A Guide to Raising Your Natural Enemy (แปล,Yaoi)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 : ภูตแฮมสเตอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 200 ครั้ง
    7 ก.ค. 62



 _________________________________________________________________________________

       ดาวเคราะห์แคส(Cas) เป็นดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ห่างไกลกับจักรวรรดิมนุษย์สัตว์
       เทคโนโลยีของมันยังล้าหลัง แต่สภาพแวดล้อมที่นี่ดีมาก มีพืชพรรณธรรมชาติครอบคลุมพื้นถึง 90%

         ด้วยเหตุนี้พวกมนุษย์สัตว์(Beastman)จำนวนมากที่ไม่ชอบชีวิตเป็นอยู่ในเมือง จึงเลือกที่จะอาศัยอยู่ที่นี่ ยังมีบ้านพักผู้สูงอายุที่ใหญ่ที่สุดในอาณาจักร เป็นที่อยู่ของมนุษย์สัตว์ที่ยังไม่ได้แต่งงานและอายุเยอะเป็นจำนวนมาก 

         หลายปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่มนุษย์สัตว์อพยพไปยังดาวเคราะห์แคส แต่เนื่องจากตำแหน่งของดาวเคราะห์นั้นอยู่ห่างไกล จำนวนผู้อยู่อาศัยทั้งหมดบนดาวไม่เกินหนึ่งล้านคน ในความเป็นจริงพวกเขาเพียงอาศัยอยู่ตรงมุมเล็ก ๆ ของดาวเคราะห์แคสเท่านั้น

          นอกเหนือจากพื้นที่ตั้งถิ่นฐาน บางส่วนที่เหลือของดาวเคราะห์แคส ยังถูกปกคลุมด้วยพืชพันธุ์ ป่าดงดิบและมหาสมุทรอันอุดมสมบูรณ์ล้อมรอบดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ไว้ ถ้ามองลงมาจากฟากฟ้าจะเห็นได้ว่าดาวเคราะห์ทั้งดวงนี้เป็นสีเขียวและสีฟ้า ความงดงามของมันแทบจะทำให้หยุดลมหายใจ

        นี่เป็นสถานที่สวยงามและมีชีวิตชีวา แต่วันนี้เหนือพื้นในป่าดงดิบของดาวเคราะห์แคส บนอากาศเกิดการฉีกขาดและบิดเบี้ยวอย่างฉับพลัน ต่อมามันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้น เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ปรากฏเส้นผ่าศูนย์กลางขึ้นมา มีเศษไม้ที่หักพังตกลงไปในทะเลสาบ 

        หลังจากนั้นไม่นาน ปรากฏสายฟ้าแล่นออกมาจากช่องว่างที่บิดเบี้ยวนี้ พร้อมกับหนูแฮมสเตอร์ขนาดเล็ก ที่ไม่ใหญ่ไปกว่าขนาดของฝ่ามือหลุดออกมา

สิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่งไปกว่านั้นคือหลังจากที่หนูตัวน้อยลงไปถึงที่พื้น เขากลายเป็นคนเปลือยกาย!

        ท้องฟ้าเริ่มสงบ นกที่ยืนอยู่บนกิ่งก้านกำลังมองไปที่ท้องฟ้าเงียบสงบและเริ่มร้องเสียงดัง แต่หลังจากที่พบว่าไม่มีอากาศในชั้นบรรยากาศ มันก็กลัวมาก มันกางปีกออกและบินขึ้นทันที มันมีความสุขที่ได้บินขึ้นไปบนฟ้า 

ทุกอย่างไม่เหมือนก่อน

สองเดือนต่อมา

      ป่าที่ถูกสร้างขึ้นจากต้นไม้ใหญ่มากมายไม่มีที่สิ้นสุด พืชพรรณดอกไม้แปลกตา กระจายขึ้นอยู่ทั่วพื้นดินแทบไม่มีพื้นที่บนพื้นดินส่วนไหนเหลือเป็นทางเดิน
     ในป่าดิบชื้นนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่ แต่วันนี้กลับมีเด็กน้อยกำลังก้าวเดินช้า ๆ ในป่า 

         เด็กน้อยที่มีใบหน้ากลมโต ดูเหมือนอายุประมาณสิบห้าหรือสิบหก เขามีผมสีดำสั้น ดวงตาคู่กลมโตสีดำสดใสและแก้มยุ่ยทั้งสองข้างบนใบหน้า
เขาดูน่ารักมาก แต่มีบางสิ่งแปลก ๆ อยู่หัวของเขา หูยาวโค้งกลมสองข้างโผล่ออกจากจากกลุ่มผมบนหัว เห็นได้ชัด เขาไม่ใช่เผ่าพันธุ์มนุษย์

         ซูซู พันใบไม้รอบฝ่าเท้าของตัวเองไว้หลายชั้น เขายังใช้มันพันไว้รอบเอวเป็นกระโปรงสั้น ๆ ซูซูกำลังเดินลึกเข้าไปในป่า ดวงตากลมโตมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวังพร้อมที่จะกระโดดและวิ่งหนีไปได้ทันทีที่มีบางอย่างผิดปกติ
        เป็นเวลาสองเดือนแล้วที่เขามาถึงที่นี่ ซูซูเห็นเครื่องบินลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า รูปร่างเครื่องบินลำนี้ดูแปลกตามาก
        เมื่อเขาเห็นเครื่องบิน ซูซูลืมไปว่าต้องขอความช่วยเหลือ แต่ในไม่ช้าเขาก็เลิกคิดถึงมัน

      เขาไม่สามารถปล่อยให้คนอื่นเห็นเขาได้ ไม่มีทาง! รูปร่างหน้าตาของเขาตอนนี้มันดูแปลกเกินไป ...

       ซูซูมองดูร่างกายตัวเอง เขายังมีมือและเท้าเป็นของมนุษย์ แต่แล้วเขาก็แตะหูนุ่ม ๆ บนหัวเขาและคิดถึงหางสั้น ๆ เหนือก้นของเขาแล้ว ซูซูรู้สึกช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากถอนหายใจเฮือกใหญ่

       ซูซูคิดว่าสามารถเปลี่ยนเป็นมนุษย์ได้ตราบเท่าที่รอดพ้นจากการถูกฟ้าผ่า? เขารอคอยมานานมากสำหรับวันนี้หวังว่าจะได้เป็นมนุษย์เสมอ 
เพื่อที่เขาจะได้อยู่กับเจ้าของของเขาเท่าเทียมและหางานทำเพื่อจะได้มีเงินมาซื้อของกินอะไรก็ตามที่เขาอยากกิน

แล้วผลเป็นไง?

       ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร ความเจ็บปวดอันน่าสะพรึงกลัวจากการถูกฟ้าผ่าในการผ่านด่านเซียนนั้น ทำให้เขาถูกส่งเข้ามาในป่า ที่ไม่รู้ว่าที่ไหนและไม่มีคำอธิบายใด ๆ และมันทำให้เขามีรูปร่างเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งหนูแฮมสเตอร์อย่างนี้
การที่รูปร่างของเขาเป็นเช่นนี้ ถ้าคนอื่นเห็นมันและรู้ได้ทันทีว่าเขาจะต้องเป็นปีศาจร้าย! แล้วเขาจะขอความช่วยเหลือได้อย่างไร?

      ถ้าเขาถูกจับโดยมนุษย์แน่นอนเขาจะต้องถูกส่งไปที่สถาบันการวิจัย! ได้มีการกล่าวกันว่าสถานที่นั้นเป็นที่ที่น่ากลัวมาก!

       เขาไม่สามารถเปลี่ยนเป็นมนุษย์แบบสมบูรณ์ได้และยังไม่สามารถอธิบายเกี่ยวกับตัวเองตอนนี้ สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือการที่เขาไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น ตัวเขาเองไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ แต่มันน่าแปลกใจที่ เขาไม่สามารถใช้พลังปราณของเขาในการกลับร่างแฮมสเตอร์ได้ด้วยซ้ำ

      ตอนแรกคิดว่าถ้ากลับเป็นหนูแฮมสเตอร์ ซูซูจะหาเจ้าของมาเลี้ยงดูตัวเองและปล่อยให้ตัวเองเป็นสัตว์เลี้ยงในบ้านต่อไป แต่ต้องตัดความคิดนี้ออกไปในตอนนี้ ซูซูทำอะไรไม่ได้นอกจากรู้สึกเศร้า

ใช่ ซูซูเป็นวิญญาณภูตหนูแฮมสเตอร์

      เขาไมู่้ว่าตัวเองจะมีจิตวิญญาณนึกคิดได้อย่างไง ในเวลานั้นเขาเพิ่งเป็นหนูแฮมสเตอร์ป่า แต่อยู่มาวันหนึ่งเขาออกไปหาอาหารและมักง่ายกินลูกปัดสีแดง หลังจากนั้นเขาก็มีความทรงจำ

    ในเวลานั้นเขาเพิ่งเกิดมาไม่ถึงเดือน แต่เขาก็เริ่มใช้ชีวิตอยู่ด้วยตนเองแล้ว ก่อนหน้านั้นตลอดทั้งวันเขามีความคิดเพียงอย่างเดียวคือกินและนอน 
ในช่วงเวลาเดียวนั้น เขาก็ตระหนักว่าชีวิตตนเองไม่มีสาระสำคัญอะไรเลย แต่แล้วมีบางอย่างภายในใจของเขาก็โผล่ออกมา ... วิธีการบ่มเพาะพลังปราณ?

      แน่นอนว่าในท้ายที่สุด เขาเป็นหนูแฮมสเตอร์ขี้เกียจ หลังจากเหตุการณ์นั้น ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างจากแฮมสเตอร์ตัวอื่น ๆ เขาพยายามที่จะเก็บเมล็ดหญ้าและขุดหาตัวด้วงกับหนอนจากพื้นดินเพื่อกิน ดำเนินชีวิตไปอย่างหนูป่าธรรมดา ๆ

เมื่อสองเดือนก่อน เขาเริ่มมองหาหนูสาว

อย่างไรก็ตามมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น

แม่ของเขาผู้ซึ่งได้ให้กำเนิดเขาขึ้นมาและยังให้กำเนิดพี่น้องของเขาทั้งหมดอีกสองรัง 12 ตัว ได้ตายลง

     แฮมสเตอร์มีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว บางครั้งเพียงแค่สองสัปดาห์หลังคลอด หนูตัวเมียสามารถให้กำเนิดใหม่ได้อีกครั้ง แต่วิธีการทำเช่นนี้เป็นอันตรายต่อร่างกายของหนูตัวเมียและนั่นเองที่เป็นสาเหตุที่แม่ของเขาเสียชีวิตในช่วงต้น 

      แฮมสเตอร์ตัวอื่น ๆ น้องชายและน้องสาวของเขาในไม่ช้า ก็ออกไปมีชีวิตของตัวเอง พ่อเขาหักเขี้ยวของเขาและขับไล่เขาไปจากแม่ ในขณะนั้นเขาก็รู้สึกว่าเขาไม่สามารถอยู่แบบได้อีกแล้ว
ในเวลานั้นแทนที่จะพยายามหาหนูแฮมสเตอร์หญิงเพื่อมีลูกหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อย ๆ ด้วยกัน เขากลับเริ่มบ่มเพาะพลังปราณ

     ช่วงอายุของหนูแฮมสเตอร์มีเพียงไม่ถึงปี เมื่อเขาได้เริ่มบ่มเพาะพลังปราณ แฮมสเตอร์เพื่อนบ้านของเขาได้เปลี่ยนเป็นพวกอื่นไปแล้ว บางครั้งเขาก็เห็นหนูแฮมสเตอร์ที่คุ้นเคยและอยากจะทักทาย แต่เมื่อเขาสูดจมูกดมกลิ่นแล้วรู้สึกมันไม่ค่อยถูกต้อง จากนั้นเขาก็คำนวณเวลา มันอาจจะเป็นหลานชายที่ยอดเยี่ยมของเขา นี่มันดูยิ่งใหญ่มาก

ช่วงเวลาหนูแฮมสเตอร์เงียบเหงาเหมือนหิมะ

       ชีวิตประจำวันของหนูแฮมสเตอร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าพวกเขาจะมีกรงเล็บทั้งสองข้างก็ตาม มันสามารถทำมากที่สุดคือสร้างรอยขีดข่วนเล็ก ๆ ส่วนใหญ่พวกเขาสามารถสร้างรอยขีดข่วนเล็ก ๆ เหล่านี้กับหนอน ขณะที่สัตว์อื่นไม่ว่าจะเป็นแมวหรือนกอินทรี นกฮูก พวกเขาจะกลายอาหารมื้อเย็นให้พวกมัน แน่นอนที่ร้ายที่สุดคืองู

อะไรตัวอื่นซูซูยังสามารถหลบหนีได้ แต่งู .... พวกมันเหล่านี้อาจคลานเข้าไปในหลุมเขาได้!

      หลายครั้งที่เขาตระหนักถึงอันตรายและตื่นจากการนอนหลับ กลับพบว่าในด้านหน้าตัวเอง มีปากใหญ่เปิดกว้างพยายามที่จะกลืนเขา ... มัน มันเป็นสัตว์ที่เขาเกลียดที่สุด!

      แฮมสเตอร์มักเป็นอาหารจานโปรดของคนอื่นเสมอ เขาค้นพบว่า เขาต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นในการบ่มเพาะพลังปราณ ในทางตรงกันข้ามหนูตัวเมียในตอนที่ติดสัดจะเข้ามาใกล้เขา แต่พวกเธอดู "ดุร้าย"มากเกินไป เขารีบวิ่งหนีพวกเธอออกมาและทิ้งพวกเธอไว้เบื้องหลัง

     ในฐานะที่เป็นจิตวิญญาณภูตแฮมสเตอร์ที่ดูดซับพลังงานของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์เพื่อความก้าวหน้าในการบ่มเพาะพลังปราณ 
ก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จในฝึก ดีกว่าที่จะไม่ได้หาคู่ครอง เพื่อหลีกเลี่ยงการปลดปล่อยแก่นแท้ของหยาง และทำให้สิ่งต่างๆยากขึ้นสำหรับเขาที่จะก้าวไปข้างหน้า ...

      ซูซูไม่สามารถทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เนื่องจากความสามารถในการบ่มเพาะของหนูแฮมสเตอร์นั้นแย่มาก!
      เขาเป็นหนูแฮมสเตอร์อายุสั้น ที่ต้องการก้าวเข้าสู่เส้นทางการบ่มเพาะพลังปราณ มีปัญหามากมายนับล้านครั้ง เมื่อเทียบกับมนุษย์ พลังปราณที่ใช้ในการดูดซับของโลกนี้จืดจางมาก

     เขาก็ไม่ใส่ใจกับมันมากนัก แม้ว่าเขาจะต้องมีนิ้วโป้งขนาดใหญ่แบบมนุษย์ แต่ซูซูกลัวว่าโชคชะตา จะทำให้เขาต้องตกตายไปเสียก่อน

แน่นอนว่าแม้ว่าเขาจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่เขาก็ยังโชคไม่ดี

     ซูซูรู้สึกช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากถอนหายใจและนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาก่อนแค่นั้น

     ในตอนนั้นเขาเคยอาศัยอยู่ในบ้านคนเลี้ยงเขาเป็นเวลาหนึ่งปีครึ่ง เขาวางแผนที่จะแกล้งตาย และปล่อยให้คนเลี้ยงโยนทิ้งเขาออกไป หลังจากนั้นแอบเข้าไปในร้านขายสัตว์เลี้ยงเพื่อหาเจ้าของคนใหม่อีกครั้ง

     เขาบ่มเพาะพลังปราณเป็นเวลาหลายปี ถึงแม้ว่าพลังปราณของเขาจะมีไม่มาก แต่เป้าหมายนี้ก็ยังคงสามารถประสบความสำเร็จได้

    ซูซูเหล่ตามองปลาย "ขาที่แข็งทือ" ของตัวเองที่กำลังนอนอยู่บนพื้นกรง คนเลี้ยงของเขาพาเขาออกจากกรง ใส่เขาลงในกล่องกระดาษขนาดเล็กและโยนกล่องออกไป ในท้ายที่สุด

    เขาเพียงแค่คลานออกมาจากกล่องกระดาษและทำความสะอาดตัวเอง ขณะที่วางแผนจะไปที่ร้านขายสัตว์ ูซูกลับพบว่าเขากำลังเข้าสู่บทสอบผ่านด่านเซียน ที่รอคอยมานาน

     แน่นอนการผ่านด่านนี้ไม่สามารถทำให้มนุษย์กลายเป็นอมตะได้ แต่มันจะทำให้เขากลายเป็นมนุษย์ได้ไงล่ะ เขาไม่ได้หวังที่จะกลายเป็นอมตะ ตราบเท่าที่เขาสามารถกลายเป็นมนุษย์เขาก็พอใจแล้ว!

เขาอยากจะกินอาหารของมนุษย์

       เขาวิ่งไปยังพื้นที่นอกเมืองและจดจ่ออยู่กับความสนใจของเขาในการต้อนรับความทุกข์ยากจากฟ้าผ่า
     จากนั้นฟ้าผ่าลงมาที่ซูซู ขนของเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าไหม้จนหมดและส่งกลิ่นเหม็น หลังจากนั้น ... เขาไม่รู้สึกอะไรเลย

เขากวาดตามองไปที่ต้นไม้โดยรอบ ซูซูถอนหายใจ

     เห็นได้ชัดว่าตอนแรกอยู่ในสวนป่าในเขตชานเมือง! ทำไมเขาถึงหันมาเห็นป่าใหญ่? ถ้าไม่ใช่เพราะเขามีประสบการณ์ชีวิตที่หลงเหลืออยู่ในป่า กับจมูกที่มีความรู้สึกไว ที่มักจะพบถั่วและเมล็ดพันธุ์ทุกชนิด เขาอาจจะถูกความหิวโหยโจมตีจนตาย

รู้อะไรไหม ถ้าเขาเปลี่ยนกลายเป็นคน เขาสามารถจะกินอะไรก็ได้มากมายทุกวัน!

และจะไม่มีทางกินธัญพืชอีกเด็ดขาด!!
...แต่ตอนนี้เขาไม่ได้มีพลังปราณ เขาจะพูดเรื่องที่ไม่กินมันได้อย่างไร ?

     ซูซูเดินไปอีกนิดหน่อยแล้วเขาก็มองไปที่ต้นไม้ข้างหน้าตัวเอง เขาปีนขึ้นไปบนกิ่งไม้อย่างชำนาญ
ต้นไม้พวกนี้ธรรมดามากที่นี่ มันมีอยู่มากมายในป่า มันมีเป็นผลคล้ายกับเกาลัด ซูซูกำลังรวบรวมพวกมัน เมื่อเร็ว ๆ นี้ เขาวางแผนที่จะเก็บพวกมันหลายพันเม็ดภายในถ้ำของเขา

     ซูซูมองไปที่ต้นไม้เต็มไปด้วยเกาลัดและยิ้ม ดวงตาของเขาส่องสว่างราวกับดวงจันทร์เต็มดวง ตราบเท่าที่เขาเห็นอาหารอารมณ์ของเขาจะดีมาก
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาจะสามารถกักตุนอาหารมากมายไว้ได้ แม้ว่าฤดูหนาวจะมาถึงเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัว!
     หญ้าแห้งที่ทอทำเป็นกระโปรงหญ้าฟางพันรอบเอวนุ่นของเขา ซูซูเริ่มปีนขึ้นต้นไม้อีกต้นอย่างชำนาญ 

      ในพุ่มไม้ใต้ต้นไม้มีลำตัวหนายาวกว่าเอวของซูซู งูตัวใหญ่ที่มีความยาวกว่าสิบเมตรกำลังเลื้อยเข้ามาอย่างช้าๆ โดยบังเอิญในที่สุดก็เห็นเจ้าหนูแฮมสเตอร์บางตัวกำลังปีนต้นไม้ และมุมมองใต้กระโปรง...... 
      

      เจ้างูตัวใหญ่หันหน้าหนีทันที มันไม่สามารถทนที่จะมองอะไรบางอย่างตรงเหนือศีรษะของตัวเองได้



________________________________________
_________________________________


น้องเป็นคนเปิดเผยค่ะ เผยเปลือยทุกอย่างในร่างกายให้ผู้ชายเห็น 5555 พี่งูถึงกับเบี่ยงหน้าหนี

ช่วงบ่น:ต่อ
กลับมาแปลอีกรอบแล้วค่ะ เราแปลดอง ๆ เก็บไว้ แต่ยังไม่ลงทีเดียวพร้อมกันนะคะ เราจะค่อย ๆ รีไรทพวกตอนแรกๆก่อน ใครมีความคิดเห็นอย่างไรเม้นได้เลยนะคะ หรือเห็นว่าเราเขียนผิด ใช้คำศัพท์ไม่ถูก ประโยคไหนไม่เข้าใจเม้นได้เลยค่ะ น้อมรับทุกคนติ และทุกความคิดเห็น 

ปล. ตอนนี้ล่าสุดแปลเก็บไว้ถึงตอนที่ xx แล้ว


คำเตือน อาจหายไปได้ทุกเมื่อความขี้เกียจครอบงำ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 200 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #16 mcfakez (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 16:53
    น้องเปนคนเปิดเผยยย
    #16
    0
  2. #15 l2oll (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 18:54

    น้องหนูฝึกพลังลมปราณด้วย น่ารัก 55555

    #15
    0
  3. #8 -gem- (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 00:55
    น้องนู่มมมมมม
    #8
    0
  4. #7 Chiaki04 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 13:21
    น้องงงงง
    #7
    0
  5. #4 muiija (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 11:21
    หนูลู้กกกก โอ้ยเอ็นดู
    #4
    0
  6. #3 yuki37 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 00:00
    น้องงง มองลงมา มีใครอยู่ตรงนั้นนะ เห็นน้องหมดแล้วว 55555
    #3
    0