CLOUDY (KAIDO)

ตอนที่ 11 : CLOUDY 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    24 ม.ค. 59

CLOUDY 

10.





            ชานยอลเป็น มองโกลอย์เชื้อสายผสม ผิวขาว ตาโต และกวนตีน จงอินนิยามไว้แค่นั้น หรืออันที่จริงอยู่ในจำกัดความที่ว่า หมอนั่นก็เป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียว ถ้าไม่นับรวมกับตอนที่ชอบแจกนิ้วกลางกับสบถคำแปลกๆออกมาเวลาพี้กัญชา จงอินคิดว่าเขายอมให้หมอนั่นทำตัวแปลกๆใส่ตอนพี้ มันคงจะดีซะกว่า อาจจะคิดว่าตอนที่หมอนั่นกำลังพิมพ์ข้อความมาคงกำลังพี้จนไม่ได้สติ แต่ให้ตาย...มันก็แค่เรื่องตลกร้ายเพราะในตัวอักษรสั้นๆพวกนั้นเขารู้ดีว่ามันจริงจังแค่ไหน กับข้อความลงท้ายที่ว่า




             จะไว้ใจคยองซูได้มากแค่ไหน...




            มันเหมือนการพุ่งตัวของกระสวยอวกาศกำลังเดินทางใส่สมองของเขา จงอินรู้ดีว่ามันจะต้องมีสักวันที่เกิดขึ้นกับคำถามที่เคลือบแคลงใจแม้ว่าจะพยายามไม่ใส่ใจมันมาโดยตลอด เขาไม่ใช่คนที่จะสามารถไว้ใจใครได้ง่ายๆ แต่ถ้าหากในความไว้ใจนั้นมันเดินทางไปพร้อมๆกันกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างเหมือนเมฆฝน จงอินคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเขากำลังไว้ใจคยองซูมากขึ้นในทุกๆที แต่แล้วความคิดที่เหมือนจะเงาสะท้อนอีกด้านก็อัดกระแทกตีกลับ จงอินรู้ดีว่าชานยอลไม่ใช่คนที่ชอบพูดมากนัก แต่ถ้ามันมีอะไรบาง อะไรบางอย่างที่ดูน่าคลุมเครือหมอนั่นก็มักที่จะสังเกตอย่างเงียบๆ รอดูผลที่จะตามมา เพียงเพราะชานยอลไม่ใช่คนที่จะชอบยุ่งเรื่องคนอื่นสักเท่าไร หากว่าในเรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้นมันเกิดขึ้นกับอื่น แต่มันดันเป็นเขา...เรื่องบ้าๆบนหน้าปัดนาฬิกาบนความงี่เง่าเคยหยุดเดินและในตอนนี้มันกำลังกลับเดินอีกครั้ง จงอินคิดว่าชานยอลคงไม่คิดที่จะล้อเล่น




            ราวกับความรู้สึกที่กำลังค่อยๆโผล่พ้นขึ้นจากน้ำที่เย็นยะเยือกหยุดชะงัก สาหร่ายใต้น้ำมันกำลังพันขาของเขาที่พยายามแหวกว่ายขึ้นผิวน้ำเบื้องบน หลบหลีกทุกวิธีที่จะหนีขึ้นไป แต่สุดท้ายแล้วความพยามจากแรงที่มีก็ค่อยๆลดลง ในขณะที่แรงกดดันหนักอึ้งค่อยๆเพิ่มเติมมากขึ้นทุกที ความหวังของเขามันกำลังเรือรางอีกครั้งราวกับดวงตาที่พร่าเลือนใต้น้ำมองแสงแสงที่ทอแสงลงมาในผืนน้ำเย็นยะเยือก...หนทางแห่งอิสระ ดวงตะวันที่อบอุ่น เคยอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม แต่สุดท้ายแล้วความพยายามของเขาที่ตั้งใจมา ทั้งหมดกำลังพังลง เขากำลังจมกลับลงไปในน้ำที่เย็นยะเยือกนั้นอีกครั้ง ทั้งอ้างว้าง...และโดดเดียว




            เฮ้ ฉันเก็บกระเป๋าเสร็จแล้วนะเสียงแว่วดังมาจากห้องน้ำ ราวกับเสียงที่เรียกสติของเขากลับมาอีกครั้ง จงอินรับเก็บเครื่องมือสื่อสารไว้ในกางเกงอย่างรีบเร่ง ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแม้ว่าในสมองของเขากำลังเหมือนน้ำผลไม้ในเครื่องปั่นก็ตามที แต่เขาจะไม่ยอมให้ความวุ่นวายนี้มันเกาะกินหัวของเขา แน่นอนว่าเขาต้องหาคำตอบ




            จงอินต้องหาคำตอบให้ได้ว่าชานยอล...หมอนั่นรู้อะไร




            พี่อยากหาอะไรรองท้องก่อนไหม?” เขาหันหลังกลับไปมองคนตัวเล็กที่กำลังวุ่นอยู่กับการตรวจเช็คของภายในห้อง และเขาก็จัดการยัดของใช้ส่วนตัวที่รื้ออกมาบางส่วนหรืออันที่จริงก็แค่ยัดกล่องคอนด้อมที่มีรอยฉีกที่ดูรีบเร่งลงในกระเป๋า




            “ไม่ ฉันยังไม่ค่อยหิวเท่าไร เราเดินทางอีกสักหน่อยค่อยว่ากันอีกทีก็ได้ เพราะมันสายมากแล้วในตอนนี้




            “หึ พี่ดูรีบนะเสียงรูดซิบกระเป๋าเป้ดังปิดท้ายประโยคนั้น และจงอินเงยหน้าขึ้นมาจากเตียงที่เขาวางกระเป๋าไว้ และเขาพบว่าคนดวงตากลมโตยืนอยู่ข้างๆกาย พร้อมกับสีหน้าเรียบนิ่งพร้อมกับคำพูดที่ว่า




            “ให้ตายเถอะ ฉันเกลียดเสียงหัวเราะ หึ  ของนายชะมัดเลยเวลาที่มันขึ้นจมูก รอยยิ้มที่มุมปากรวมถึงหน้าง่วงๆของนายริมฝีปากรูปหัวใจเจือสีชมพูอ่อนๆเอ่ยประโยคยาวๆออกมา จงอินค่อยๆก้มใบหน้าลงราวกับกำลังสนใจคู่สนทนาที่กำลังบ่นเขาด้วยน้ำเสียงที่เป็นโทนเดียว คือนุ่มหู...




            ส่วนสูงที่เราต่างทำให้มันพบกันคนละครึ่งทาง




            ดวงตาง่วงๆสบกับดวงตากลมโตที่กำลังเหลือบมองขึ้นมา




            ริมฝีปากรูปหัวใจยามเอ่ยออกมาราวกับกับลังรู้สึกถูกขัดใจอะไรบางอย่าง




            ปลายนิ้วที่เย็นเล็กน้อย ค่อยยกขึ้นสัมผัสที่ปลายจมูกของจงอินและลากผ่านลงมาอย่างแผ่วเบาจวบจนมันสัมผัสที่ริมฝีปากอุ่นๆ




            และมันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าท่าทางทุกๆอย่างที่คยองซูกระทำ มันอยู่ในดวงตาของเขา




            สิ่งที่คยองซูกระทำอย่างเป็นธรรมชาติจนไม่สามารถที่จะซ่อนเสียงอัตราการเต้นของหัวใจ




            พยายามหมุนปรับโวลุ่มความดังของเสียงให้แผ่วเบาลง เพียงเพราะมันดังมาก มันดังมากเกินไปเสมอเมื่อจงอินได้อยู่กับคยองซู




            “แต่พี่ก็ชอบ...จงอินเอียงใบหน้าเพียงเล็กน้อย เขาล้วงมือเขาไปในกางเกงทั้งสองข้างราวกับแสดงท่าทีประหม่าและกระซิบอย่างแผ่วเบา เพราะผมชอบเสียงของพี่ เสียงแบบเมื่อคืนหน่ะพลางปล่อยให้ลมหายใจอุ่นคลอเคลียที่ผิวแก้มของพี่อย่างหยอกเอิน




            “เฮ้...นายดูเป็นเด็กที่หมกมุ่นเหลือเกินนะแต่แล้วก็เหมือนการหยุดพักของการแข่งกัน ฝ่ามือเล็กๆนั้นดันเขาออกห่าง เพราะท่าทางที่เขาแสดงล้วนย้อนแยงกับการกระทำ จงอินใช้ความพยายามอย่างมากที่จะห้ามรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา และดูเหมือนว่าคนดวงตากลมโตจะไม่ยอมให้เขาควบคุมเกมง่ายๆ




            “ก็ถ้าพี่มี Burger King อยู่ตรงหน้า พี่คิดว่าจะห้ามใจตัวเองได้มากแค่ไหนล่ะ




            “เฮ้ๆ ความหมายของนายคือฉันเป็นอาหาร Junk Food? หรือว่ายังไง ตอบให้ดีล่ะคนดวงตากลมโตถลึงตาใส่เขา หากแต่ในใจของจงอินกำลังรู้สึกเหมือนเขาเพิ่งเสพกัญชาไปสักบ้องจนรู้สึกถึงควันลอยละล่องไปทั่วอณูอากาศ จงอินก็แค่กำลังรู้สึกว่าคนตรงหน้านั้นน่าแกล้งมากเกินไปจนเขารู้สึกราวกับว่าเกมนี้เขากำลังเป็นผู้ควบคุมมัน กับสีหน้าที่หลากหลายมากกว่าวันแรกที่พบเจอของคนตัวเล็กที่ขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์นัก จงอินพยายามกลั้นขำจนปวดกล้ามเนื้อหน้าท้อง แต่แล้วมันก็ล้มเหลวเพราะ กัญชาชั้นดีที่ชื่อคยองซูกำลังจูโจมเขาอย่างควบคุมไม่อยู่จนสุดท้ายแล้วเสียงระเบิดหัวเราะของเขาลอยฟุ้งไปทั่วห้อง




            “ฮ่าๆ ไม่เลย ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้นสักหน่อย พี่ไม่ลองเข้าข้างตัวเองหน่อยละครับ




            “ฉันไม่ใช่คนที่ชอบเข้าข้างตัวเองเท่าไร คนตัวเล็กยังเถียงอย่างไม่ยอมแพ้แต่จงอินกลับไม่ลังเลที่ถามกลับไป เขาจ้องมองปฏิกิริยาอีกฝ่ายพลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ดวงตาของพวกยังคงจ้องมองกันและกันอยู่อย่างนั้นกับระยะห่างแค่เพียงระยะห่างของส่วนสูง




            “งั้น...พี่ไม่ชอบ Burger King หรือไง?”




            “ไม่..ไม่เชิง อันที่จริงก็ของโปรดน้ำเสียงนุ่มๆกับการตอบคำถามที่ดูคลุมเครือนั้นเป็นสัญญาณดีว่าเขากำลังควบคุมเกมอย่างจริงจัง ทั้งดวงตากลมโตที่แวววาวและริมฝีปากล่างสีชมพูจางๆขบกัดอย่างประหม่า จงอินคิดว่าเขาคงห้ามตัวเองไม่ให้แกล้งคยองซูไม่ได้เลย




            “เห็นไหมล่ะ นั่นก็ของโปรดผม...รสชาติดี เป็นเมนูแรกที่นึกถึง




            “....




            “และที่สำคัญผมซื่อสัตย์ต่อ Burger King นะ




            “ดูเหมือนนายจะกระตือรือร้นดีนะ เพราะงั้นหน้าที่ขับรถนายจัดการเลย




            เราต่างพูดคนละหนึ่งประโยคต่อจากนั้น และเหมือนแต้มนี้จะเสมอที่ 1-1 เกมหยอกเย้ายามเช้าของพวกเขาได้จบลง และดูเหมือนว่าการหยอกเย้าของเขากำลังทำให้คนตัวเล็กรู้สึกเขิน...เล็กน้อย ผู้เป็นพี่ก้มหน้าลงหลังจากนั้น หมุนตัวกลับไปอีกด้านและเดินหนีราวกับกำลังฉุนกึกกับอะไรบางอย่าง ถ้าหากว่าจงอินไม่ได้กำลังเข้าข้างตัวเองหรือตาฝาด เขาก็แค่คิดว่าผิวแก้มของคยองซูนั้นกำลังมีสีแดงอ่อนๆ




            3 นาทีต่อจากนั้นจงอินรับกุญแจที่คนดวงตากลมโตโยนมาให้จากโต๊ะไม้ข้างเตียง เรียวขาที่เคยพากก่ายกันเมื่อคืนก่อนเพื่อเพิ่มเติมความอบอุ่นให้กันและกันยามค่ำคืนในตอนนี้ถูกยีนส์ตัวเก่งที่แห้งแล้วสวมทับ ไหล่แคบๆและผิวของคนตัวเล็กที่ถูกจงอินจูบลงไปอย่างเบาถูกปกปิดด้วยเสื้อยืดสีขาวกับแจ็คเก็ตตัวโปรด เป้ถูกวางบนบ่าพร้อมกับคนดวงตากันหลับมามองเขาอีกครั้ง จะไปได้หรือยัง?’ หรืออันที่จริงในดวงตากลมโตที่กำลังมองมาอาจจะมีคำว่า เลิกทำสายตาหื่นๆแบบนั้นเถอะ และเขาทำได้แค่เพียงหัวเราะในลำคอ ก่อนที่จะจัดการยกเป้ขึ้นบ่าของตัวเองก่อนที่บานประตูจะถูกปิดลง พร้อมกับความรู้สึกที่หนักอึ้งบนไหล่ของเขาเหมือนมันมากขึ้นกว่าเดิม

 




-CLOUDY-


UP




บันทึกของ PCY. ปี 2012

 




            เสียงของส้นรองเท้าหนังยามมันกระทบกับพื้นอิฐสีเข้มดัง กึก กึก กึก ไปตามตรอกเล็กๆ เขาเดินลัดเลาะมาเรื่อยๆก่อนที่มันจะมาโผล่บริเวณถนนใหญ่ที่มีการจราจรไม่มากนักในยามบ่ายของวันที่อากาศไม่ค่อยจะดี แม้ว่าท้องฟ้าจะมืดครึ้มเฉกเช่นในทุกๆวันกับลมหนาวที่กระทบผิวกาย จนเขาต้องกระชับสายสะพายกีตาร์บนบ่าเอาไว้พลางพ่นลมหายใจออกมาราวกับว่ามันจะอุ่นขึ้นมาบ้าง เขาเร่งฝีเท้าให้ไว้ขึ้นกว่าเก่าไปตามเส้นทาง แน่นอนว่าเขาไม่อยากจะเสียเวลาไปกับการออกมาทำธุระในวันที่อากาศห่วยแตก แต่มันก็เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับกีตาร์ตัวโปรดที่เขาจะต้องนำมันมาซ่อมแซมและโชว์ในการแสดงสำหรับคืนนี้




            ชานยอลพยายามที่จะระงับความคุกรุ่นในหัวของเขา แม้ว่าตอนนี้คิ้วของเขามันกำลังขมวดเข้าหากัน จนใบหน้าของเขาเหมือนคนที่พร้อมจะอัดใครสักคนได้ตลอดเวลา ในหัวของเขาตอนนี้มันเต็มไปด้วยคำด่าหรือคำสบถมากมายเต็มไปหมด กับเรื่องเมื่อ 3 วันก่อน ทั้งเรื่องของเด็กออสตินมองโกลอย์หัวแดงวัย 16 ที่พยายามจีบเขาด้วยการมานั่งดักรอหน้าบาร์ในคืนศุกร์-เสาร์ รวมถึงการส่งข้อความมาหาเขาราวกับพวกสโตกเกอร์ ใช่ฟังไม่ผิด...เขาหมายถึงแบบนั้นจริงๆ เขาหวนนึกถึงออสตินเมื่อปีก่อนกับวีรกรรมบางอย่างที่หมอนั่นเคยก่อ และออสตินก็ถูกรวมอยู่ในหมวดหมู่ คนน่ารำคาญ เว้นวรรคในวงเล็บว่า




          ‘ก็แค่เกย์เด็กที่อยากจะนอนกับเขาสักคืน




            ชานยอลไม่ใช่พวกหลงตัวเองเมื่อเขาได้ฟังประโยคเห่ยๆอย่าง ผมมารอพี่ทุกวันขนาดนี้ จะไม่เห็นใจผมหน่อยหรอนั่นแค่ประโยคช่วงแรกๆ แต่หลังจากนั้นมันเหมือนประโยคที่ทำให้เขากำลังเป็นบ้า พี่สนใจผมสักทีเถอะ เพราะแบคยอลยังไงก็ไม่สนใจพี่หรอก และเพราะประโยคนั้นมันทำให้เขาอยากจะอัดหน้าหมอนั่นสักหมัดถ้าเขาไม่ฉุกคิดได้ว่า เขาไม่อยากจะรังแกเด็ก ชานยอลได้แต่กรอกตาขึ้นฟ้าอย่างคนเบื่อโลกและไม่มีคำพูดใด แม้ว่าในใจของเขามันกำลังเหมือน magma ที่รอคอยการประปะทุก็ตามที เขาพยายามจะไม่สนใจกับการที่หมอนั่นพูดต่อหน้าเขาเหมือนครั้งก่อนๆหน้าบาร์ แต่ในครั้งนี้กลับต่างออกไป เพียงเพราะความลับเฮ็งซวยที่พยายามปกปิดกลับถูกเปิดเผย...หมอนั่นเคยพูดคำนั้นต่อหน้าแบคฮยอน




             ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนกลับถูกปิดเบือนตั้งแต่เมื่อไรเขาไม่รู้ ชานยอลไม่เคยคิดถึงจุดเริ่มต้นว่ามันเริ่มตั้งแต่การได้สบตาหรือการแอบมองอย่างเงียบงัน เขาไม่รู้อะไรเลยหรือเพราะความไม่แน่ชัด...นอกจากความรู้สึกของเขาในตอนนี้ที่มันก้าวล้ำมาไกลแสนไกลเกินกว่าจะกลับไปที่จุดเดิม...




            หลังคำพูดโง่ๆของออสติน มันเหมือนความสงบเงียบกำลังดูดกลืนเส้นเสียง ดวงตาของแบคฮยอนกำลังสั่นไหวและไร้คำพูด ในหัวของเขากำลังปั่นป่วนไปด้วยคำโกหกที่พยายามจะหยิบยกมาอ้าง แต่เขากลับไม่สามารถทำอะไรได้เลย ชานยอลเหมือนคนโง่ที่สุดในช่วงเวลานั้น มันกินเวลาไป หนึ่ง สอง หรือสามวินาทีในใจอย่างคนไร้หนทาง แต่ทุกๆอย่างกลับถูกปัดความหนักอึ้งในใจจนเบาหวิว ยามที่ริมฝีปากบางๆที่ชานยอลเคยได้แอบมองกลับสัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากของเขา




            ในวินาที่นั้นเขาค้นพบคำตอบ...เป็นคำตอบที่มีมวลมหาศาลและเกินกว่าจะกัดความใดๆ




            พร้อมๆกับหัวใจของเขากำลังล่องลอยราวกับแก๊สฮีเลี่ยมมวลใหญ่ถูกเติมเข้าไป จากรอยยิ้มของแบคฮยอน




          ในขณะที่คนตัวเล็กกว่าพยายามจะผละออกแต่ชานยอลกลับจูบและจูบริมฝีปากของแบคยอลไม่ยอมปล่อย แม้ว่าออสตินกำลังจะตกตะลึงถึงสิ่งไม่คาดคิด หมอนั่นพยายามดันเขาและคนตัวเล็กในอ้อมกอดออกจากกัน แต่ใครจะไปสนในช่วงเวลานั้น ชานยอลได้แต่ขอบคุณอย่างแผ่วเบา ชานยอลก็แค่อยากขอบคุณออสติน 




            เขารู้สึกขอบคุณออสตินในใจได้ถึง 24 ชม. กับข้อความที่ถูกส่งมาราวๆ 30 กว่าข้อความ เขาไม่อยากจะใส่ใจ แต่การแจ้งเตือนทำให้เขาเห็นข้อความล่าสุดที่ว่า ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะ!” และมันทำให้ชานยอลรู้สึกหัวเสียยามเช้าน่าดู แม้ว่าเขาจะเปลี่ยนเบอร์ไปถึง2 ครั้งแต่หมอนั่นก็ไม่เคยย้อมแพ้ จนเวลาล่วงเลยมาหนึ่งปี เขาเห็นแก่ความพยายามของหมอนี่จริงๆ แต่ชานยอลก็ยังคงเป็นชานยอล ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาก็ไม่อยากจะสนใจและกลับมาสนใจในเวลาปัจจุบันตอนนี้ จนเขาเท้าเดินมาถึงร้านเครื่องดนตรีบอกเช็คกับเจ้าของร้านที่ซี๊กันพอสมควรถึงการปรับเปลี่ยนสายเพียงเล็กน้อย แต่การพูดคุยถึงเรื่องดนตรีทำให้พวกเขาคุยกันยาวจนเวลาล่วงมาจนถึงเย็น




             แน่นอนว่า Brooklyn ไม่เคยหลับใหลทั้งยามที่แสงของพระอาทิตย์ลาดไล้ประติมากรรมบนท้องถนน หรือแม้แต่ยามดวงตะวันลาลับเส้นขอบฟ้า มันอาจจะเป็นเมื่อ 20 นาทีที่แล้วที่เครื่องมือสื่อสารของเขามันสั่นจนน่ารำคาญจนฝ่ามือใหญ่ๆต้องควานหาในกระเป๋ากางเกง และนั่นมันเป็นเหตุผลที่ทำให้ชานยอลต้องเดินมาในเขต Greenpoint เพื่อซื้อ Jagodzianki จากร้าน Rzeszowska Bakery ซึ่งเป็นร้านเดียวและเป็นร้านขนมในดวงใจของแบบคฮยอนเลยก็ว่าได้ แผ่นป้ายร้านสีเหลืองสะดุดตาอยู่ด้านบน ตรงหัวมุมถนนเห็นเด่นชัด เขาผลัดบานประตูสีขาวออกจนได้กลิ่นเนยหอมฟุ้งกระจายไปทั่ว ดวงตากวาดหาเมนูโปรดของคนรักไปบนชั้นวางของขนมหลากหลายอย่างเคยชิ้น และเขาเห็นว่ามันเหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นเท่านั้นเอง




             Jagodzianki  มันเป็นขนมปังสอดไส้บลูเบอร์รี่แบบดั้งเดิมจากโปแลนด์ แบคฮยอนชอบมันมากๆกับรสชาติเปรี้ยวอมหวานและกลิ่นหอมฟุ้งของบลูเบอร์รี่ผสมกับความนุ่มของตัวขนมปังเคลือบน้ำตาลหอมหวานโรยไอส์ซิ่งขนาดพอดี ชานยอลชอบที่จะมองแบคฮยอนกินมันอย่างเอร็ดอร่อย เขาก็แค่รู้สึกชอบทุกๆอย่างที่เป็นแบคฮยอนทั้งน่ารักเวลาได้กินขนมหรือของอร่อย และร้อนแรงยามที่พวกเขาได้โอบกอดกันและกัน เขาปัดความคิดหมกมุ่นพวกนั้นออกจากหัว ก่อนที่จะคีบขนมใส่ถาดทั้งหมด 4 ชิ้นที่เหลืออยู่ กับราคาชิ้นละ $1.25   เขาสามารถจ่ายมันได้ อันที่จริงแค่ซื้อขนมเลี้ยงแฟน เขาสามารถทำมันได้ และแน่นอนว่าเขาไม่ลังเลที่ซื้อมันมาทั้งหมด เพราะชานยอลจดจำมันได้หมดทุกอย่างเกี่ยวกับแบคฮยอนทั้งขนมร้านโปรดหรือแม้แต่การกินจุ...




            เขาเดินกลับมาในเส้นทางเดิมหลังดวงตะวันลาลับขอบฟ้าไปแล้ว ชานยอลเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นกว่าเก่าเพราะเขากลัวว่าขนมที่เขาจะซื้อกลับไปให้แฟนตัวเล็กจะเย็นจากอากาศที่เริ่มเย็นลงไปเรื่อยๆยามค่ำคืน สูดลมหายใจเข้าจนแสบจมูก และลมหายใจออกปล่อยควันขาวฟุ้งออกมาเมื่อกระทบกับสภาพอากาศภายนอก เมื่อถึงหัวมุมจากซอยแคบๆระหว่างอาพาร์ตเมนต์ที่สูง 3 ชั้น กลับมีบุคคลที่ดูเหมือนจะคุ้นตา...แม้ภายในใจลึกๆของเขารู้ดีว่าไม่ได้ชอบยุ่งเรื่องใครสักเท่าไร แต่ถ้าหากว่าเรื่องราวของคนๆนั้นไม่ได้เป็นคนที่กำลังเข้ามาหาเพื่อนสนิทเขา ชานยอลรับรู้เรื่องราวของจงอินเสมอในๆทุกๆเรื่องราวแม้ว่าพวกเขาไม่ค่อยจะพูด แน่นอนว่าทุกๆคนล้วนมีบาดแผลในหัวใจและจงอินก็เป็นหนึ่งในนั้นที่เขาได้พบเจอตั้งแต่วันที่พวกเขารู้จักกันในโรงเรียนประจำงี่เง่านั่น




            แว่วเสียงของดนตรีโฟคซองยามค่ำคืนกำลังปลุกให้ Brooklyn ตื่นจากการหลับใหลที่จะเชื่อมไปเขตของ Williamsburg มันเริ่มเข้าย่านร้านค้าเพื่อดื่มด่ำกับเสียงดนตรีและเครื่องดื่มจนน่าหลงใหล หากแต่สิ่งที่เขาสนใจกลับไม่ใช่เสียงเพลงหรือสิ่งใด นอกจากคนส่วนสูงไม่มากมายที่เขากำลังจ้องมอง ไหล่ลู่ๆภายใต้แจ็คเก็ตสีดำ ผิวขาวกับดวงตากลมโตที่กำลังพูดคุยกับใครอีกคนด้วยสีหน้าเรียบเฉยในมุมอับมืดๆมุมหนึ่ง แผ่นหลังกว้างแนบชิดกำแพงที่เย็นเฉียบจนแทบแทรกซึมผ่านเนื้อผ้า ก่อนที่จะตั้งใจฟังบทสนทนาแว่วเข้ามาผ่านหู




            “นายมาทำอะไรที่นี่ ในเมื่อหน้าที่ของนายมันหมดแล้ว




            “แล้วนายคิดจะทำไรล่ะ




            “ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรทั้งนั้น




            บทสนทนาที่ฟังไม่ค่อยถนัดเมื่อมันผสมกับเสียงของเครื่องดนตรีเป็นจังหวะดังบ้าง เบาบ้าง แต่เหมือนว่าทุกๆอย่างราวกับโชคช่วยวงดนตรีจากร้านที่ส่งเสียงรบกวนกลับหยุดพักและดูเหมือนบทสนทนาพวกนั้นเขาจะฟังถนัดขึ้นกว่าเก่า




            “หรอ อย่าปฏิเสธเลยว่านายยังคงรับงานของเขาอยู่และฉันคงปล่อยให้นายทำแบบนั้นไม่ได้




            “หึ คนอย่างนายมันจะไปรู้อะไร...




            “ฉันรู้ และรู้จักเขาดีกว่านาย...ที่กำลังเข้าหาเขา




            “...




            “นายต้องการอะไรละ เงินหรอ? ฉันให้นายได้นะถ้า...” / “ฉันไม่ต้องการ..กลับไปซะนี่มันงานของฉัน!”




            “ฉันคงกลับไปไม่ได้ ถ้านายยังทำตามคำสั่งของเขา




            “....




            “ถ้าไม่เห็นแก่ฉัน...ก็เห็นแก่ตัวเองเถอะ นายรู้ดีกว่าใคร...กับอิสระที่ใฝ่หา นายน่าจะเข้าใจเขาดีที่สุดไม่ใช่หรอ




            “....




            “ขอร้องล่ะคยองซู...




            สิ้นสุดน้ำเสียงของคนสองคนจบลง  มีเพียงความเงียบในมวลอากาศกับความหนักอึ้งในสมอง




            ชื่อที่ได้ยิน




            น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ย




            ใบหน้าที่คุ้นเคย




            ทุกๆอย่างนั้นคือคนแปลกหน้าที่จงอินกำลังรู้สึกสนใจ...




            เขาไม่รู้ว่าควรจะเข้าไปยุ่งดีไหม ความสันสนตีวนไปมาแต่ในหัวของชานยอลมีเพียงสิ่งหนึ่งที่เด่นชัดกว่าเรื่องไหนๆ มันคงเป็นความคิดที่ว่า




          ชานยอลก็แค่ไม่อยากให้เพื่อนของเขารู้สึกเจ็บปวด...





#cloudykd


Dear reader : เราต่างมีช่วงเวลาหาพื้นที่หลบฝนในจิตใจ เพื่อค้นพบอะไรบางอย่าง เราได้มีช่วงเวลานั้น แม้ในวันที่เมฆฝนยังคงปกคลุมจิตใจ แต่นับว่ามันก็ยังมีช่วงเวลาที่ผ่อนปรนเราเช่นเดียวกัน เป็นการเติบโตไปด้วยกันเรื่อยๆเนอะ มีช่วงที่เราสติแตกบ้าง ทำตัวกรังๆบ้างเลยไม่ได้มาต่อแอบรู้สึกผิด แต่ตอนนี้เรามาต่อแล้วนะ ดีใจมากทั้งๆที่ก็รู้สึกเหมือนเป็นแมงกระพรุนเกยตื้น แต่เราหวังว่าทุกๆคนคงจะมีความสุขและยังติดตาม อันที่จริงช่วงเวลาที่เราไปหลบฝนมาเราก็อ่านทั้งแอชแทคและคอมเม้นต์เสมอ มันเหมือนแสงแดดที่โผล่ลงมาเลย และสุดท้ายนี้สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังทุกๆเลยนะ นะ นะ ขอให้เป็นปีที่มีแต่คำว่าดีฟุ้งกระจายเต็มไปหมดในทุกๆวันเลย มาเกี่ยวก้อยกันแล้วพูดว่า เรื่อยๆไปด้วยกันนะ <3

รักและขอบคุณ.

·                  

·    *   Jagodzianki



·      *  หน้าร้าน Rzeszowska Bakery ในย่าน Greenpoint        

·    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น

  1. #102 DYO_fugurrrrr (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 15:42
    เสียดายที่เราเพิ่งได้มาอ่านเรื่องที่ดีแบบนี้ ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคเรื่องนี้ให้อ่าน มู้ดเรื่องดีมาก บรรยายก็ดีมากเลยด้วย คุณไรท์เก่งมากเลยค่ะ ยังรอติดตามเสมอนะคะ
    #102
    0
  2. #100 Kx12 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 20:27
    เราจะรอให้กลับมาต่อนะคะ ชอบมากๆ ติดตามอยู่เสมอค่ะ
    #100
    0
  3. #97 MYSweet_Dyo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 21:03
    ไม่ว่าไรท์จะกลับมาลงต่อมั้ย แต่เราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ไรท์ และชื่นชมฟิคคุณภาพดีเรื่องนี้นะคะ :))
    #97
    0
  4. #86 ploydara (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 00:09
    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์ รอเสมอนะคะ
    ขอให้มีความสุขฟุ้งกระจายทั้งปีนะคะ
    #86
    0
  5. #85 JJayxyz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มกราคม 2559 / 23:33
    ไรท์กลับมาต่อแล้ว ดีใจสุดๆๆ
    #85
    0
  6. #84 blue_faiiry (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 05:42
    ดีใจที่ไรต์กลับมานะคะ ไม่ผิดหวังเลย อ่านรวดเดียวจบแบบลื่นไหลมาก ชอบโมเม้นทที่ไรต์สร้างขึ้นเวลาที่เขาอยู่ด้วยกัน พวกประโยคโต้ตอบกัน มันดูธรรมดาแต่หวานอะ55 อ่านแล้วเขิน>< แต่ตอนนี้ก็ยังคงคอนเซปคลาวดี้นะ เพราะแต่ละคนดูไม่ชัดเจนเลยโดยเฉพาะคยองซู แบบคยองนี่เป็นใครมาจากไหนจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้55 ชานยอลรู้อะไร แล้วจงอินนี่รู้สึกยังไงกันแน่ คืออยากรู้ไปหมด แต่มันสนุกตรงนี้ที่ไม่รู้5555555 รออีกครึ่งหลังอยู่นะค้า แล้วก็สวัสดีปีใหม่เช่นกันนะคะ ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีนะคะ มีแรงบันดาลใจแต่งฟิคคาดิมาเยอะๆเลยน้า555 เลิ้บบบ
    #84
    0
  7. #83 ploydara (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 21:42
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ไรท์เตอร์
    ดีใจนะที่กลับมาแต่งเรื่องนี้
    เรายิ่งอ่านยิ่งอยากรู้ว่า คยองซู เป็นใคร กันแน่ ชานยอลรู้อะไร
    #83
    0
  8. #81 kimcake (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 00:50
    ดีใจที่กลับมานะ^^
    #81
    0
  9. #80 JJayxyz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 มกราคม 2559 / 00:17
    บางทีก็สงสัยว่าคยองซูเป็นใครกัน อยู่ดีๆก็เ้ามาในชีวิตจงอิน เห้อออออออ
    #80
    0