LOVE ONLINE (KAIDO) | REWRITE END.

ตอนที่ 7 : LOVE ONLINE : 06 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,172
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    28 ก.ย. 58



6

สถานะ : It complicated

 

 

 


เราต่างเติบโตไปด้วยกัน

โดยมีคำว่าเวลาเป็นตัวบันทึกความทรงจำระหว่างพวกเรา




 

            ดวงตากลมโตหันกลับไปมองแผ่นหลังภายใต้เสื้อยืดสีดำนั้นอีกครั้ง กับแผ่นหลังของจงอินยามที่เขาได้จ้องมอง คยองซูได้แต่คิดว่าทำไมมันช่างกว้างขนาดนั้นเมื่อก้มมองเทียบกับตัวเขาเอง หลายครั้งที่เขามักมีใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ตอนนี้เขากลับเหมือนคนบ้าที่พยายามซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ ขณะที่เดินไปเรื่อยๆท่ามกลางแสงไฟที่ช่วยให้แสงสว่างในยามค่ำคืน สวนกับผู้คนที่เดินเป็นคู่บ้าง บ้างก็เดินเพียงลำพัง แต่คยองซูกลับรู้ว่าในการเดินท่ามกลางผู้คนที่มากมายขนาดนี้ เขาไม่ได้รู้สึกเหงาอย่างที่เคยเป็น




            หมวกของจงอินที่คยองซูสวมอยู่ มันมีกลิ่นของจงอินติดอยู่ด้วย ให้ตายเถอะ! เขากำลังรู้สึกเป็นบ้าและรู้สึกเขินจนใบหน้าร้อนผ่าว...เพียงแต่คำถามที่ฉุกคิดขึ้นได้ว่าเขาควรคืนมันให้จงอินไหมจงอินลืมมันหรือเปล่า แต่ก็ทำได้แค่เพียงคิดและเดินไปเรื่อยๆตามเส้นทาง พลางนึกทุกๆอย่างที่เขาและจงอินทำด้วยกันในวันนี้มันโคตรจะเจ๋ง อาจดูร้ายกาจไปบ้างแต่มันก็แค่สนุก...ได้แต่คิดว่าแค่เด็กคนหนึ่งทำให้เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงภายในหัวใจได้มากมายขนาดนี้ คยองซูเรียนรู้เรื่องความรักมาบ้างเพราะสำหรับอายุของเขาก็ทำให้รู้จักกับโลกพอตัว มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการเขินอายที่เกิดขึ้น แต่สำหรับคิมจงอินคยองซูอยากจัดให้อยู่ในประเภท...เด็กบ้าที่มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจ




            หลังจากวันที่พวกเขาได้พบเจอกันมันก็ยังเหมือนเคย ต่างติดต่อในทุกๆวันเหมือนเป็นเรื่องปกติ ผ่านตัวอักษรแต่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาทางความรู้สึกคือมันไม่เคยมีความเหงาอีกต่อไป และรับรู้ได้ถึงความคิดถึง...ที่เริ่มเพิ่มขึ้นในทุกๆวัน เกือบสองเดือนแล้วจากที่เคยพบหน้าเพียงเพราะเราต่างไม่มีเวลาเลยด้วยซ้ำจากการพิมพ์เลยเปลี่ยนการคุยกันมันคงง่ายกว่า




            “พี่ว่าผมควรเรียนอะไร” จงอินโทรฯมาหาเขารวมถึงเวลานี้มันก็สามทุ่มแล้วและมันเป็นเวลาเดิมที่ทุกครั้งที่จงอินจะโทรฯมา




            “นายชอบอะไร เลือกที่นายเรียนแล้วมีความสุขเพราะมันคืออนาคตทั้งชีวิตของนาย



            “ครับ ผมว่าผมเลือกได้แล้ว ถ้าเป็นไปได้ผมอยากเรียนที่เดียวกับพี่นะ



            “อะไรกัน นายต้องเลือกมหาลัยที่นายชอบสิ อย่าเอาพี่มาเป็นหลัก




            “ผมแค่อยากเจอพี่...อยากคุยกับพี่…”



            “จงอิน อย่าดื้อ



            และประโยคนี้คยองซูแทบพูดมันในทุกๆคืนที่ได้คุยกับ  จงอิน แต่เสียงตอบรับกลับมาเป็นเพียงแค่เสียงหัวเราะในลำคอเพียงเท่านั้น ส่วนตัวเขานั้นก็ทำได้แค่ยิ้มตาม ได้แต่นอนทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนและกลิ้งไปมา เวลาที่เขาได้คุยกับจงอินคยองซูแทบจะหยุดการกระทำทุกๆอย่าง และนอนคุยโทรศัพท์ หลายครั้งที่เขาพยามทำอย่างอื่นไปด้วยแต่ดูเหมือนว่ามันไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเท่าไร คยองซูเคยเขียนโน๊ตสำหรับการเตือนความจำแต่สุดท้ายแล้วมันกลับกลายเป็นประโยคที่เขาและจงอินพูดคุยกันไปเสียอย่างนั้น ไม่รู้เพราะอะไรสำหรับความรู้สึกและมันทำให้เขารู้สึกเขินเสมอเวลสคุยกัน ให้ตาย!นี่มันอาการของเด็กวัยใสชัดๆแต่ทำไงได้คยองซูก็แค่พยายามห้ามอาการนี้ให้ได้มากที่สุด



            “ผมไม่ดื้อ...




            “พี่จะรอฟังผลว่านายติดที่ไหน แล้วนายมาเจอกันที่ร้านกาแฟแถวๆสวนสาธารณะนะ พี่จะรอฟังผลที่นั่นโอเคไหม” 




            “ก็ได้ครับ...





……………………………………..

            จงอินนอนเหม่อมองเพดานได้แต่มองและมองอย่างกลุ้มใจ  เขาแค่อยากเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่คยองซู แต่บอกตามตรงคะแนนสะสมของเขานั้นมันไม่เฉียดเลย แต่เพราะความบ้าบิ่นจงอินก็เลือกมันเป็นอันดับ 1 และเลือกมหาวิทยาลัยที่เขาคิดว่าพอได้ในลำดับต่อๆมา เขาไม่สนกับชื่อเสียงมหาวิทยาลัยเท่าไรไม่จำเป็นต้องคิดให้วุ่นวายหลายตลบเพราะว่าจบมาก็ได้ใบปริญญาเหมือนกันนี่ ก็แค่ชื่อมหาวิทยาลัยสุดท้ายมันก็อยู่ที่ตัวคนๆนั้นว่ามีดีพอรึเปล่า แน่นอนว่ามันเป็นความคิดปลอบใจโง่ๆแต่สุดท้ายแล้วก็แค่คิดว่ามันเป็นทางออกที่ดีสำหรับการคลายเครียดแม้ว่าทุกอย่างมันรุมเร้าในชีวิตของเขาเหลือเกิน รวมถึงบ้านที่เงียบเชียบเช่นเคย พ่อกับแม่ของเขาไม่อยู่บ้าน และจงอินคิดว่ามันกลายเรื่องธรรมดาไปแล้ว การกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันมันเริ่มหายไป จงอินมักนั่งกินข้าวคนเดียวหลังจากที่กิจการทางบ้านเริ่มขยายไปเรื่อยๆ มันทั้งมั่งคงและเติบโต  แต่สำหรับความสัมพันธ์ในครอบครัวมันก็แค่ค่อยๆลดลง แต่ช่างมันเถอะ เขาได้แต่คิด เพราะอย่างน้อยพ่อแม่ก็ยังโทรฯมาคุยกับเขาในทุกๆวัน จงอินเข้าใจดี ในเมื่อเขาโตพอที่จะรับรู้ว่าการวาดฝันถึงครอบครัวอันอบอุ่นตลอดเวลามันไม่ใช่ โลกทุกวันนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว  กับการแข่งขันเท่านั้นที่จะทำให้ครอบครัวอยู่รอด ความมั่นคงของฐานะมันเป็นเรื่องจำเป็นและเขาก็มีหน้าที่ตั้งใจเรียนกับอนาคตในอีกข้างนี้ที่ต้องเลือก






            พี่กำลังทำอะไรอยู่นะ’ มันเป็นความคิดแรกหลังจากที่ตื่นนอนในยามสาย รวมถึงวันนี้เป็นวันที่ผลสอบประกาศ เขาใช้มือขยี้ผมที่ยุ่งเหยิงเพื่อเรียกสติจากการตื่นนอน ก่อนที่สองเท้าเปลือยเปล่าจะเดินจากเตียงแล้วเดินอย่างเกียจคร้านเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างหน้าก่อนที่จะมาเปิดดูผลในคอมพิวเตอร์ มันทั้งตื่นเต้นและเหงื่อชื้นที่ออกมาจากมือของเขา จงอินค่อยๆกรอกหมายเลขประจำตัวลงไปพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปลึกๆ และได้แต่คิดว่าไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไงเขาพร้อมรับมันเสมอ





            หลังการประมวลผลผ่านหน้าจอการปรากฏของรายชื่อก็แสดงออกมา จงอินสอบติด’ แต่ไม่ใช่มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่คยองซู ความดีใจที่พวยพุ่งเหมือนมันดรอปลงมาเพียงครึ่งหนึ่ง จงอินยอมรับว่าเขากำลังเซ็งได้ที่จนต้องยกมือขยี้หัวตัวเองเบาๆ แต่ก็ยังติด อย่างไรเสียเขาก็แค่ยิ้ม จงอินกำลังยิ้มให้กับสิ่งที่เขาทำมันได้ก่อนที่จะปิดคอมและโทรฯไปบอกพี่คยองซูว่าอีก 1 ชั่วโมงเจอกันจะเจอกันตามที่นัดไว้ หลังจากนั้นเขาก็รีบจัดการทำธุระส่วนตัวอย่างรีบเร่ง มันไม่มีอะไรมากนักสำหรับการพบเจอกันอีกครั้งเขาพยายามไม่ตื่นเต้นอันที่จริงยอมรับว่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียวเพราะมันจะเป็นการพบเจอกันเป็นครั้งที่สอง...และจงอินไม่ลืมที่จะใส่เชิ้ตที่พี่เลือกมันให้กับเขา 





          ‘พี่มาถึงก่อนเขา’ จงอินจำได้ กับแผ่นหลังนั้นไหล่เล็กๆที่อยู่ในความทรงจำเสมอ เขาไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปหาพี่ แต่ความรู้สึกอยากแกล้งบางอย่างทำให้เขาเลือกที่จะยืนอยู่ที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับคำถามที่ดูบ้าๆถูกเอ่ยออกไป 




            “สวัสดีครับผมขอนั่งด้วยคนได้ไหม” และพี่ก็ยังนั่งอ่านอะไรบางอย่าง ไม่ได้สนใจคนที่เพิ่งมาเลยด้วยซ้ำ จงอินสังเกตเห็นสีผมของพี่แน่นอนว่าพี่ทำสีผมใหม่ซึ่งจงอินก็ได้แต่คิดในใจว่าพี่ทำสีอะไรก็น่ารักไปหมดอยู่แล้ว แต่ทันใดนั้นน้ำเสียงงึมงำในลำคอก็ค่อยๆออกมามันเป็นคำตอบของคนที่กำลังยุ่งกับการอ่านหนังสือ




            “คงจะไม่ได้ครับ น้องผมกำลังมาและเขาจะนั่งตรงนั้น” น้อง…สถานะนี้เขาขอผ่านเลยไปละกันจงอินไม่อยากใส่ใจ แม้มันจะทำให้ความรู้สึกของเขาวูบโหวงแบบแปลกๆก็ตามที




            “นี่พี่จำผมไม่ได้หรือไงกัน



            “อ่า จงอิน!”    




            พี่คยองซูเงยหน้าขึ้นมามอง พี่ดูเหมือนจะตกใจเล็กน้อยจนดวงตากลมโตดูโตขึ้นไปอีก และจงอินขำกับท่าทีนั้นเขาได้แต่คิดว่า ทำไมกันนะพี่คยองซูมักแสดงท่าทีที่ดูเป็นธรรมชาติเสมอ มันไม่ได้ดูปรุงแต่ง เขาทั้งชอบและน่าแกล้ง ทันใดนั้นจงอินเลือกที่จะโน้มหน้าลงไปใกล้ๆกับใบหน้าของพี่คยองซู…และเราต่างสบตากันอยู่อย่างนั้นท่ามกลางความเงียบ ไม่รู้ว่ามันนานเท่าไรจงอินก็ขำออกมาเบาๆ และคิดว่าควรเลิกแกล้งพี่ได้แล้ว ก่อนที่จะถอยออกมานั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ในขณะที่พี่คยองซูก้มหน้าและเขาพบว่าใบหูของพี่แดงอย่างเห็นได้ชัด แม้ในความเป็นจริงไม่ใช่แค่พี่ที่กำลังเขิน จงอินก็แค่คิดว่าเราต่างอยู่ในความรู้สึกเดียวกันกับความเขินแบบนั้นเรื่อยๆและเรื่อยๆ จวบจนพนักงานในร้านยกเครื่องดื่มที่พี่สั่งไว้มาเสริฟพวกเขาต่างสนใจกับมัน ลาเต้ 1 แก้วพร้อมเครปเค้กน่าตาน่ากินถูกวางไว้บนโต๊ะฝั่งของพี่ รวมถึงจงอินสั่งช็อกโกแลตเพิ่มอีกแก้วและบลูเบอร์รี่ชีสเค้กมา 1 ชิ้น เพราะเขายังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เช้า 




            “พี่ใจร้าย ไม่สั่งเผื่อผมเลย” จงอินพูดอย่างน้อยใจ ซึ่งมันดูงี่เง่าแต่เขาก็ยังทำ



            “กลัวว่าสั่งมาแล้วจะเสียรสชาติเพราะไม่รู้ว่านายจะมาเมื่อไหร่ อย่าน้อยใจไปสิ วันนี้วันดีของนายนะ” พี่พูดพร้อมรอยยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มที่จงอินชอบเสมอ นานแล้วที่เขาไม่ได้นั่งมองหน้าพี่แบบนี้ได้นั่งมองรอยยิ้มนี้ใกล้ๆแบบนี้ รวมถึงความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว จงอินรู้สึกจะบ้าตาย กับบรรยากาศในร้านกาแฟมันมีเสน่ห์ได้ถึงเพียงนี้เลยเหรอ เขาได้แต่ตั้งคำถามยามที่ดวงตาได้จ้องมองพี่ที่นั่งตรงข้าม กับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในร้านและมันสาดลงที่เส้นผมสีแดงของพี่ ขนตาของพี่ ปลายจมูกหรือแม้แต่ริมฝีปากของพี่ พี่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับขาวในขณะที่กำลังยกแก้วกาแฟจรดริมฝีปาก กับท่าทางที่ดูสบาย ทุกๆอย่างมันเป็นเพียงความเรียบง่าย เป็นความเรียบง่ายแต่น่าหลงไหล..




            นายใส่เสื้อตัวนั้น” พี่เอ่ยทัก ในขณะที่ดวงตากลมโตมองมาที่เสื้อของเขา จงอินขยับไหล่เพียงเล็กน้อยและได้แต่เลียริมฝีปากด้วยความประหม่า



            “พี่เคยบอกว่าพี่อยากเห็น...ผมก็อยากใส่ให้พี่ดู” และสุดท้ายมันก็เป็นอีกครั้งที่จงอินพยายามซ่อนความเขินอายเอาไว้แบบนั้น ในขณะที่จงอินคิดว่าเขาควรที่จะทำอย่างไรต่อไปดี สุดท้ายแล้วคำพูดที่เขาอยากจะได้ยินมันก็แค่ถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากของพี่...จงอินก็แค่อยากจะรู้ว่าพี่คิดยังไง



            “มันเหมาะกับนายมากจริงๆ หลังจากที่พี่พูดมันออกมา เราต่างก้มหน้ามองของกินที่อยู่ตรงหน้าราวกับว่ามันน่าสนใจมากจริงๆ จงอินเงียบ คยองซูเงียบ และเราต่างนั่งเงียบไปด้วยกันแบบนั้น หรืออันที่จริงการที่พวกเขาต่างก้มหน้าแบบนั้น พวกเขาก็แค่กำลังพยายามซ่อนรอยยิ้มเอาไว้     




            เวลาดำเนินไปเรื่อยๆในขณะที่กาแฟและช็อกโกแลตของพวกเขาเริ่มหมดไป เราต่างพูดคุยถึงหลายๆวันที่ผ่านมาโดยที่ไม่ได้พบหน้า เรามอบรอยยิ้มให้กัน เราหัวเราะด้วยกัน และเราต่างมีความสุขไปด้วยกัน และแผนต่อจากนั้นพวกเขาอยากที่จะไปอาร์ตแกลเลอรี่ หลังจากที่พวกเขาก้าวออกมาจากร้านได้เพียงไม่กี่ก้าว สายลมเย็นและสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วทำให้พวกเขาคิดว่าควรที่จะไปดีไหม ไม่มีใครรู้สักนิดว่าวันนี้ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเมฆฝนกำลังมา ไม่มีใครสนใจถึงรายงานสภาพอากาศประจำวัน นอกจากพวกเขารอวันที่จะได้พบเจอกันอีกครั้ง และ   จงอินก็แค่ไม่อยากให้วันนี้หมดไปอย่างที่ไม่มีอะไรเช่นเคย แน่นอนว่าตอนนี้เขาเริ่มมีความคิดที่ดูบ้ามากลอยมาในหัว เขาลังเลเพียงเล็กน้อยแต่เขาก็แค่อยากที่จะลองพูดมันออกไป



            “ผมยังไม่อยากกับบ้าน...




            “งั้นนายจะไปที่ไหน? ตอนนี้พายุกำลังมา” พี่หันมามองหน้าเขาราวกับต้องการคำตอบ จงอินกำลังเกิดความประหม่าแต่สุดท้ายแล้วเพราะสถานการณ์แบบนี้มันทำให้เขารวบรวมความกล้าและพูดมันออกไป



            “ผม...ผมไปห้องพี่ได้ไหม?”



            รองเท้าผ้าใบสองคู่มาถึงพื้นที่อพาร์ทเม้นท์ของพี่ทันเวลา ก่อนที่สายฝนจะกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง จงอินเพิ่งรู้ว่าอพาร์ทเม้นท์ของพี่ห่างจากบ้านเขาไม่เท่าไร เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าแถวนี้มีอาพาร์ตเม้นท์ที่น่าอยู่ขนาดนี้จากการตกแต่งที่เรียบง่ายแบบนั้น จงอินสำรวจเพียงเล็กน้อยเพียงเพราะเขาคิดว่ามันไม่ใช่เวลามาเชยชมรวมถึงเสียงคำรามของท้องฟ้าดึงก้องไปหมด เมื่อประตูห้องสีขาวในชั้นสองถูกเปิดออก มันไม่ได้มีอะไรมากมายนอกจากเตียงสีขาวสะอาดตากับโซฟาเล็กๆที่มุมห้อง และโต๊ะเขียนแบบ ตรงนั้นคงเป็นมุมที่ดูรกที่สุด  ไม่ว่ากระดาษ หรือโมเดลต่างๆ  รวมถึงหน้าต่างเล็กๆที่ปลายเตียงเตียงสำหรับวิวด้านนอก ที่ตอนนี้มันมีหยดน้ำฝนเกาะอยู่และไอน้ำที่เกิดจากความไม่สมดุลของอากาศภายในและภายนอกนั้น จงอินกวาดตามองไปทั่วห้อง เขาชอบห้องของพี่ จงอินก็แค่รู้สึกชอบ...




            “นายเปลี่ยนกางเกงก่อนไหม จะได้ไม่อึดอัด” คยองซูกำลังวุ่นกับการค้นหาเสื้อผ้าในตู้ แต่ทันใดนั้นฝ่ามือเล็กๆนั้นก็ชูกางเกงยางยืดขึ้นราวกับว่าดีใจที่ได้พบมัน จงอินพยักหน้าเพียงเล็กน้อยและเขาเลือกที่จะไม่ปฏิเสธ




            “เอาดิพี่



            จงอินรับกางเกงย้วยๆไปเปลี่ยนในห้องน้ำ มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้ดูในส่วนอื่นๆภายในห้อง จงอินไม่ได้คาดหวังว่ามันจะสะอาดหรือว่าอย่างไร แต่สุดท้ายแล้วมันกลับน่าแปลกใจไปทุกๆครั้ง ภายในห้องน้ำของพี่ดูสะอาดมากกว่าห้องน้ำของเขาด้วยซ้ำไป ซึ่งมีอาฟเตอร์เชฟ ครีมอาบน้ำ  ยาสีฟัน แปรงสีฟัน แชมพูสระผม  ทุกๆอย่างวางเรียงเป็นระเบียง หากเทียบกับจงอินแล้ว เขาคิดว่าการหยิบอะไรได้อย่างรวดเร็วเป็นเรื่องที่ดีกว่า แต่แน่นอนว่าเขากลับมีความสุข จงอินมีความสุขกับการได้มาดูโลกส่วนตัวของ   คยองซู  มันแปลกใหม่ดีสำหรับเขา อันที่จริงเขาไมได้สนใจคนอื่นเท่าไรนักแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสำหรับพี่คยองซูมันเป็นกรณีพิเศษ หลังเปลี่ยนกางเกงเสร็จแล้ว เขาเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเห็นพี่ชายตัวเล็กกำลังเปลี่ยนใส่กางเกงขาสั้นเหมือนเขาแล้วเช่นกันซึ่งมันมีแต่คำว่า น่ารักอีกแล้ว วนไปมาในความคิดของเขา เกิดคำถามแปลกๆในใจว่า เขาและพี่คยองซูใส่เสื้อผ้าคล้ายๆกันแต่ไม่เลยทำไมพี่คยองซูถึงได้น่ารักขนาดนั้น มันเป็นความเรียบง่ายที่ดูน่ารัก...





            “หิวไหมจงอิน?” พี่พูดในขณะที่นำเสื้อผ้าที่เปลี่ยนโยนใส่ตะกร้าและหันมาสบตากับเขา



            “พี่จะโชว์ฝีมือการทำอาหารให้ผมกินเหรอ?” เขาทำหน้ามึนๆใส่พี่พร้อมกับมือของยกขึ้นเพื่อเกาท้ายทอย และหลบสายตา จงอินก็แค่เขินที่ได้สบตากับพี่ตรงๆแบบนี้ ในเวลาแบบนี้เขาทั้งประหม่าและกลัว กลัวว่าเสียงหัวใจของเขามันจะเต้นดังเกินไปจนพี่รู้




            “มีแต่รามยอนสนใจไหมล่ะ ฮ่าๆ” สุดท้ายแล้วพี่ก็พูดพร้อมทั้งหัวเราะออกมา แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เสียงหัวเราะเบาๆที่ดังขึ้น แต่จงอินคิดว่ามันลดความประหม่าระหว่างพวกเขาได้มากเลยทีเดียว



            “ได้หมดล่ะครับพี่




            มื้อเย็นวันนี้เขากับพี่คยองซูก็นั่งกินรามยอนด้วยกัน มันไม่มีอะไรมากเลย แค่กิมจิกับรามยอน มันก็แค่รามยอน รามยอนที่พวกเขากินด้วยกัน ในหม้อเดียวกัน ก็เท่านั้นเอง เสียงหัวเราะเบาๆเคล้าคลอกับเสียงของสายฝน ไอสีขาวที่ฟุ้งในอากาศหลังการเป่าเพื่อให้มันหายร้อนกลับเรียกร้องยิ้มสำหรับพวกเขาได้ไม่ยาก มันก็แค่อาหารทำธรรมดา แต่ทำไมเขารู้สึกอร่อย จงอินยังอยากกินอีกครั้งและอีกครั้ง ถ้าพี่คยองซูทำมันให้เขา  แน่นอนว่าจงอินอยากกินเสมอไม่สามารถหาเหตุใด หรือไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลให้มันเลยสำหรับรอยยิ้มที่เกิดขึ้น จงอินยิ้ม  พี่คยองซูคู่ยิ้ม พวกเขาก็แค่ยิ้มไปด้วยกันกับมื้อเย็นที่เรียบง่าย




            หลังจากที่จัดการรามยอนจนหมดหม้อ เราต่างพิงหลังกับเก้าอี้อย่างเงียบๆเพราะความรู้ที่อิ่มเกินไปหรือการหัวเราะมากไปจนจุก พร้อมทั้งพวกเขาตกลงกันว่าเราจะไม่ทำหน้าตาตลกๆใส่กันสัก 5 นาที และได้แต่นั่งเงียบๆแบบนี้เพื่อฟังเสียงของสายฝนที่สาดกระทบเข้ากับบานหน้าต่าง อากาศที่ค่อยๆเย็นตัวเรื่อยๆมันเป็นเหตุผลของความขี้เกียจ ก่อนที่สุดท้ายแล้วพี่จะเป็นคนตัดสินใจลุกขึ้นไปล้างหม้อ และจงอินก็เข้าไปช่วย มันเสร็จในเวลา 5 นาที หลังจากนั้นพวกเขาก็นั่งเงียบๆด้วยกันอีกครั้งที่โซฟาตัวเดิมในขณะที่รายงานสภาพอากาศจากหน้าจอสี่เหลี่ยมมันยังคงทำหน้าที่ของมันไปเรื่อยๆ จงอินรู้ดีว่าสิ่งที่เขาจะพูดต่อจากนี้มันคงเป็นเรื่องที่ฟังดูที่บ้าข้อที่สองของวัน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็อยากจะพูดมันไปอยู่ดี




            “ฝนตกหนักผมนอนที่นี่ได้ไหม?”



            “หืม?”    



            “ผมยังไม่อยากกลับบ้าน ผมนอนค้างที่นี่กับพี่ได้ไหม?” จงอินใช้ความมึนเข้าสู้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเขาก็รู้สึกตื่นเต้น




            “นายโทรฯบอกพ่อแม่นายก่อนสิ



            “พ่อแม่ผมไม่อยู่ อีกหลายอาทิตย์กว่าจะกลับ



            “’งั้น...ตามใจนายสิ”  มีเพียงรอยยิ้มบางๆส่งมาให้เขา จงอินรู้สึกขอบคุณที่พี่เขาไม่ปฏิเสธ แต่ถึงพี่ปฏิเสธ  เขาก็จะแค่จะดื้อกับพี่




            “เอาล่ะเด็กน้อย นายควรไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวพี่เอาแปรงสีฟันอันใหม่มาให้นะ” และมันก็เพียงพอแล้วสำหรับคำตอบที่ได้




            จงอินทำตามที่พี่บอก หลังจากที่ได้อาบน้ำ และเขารู้สึกสดชื่นมากกว่ากับกลิ่นแชมพูที่พี่ใช้หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่พี่ให้เขาเอามาใส่ จงอินได้นึกย้อนกลับไปถึงครั้งแรกที่พวกเขาได้พูดคุยกันผ่านโลกออนไลน์สู่ชีวิตจริงในตอนนี้ ที่เขาได้ใส่เสื้อผ้าของพี่มันเหมือนความสัมพันธ์ที่ก้าวกระโดด ดูไม่มีอะไรที่แน่นอนเลยสักอย่าง แต่ในตอนนี้มันกลับดูต่างไป หลังจากที่คิดอะไรเพลินๆได้ไม่นานนัก เขานึกถึงคำพูดของพี่ที่ดูกระวนกระวายกับการหาเสื้อผ้าให้กับเขา จนจงอินต้องหัวเราะออกมาเพียงเพราะพี่คยองซูก็คือพี่คยองซู  รสนิยมเสื้อผ้าบ่งบอกตัวตน พี่เคยบอกว่าพี่ไม่ค่อยแต่งตัวและมักใส่อะไรซ้ำๆ ไม่ค่อยซื้อใหม่และเสื้อผ้าที่คยองซูให้จงอินใส่ คยองซูคิดว่ามันใหม่ที่สุด เขาได้แต่ยิ้มกับคำพูดและการกระทำของพี่ มันน่ารักและดูใสซื่อ  และจงอินไม่ได้รังเกียจเลยด้วยซ้ำ จริงๆแล้วเสื้อผ้าที่ใส่บ่อยๆซ้ำๆเมื่อซักบ่อยๆมันนิ่มมาก เขาชอบแบบนั้นมากกว่าเสื้อผ้าใหม่ๆที่ยังมีกลิ่นแปลกๆ และจงอินพยายามบอกพี่ว่าอย่าคิดมาก พร้อมทั้งดันแผ่นหลังเล็กๆของพี่ให้ไปอาบน้ำ




             หลังบานประตูประตูห้องน้ำถูกปิดลง จงอินค่อยๆนั่งลงบนเตียงนอนสีขาวพลางเหม่อมองออกไปด้านนอกที่ยังมีสายลมแรงและเม็ดฝนที่สาดกระทบกับบานหน้าต่าง บางทีมันอาจจะเหมือนกับความรู้สึกปั่นป่วนตีรวนไปหมดของเขาในตอนนี้ จงอินปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาทั้งรู้สึกมีความสุขและมีความทุกข์ไปพร้อมๆกัน กับความผิดหวังที่สะสมมาทั้งวันมันทำให้จงอินพยายามจะซ่อนมันเอาไว้โดยที่ไม่ให้พี่รู้สึกเป็นห่วง ปล่อยให้ความเงียบครอบคลุมในพื้นที่ไปสักพัก จวบจนเสียงหยดลงของน้ำที่ไหลตกกระทบกับกระเบื้องหยุดลง และอีกสักพักต่อมาบานประตูก็ถูกเปิดออก กลิ่นหอมแรงเป็นสิ่งที่ลอยมาในมวลอากาศพี่เช็ดเส้นผมเปียกๆด้วยผ้าขนหนูรวมถึงเสื้อยืดย้วยๆกับกางเกงนอนที่คล้ายๆกัน ใบหน้าขาวเนียนอยู่ในดวงตาของเขาที่จ้องมอง และในวินาทีนั้นมันเป็นอีกครั้งที่เขาอยากจะบอกว่า พี่น่ารัก น่ารัก และน่ารักมากเกินไปจริงๆ




            เราต่างตกอยู่ในความเงียบที่ค่อยๆครอบคลุมในพื้นที่ จนได้เสียงยกไม้แขวนเสื้อจากราว พี่นำผ้าเช็ดตัวพาดกับไม้แขวนก่อนที่จะนำไปแขวนไว้กับราว จงอินมองการกระทำต่างๆของพี่อย่างเงียบๆ จวบจนพี่เดินมาหยุดตรงหน้าของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยออกมาจากเส้นผมที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำมีผ้าสีขาวเล็กๆพาดอยู่ที่ไหล่ ฝ่ามือเล็กๆของพี่ยกมันขึ้นเช็ดเส้นผมอย่างแผ่วเบาและจงอินเงยหน้าขึ้นเพื่อสบตากับพี่




            “ไง...”  ริมฝีปากสีชมพูอ่อนๆของพี่ค่อยๆเอ่ยประโยคทำลายความเงียบนั้นออกมา




            “….” จงอินยังคงไม่ตอบคำถามเขากำลังรู้สึกสับสน จนเขาต้องหลบสายตาของคนดวงตากลมโตเพื่อมองตักของตัวเอง พี่ไม่พูด เขาไม่พูด สุดท้ายแล้วเราต่างเงียบอยู่นั้นและเขาค่อยๆหลับตาลงอย่างเชื่องช้าก่อนที่จะถอนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะลืมตาขึ้นอีกครั้ง




            “พี่อยากรู้ไหม ว่าผมสอบติดหรือเปล่า




            “แน่นอน...พี่รอคำตอบมาทั้งวัน




            “ผมไม่ได้เรียนที่เดียวกับพี่” น้ำเสียงแหบพร่าในลำคอถูกเอ่ยไป ในขณะที่พวกเขาค่อยๆสบตากันอีกครั้ง มันเป็นความงี่เง่าที่รู้สึก กับความรู้สึกส่งผ่านทางสายตา จงอินก็แค่อยากให้พี่รู้ว่าเขา...กำลังรู้สึกยังไง ไม่รู้ว่ามันผ่านไป หนึ่งวินาที สองวินาที หรือมันมากกว่านั้น ฝ่ามือเย็นๆค่อยๆสัมผัสที่ผิวแก้มของเขาอย่างเชื่องช้า ในขณะที่คนดวงตากลมโตค่อยๆโน้มตัวลงมา พร้อมคำพูดเพียงแผ่วเบาว่า




            “ไม่เป็นไรนะจงอิน...ไม่เป็นไร”     





            เมื่อช่องว่างมันค่อยๆลดลง ความใกล้ชิดระหว่างพวกเขามันมากขึ้นเรื่อยๆและเรื่อยๆ จวบจนหน้าผากของพวกเขาสัมผัสกัน รู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆที่รดผ่านปลายจมูก จงอินคิดว่ามันคงเป็นเรื่องเหนือการควบคุมต่อจากนี้ กับเสียงหัวใจที่เต้นดังมากเกินไปหรือเสียงของสายฝนที่กระทบกับกระจก ความห่อเหี่ยวในหัวใจถูกเพิ่มเติมลงไป และเราได้แต่ปล่อยให้ทุกๆอย่างเป็นเรื่องเหนือการควบคุม ริมฝีปากอุ่นๆของพวกเขาสัมผัสกันอย่างเชื่องช้า สัมผัสแผ่วเบาที่หล่อลอมหัวใจกับสายฝนที่ชุ่มฉ่ำให้สดชื่น มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายและลึกซึ้งเกินกว่าจะจำกัดความให้กับมัน เขาแค่อยากจูบพี่ จูบขอบคุณ จูบ เพื่อให้พี่รับรู้ว่าพี่สำคัญ และมันไม่มีการกระทำใดที่จาบจ้วงไปมากกว่านั้น เราต่างค่อยๆผละออกจากกันอย่างเชื่องช้า ในขณะที่พวกเขาต่างค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า กับความร้อนผ่าวผ่านผิวแก้มก็ค่อยๆเกิดขึ้น แต่ก็คงไม่เท่ากับผิวแก้มของพี่ที่เริ่มแดงไปถึงหู เราต่างซ่อนรอยยิ้มเอาไว้อย่างนั้นท่ามกลางความเงียบที่ฟุ้งกระจายที่ไม่ได้อึดอัด และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหัวใจของเขากำลังพองโต

 

 



    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

543 ความคิดเห็น

  1. #533 eegeeg (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 01:17
    กรี้ดดดดดด น่ารักก
    #533
    0
  2. #522 numewy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 12:33
    'พี่ผมยังไม่อยากกลับบ้าน'
    งืิอๆๆๆ ... ฟินง่ะ =\\\\\=
    #522
    0
  3. #515 CBHHKDss (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 01:35
    ละมุนได้อี๊กกกก
    #515
    0
  4. #509 Thunwarat7437 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2559 / 21:35
    ละมุนสุดดดด ฮื้ออออ
    #509
    0
  5. #481 indySNW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 06:34
    น่ารักมากกกกกกก ละมนสุดๆ ;___;
    #481
    0
  6. #479 ELFstyle (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 15:16
    รีบมารีไรท์นะ ไรท์ เรารออยู่ สนุกๆๆ
    #479
    0
  7. #462 MyDyo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 08:25
    กรีสสสสสส เขินนนนนนนนนนนน อ่ะ .บิดด
    #462
    0
  8. #450 bimbibab (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 22:09
    เขินอ่ะ งือออออ ทำให้นึกถึงสมัยก่อนเลยค่ะฟิคเรื่องนี้
    #450
    0
  9. #431 Hztp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 19:01
    เค้าว่าคบเด็กแล้วดี  รู้สึกว่าจะเชื่อมากขึ้น
    ชอบเวลาเรียกว่าพี่อ่ะ มันน่ารักมากจริงๆ > <'

    #431
    0
  10. #420 freedomandpeace (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 17:49
    เขินนนน เขินทุกตอน อ่านแลายิ้มแบบยิ้มมากอ่ะ เขินมาก
    #420
    0
  11. #383 omoeme_fern (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 02:54
    ละมุนฟรุ้งฟริ้งมากกกกกก เกราสสส อบอุ่นที่สุดดด อ่านแล้วใจเต้นรัวเลยยยยย เฟิร์สคิสหรือเปล่านะะ คิๆ น่ารักชะมัดเลยยยย
    #383
    0
  12. #364 viewvy_tangmo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 09:12
    โฮววววว จงอิน แผนเธอใช่ไหมนี่ ร้ายนะเรา
    ฝนนี่ก็ดีนะนี่ สวีทกันเลยทีนี้~ น่ารัก ><
    #364
    0
  13. #353 jkyx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2557 / 01:42
    โคตรเขิน โอ้ยยยยยยยยยยยย

    น่ารักมาก ละมุนที่สุดดดดดดดดดดดดดดร่งองำแยพาใยรำพนดากวหฟห
    #353
    0
  14. #342 คายอง นัมจา~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 22:20
    จะ..จูบกันเเล้ว+0+
    #342
    0
  15. #318 t-t-thn56 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 22:07
    โง้ยยยยยยย ละมุนสุดดดด เขินนนนนน -////////-
    #318
    0
  16. #306 mew2233 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 19:14
    พูดเลยคยอง >////< ถ้าพูดไปจงอินคงฟินไปอีกยาวนานน
    #306
    0
  17. #292 bee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 08:03
    มันอะไรกันเนี่ยย บรรยายกาศแบบนี้

    ฝนตก อยุในห้องนอนสองต่อสอง แล้วก็จูบ เขินเว้ยยย>
    #292
    0
  18. #288 Princess. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2556 / 19:46
    เขินอ่ะ><
    #288
    0
  19. #278 babie5314 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 00:32
    โว้ยยยยย มันละมุนมากเขินจะตายแล้ว
    #278
    0
  20. #271 Laz.t (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 03:16
    เห็นภาพเป็นฉากๆเหมือนหนังรักของฝรั่งเลย มันชวนให้นึกถึงงานเขียนของนิโคลัสสปาร์คหน่อยๆนะเนี่ย
    บรรยากาศละมุนเนิบช้าแต่ว่าหวานอุ่น แอบอิจฉาหน่อยๆแฮะ อยากมีความรักแบบนี้บ้าง5555555555555
    สนุกมากเลยคุณไรเตอร์ ตามต่อๆ
    #271
    0
  21. #259 Nannapak Whangchai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2556 / 00:24
    เป็นฟิคเรื่องแรกที่เขินกับบรรยากาศเรื่อยๆไม่มีอะไรที่น่าดึงดูดหรือตื่นเต้นโรแมนติกอะไร แต่ก็ทำให้เขินได้ แปลกดีแฮะ -/- หรืออาจจะเพราะไท่เคยมีแฟนแล้วใช้เวลาอยู่ด้วยกันในวันสบายๆแบบไม่ต้องออกไปข้างนอกแบบนี้มั๊งเลยไม่รู้ แต่พอมาอ่านเรื่องนี้แล้วได้ความคิดใหม่ถ้าในอนาคตมีแฟนจะลองอยู่บ้าน หาหนังดูและคุยกันทุกเรื่องที่อยากคุยแบบนี้ดู คงจะมีความสุขไปอีกแบบ -/-
    #259
    0
  22. #251 Rain Falls (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 16:10
    โอวววว!!!
    >//////<
    #251
    0
  23. #232 mybr2th (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 20:03
    รอต่อไปเรื่อยๆ เมื่อถึงเวลาแล้วทั้งคู่ก็จะพร้อมที่จะพูดคำๆนั้นออกมา
    #232
    0
  24. #209 fernyim.sw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 20:43
    เขิลลลลลลลลลลล~ >////<
    #209
    0
  25. #207 fernyim.sw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 20:43
    เขิลลลลลลลลลลล~ >////<
    #207
    0