CLOUDY (KAIDO)

ตอนที่ 8 : CLOUDY 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ม.ค. 59

 CLOUDY

7

 

 




 

            ความว้าวุ่นใจหลังสายฝนพรำมันถูกชะล้างออกไปจากอ้อมกอดที่อบอุ่น แต่มันก็ดูเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดเมื่อยามเช้าที่เงียบสงบ ถูกกลบด้วยเสียงแมวดวงตาสีฟ้ายามมีพายุ ปีนป่ายตามระเบียงราวกับประกาศว่าทุกๆพื้นที่ในอาพาร์ตเม้นนี้เป็นของมันอย่างน่ารำคาญ มันเป็นแมวของหญิงชราห้องตรงข้ามท่าทางใจดีที่จงอินมักพบเจอไม่กี่ครั้ง แต่เขาคิดว่าแม้เจ้าของจะท่าทางใจดีแต่หมอนี่หน้าตากวนตีนสุดๆ แต่ก็อย่างว่า อย่าไว้ใจสัตว์หน้าขน มันปีนป่ายผ่านหน้าต่างใกล้เตียงนอนและเหลือบตามองจงอินยามตื่น จงอินคิดว่ามันเป็นการสบตายามตื่นที่ห่วยแตกที่สุด

 



 

หมอนั่นกวนตีน

 



 

เขาก็กวนตีนกลับ

 



 

            การจ้องมองไม่ละสายตากับการส่ายหางไปมาอย่างยียวนจงอินรู้สึกว่ามันเป็นแมว ก็แค่แมว และพยายามข่มใจถ้ามันเป็นคนเขาหวังที่จะได้อัดหน้าหมอนี่ซักครั้ง เขาย้ำในใจลึกๆอีกครั้งว่ามันก็แค่แมว และสุดท้ายเราต่างแยกย้ายกันไป เมื่อเจ้าอ้วนหน้าตากวนโอ๊ยมันกระโดดข้ามไปที่ระเบียงห้องถัดไป สี่เท้าปุกปุยกับหางแสนยียวนละหายจากสายตาพร้อมเสียง หง่าว ค่อยๆไกลๆออกไปและความสงบเงียบกลับคืนสู่ยามเช้าในแบบที่เขาต้องการอีกครั้ง

 



 

            ไอเย็นยังคงอยู่หากขยับตัวราวกับไอความหนาวจะค่อยๆแทรกซึมผ่านผ้าห่มผืนหนาเข้ามา จงอินเท้าแขนกับหมอนใบใหญ่กับระยะแนบชิดและผิวกายผ่านอ้อมกอด ใบหน้าขาวเนียนของผู้เป็นพี่ยังคงซุกตัวอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขา ฝ่ามือของจงอินค่อยๆยกขึ้นลูบไล้เส้นผมที่ปรกบนหน้าที่ซุกอยู่ตรงหน้าอก เขาลูบอย่างแผ่วเบา และกลายเป็นว่าเขาค่อยๆไล้ปลายนิ้วไปที่เปลือกตาของคยองซูที่มีแพขนตาเล็กๆเรียงรายอยู่ จงอินก็แค่สงสัย เขาก็แค่สงสัยว่าภายใต้เปลือกตาที่กำลังปิดสนิทอยู่...ซ่อนอะไรเอาไว้ภายในดวงตากลมโตคู่นี้

 



 

            การรบกวนในยามหลับ ปลุกให้คนที่อยู่ในห้วงของความฝันลืมตาตื่น เพียงแต่มันเป็นอะไรที่ล้วนดึงดูด น่าค้นหาและเราต่างไม่มีคำพูดใด จงอินคิดว่าการสบตายามตื่นนอนมันน่าจะเป็นแบบนี้ มันควรเป็นแบบนี้ระหว่างเขาคยองซู ไม่ใช่แมวหน้าง่วงแบบนั้น การขยับตัวเล็กน้อยบ่งบอกถึงสิ่งที่ควรทำ ร่างเล็กที่ซุกตัวในอ้อมกอดถอยระยะห่างมากขึ้น มากขึ้น และจงอินไม่ดึงรั้งยามเมื่อเขาเห็นผิวแก้มที่ขาวซีดของผู้เป็นพี่กลับเจือสีอ่อนของเลือดที่สูบฉีด และดวงตากลมโตหลบหลีกการสบตา ก่อนที่น้ำเสียงแหบพร่าจะเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า

 



 

ฉันเกลียดหน้านายตอนตื่นชะมัดดวงตากลมโตที่ดูง่วงเล็กน้อยราวกับการงอแง แต่สุดท้ายแล้วคนผิวขาวภายใต้กางเกงนอนก็ลุกจากเตียงนอนไป จงอินปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันกลับเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าเขาได้อย่างง่ายดาย ยามเท้าเล็กๆเปลือยเปล่าก้าวลงจากเตียง มีเพียงแผ่นหลังกับสเวตเตอร์อุ่นๆจากกายเจือกลิ่นตัวที่หอมอย่างเป็นธรรมชาติหลงเหลือไว้ เขาคงปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าเขาละสายตาจากคยองซูไม่ได้เลย

 



 

แต่ผมชอบมองหน้าพี่ตอนตื่นนะ... เขายังคงนอนมองแผ่นหลังเล็กๆนั้นจวบจนประตูห้องน้ำค่อยๆถูกปิดลง

 

 



 

จงอินก็แค่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ

 



 

ว่าเขามักมีรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าเสมอยามได้อยู่กับพี่....

 



 

                        เมื้อเช้าที่เรียบง่ายเกิดขึ้นและคยองซูเลือกที่จะเงียบมากกว่าการต่อเถียงกับเขา คนตัวเล็กทาแยมรสส้มบนขนมปังและกัดมันเป็นคำสุดท้าย เรากินมันเป็นคำสุดท้าย ก่อนที่นมจืดและน้ำผลไม้จะถูกจัดการ ยามที่เสียงของแก้วเปล่ากระทบกับโต๊ะไม้เล็กๆภายในห้องสีมินต์เก่าๆ เราต่างตัดสินใจที่จะพูดมันออกมา

 



 

เราจะไปกันเลยไหม?” / “พี่จะไปกับผมไหม?”  คำถามนั้นถูกเอ่ยออกมาพร้อมๆกันและสายตาของพวกเขาต่างละจากแก้วน้ำส้มและนมโง่ๆ ก่อนที่จะมีเสียงถอนลมหายใจออกมาซึ่งนั่นมันมาจากเขา

 



 

พี่...จะไม่ถามหน่อยหรอจงอินลากเสียงยาวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะสบตากับคนตรงหน้า ในดวงตากลมโตคู่นั้น ไอความเย็นเจือจางกับห้องทั้งสีมินต์เก่าๆมันมีแค่เพียงความเงียบ เขายังคงสบตากับคยองซูจงอินพบว่าในดวงตาคู่นั้น

 



 

ไม่มีความลังเล

 



 

มันต้องมีเหตุผลอะไรละ

 



 

และเขาสงบเงียบและรอฟัง

 



 

...

 



 

ราวกับแสงของอาทิตย์ยามเช้าค่อยๆเปล่งประหายในดวงตาคู่นั้นกับคำน้ำเสียงนุ่มๆจะเอ่ยบอกจากริมฝีปากสีชมพูจางๆ

 



 

ในเมื่อฉันเลือกแล้วและนั่นมันเป็นจุดเริ่มต้นของการหนีของพวกเขา

 





 

เราตัดสินใจที่จะหนี...หนีไปที่ไหนก็ได้ที่โลกห่วยแตกใบนี้มันจะมีพื้นที่ให้กับเรา แค่เราสองคน

 





 

            การหนีหายไปซักพักมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับข้อมูลที่ไม่ขัดเจน มันเป็นการหลอกล่อว่าคนของพ่อจะไม่สามารถตามตัวเขาได้อีก จงอินไม่อยากเข้าไปอยู่ในกรอบนั้นอีกแล้ว กรอบที่น่าอึดอัดเหมือนการอัดเขาลงไปในตู้กระจกใบใหญ่ มันไม่ใช่ตู้กระจกที่ว่างเปล่า แต่มันคือตู้กระจกน้ำที่เต็มไปด้วยมวลน้ำ เขาเคยจมอยู่ในนั้นนานหลายปี ความรัก อิสระ ทุกๆอย่างที่พ่อพรากมันไป ต่างเรียนรู้ถึงสิ่งที่ยัดเยียดอย่างไม่เต็มใจ เป็นเหมือนงานวิจัยในตู้กระจก เมื่อเขาสามารถหลุดจากตู้กระจกนั้นได้ จงอินสาบานว่าเขาไม่อยากจะกลับไปแล้ว มันจะไม่มีอีกแล้ว






            จงอินบอกให้คยองซูเก็บของใส่เป้ซักใบในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้าจงอินจะไปรับคยองซูที่อาพาร์ทเม้นต์  พวกเขาต่างแยกย้ายเพื่อไปเก็บของใช้ส่วนตัว จงอินกลับมาที่แกลลอรี่ของเขาและเลือกที่จะทำให้ทุกๆอย่างเงียบเชียบเหมือนเดิม การระวังตัวโดยการทำตัวปกติเป็นเรื่องที่ดี  เพราะเขาเริ่มไม่แน่ใจว่าคนของพ่อจะอยู่รอบตัวเขาในตอนไหน เมื่อไร ไม่มีใครรู้ เขาจัดการไขบานประตูเพื่อเข้าไปด้านบน ความมืดครึ้มภายในตัวอาคารที่ไม่ได้เปิดไฟจงอินเดินอย่างเคยชินไปตามบันไดไม้เล็กๆขึ้นไปทีละชั้น ทีละชั้น ผ่านโซนแกลลอลี่ชั้นสอง เพียงแต่บางสิ่งที่เขารู้สึกว่าผิดแปลกไปบางอย่างภายในที่แห่งนี้หรืออาจเพราะความกังวลใจจนทำเขาวิตกไปเอง เสียงลั่นของบันไดไม้มันดัง เอี๊ยดอ๊าด ตามการก้าวเดินจงอินเหลือบมองรูปที่ผนังที่แบ่งแกลลอรี่รูปถ่ายจากฝีมือของเขา แสงของอาทิตย์เลือนรางผ่านกระจกและมันตกกระทบกับรูปตรงกลางของแผ่นหลังผู้หญิงเส้นผมยาวสลายภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นกับเครื่องบินลำเล็กๆบนฟ้า จงอินได้แต่ภาวนาในใจว่าการหายไปซักพักของเขาครั้งนี้คนของพ่อคงจะตามไม่ทัน จงอินก็แค่อยากให้แม่...เป็นกำลังใจให้กับเขา

 



 

            เขาเดินผ่านบานประตูเล็กๆซึ่งเป็นห้องของชานยอลและแบคฮยอนที่เขาแบ่งไว้ให้เพื่อนพักผ่อนในวันที่ hang out หนักไป แต่เขากลับพบว่าไม่มีใครอยู่ในที่แห่งนี้นอกจากเขา จงอินปัดความกระวนกระวายใจ และเหลือบมองนาฬิกาข้อมือที่พบว่ากินเวลามา 15 นาทีแล้ว เขาเหลือเวลาเล็กน้อยสำหรับการเก็บกระเป๋าก่อนจะออกเดินทาง ประตูห้องนอนถูกเปิดออก เขาหยิบเสื้อยืดสองสามตัวตัวกับแจ็คและอันเดอร์แวร์ยัดลงไปในเป้ แต่ทันใดนั้นเขากลับรู้สึกอะไรบางอย่างที่กำลังจ้องมองจากด้านหลัง ท่ามกลางความเงียบเชียบกับเสียงลมหายใจที่เข้าออกอย่างเชื่องช้า แม้ว่ามันไม่ได้เป็นไปในทางเดียวกันกับอัตราการเต้นของหัวใจ มันดัง ตึกตัก ตึกตัก  ตึกตัก!  รวดเร็วราวกับความกดดันเพิ่มมากขึ้น ฝ่ามือของจงอินเริ่มเย็นเฉียบ ดวงตาเริ่มสังเกตของสิ่งที่เคลื่อนไหว และแน่นอนว่าฝ่ายที่เริ่มลงมือก่อนคือคนที่ได้เปรียบ

 



 

            ก่อนที่เขาจะหลับตาและสูดลมหายใจเข้าปอดเป็นเฮือกสุดท้าย จงอินเอี้ยวตัวหลบและพุ่งหมัดเข้าไปกับชายที่เข้ามาภายในห้องของเขา ราวกับเกิดเสียงวูบไหวของสายลม ชายร่างใหญ่และหนากับหมวกแก๊ปสีดำสนิทปกคลุมใบหน้าภายใต้เสื้อผ้าสีดำไม่ได้เหวี่ยงมัดเพื่อทำร้าย แต่ทำเพียงเพื่อปัดป้องหมัดจากเขาและตั้งการ์ดอยู่อย่างนั้น ชายร่างสูงหุ่นหนากว่าเขาทำให้จงอินเริ่มไม่แน่ใจว่าเขาควรที่จะซัดหมอนั่นที่ตรงไหนก่อน ก่อนที่หมัดมั่วซั่วจะเริ่มถูกรัวลงไป และมันเข้าจังที่โหนกแก้มข้างซ้ายของหมอนั่นเข้าอย่างจังจนดัง พลัก! เข้าเต็มแรงจนได้กลิ่นเลือดผสมกลิ่นเหงื่อที่ไหลออกจากร่างกาย เสียงหอบของลมหายใจเริ่มดังขึ้นและดูเหมือนว่าการออมมือจะไม่ได้ผลในเกมนี้

 



 

            เสียงของฝีเท้าภายใต้รองเท้าผ้าใบยามเมื่อกระทบกับพื้นไม้ตามการการหลบหลีกและต่อสู้ จงอินพยายามวิ่งหนี เขาพยายามดันโต๊ะให้ชนกับชายร่างหนาจนสูญเสียการทรงตัว  จงอินคว้าที่เขี่ยบุหรี่และทุบลงไปที่หัวของชายร่างหนา มันดัง ตุ๊บ! เมื่อที่เขี่ยบุหรี่กระทบกับหัวอย่างแรง และ เพล้ง ! ขาปล่อยมันร่วงลงกับพื้นซึ่งกระทบกับเซรามิคจนมันแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆไปทั่วพื้นพร้อมๆกับชายคนนั้นเริ่มเซและค่อยๆทรุดตัวลง เลือดจากกายที่ค่อยไหลลงมาทำให้ชายร่างหนาค่อยๆทรุดตัวลงเล็กน้อยอย่างเสียศูนย์ ในเวลานั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้จงอินต้องเริ่มตัดสินใจว่าเขาต้องทำอย่างไรต่อจากนี้  เขาพยายามจะปีนโต๊ะที่ล้มลงมากั้นประตูกับหน้าต่าง จงอินมองอย่างลังเลและคิดว่ามันคงไม่ทันแน่ๆถ้าชายที่ล้มลงกับระยะห่างของประตู จงอินเลือกที่จะกระโดดออกทางหน้าต่างเขาไม่สนว่ากลิ่นเลือดมันจะผสมปนเปไปมากแค่ไหน ไม่สนว่าปากของเขาจะแตกจากแรงอัดของหมอนั่นที่ซัดเข้ามา เขาต้องหนีในตอนนี้!  ในตอนนี้เท่านั้น!

 



 

            แต่ทันใดนั้น แรงฉุดกระชากข้อเท้าของเขาเกิดขึ้นและมันแรงมากจนจงอินแทบปลิวไปตามแรง และสุดท้ายแล้วแรงเหวี่ยงทำให้แผ่นหลังของเขาสัมผัสกับเตียงนอนที่นุ่ม แต่มันก็คงความจุกได้ที่จากแรงอัดของคนตัวหนาที่เคยอัดใส่ท้องของเขา เตียงทั้งหมดที่เคยจัดไว้ดีกว่าที่นี้มันกระจุยกระจาย แรงยื้อยุดฉุดกระชากโดยการใช้แขนล็อคเข้ากับคอขอคู่ต่อสู้ จงอินพลิกม้วนตัวกดให้ชายร่างหนาจมลงไปกันเตียง แต่แรงที่ขัดขืนมีมากขึ้นเมื่อแขนและขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อตะหวัดเข้าที่ต้นขาและข้อพับมันดัง พลัก! จงอินเสียหลักล้มลงไปบนที่นอนอีกครั้ง แขนที่เต็มไปด้วยกดทับเข้าที่คอ เขาทั้งดิ้นและเตะอย่างขัดขืนราวกับลมหายใจของเขาจะค่อยๆหมดไปจากแรงบีบที่พยายามให้เขาจำนน แต่เขายังคงสู้จนคนด้านบนต้องกดเขาเอาไว้กับเตียง เขาพยายามควานหาที่อยู่ด้านหลังของชายร่างหนาราวกับคนเสียสติเพื่อยื้อชีวิตค้นหาทุกวิถีทางเพื่ออยู่รอดและหลบหนี  เขาไม่เห็นใบหน้าของคนที่กำลังกดเขาลงบนเตียงมันช่างเรือนราง แต่เมื่อเหลือบมองไปเขาเห็นชายเสื้อที่ถลกขึ้นของคนด้านบนกับวัตถุที่เหน็บไว้กับกางเกงด้านหลัง และในวินาทีนั้นความเหนื่อยอ่อนที่ทำให้แรงเริ่มหมดแต่ในที่สุดแรงเฮือกสุดท้ายทำให้เขาคว้ามันได้ จงอินคว้ามันมาได้

 



 

เสียงปลดไกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

 



 

เสียงหอบเหนื่อยของลมหายใจและเลือดในกายที่ไหลลงมามันผสมปนเปคละคลุ้งไปในอณูอากาศ

 



 

ทุกๆการกระทำถูกหยุดชะงักราวกับแกนของเวลาในใจกลางโลกหยุดหมุน

 



 

ปลายประบอกปืนถูกจ่อเข้าที่ขมับข้างขวา

 



 

จากมือของเขา มือของจงอินที่กระชับกระบอกปืนไว้แน่น

 



 

และเราต่างสบตากันท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดนี้

 



 

ออกไปน้ำเสียงที่แหบพร่าปนเหนื่อยหอบ จงอินเอ่ยมันออกมาและกดปลายประบอกปืนย้ำที่ขมับอีกครั้งของคนร่างหนาจนหมวกแก๊ปสีดำที่ปกปิดใบหน้าค่อยๆเลื่อนหลุดลงไป เผยถึงเส้นผมสีดำสนิทที่ค่อยๆตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก

 



 

วินาทีนั้นเหมือนกับการโคจรของโลกที่เคยหยุดหมุน มันค่อยๆหมุนกลับ





ดวงตาที่ดูเย็นชาแบบนั้น





สันจมูกที่ดูสมบูรณ์แบบแบบนั้น





ริมฝีปากที่รอยแผลเป็นจางๆแบบนั้น





หรือแม้แต่ฝ่ามือคู่นั้นที่เคยสัมผัส





มันเคยอบอุ่นกว่านี้ รู้สึกปลอดภัยกว่านี้ หรือแม้แต่ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ เหมือนพี่ชาย เหมือนเพื่อน เหมือนทุกๆอย่าง





แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกเกลียด





จงอินเกลียดแววตาที่ดูเย็นชาที่สะท้อนในดวงตาของเขาตอนนี้





จงอินเกลียดลมหายใจที่ใกล้ชิด




จงอินเกลียดริมฝีปากที่เคยพูดปลอบประโลม





และจงอินเกลียดฝ่ามือที่สัมผัสข้อมือของเขา





“….” มันไม่มีคำตอบหรือคำพูดใดจากคนที่อยู่ด้านบน กับกระบอกปืนที่เขาถืออยู่






ผมบอกให้คุณออกไป!” และจงอินหมดความอดทน เขาตะโกนจนแสบคอแต่ดูเหมือนว่าคนด้านบนจะไม่คิดขยับ นอกจากแขนที่ล็อคไว้กับคอของเขาค่อยๆคลายออก แต่ยังคงคร่อมเขาไว้อย่างนั้นกับแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนั้นตรึงเขาไว้กับเตียงนอนกับสภาพของห้องที่แทบไม่มีเคล้าว่ามันเคยเป็นห้องนอน

 



 

....





ปล่อยซิวะ! อยากให้ลูกตะกั่วนี่ระเบิดสมองคุณหรือไง!” จงอินเป็นเหมือนคนขาดสติเขาทั้งตะโกนและกระแทกปลายกระบอกปืนเข้ากับขมับของคนที่อยู่ด้านบน





หึ...คุณไม่ทำมันหรอกและน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำก็เอ่ยตอบเขากลับมา เขาเกลียดความรู้สึกแบบนี้ที่มันบีบอัดภายในหัวจนแทบระเบิด





คุณรู้ได้ยังไง...ผมไม่ใช่เด็กน้อยสมองเบาแบบเมื่อก่อนแน่ๆ






คุณจะไม่ทำ”/ “ผมทำมันแน่!”






คุณไม่มีวันทำแบบนั้นแน่นอน...จงอิน

 



 

            ชายร่างหนาค่อยๆยันตัวขึ้นอย่างเชื่องช้า ในขณะที่ปลายกระบอกปืนยังคงหันไปทางร่างหนาตรงหน้า จงอินค่อยๆยันตัวขึ้นจากเตียงเช่นกัน และที่แน่นอนที่สุดพวกเขาไม่ละสายตาจากกันเลยซักนิด มันเป็นการขยับอย่างเชื่องช้าและสบตาราวกับการต่อสู้ท่ามกลางความเงียบจนน่าอึดอัด ร่างหนาค่อยๆถอยห่างออกไป และเราต่างยืนอยู่ตรงหน้ากันและกันอย่างมีระยะท่ามกลางห้องที่เละไม่มีชิ้นดี

 



 

ปล่อยผมจงอินย้ำมันอีกครั้ง และเขาสบตาดวงตาที่ดูเย็นชาคู่นั้น และคุณก็ควรออกไปซะ... ออกไปจากชีวิตของผม






คุณยังไม่เข้าใจ






มันมีอะไรที่ผมต้องเข้าใจอีกล่ะ!”






....





คุณบอกให้ผมไว้ใจคุณ ให้ผมเชื่อใจคุณ แต่คุณก็หักหลังผม!!”






ผมไม่ได้หักหลังคุณ คุณแค่ต้องรอ






รออะไร! เมื่อไรหรอ 10 ปี 20 ปี หรือจนผมตาย?”





“….”






คุณไม่เคยเข้าใจอะไรเลยต่างหาก/คุณนั่นแหละที่ไม่เคยเข้าใจอะไรเลย!”






            เราต่างสาดเสียงใส่กันและในวินาทีนั้น ร่างหนาตรงหน้าก็เข้าชาร์ตเขา กระบอกปืนถูกปัดยกขึ้น ฝ่ามือของคนแข็งแรงกว่าบิดข้อมือของเขาและกระบอกปืนถูกแย่งมา มันถูกทิ้งลง ฝ่าเท้าภายใต้บูทสีดำสนิทเตะมันไปทางประตู และแผ่นหลังของจงอินถูกดันชิดผนัง ทุกๆอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แรงอัดกระแทกแน่นอนว่าเขาเจ็บ เขาพยายามขัดขืนแต่แขนที่ถูกล็อคเอาไว้กับบาดแผลจากการต่อสู้เริ่มทำให้เขาหมดแรง และท้ายที่สุดมันก็จบลงแบบนี้อีกครั้ง จงอินเกลียดเกลียดที่จะต้องสบตาจ้องมองกับตรงหน้าอย่างใกล้ชิดแบบนี้ จวบจนเสียงที่จงอินจำได้ดีดังขึ้น

 




 

 “จงอิน...เป็นคนดวงตากลมโตที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตูและปืนที่เคยถูกทิ้งไปไกลมันอยู่ในฝ่ามือเล็กๆนั้นที่กำลังเล็งปลายกระบอกมาที่ชายร่างใหญ่ตรงหน้าจงอิน





ปล่อย! มือ! จากเขาซะ!” คยองซูย้ำอย่างเชื่องช้าทีละคำและกระชับปืนเอาไว้ด้วยสองมือ ดวงตาที่ไม่มีท่าทางลังเล กับการจ้องมองคนที่ตรึงเขาไว้กับผนังค่อยๆปล่อยมือให้เขาเป็นอิสระ ดวงตาที่ดูเย็นชาจ้องมองคนตัวเล็กที่เล็งปลายประบอกปืนมา มันเหมือนมีอะไรบางอย่างในแววตาคู่นั้น แต่จงอินเลือกที่จะตอบคนตัวเล็กที่มีสีหน้าเป็นกังวล ดวงตากลมโตมองมาที่เขาถึงความเป็นห่วง






ไม่เป็นไรคยองซู...ผมไม่เป็นไรเขาตอบกลับไปและค่อยๆเดินไปหาคนที่กำลังเล็งกระบอกใส่ชายชุดดำ






นายเลือดออก...แล้วหมอนี่?” คยองซูดูเหมือนจะไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคิ้วที่เริ่มขมวดขึ้นจนจงอินต้องเอ่ยปาก






 “ผมโอเค ส่งปืนให้ผม... อีก 10 นาที  เราจะไปกันแล้วคุณไปรอผมนะแต่จงอินไม่เลือกที่จะอธิบายในตอนนี้ เขายื่นมือไปขอปืนจากฝ่ามือเล็ก และให้ผู้เป็นพี่ไปรอเขาข้างนอกห้อง

 



 

            คยองซูยื่นปืนให้กับเขาอย่างเชื่อฟังและแผ่นหลังเล็กๆนั้นค่อยๆหายไปจากห้องที่เต็มไปของที่กระจัดกระจาย ชายชุดดำกับศรีษะที่เต็มไปด้วยเลือดยังคงยืนอยู่ที่เดิม แม้ว่าจงอินรู้ดีทุกๆอย่างหลังจากนี้อาจจะเต็มไปด้วยปัญหา หรือว่าคำถาม เขาก็คงจะไม่ลังเลที่จะเลือกสิ่งที่ทำไป





ทีนี้คุณก็ไปซะ และอย่าตามผม หรือพวกเราอีกเขายังคงเล็งปลายประบอกปืนไปที่คนตรงหน้าและเดินไปหยิบเป้ที่เขาจะเอามันติดตัวไปด้วย






....






กลับไปเล่าให้เขาฟังด้วยละกันว่ายังไง ผมก็จะหนีจากพวกคุณ  และเลิกมาบงการชีวิตของผมซักทีจงอินยกเป้พาดบ่าแต่ในขณะนั้น คนที่เงียบมาตลอดกลับเอ่ยบอกอย่างออกมาจนมันน่าอึดอัดอีกครั้ง






ผมไม่ใช่คนของพ่อคุณ...






ไม่...ไม่เลย ที่คุณทำอยู่ทุกวันนี้ ตั้งแต่วันนั้นหรือตอนนี้ คุณก็ยังเป็นคนคนของเขา ทุกๆอย่างที่เขากำลังฟังมันทำให้จงอินรู้สึกขำแทบบ้า ความรู้สึกที่ไหววูบอยู่ในอกมันทำให้เขาเดินเข้าไปหาคนที่ยังคงยืนนิ่งกับเลือดที่ไหลออกจากบาดแผลแม้ว่าจะไม่แสดงท่าทีใดๆ

 




 

            ยามที่รองเท้าผ้าผ้าใบของเขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของชายสวมบู๊ทสีดำ แม้ว่าส่วนสูงของคนตรงหน้าจะมากกกว่าเราต่างสบตาที่มันมีความรู้สึกหลายหลาย แต่สำหรับจงอินแล้วในตอนนี้ ในดวงตาของเขามันคงสะท้อนแค่เพียงความเจ็บปวด เจ็บปวดจากไว้ใจ เชื่อใจ หรือแม้แต่ความสุขที่เคยมี







“....”






คุณเป็นคนของพ่อ...คยองฮุน”  

 




 

            น้ำเสียงแหบพร่าที่เอ่ยบอก แววตาที่ยังคงจับจ้องกันและกัน จงอินเน้นย้ำคำพูดนั้นพร้อมกับปลายกระบอกปืนค่อยๆลากผ่านจากหน้าอกข้างซ้ายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เสื้อยืดสีดำบางๆสะท้อนถึงอัตราการเต้นของหัวใจ....และปลายกระบอกปืนสุดท้ายแล้วมันถูกเก็บไว้ที่เดิมที่เอวของคยองฮุน เขาคืนมันให้กับเจ้าของ

 



 

            จงอินละจากสายตาที่เย็นชาคู่นั้น เขาหมุนตัวกลับและหวังว่ามันคงจะไม่มีกับสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้อีก เขาจะหลีกหนีไปให้ไกล และหวังว่าการโคจรระหว่างเขากับคยองฮุนจะไม่มาพบเจอกันอีก คนที่หักหลังเขาได้อย่างเลือดเย็น...หรืออาจจะเพราะยังไงก็ช่าง เขาไม่อยากจะรู้คำตอบหรือคำอธิบายใดๆ พร้อมๆกับเป้บนบ่าถูกกระชับ จงอินยกชายแขนเสื้อแจ็คเก็ตเช็ดเลือดที่ริมฝีปาก ก่อนที่รองเท้าผ้าใบจะค่อยๆก้าวห่างออกมา

                       






ป่าวเลย...”  ท่ามกลางความเงียบและอากาศที่เย็นโรยตัวรอบๆน้ำเสียงทุ้มกลับฉุดรั้งให้เขาชะงักการก้าวเดิน แต่จงอินยังคงเลือกที่จะเดินต่อไปจากห้องที่แสนอึดอัดนี้






....





ผมเป็นคนของคุณ






....






ผมเป็นคนของคุณ...ตั้งแต่แรก

 




 

น้ำเสียงทุ้มที่ยังคงเน้นย้ำอยู่อย่างนั้น เขาค่อยๆหลับตาลงอย่างเชื่องช้า ริมฝีปากและเลือดที่คลุ้งทั่วโพรงปาก เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั้งกาย ก่อนที่จะตัดสินใจก้าวเดินออกจากห้องนี้ไป จงอินก้าวออกจากห้องนั้นไปอย่างไม่เหลียวหลังกลับมา

 



 

 

#CLOUDYkd

 

dear reader : มังคุด 4 กิโลไม่คณามือเราหรอก และเราชอบกินไปอ่านไปทั้งแท็คและคอมเม้นต์เราว่าน่ารักดี ชอบไม่ชอบยังไงก็บอกเรามั่งนะ...คนดี  และตอนนี้มีเพลงนะ

พี่คยองฮุน...  = พี่การ์ด 

ฮ่าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น

  1. #82 Sunlight (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 11:11
    จากจงอินกลายเป็นนีนี่ในทันที เกร้ดดดดดพี่การ์ด บู้กันสุดแรงพอรู้เป็นพี่คยองฮุนดูหวานขึ้นมาซะงั้น>///<
    #82
    0
  2. #64 xxnhhzt68 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2558 / 10:56
    เชดดดดด พี่การ์ดของน้องงินนนนนน
    #64
    0
  3. #60 omoeme_fern (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 22:39
    และแล้วพี่เขาก็ได้เข้ามาในฟิค 5555555555 มีอะไรกันงั้นหรอ นี่งงไปหมดแล้ว และอยากจะรู้มากๆ ฉากบู้กันสนุกดีค่ะ เราชอบ 5555665555555
    #60
    0
  4. #53 kookkikzz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2558 / 09:58
    อย่ามาทำร้ายนีนี่ 555555555
    #53
    0
  5. #52 kimcake (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 23:34
    เราเพิ่งจะได้มาติดตามเรื่องของไรท์เตอร์ได้ไม่นานนี้เอง

    เราชอบวิธีการบรรยายเรื่องแบบนี้จริงๆ ไม่ค่อยเจอเรื่องแบบนี้มาก่อนซึ่งเราก็หาเรื่องแบบนี้มานานแล้ว

    ดีใจมากอ่าา5555

    เราไล่กลับไปอ่านทุกเรื่องเลยแบบอ่านข้ามวันไม่นอนเลย555555555ชอบมากกกทำไมดีแบบนี้><

    คือแบบมันอธิบายไม่ถูกอ่ะมันดีมากจริงๆคือตอนนี้เรากลับไปอ่านนิยายเรื่องอื่นไม่ได้เลยง่าาาาไม่รู้ทำไมโอ้ยยยเราบ้าไปแล้ว5555555

    เราคิดว่าไรท์เป็นคนที่โรแมนติกมากจริงๆอ่ะฮรื่อออ>< (มีไอจีมั้ยขอหน่อย55555)

    แต่ละเรื่องเราอ่านไปรู้สึกเหมือนตัวจะลอยๆเบลอๆไงไม่รู้55555 เราชอบเรื่อง captivated มากอ่ะแต่จริงๆทุกเรื่องคือดีหมดเลยให้อารมณ์คนล่ะเเบบ

    จริงๆอยากเมนชั่นไปคุยกับไรท์นะเเต่ไม่กล้า เลยมาเม้นท์ไว้ในนี้ดีกว่า

    ขอบคุณนะค่ะที่ทำผลงานดีๆแบบนี้ออกมา เราจะติดตามไปเรื่อยๆเลย^^
    #52
    0
  6. #51 ForgetMeNotKP (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 13:14
    กรี้ดดดดพระรองตัวจริง พี่การ์ดมา กรี้ดดดดดดดด. เซอร์ไพรส์อะ คยองซูหนูต้องสู้ละนพลูก
    #51
    0
  7. #50 cherrrrrrr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 00:46
    อหหหก มีพี่การ์ด รับไม่ไดดดดดด้ เรามาถึงจุดนี้ได้เยี่ยงไร55555
    #50
    0
  8. #49 JRabbit94 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 23:36
    โอ้ยย พี่การ์ดก็มา หรือว่าความจริงแล้วจงอินจะเป็นนีนี่ก่อนที่จะเจอคยองซู5555555555 #ทีมพี่กา.. *โดนคยองซูตบ*
    #49
    0
  9. #48 MADAHC-88 /; (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 22:24
    โอ้ มาย กัซซซ.. งานพี่การ์ดน้องงินต้องมา y__y. พี่การ์ดพูดมีลับลมคมในมาก พี่การ์ดกับน้องงินเคยมีความสัมพันธ์อะไรกันมาก่อนใช่มั้ย..? ถึงแม้พี่การ์ดจะบอกว่าไม่ได้เป็นคนของพ่อมาตามแต่พี่ก็ปล่อยงินไปเถอะ งินเจอรักใหม่แล้ว งินเจอพิโดคนแมนแล้ว..
    #48
    0
  10. #47 ดู๋เบอร์เเมน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2558 / 21:13
    เพลงนี่บิ้วมากอ่ะ
    นี่อ่านไปตื่นเต้นไปตอนต่อสู่้ พี่การ์ดมานี่งงเบาๆ
    ไม่ใช่คนของพ่อ ? เเล้วทำเเบบนี้ทำไม
    #47
    0