ่นที่ไม่เคยจางหายไปคือกลิ่นน้ำหอมที่เขาชอบใช้ มันติดอยู่ในเนื้อผ้าปะปนกับกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม ผมร้องไห้ใส่จนมันเปียกชื้น ขณะที่คิดไตร่ตรองว่าควรจะทำอะไรต่อ พอร้องไห้แล้วสิ่งที่คิดจะทำต่อไปมันก็ขาดช่วงไปด้วย ผมค่อยๆ ดึงลิ้นชักทีละชั้น หยิบของออกมากอง จนกระทั่งถึงชั้นที่ผมเคยเจอเงินปึกใหญ่ ผมยังไม่เคยได้คำตอบจากบีว่ามันเป็นเงินอะไร เงินที่เรียงเลขกันเหมือนตั้งใจเบิกออกมาจากธนาคารและเก็บไว้


ขณที่ผมดันมันเข้าไปในสุดผมสังเกตว่าถุงมันเบากว่าเดิม ผมมองดูขณะที่คลี่ถุงสีน้ำตาลออก ผมเคยเห็นแต่เงินอยู่ในนั้น แต่รอบนี้มันไม่ใช่เงิน มันเป็นกล่องใส่สร้อยผมถือวิสาสะเปิดออกดูและพบสร้อยเงินมีจี้เป็นรูปตัว J แต่มีสายสร้อยสองเส้นซ้อนกัน ผมดึงเส้นหนึ่งออกมาดูและพบว่าตัว J ที่อยู่ตรงกลางหลุดออก เหลือเพียงตัว J ที่มีแค่โครงอยู่ที่กล่อง ผมคิดว่าผมรู้ความหมายของมันก่อนที่จะพลิกดูด้านหลังซะอีก จอมพลและจินตภัทร สองชื่อนี้ถูกสลักเป็นภาษาอังกฤษแนวตั้งบนตัวJ ชื่อของผมอยู่ที่จี้อันเล็ก ชื่อของเขาอยู่ที่ขอบจี้อันใหญ่กว่า


รู้ตัวอีกทีน้ำตาของผมก็หยดลงบนกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ถ้าเงินจำนวนนั้นคือสร้อยทั้งสองเส้นนี้มันน่าจะแพงเกินไปสักหน่อย แต่ถ้าเงินทั้งหมดนั่นไม่ใช่แค่สร้อยแต่เป็นอย่างอื่นด้วย มันจะเป็นอะไร?




.................





BEE 's Part



(ทางเราสามารถจองให้คุณบีได้อีกครั้งในวันที่ 24 นี้นะคะ หากคุณต้องการ ทางผู้จัดการทราบเรื่องอุบัติเหตุของคุณแล้วเลยจะคิดค่ายกเลิกสถานที่แค่ 50% เท่านั้นแต่ถ้าหากคุณบีจะเปลี่ยนวัน...)


"ไม่เป็นไรครับ ยกเลิกเลยตอนนี้ผมไม่สะดวกแล้ว"


ผมตอบกลับไปด้วยเสียงไร้อารมณ์ หลังจากที่โทรกลับไปหาร้านสกายบาร์ชั้น 48 ที่ผมเคยพาจีนไปกินข้าวด้วยกัน ผมจองสถานที่ไว้เมื่อคืนวาน เซอร์ไพรซ์เล็กๆ ของผมพังพินาศไม่ต่างจากชีวิตผมตอนนี้


ผมมีสถานที่สุดโรแมนติก

ผมมีของขวัญที่สั่งทำเกือบสามเดือนไม่นับคิวที่รอมาครึ่งปี

ผมมีเพลงที่แต่งให้จีน ผมมีตั๋วเครื่องบินไปสวีเดน

ผมมีที่พักหรูที่จองไว้หนึ่งอาทิตย์เต็มๆ

ผมมีทุกอย่างครบพร้อม...แต่ผมไม่มีจีนอีกต่อไปแล้ว



'เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะมึง ถ้าไม่ปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนแล้วอยู่ๆ บินไปแต่งเลยแล้วถ้าเกิดโดนถอดออกจากซิงเกิ้ลหน้า โครงการหานักร้องใหม่พวกกูคงเร็วขึ้น'


พี่พัฒน์โวยวายใส่ผมหลังจากที่ผมปรึกษาเขาเรื่องจีน ผมรอเงินค่าตัวจากละครที่เล่นกับเงินที่ได้จากงานโชว์ตัวที่บริษัทยังค้างผมไว้อยู่ และจากนั้นผมก็เตรียมจะเผ่น


'ผมหาได้เลย ผมโอเค หลังปิดกล้องละครผมจะไม่เซ็นต์สัญญาต่อ'


ผมตอบไปแบบนั้น แน่นอนว่าเพื่อนในวงเหมือนจะตกใจแต่พวกเขาก็โล่งใจไปด้วยที่สุดท้ายผมก็ไปสักที ไม่ใช่ว่าพวกเขารังเกียจผม แต่เพราะหลังๆ บริษัทดันผมเพียงคนเดียวและเลื่อนงานของวงออกไปไม่มีกำหนด พวกเขายังต้องอยู่ตรงนี้และทำมาหากินกันต่อไป แต่ผมสามารถเซ็นต์สัญญากับที่ใหม่ได้แล้วทำแค่งานแสดงอย่างเดียว ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ผมกับไอ้แจ็คคุยกันแค่สองคน มันเองก็มีปัญหากับบริษัท ผมเองก็มีปัญหากับคุณพริม เธอตต้องการให้ผมเลิกกับจีน แต่ผม...ทำไม่ได้


ทันทีที่ผมเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาแจ็ค มันบกว่าผมควรรอ และบินหนีในเวลาที่พร้อมละครของผมยังเหลือถ่ายอีกเจ็ดแปดตอน เรตติ้งกำลังดี และผู้ใหญ่ไฟเขียวให้วงผมได้มีเพลงประกอบละครอีก นอกจากผมแล้วแก้มยุ้ยที่เป็นนางเอกก็จะได้เซ็นต์สัญญากับค่ายเป็นนักแสดงที่ทางเอ็กซิกซ์จะดูแลไปอีกห้าปี ในขณะที่สิ่งดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น แจ็คบอกให้ผมเงียบและรอ อย่าเพิ่งไปตัดรอนความสัมพันธ์กับคุณพริมตอนนี้ มันอันตรายเกินไปผมอาจจะถูกเรียกค่าเสียหายจากค่ายได้หากงานของผมยังไม่เสร็จ


ผมรอ...แต่เหมือนเวรกรรมมันจะตามทันเร็วเกินไป ผมไม่มีโอกาสรออีกต่อไป


พิมพ์คงไม่อยากให้ผมมีความสุขไปมากกว่านี้แล้ว ขณะที่เธอตายไปพร้อมความทุกข์เพียงลำพัง มันอาจจะดีแล้วที่เป็นแบบนี้ สิ่งที่ดีที่สุดที่ผมคิดได้ก็คือ บาปกรรมอะไรที่ผมทำไว้มันจะไม่ไปตกที่จีน เขาอาจจะเสียใจ ผิดหวังในตัวผม แต่เขาจะต้องไม่เจอเรื่องร้ายแรงกว่านี้ ย่างน้อยตอนนี้จีนยังมีลมหายใจอยู่ ยังไม่จากผมไปไหน


แม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่อย่างน้อยเรายังคงอยู่บนโลกใบเดียวกัน

โลกที่ไม่มีจีนอยู่มันคงเศร้ามากกว่าชีวิตผมตอนนี้ ...




..............




JEEN's Part



"ใช่ค่ะเป็นสินค้าที่สั่งทำจากทางร้านเรา ตอนแรกคิดว่าคุณบีคงไม่ทันได้ให้ซะแล้วเพราะเห็นข่าวอุบัติเหตุน่ะค่ะ ยังไงก็ขอให้คุณบีหายเร็วๆ นะคะ"


เสียงของพนักงานต้อนรับหน้าร้านจิวเวลรี่หรูกล่วด้วยสีหน้าเห็นอกเห็นใจ จินตภัทรเก็บกล่องสร้อยคอใส่กระเป๋าของตัวเองก่อนจะขอตัวกลับ แต่บางคำที่พนักงานบอกเขามันกลับสะกิดใจขึ้นมานิดหน่อย


"ที่บอกว่าคิดว่าจะไม่ทันได้ให้นี่หมายถึงอะไรเหรอครับ?"


"อ้อ ก็พอดีคุณบีบอกว่าอยากให้เสร็จทันวันงานที่สกายบาร์ เอ๋ คุณจีนไม่ได้ไปที่สกายบาร์มาเหรอคะ? ตอนแรกทางเราต้องเอาของไปส่งให้ที่นั่น แต่พอคุณบีเร่งๆ เราก็เลยบอกทางช่างให้จนเสร็จก่อนวันงานตั้งสามวันค่ะ"


"สกายบาร์? ที่คอนโดสกายวอล์คน่ะเหรอครับ?"


ราวกับแต่ละที่ๆ ผมไปมีลางแทงที่ชี้ไปในสถานที่ต่างๆ ที่ผมต้องพาตัวเองเดินเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจมากขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นความผิดของผมเองที่สงสัยเรื่องสร้อยคอ ผมสงสัยว่าบีเตรียมมันไว้สำหรับอะไร? ในเมื่อวันเกิดของผมหรือวันเกิดของเขามันยังอีกตั้งนาน แล้วสร้อยของบีก็พาผมเดินวนกลุับมาจุดเดิม หน้าสกายบาร์ที่เราสองคนเคยมากินข้าวด้วยกัน ผู้จัดการร้านมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนจะกุลีกุจอเดินเข้ามาหาผมด้วยท่าทางนอบน้อม


"สวัสดีครับคุณจีน ผมเพิ่งให้ทางรีเซปชั่นโทรไปแจ้งคุณบีเรื่องสถานที่ ไม่ทราบว่าคุณจีนจะมาด้วยตัวเอง"

"เอ่อ ผมอยากมา..แล้วบีเขา.."


ผมอึกๆอักๆ เพราะไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ ว่าบีเขาตั้งใจทำอะไร จากที่ตอนแรกมันเกิดเพราะความอยากรู้ ตอนนี้ผมไม่อยากรู้แล้ว...เพราะมันอาจจะทำให้ผมตัดใจได้ยากกว่าเดิม แล้วพอคุณผู้จัดการร้านตอบแล้วเดินนำผมเข้าไปในส่วนของโซนไพรเวทด้านนอกร้านพร้อมอธิบาย ผมก็รู้ทันทีว่าเงินก้อนนั้นมันถูกเอาไปใช้ทำอะไร


"อ๋อ สถานที่ใช่ไหมครับ คือที่ทางคุณบียกเลิกไปทางเราก็เห็นใจเรื่องอุบัติเหตุนะครับ ทางเราก็เสนอไปแล้วว่าถ้าหากคุณบีจะเลื่อนวันไปก่อนก็ได้ ทางเราจะไม่ชาร์จเพิ่ม แต่พอคุณบียืนยันว่าจะยกเลิกไปเราก็เสียดายเหมือนกัน เพราะนอกจากเงินที่ทางเราต้องเรียกเก็บค่ามัดจำสถานที่แล้ว ก็ยังมีงานของออแกนไนซ์ที่เขาเข้ามาเซ็ทอัพไว้ จนตอนนี้เรายังไม่กล้าให้รื้ออกเลยครับ จัดซะสวยเชียว"


ท่าทางของผู้จัดการดูจะเสียดายบรรดาดอกไม้ที่ถูกจัดเอาไว้และไฟระย้าที่มีรูปถ่ายขนาดเดียวกับรูปโพลารอยด์ห้อยไว้ ทั้งหมดนั้นคือรูปของผม รูปที่บีแอบถ่ายผมตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน เวลาที่ผมหลับ เวลาผมนั่งกินข้าว เวลาที่ผมนั่งหน้าเครียดหน้าโน้ตบุ๊คเพื่อั่นต้นฉบับให้เสร็จ รูปผมที่นอนฟุบอยู่ที่โต๊ะหน้าทีวี รูปผมที่กำลังพูดคุยกับเขา และอีกหลายๆ รูปที่ผมคิดว่าเขาเริ่มถ่ายมันตั้งแต่วันแรกที่เราคบกัน...


คงไม่มีใครที่ไหนมานั่งถ่ายรูปแฟนตัวเองทุกวันๆ แบบนี้ ตัวบีเองก็ไม่ได้ว่างมากขนาดนั้น แต่นับดูจากจำนวนรูปที่เขาส่งไปให้ทางออแกนไนซ์ทำมันเกือบๆ 400-500 รูปได้ แต่แต่ละรูปไม่ซ้ำกันเลย เขาทำได้ยังไง?


ผมบอกผู้จัดการว่าผมจะกลับมาอีกครั้งช่วงหัวค่ำ ผมอยากดูตอนที่บรรยากาศรอบตัวมืดลงแล้วจะได้เปิดไฟทั้งหมดที่ถูกตกแต่งไว้ ผมเสนอว่าจะจ่ายเงินค่าสถานที่ให้อีก 1 วันเพื่อเก็บมันไว้ในคืนนี้ก่อนที่จะให้ออแกนไนซ์เซอร์เข้ารื้อถอนพรุ่งนี้เช้าก่อนร้านเปิด เพราะร้านต้องเสียพื้นที่ประมาณ 10 โต๊ะเพื่อให้ซุ้มนี้วางอยู่ แต่ผู้จัดการร้านใจดีกับผมมาก เขาบอกว่าผมไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อมัน เขาเข้าใจว่าพอบีเกิดอุบัติเหตุแล้วเซอร์ไพรซ์ที่เขาเตรียมไว้นั้นก็ต้องเสียเงินไปฟรีๆ ประมาณสามแสน ใช่ ค่าสถานที่ ค่าออแกนไนซ์ ค่าตกแต่ง ค่าอาหาร ทั้งหมดสามแสนกว่าบาท ราคามันเท่ากับแพคเกจงานแต่งงานในโรงแรมหรูๆ ที่ผมเคยเห็นผ่านตาในนิตยาสาร


ผมกลับมาที่ห้องด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากเมื่อคืน ใช่ เมื่อคืนผมนอนไม่หลับ มันยากกว่าคืนไหนๆ แม้ว่าบีจะไม่ได้กลับมานอนกับผมทุกคืน บางครั้งเขากลับมาตอนเช้าหลังถ่ายละครเสร็จ บางครั้งผมตื่นมาในอ้อมกอดเขาโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขากลับมาเมื่อไหร่ ราวกับทุกวินาทีของเราสองคนมีค่ามาก ผมทิ้งตัวลงนั่งที่พื้นข้างเตียง ข้าวของที่ผมเก็บใส่กระเป๋ามีเพียงครึ่งเดียว


เพราะความสงสัยนำพาให้ผมออกไปหาคำตอบและกลับมามองกองข้าวของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม...







.................





BEE 's Part


ผมนั่งอยู่ในห้องผู้ป่วยที่มีเพื่อนของผมนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง แจ็คยังไม่ตื่นเลยตั้งแต่เมื่อคืนหลังจากย้ายมาจากห้อง ICU อาการของเขาดีขึ้นมากและหมอเจ้าของไข้แจ้งกับทางญาติๆ ว่าโชคดีที่บาดแผลจากของมีคมไม่โดนจุดสำคัญ แต่ก็เกือบจะช่วยไม่ทันเพราะแจ็คมีกรุ๊ปเลือดหมู่พิเศษ ผมไม่คิดว่าแจนจะมา เธอโกรธและเกลียดแจ็คเรื่องเอินมากจนแทบไม่เผาผีกัน ยิ่งตอนที่สับขาหลอกกันเรื่องเงินตอนที่แจนหลอกให้เอินมาดูแลผมจนรู้เรื่องเงินที่แจ็คยักยอกไป ผมรู้เลยว่าแจนตั้งใจให้สองคนนั้นทะเลาะกันรุนแรง แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่เป็นไปอย่างที่แจนคิด ยิ่งรู้ว่าเอินรักแจ็คมากแค่ไหน แจนก็ยิ่งเกลียดทั้งคู่มากเท่านั้น


ขนาดวันที่ผมไปถ่ายละครในโรงแรมห้าดาวที่แจนย้ายไปเป็นผู้จัดการ แจ็คยืนอยู่ตรงล็อบบี้และรอคุยกับเธอเรื่องห้องแต่งตัวที่จะขอเซ็ทไว้ในห้องด้านหลังเค้านเตอร์เชคอิน แต่ผู้จัดการคนสวยกลับลางานครึ่งวันบ่ายและหายไปเลย ผมเคยถามแจนว่าทำไมต้องทำขนาดนั้น อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนกันไม่ได้เหรอ?


'มีแต่ผู้ชายโง่ๆ เท่านั้นแหละที่คิดว่าทิ้งผู้หญิงคนนึงไปแล้วจะกลับมาเป็นเพื่อนกันได้อีก'


ผมรู้เลยว่าเธอหลอกด่าไอ้แจ็ค เพราะแจ็คเองตอนที่ไว้ใจให้แจนมาดูแลผม แจ็คก็คิดแบบนั้น...


หลังจากที่แจนยอมมาให้เลือดเพื่อต่อชีวิตเพื่อนผม เธอก็ดูจะพร้อมแล้วสำหรับการแก้แค้น เพราะตอนนี้แม้แต่แบมก็ดูเกรงใจเธอมาก หลังจากที่เคยเป็นไม่เบื้อไม้เมากันตอนที่แจนคบกับแจ็ค ทุกครั้งที่แจนเดินเข้าห้องมาแบมก็จะเดินออกไป ผมเองได้คุยกับแจนแค่ไม่กี่คำ เธอก็ตัดบทไปและเลือกที่จะจมอยู่กับความคิดตัวเองขณะที่นั่งมองแจ็คด้วยสายตาที่ผมอ่านไม่ออก แจนอาจจะกำลังคิดหาทางเอาคืนเพื่อนผมอยู่ อะไรก็ตามที่เธอคิดว่ามันจะสาสมกับสิ่งที่เพื่อนผมทำผิดต่อเธอ


"มึงเป็นอะไร? หัวมึง.."

เสียงของคนที่เคยหลับอยู่ก่อนหน้านี้ถามผม ตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นเพียงจินตนาการของตัวเอง แต่มันคือความจริง แจ็คลืมตามองผมด้วยสีหน้าอิดโรย สิ่งแรกที่มันถามคือผ้าที่พันศีรษะผมอยู่


"กูโง่...ไปนอนให้รถทับกลางสี่แยกมา แล้วมึงอะ ไปโดนไรมา"

ผมตอบยิ้มๆ ตอนนี้เราทั้งคู่คงเจอสถานการณ์ไม่ต่างกัน เจ็บตัว แต่คงไม่แย่เท่าสิ่งที่มันสั่นสะเทือนอยู่ในหัวใจ


"กูไปเล่นบทพระเอกมา เอาตัวขวาง...พี่กูเป็นไงมั่ง?"

"อยู่โรงพยาบาลแถวบ้านมึง เมื่อเช้ากูเพิ่งวิดีโอคอลคุยกับหลานมา...หลานกูหรือลูกมึงนั่นแหละ"


ผมตอบออกไปพร้อมคำกระแนะกระแหน แน่นอนว่าผมเพิ่งรู้เรื่องนี้จากพี่ฝนเพราะผมคุยเรื่องที่แจนมาให้เลือดแจ็ค พี่ฝนบอกว่าต่อให้พี่กวีไม่เข้าโรงพยาบาลก็คงให้เลือดแจ็คไม่ได้เพราะถึงจะเป็นพี่น้องกันแต่แจ็คเป็นคนเดียวที่มีเลือดกรุ๊ปพิเศษนี้ Rh- ที่ทั่วประเทศนั้นมีอยู่ไม่ถึง 6,000 คน ซึ่งหนึ่งในครอบครัวของแจ็คตอนนี้นอกจาตัวมันเองแล้วคือน้ำหวาน...


"ขอโทษนะที่กูไม่เคยบอกเลย.."

"กูอาจจะไม่เห็นด้วยนะถ้ามึงมาปรึกษาก่อนทำ"


เราสองคนต่างมองหน้ากันเงียบๆ เพราะมันเป็นเพื่อนคนเดียวที่ผมมี เรื่องผิดพลาดของมัน ความลับบางอย่างในชีวิตมัน ทุกอย่างเหล่านั้นมักจะถูกสารภาพในท้ายที่สุดแม้ว่าเราทั้งคู่จะปล่อยให้มันล่วงเลยมานานแค่ไหน


"กู...จะคืนเงินให้"

"อืม กูอ่านข้อความแล้ว"


ผมตอบและถอนใจเล็กน้อย แน่นอนว่ามันยากที่จะต้องกลั้นใจฟังคำอธิบายที่อาจจะทำให้เราทะเลาะกันอีก แต่มันก็เลี่ยงยากยังไงแจ็คมันก็คงอยากจะอธิบายมากกว่าให้ผมคิดไปเอง


"กูขอโทษที่คิดแก้ปัญหาแบบนั้น เรื่องเงินของมึงกับหนีของพิมพ์จริงๆ มันก็เป็นคนละเรื่องกัน"

"ถ้ามึงถามกูก่อนจะทำ มึงจะรู้ว่ามึงไม่จำเป็นต้องเอาเงินไปคืนพี่มึงเลยสักบาท"

ผมเดาถูกจริงๆ ด้วย มันเอาเงินไปคืนพี่มัน พี่ชายมันโคตรฉลาดที่ไปเรียกเงินคืนจากน้องชาย เพราะเขาเรียกจากผมไม่ได้ ก่อนหน้าพี่กวีคิดจะทวงบุญคุณคืนจากผม แต่ผมตอกกลับไปว่าผมไม่ได้ขอให้พิมพ์ทำ ผมอาจจะดูเหี้ยไปเลยที่ปฏิเสธและโยนความผิดทั้งหมดให้พิมพ์


"ทำไม?"

"เพราะเงินที่พิมพ์ได้มาพี่มึงเต็มใจให้มา มึงจะหลับหูหลับตารักพิมพ์ยังไงก็ได้แต่อย่าทำเป็นเมินเรื่องนี้ไป มึงก็รู้ว่าพี่ชายมึงกับพิมพ์สมยอมจะคบกัน ใช้เงินปรนเปรอกันเอง.."


หลังจากผมพูดจบและทิ้งท้ายด้วยคำพูดเลวๆ ผมรู้เลยว่าแจ็คมันโกรธนิดๆ

อาจจะโกรธที่ผมไม่ยอมรับผิดร่วมกับพิมพ์ หรืออาจจะโกรธที่ผมพูดถึงความสัมพันธ์ของพิมพ์กับพี่ชายเขาเหมือนเรื่องดินฟ้าอากาศที่ผมไม่แยแสอีกต่อไปแล้ว...


"ตอนแรกที่กูลืมตาขึ้นมา กูคิดว่าตัวเองคงตายไปแล้ว เพราะกูเห็นพิมพ์"

"ที่ไหน?"

"ข้างมึง..."


เอาจริงผมขนลุกนะ แต่พอสบตามันผมก็รู้เลยว่าไอ้แจ็คมันเล่นผมคืนแล้ว มันแกล้งผม...


"เหรอ เขาอยากเอากูไปอยู่ตอนไหนล่ะ?"

"ไม่ พิมพ์ไม่อยากได้อยากให้มึงตาย เธอแค่อยากให้มึงเจ็บ เหมือนที่เธอเจ็บ"

"มึงทำตัวเป็นคุณริวจิตสัมผัส"

"หึๆ"


เรื่องมันจบลงที่เราต่างฝ่ายต่างเงียบ ผมคงเปลี่ยนความคิดมันไม่ได้ เหมือนที่เอินเองก็คงเปลี่ยนไม่ได้แล้วเลือกที่จะไป ผมไม่รู้ว่าทำไมเอินถึงไม่อยู่ที่นี่ เขาควรจะอยู่ข้างแฟนเขาและเป็นคนแรกที่แจ็คลืมตาตื่นขึ้นมาเจอ..


แต่ที่แปลกกว่าคือแจ็คลืมตาตื่นขึ้นมาและพูดคุยกับผมโดยไม่ถามถึงเอินแม้แต่คำเดียว

จนทำให้ผมกังวลนิดๆ ว่ามันจะความจำเสื่อมอีกรึเปล่า


"เกิดอะไรขึ้นระหว่างมึงกับเอิน?"


ผมตัดสินใจถามออกไปตรงๆ ดูเหมือนเพื่อนผมจะไม่ได้ความจำเสื่อม แต่มีบางเรื่องที่ทำให้เขาไม่อยากเอ่ยถึงแฟนตัวเอง สายตาของแจ็คหม่นลง มันเบือนหน้าหนีผมไปมองเพดานห้อง ตอนแรกผมกะจะแซวมันเล่น เพราะผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้ ผมรู้จากแบมว่าแจ็คกับพี่ชายทะเลาะกัน ต่างฝ่ายคงซัดกันจนเลือดตกยางออก เพราะฝั่งทนายของพี่กวีเองก็บอกว่าพี่ฝนไม่ต้องการให้มันกลายเป็นคดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนา เพราะยังไงก็เป็นคนในครอบครัว


"กูผิดที่เป็นคนอ่อนแอเกินไป..มันรู้สึกแย่มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรู้ว่าตัวกูเองกลายเป็นไอ้ขี้แพ้มาตลอดชีวิต พี่ชายกูเอาทุกอย่างมาลงกับกู เรื่องพ่อแม่ เรื่องงานที่เขาต้องทำ เรื่องที่กูเป็นเกย์ ทุกอย่างที่กูเป็นขัดหูขัดตาพี่ไปหมด เขาเริ่มซ้อมกูตั้งแต่กูอยู่ม.ต้น หลังจากที่พ่อแม่กูเสียไม่นาน กูปล่อยให้ตัวเองอยู่จุดนั้นจนชินชา อยู่กับความรู้สึกที่คิดว่ามันสมควรแล้วสำหรับคนอย่างกู"


"เออ กูเข้าใจแล้วว่าทำไมเอินแม่งเป็นคนโมโหร้ายแบบนั้น...เลิกซะก็ดี ไม่เลิกมึงก็ยอมเป็นเมีนเอินไปเธอ ใจตุ๊ดชิบหาย"

ใช่ ผมพูดด้วยโทสะที่ครุกรุ่นในใจ แจ็คแม่งทำให้ผมผิดหวังมากกับเรื่องที่มันเล่ามา


มันไม่พยายามแม้แต่จะปกป้องตัวเอง

แล้วมันจะปกป้องใครได้?


ผมเคยสงสัยหลายครั้งเวลาที่แจ็คมันมาเรียนด้วยสภาพสะบักสะบอม เวลาไปเตะบอลด้วยกันบางทีมันก็แอบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องส้วม ขณะที่พวกผมเปลี่ยนเสื้อผ้ากันอยู่ด้านนอกและผมก็พบว่าทั้งตัวมันมีแต่รอยช้ำ แต่ในเมื่อมันพูดผมก็ไม่อยากจะไปนั่งง้างปากมันให้พูด


ตอนแรกผมคิดว่ามันคงจะเงียบไปเพราะคำด่าของผม แต่ดูเหมือนเรื่องของเอินจะสะเทือนใจมันพอสมควร พอมองหน้ามันอีกทีผมก็เห็นน้ำตาไหลลงมาจากหางตามันและเปรอะเปื้อนหมอนสีขาว ผมถอนใจและหยุดความคิดที่จะตอกย้ำเพื่อนไป แค่นี้มันก็คงเสียใจมากพอแล้ว..


ผมไม่รู้ตอนจบของเรื่องนี้ ไม่รู้ว่าพระเจ้ากำหนดเส้นทางให้เราอย่างไร ผมเองก็ไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ควรจะเดินไปข้างหน้ายังไง เมื่อปราศจากจีน ผมคงต้องใช้เวลาซักพักที่จะทำใจ สิ่งหนึ่งที่ผมคงไม่ทำในตอนนี้คือกลับไปที่ห้อง แม้ผมจะรู้ว่าจีนคงจะเก็บของออกไปแล้วหลังจากที่เขาบอกกับผมว่าเขาจะไปญี่ปุ่น ผมรู้โดยทันทีว่าเขาไม่ได้ไปเที่ยวแค่ชั่วคราวอย่างที่เราเคยคุยกันไว้


มันทำให้ผมนึกถึงเพลงที่เขียนให้จีน มันแปลกมากที่ผมเขียนมันด้วยความรู้สึก "รัก" อยู่เต็มเปี่ยมในหัวใจ แต่เมื่อคิดถึงเมโลดี้และเนื้อเพลงแล้วมันกลับเศร้าเหลือเกิน เพลงรักของผมกลายเป็นเพลงเศร้า เพียงแค่สถานการณ์มันเปลี่ยนไป พอนึกถึงเพลงของตัวเอง ผมคิดว่าผมควรจะโทรไปขอเดโม่ที่ผมส่งไปเปิดในงานคืน มันอันตรายและเสี่ยงมากที่ผมจะโดนขโมยเพลง ผมไม่ควรส่งทัมป์ไดรฟ์ไปตั้งแต่แรก พอคิดไปคิดมาและดูรูปที่ออแกนไนซ์ส่งมาให้ มันทำใจยากที่จะไปที่นั่น


ผมกลัวว่าผมจะทำใจไม่ได้ ผมกลัวว่าถ้าหากผมกลับไปที่นั่นผมจะกลายเป็นโง่ที่อาจจะยืนร้องไห้และมองสิ่งที่ถูกตระเตรียมไว้ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด เขาไม่อยู่ตรงนั้น จีนไม่อยู่ในโลกของผมอีกต่อไปแล้ว..



.................


JEEN's Part


...........



หลับตาลงในค่ำคืนที่ไม่สามารถหลับได้

นึกถึงเธอขึ้นมา ไม่อยากรู้อะไรทั้งสิ้น

เพราะฉันรู้สึกเกลียดเหลือเกิน

ยามมองไปรอบห้อง ก็ดูกว้างเกินไป


ตาทั้งสองข้างพร่ามัวเมื่อหยุดมองที่ตรงนั้น

ของขวัญวันเกิดของเธอที่ไม่สามารถทิ้งไปได้

เพราะว่าเธอ คือทุกสิ่ง


เธอผู้เป็นทั้งหมดของฉันอยู่ในห้องของฉัน

ทั้งหมดนั้นทำให้คิดถึงเธอ

แต่ฉันเหนื่อยที่จะตามหาเธอ ฉันจึงต้องลืมเธอให้ได้

มันซ่อนอยู่ในความทรงจำของพวกเรา

เป็นสิ่งที่เหลือไว้ เพราะเธอยังคงอยู่ในห้องของฉัน


............


ผมไม่รู้วิธีร้องเพลง และไม่ฉลาดพอที่จะเอาเนื้อเพลงและทำนองที่กำลังฟังอยู่มาแมทกันให้เป็นเพลงได้ แต่เนื้อเพลงที่อยู่ในมือของผมราวกับถ้อยคำที่กลั่นออกมาจากความรู้สึกของผู้แต่งเป็นอย่างดี มันไม่ต่างจากนิยายที่ผมเขียน บางช่วงบางตอนมาจากชีวิตจริง ประสบการณืบางอย่างที่ผมประสบมา แต่ผมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ หลายๆ ครั้งผมจึงเลือกที่จะแก้ไขมันในนิยาย คำพูดบางคำที่ดูโง่เขลาในชีวิตจริงที่ผมเป็น แปรเปลี่ยนเป็นคำพูดแสนฉลาดที่ตัวเอกของผมใช้ตอกกลับตัวอิจฉา มันก็เหมือนการแก้ตัวอีกครั้งของผม เพลงนี้สำหรับบีแล้วเขาเขียนด้วยความรู้สึกแบบไหน ผมเองก็เดาไม่ถูก


ทั้งที่งานที่เขาตั้งใจัดเพื่อเวอร์ไพรซ์ให้ผมมันเป็นงานที่น่าจะเต็มไปด้วยความสุข แต่บทเพลงนั้นกลับเป็นคำบอกรักที่ฟังแล้วเศร้าเกินไป เพราะการเป็นโลกทั้งใบของใครสักคนเป็นสิ่งที่น่ากลัว


ผมมาถึงที่สกายบาร์ก่อนเวลาที่บอกผู้จัดการร้านไว้ เพราะผมอยากเห็นพระอาทิตย์ตกที่นี่ครั้งสุดท้ายก่อนที่ผมจะไป ของทุกอย่างที่เป้นของผมถูกยัดใส่กระเป๋าไว้ มีเพียงเฟอร์นิเจอร์บางอย่างที่ผมต้องทิ้งไว้ที่นี่ ยังไงซะห้องนี้ก็ยังเป็นห้องของผมและคนที่ต้องเก้บของออกไปก็คือบี ห้ากเขาทำใจได้เขาคงจะกลับมาเก็บของๆ ตัวเองในไม่ช้า


เนื้อเพลงที่อยู่ในทัมไดรฟ์ถูกเปิดดูอย่างถือวิสาสะ ผมแค่อยากรู้ว่ามันมีอะไรในนั้น เซอร์ไพรซ์แบบไหนที่บีเขาอยากทำให้ผม ความจริงผมคงไม่ไปละลาบละล้วงข้อมูลของเขาถ้าทางผู้จัดการร้านไม่ส่งทัมป์ไดรฟ์คืนมาให้ผมแล้วบอกว่าเป็นของบี ผมไม่รู้จะตอบยังไง จะบอกว่าเราเลิกกันแล้วก็คงไม่ได้ ผมจำใจจต้องรับมันมา ขณะที่นั่งเปิดโน้ตบุ๊คดูเนื้อเพลงและฟังเพลงอยู่เพียงลำพังบนเก้าอี้ยาวที่ถูกวางหันหน้าออกไปจากระเบียงที่กั้นด้วยกระจกใสมองออกไปเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามโพล้เพล้


เสียงกีตาร์ที่ฟังครั้งแรกก็ติดหู มันเพราะมากจนผมต้องเปิดวนซ้ำ แต่ที่ยากคือเนื้อเพลงที่ผมร้องตามไม่ได้ คงจะมีคนเดียวในโลกที่ร้องได้คือบี ผมตกอยู่ในห้วงแห่งเสียงเพลง มองพระอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลาลับฟ้า ทันทีที่ฟ้ามืดลงแสงไฟด้านหลังของผมก็สว่างขึ้นเหมือนแสดงดาระยิบระยับ ผมเปิดเพลงไว้ที่โน้ตบุ๊ค เพราะเป็นไพรเวทโซนทำให้ผมไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะได้ยิน ผมเดินไปตามทางเดินที่มีไฟเลดดวงเล็กๆ ห้อยระย้าไปบนรั้วสีขาวที่ทางออแกนไนซ์เอามาเซ็ทอัพไว้พร้อมกับรูปของผมที่กระจายอยู่ระหว่างหลอดไฟดวงเล็กๆ


ผมเผลอหัวเราะออกมาตอนที่เห็นรูปที่ตัวเองกำลังทำหน้าบึ้ง ผมจำได้ดีว่าวันนั้นบีกับผมทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กน้อยมากๆ อาจจะเป็นแค่เรื่องเสื้อผ้าที่เขาโยนไม่ลงตะกร้า แต่มันเป็นหนึ่งในความทรงจำที่เราทะเลาะกันนับครั้งได้ ในทุกๆ วันที่เราคบกัน บีเก็บภาพของผมไว้มากมาย ถ่ายชัดบ้าง ไม่ชัดบ้าง แอบถ่ายบ้าง ผมเต็มใจบ้าง แต่ทั้งหมดนั้งคือความทรงจำที่ล้ำค่าของเขา


ไม่รู้เมื่อไหร่ที่น้ำตาของผมมันไหลออกมา หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเดินขึ้นไปบนทางลาดและมีแบคดรอปสีดำที่ถูกทำให้ฉากหลังดูเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน มีแสงดาวส่องประกาย ผู้จัดการร้านบอกว่าบีสั่งให้เซทเก้าอี้และไมค์เอาไว้ตรงกลางของแบคดรอป ผมมองและก้มหน้าร้องไห้ออกมา มือข้างหนึ่งกำสร้อยที่อยู่กลางหน้าอกเอาไว้แน่น จี้ทองคำขาวที่มีชื่อของเขา...


ผมแย่มากที่ทำแบบนั้น ผมบอกเลิกเขาแต่เป็นผมที่ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ ผมเลือกที่จะหยิบสร้อยของเขาที่ยาวกว่ามาสวม แทนที่มันควรจะเป็นเส้นที่เล็กกว่าที่ควรจะเป็นของผม ผมแค่อยากมีเขา ยังอยากมีบีอยู่กับผม แม้ว่าผมจะไม่ใช่คนที่บีเลือกก็ตาม มันเจ็บปวดมากจนผมไม่อาจจะทนบาดแผลในหัวใจของตัวเองไหว ผมสะอึกสะอื้นออกมายามที่มองแบคดรอปสีน้ำเงินเข้มที่พร่างพรายไปด้วยแสงดาวดวงเล็กๆ


จะดีแค่ไหนหากเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน

มันคงจะดีกว่านี้หากเราทั้งคู่ไม่เจอกัน

ไม่ต้องรักกัน ไม่ทุรนทุรายเพราะความรักที่ไม่สมหวังแบบตอนนีั้


ผมเงยหน้าขึ้นเช็ดน้ำตาให้ตัวเองและค่อยๆ หมุนตัวกลับมาที่ทางเดินที่ผมเดินขึ้นมา

ผมมองไปข้างหน้าและค่อยๆ เดินห่างออกมาจากจุดที่ตัวเองเคยยืนอยู่

การบอกลาของผมจบลงแล้ว ในมือของผมกำจี้รูปตัวJที่มีชื่อของผู้ชายคนนั้นไว้แน่น

ผู้ชายคนแรกที่ทำให้ผมอยากจะมีเขาอยู่ในใจตลอดไป...แม้ว่าเราต้องเอ่ยคำล่ำลา







.................





BEE 's Part




ผมไม่ควรมาที่นี่ ผมควรฟังคัดค้านของคุณพริม แม้จะเกลียดชังแต่อย่างน้อยสิ่งที่เธอคัดค้านมันจะช่วยให้ผมเจ็บน้อยลงกว่าตอนนี้

ตอนนี้...ตอนที่ผมได้แต่แอบมองจีนอยู่ใต้เงาของต้นปาล์มข้างทางเดินไปโซนไพรเวท ห่างจากเขาเพียงสองช่วงตัว

ผมมาถึงที่ร้านเมื่อ15นาทีที่แล้ว ผมน่าจะมาช้ากว่านี้ หรือมาเร็วกว่านี้ ผมไม่พร้อมจะเจอจีนในสภาพนี้

ผมอยากให้เขาเข้มแข็งเหมือนตอนที่เขาบอกเลิกผม เดินหนีไปอย่างเย็นชาแบบนั้น

มันคงจะดีกว่าต้องมาเห็นเขาร้องไห้แบบนี้...แม้จะไม่ได้ยินเสียงแต่ผมรู้สึกได้ถึงความเศร้ายามที่เขาก้มหน้าลงและในมือกำสร้อยของผมเอาไว้ ผมเม้นปากกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองไว้ขบกรามไว้ขณะที่กำมือแน่น อดทนและรอให้จีนเดินผ่านไปเพียงลำพัง


ผมไม่มีสิทธิ์อยู่ข้างๆ เขาอีกต่อไปแล้ว

ไม่มีสิทธิ์ที่จะกอดปลอบเขาไว้แนบอก

ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอื้อมมือไปแตะตัวจีน

ผมทำให้เขาเสียใจ ผมคือต้นเหตุของความผิดหวัง

ผมก่นด่าผู้ชายคนนั้นที่ทำให้จีนเสียใจ สุดท้ายผมก็ทำร้ายจีนไม่ต่างกัน

ผมไม่มีปัญญาจะไปอธิบายอะไรอีก ต่อให้พูดว่าผมเลือกเขา เขาก็คงไม่เชื่อผมอีกต่อไปแล้ว


จีนเดินเลี้ยวออกไปจากประตูกระจก ผมสูดหายใจเรียกความเข้มแข็งกลับมา ผมเดินมาที่รูปของจีน ค่อยๆ ดึงรูปใบเล็กๆ ออกทีละรูป ใช่..ผมไม่ได้มาเพื่อเอาทัมป์ไดรฟ์ ผมมาเพราะไม่อยากให้ทางออแกนไนซ์เอารูปของจีนทิ้งขยะ หลังจบงานของพวกนี้ก็ลงไปอยู่ในขยะหมด เพราะรูปพวกนี้จะปริ้นท์อีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สำหรับผม...ผมไม่โอเคที่จะให้รูปของคนที่ผมรักลงไปอยู่ในถังขยะ


ผมบอกผู้จัดการร้านให้บอกพนักงานในร้านว่าอย่าพูดกับจีนว่าผมมา พวกเขาสับสนเล้กน้อยแต่ก็คงจะทำตามคำขอนั้น ผมค่อยๆ แกะรูปออกทีละใบใส่กล่องไม้ที่ผมแวะซื้อมา เพราะรูปมันเยอะมากจริงๆ ผมกลั้นใจขณะที่ตอนนี้เริ่มปวดหัวเล็กน้อย ผมยังไม่หายดีเลย เพิ่งจะเย็บแผบที่ศีรษะมายี่สิบกว่าเข็ม แถมแขนก็เหลือแขนเดียวต้องเอาแขนข้างที่แจ็บหนีบกล่องไว้ มือที่ปกติดีก็ค่อยๆแกะรูปอย่างทุลักทุเล


แม้ว่าทุกรูปที่ผมเห็นตอนนี้ผมจะหัวเราะและเคยคิดถึงสีหน้าจีนตอนเห็นรูปตัวเอง

ผมตั้งใจจะทำให้เขาโกรธและเขินอายเพราะรูปพวกนี้


แต่ตอนนี้ผมกลับหัวเราะไม่ออก แม้แต่ยิ้มยังทำไม่ได้ น้ำตามันไหลออกมาทุกครั้งที่คว่ำรูปลงในกล่อง

เพราะผมไม่กล้าที่จะมองมันอีกครั้ง...ไม่กล้าที่จะมองเห็นช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้ผ่านพ้นไปแล้ว





...............





"โน้ตบุ๊ค..."


ร่างเล็กพึมพำกับตัวเองขณะที่เดินกลับเข้าไปในร้านท่ามกลางสายตาของบริกรที่งุนงงกับพฤติกรรมแปลกๆ ของคู่รักที่มาทำเวอร์ไพรซ์กันที่นี่ แต่กลับเดินสวนกันไปมา ขณะที่ผู้จัดการร้านจะเดินเข้าไปขวางเพราะคนข้างในสั่งว่าไม่ให้บอกว่าตัวเองมาที่นี่ ความไวของสองขาร่างเล็กก็พาตัวเองเปิดประตูเข้าไปในโซนไพรเวทแล้ว


จุดหมายของสองเท้าเล็กๆ คือโน้ตบุ๊คที่เปิดเพลงไว้ที่โซฟายาวใกล้ทางเดินขึ้น เมื่อเปิดประตูไปถึงสายตาก็พลันเหลือไปเห็นร่างสูงใหญ่ที่กำลังกอดกล่องไม้เล็กๆ ไว้ และใช้มือดึงรูปเขาออกด้วยท่าทางที่ไม่ถนัดนักเพราะแขนข้างหนึ่งที่ใส่เฝือกอยู่


จินตภัทรยืนนิ่งมองแผ่นหลังกว้าง ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ไม่ได้ยินเสียงรอบข้างอีกต่อไปแล้ว หัวใจเต้นรัวระหว่างที่ชั่งใจมอง เขาจำแผ่นหลังนั้นได้ดีพอๆ กับวิธีเดินของอีกฝ่าย


รองเท้าโลเฟอร์สีอ่อนค่อยๆ ก้าวไปตามทางเดินที่เขาเคยเดินจากมาอีกครั้ง เหมือนกับกำลังล่องลอยอยู่ในทะเลกว้างใหญ่และมองเพียงจุดหมายข้างหน้าคือแผ่นดินที่จินตภัทรอยากจะกลับไปยืนอยู่บนนั้นอีกครั้ง หนึ่งนาทีช่างเนิ่นนานราวกับชั่วรติกาลเมื่อเหยียบย่างพาตัวเองเข้าใกล้อีกฝ่ายทีละก้าว ทีละก้าว จนกระทั่งได้กลิ่นน้ำหอมของอีกฝ่ายชัดเจนเหมือนกับไออุ่นที่เพียงแค่อยู่ใกล้กันยังรู้สึก





กึ๊ก!


เสียงกล่องไม้ร่วงหล่นกระแทกพื้น รูปใบเล็กๆ กระจายไปรอบบริเวณพร้อมกับสายลมเย็นที่พัดผ่านมาพร้อมกลิ่นของดินที่ระอุเป็นไอขณะที่หยาดฝนค่อยๆ โปรยปรายลงมา


ทั้งที่ก่อนหน้านี้พยากรณ์อากาศบอกกับจอมพลว่าจะไม่มีฝนตกวันนี้แน่นอน

แต่จะเชื่อถืออะไรได้กับคำพยากรณ์อากาศประเทศนี้...


เหมือนกับที่ตอนนี้ร่างสูงก้มลงมองเอวของตัวเองที่ถูกกอดเอาไว้จากด้านหลังด้วยความรู้สึกที่เหลือเชื่อ

หากเป็นความฝัน มันคงเป็นความฝันที่เหมือนจริงจนเกินไป และโหดร้ายเกินไปสำหรับเขา

เพราะเขาไม่อยากจะตื่นจากฝันนี้ และอยากหลับไปใหลไปตลอดกาล




"จีน..."









..........TBC........


เพลงที่บีแต่งในเรื่องจริงๆ เป็นเพลง in my room ของ shinee

แต่เราเอาแต่คำแปลมาใส่ค่ะ


เครดิตจากเว็บ > http://music.becteroradio.com


หนังสือยังสั่งได้จนถึง 23 กุมภานี้นะคะ





เปิดจองแล้วนะคะ

จิ้มจอง




 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18255 somloveharry (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 17:43
    ร้องไห้แล้ว😭
    #18,255
    0
  2. #18244 Keiharu_jbjy (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 12:31
    คู่นี้เป็นอะไรที่อินสุด ฮือออ ตอนนี้คือดิ่งมาก รู้สึกเจ็บปวดไปกับทั้งจีนและจอมพล เรียนรู้ความเจ็บปวด บางสิ่งกลับไปแก้ไขไม่ได้ ก็คงได้แค่พยายามดึงเอาไว้ ยอมที่จะเจ็บปวดแล้วเสี่ยงกับอนาคต
    #18,244
    0
  3. #18190 Cartoonpbct (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 14:49
    เพลง in my room มันเศร้ามาก แบบฟังทีไหลก็น้ำตาจะไหลทุกครั้ง ฮรือออ แล้วจากนี้ไป จะเป็นยังไง จีนกับจอมพลจะกลับมารักกันไหมงะ งื้อ
    #18,190
    0
  4. #18103 AfterAohh (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 20:35
    ร้องไห้หนักมาก นำ้ตาท่วมจอแล้วววววว ฮืออออออ ToT
    #18,103
    0
  5. #18026 ~AnNiE~ (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 00:58
    ปวดหัวใจ
    #18,026
    0
  6. #17979 Little-Chick (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 01:35
    ร้องไห้(。•́︿•̀。) แต่งดีมากค่ะ ฮืออออ
    #17,979
    0
  7. #17914 ออมม่า (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:09
    กลับมารักกันได้ไหม ไม่อยากได้แบบนี้เลย
    #17,914
    0
  8. #17866 xx_x_ (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:36
    โอ้ยยยยยยยT_____T กราบไรท์ขอจบแบบแฮปปี้ทั้งสองคู่เลยได้ไหมคะ
    #17,866
    0
  9. #17865 Pypeem (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:43
    เรื่องนี้ทำเราร้องไห้ไปหลายรอบแล้วน้าาา ฮืออออออ
    #17,865
    0
  10. #17863 prtotheswag (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:49
    ตอนนี้คืออ่านบรรทัดไหนก็หายใจไม่ออกไปหมด ทั้งคู่บีจีนคู่แจ็คเอิน ไม่รู้จะสงสารใครก่อนดี ฮืออออออออออออ เอาใจช่วยให้ทั้งสองคู่ปรับความเข้าใจกันได้นะ
    #17,863
    0
  11. #17862 pbangrum (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:20
    อ่านไปร้องให้ไป ฮือออ เศร้ามากอะ ทั้งลุ้นว่าจีนกับบีจะเจอกันก่อนจีนจะจากไปมั้ย จะต้องเจ็บปวดขนาดไหนที่ต้องเลิกกันทั้งที่ยังรักกันมากขนาดนี้ เฮ้อ กลับมาคบกันเถอะ
    #17,862
    0
  12. #17861 shierichi (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:50
    อมก. จอมพลกับยัยจีนจะรีเทิร์นกันมั้ย เราว่ายังพอมีโอกาสอยู่นา แต่คู่กวินกับยันเอินนี่ยากอ่ะ... จนกว่ากวินจะไปหายัยเอินเองก็คงจะไม่จบ เห้อออ เครียดดด
    #17,861
    0
  13. #17860 Ompiangtak (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:53
    ไม่อยากเชียร์คู่ไหนแล้ว สงสาร เขารักกันเราดีใจมากแต่พอเขาเลิกกันก็สงสารมากๆ จีนกับบีก็คงตกลงกันได้ แต่น้องเอิน จะทำอะไรได้ แจ็คไม่คิดจะวิ่งตามหาเอินด้วยซ้ำ
    #17,860
    0
  14. #17859 pepi_def (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:06
    ตัดใจจากแจ็คเถอะเอินไม่อยากเห็นลูกฉันต้องมาเสียใจอีกแล้ว แล้วแจ็คนะถ้าจะไม่สนใจเอินอีกแล้วก็เป็นอย่างนี้ไปให้ได้ตลอดนะ พระเจ้าได้โปรดเยียวยาจิตใจเอินด้วยเถิด อาเมน.
    #17,859
    1
  15. #17857 FMBN9394_ (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:13
    ฮือออออออ บีคงเจ็บมากๆกะบการที่เห็นคนที่ตัวเองรักร้องไห้อยู่ต่อหน้าแถมยังเดินจากไปต่อหน้าต่อตาแบบนั้น ;-; จีนกลับมาคงเพราะหัวใจสั่งการเร็วกว่าสมองสินะ ดีแล้วล่ะทำตามหัวใจตัวเองเถอะนะจีน อยากให้จีนลองฟังบีบ้าง บี้ตรียมการทุกอย่างไว้แล้วทั้งเรื่องสัญญาการเป็นนักร้องไหนจะเรื่องแต่งงานอีก บีเลือกจีนนะ ฮึกกกก ;-----;
    #17,857
    0
  16. #17856 Mnr-mm (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:24
    กว่าจะอ่านจบคือจมูกตันไปแล้วอะ หน่วงมากๆมากจริงๆ ยิ่งตอนที่บีแอบมองจีนคือตอนนั้นเจ็บมากเจ็บแทนตัวละคร
    #17,856
    0
  17. #17855 Starting from zero (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:22
    โอ้ยยยยยย
    #17,855
    0
  18. #17852 jph_1997 (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:32
    ทั้งอ่านทั้งน้ำตาไหลฮืออ สงสาร
    #17,852
    0
  19. #17851 Park-Nadia (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:09
    โอ่ยยฮื่อออ ความโซแซดนี้ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠ
    #17,851
    0
  20. #17850 mouu (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:47
    จะกระอักเลือดตายเด้ออออออ แอบอ่านที่ทำงานนน น้ำตาจะไหลโอ้ยย เจ็บกันให้พออ พอแล้วก้ดีกันน ฮือออ
    #17,850
    0
  21. #17849 Nobody's Perfect (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:34
    เศร้าจริงๆ T____T
    #17,849
    0
  22. #17848 HMKY_ELF (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:50
    บีเลือกจีนแล้วอ่ะ ตอนนี้แค่เข้าใจผิดกันเอง จีนให้อภัยจีนเหอะนะㅠㅠ แงง สงสารก็สงสาร ทิ้งความหน้ากลัวไปก่อนตอนนี้เส้าๆกับพระนางเรื่องนี้ก่อนฮะ
    #17,848
    0
  23. #17847 Ariiz_nan (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:15
    ไม่มีทางใดเลยเหรอที่จะรักกัน
    #17,847
    0
  24. #17844 AonnAwana (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:08
    หน่วงใจจัง อยากให้จีนกับบีคืนดีกันนะ
    #17,844
    0
  25. #17843 Por_nncc (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:03
    ฮือออ เศร้าอะแบบการเขียนไรท์เราชิบมากบรรยายดีมาก ชอบทุกเรื่องที่แต่งเลยเหมือนชีวิตจริงสุด
    #17,843
    0