LOVE ONLINE (KAIDO) | REWRITE END.

ตอนที่ 17 : love online : 15 rewrite end.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    6 ม.ค. 59

15

สถานะ : ………



 





            แสงรำไรจากไฟสีส้มสองข้างทางที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องที่มืดทึบ สายลมเอื่อยๆที่ฟังดูหวีดหวิวลอดผ่านเข้ามาจากบานหน้าต่างที่ถูกเปิดเอาไว้ คนดวงตาคมเข้มนอนจ้องมองเพดานห้องอย่างไม่มีความหมาย หรืออันที่จริงแล้วมันกลับเต็มไปด้วยความว้าวุ่นใจที่พยายามเก็บซ่อน หากเหลือบมองไปทางผนังด้านข้างคงเป็นเหมือนการนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา กับเรื่องราวที่ผ่านมาเหมือนกับว่าในตอนนี้มันกำลังกัดกินหัวใจของเขา รูปมากมายที่เคยถูกแปะเอาไว้แต่มันกลับถูกเก็บลงไปในลิ้นชัก ทุกๆอย่างในนั้นดูเหมือนเป็นความสุข ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกือบในทุกๆรูปมันเป็นความทรงจำระหว่างเขาและพี่ แม้ว่าทุกๆอย่างรอบกายจะยังคงเหมือนเดิม แต่มันคงมีเพียงหัวใจของเขาในตอนนี้ที่รู้สึกโดดเดียว ทุกๆอย่างมันดูโหดร้ายเกินไปสำหรับการต้องใช้ชีวิตลำพัง ภายในห้องที่เต็มไปด้วยความทรงจำแห่งนี้





            จงอินกลับมาจากปาร์ตี้สละโสดของชานยอล ความวุ่นวายของงานแต่งที่จะเริ่มขึ้นในเช้าของวันพรุ่งนี้ ดูเหมือนเป็นเรื่องที่ทำให้เขาหัวหมุนได้ไม่น้อย แต่เมื่อความวุ่นวายเข้ามาเขายอมรับว่าความทุกข์ใจก็หายไปบ้าง แต่เมื่อกลับมาอยู่เพียงลำพังมันเหมือนกับเขื่อนที่กังเก็บน้ำที่เอ่อล้น เขาพลิกตัวนอนตะแคงข้าง โอบกอดตัวเองจากไอความเย็นของสายลมที่หวีดหวิว จากเวลาที่ใกล้เช้าอากาศกลับเย็นลงมากขึ้นในทุกๆที พลางหลับตาลงอีกครั้ง เขาได้แต่หวังว่าในค่ำคืนนี้มันคงจะผ่านไปได้ เขาคงจะผ่านมันไปได้อย่างเช่นทุกๆคืนที่ผ่านมา เขาไม่รู้ว่าในวันพรุ่งนี้มันจะเป็นอย่างไรสำหรับการพบเจอ เป็นการพบเจอกันอีกครั้งกับความรักของเขาที่ไม่มีข้อกังขาใดๆสำหรับคนที่มีดวงตากลมคู่นั้น




            ภายในกระจกที่สะท้อนภาพชายหนุ่ม 2 คน หนึ่งคนที่กำลังนั่งอยู่เขามีใบหน้าเปื้อนมีรอยยิ้ม ในขณะที่อีกคนที่มีดวงตาคมเข้มยืนจ้องมองเพื่อนของเขาอย่างสงบนิ่ง พลางพึมพึมเบาๆในลำคอ พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทที่ล้วนเติบโตมาด้วยกัน ดูเหมือนว่าหนึ่งคนนั้นกำลังจะประสบความสำเร็จในชีวิตไปอีกก้าว คนดวงตาคมเข้มกำลังเหม่อลอยเขามีความคิดแบบบ้าๆว่า ถ้าเขาแต่งงานใบหน้าของเขาจะสามารถยิ้มอย่างมีความสุขเช่นชานยอลไหม?  ถ้าคนข้างกายของเขาไม่ใช่พี่ เขาจะยังคงมีความสุขได้ในทุกๆวันหรือเปล่า แต่แล้วเสียงทุ้มๆที่กำลังซ้อมพูดคนเดียวหน้ากระจกทำให้เขาหลุดจากห้วงความคิดของตัวเอง และยิ้มเพียงเล็กน้อยกับท่าทางแสดงตลกของเพื่อนเขา




            ตื่นเต้นหรอมึง?”




            “เป็นมึง มึงจะตื่นเต้นไหมละ




            “ไม่คิดเลยว่าเราจะมาด้วยกันไกลขนาดนี้




            “ไกลมากจริงๆ




            “อย่าเพิ่งมาทำซึ้งเลย กูดูโอเคหรือยัง?”




            “ไม่ มึงดูไม่โอเคเลย หน้าของมึง ชุดของมึง หรือว่าทุกๆอย่างของมึงยังคงดูประสาทในสายตากูเสมอยกเว้นวันนี้ มึงหล่อมาก”  จงอินบอกชานยอลพลางยิ้มที่มุมปากเพียงเล็กน้อย สายตาของเขาและเพื่อนมองกันในกระจก ชานยอลอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ พร้อมส่งกำปั้นชกเข้าที่อกเขาเบาๆ




            “กวนตีนแต่แน่นอนสิเพื่อน วันสำคัญขนาดนี้ ต้องหล่อกว่าทุกคนในงานอยู่แล้ว”  




            “เออเถอะ เถียงไม่ได้หรอกวันนี้เป็นวันของมึงจงอินส่ายหน้าเบาๆ พวกเขาต่างหัวเราะด้วยกันเพียงเล็กน้อย ก่อนที่สุดท้ายแล้ว มันจะค่อยๆเบาลง และเงียบลงในที่สุด




            จงอิน…”  




            “…?”




            “มึงเคยคิดไหม เกี่ยวกับวันนี้ วันพรุ่งนี้หรืออะไรก็ได้ จะว่าไป เวลาเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์นะมึงคิดแบบนั้นหรือเปล่า มันหมุนไปในทุกๆวัน ยังคงทำหน้าที่ของมันไปเรื่อยๆ มันไม่เคยหยุดเพื่อรอคอยใครสักคน มันไม่เคยหยุดเพื่อให้เราได้พัก หรือให้เราได้ย้อนเวลาไปแก้ไขความผิดพลาด…”




            “....




            “แต่เรื่องราวต่อจากนั้นเราสามารถทำมันได้เราไม่ได้กลับไปแก้ไขความทรงจำที่ผิดพลาด เราแค่ทำให้มันดีขึ้นกว่าที่เป็น กูแค่หวังนะจงอินกูหวังแค่ว่าอยากจะเห็นมึงมีความสุขอีกครั้ง




            ชานยอลเดินออกไปจากห้องพร้อมคำพูดทิ้งท้าย ปล่อยให้เขาอยู่ภายในห้องท่ามกลางความเงียบกับความว้าวุ่นใจที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้มันจะเป็นอย่างไร เขาจะแสดงสีหน้าแบบไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้ภายในหัวใจของเริ่มเต้นแรงมากขึ้น และมากขึ้นในทุกๆที  




            เราต่างสบตากันครั้งแรกในรอบปีที่ผ่านมา กับดวงตากลมโตคู่นั้น ปลายจมูก หรือแม้แต่ริมฝีปากทุกๆอย่างที่ยังคงเป็นพี่ ทุกๆอย่างที่ดูเหมือนอยู่ในความทรงจำ ในตอนนี้กลับเป็นรูปร่างที่เขาได้จ้องมองอยู่ไกลๆ คนตัวเล็กที่ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆและเรื่อยๆ จากความเลือนรางค่อยๆแด่ชัด และสุดท้ายแล้วพี่ ยืนอยู่ตรงข้ามกับเขา จงอินอยากที่จะกอดพี่ อยากถาม หรืออะไรก็ได้ที่ใจของเขาโหยหา แต่มันก็เหมือนกับเรื่องงี่เง่าเขาทำได้แค่คิด และทำได้เพียงยืนนิ่งๆข้างชานยอล




            เสียงเพลงบรรเลงเริ่มขึ้น ทุกๆดำเนินไปเรื่อยๆของพิธี แม้ว่าในตอนนี้ภายในหัวของเขาอื้ออึงไปหมด เขาไม่สามารถละความสนใจไปที่อื่นได้เลยนอกจากพี่ ทั้งชานยอลและแบคฮสอนสวมแหวนให้กันและกันพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า และจูบดื่มด่ำกับความหอมหวาน ทุกๆอย่างภายในพื้นที่นี้ฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นของดอกไม้ที่ผสมกับความรักของพวกเขา บทเพลงแสดงความรักบรรเลง ใบหน้าของผู้คนมากมายที่แสดงความยินดี และพิธีจบลงพร้อมช่อดอกไม้ที่แบคฮยอนโยน หลายคนต่างรุมล้อมเพื่อแย่งช่อดอกไม้นั้น แต่ดูเหมือนว่าช่อดอกไม้ที่ผู้คนล้วนรุมแย่งกัน สุดท้ายแล้วมันอยู่ในมือของพี่




            จงอินเคยคิดว่า ระหว่างเขาและพี่ต่างมีช่วงเวลาที่โคจรรอบๆกัน ดึงดูดกันและกันอยู่เคียงข้างไปเรื่อยๆ แต่ก็มีจุดที่ต้องเหวี่ยงกันไปไกลออกไป และในครั้งนี้มันเป็นอีกครั้งที่เราได้พบเจอกัน เขาก็แค่มีความสุข แม้ว่ามันจะเป็นความสุขที่ไม่สามารถจำกัดความได้ เขาได้แต่บอกตัวเองภายในใจเงียบๆว่าแค่นี้มันก็ดีมากแล้ว มันดีมากแล้วจริงๆสำหรับเขา




            หลังจากที่งานจบผู้คนเริ่มบางตาลง จงอินยืนอยู่เงียบๆแม้ว่าเขาจะยังคงต้องมองคนตัวเล็ก ไหล่ลู่ๆที่ยังคงทักทายเพื่อนๆของแบคฮยอนคนอื่นๆ ในขณะที่เวลายังคงหมุนไปเรื่อยๆ จวบจนผู้คนที่รายล้อมข้างกายของพี่ค่อยๆหายไป และมีแค่พี่ยืนอยู่เพียงลำพัง ความว้าวุ่นใจที่ผ่านมามันเหมือนทำให้เขาเป็นคนสติเพี้ยนที่รู้ตัวอีกทีก็ยืนอยู่ตรงหน้าของพี่ มันเหมือนกันเรื่องแปลกประหลาดที่เราต่างรู้สึกถึงความอึดอัดที่หนักอึ้งระหว่างพวกเขา เราต่างไม่ได้จ้องมองหน้ากันเลยนอกจากเสียงทักที่แสนประหม่าของเขาจะถูกเอ่ยออกไป




            สวัสดีครับ…”




            เอ่อ...จงอินไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”  จงอินคิดว่าความอึดอัดที่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบนี้มันหนักเกินไป มันหนักมากขนาดที่ พวกเขาสบตากันเพียงไม่ถึง ช่วงอึดใจ และสุดท้ายพวกเขาก็หลบสายตากันและกัน เขารับรู้ถึงดวงตากลมที่จ้องมองมาที่นิ้วมือข้างซ้ายของเขา และจงอินก็คิดว่าเขาช่างเป็นไอ้งี่เง่าเหลือเกินที่สุดท้ายแล้ว พี่ก็เห็นมัน...




            “สบายดีไหมครับ….”




            “ดีก็ดีและสุดท้ายพวกเขาก็ต่างเงียบไปอย่างนั้น จงอินไม่รู้ว่าเขาควรทำอย่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา




            “ทำไมหรอครับทำไมพี่ต้องห่างเหิน




             “นายเข้าใจมันดี...”




            “ผมทำมัน  ก็เพราะพี่ถ้าพี่ไม่ไป”  จงอินได้แต่ตัดพ้อผ่านคำพูดและน้ำเสียง เขาจ้องมองพี่ที่ยังก้มใบหน้าจนชิดอก เขาได้สงสัยว่าทำไมพี่ต้องเย็นชา หรือแม้แต่ผลักไสให้เขาหมั้นกันโซรา พี่มีความสุขอย่างนั้นหรือ หรือว่าพี่ช่วยพูดอะไรออกมาก็ได้ในตอนนี้ แต่ไม่เลยมันไม่มีอะไรเลยนอกจากไร้การสบตาและไม่มีคำพูดใด 




            “ไม่หรอกจงอิน….มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว..”  น้ำเสียงแหบพร่าจากคนดวงตากลมโตค่อยๆเอ่ยมันออกมา ในขณะที่พี่ค่อยๆเงยหน้าขึ้น เราต่างสบตากันอีกครั้ง และในวินาทีนั้นมันเป็น ความสับสนที่เขาพบว่า แววตากลมโตที่เคยมีพระอาทิตย์บรรจุไว้ ทั้งอบอุ่นและเติมเต็มรอยยิ้มของเขา กลับมีเพียงความเย็นชา และสับสน




            จงอินยืนนิ่ง เขาไม่สามารถทำอะไรได้อีกต่อจากนั้น เขาก็ทำได้แค่ยืนเฉยๆ และมองพี่เดินจากไป มันเป็นครั้งที่ 2  ที่พี่หันหลังให้เขา พี่เดินจากเขาไปและไม่หันหลังกลับมาอีกแต่ละก้าวของพี่ที่เดินจากไป มันทิ้งบาดแผลภายในใจของเขาหนักขึ้นเรื่อยๆ มันทั้งเจ็บปวดแต่ก็ไม่มีคำไหนจะมาอธิบาย และสุดท้ายแล้วจงอินก็ทำได้แค่ยิ้มออกมา ราวกับหัวเราะให้กับความตลกร้ายของชีวิต  เขาค้นพบคำตอบของชานยอลที่เคยบอกว่าเราสามารถเลือกทำมันได้ เขาสามารถเลือกที่จะเดินเข้าไปหาพี่อีกครั้ง ถามคำถามอยากจะรู้ แต่เขาเพิ่งรู้ว่าจริงๆแล้วสำหรับคำตอบ มันมีสองทาง คือสุข หรือทุกข์ บางทีเขาอาจจะเป็นแค่คนที่โชคร้าย แค่คนที่โชคร้ายคนหนึ่งก็เท่านั้น





            เขากลับมาสูบบุหรี่จัดอีกครั้ง หลังจากวันนั้น จากวันละ 1 มวน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและเรื่อยๆ โซราเธอมาหาเขาที่บ้าน และพบว่าพื้นห้องของเขาเต็มไปด้วยเศษเถ้าบุหรี่เต็มพื้นไปหมด เธอขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย ในขณะที่จงอินพยายามบอกกับเธอว่า อย่าสนใจที่จะทำความสะอาดมันหรือว่าห้ามเขาอีกเลย พวกเขามองหน้ากับสักพักทั้งที่ปลายนิ้วของเขายังคงคีบนิโคตินพลางอัดเข้าปอดไปเรื่อยๆ แต่ดูเหมือนความอดทนของเธอจะหมดลง มวลบุหรี่ถูกแย่งและปาทิ้งลงที่พื้นพร้อมส้นรองเท้าของเธอเหยียบมันเพื่อดับลง จงอินไม่ได้มีท่าทีใดๆ เขามองเธอระบายความอัดอั้นลงไปที่บุหรี่โชคร้ายมวลนั้น หลังจากนั้นเธอก็ลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งตรงข้ามกับเขา จงอินรู้ดีว่าพวกเขาต่างเหนื่อยใจ เหนื่อยกับทุกๆอย่างที่เป็นอยู่ โซราไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่า แต่ดูเหมือนว่าในวันนี้พวกเขาคิดว่ามันควรที่จะถึงเวลาพูดคุยกันสักที




            พวกเขาใช้เวลาคุยด้วยกันไปเรื่อยๆ และจบลงด้วยคำพูดว่า ขอโทษถูกกล่าวออกมา พวกเขาต่างขอโทษกันและกัน พร้อมรอยยิ้มที่มอบให้กันและกันอย่างจริง เราตัดสินใจว่าควรจบเสียทีกับเรื่องราวที่ไม่ได้มีความสุขอย่างที่ใครหวัง โซราขอให้เขาเลิกบุหรี่หรืออย่างน้อยแค่เพลาๆลงไปบ้าง จงอินได้แต่พยักหน้ารับ และหลังจากนั้นเธอก็เดินออกจากห้องของเขาไป มีเพียงความเงียบสงบกับห้องที่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นนิโคตินเจือจาง สายลมยามบ่ายพัดผ่านทำให้เกิดความอ้างอ้างอย่างอธิบายไม่ได้ จงอินลุกขึ้นจากเก้าอี้ริมระเบียง พลางเหม่อมองแปลกดอกเดซี่ที่ลำต้นโอนเอนไปตามแรงลม





            “ผมควรเชื่อในคำว่าจบของพี่จริงๆแล้วสินะครับมันเป็นเพียงคำพูดเพียงแผ่วเบาออกมาจากริมฝีปากของเขา พร้อมกับเปลือกตาค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ ความอุ่นร้อนในดวงตาที่เขาพยายามซ่อนเอาไว้ค่อยๆไหลลงมา จงอินก็แค่คิดว่ามันคงจะดีกว่านี้ ทุกๆอย่างคนดีกว่าดีหากเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง




…………………………………………….





            เดือนมิถุนาคม กับวันที่ฝนโปรยปรายลงมา เขานั่งอยู่ในร้านกาแฟเพียงลำพัง คยองซูชอบที่จะมานั่งจิบกาแฟเงียบๆ และเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ เขาใช้เวลาแทบจะทั้งวันไปกับการทำงาน หรือแม้แต่นั่งเงียบๆเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการอยู่เพียงลำพังภายในห้องที่คุ้นเคย เขาเลือกที่จะใช้ชีวิตในทุกๆวันท่ามกลางผู้คนมากมายเพื่อที่จะลืมหลายๆเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกห้ามไม่ได้กับความรู้สึกที่เอ่อล้น จวบจนกาแฟพร่องหมดแก้ว เขายกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นเพื่อดูเวลาดูเหมือนว่าในวันนี้ เขาควรที่จะกลับไปเอาที่ซักไว้มาตาก คยองซูกำลังจะลุกขึ้นจากโต๊ะ แต่ทันในนั้นพลันเสียงกระดิ่งหน้าประตูกลับดังขึ้น มีเพียงชายหญิงสองคนที่เดินเคียงข้างกันภายใต้ร่มคันเล็ก พวกเขาหุบร่มและและวางมันไว้ที่ชั้นวาง และเขาได้ยิ้มกับภาพที่เห็น และยกหมวกขึ้นสวม ทั้งที่ความรู้สึกมากมายต่างตีกันไปหมด จนอยากอยากที่จะหลบไปให้พ้นจากพื้นที่นี้  เขาก้มหน้าและพยายามถือกระเป๋าและแฟ้มงานแนบอก เร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นมากขึ้นกว่า แต่มันก็เหมือนเรื่องตลกร้ายทางความรู้สึกยามที่พวกเขาเดินสวนกัน กับกลิ่นกายที่คุ้นเคย มันทำให้เขาอยากที่จะหายไปจากตรงนั้นพร้อมกับการกลั้นลมหายใจ





            ไม่มีการสบตาระหว่างพวกเขา




            ไม่มีคำทักทายใดๆ




            หรืออันที่จริง มันก็ถูกแล้วที่พวกเขาไม่ควรที่จะพบเจอกันและกัน





            รองเท้าผ้าใบเหยียบย่ำไปตามทางเท้าที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝน คยองซูยังคงวิ่ง และวิ่งไปเรื่อยๆ เขารับรู้สึกถึงความหนาวที่แทรกผ่านเสื้อผ้า ร่างกายของเขาเริ่มเปียก คยองซูกำลังเปียกปอนไปร่างกาย หรือแม้แต่ดวงตาของเขาก็กำลังเปียกชื้นไปด้วยหยดน้ำ....




            ยามดึกในเดือนกรกฏาคมหลังการวางสายจากเพื่อนสนิท คยองซูหมกตัวอยู่กับโต๊ะทำงานและกระป๋องเบียร์ที่กระจายเต็มพื้น คยองซูรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่า เมื่อสมองของเขาในตอนนี้มีแต่คำบอกเล่าจากแบคฮยอนว่า จงอินสูบบุหรี่จัดและบ้างาน ความเป็นห่วงทำให้เขาอยากที่จะถามและติดต่อ แต่เขาก็ทำอะไรได้เลยซักอย่างเพราะมันไม่ใช่เลยสำหรับความสัมพันธ์ของพวกเขา มันไม่ควรที่จะมากไปกว่านี้  เขาได้แต่พร่ำบอกตัวเองซ้ำๆอยู่อย่างนั้น จวบจนสัมผัสเย็นๆที่รู้สึกผ่านผิวกาย ดวงตากลมโตจ้องมอง สถานที่ๆที่เขายืนอยู่ คยองซูไม่รู้ว่าเขาเดินมาที่หน้าตู้เย็นตั้งเมื่อไร หรือแม้แต่กระป๋องเบียร์ถูกเปิดอย่างไม่รู้ตัว และเขายกขึ้นมันดื่มอีกครั้งและอีกครั้ง




            เช้าอีกวันกับอาหารเช้าง่ายๆที่เขากำลังทำ การใช้ชีวิตอยู่คนเดียวแบบนี้บางทีมันก็ชินไปเอง คยองซูกำลังทำความสะอาดบ้านของเขาอีกครั้ง ตลอดเวลาเกือบครึ่งปีที่เขากลับมาเกาหลี นับจากงานแต่งของแบคฮยอน เขาก็ไม่เคยเจอจงอินอีกเลย วันนี้เขาวางแผนไว้ว่าจะไปเดินซื้อของเข้าบ้าน และเขาไม่ลืมที่จะหยิบร่มไปด้วย เพราะสภาพอากาศไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เขาขับรถออกไปที่ห้างและเลือกซื้อของตามที่คิดไว้โดยใช้เวลาไม่นาน ในขณะที่กำลังจะกลับบ้าน เขาขับผ่านร้านพิซซ่าร้านโปรด แต่มันอยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน คยองซูตัดสินใจลงจากรถเพราะความอยากชนะทุกสิ่ง หรืออันที่จริงเขาขี้เกียจที่จะทำมื้อเย็นในวันนี้





            เพราะฝนที่กำลังตกอีกครั้ง  เขาเดินไปเรื่อยๆและทางข้ามอยู่ไม่ไกล คยองซูกำลังรอสัญญาณไฟที่ตอนนี้เป็นสีแดง ผู้คนมากมายกำลังรอข้าม  ฝั่งตรงข้ามของถนนนั้นมีดวงตาคู่หนึ่งที่เด่นชัดท่ามกลางผู้คนมากมาย เราต่างสบตากันในช่วงเวลานั้น หัวใจของเขาเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล หรืออันที่จริงแล้ว ในดวงตาของคนฝั่งตรงข้ามถนนคงเป็นเหตุผลของทุกๆอย่าง เมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว ความชื้นในมวลอากาศผสมสายลมที่พัดแรงขึ้น ที่เริ่มตกหนักคนรีบเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้น ทั้งสับสนวุ่นวาย  แต่เขายังยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น มันเหมือนช่วงเวลาที่หยุดหมุนอย่างยาวนาน ทั้งที่มันยังคงดำเนินอยู่   





            หนึ่งก้าว




            สองก้าว




            และสามก้าว




            จวบจนรองเท้าผ้าใบที่ชุ่มฉ่ำน้ำ และร่างกายที่เปียกปอนของพวกเขายืนอยู่ตรงหน้ากันและกัน มีเพียงความเงียบกับเสียงของหยดน้ำที่หล่นจากมาจากท้องฟ้า ผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมาเพิ่มหลบฝน แต่เหมือนในวินาทีนั้นมันมีแค่พวกเขา มันเหมือนกับวันเวลาเดิมๆย้อนกลับมา




            และเราต่างสบตากันอย่างไม่มีคำพูดใดพร้อมกับคำที่ดังก้องในหัวว่า มันใกล้ยิ่งกว่าเดิม...




            “เป็นพี่จริงๆสินะ  พี่คยองซู น้ำเสียงทุ้มจากเด็กหนุ่มผิวแทนกับรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้เขา




            “….”




            “พี่กำลังรอใครหรือเปล่าครับ




            “....”




            “ถ้าที่ข้างๆพี่ว่างสำหรับคนชื่อคิมจงอิน งั้นผมคิมจงอิน ขอยืนอยู่ข้างๆพี่ได้ไหม




            “ฉันชื่อโดคยองซู  ใช่คยองซูที่นายว่าหรือเปล่า...ถ้าใช่ที่ว่างตรงนี้มันมีไว้ให้นายเสมอ




            บทสนทนาราวกับวันแรกที่พวกเขาได้พบหน้ากันมันถูกเอ่ยออกมาจากคนตัวสูงกว่าเขา ร่มที่เขาเคยกางอยู่ตอนนี้มันถูกวางทิ้งไว้บนพื้น เราต่างปล่อยให้หยดน้ำฝนที่เย็นชื้นค่อยๆล่นใส่ร่างกายของพวกเขา ทีละหยด ทีละหยด





            ได้แต่ปล่อยให้มันเป็นไปตามกลไกของเวลา แรงโน้มถ่วง หรือกฎของความรู้สึกที่พึงแสดงออก





            เราต่างโอบกอดกันและกันท่ามกลางเสียงของสายฝนที่หล่นกระทบกับพื้น




            กลิ่นของไอความชื้นฟุ้งกระจายไปทั่วอณูอากาศผสมความรู้สึกมากมายเกินกว่าจะเอ่ยเป็นคำพูดใด




            เปียกปอนไปด้วยกัน แม้จะหนาวเย็นไปจากสภาพอากาศ แต่เราต่างอบอุ่นภายในหัวใจ

 




 

ถ้าหาว่าจุดเริ่มต้นของผมและพี่มันเกิดขึ้นที่โลกออนไลน์

มันอาจจะดูไม่มั่นคงตั้งแต่แรก

แต่ผมขอเป็นคนแรกที่เปลี่ยนแปลงมันจะได้ไหม

ผมก็แค่อยากจะรู้จักกับพี่ อยากใช้เวลาอยู่กับพี่

เพราะพี่คือโลกใบใหม่ของผม






THE END.

  


#ลอลkaido

dear reader : เราหวังว่าทุกคนจะชอบ... เราขอบคุณทุกๆคอมเม้นต์ ทุกๆแฮชแท็ค เราอยากจะบอกว่าเราอ่านทุกๆข้อความเสมอ และหากมีข้อผิดพลาดอะไรที่เราไม่ได้แก้ไขก็ขออภัยด้วยนะคะ สำหรับเรื่องนี้ก็จบลงแล้วกับการเดินทางของฟิคเรื่องแรกในปี 2013 ที่เอามารีไรต์ในปี 2015  ฮ่าๆ สุดท้ายนี้  หวังว่าจะเรื่อยๆไปด้วยกันนะ <3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

543 ความคิดเห็น

  1. #537 eegeeg (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 07:23
    ฮือออดีจัว
    #537
    0
  2. #526 numewy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 14:59
    หน่วงอีกคนค่ะ T^T

    *** เอาจริงๆนะ คือเราอยากให้มันจบตั้งแต่ตอนที่ทั้งสองคนเจอกันแล้ว ได้เป็นแฟนกันเลยยังจะดีกว่าจบแบบนี้อ่ะ

    ... คือมันปล่อยให้เวลาล่วงเลยนานไปเป็นปีๆ แบบนี้ เอาจริงๆ (ขอโทดน๊า) "เสียความรู้สึก" ค่ะ

    หรือ อาจเป็นเพราะ เราไม่ชอบความดราม่าก็ได้
    #526
    0
  3. #504 chkn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 22:39
    จบแล้ว ;_; ลุ้นมาก มันหน่วง แต่ตอนจบทำให้ยิ้มได้ ขอบคุณไรท์สำหรับฟิคดีๆอีกเรื่องนะคะ
    #504
    0
  4. #503 jkyx (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 16:07
    จบน่ารักจัง ฮือออ ชอบบทสนทนาแรกของทั้งคู่มาก โอย มันดี จริงๆนะ
    #503
    0
  5. #466 MyDyo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2558 / 08:58
    คยองอย่าทำแบบนี้สิ -3-
    #466
    0
  6. #440 Hztp (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2558 / 11:45
    ฮือออออออออออ ไม่เอานะ อย่าจบแบบนั้นเลย
    สงสารจงอินอ่ะ
    #440
    0
  7. #392 exokaido (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2557 / 17:25
    คยองชิวมากอ่ะ หน่วงจัง น้ำตาคลอเลยทีเดียว
    #392
    0
  8. #374 viewvy_tangmo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 13:53
    อดัม ส่งคลิปให้จงอินมันหน่อย
    จงอินคงรีบบินมาเลยนะเนี่ย
    #374
    0
  9. #348 คายอง นัมจา~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2557 / 10:33
    หน่วงอ่ะ:(
    #348
    0
  10. #326 t-t-thn56 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 มีนาคม 2557 / 07:19
    เมาได้น่ารักมากเลย
    #326
    0
  11. #296 bee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 / 09:36
    คือสงสารทั้งคู่อ่ะ ชอบมากที่ไรท์ได้อธิบายถึงมุมมองความรู้สึกของทั้งสองคน มันทำให้รู้อ่ะว่าทั้งคู่คิดอะไรอยุ อ่านแล้วแบบจะโทดใครก้ไม่ได้เพราะต่างคนต่างก้มีเหตุผล แต่บางอย่างถ้ามันมองข้ามมันไปหน่อยก้ได้มั้ง ความถูกต้องหรืออะไรก้แล้วแต่ ทำตามใจตัวเองบ้างเถอะชีวิตจะได้มีความสุขนะโด้
    #296
    0
  12. #267 Nannapak Whangchai (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2556 / 01:13
    โอ้ จบแบบเรียบง่ายดีค่ะ ไรเตอร์ยังคงคอนเซ็ป "รักเราไม่หวือหวา" ได้ดีจริงๆจากตอนแรกถึงตอนจบ 555555555 ก็คงต้องบอกว่าไม่ได้มาอ่านที่ตอนไรเตอร์กำลังแต่งอยู่ ไม่ได้มาอ่านช่วงที่ทุกคนกำลังรอคอยและลุ้นแต่ละตอนให้มันไม่หน่วง ไม่ได้มาอ่านตอนที่ไรเตอร์บอกว่าติดสอบ ไม่ได้เม้นให้กำลังใจ แต่เราก็อ่านจนจบและเม้นตั้งแต่ตอนแรกจนตอนนี้ จริงๆเรื่องนี้เราเจอเพราะพี่สาวแนะนำเรื่องใหม่ของไรเตอร์ให้อ่านน่ะค่ะ แต่พอดีเราลองเลื่อนลงมาดูเจอเรื่องนี้พอดีเข้ามาดูเห็นว่าจบแล้วเลยอยากลองอ่านดูก่อรจะอ่านเรื่องใหม่ อ่านครั้งแรก ตอนแรก ประทับใจค่ะ ปกติเราไม่ใช่คนขยันเม้นนะ(?) หมายถึงจะไม่เม้นให้ทุกตอนขนาดนี้ คือรู้ว่ามันเป็นนิสัยที่ไม่ดีเท่าไหร่แต่ส่วนมากเราจะเม้นตอนที่สนุกๆหรือตอนที่เราอ่านแล้วชอบเท่านั้น แต่ไม่รู้ทำไมเรื่องนี้ทำให้เราเม้นได้ทุกตอนจริงๆ ทั้งๆที่ไรเตอร์เองก็ไม่ได้เรียกเม้นเลย แต่เรากลับเม้นให้ตลอด ชอบมากๆ ติดใจภาษาที่ใช้บรรยาย เราว่าแปลกดี ไม่รู้สิหรือเพราะเราไม่เคยเจอไรเตอร์คนไหนแต่งสไตล์นี้มั๊งคะ คือแบบพิมพ์คำซ้ำๆ หรือประโยคซ้ำๆ แล้วก็เว้นช่องไฟถี่มากเวลาอ่านเหมือนท่องกลอนอะไรสักบอท 55555555555 เราไม่ได้ตัดสินว่าแบบนี้ดีหรือไม่ดีแต่เราตัดสินได้ว่าเราชอบแบบนี้ อ่านแล้วไม่น่าเบื่อดี ถึงคำจะซ้ำแต่มันเหมือนบอกย้ำๆในการถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละคร แปลกสำหรับเราแต่มันก็น่าอ่านสำหรับรามากๆเลย ไรเตอร์จะงงไหม? 5555555 สำหรับตอนจบก็แปลกสำหรับเราอีกอ่ะ เรียบง่ายมากดูเหมือนไม่มีอะไรเลบ(?) แต่ก็เขินนะ อ่านไปยิ้มไปตลอด 55555555 อยากอ่านสเปเชี่ยว ~ มีหรือเปล่าหว่า? 55555555 ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆน่ารักๆและก็ข้อคิดดีๆสำหรับคสามรักที่สอดแทรกมานะคะ เราอ่านแล้วคิดตามเลยล่ะ สู้ๆกับเรื่องใหม่นะเราจะตามอ่านอย่างแน่นอนค่ะ! ^^ ปล.รักกันนานๆนะจงอินคยองซู <3
    #267
    0
  13. #221 fernyim.sw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2556 / 09:08
    โถ่ๆคยองเอ้ยยย ต่างคนต่างเจ็บ คืนดีกันไวๆเถิดด
    #221
    0
  14. #190 งินจัง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 18:52
    คยองซูเจ็บไม่ต่างจากจงอินเลยน๊าาา
    #190
    0
  15. #174 คนไม่สำคัน~ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 18:12
    คือแบบ คยองบางทีนางก็ชิวไปอะเรื่องแบบนี้เวลาไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยนะคยองไม่ควรปล่อยให้มันเป็นไป ควรทำให้มันจบๆซะรักก็บอกไปเลยว่ารัก ของแบบนี้มันเป็นเรื่องของคนสองคนที่ช่วยกันตัดสินว่าอนาคตของเขาทั้งคู่จะเป็นอย่างไร คยองทำแบบนี้ก็ทำให้เจ็บทั้งคู่นั้นแหละ ต่างคนต่างเงียบต่างคนต่างปล่อย ส่วนจงอินนานขนาดนั้นเป็นฉันนะขอเลิกกับชะนีนางนั้นไปแล้วสงสารนางกลัวนางจะมาตกหลุมรักแล้วถ้ามารู้ความจริงว่าจงอินมีคนที่รักอยู่แล้ว มันเหมือนเป็นการทำร้ายจิตใจทางอ้อมเลยนะเว้ยT^T
    #174
    0
  16. #172 miimae (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 00:11
    หน่วงไปแล้วววว
    ไรท์ได้โปรดอย่าทำร้ายกันเลยนะคะ T________T
    คยองกลับมาาาา สงสารทั้งสองคนเลยย ฮื่ออออออออ

    #172
    0
  17. #170 Kai 'Mook (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 15:43
    โอ้ยย จบตอนหน้าแล้วอ๋อ?? จะจบยังไงเนี่ย กลับมารักกันเถอะ T T
    #170
    0
  18. #168 Chulgirnl (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 10:14
    หน่วงอ่ะไรท์ ฮืออออ ตอนหน้าจบแล้วอ๋อ จะได้รักกันไหมอ่ะ ฮืออออ สงสารทั้งคู่ลยแงงงง
    #168
    0
  19. #165 mononie (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 00:24
    หลงมาอ่านแหละ555555
    แต่ดีใจนะที่หลงมาไรท์แต่งแบบบรรยายได้อินสุดอะ
    ชอบๆ❤
    สู้ๆนะคยอง❤
    สู้ๆนะจงอิน❤
    สู้ๆนะไรท์❤❤
    #165
    0
  20. #164 KD-Slave (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 22:44
    อ่านรวดเดียวจบเลย ขอเม้นรวดเดียวเลยแล้วกันนะคะะะ
    เป็นฟิคที่ภาษาแปลก ให้อารมณ์เหมือนฟิคแปล แต่ก็อ่านเพลินดี คือชอบอ่ะ
    บรรยายไม่ยืดเยื้อ แต่ก็ทำให้เราเขิน หน่วง ร้องไห้ได้
    คือรู้สึกได้ว่ามันรักกันจริงๆ แถมผูกพันธ์กันมาก ตั้งหลายปี
    อย่างที่บอกว่าเป็นคนสำคัญของกันและกัน มันเป็นอะไรที่มากกว่าแฟนอ่ะ ซึ้งตรงนี้ แงงงงงงง
    เราไม่คิดเลยนะว่าตัวเองจะร้องไห้อ่ะ แต่สุดท้ายก็ร้องT__T
    แบบมันหน่วงๆ ตั้งแต่คยองไปฝึกงานที่เจจูละห่างๆกับจงอิน พอกลับมาก็นึกว่าจะจบแล้วนะ
    แต่ทีนี้หนักเลย จงอินดันต้องแต่งงานกับเพศนีเฉย ฮอลลลลล;_;
    คยองอย่าฝืนตัวเองนะ ในเมื่อคนสองคนรักกัน แกก็รักน้อง น้องก็รักแก
    เพราะงั้นมันควรจะจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้งดิ จะไปแคร์ใครเขาทำไม ฮือออออ
    รอออออ รอตอนหน้านะคะไรเตอร์ หวังว่าจะเข้าใจกันได้ซักทีTAT
    เชียร์อิกัมจงสุดใจ สู้เขานะลูกกก อย่าปล่อยคยองไปเด็ดขาดนะะะ
    ไรเตอร์ก็สู้ๆน้าคะ เลิ้บบบ<3
    #164
    0