LOVE ONLINE (KAIDO) | REWRITE END.

ตอนที่ 6 : LOVE ONLINE : 05 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    12 ก.ย. 58

5.

สถานะ : It complicated

 

 

 


 



น่าแปลกที่เวลา 24 ชั่วโมงดูมากมายแต่มันกลับดูน้อย

ลงเมื่อมีเราสองใช้มันไปด้วย

 

 

 

 

                “เราไปหาอะไรกินกันดีไหม”  

 

 

 

                เขาได้แต่หัวเราะและยิ้มพร้อมกับจ้องมองดวงตากลมโตของพี่ มันทั้งสดใสและแฝงไปด้วยบางอย่างที่เขาอยากจะมองก็แค่มองไปเรื่อยๆอย่างที่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกมีความสุขมากขนาดนี้ คิมจงอินมีความสุขที่ได้อยู่กับคยองซู การพบเจอกันครั้งแรกมันเต็มไปด้วยความเขินอายจนมือไม้มันพันละวันไปหมดไม่รู้ว่าควรเอาวางไว้ที่ไหนดี...จนสุดท้ายแล้วก็จบที่ท้ายทอยของเขาเอง ทำไม พี่น่ารักจัง’ เป็นคำถามที่งี่เง่ามากแต่เขาก็แค่รู้สึกแบบนั้นจริงๆคนที่เคยพบและเคยติหากได้มองอย่างจริงจังและพูดคุย  มันไม่แปลกเลยเขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจงอินถึงอยากที่จะใช้เวลาไปกับพี่...

 

 

 

                “พี่อยากไปเลยไหม?” จงอินเป็นคนเอ่ยถามในขณะที่พี่ก็มีรอยยิ้มกลับมากับคำตอบ

 

 

 

                “แน่นอนสิ

 

 

 

                “ผมว่าเราไปกันเลยเถอะเดี๋ยวอากาศจะร้อน” จงอินก็แค่มีความคิดว่าหากมัวแต่นั่งเขินกันไปมาในวันนี้มันคงหมดไปเร็วแน่ๆ

 

 

 

 

                หลังจากที่จงอินลุกขึ้นจากม้านั่งเขาขยับระยะห่างจากเขาและพี่อย่างเชื่องช้าพร้อมกับที่พี่ลุกขึ้นยืนตามและเราต่างยืนสบตากันท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มแรงมากขึ้น เส้นผมสีน้ำเข้มสะท้อนแสงแดดรวมถึงแพขนตาและปลายจมูกของพี่ และจงอินเพิ่งสังเกตว่าพี่ชายของเขา ตัวเล็กนิดเดียว...สายลมเอื่อยพัดกลิ่นหอมของดอกไม้รวมถึงกลิ่นหญ้าที่ชุ่มฉ่ำน้ำ มันยากที่จะอธิบายยามที่ดวงตากลมโตอยู่เพียงชิดใกล้ และคิมจงอินรู้สึกบ้า..ราวทุกๆอย่างเชื่องช้าราวกับเวลาค่อยๆเดินช้าลง พร้อมกับเสียงที่ดังภายในอกจนชัดเจน จงอินก็แค่ได้ยินเสียของหัวใจตัวเองเต้นแรงผิดปกติไป

 

 

 

 

                “เราจะไปกินอะไรกันดีล่ะ” เป็นเสียงพี่ชายตัวเล็กที่เรียกสติเขากลับคืนมา

 

 

 

                “เดินไปเรื่อยๆ ค่อยคิดก็ได้ครับ

 

 

 

                “อืมจริง นายชอบกินอะไรล่ะ

 

 

 

 

                เขาสองคนเดินไปเรื่อยๆตามเส้นทางทางเท้า ไม่รีบเร่งใดสำหรับการก้าวเดินแค่รองเท้าผ้าใบสองคู่ต่างค่อยๆเดินเคียงข้างกันไปอย่างเงียบๆ แม้ว่ามันไม่จำเป็นต้องพูดมากมายแต่ก็ไม่ได้มีความอึดอัดฟุ้งกระจายอยู่ในความรู้สึก หลายครั้งที่มักมีเสียงหัวเราะของพวกเขาเคล้าคลอในยามสายกับแสงตะวันที่สาดส่องลงมาเป็นฤดูกาลที่น่าชื่นฉ่ำใจตลอดเส้นทางที่ไกลออก

 

 

 

 

                กลิ่นหอมของอาหารอิตาเลี่ยนลอยฟุ้งในอากาศยามเดินผ่าน ถ้าจะคิดถึงราคาของมันแน่นอนว่ามันมันไม่แพงหรอกเพราะว่ามันก็แค่พิซซ่า และเราต่างมีความคิดเป็นความคิดที่ดีกับเมนูโปรดปรานสำหรับพวกเขา น่าแปลกที่ไม่จำเป็นต้องเถียงเมนูที่อยากกินเพราะสุดท้ายแล้วมันก็จบลงได้อย่างง่ายดาย พวกเขาเลือกที่เข้าไปในร้านและเตรียมตัวสั่งเมนูที่ต้องการรวมถึงถามถึงเมนูเครื่องดื่ม

 

 

 

 

                “ผมอยากกินโค้ก” จงอินพูดขึ้นในขณะที่นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับพี่ซึ่งพี่ชายตัวเล็กก็พยักหน้าราวกับเห็นด้วย

 

 

 

 

                “พิซซ่าก็ต้องกินกับโค้กสิ พี่ก็ชอบ

 

 

 

 

                หลังจากคำพูดที่ถูกเอ่ยจบเสียงหัวเราะมันเกิดขึ้นเสมอแม้บทสนทนาอาจจะไม่ได้ดูตลกเท่าไร มันก็แค่มีความสุขเลยอยากหัวเราะ ไม่จำเป็นมีเหตุผลมากมาย หากทุกอย่างในโลกนี้มีเหตุผลไปซะทุกอย่าง คงต้องนั่งหาเหตุผลก็ให้วุ่นและมันคงดูสมบูรณ์เกินไป หากทุกอย่างสมบูรณ์แบบโลกนี้คงขาดสีสันมันคงเหมือนเส้นตรงธรรมดาๆและดูมันไร้รสชาติชะมัด  ไม่นานนักกับการรอยคอยพิซซ่าที่ทั้งคู่สั่งมาอยู่ตรงหน้า ทั้งเขาและพี่คยองซูต่างจัดการมันอย่างหิวโหยไม่จำเป็นต้องมีมารยาทมากนักการกินอย่างไม่ต้องระเบียบมากนักมันทำให้รสชาติอาหารดูอร่อยขึ้นเป็นกองเขารู้สึกแบบนั้น  และเขากับพี่คยองซูก็ทำมัน...ไม่จำเป็นต้องแคร์คนรอบข้างเพราะทุกคนก็ทำแบบนั้นเช่นกัน

 

 

 

 

                ในขณะที่พิซซ่าแสนอร่อยกำลังถูกจัดการจงอินแอบมอง...เขากำลังแอมมองท่าทางการกินของพี่ซึ่งมันก็แค่น่ารัก รวมถึงแก้มของพี่ที่เลอะซอสมะเขือเทศ จงอินได้แต่มองอย่างเงียบๆและคิดในใจว่าทำไมพี่เขาช่างทำอะไรก็ดูน่ารักไปซะหมด

 

 

 

                “พี่ครับ พี่เลอะ

 

 

 

 

                “หืม ตรงไหน

 

 

 

                “ข้างแก้มพี่เลย...ฮ่าๆ” จงอินพูดพร้อมกับเราะเบาๆและเขายืนทิชชู่ให้พี่คยองซูเช็ด มันไม่ใช่ฉากอย่างในละครสักหน่อยที่พระเอกต้องยื่นมือไปเช็ดให้ มันคือเรื่องจริงจะใช้มือเช็ดทำไมมือสะอาดนักหรือไงถึงเอาไปเช็ดถึงจะสะอาดแต่มันก็เสียเวลาเช็ดไปเช็ดมา มันงี่เง่ากับความคิดแบบนั้น และเขาก็ได้แต่ขำกับความคิดตัวเอง ทันใดนั้นเกิดความคิดบางอย่างและจงอินไม่พลาดที่จะพูดขึ้นมา   

 

 

 

 

                “พี่เรามาถ่ายรูปด้วยกันเถอะ

 

 

 

 

                “เอาสิๆ

 

 

 

 

                พวกเขาต่างกระตือรือร้นในการถ่ายรูป เพียงเพราะมันก็แค่เป็นการเก็บความทรงจำเอาไว้ดูในวันที่เราคิดถึงมันก็แค่รูป 1 ใบมันเก็บความทรงจำต่างไว้มากมายไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข จงอินหยิบมือถือขึ้นมาและเข้าแอพพลิเคชั่นกล้องหน้าและเขาเดินไปนั่งข้างๆพี่ และเขาก็แค่ได้กลิ่นหอม...มันไม่ใช่กลิ่นของอาหารในนี้ มันเป็นกลิ่นที่คล้ายๆน้ำยาปรับผ้านุ่มที่แม่ใช้ จงอินชอบและแน่ใจว่ามันน่าจะมาจากพี่...จนเขาอยากจะเอาหัวกดลงไปที่ไหล่พี่เขาเหลือเกิน แต่ก็ทำไม่ได้หรอกมันไม่ใช่เรื่องเลย

 

 

 

 

                “พี่ยิ้มนะ  ผมชอบให้พี่ยิ้ม...

 

 

 

 

                และรูปทั้งคู่ก็ออกมามันมีหลายรูปนับสิบกว่ารูปเลยด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะรูปที่เขาทั้งคู่แอบเอาซอสมาวาดเล่นลงบนจานหรือว่าการเอาทิชชู่มาขยำๆและละเลงมันลงบนจานหลังจากที่ทั้งคู่กินพิซซ่าหมดแล้ว เขาทั้งคู่เล่นเล่นเหมือนเด็กๆโดยที่ไม่ได้สนใจสายตาดุๆของพนักงานที่ส่งมา ยังไงซะ ‘ก็แค่เล่นนิดหน่อยเอง’ หลังโดนสายตาปรามดุมาเสียงหัวเราะของพวกเขาก็แค่ค่อยๆเบาลง แต่มันก็ยังคงมีรอยยิ้มบ้าๆบนใบหน้าของพวกเขากับบรรยากาศที่แสนอบอุ่นในร้านพิซซ่า

 

 

 

 

                “พี่นี่มันบ่ายโมงแล้ว เราใช้เวลาไปนานเลยกับการเล่นซอส..” จงอินพูดพลางอมยิ้ม มันบอกไม่ถูกว่าทำไมเขาถึงสนุกกับการเล่นอะไรแบบนี้ ใบหน้าของพี่เจือไปด้วยสีแดงอ่อนเพราะความขำและจงอินก็แค่พยายามห้ามที่จะไม่มองแก้มของพี่เกินไปมากกว่านั้น

 

 

 

                “มันสนุกนี่  นานแล้วที่ไม่ได้เล่นอะไรแบบนี้  นายเห็นสายตาของพนักงานคนนั้นไหม

 

 

 

                “คนที่ทำหน้าแมวกาฟิวด์...

 

 

 

                “ใช่เลยให้ตายเถอะ ดูพุงของเขาสิ เขาเหมาะกับร้านพิซซ่านี่นะ

 

 

 

                บทสนทนาที่เหมือนเด็กน้อยจบลงด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้ง  แน่นอนว่าพวกเขาล่นอะไรเป็นเด็กไปซะแล้ว  มันไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไรกับการล้อเลียนคนอื่นแบบนั้น  เขารู้ใครจะไปชอบ ‘แต่มันสนุกนี่’ และมื้อนั้นก็จบลงด้วยการหารค่าอาหาร เพราะทั้งคู่ต่างไม่ยอมที่จะให้อีกฝ่ายออกแค่ฝ่ายเดียวหลังจากเถียงกันไปมาราว 2 นาทีได้ หลังจากพวกเขาก็เดินออกมาจากร้านกับแสงแดดยามบ่ายที่รู้สึกว่ามันคงจะแย่มากถ้าต้องไปที่อื่น ไม่มีสถานที่ไหนในความคิดเลยนอกจากว่าพวกเขาต้องการแอร์...

 

 

 

 

                “พี่ไปดูหนังกัน” และจงอินเลือกสถานที่อีกครั้งพลางมองผิวแก้มขาวๆของพี่เริ่มเจือสีแดงอ่อนๆเพราะอากาศที่เริ่มร้อนมากขึ้นกว่าเก่า

 

 

 

 

                “ไปสิ กำลังร้อนแบบนี้เข้าห้างนั้นคือที่สุด”  

 

 

 

 

พี่ใส่นี่ดิ มันร้อน” จงอินยื่นหมวกของเขาให้พี่คยองซูและพี่ชายตัวเล็กก็ไม่ได้ปฏิเสธ พวกเขาไม่อยากจะเสียเวลากับการเถียงกันในที่ร้อนๆแบบนี้รวมถึงการเดินไปที่ป้ายรถเมล์เพื่อการเดินทางที่เร็วขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

 

                “ขอบใจนะ” แม้ว่าจะเป็นน้ำเสียงงึมงำที่ตอบกลับมาแต่จงอินกลับได้ยินชัดเจนเหลือเกิน

 

 

 

 

                และจงอินก็ยังคงเป็นจงอินอยู่วันยันค่ำ เขาเบื่อกับการรอรถเมล์ที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรมันจะมา ผู้คนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ  เขาเริ่มร้อนและกำลังเซ็งแต่ในเวลานั้นลมเย็นๆก็พัดมาที่หน้าของเขา จงอินมองไปที่ต้นเหตุของสายลมนั้นและเขาพบว่าพี่คยองซูยื่นพัดลมตัวเล็กๆขนาดพกพามาที่หน้าของเขา และเขาหายข้องใจแล้วว่าทำไมพี่ต้องพาถุงสีส้มแปร๋นแบบนั้นไปไหนมาไหนด้วย เพราะคยองซูพกบางอย่างที่มันเจ๋งขนาดนี้ไว้สินะ เราต่างสลับกันใช้พัดลมเล็กๆนั้นด้วยกันไม่นาน รถเมล์ก็มาเขาทั้งคู่โชคดีสายนี้คนไม่ค่อยเยอะเท่าไร จึงได้ที่นั่งข้างกับถนนที่ยาวไกลออกไปพร้อมกับสายหูฟังที่จงอินเลือกที่จะยื่นมันให้พี่ชายตัวเล็ก เราต่างแบ่งปันบทเพลงดีๆให้ผ่านตามสาย พร้อมๆกับหัวใจของพวกเขาที่เต้นเป็นจังหวะ

 

 

 

 

                “พี่อยากดูเรื่องไหน” หลังจากที่มาถึงโรงหนังพวกเขายืนมองโปรแกรมที่ฉายอยู่ จงอินถามคนตัวเล็กข้างกายจงอินอยากให้คยองซูเป็นคนเลือก

 

 

 

 

                “เอาเรื่องนี้” หลังว่าจบปลายเล็กๆของพี่ก็ชี้ไปที่หนังเรื่องหนึ่ง และได้แต่พยักหน้าเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญอีกครั้ง ที่เราต่างอยากดูเรื่องเดียวกัน

 

 

 

 

                “เจ๋ง ผมก็อยากดูเรื่องนี้”    

 

 

 

 

 

                เวลาเริ่มหมุนไปเร็วมากขึ้นเมื่อโปรแกรมหนังเริ่มฉาย เราต่างดำดิ่งลงไปจินตนาการที่ผ่านดวงตากับเสียงที่ดังกระหึ่ม แม้ว่าจะมีเพียงแก้วน้ำวางกั้นกลางแต่แน่นอนว่าจงอินกำลังรู้ว่ามันเป็นการดูหนังที่รู้สึกดีแบบแปลกๆ แม้ว่าจะไม่มีการสัมผัสใดมากไปกว่านั้นแต่เขาก็แค่รู้สึกดี หลังจากที่หนังฉายจบผู้คนล้วนออกมาอย่างวุ่นวาย จงอินอยากที่อยู่กับพี่นานกว่านี้ แค่อีกสักนิดก็ยังดี

 

 

 

 

                “พี่มีธุระต่อที่ไหนหรือเปล่า

 

 

 

 

                “ไม่นี่ นายอยากไปที่ไหนต่อหรอ?”

 

 

 

 

                “ผมอยากได้เสื้อ พี่ไปเดินซื้อเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหมครับ

 

 

 

 

                “…”

 

 

 

 

                “ผมหมายถึงเราไปเดินเมียงดงกันไหม?”

 

 

 

 

                “พี่ก็อยากไป...งั้นไปกันเลยไหม

 

 

 

 

 

                ไม่มีการแย้งใดๆเขาทั้งคู่เข้ากันได้ดีเสมอมาตลอดทั้งวัน  มันเป็นอะไรที่ดีกับชีวิตที่เคยน่าเบื่อของจงอิน มันมีความสุขได้ขนาดนี้เลยหรอเขาได้แต่เก็บคำถามนี้เอาไว้ในใจ และทั้งคู่มาถึงแล้วย่านการค้าที่มีผู้คนมากมายยิ่งเย็นมากขึ้นเท่าไรผู้คนก็เริ่มเยอะมากขึ้นเท่านั้น หลายครั้งที่จงอินยอมรับว่าเขาไม่ชอบความวุ่นวายแต่ในครั้งนี้กลับดูแปลกไป เพียงเพราะการอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายทำให้เขาเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

 

 

 

 

 

                เราต่างเดินข้างๆกันอย่างไม่รีบร้อน มองดูร้านรวงต่างๆสองข้างทางพร้อมกับอากาศที่กำลังดี สายลมที่พัดพาไอความร้อนจากไปจนเส้นผมปลิวปรกหน้า แม้ว่าดวงตาที่ไร้การจ้องมองกันพร้อมกับในวินาทีนั้นที่จงอินรวบรวมความกล้า...และปลายนิ้วของเขาจะค่อยๆแตะลงอย่างแผ่วเบาที่มือของพี่...

 

 

 

 

                ในหนึ่งก้าว

 

 

 

                สองก้าว

 

 

 

 

                หรือสามก้าวต่อจากนั้น เราค่อยๆประสานมือกันอย่างเชื่องช้า มันไม่ต้องแน่นมากมายแต่เขารู้สึกดีเพียงเพราะความคิดเล็กๆของเขาที่ว่า ‘เราจะได้ไม่หลงกัน’ ท่ามกลางแสงไฟสีส้มสองข้างทางกับเราสองที่ประสานมือกันและดื่มด่ำไปกับการก้าวเดินตามเส้นทางแม้จะไม่ได้สบตากันเลยก็ตามที ยามที่รองเท้าผ้าใบสองคู่ก้าวเดินหัวไหล่ต่างสัมผัสเพียงพาดผ่านแต่ภายในหัวใจของพวกเขานั้นกลับเต้นรัว   

 

 

 

 

                “พี่หิวไหม

 

 

 

 

                “หิวสิ ของกินข้างทางมันเรียกร้องพี่ชะมัด

 

 

 

 

                “แล้วเราจะรอทำไมละครับ ไปลงมือทำโทษของกินพวกนั้นกันเถอะ

 

 

 

 

                และรอยยิ้มเล็กๆก็มักเกิดขึ้นเสมอสำหรับพวกเขา จงอินและพี่ตัดสินใจกินต๊อกโปกิข้างทางมันทั้งอร่อยและควบคู่ไปกับบทสนทนาที่เป็นไปอย่างธรรมชาติ ตัดกับผลไม้เป็นชิ้นเสียบไม้ในราคา 1500 วอน จวบจนเมนูปิดท้ายด้วยของหวาน สายไหมที่นุ่มละมุนกับสีสีสันน่ากิน พี่เป็นคนถือมันและแบ่งมันให้กับเขา จงอินรู้ดีว่าเขาไม่ค่อยถนัดกับของหวานเท่าไรหากแต่ดวงตากลมโตจ้องมองมาและฝ่ามือที่จับก้านสายไหมฟูๆยื่นให้ จงอินก็คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการลองชิมสักนิด...มันก็เป็นเรื่องที่ดี

 

 

 

 

                “จงอินร้านนี้ๆ” คนตัวเล็กข้างกายสกัดเรียกเขาในขณะที่ดวงตากลมโตจ้องมองร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นภายในย่านนั้น

 

 

 

 

                “เอาสิครับ” และจงอินก็ไม่คิดที่จะแย้งใดๆก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปภายในร้านโทนสีเทาจากผนังปูนเปลือยกับเสียงเพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์เปิดเคล้าคลอ

 

 

 

 

                “ตัวนี้มันเหมาะกับนาย” พี่คยองซูหยิบเสื้อเสื้อเชิ้ตสีดำมาให้เขา ที่กระเป๋ามีดีเทลเล็กน้อย จงอินมองอย่างครุ่นคิดและแน่นอนว่าเขาชอบสีดำซึ่งพี่คยองซูเลือกได้ถูกใจเขาจริงๆ

 

 

 

 

                “ก็ดีนะครับ

 

 

 

 

                “พี่อยากเห็นนายใส่เสื้อเชิ้ต เพราะพี่ชอบเสื้อเชิ้ต ฮ่าๆ

 

 

 

 

                “พี่เลือกของให้คนอื่นโดยเอาความชอบตัวเองเป็นหลักเนี่ยนะ

 

 

 

 

                “แน่นอน เราจะเลือกของสิ่งไหนให้ใครก็ต้องเอาที่เราชอบสิ เพราะมันคือสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดจริงไหมล่ะ

 

 

 

 

                “ครับ ผมไม่เถียงพี่หรอก” จงอินพยักหน้ารับพลางพยายามซ่อนรอยยิ้มใบใบหน้า และหยิบเสื้อมาดูไซส์ก่อนที่จะพูดงึมงำลำคออย่างแผ่วเบาว่า “เพราะผมก็ชอบ

 

 

 

 

                ในเวลานี้มันเป็นเวลาสองทุ่มกับเราต่างมีถุงเสื้อที่หิ้วแกว่งไปมาด้วยปลายนิ้ว จงอินได้แต่คิดว่าเขาไม่อยากจะให้เวลาในตอนนี้สิ้นสุดลงไป แต่ก็ต้องตัดใจเพราะคิดว่าตั้งแต่เช้าแล้วที่พวกเขาออกมาจากบ้าน และยังซะมันก็ต้องมีหนทางมากกว่านี้อีกแน่ที่เขาจะได้พบเจอพี่อีกครั้ง เราต่างเดินมาสุดเส้นทางของย่านการค้าและเราต่างยืนข้างๆกันท่ามกลางความเงียบแม้ว่าจะเสียงรถและผู้คนที่ยังคงเดินขวักไขว่

 

 

 

 

                “พี่...ให้ผมไปส่งไหม

 

 

 

 

 

                “ไม่ต้องหรอกพี่โตแล้วนะ

 

 

 

 

                “ถึงพี่โตแล้ว แต่ก็ตัวเล็กนิดเดียว” ในขณะที่จงอินพูดเขาหันไปทางพี่ที่ยืนข้างๆเขาและดวงตากลมโตก็ดูโตมากกว่าเก่า แน่นอนว่าเขากำลังแหย่พี่ชายตัวเล็กไปซะแล้ว

 

 

 

 

                “นี่นายว่าพี่เตี้ยหรอจงอิน

 

 

 

 

                “เปล่านะ ฮึฮึ ผมยังไม่ได้พูดคำนั้นเลยนะ...ผมแค่บอกว่าพี่ตัวเล็กและมันอาจจะอันตรายถ้าพี่กลับคนเดียว

 

 

 

 

                “พี่กลับได้เถอะ  นายก็ควรกลับเพราะพ่อแม่นายอาจจะรออยู่นะเราแยกกันตรงนี้ก็ได้”      

 

 

 

      

“....”

 

 

 

 

                “บ้านเราอยู่คนละทาง นายไปนั้นส่วนพี่ไปทางนี้

 

 

 

 

 

                “งั้นก็ได้ครับ ถ้าพี่ถึงแล้วบอกผมนะ

 

 

 

 

                จงอินก็แค่ไม่อยากดื้อรั้นเพราะเขากลัวว่าเดี๋ยวจะดึกไปกันใหญ่ ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่ตัดสินใจแยกเดินกันไปคนละทาง  รองเท้าผ้าใบต่างหมุนแยกกันไปและค่อยๆห่างไกลออกไปอย่างเชื่องช้า ทีละก้าว ทีละก้าว จากดวงตาที่จ้องมองกันและกันกลายเป็นแผ่นหลังที่หันเข้าหากันแทน ท่ามกลางแสงไฟสีส้มอ่อนๆสองข้างทางเสียงของรถราที่ยังขับเคลื่อนไปบนถนน เสียงของผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา แต่มันไม่มีใครรู้ได้เลยว่าภายในหัวใจของพวกเขาค่อยๆลอยขึ้นไปไกล บนท้องฟ้ากว้างใหญ่กับดวงดาวนับล้าน

 

 

 

 

                มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่คลาดเคลื่อนอย่างน่าประหลาดกับเข็มวินาทีใจกลางแกนโลกของความบังเอิญ เราต่างก็แค่อยากที่จะสบตากันอีกครั้ง ราวกับย้ำเตือนว่ากับระยะเวลาที่ผ่านมามันไม่ใช่ความเพ้อฝัน

 

 

 

 

 

                มอบรอยยิ้มบอกลาให้กันอีกหน และย้ำว่ารอยยิ้มที่ได้จ้องมองตลอดวันเป็นเรื่องจริง

 

 

 

 

 

                แต่มันก็เป็นแค่เพียงความคลาดเคลื่อน...แค่ความคลาดเคลื่อนทางเวลา เมื่อดวงตาคมเข้มหันกลับมาจ้องมองแผ่นหลังเล็กๆของพี่ค่อยๆไกลออกไป ก่อนที่เขาจะตัดใจว่า อีกไม่นานเราจะได้พบกันอีกครั้ง

 

 

 

 

                แต่มันก็เป็นเพียงความคลาดเคลื่อน...เมื่อคนดวงตาคมเข้มหันหลังกลับและก้าวเดินต่อ ดวงตากลมโตของผู้เป็นพี่ก็ค่อยๆหันกลับมาจ้องมองแผ่นหลังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์...

 

 

 

 

                และเราต่างเฝ้าภาวนาเพียงในใจเงียบๆว่าการสบตากันอีกครั้ง...มันคงไม่ไกลจากนี้

 

 

 

 

                บนคำว่าความสุขที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของคำว่าฉาบฉวย จงอินปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขามักจะมีรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอ เราต่างใช้เวลาที่เคยน่าเบื่อไปด้วยกันกับ 24 ชั่วโมงสำหรับเราต่างถูกหารกันอย่างเชื่องช้า ทั้งรอยยิ้มและความสุขปรากฏขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด รวมถึงการกระทำที่จงอินยังคงไม่เอ่ยปากถึง

 

 

 

 

                หมวกที่เขาให้พี่ได้สวมใส่...จงอินไม่ได้ทวงมันคืนหรืออย่างไร เพียงเพราะเขาตั้งใจ...จงอินก็แค่ตั้งใจที่จะได้เป็นข้ออ้างในการได้เจอพี่อีกสักครั้ง

 

 

 

 

                การจมอยู่ในห้วงความคิดไม่รู้ว่ามันหยุดที่หน้าบ้านตั้งแต่เมื่อไร ความเงียบกับแสงดาวที่มองเห็นได้จากสถานที่ห่างไกลความแออัด สองมือล้วงกระเป๋าพลางมองท้องฟ้าก่อนที่จะละสายตาลงมามองที่แปลงดอกไม้ของป้าข้างบ้าน หลายครั้งที่จงอินไม่เคยจะใส่มัน แต่ในครั้งนี้นั้น จงอินก็แค่มองว่า

 

 

 

 

                ก็น่ารักดี

  

 

 

 





 #ลอลkaido

เราต่างมีคนสำคัญในโลกออนไลน์ ที่เข้ามากลายส่วนหนึ่งในชีวิตของเราไปแล้วจริงๆ


150912. 

วันที่โลกเหวี่ยงความมึนงงเข้ามา ทั้งเคว้งขว้างและสนิทยาเม็ดเล็กๆกับหมอนใบใหญ่...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

543 ความคิดเห็น

  1. #532 eegeeg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 21:42
    ชอบบบบบบบบ
    #532
    0
  2. #521 numewy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 12:18
    ฮื่ออ....ฟิน อ่านลื่นไหลมากกกเบย
    #521
    0
  3. #514 CBHHKDss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 01:29
    บ้าบอออ เขินจริงๆเลยย
    #514
    0
  4. #495 viewvy_tangmo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 18:50
    จงอินน่ารัก คยองซูดูน่าทนุถนอม
    ถนอมไว้นะจงอิน
    #495
    0
  5. #478 Always.HunHan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2558 / 09:16
    ฟินนนน โลกนี้มีเพียงเราสองงง*/////*
    #478
    0
  6. #457 MY_GALAXY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 00:12
    โอ้ยยยยยยชอบบบบบบบบบ. คือนางน่ารักอ่ะ คือออตูววววฟินนนนนนนอ่ะงื้อออออ กัมจงงงงงอ่าาาาาา!!!!!! ><
    #457
    0
  7. #449 bimbibab (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 22:04
    จงอินเนียนชวนพี่เขาเดทป่ะเนี่ย เดี๋ยวชวนไปหาของกิน แล้วชวนไปดูหนัง ชวนไปซื้อเสื้อแล้วก็วนมากินอีกรอบ 555
    #449
    0
  8. #430 Hztp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 18:53
    งื้ออออออออออออเขินอ่ะ ไวไฟมากจงอิน
    แค่วันแรกก็จับมือกันแล้ววว
    #430
    0
  9. #419 freedomandpeace (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 17:41
    อ้ากกกกก เขินนนนนตอนจูบนี่เขินมากกกก รู้สึกตัวลอยๆจริงๆนะฮื้อออออ;_;
    #419
    0
  10. #408 ~*Pe@cH_m@pLe$*~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กันยายน 2557 / 16:10
    ชอบมากเลยยยยยย แต่งได้มากมากเราชอบสุดสุด เป็นกำลังใจให้แต่งเรื่องอื่นต่อๆไปน้า จริงๆเรื่องอื่นเราก้อ่านอยุ่ ชอบภาษาแบบนี้ชะมัดเลยยยยย
    #408
    0
  11. #401 ดโยดีโอ,,(ಠ_ಠ ) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 14:53
    โอยยยย ทำไมมันละมุนงี้
    #401
    0
  12. #398 ULTRAMAN ต่างดาว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 19:48
    อร้ายยยยยยยย
    กระถางต้นไม้หรือพี่คยองกันแน่ที่ น่ารัก 555555555555555555555555
    #398
    0
  13. #382 omoeme_fern (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 02:41
    ถ้าเปิดใจกก็จะได้รับรู้สิ่งใหม่ๆยังไงล่ะจงอิน
    อย่าที่นายมองต้นไม้พวกนันสวย เพราะนายกำลังมีความรู้สึกใหม่ๆน่ะสิ
    ละมุนมากกกก หวานมากก น่ารักมากมากกกกกกก
    #382
    0
  14. #363 viewvy_tangmo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 22:54
    อะไรหรือใครกันแน่คะที่น่ารัก ฮ้า จงอิน
    เจอกันวันเดียว ทำฉันเขินไปหมดเลอออ
    #363
    0
  15. #341 คายอง นัมจา~ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 22:05
    พอมีคยองโลกนายสดใสเลยน่ะจงอิน
    #341
    0
  16. #317 t-t-thn56 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 22:00
    น่ารักๆค่อยเป็นค่อยไป~~~ *^*
    #317
    0
  17. #305 mew2233 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 19:12
    โอ๊ยเขินนนน น่ารักไปแล้ววว >////< ฟินมากกกก
    #305
    0
  18. #291 bee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2557 / 07:20
    แหมม ก้คนมันมีความรักอ่ะ

    มองอะไรๆก้มีแต่สีชมพู เขินนนน >
    #291
    0
  19. #270 Laz.t (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 03:05
    ฟินและตายอย่างสงบ แอ่ก ไม่ได้ยิ้มเพราะอ่านนิยายแบบนี้มานานแล้ว ยิ้มได้จนจบตอนจริงๆ :)
    #270
    0
  20. #250 Rain Falls (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 16:05
    ย้าาา น่ารัก !!!
    #250
    0
  21. #231 mybr2th (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 19:01
    จูบแล้ว ;///////; ฮือ เขินไม่ไหวแล้ว
    #231
    0
  22. #205 fernyim.sw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 17:40
    5555ช่วงอินเลิฟอะไรมันก็น่ารักไปหมด ขออย่าให้อะไรมาทำให้ไม่แฮปปี้เรยย ~ ^.^
    #205
    0
  23. #204 fernyim.sw (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 17:37
    5555ช่วงอินเลิฟอะไรมันก็น่ารักไปหมด ขออย่าให้อะไรมาทำให้ไม่แฮปปี้เรยย ~ ^.^
    #204
    0
  24. #132 HD"z Mild Leola (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 22:49
    คือตอนต่อไปคงไม่มีอะไร 'เซอร์ไพร์ส' แบบที่จะทำให้ไม่จบแบบแฮปปิลี่เอเวอร์อาฟเตอร์ใช่มะ โฮรรรรรรรรรรรรรรรรรรรรร
    #132
    0
  25. #124 My Angle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กันยายน 2556 / 21:08
    แอบฟินเล็กๆ>///<
    #124
    0