CLOUDY (KAIDO)

ตอนที่ 1 : Proluge

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    16 มิ.ย. 58

 
Prologue.


 







 

            แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องคลอเคลียตึกสูงระฟ้ามากมายต่างเบียดเสียดตัวอยู่ในเขตพื้นที่ CBD. ตึกกระจกสะท้อนแสงอาทิตย์ทอดเงายาวและหมุนวนไปอย่างไม่รู้จบกับการเคลื่อนตัวตามดวงตะวัน ความงามที่สรรสร้างอย่างยิ่งใหญ่ตัดกับพื้นท้องฟ้าสีครามพร้อมกลุ่มเมฆเบาบางนั้นพัดผ่านไปตามสายลม พื้นที่นี้แทบทุกตารางนิ้วถูกเก็งกำไรและแปรเปลี่ยนเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ เม็ดเงินหมุนเวียนสะพัดในทุกๆวินาทีพร้อมกับความวุ่นวายและเต็มไปด้วยความฝันของผู้คน บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยเขม่าของกลุ่มควันฟุ้งจากท่อไอเสีย รถคันงามสวนทางกับแท็กซี่สีเหลือง ผู้คนแต่งกายแบรน์เนมเหมือนนางแบบคนดังจากแผ่นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ความฝันที่ฟุ้งกระจายทั่วพื้นที่ทั้งบนทางเท้ามีนักดนตรีเปิดหมวกกีตาร์ที่ถูกบรรเลงกับออแกนที่แขวนไว้บนคอ รวมถึงกลุ่มบีบอยด์กับนักสเก็ตบอดร์ดในสวนสาธารณะ ร้านกาแฟที่เปิดเพลงจากแผ่นเพลงคลาสสิคบนหัวมุมถนน ดูเหมือนจะเป็นเพียงพื้นที่แห่งเดียวที่ผู้คนดูผ่อนคลายและไร้ซึ่งความกังวล แต่เพียงแค่กาแฟในแก้วหมดถึงเวลาบอกลาและกลับเข้าสู่ความวุ่นวายบนพื้นที่เช่นเดิม นาฬิกาบนข้อมือเหมือนจะเดินไวกว่าเดิมทั้งที่ความเป็นจริงมันยังคงเป็นเช่นเดิมอย่างที่ควรจะเป็น เวลาที่ดูเหมือนเร่งรีบส่งผลให้ผู้คนไร้ซึ่งการจ้องมองในเรื่องของคนอื่น ต่างเบียดเสียดกันบนท้องถนนเมื่อสัญญาณแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียว บ้างก้มหน้ามองสมาร์ทโฟนและย่ำเท้าด้วยความรีบเร่งในมหานครที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้

 



 

            ในทุกๆของมหานครย่อมมีแหล่งเสื่อมโทรมจากเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อถึงจุดสูงสุดก็ถูกคำว่าเวลาเป็นตัวย่อยสลายไม่เว้นมหานครแห่งนี้ก็เช่นกัน บนพื้นที่อันตรายสำหรับนักท่องเที่ยวต่างเล่าขาน กลิ่นเหม็นโฉ่คละคลุ้งไปทั่วอณูอากาศของขยะผสมกับน้ำเน่าเสียที่ไร้การบำบัด กำแพงที่เริ่มหลุดลอกรอยผนังปูนที่ร้าวและแว่วเสียงการต่อสู่ของกลุ่มคนราวกับเป็นเรื่องธรรมดา คอเคซอยด์ร่างใหญ่เชื้อสายนอร์ดิกกับพรรคพวกชาวแอฟริกันแท็คทีมสามถึงสี่คน พวกเขามีท่าทางที่เมามายพลางหยอกล้อกันอย่างสนิทนั้น ดูเหมือนว่าสิ่งที่พวกเขากระทำกับมองโกลอย์คนหนึ่งโดยการเตะอัดกับกำแพงมันกลับดูตรงกันข้ามจากคำว่าหยอกล้อ แรงหมัดอัดกระแทกเข้ากับใบหน้า หมัดต่อมาและต่อๆมาพร้อมคำกรนด่าด้วยคำว่า

 



 

 ไอ้ลูกหมาอย่างมึง กลับบ้านไปให้แม่ชงนมกินเถอะว่ะ!” น่าแปลกที่มองโกลอย์นอนหมดท่าตัวงองุ้มกลับยิ้มที่มุมปาก

 



 

ฉันว่านมแฟนนาย...ที่ชงให้มันก็เร้าใจไม่แพ้กันว่ะราวกับเป็นเรื่องขบขันและไม่รู้ชะตากรรมใดๆ คนที่ดูเหมือนจะไร้ทางสู้ตอบพลางยิ้มรับและหัวเราะในลำคอกับมุมปากของเขาที่แตกยับเยิน แต่คำตอบกลับนั้นดูเหมือนจะทำให้คอเคซอยด์เชื้อสายนอร์ดิกสติขาด การรัวมือต่อยและเตะไม่ยั้งยังดังก้องในโสตประสาท มันยังคงเป็นอย่างนั้นจนร่างของคนถูกเตะอัดค่อยๆทรุดตัวนอนลงกับพื้นพร้อมเสียงลมหายใจที่เหนื่อยหอบ หยดเลือดที่ไหลรินลงมาจากหางคิ้วและมุมปากแต่สุดท้ายนั้นก็ไร้ซึ่งการกระทำต่อสู้ใดๆจากคอเคซอยด์นัยน์ตาสีเข้ม

           




            มีคนเคยกล่าวไว้อย่าไว้ใจท้องฟ้า กาลเวลาไม่เคยรอใคร และนั่นมันอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงเพราะแสงแดดที่เคยสดใสภายในไม่กี่นาทีมันกลับเต็มไปด้วยกลุ่มเมฆฝนที่ค่อยๆเคลื่อนตัวมาอย่างไม่มีคำบอกกล่าว มันเคลื่อนตัวเข้ามาบดบังแสงแดดที่เคยเจิดจ้าท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยความมืดครึ้ม กลิ่นความชื้นปลิวมาตามแรงของลมกับการควบแน่นกลั่นกรองลงมาเป็นเม็ดฝนหยดลงสู่พื้นดิน หยดแรก หยดที่สอง หยดที่สาม และมันโปรยปรายทั่วพื้นที่มหานครจนชุ่มฉ่ำ กลิ่นของความร้อนระเหยขึ้นเมื่อโดนความชื้นความเปียกชื้นที่โปรยปรายจนน่าอึดอัดพร้อมเสียงของไซเรนส่งผลให้นอร์ดิกร่างใหญ่หยุดชะงักหมัดพลางก้มลงกระซิบข้างหูคู่อริบนหน้าที่เปรอะไปด้วยเลือดได้ฟัง

 



 

 จำไว้ถ้ามีครั้งหน้า...แกได้ไปนอนเล่นในหลุมแน่สิ้นคำพูดที่บอกกล่าวนอร์ดิกและพวกต่างก็วิ่งจากไป พร้อมเสียงของรองเท้าผ้าใบเยียบย่ำไปบนพื้นถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน ค่อยๆไกลออกไป และไกลออกไป...ไม่มีเสียงหมัดที่กระแทกเข้าใบหน้า ไม่มีเสียงใดนอกจากเสียงเสียงของสายฝนที่ค่อยๆดังชัดเจนขึ้น

 



 

            เสียงหอบของลมหายใจเข้าออกอย่างเชื่องช้าความเจ็บปวดกับรสชาติคาวฟุ้งในโพรงปากค่อยๆชัดเจนกว่าเก่าจากความชาหนึบราวกับกล้ามเนื้อเต้นตุบๆตามอัตราการเต้นของหัวใจ แขนสองข้างค่อยๆพยุงตัวพลิกนอนหงายไปกับพื้นเปรอะๆนั้น นัยน์ตาสีเข้มเหม่อมองสายฝนที่โปรยปรายลงมา ความเย็นชุ่มฉ่ำกระทบใบหน้าพลางค่อยๆหลับตาให้สายฝนชะล้างความร้อนจากเลือดอุ่นๆที่ไหลออกมาจากบาดแผล ไม่นานนักกับการให้สายฝนเย็นๆนั้นตกกระทบใบหน้า เขาค่อยๆใช้มือยันกับกำแพงเพื่อยืนขึ้นแม้ว่ามันจะเป็นไปอย่างทุลักทุเลในตอนแรกแต่มันโอเคในตอนท้าย การเดินโซซัดเซด้วยผ้าใบคู่เก่งออกจากซอยแคบๆที่เหม็นคลุ้งกว่าเก่าเมื่อมันผสมปนเปกับสายฝนและความชื้นในอากาศจนเป็นกลิ่นที่น่าอึดอัดปนน่าอาเจียน เขาก้าวเดินออกไปอย่างเชื่องช้าท่ามกลางสายฝนบนถนนที่เจิงนอง.. มันเป็นเรื่องที่บ้าแต่ก็ไม่มีสิ่งไหนที่ดูจะบ้าไปมากกว่านี้ในเมื่อทุกๆอย่างมันดูห่วยแตก...ชีวิตที่ห่วยแตกของคิมจงอิน

 



 

            จงอินเชื่อว่ามหานครแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่มีความฝัน ไม่น่าแปลกใจที่เขาก็มีความฝันเช่นเดียวกัน...ความฝันที่เขาอยากจะค้นพบว่าจริงๆแล้วนั้นตัวเขาต้องการอะไร ร่างสูงภายใต้เสื้อยืดและเจ็กเก็ทหนังเดินกุมท้องและเดินโซเซท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย มันดูท่าเหมือนจะหนักขึ้นกว่าเดิมและรถที่เริ่มติดขัดทอดตัวยาวไปสุดสายรวมถึงการหาแท็กซี่ในวันที่ฝนตกเป็นเรื่องที่ยาก ความปวดร้าวไปทั้งตัวนั้นทำให้เขาเริ่มไม่มีแรงและเลือกที่จะค่อยๆพยุงร่างกายกับใบหน้ายับๆหาที่หลบฝน แต่สุดท้ายแล้วความปวดหนึบสุดจะบรรยายทำให้เขาต้องค่อยๆทรุดตัวลงกับกำแพงเก่าๆที่เต็มไปด้วยการฟฟิตี้บนผนัง ไม่มีที่บังสายฝนใดๆและความตลกร้ายซ้ำซ้อนก็เกิดขึ้นเมื่อสุดท้ายฝนที่ก็ตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง ความเหนื่อยล้าและการปวดบาดแผลเป็นเหตุผลไม่กี่อย่างที่ทำให้เขาตัดสินใจปล่อยร่างกายค่อยๆเปียกปอนและถอนหายใจออกมา เขาหลับตาลงพลางคิดอย่างตลกร้ายถึงชีวิตที่ผ่านมามีแต่เรื่องน่าขำเกินไป และในสุดท้ายนั้นก็มีเพียงแค่เขาที่นั่งยิ้มเหมือนคนโง่เพียงคนเดียว

 



 

            ไม่รู้ว่านานเท่าไรกับการหลับตาพักความเหนื่อยล้ากับสิ่งต่างๆ น่าแปลกที่เขาได้ยินเสียงของสายฝนยังคงตกลงมา ไอความหนาวเย็นยังคงพัดพาเข้ามาโดนร่างกายของเขาที่เปียกปอน สายฝนนั้นตกกระทบกับพื้นจนเจิ่งนองทั่วแต่จงอินกลับรู้สึกว่าร่างกายของเขาไม่เปียกชื้นทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าเขากับรับรู้ได้ว่ารสชาติของน้ำฝนนั้นมันเป็นยังไง ความสงสัยเป็นตัวขับเคลื่อนให้ลืมตาขึ้นและเรื่องน่าแปลกประหลาดก็เกิดขึ้นเมื่อเหลืบตาขึ้นมองด้านบนและพบว่ามันเป็นร่มสีดำคันใหญ่จากฝ่ามือเล็กๆของใครอีกคน...ใครอีกคนที่หยิบยื่นร่มคันใหญ่เอนเอียงเผื่อแผ่มันมาที่เขา

 



 

ใครคนหนึ่งที่มีเส้นผมน้ำตาลเข้มกับดวงตากลมโตสีเดียวกัน

 



 

ใครคนหนึ่งที่แบ่งปันพื้นที่ในร่มคันนั้นกันความเปียกจากสายฝนให้กับเขา

 



 

คำถามที่เกิดขึ้นในสมองล้วนพรั่งพรู แม้ว่าสายฝนจะตกลงมาอย่างบ้าคลั่งหลังจากนั้นท้องฟ้าก็เต็มไปด้วยสีขาวโพลนของสายฝนที่เทลงมาตึกระฟ้าถูกสีขาวโพลนบดบัง ไอความเย็นกระจายตัวไปทั่วตามแรงลมพัดผ่านกลิ่นความชื้นของสายฝนที่ฟุ้งกระจายแต่น่าแปลกตรงที่ไม่มีคำถามใดๆสำหรับพวกเขายามเมื่อพวกเขาสบตากัน แม้ว่าทุกๆอย่างล้วนพร่ามัวแต่น่าแปลกที่สุดคงเป็นดวงตากลมโตคู่นั้นกลับชัดเจนเหลือเกิน...ดวงตาคู่นั้นที่ชัดเจนในความรู้สึกของจงอิน

 





 

 

Dear reader :  เรื่อยๆไปด้วยกันนะ

·        CBD ย่อมากจาก Central Business District

·        คอเคซอย์ : ชนผิวขาว

·        นอร์ดิก กลุ่มเชื้อชาติพันธุ์หนึ่งของคอเคซอย์

·        แอฟริกัน : ชาวผิวสี

·        มองโกลอยด์ : ชนชาติพันธ์เอเชีย

·        การฟฟิตี้ : ศิลปะบนกำแพง (graffiti)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

104 ความคิดเห็น

  1. #103 Park_Honey (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 22:01
    ภาษาสวยมากเลยค่ะ ทำไมเพิ่งมาเจอ
    #103
    0
  2. #88 wfauini (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 23:43
    คยองซูใช่มั้ยๆ ภาษาสวยมากเลยค่ะ
    #88
    0
  3. #73 viewvy_tangmo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 08:10
    เจอกันแล้ว ต้องขอบคุณสายฝนรึเปล่านะ~
    #73
    0
  4. #54 omoeme_fern (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 11:18
    เรื่อยๆไปจนแก่ อิอิ
    #54
    0
  5. #27 ดู๋เบอร์เเมน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 / 06:55
    ชอบจัง เห็นภาพของบรรยายกาศเลย ชอบคาแรคเตอร์จงอินด้วย เจอกันครั้งเเรกโรเเมนติกเบาๆ -..-
    #27
    0
  6. #11 beforesky (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 00:08
    ถึงจะเป็นแค่เริ่มเรื่องแต่ก็ทำเอาหลงบรรยากาศได้ง่ายๆเลยค่ะ ฮื่ออ พาเราจมไปกับบรรยากาศได้อีกครั้ง ชอบจังเลยค่ะ เหมือนไปอยู่ในนั้นเลย ฉากกางร่มเป็นอะไรที่ประทับใจดีจัง บอกไม่ถูกเหมือนกัน จริงๆก็ไม่แน่ใจว่ายังไงแต่รู้สึกอบอุ่นชะมัด รอลุ้นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นยังไงนะคะ ตื่นเต้น .////.
    #11
    0
  7. #10 nammo-lovely (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 22:59
    กรี๊ดดดดด ฟิคแนวนี้ใาอีกแล้ว มันใช่สำหรับเรามาก แค่เห็นคำว่า'เรื่อยๆไปด้วยกันนะ' นี่รีบกดเฟบเลยค่ะ ชอบไคโด้แนวนี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดแรงงง รอนะคะ:)
    #10
    0
  8. #9 meanslh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 07:06
    ตามค้าาา>.<
    #9
    0
  9. #8 MiyoungFany Hwangz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 06:42
    คยองซูแน่เลยที่เอียงร่มให้จงอินๆๆ ติดตามค่ะ
    #8
    0
  10. #7 kookkikzz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 01:36
    it's sound like something tasty :)
    #7
    0
  11. #6 blue_faiiry (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 01:01
    โอ้ยเราเพิ่งเห็นว่าไรท์เป็นคนแต่งเดียวกับ Captivated ฮืออออออ ไม่แปลกใจเลยทำไมเราว่าภาษามันดีมากกกกกก รักไรท์มากน๊า เป็นกำลังใจให้นะคะจะรอติดตามทุกๆตอนเลยค่ะ <3
    #6
    0
  12. #5 thatsong__ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 00:19
    โอ้เย~ ฟิคเรื่องใหม่จกไรท์ที่ให้บรรยากาศต้อนรับหน้าฝน ชอบภาษาและบรรยากาศที่บรรยายออกมาจังเลยค่ะ ฟิคกลิ่นไออเมริกันแบบนี้ เราคิดถึงจัง >__< รอคอยตอนต่อไปนะคะ!!! ปล. คำผิดนิดนึงค่ะ "แปรเปลี่ยน" นะคะ ^^
    #5
    0
  13. #4 blue_faiiry (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 23:57
    โหวววว ภาษาดีมากกกกกกแบบบมากกกกกกก อ่านแล้วเราเหมือนเข้าไปอยู่ในเรื่องตามจงอินเข้าไปเลยค่ะ ชอบมากอะ แต่ปูเรื่องมาก็น่าสนใจมากกกกมากมายๆ น่าติดตามมากจริงๆนะ ยิ่งตอนจบนี่ทิ้งไว้แบบบบบโอ่ยอยากจะสครีมกรีดร้อง รอตอนต่อไปนะคะไรท์ ปล. ฟิคนี้มีแทคมั้ยคะ อยากไปหวีดร้องป่าวประกาศต่อในทวิตจัง555555555555555
    #4
    0