LOVE ONLINE (KAIDO) | REWRITE END.

ตอนที่ 3 : LOVE ONLINE : 02 rewrite

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,715
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    29 ส.ค. 58

2.

สถานะ : online






 

เราต่างมีชีวิตที่เอื่อยเฉื่อยไปบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันดี

 




            ภายในสวนสาธารณะที่เงียบสงบกับสายลมแผ่วเบาช่วยพัดพาความเหนื่อยล้ามาทั้งวันให้รู้สึกผ่อนคลาย แสงแดดอ่อนๆยามเย็นผ่านต้นโอ๊คใหญ่และต้นหญ้าในพื้นที่นี้มันให้จิตใจสงบขึ้นและคยองซูรู้ก็แค่สึกชอบมัน ในวันนี้อาจารย์เลิกคลาสเร็วจากปกติซึ่งก็แลกกับงานมาหนึ่งชิ้นที่เขาต้องทำส่งในอีกสองวันถัดไป แต่เขาก็แค่ยังไม่อยากจะทำมันในตอนนี้และก็ยังไม่อยากกลับห้องในวันที่อากาศดีแบบนี้ เมื่อต้องนึกถึงห้องสี่เหลี่ยมกับเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่ไม่มากมายนัก หากกลับไปก็มีแต่ความเงียบ แน่นอนว่าเขาอยู่คนเดียว กับการอยู่คนเดียวมันก็แค่ทำให้รู้สึกเหงา มันไม่มีมีอะไรทำไปมากกว่ากิจกรรมเดิมๆซึ่งดูน่าเบื่อมากเหมือนกัน





            ชีวิตเด็กต่างจังหวัดที่เข้ามาเรียนในโซลเมืองใหญ่ท่ามกลางผู้คนมากมายที่ไม่รู้จัก ต่างคนต่างรีบเร่ง ใช้เวลาให้คุ้มค่า ทุกๆนาทีมีค่าจนคนมากมายลืมสิ่งสำคัญของชีวิตไป นั่นคือการปลดปล่อยอารมณ์ตัวเองให้ผ่อนคลาย และอยู่กับตัวเองบ้าง หลายครั้งที่คยองซูชอบการนั่งปลดปล่อยความคิดในสวนสาธารณะแห่งนี้ เหม่อมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนแปลงสีสันไปตลอดเวลา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขารู้สึกชอบมันมาก คยองซูชอบความสงบเงียบแบบนี้





            การสูดหายใจเข้าไปในปอดลึกๆมันทำให้รู้สึกสดชื่น และรู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดในบทเรียนที่ยากพอตัว  ชีวิตเด็กมหาลัยฯที่หลายคนอาจจะดูว่ามันสบายกว่าสมันมัธยมเป็นไหนๆ เขาอยากเถียงขาดใจว่ามันเป็นความคิดแบบผิดๆ เมื่อเราต่างเติบโตสิ่งที่พบเจอล้วนกว้างใหญ่มากขึ้น และในหลายๆครั้งที่ทำให้เราสึกว่ามันไม่ง่ายเลยกับการยืนบนโลกกว้างๆใบนี้ เพียงแต่สุดท้ายแล้วเขาก็แค่คิดว่าในตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในห้องเรียน เขาไม่ได้อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ในตอนนี้คยองซูแค่อยู่กับธรรมชาติและเขาคิดว่าจะเครียดไปทำไมในเมื่อตอนนี้ เขาก็แค่ควรที่จะผ่อนคลาย





            สุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ขนยาวมันกำลังวิ่งคาบลูกบอลอย่างสนุกสนาน มันวิ่งผ่านเขาไปพร้อมเสียงเห่า และมันก็เรียกรอยยิ้มจากริมฝีปากของเขาได้ไม่ยากเลย  ดวงตากลมโตมองไปรอบๆ เขาสะดุดตากับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ม้านั่งที่อยู่ตรงข้าม แม้ว่ามันจะไกลเพียงเพราะมีลานน้ำพุตรงกลางกั้นระหว่างพวกเขา แต่คยองซูก็พอสังเกตได้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นกำลัง หลับ...หรือเปล่า เป็นเพียงความคิดตลกเล่นๆของเขา กับท่าทางที่ดูเหมือนง่วงนอนตลอดเวลาและดู แปลกคน ในคำนิยามแบบนั้น คยองซูก็แค่คิดแบบนั้นเมื่อเขาสังเกตจากสีหน้าที่ดูเหมือนจะมองสุนัขขนปุกปุยด้วยแววตาประหลาด ทั้งชื่นหมดหรือแม้แต่ดูกรนด่าภายในใจ  





 

            จวบจนแสงอาทิตย์สุดท้ายของวันค่อยๆลาลับขอบฟ้า และผู้คนเริ่มบางตามากขึ้นทุกที ความเงียบสงบถูกครอบคลุมไปทั่วทุกพื้นที่และมันเป็นเหตุผลที่ว่า คยองซูควรที่จะกลับห้องได้แล้ว อาหารเย็นยอดฮิตของชีวิตเด็กมหาลัยฯตัวคนเดียว รามยอน มันเป็นคำตอบสุดท้ายแม้ว่ามันดูสิ้นคิดไปบ้างแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายามหิวหรือคิดอะไรไม่ออก มันกลับเป็นเมนูที่อร่อยที่สุดในโลก คยองซูจัดการนำมันใส่หม้อและรอให้สุก ไอร้อนกับกลิ่นหอมบ่งบอกว่ามันได้ที่ แม้จะกินบ่อยแค่ไหนแต่มันก็อร่อยเสมอในต่อมรับรสของเขา  ไม่รู้ว่าเพราะผงชูรสรึป่าวที่ทำให้ต่อมรับรสเขาเสื่อม แต่ช่างมันเถอะคิดมากไปทำไมชีวิตคนเรา เกิดมาครั้งเดียวก็ใช้ให้คุ้มซะสิ คยองซูก็แค่คิดแบบนั้น





            มื้อค่ำผ่านไปอย่างเงียบๆเช่นเคยภายในห้องเล็กๆของเขา คยองซูจัดการทำธุระส่วนตัวเช่นเดิม ด้วยการสวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นมันเป็นชุดเก่งยามอยู่ห้องเสมอ ถึงแม้ว่าการไปมหาลัยฯแค่แต่งตัวถูกระเบียบแต่เวลาอยู่ห้องเขาขอสบายๆ ใช่ว่าชีวิตของเขาจะตามระเบียบไปซะหมด เขาเคยตอบคำถามของเพื่อนร่วมคลาสที่ถามคำถามประหลาดออกมาว่า เคยแหกกฎบ้างหรือเปล่า ติดกระดุมเสื้อถึงคอขนาดนั้น เสื้อไม่มีรอบยับเลยเขาอยากที่จะพูดตอบกลับไปว่า คำถามสิ้นคิดสิ้นดีหรือไม่ก็ ไม่รู้ว่านายเปลี่ยนจากมัทฑนากรเป็นนักขาวชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านตั้งแต่เมื่อไรกัน?” มันคงตลกเป็นบ้าแต่ให้ตายเถอะพราะสุดท้ายแล้วเขาก็ไม่แบบนั้น คยองซูชอบอยู่ในวิถีความขี้ขลาด และเขาชอบที่จะยิ้มกลับไป มันไม่มีคำพูดใดจากปากของเขา





            คยองซูไม่ใช่พวกชอบเข้าสังคมมากมายเท่าไรนัก แต่รอบกายเขาก็มีเพื่อนมากมาย อาจจะเพราะเขาอาจจะรู้จักยิ้มทักทายให้กับคนอื่นๆเขาเลยมีเพื่อนเยอะแต่แน่นอนที่สุดถึงแม้จะมีเพื่อนมากมาย ก็รู้จักแค่เพียงผิวเผิน  คนที่เข้ามาบางคนก็หวังประโยชน์บ้างก็จริงใจ อาจเพราะสังคมยิ่งกว้างมากเท่าไร คนมากมายก็หลากหลายความคิดก็ยิ่งมากเท่านั้น





            คยองซูยอมรับในหนึ่งข้อว่าเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเขามีคนๆหนึ่งเข้ามาในชีวิต หรืออาจจะเข้าข่ายที่เรียกว่า คนกวนประสาท และคนๆนั้นคือ คิมจงอิน เด็กหนุ่มมัธยมปลายที่ทำให้เขายิ้มได้ในทุกๆวัน เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจงอินทำให้เขารู้สึกว่าอารมณ์ดีมากแค่ไหน หลากหลายเรื่องราวที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยน  ถึงแม้ว่าการเริ่มต้นสำหรับพวกเขานั้นจะดูแปลกประหลาด การรู้จักและพูดคุยผ่านทางตัวอักษรในโลกโซเชียลเป็นเรื่องที่ดูซับซ้อน หลายครั้งที่ต้องชั่งใจและคิดถึงผลที่ตามมาเสมอ หากสิ่งที่เขาต้องการให้ไป 100 แน่นอนคยองซูต้องเซฟตัวเองเป็น 50 แต่เขาคิดว่าสำหรับจงอินมันมีอะไรที่ดูจะเข้ากันได้ดีมากกว่านั้น แน่นอนว่าเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ คยองซูเคยคิดว่ามันเพี้ยนและเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ เขาเคยบอกแบคฮยอนที่แนะนำเขามาเล่นด้วยคำพูดที่ว่า  บ้าหรือเปล่า เวลามากมายเอามานั่งจดจ่อหน้าคอมนั้นหน่ะ ไร้สาระ... เขาเคยคิดแบบนั้น แต่ตอนนี้ความคิดนั้นของเขาเปลี่ยนไป คยองซูเปลี่ยนไปในคำพูดที่เขาล้นเคยบ่นกับแบคฮยอนเพียงเพราะเขาก็แค่กำลังเสพติดการคุยกับคิมจงอิน





            อยากจะรู้จักให้มากขึ้น 




            อยากพูดคุยให้มากขึ้น




            มันเป็นสิ่งที่เขารู้สึกเพิ่มขึ้นได้ในทุกๆวัน




            กับความรู้สึกทั้งหมดคยองซูล้วนปฏิเสธมันไม่ได้เลยจริงๆพร้อมกับยามระบบถูกออนไลน์ได้เริ่มขึ้น เสียงแจ้งเตือนมักดังขึ้นหลังจากนั้นไม่กี่นาที

 




            กัมจง says :  สวัสดีครับพี่





            ในวันนี้ก็เช่นกัน จงอินทักเขาก่อนเสมอและมันก็ยากที่จะทำให้คยองซูไม่คิดเข้าข้างตัวเอง  คนที่ทักเราก่อนเสมอในทุกๆครั้ง แสดงว่าเขาคิดถึงเรา  แต่ถ้าวันไหน เขารอให้เราทักก่อน แสดงว่าเขาอยากให้เราคิดถึงเขาเหมือนกันใช่ไหม..คยองซูเคยอ่านคำพูดเชยๆพวกนี้ แต่ในนี้ตอนนี้มันเหมือนว่าหลายๆอย่างที่เขาพูดไปล้วนเป็นการกลืนน้ำลายตัวเองทั้งสิ้น แน่นอนว่าคยองซูกำลังคิดบ้าๆ หรือว่าเขากำลังเป็นบ้าไปแล้วในตอนนี้

 




            D-DO says : “วันนี้พี่ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะมาด้วยละ” 





            กัมจง says :  “จริงดิพี่ ผมก็ไปมา ㅎㅎ




            D-DO says : “จริง? เจ๋งดีนะ





            กัมจง says :  “พี่ครับ พี่เชื่อในเรื่องพรหมลิขิตที่ทำให้คนเรารักกันหรือเปล่า




            D-DO says : “ก็...เชื่อมั้ง ทำไมหรอ?”





            กัมจง says :  “ผมก็แค่ถาม...แต่ไม่แน่พี่อาจจะเป็นพรหมลิขิตของผมก็ได้นะ ㅋㅋ  





            เขินนั้นเป็นความรู้สึกแรกที่เขารู้สึกในตอนนี้ คยองซูกำลังเป็นคนบ้าไปแล้วแน่ๆ ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวจนอดไม่ได้ที่ยกมือมาปิดที่ใบหน้า มันก็แค่ตัวอักษรทำไมมันมีอิทธิพลต่อคยองซูมากมายขนาดนี้





            D-DO says : “นี่นายเสี่ยวขึ้นทุกวันนะจงอิน” 





            กัมจง says :  “บางทีชีวิตมันก็เครียด เกรียนๆบ้างมันก็ดีไม่ใช่หรอครับ ㅋㅋ*-* ”   

 




            และนั่นสิ มันก็จริงอย่างที่จงอินว่า เขารู้สึกขำกับความคิดตัวเองในตอนแรก คยองซูก็แค่คนเพี้ยนกับความรู้สึกที่มันมากเกินไป...พวกเขาคุยกันได้ไม่นานนัก ต่อจากนั้นก็ต้องออฟไลน์  เพราะเราต่างรู้ดีว่าในวันพรุ่งนี้เรายังมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ พวกเขาทั้งสองไม่มีใครรู้เลยว่าการพูดคุยกันแทบทุกวัน แลกเปลี่ยนความคิดหรือเรื่องราวมากมายถูกถ่ายทอดออกมาผ่านตัวอักษรในโลกออนไลน์ มันจะทำให้เขาทั้งสองมีความรู้สึกดีๆให้กันในรูปแบบไหน มันเป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่ หรือหลายๆอย่างที่อธิบายไม่ได้ ถึงแม้ว่ามันจะแค่ตัวอักษรที่พิมพ์แต่ในอารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นมันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าล้วนมีความจริงที่ถูกถ่ายทอดออกไปในทุกๆวัน

 




..................................................

 

 




            พี่หายไปไหน...  มันเป็นสิ่งที่จงอินคิดซ้ำๆอย่างนั้นในตลอดเวลาหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คยองซูหายไป พี่หายไปจากสาระบบในชีวิตของคิมจงอินเกือบ 2 เดือนแล้ว ที่พี่เขาหายไปอย่างไม่มีข้อความใดพิมพ์ทิ้งไว้ หรือแม้แต่อะไรก็ได้ที่มันจะทำให้จงอินไม่รู้เป็นบ้าแบบนี้ ช่วงแรกเขารู้สึกเหมือนเด็กติดเกม กระวนกระวาย ได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่คำอธิบายในความรู้สึกนั้น ทำไมอยู่ๆพี่เขาหายไปแบบไม่บอกกล่าว จากหลายวันเป็นสัปดาห์จากสัปดาห์กลายเป็นเดือน และจงอินได้ค้นพบว่าเขาก็แค่ต้องปรับตัว วันเวลามันทำให้คนเราปรับตัวได้เสมอ มนุษย์เรามีความสามารถด้านนี้ดีพอดีตัวเพื่อจะไม่ให้ตัวเองเจ็บปวด





            แต่ถึงยังไงซะภายในหัวของเขามันก็มีแค่คำว่า พี่ร้ายกาจ คยองซูร้ายกาจตรงที่พี่ทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงกระวนกระวายหรือแม้แต่ คิดถึง....และพี่ก็หายไปแบบนี้ จงอินไม่รู้ว่าควรจัดความรู้สึกในตอนนี้ยังไงดี รวมถึงมีความคิดปลอบใจบ้าๆเช่นหน้าก็ยังไม่เคยเห็นจะแคร์อะไรมากมาย และสุดท้ายชีวิตเขาก็แค่ยังดำเนินต่อไป รองเท้าผ้าใบคู่เก่งกับสองขาของเขาก้าวเดินอย่างไร้จุดหมาย แม้ว่ามันอาจจะเป็นความว่างเปล่าที่ไม่มีทิศทางสักเท่าไรนัก แต่เมื่อเขากลิ่นหอมอ่อนๆที่ลอยมาตามสายลม มันเป็นสิ่งเรียกความสนใจจากเขาได้ไม่ยากจนต้องหยุดเดินและมองหาที่มาทันใดนั้นเองที่ดวงตาคมเข้มได้มองที่หัวมุมถนนด้านหน้าเขาพบว่ามันเป็นร้านกาแฟเล็กๆ มันทั้งสงบเงียบรวมถึงกลิ่นหอมของมันดึงดูดให้เขาอยากจะเข้าไปลิ้มลอง จงอินชอบที่จะหลีกหนีความวุ่นวายและที่นี่ก็ตอบโจทย์เขาได้มากเลยทีเดียว





            เมื่อเสียงกระดิ่งที่ประตูดังขึ้น ดวงตาคมเข้มกวาดมองไปทั่วร้านและคำว่า เจ๋ง เป็นความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัว บนพื้นและผนังถูกฉาบด้วยปูนเปลือยไร้สีสันใดนอกจากกรอบรูปบนผนังเคล้าคลอกลิ่นของกาแฟฟุ้งอย่างน่าหลงใหล มีจักรยานสีดำสนิทแบบคลาสสิคอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน เครื่องเสียงแบบโบราณกับโซนแผ่นเสียงถูกวางใกล้ๆกัน  ช่อดอกลินลี่สีขาวกับต้นเปเปอร์โรเมียถูกจัดตกแต่งกับโต๊ะไม้ภายในอาคารไม่กี่โต๊ะลงตัวในแบบที่จงอินก็ตอบไม่ถูกนอกจากคำว่าเขาชอบมัน





            “ช็อกโกแลตเย็นหนึ่งแก้วครับจงอินเดินไปสั่งและเขายืนรอสักครู่  จงอินกำลังคิดว่าควรทำงานซะเลยหรือว่ารอไปทำที่อื่นดีแต่ก็ไม่ ในเมื่อมันมีโอกาสเขาก็ไม่พลาดที่จะทำมันซะ เขาควักแบบสอบถามสำรวจความคิดเห็นมา 1 แผ่นให้เจ้าของร้านซึ่งคนริมฝีปากสีเชอร์รี่ก็มีรอยยิ้มอย่างงดงามมาให้





            “ขอโทษนะครับ รบกวนช่วยกรอกแบบสอบถามให้ผมทีได้ไหมครับผมต้องส่งอาจารย์หน่ะงี่เง่าสิ้นดีจงอินได้แต่คิด เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้กับการที่จะต้องเข้าหาคนอื่นในทุกๆครั้ง การจะจบมัธยมปลายมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้ว่าแบบสอบถามที่ถูกทำการขีดเขียนลงไปและถูกยื่นกลับมาพร้อมกับช็อกโกแลต 1 แก้วถูกยื่นมาให้ เขาควักจ่ายเงินจากกระเป๋ากางเกงจ่ายเงินและหามุมเหมาะๆสักที่ในร้าน





            “ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับโต๊ะมันเต็มหมดแล้ว ”    เสียงทักทายขออนุญาตพร้อมรอยยิ้มรูปหัวใจ  ดวงตากลมโตกับชุดนิสิตถูกระเบียบเช่นเคย  แน่นอนว่าเขาจำได้...จงอินจำได้คนที่สวนสาธารณะในวันนั้น





            “ถ้าผมให้พี่นั่ง  พี่ทำแบบสอบถามให้ผมได้หรือเปล่า”   จงอินกำลังมีความคิดว่าเขาอยากให้งานเสร็จเร็วๆ กับงานงี่เง่านี้แม้ว่าเขาไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้าและไม่ชินกับการทักทายใครก่อนแต่ครั้งนี้เขาคิดว่าควรที่จะทำ





            “หืม? ได้สิ และ...ขอบใจนะที่ให้นั่งด้วยคน”   คนดวงตากลมโตตรงหน้าบอกกับเขาพร้อมกัยรอยยิ้มรูปหัวใจถูกส่งมาให้อีกครั้ง





            ยิ้มพร่ำเพื่อจริงๆ คนอะไร จงอินคิดในใจ ไม่ใช่เขาไม่ชอบ เขาชอบรอยยิ้มนั้น มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่นแบบแปลกๆอย่างที่หาคำตอบไม่ได้ และเขาก็แค่คิดว่าเที่ยวยิ้มแบบนี้ให้ใครบ่อยๆไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่ามันน่ารัก... ก่อนที่ความคิดของเขาจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านั้น แบบสอบถามถูกยื่นให้คนตรงหน้าและทุกๆอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ เกิดความเงียบระหว่างพวกเขาในขณะที่แบบสอบถามถูกยื่นกลับคืนมาหลังจากคนตรงหน้าขีดเขียนมันลงไปพร้อมรอยยิ้มพร่ำเพื่ออย่างที่จงอินไม่ค่อยชอบใจเท่าไรนักแต่เมื่อเมื่อรอยยิ้มนั้นถูกมอบให้เขา จงอินแทบไม่มีความคิดใดๆหลังจากนั้น เขาไม่รู้มันนานเท่าไรสำหรับพวกเขาที่ใช้ความเงียบไปด้วยกันแบบนี้ ไม่มีความอึดอัด กับเสียงเพลงที่ดังคลอเบาๆ แม้ว่าคนนานเท่าไรสองต่างตกอยู่ในความคิดของตัวเอง จากที่เคยติว่าคนดวงตากลมโตจะทำตัวระเบียบจัดหรือว่าเนิร์ดจนน่าอึดอัด ในตอนนี้เขาคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่

 





เพราะในตอนนี้เขาก็แค่รู้สึก..จงอินก็แค่รู้สึกสบายใจ...   

   




            เวลาดำเนินไปเรื่อยๆอย่างเชื่องช้า กับกาแฟของคนตรงหน้าและแก้วช็อกโกแลตของเขามันพร่องหมดไปแล้ว จงอินเหลือบมองคนตรงข้ามบ้างเป็นบางครั้งท่ามกลางความเงียบ เขาปฏิเสธไม่ได้ว่าการแอบมองมันกำลังเป็นสิ่งที่เขาทำมันในทุกๆ 5 นาที แต่ก็แค่ต้องตัดใจเพราะมันก็ถึงเวลาที่เขาต้องกลับบ้านหลัง เขาไม่ได้บอกลาคนตรงหน้า และเลือกที่จะลุกออกจากที่นั่งไปอย่างเงียบๆเพียงเพราะเขาเห็นคนดวงตากลมโตกำลังมีสมาธิกับการขีดเขียนราวกับกำลังด่ำดิ่งลงไปในกระดาษแผ่นนั้น ดูเหมือนคนดวงตากลมโตของเขา วาดรูปได้น่ารักเลยทีเดียว





            จงอินเดินกลับบ้านด้วยความรู้สึกสดชื่น  ไม่รู้ว่าเพราะคาเฟอีนที่มันเข้าไปในกระแสเลือดหรือเพราะรอยยิ้มของพี่คนนั้น แต่มาคิดๆดูแล้วช็อกโกแลตไม่น่าจะมีคาเฟอีน...หรือว่าช็อกโกแลตสมัยนี้มันกินแล้วส่งผลต่อหัวใจที่กำลังเต้นแปลกๆ เมื่อนึกแล้วก็ขำตัวเอง สองขาเดินไปเรื่อยๆและคิดอะไรเพลิน จับกระเป๋านักเรียนที่ไม่ได้หนักเขาแกว่งมันเล่นเบาๆสลับกับยกพาดบ่าจนสุดท้ายก็มาถึงหน้าบ้าน ป้าข้างบ้านมาทำอะไรที่บ้านเขาอีก.... คุณป้าข้างบ้านกำลังยืนคุยกับแม่ของเขา





            “สวัสดีครับแม่ สวัสดีครับป้าคิมจงอินโค้งทักทายพร้อมหลบเข้าบ้านไป พลางเดินเข้าไปหาอะไรกินในครัว แว่วบทสนทนาของผู้หญิงสองคนดังขึ้นเป็นระยะ แต่เขาไม่เข้าใจมันหรอกเพราะสำหรับบทสนทนาของผู้หญิง เป็นเรื่องราวที่ผู้ชายอย่างเขายากที่จะเข้าถึง....   

 




.................................................

 





            เขาไม่ได้อยากหายไปเงียบๆแบบนี้เลยสักนิด แต่งานที่มหาลัยฯวุ่นวายและคยองซูยอมรับเลยว่าไม่ชอบมันเลย ออกแนวหงุดหงิดใจรวมถึงมันวุ่นวายเกินไปกับงานรับน้อง และเขาไม่มีเวลาได้คุยกับจงอิน  ช่วงแรกที่ไม่ได้คุยกับจงอินบอกตามตรงเขาโคตรจะประสาทเสีย เคร่งเครียดกับงานต่างๆ สรรหาของที่เพื่อนต้องการ และสุดท้ายก็ต้องไประบายกับเพื่อนใหม่ที่ชื่อว่าเบียร์ ของเหลวในกระป๋องแช่เย็น  เขามักดื่มมันวันละ 2 กระป๋อง และมันไม่มีเหตุผลสำหรับการดื่มมากมากเท่าไรนัก สำหรับสถาปัตย์ถ้าพูดถึงคณะนี้ใครหลายคนคงมองว่าเป็นพวกติสต์แตก การแต่งตัวแปลกแหวกแนวแสดงความเป็นตัวตน คยองซูก็เลือกที่จะแตกต่าง สไตล์เขาจึงเป็นเฉกเช่นที่ใครๆก็รู้  





            “เอาน้ำให้พี่ที่น่ารักๆแต่งตัวเรียบร้อยๆคนนั้นอ่ะน้องเสียงพูดเบาๆแว่วเข้ามา คยองซูได้ยินประโยคนั้น เพื่อนเขาช่างจะล้อเขาเรื่องชุดของเขาซะเหลือเกิน  แต่ช่างเถอะเขาชอบแบบนี้ใครจะทำไมแน่นอนคยองซูเป็นคนดื้อเงียบ..





            คยองซูต้องมาทำอุปกรณ์รับน้องและโปรเจคส่งงานที่อาจารย์ได้รุมทึ้งสั่งกันอย่างไม่ละเว้นให้เขาได้หายใจกันเลย  การทำงานแต่ละครั้งมันกินเวลาทั้งวันทั้งทั้งคืน เขาแทบไม่ได้นอนเหนื่อยแต่ก็ชอบ หลงใหลในงานแขนงนี้ อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ทำไป เขาคิดแบบนั้นเสมอมันไม่มีงานที่ทำแล้วไม่รู้สึกเหนื่อย แต่เมื่อเรารักความเหนื่อยนั้นอาจจะมีบ้างที่ล้ากับมัน แต่สุดท้ายแล้วก็คุ้มเสมอกับผลงานที่ออกมา เขาพรีเซนต์งานเสร็จในช่วงบ่ายก็ได้เวลาที่เขาจะได้พักผ่อนสักที  2 เดือนแล้วที่เขาทำงานจนไม่มีเวลาให้กับตัวเอง สองเท้าเดินไปที่ร้านกาแฟเจ้าประจำกลิ่นหอมของกาแฟลอยมาจนอดใจไม่ได้ที่จะเข้าไปและหาของอร่อยๆกินให้หายเหนื่อย






            “ลาเต้หนึ่งแก้วครับพี่”  ถ้อยคำที่ถูกส่งออกมาจากปากอย่างเคยชิน เขามักจะสั่งอะไรเดิมๆ ว่ากันว่าวันไหนที่คุณกินอะไรเดิมๆ วันนั้นคุณยังปกติดี แต่ถ้าวันไหนคุณกินอะไรที่แปลกแตกต่างออกไป วันนั้นคุณน่าจะมีความผิดปกติไม่ทางกายก็ใจ เมื่อนึกอย่างตลกๆหลังสั่งเสร็จเขาก็ยิ้มให้พี่เจ้าของร้านอย่างเคยชิน มันเป็นความแปลกประหลาดอย่างหนึ่งที่ตรงที่เขามักกินกาแฟกินร้านนี้เป็นประจำ แต่ทั้งเขาและพี่เจ้าของร้านไม่เคยถามชื่อกัน เลยสักครั้ง จำได้ก็แค่น้ำเสียงเวลาสั่งและหน้าตาเวลาสั่งก็เท่านั้น ไม่มีความสัมพันธ์อะไรที่ขยับหรือดูแย่ลงไปมากกว่า มันไม่มีเลย ฟังดูน่าขำทุกๆครั้ง....แต่สุดท้าย เขาไม่สนใจที่จะถามชื่ออยู่ดีนั่นล่ะ






             ดวงตากลมโตมองไปไปรอบๆร้านเพื่อหาที่ว่างสักที่แต่ก็ไม่มีที่ไหนเลยแม้จะเป็นช่วงเวลาเย็นแล้วก็ตามทีแต่ก็สะดุดตาเข้ากับโต๊ะหนึ่งริมหน้าต่างแน่นอนว่ามันเป็นมุมประจำของเขา...แต่ก็มีผู้จับจองเอาไว้ มันคงไม่เสียหายถ้าจะไปนั่งในเมื่อเก้าอี้ว่างยังคงเหลือแค่เพียงที่ตรงนั้นที่เดียว ก่อนที่จะตัดสินใจและหยิบลาเต้ในมือเดินไปที่นั่งตรงนั้น






            “ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับโต๊ะมันเต็มหมดแล้ว ”  คยองซูถามออกไปกับเด็กมัธยมปลายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะมีหน้าตาดูง่วงอยู่ตลอดเวลา





            “ถ้าผมให้พี่นั่ง  พี่ทำแบบสอบถามให้ผมได้หรือป่าวเด็กม.ปลายดวงตาคมคายเหลือบมองขึ้น และพวกเขาต่างสบตากัน





            “หืม? ได้สิ ขอบใจนะที่ให้นั่งด้วยคนคยองซูยิ้มให้กับเจ้าของโต๊ะก่อนจะนั่งลงตรงที่ว่างตรงข้ามเด็กหนุ่มยื่นกระดาษมาและคยองซูก็ก้มหน้าก้มตาทำแบบสอบถามอย่างเงียบๆ ต่างคนต่างไม่พูดจาและอยู่ในโลกของตัวเองไม่ได้สนใจบุคคลตรงข้ามเลยสักนิด ได้แต่ปล่อยจิตใจไปกับรสชาติของกาแฟและบรรยากาศมันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย





            เมื่อกาแฟพร่องหมดแก้ว เด็กผู้ชายตรงหน้าที่เขาเพิ่งสังเกตถึงความคุ้นเคยบางอย่าง กับผิวสีแทนที่ดูเซ็กซี่ ท่าทางที่ดูง่วงนอนตลอดเวลากับตาปรือๆ กลบความร้ายกาจไปบ้างในบางครั้ง เสื้อผ้านักเรียนที่หลุดลุ่ยบ่งบอกว่าแสบพอตัวแต่ก็ทำให้เขารู้สึกขำทุกทีเวลาที่มองว่าคนตรงข้ามกำลังกินอะไร ดูเป็นเด็กน้อยที่...น่ารัก เขาสังเกตอย่างเงียบๆเพื่อไม่ให้คนตรงข้ามรู้ตัวแต่เพียงไม่นานนัก หลังจากนั้นเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ลุกขึ้นไปเงียบๆ แต่คยองซูไม่ได้สนใจสักเท่าไรนักเพราะว่าสำหรับพวกเขาสองคนก็เป็นแค่คนแปลกหน้านี่...แต่คยองซูก็รู้สึกแปลกใจ ที่เขาไม่รู้สึกอึดอัดใจเวลาอยู่ด้วย  รู้สึกอบอุ่นแปลกๆ  ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดมากมาย  ประโยคแค่ไม่กี่ประโยคที่พูดคุยกัน แม้มันอาจจะฟังดูสั้นสำหรับการสนทนา แต่เขารู้สึกถูกชะตา จวบจนแผ่นหลังของเด็กคนนั้นค่อยๆละสายตาไป เขาได้แต่คิดอยู่อย่างนั้นว่ามันดึงดูดสายตาของคยองซูเหลือเกิน...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

543 ความคิดเห็น

  1. #529 eegeeg (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 18:54


    พี่คือพรมลิขิตของผ้มมม


    ผมก็เช่นกัน คือพรมลิขิตของพี่


    ตัดสินได้จากความรู้สึก


    และแผ่นหลัง 55
    #529
    0
  2. #518 numewy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 11:17
    โอ้ยยยยยย โชคชะตาเนอะ 555
    #518
    0
  3. #492 viewvy_tangmo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 08:09
    ถูกใจตั้งแต่ยังไม่รู้จัก
    น่ารัก~ เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก~
    #492
    0
  4. #475 Always.HunHan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กันยายน 2558 / 17:58
    โถ่ววว เมื่อไหร่จะได้รู้จักกันจริงๆซักที
    #475
    0
  5. #446 bimbibab (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 21:55
    เจอกัน รู้จักกันแต่ไม่รู้จักกัน คิดถึงเอ็มเอสเอ็นเลยค่ะ 555555
    #446
    0
  6. #427 Hztp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มกราคม 2558 / 18:35
    อาจจะชอบกันในโลกออนไลน์แล้วก็ได้นะเนี่ย
    แล้วโลกแห่งความเป็นจริงนี่สิ  ผิดต่างไปจากตอนคุยกันใช่ไหม

    #427
    0
  7. #416 freedomandpeace (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2557 / 17:14
    จะเจอกันแบบจริงจังแล้ววว แต่ตกใจเลย คุยกันมาปีกว่าแน่ะ..
    #416
    0
  8. #396 เหลือกโด้ผู้น่ารัก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 21:55
    เจอกันแล้วอ่า เย้ๆๆ  ขำความคิดคยองที่บอกจงอินแปลกคน 555
    #396
    0
  9. #379 omoeme_fern (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 02:09
    เจอกันแล้วแท้ๆ คิกๆ
    #379
    0
  10. #359 viewvy_tangmo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 19:30
    กรี๊ดๆ เจอกันแล้วสิเนอะ มันดี~
    แต่ก็จริงเนอะเวลาคุยกะใครแล้วไม่เห็นหน้าตา
    ก็ไม่รู้ว่าจริงๆเขาเป็นยังไง
    เหมือนกับคนที่เราเจอ มองแค่ภายนอก
    ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเป็นยังไง
    แต่ถ้าได้รู้จักทั้งสองอย่างเลย คงจะดีไม่น้อย
    #359
    0
  11. #314 t-t-thn56 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 21:38
    โอ้ยยย เฉียดกันไปเฉียดกันมาาาา 
    #314
    0
  12. #302 mew2233 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 มีนาคม 2557 / 18:57
    อ๊ายตื่นเต้นแทนนน >/////< เขินๆๆๆ
    #302
    0
  13. #290 bee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2557 / 21:33
    นิสัยดูติสทั้งคู่อ่ะ555

    คลาดกันไปคลาดกันมา เมื่อไรจะรุจักกันเน้ออ
    #290
    0
  14. #277 babie5314 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2556 / 15:44
    เจอกันแล้วพวกนางเจอกันแล้ว กรี๊ดดดดด โรแมนติคที่สุดดด
    #277
    0
  15. #247 Rain Falls (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2556 / 15:47
    *_*

    ชอบวิธีการเล่าเรื่อง
    ไปเเบบนุ่ม ๆ ไม่วุ่นวาย ไม่รีบร้อน
    เชื่อว่าถ้าเกิดใครได้อ่าน ในช่วงที่เครียดกลับมาจากการทำอะไรซักอย่าง
    คงรู้สึเหมือนจิตใจกำลังผ่อนคลายยย

    #247
    0
  16. #228 mybr2th (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 18:10
    ความรักที่เกิดจากตัวอักษรนี่เป็นความรักที่น่ารักนะ สองคนนี้ชอบกันไม่รู้ตัว แง้ เขิน ;//////;
    #228
    0
  17. #200 fernyim.sw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 13:12
    แง้ง เฉียดกันไปเฉียดกันมา55555 รู้จักกันสักทีเห้ออ เอาจัยช่วย
    #200
    0
  18. #199 fernyim.sw (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 13:11
    แง้ง เฉียดกันไปเฉียดกันมา55555
    รู้จักกันสักทีเห้ออ เอาจัยช่วย
    #199
    0
  19. #184 งินจัง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 15:23
    เจอกันๆๆๆๆ โลกส่วนตัวสูงกันทั้งคู่
    #184
    0
  20. #173 younghee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2556 / 09:10
    ฮือออออออออออออออออออออ คยองซูจะเป็นคนดีไปไหนคะลูกกกกกก TT^TT
    #173
    0
  21. #152 '` เป๋วว. (◕〝◕) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 20:43
    คือสกรีมแปป แกทำไมไม่คุยกันนนน จะได้รู้ไปเลยยยยย #อินี่รีบ 55555555555555555
    #152
    0
  22. #146 fahhs_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 16:15
    พรมลิขิตสุดอ่ะ โอยเขิน
    #146
    0
  23. #92 Kai 'Mook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2556 / 01:09
    อ้ากกกก จะเจอกันแล้ววววว
    #92
    0
  24. #73 ★K-Aura. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2556 / 20:46
    พรหมลิขิตบันดาลชักพา ~~ ว่าแต่หนูโด้ทำไมหายไปจากแชทเลยอ่าาา
    #73
    0
  25. #52 Aussie'kiss Kae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 04:08
    เห้ย... คือแบบเจอกันแล้ว ทำไมมมมมมมม
    คือแบบอาจจะจริงบางที่เราอาจจะเจอเขาแล้วแต่เราแค่ไม่รู้
    มันพรหมชัดๆ ~~~
    #52
    0